[นิยายแปล] ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี
เล่มที่ 1 บทที่ 19 เหมืองหมายเลขเจ็ดสิบสาม
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        เขาหลิงอวิ๋นอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเฮยอวิ๋นเขาหลิงอวิ๋นที่ถูกเรียกว่าเป็นภูเขาลูกหนึ่งแท้จริงแล้วเกิดจากภูเขาขนาดสูงต่ำไม่เท่ากันหลายลูกประกอบเข้าด้วยกัน

        เขาหลักหลิงอวิ๋นมีความสูงหลายพันเมตรสูงตระหง่านทะลุเข้าไปในชั้นเมฆปราณวิญญาณโอบล้อมลอยวนเป็นเกลียว

        ภูเขาลูกเล็กๆรอบด้านเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเขาหลิงอวิ๋นแล้วมองดูเตี้ยต่ำกว่ากันมากนัก

        เนื่องจากปราณวิญญาณรอบด้านเขาหลิงอวิ๋นเข้มข้นทำให้เทือกเขาเหล่านั้นล้วนมีลักษณะแตกต่างกันออกไป

        บางยอดเขาก็ถูกคนของสำนักหลิงอวิ๋นนำพืชวิเศษมากมายมาปลูกเอาไว้โดยมีลูกศิษย์สำนักหลิงอวิ๋นคอยเฝ้าดูแล

        และบางยอดเขาก็มีวัตถุวิเศษระดับสูงอยู่เยอะมากยอดเขาประเภทนี้ต่างก็มีลูกศิษย์สำนักหลิงอวิ๋นมาทำหน้าที่เก็บเอาไปเช่นกัน

        ยอดเขาที่ตระกูลเนี่ยใช้ขุดหินเมฆอัคคีอันที่จริงแล้วอยู่บนภูเขาที่ไม่สะดุดตามากที่สุดในบรรดาภูเขาเล็กภูเขาน้อยรอบเขาหลิงอวิ๋น

        เนี่ยเทียนและเนี่ยเฉี่ยนมาถึงยอดเขาที่คนตระกูลเนี่ยใช้ขุดหินเมฆอัคคีก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว

        คุณหนูใหญ่ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงที่ตรวจนับหินเมฆอัคคีอีกครั้งทำไมอยู่ๆท่านถึงได้มาเยือนกะทันหันล่ะขอรับ?”เนี่ยเสียงผู้ดูแลเหมืองแร่ของตระกูลเนี่ยมองเนี่ยเฉี่ยนที่พาเด็กคนหนึ่งมาด้วยอย่างสงสัยใคร่รู้ในใจเกิดความสงสัยมากมาย

        รอบนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อตรวจนับหินเมฆอัคคีแต่พาหลานชายของข้ามาหาประสบการณ์จากเหมืองแร่แห่งนี้เนี่ยเฉี่ยนกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

        มาหาประสบการณ์ในเหมืองแร่?”เนี่ยเสียงตะลึงงันยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่

        เพราะในเหมืองแห่งนี้ไม่ปลอดภัยดังนั้นแต่ไหนแต่ไรมาจึงมีเพียงเด็กตระกูลเนี่ยที่ทำความผิดใหญ่หลวงเท่านั้นถึงจะถูกส่งตัวมาที่นี่

        เนี่ยเฉี่ยนกลับพาเนี่ยเทียนมาด้วยแล้วบอกว่าต้องการให้เขาหาประสบการณ์นี่จึงทำให้เนี่ยเสียงไม่เข้าใจอย่างยิ่ง

        เนี่ยเฉี่ยนไม่ได้อธิบายอะไรมากนักหลังจากทักทายกับเนี่ยเสียงแล้วจึงดึงตัวเนี่ยเทียนเดินตรงเข้าไปในเหมือง

        คุณหนูใหญ่เด็กคนนี้...ยังเล็กนักหากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นในเหมืองข้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะเนี่ยเสียงรีบพูด

        อืมหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเองเนี่ยเฉี่ยนกล่าว

        ได้ยินนางพูดเช่นนี้เนี่ยเสียงจึงไม่พูดให้มากความอีกปล่อยให้เนี่ยเฉี่ยนพาเนี่ยเทียนเดินลึกเข้าไปในเหมือง

        เมื่อมาอยู่ในเหมืองเนี่ยเทียนก็เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความสงสัยใคร่รู้หินเมฆอัคคีอยู่ที่นี่หรือขอรับ?

        อยู่ลึกเข้าไปอีกเนี่ยเฉี่ยนสูดลมหายใจหนึ่งครั้งดวงตาฉายแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัดจำเอาไว้นะว่าต้องเชื่อฟังคำพูดของข้าต้องคอยเดินตามข้าตลอดเพราะการขุดแร่ที่มากเกินพอดีทำให้มีหลายแห่งในเหมืองกลวงโบ๋บางครั้งหากแผ่นดินไหวมันจึงถล่มลงมาทันทีข้ารู้ว่าที่แบบไหนถึงจะปลอดภัยที่แบบไหนถึงจะมีอันตรายเจ้าห้ามเดินแยกไปจากข้าเด็ดขาด

        เนี่ยเทียนเงยหน้ามองหินแท่งแต่ละก้อนที่ห้อยย้อยอยู่บนผนังถ้ำห่างจากศีรษะเขาไปห้าหกเมตรรีบพยักหน้ารับ

        ก้อนหินเหล่านั้นคงหนักหลายพันจิน[1]หากร่วงลงมาจริงๆเกรงว่าเขาคงกลายเป็นขนมเปี๊ยะใส้เนื้อได้ในพริบตา

        ตามข้ามา

        เนี่ยเฉี่ยนจับแขนของเขาไว้แน่นพาเขาเดินเข้าไปตามทางเดินหินมืดมิดที่ทอดยาวออกไป

        เนี่ยเทียนมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็นไปตลอดทางเดินตามไปเงียบๆทั้งระวังตัวและรอบคอบอย่างเห็นได้ชัด

        สวัสดีขอรับคุณหนูใหญ่ท่านมาได้อย่างไรขอรับ?

        คุณหนูใหญ่ระวังนะขอรับในนี้ไม่ปลอดภัยวันก่อนเพิ่งจะถล่มลงมารอบหนึ่ง

        คารวะคุณหนูใหญ่

        ระหว่างทางคนในตระกูลเนี่ยที่เป็นญาติทางอ้อมมากมายรวมไปถึงเหล่ากรรมกรที่คนตระกูลเนี่ยจ้างมาพอมองเห็นเนี่ยเฉี่ยนต่างก็พากันทักทายอย่างเคารพนบนอบ

        เนี่ยเฉี่ยนพยักหน้าและอมยิ้มส่งไปให้กับทุกคนกำชับให้พวกเขาระมัดระวังกันให้มากห้ามให้เกิดอุบัติเหตุเด็ดขาด

        เนี่ยเทียนมองออกว่าพวกคนที่ขุดหินเมฆอัคคีในเหมืองเหล่านี้ต่างก็เคารพยำเกรงเนี่ยเฉี่ยนจากใจจริง

        คนที่มาขุดหินเมฆอัคคีในเหมืองต่างก็เป็นคนที่มีชะตารันทดพวกเขาทุกคนที่เข้ามาต่างก็รู้ว่าตัวเองจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใดขณะที่ไม่มีคนอื่นอยู่เนี่ยเฉี่ยนก็ถอนหายใจเบาๆหนึ่งครั้งกล่าว:เสี่ยวเทียนหากเจ้าไม่ถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับไว้เป็นศิษย์รอเจ้าอายุเกินสิบห้าเมื่อไหร่ก็อาจจะถูกท่านปู่รองของเจ้าส่งตัวมาขุดหินเมฆอัคคีที่นี่ก็ได้

        ไม่ใช่ว่ามีเพียงญาติทางอ้อมของตระกูลเนี่ยเท่านั้นหรอกหรือที่จะถูกส่งตัวมาที่นี่?”เนี่ยเทียนพูด

        เมื่อก่อนเป็นอย่างนี้จริงแต่ภายหลังอะไรก็ไม่แน่นอนหรอกเนี่ยเฉี่ยนส่ายหัวกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน:อัตราการตายของคนในเหมืองมีสูงมากทุกระยะห่างช่วงหนึ่งจะต้องมีคนตายอยู่ที่นี่และภารกิจหลักของตระกูลเนี่ยแท้จริงแล้วก็คือช่วยสำนักหลิงอวิ๋นขุดหินเมฆอัคคีงานอื่นๆของตระกูลล้วนไม่สำคัญเท่างานนี้

        หลายปีมานี้เนื่องจากหินเมฆอัคคีรอบนอกถูกขุดเอาไปจนเกลี้ยงจึงทำได้เพียงขุดค้นเข้ามาในจุดที่ลึกมากขึ้นดังนั้นความอันตรายจึงมากตามไปด้วย

        ผู้อาวุโสที่เป็นญาติสายอ้อมเหล่านั้นต่างก็ครุ่นคิดหาวิธีที่จะไม่ให้ลูกหลานต้องมาอยู่ที่เหมือง

        ทว่าที่นี่ต่างหากถึงจะเป็นรากฐานของตระกูลเนี่ยทุกคนล้วนกลัวตายพวกกรรมกรเหล่านั้นที่ตระกูลเนี่ยจ้างมาหากไม่มีคนของตระกูลคอยเฝ้าพวกเขาก็ไม่ยินดีที่จะเข้ามาขุดในจุดลึกแต่ทุกปีพวกเราต้องส่งมอบหินเมฆอัคคีให้สำนักหลิงอวิ๋นในปริมาณที่มากพอหากปีไหนน้อยไปจากกำหนดสำนักหลิงอวิ๋นก็อาจจะไม่ให้ความสำคัญกับตระกูลเนี่ยอีก

        ขาดการปกป้องคุ้มครองจากสำนักหลิงอวิ๋นตระกูลเนี่ยของเราเมื่ออยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นก็ยากที่จะตั้งตัวขึ้นมาได้

        ด้วยเหตุนี้งานเหมืองแร่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับตระกูลไม่ว่าเวลาใดก็ตามในเหมืองต้องมีคนในตระกูลคอยเฝ้าอยู่เสมอตอนนี้ท่านปู่รองของเจ้าเป็นคนดูแลตระกูลเขาเองก็พูดเหมือนกันว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงต่อไปคนในตระกูลที่เป็นญาติสายตรงก็ต้องถูกส่งตัวมาที่นี่เหมือนกัน

        พูดมาถึงตรงนี้เนี่ยเฉี่ยนก็หยุดไปครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวต่อด้วยความหมายลึกล้ำ:เพราะท่านตาของเจ้าสูญเสียอำนาจในตระกูลไปตอนที่เขายังไม่ได้ลงจากตำแหน่งข้าก็เริ่มมาที่เหมืองแร่แห่งนี้บ่อยๆแล้วตอนนี้อำนาจของพวกเรายิ่งอ่อนแอลงหากเจ้าไม่ได้กลายเป็นลูกศิษย์ของสำนักหลิงอวิ๋นวันหน้าย่อมหนีไม่พ้นต้องถูกส่งตัวมาอยู่ที่นี่แน่นอน

        เนี่ยเทียนก้มหน้าตั้งใจครุ่นคิดจากนั้นก็พยักหน้าเบาๆข้าเข้าใจแล้ว

        ไปกันเถอะเนี่ยเฉี่ยนพาเดินเข้าไปลึกต่อ

        ผ่านไปอีกครู่หนึ่งเนี่ยเทียนพบว่าทางหินที่ทอดยาวไปกลางภูเขายิ่งแคบลงเรื่อยๆระยะห่างระหว่างศีรษะกับผนังหินด้านบนก็เขยิบสั้นลง

        เขาสังเกตเห็นด้วยว่ากรรมกรที่พบเจอระหว่างทางมีจำนวนน้อยลงแต่ละคนรูปร่างผอมแห้งราวกับไม้ฟืนสีหน้าไร้ซึ่งชีวิตชีวา

        คุณหนูใหญ่ด้านหน้าอันตรายทางที่ดีท่านอย่าเดินหน้าต่อดีกว่าชายวัยกลางคนร่างผอมดำคนหนึ่งพลันโผล่ออกมาจากหัวเลี้ยวของทางอีกฝั่งกล่าวเตือนด้วยความหวังดี:เหมืองหมายเลขเจ็ดสิบสามเมื่อแปดวันก่อนเพิ่งถล่มลงมาหนึ่งครั้งคนตายไปสองคนพวกเราเพิ่งจะเก็บกวาดเสร็จ

        เนี่ยเฉี่ยนชะงักฝีเท้าสีหน้าของนางเคร่งเครียดลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็กล่าวว่า:ขอบคุณเจ้าที่เตือนข้าจะเข้าไปดูเสียหน่อยแปบเดียวก็กลับออกมาแล้ว

        ถ้าเช่นนั้นท่านต้องระวังให้มากข้า...ไม่ไปเป็นเพื่อนแล้วชายผู้นั้นกล่าวด้วยความหวาดกลัว

        อ้อเจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะเนี่ยเฉี่ยนพยักหน้าชายผอมดำผู้นั้นพริบตาเดียวก็หายวับไปไม่เห็นแม้แต่เงา

        ยิ่งเข้าไปด้านในอัตราการตายก็ยิ่งสูงดังนั้นคนงานที่อยู่ในนี้แต่ละคนจึงมีสีหน้าหมดอาลัยตายอยากเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าภัยพิบัติจะมาเยือนตนเองวันใดเนี่ยเฉี่ยนเงียบไปครู่หนึ่งก็พูดอีกว่า:พวกเขาล้วนเป็นคนที่มีชะตายากลำบากของเมืองเฮยอวิ๋นเพื่อลูกเพื่อเมียที่รออยู่ในเมืองแล้วถึงได้ยอมเสี่ยงภัยมาที่นี่

        ผู้ฝึกลมปราณของสำนักหลิงอวิ๋นที่ความสามารถสูงมากหากพวกเขาคิดจะมาที่นี่ต่อให้เหมืองพังถล่มลงก็คงไม่เป็นไรกระมัง?”เนี่ยเทียนถาม

        ฝึกถึงขอบเขตกลางสวรรค์ก็สามารถลอดทะลุร่างอยู่ในเหมืองได้แล้วไม่มีทางกลัวการถล่มของเหมืองแน่นอนเนี่ยเฉี่ยนพยักหน้าเบาๆแต่ก็พูดขึ้นมาอีกทันควันว่า:แต่ผู้ฝึกลมปราณที่บรรลุถึงขอบเขตกลางสวรรค์ได้มีหรือจะยอมเสียเวลามาที่นี่เพื่อหินเมฆอัคคีซึ่งเป็นของระดับสี่ขั้นต่ำเช่นนี้?

        พวกผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งช่างใจดำเสียจริง!

        ในสายตาของพวกเขาคนตระกูลเนี่ยไม่มีค่าอันใดมีคนตายไปแค่นิดหน่อยพวกเขาไม่คิดจะเก็บไปใส่ใจหรอกนะแล้วนับประสาอะไรกับคนธรรมดาที่ถูกตระกูลเนี่ยจ้างมาเหล่านี้เล่า?

        ผู้ฝึกลมปราณที่แท้จริงเดิมก็เป็นผู้สูงส่งอยู่เหนือผู้ใดอยู่แล้วตระกูลธรรมดาอย่างตระกูลเนี่ยของพวกเราทำได้เพียงรับใช้พวกเขาเท่านั้น

        เช่นเดียวกันคนธรรมดาเหล่านั้นของเมืองเฮยอวิ๋นก็รับใช้ตระกูลเนี่ยของพวกเราอีกที

        บนโลกใบนี้เดิมทีก็เหี้ยมโหดอยู่แล้วเจ้าและข้าล้วนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้คิดจะอยู่สูงส่งเหนือล้ำผู้อื่นไม่ต้องคอยเป็นทาสรับใช้พวกเขาไม่ให้พวกเขายึดกุมความเป็นความตายของเรามีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น

        นั่นก็คือกลายเป็นหนึ่งในพวกเขา!

        เนี่ยเฉี่ยนกล่าวสั่งสอน

        เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึมพยักหน้าแรงๆ: ข้าจะต้องกลายเป็นผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน!

        ไปไปเหมืองหมายเลขเจ็ดสิบสามกันเถอะ!เนี่ยเฉี่ยนเองก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวเช่นกัน

        ไม่นานนักภายใต้การนำของเนี่ยเฉี่ยนในที่สุดพวกเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ในเหมืองขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง

        เพิ่งเข้ามาถึงเขาก็สังเกตเห็นว่าบนผนังหินรอบด้านมีประกายแสงระยิบระยับสีแดงเต็มไปหมด

        หินเมฆอัคคี!เนี่ยเทียนฮึกเหิม

        ที่แห่งนี้อันตรายอย่ามัวเสียเวลารีบลองใช้กระดูกสัตว์ชิ้นนั้นมาดูดเอาพลังเปลวเพลิงจากหินเมฆอัคคีที่ยังไม่ถูกขุดออกมาพวกนี้เถอะ! ทางที่ดีที่สุดพวกเราไม่ควรอยู่นานนักหากเลือดสดหยดนั้นในกระดูกสัตว์รวมตัวกันสำเร็จก็ออกไปทันทีหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาตามมา!” เนี่ยเฉี่ยนเอ่ยเร่งเสียงดัง

        ตกลง!เนี่ยเทียนลงมือทันควัน         

        ------

        [1] จิน(斤)หน่วยวัดของจีนหนึ่งจีนเท่ากับครึ่งกิโลกรัม

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK