เรื่อง [นิยายแปล] Martial God Asura เทพสายฟ้าราชาสงคราม (MGA)
ติดตาม
ตอนที่ 47 มื้อเย็นแสนอบอุ่น
ตอนที่ 47 มื้อเย็นแสนอบอุ่น
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

"มีสิ่งนี้ พันธมิตรกระบี่คงไม่กล้ามาหาเรื่องสกุลของข้าแล้วกระมังฉู่เฟิงไม่ได้เป็นห่วงตัวเอง แต่เป็นห่วงฉู่เยว่และคนอื่น  


"มันก็ไม่แน่หรอก เพราะพวกพันธมิตรกระบี่ไม่เหมือนกับพวกสกุลหลิวที่สักแต่อาศัยอำนาจบารมีของครอบครัว  พวกมันมีฝีมือมากทีเดียว


"แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก หากพวกมันมาหาเรื่องจริง พันธมิตรแห่งปีกจะออกโรงเอง แล้วจักได้ประจักษ์แจ้งว่าใครใหญ่กว่ากัน"


พูดจบซูเหม่ยก็จากไปอย่างอารมณ์ดี เด็กสาวคนนี้เคยกังวลอะไรกับเขาบ้างไหมหนอ?


"พันธมิตรแห่งปีก แท้จริงแล้วมีศักยภาพขนาดไหนกัน?" ฉู่เฟิงมองดูเข็มกลัดในมือ ทว่าในใจยังอดสงสัยไม่ได้


อย่างน้อยจากคำพูดของซูเหม่ย พอจะรู้ว่าพันธมิตรแห่งปีกไม่ได้เกรงกลัวพันธมิตรกระบี่เลยแม้แต่น้อย และอาจจะไม่ได้มองพวกมันอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ


ไม่ลองไม่รู้ ฉู่เฟิงประดับเข็มกลัดไว้บนหน้าอกเสื้อ แสร้งเดินวนอยู่ในสำนักอยู่ครู่ใหญ่ เพื่อสำรวจปฏิกิริยาของผู้พบเห็น


"ดูนั่นซิ ฉู่เฟิงนี่นา"


"คนที่ถล่มพันธมิตรสกุลหลิว และทำให้หลิวหมางหมดสิทธิ์สืบสกุลนะหรือ?"


"ใช่แล้ว มันนั่นแหล่ะ วันนั้นข้าอยู่ในเหตุการณ์ จำมิผิดหรอก"


"แต่ได้ข่าวว่ามันถูกจับตัวไปลงโทษไม่ใช่รึ ทำไมยังเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างนอกได้?"


"ดูที่หน้าอกมันสิ มันเป็นคนของพันธมิตรแห่งปีกหรือนี่?"


"ไม่น่าเชื่อ มันเคยปฏิเสธพันธมิตรแห่งปีกมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ยังเข้าไปเป็นสมาชิกได้อีก แถมยังรอดพ้นจากการลงโทษของฝ่ายในอีกด้วย  ฉู่เฟิงคนนี้มันใหญ่มาจากไหนกัน?"


"ภูมิหลังต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน คนที่กล้าทำหลิวหมางขนาดนี้ยังลอยหน้าลอยตาได้ พวกเจ้าก็ระวังตัวไว้ อย่าได้ล่วงเกินมันเชียว"


ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันฮือฮา นอกจากทึ่งในระดับฝีมือของฉู่เฟิงแล้ว เริ่มคาดเดาต่าง  นานาเกี่ยวกับฐานะตระกูลของฉู่เฟิงด้วย


เมื่อกลับมาถึงเรือนพักของตน ฉู่เฟิงพบว่ายังมีแสงไฟสว่างอยู่ มีเงาคนเดินวนไปมาอยู่หน้าห้อง ที่แท้เป็นฉู่เวยและอื่น 


"พี่ฉู่เวย พวกท่านมาที่นี้ทำไมหรือ?"


"น้องฉู่เฟิงในที่สุดก็กลับมา เห็นเจ้าไม่เป็นไร ทุกคนก็สบายใจฉู่เวยราวกับยกภูเขาออกจากอก รีบชักชวนฉู่เฟิงเข้าเรือนพัก "รีบเข้าไปสิ ทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่"


เมื่อเปิดประตู ฉู่เฟิงพบว่าฉู่เยว่ ฉู่เสว่ และคนอื่น  ของพันธมิตรสกุลฉู่มากันพร้อมหน้า


กลางห้องโถงได้จัดเตรียมอาหารเลิศรสไว้เรียบร้อยแล้ว แถมยังเป็นของโปรดของฉู่เฟิงทั้งสิ้น


เมื่อสอบถามจึงรู้ว่า หลังจากที่ตนถูกจับกุมไป ฉู่เยว่จึงพาทุกคนไปหออาวุโสเพื่อขอร้องให้ละเว้นโทษ แต่ไม่เป็นผลและเกือบจะถูกลงโทษอีกด้วย


โชคดีที่ซูโหรวอยู่ตรงนั้นพอดี จึงออกตัวไกล่เกลี่ยให้ และกำชับพวกมันให้กลับมาเตรียมอาหารดี  ไว้ เพราะนางสามารถพาฉู่เฟิงออกมาอย่างปลอดภัยได้แน่


สำหรับฉู่เฟิง แม้อาหารมื้อนี้ไม่ใช่มื้อแรกที่มันร่วมรับประทานกับคนในสกุลฉู่ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นมื้อแรกที่รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวที่แท้จริง


มันรู้สึกได้ว่าทุกคนปฏิบัติต่อมันด้วยความจริงใจ  แม้จะเพิ่งรู้สึกได้ในวันนี้ แต่ฉู่เฟิงก็เปี่ยมด้วยความสุขอย่างมาก


เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่เฟิงตื่นแต่เช้า พกป้ายภารกิจและออกเดินทางทันที


ความจริงวันนี้มันไปร่วมภารกิจของซูเหม่ย ไม่จำเป็นต้องใช้ป้ายภารกิจ  มันจึงตัดสินใจนำไปคืน


แต่เดินออกจากเรือนพักได้ไม่เท่าไร มันก็เจอกับต้วนหยู่ซวน คนที่แย่งชิงป้ายภารกิจกับตน


ฉู่เฟิงจึงทักด้วยความดีใจ "เฮ้ย เจ้าน่ะ หยุดก่อน"


ต้วนหยู่ซวนถึงกับสะดุ้งโหยง เมื่อหันมาเห็นฉู่เฟิงยิ่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม


ข่าวของฉู่เฟิงได้รำลือไปทั่วภายในคืนเดียว เมื่อมันเห็นฉู่เฟิงแล้ว จึงรู้สึกกลัวยิ่งกว่าเห็นผีเสียอีก


เพราะมันเคยล่วงเกินฉู่เฟิงมาก่อน ยิ่งได้ข่าวเช่นนั้น เมื่อคืนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ วิตกไปเองว่าฉู่เฟิงจะกลับมาเอาเรื่องตน ไม่นึกไม่ฝันว่าต้องเจอกับฉู่เฟิงตั้งแต่เช้า


ฉู่เฟิงยังไม่ทันได้กล่าวอะไร ต้วนหยู่ซวนก็ลงไปคุกเข่าบนพื้น "พี่ฉู่เฟิง ข้ามีตาหามีแววไม่ เมื่อวานข้าไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินพี่ พี่ปล่อยข้าไปเถอะ


"อะไรของเจ้าวะเนี่ย?" ฉู่เฟิงถึงกับอึ้งไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะหยิบของออกจากกระเป๋าของตน "เอานี่ ข้าแค่อยากจะให้เจ้าช่วยนำป้ายภารกิจนี้ไปคืนแทนข้าหน่อยเท่านั้น"


"หา?  เจ้าเรืยกข้า เพราะเรื่องนี้เองหรือ?" มันรับของมาอย่างอาย 


"คือ ความจริงข้าจะบอกว่า มันอาจจะเป็นภารกิจที่เจ้ากำลังต้องการน่ะ รบกวนด้วยนะฉู่เฟิงตบไหล่มันเบา  แล้วเดินจากไปทันที


มันได้แต่น้อมส่งฉู่เฟิงด้วยสายตา ทันใดนั้นมันก็สังเกตเห็นสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาบนท้องถนน กำลังมองมันด้วยความขำขัน 


"ปัดโธ่เว้ย น่าอายชะมัดมันถึงกับก่นด่าตัวเองในใจ


ตามที่ซูเหม่ยนัดหมาย เมื่อฉู่เฟิงออกจากสำนักมังกรคราม จึงถอดชุดเครื่องแบบเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง แล้วเดินทางต่อจนถึงวัดร้างแห่งหนึ่งตามที่นัดหมายไว้


ก่อนจะเข้าไปในวัดร้าง ฉู่เฟิงใช้จิตสัมผัสสำรวจพบว่าในวัดร้างมีคนอยู่เจ็ดคน


เมื่อเข้ามาในวัดร้างก็พบว่ามีซูเหม่ยและพี่น้องเสือมังกร ส่วนที่เหลืออีกสี่คนไม่คุ้นหน้าเลย แต่พอจะสัมผัสได้ว่าสี่คนนี้ไม่ธรรมดาเช่นกัน


สองคนแรกเป็นชายหญิงที่ทำตัวเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน กระซิบคุยกันราวกับต้องการให้คนทั้งโลกรู้ว่าพวกมันเป็นคู่กัน


แต่ที่น่าแปลกคือการแต่งตัวของพวกมันทั้งสอง ฝ่ายชายแต่งชุดสีชมพูลายดอกไม้ ดูตุ้งติ้งชอบกล ส่วนฝ่ายหญิงแต่งตัวทะมัดทะแมงราวกับชายชาตรี แม้สวยไม่เท่าซูเหม่ย แต่ก็ถือว่าเป็นคนสวยเหมือนกัน


ส่วนคนที่สามเป็นชายหนุ่มในชุดสีขาว หน้าใสคิ้วเข้ม เมื่อเห็นฉู่เฟิงเดินเข้ามา ก็พยักหน้าทักทายอย่างเป็นมิตร


ส่วนคนสุดท้าย ชายหนุ่มชุดสีน้ำเงิน ต่างจากชายหนุ่มชุดขาวโดยสิ้นเชิง มันมองฉู่เฟิงด้วยหางตา แถมยังมีแววตาร้ายลึกราวอย่างกับเคยเป็นคู่อริมาก่อน

 


ตอนต่อไป
ตอนที่ 48 ปล้นสุสาน

ความคิดเห็น

COMMENT

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ