ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี
เล่มที่ 1 บทที่ 25 ดินแดนลึกลับ
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        ฟู่วฟู่ว!

        ในกระดูกสัตว์เลือดสดที่แข็งตัวหยดนั้นหลังจากจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนแทรกซึมเข้าไปมันก็พลันลุกไหม้ขึ้นทันที

        จิตวิญญาณเส้นหนึ่งของเนี่ยเทียนที่อยู่ท่ามกลางหยดเลือดเห็นชัดเจนว่าเปลวไฟแต่ละเส้นอยู่ๆก็รัดพันกันบิดเบือนก่อร่างกลายมาเป็นลายสัตว์ที่มหัศจรรย์ลายหนึ่ง

        ลายสัตว์นี้คือรูปร่างของมังกรมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องเต็มไปด้วยความลึกลับ

        เอ๊ะ!

        เนี่ยเทียนอุทานเบาๆหนึ่งครั้งพยายามปล่อยให้จิตวิญญาณจมดิ่งลงไป

        คล้ายได้สัมผัสกับจุดลึกลับบางอย่างกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นพลันบินออกมาจากกลางฝ่ามือของเขาลอยอยู่ตรงหน้าอกของเขาอย่างสงบจากนั้นก็ลุกไหม้เกิดเป็นประกายไฟ

        และบัดนี้จิตวิญญาณของเขาก็ออกมาจากกระดูกสัตว์กลับคืนสู่จุดหลิงไถ[1]

        เขามองกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นตาไม่กะพริบ

        ฟู่วฟู่ว!

        ประกายแสงเส้นแล้วเส้นเล่าบินล้อมกระดูกสัตว์กระดูกสัตว์ค่อยๆหมุนวนคล้ายเกิดแรงดึงดูดที่น่าหวาดกลัวบางอย่าง

        หลายวินาทีต่อมาถ้ำแห่งเปลวเพลิงพลันเกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสัตว์และเปลวเพลิงเหล่านั้น

        คึ่กคึ่ก!

        เมื่อถ้ำแห่งเปลวเพลิงก่อตัวขึ้นสำเร็จอากาศรอบด้านก็มีเสียงแปลกประหลาดดังลอยมาเกิดเป็นรอยแตกกลางอากาศหลากสีสันเปล่งแสงกะพริบพราว

        ในห้องชุดชาที่อยู่บนโต๊ะหินอาภรณ์ในตู้ผ้าได้รับการดึงรั้งจากแรงดึงดูดพลันบินเข้าไปในรอยแตกกลางอากาศเหล่านั้นพริบตาเดียวก็หายวับไป

        แผล็บเดียวแม้แต่โต๊ะหินกระดานหินที่อยู่บนพื้นก็ยังถูกดูดเข้าไปในรอยแยกเหล่านั้นด้วย

        แกร๊กแกร๊ก!

        เตียงที่อยู่เบื้องล่างเนี่ยเทียนตัวนั้นก็ทนรับแรงดึงดูดมหาศาลไม่ไหวเช่นกันทำท่าราวกับจะพาเขาบินเข้าไปในรอยแตกกลางอากาศนั่น

        ทันใดนั้นเขาก็เกิดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างรุนแรงราวกับรู้ว่าหากถูกกระชากเข้าไปในรอยแตกกลางอากาศแปลกประหลาดนั่นจะไม่มีวันได้พบเจอกับท่านตาและเนี่ยเฉี่ยนอีกแล้ว

        ขณะที่เขากำลังหวาดกลัวคิดจะตะโกนร้องดังๆเพื่อขอความช่วยเหลือถ้ำเปลวเพลิงแห่งนั่นราวกับกลายมาเป็นปากขนาดยักษ์ของสัตว์ร้ายเขมือบกลืนเขาเข้าไปในคำเดียว

        ถ้ำแห่งแสงไฟที่กำลังลุกโชติช่วงนาทีนี้ได้หดเล็กลงอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็กลายมาเป็นจุดไฟเล็กขนาดเท่าเม็ดข้าว

        ประกายแสงไฟกะพริบสองครั้งจากนั้นก็หายไปกลางอากาศในห้องของเขา

        อู้อู้!

        รอยแยกกลางอากาศหลายเส้นที่เปล่งแสงวาบมีพลังดึงดูดเพิ่มขึ้นหลายเท่าดูดเอาทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในห้องไปหมด

        หลังจากที่รอยแยกแปลกประหลาดกะพริบวิบวับอย่างแปลกประหลาดแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอยห้องเล็กๆแห่งนี้ก็กลับคืนสู่ความปกติ

        เพียงแต่ว่าเนี่ยเทียนและพวกโต๊ะหินเก้าอี้หินและเตียงไม้ที่อยู่ในห้องเหล่านั้นกลับหายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย

        เสี่ยวเทียนเจ้าหลับหรือยัง?”ไม่นานนักนอกห้องก็มีเสียงเรียกของเนี่ยเฉี่ยนดังลอยมา

        หลังจากเนี่ยเฉี่ยนบอกความน่ากลัวของกระดูกสัตว์ให้กับเนี่ยตงไห่รู้แม้ปากของเนี่ยตงไห่จะบอกว่าเชื่อว่าเนี่ยเทียนสามารถควบคุมมันได้ทว่าในใจก็ยังคงไม่วางใจดังนั้นเขาจึงมาพร้อมกับเนี่ยเฉี่ยนคิดจะใช้ประสบการณ์และความสามารถของเขาตรวจสอบความมหัศจรรย์ของกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นอีกครั้ง

        เนี่ยเฉี่ยนเรียกอยู่ครู่หนึ่งเห็นว่าเนี่ยเทียนยังไม่ตอบรับอดไม่อยู่จนต้องผลักประตูเข้าไปเอง

        หา!

        พอเข้ามาในห้องมองเห็นห้องที่ว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่ของสักชิ้นนางก็ร้องอุทานด้วยความตกตะลึงทันที

        เส้นเอ็นบนหน้าผากของเนี่ยตงไห่ปูดโปนไม่ทันคิดอะไรก็เริ่มคำรามเสียงดัง:ตระกูลหยวนช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนักบังอาจกล้ามาลักพาตัวเนี่ยเทียนไปจากตระกูลเนี่ย!

        เขาคิดว่าต้องเป็นเพราะหยวนชิวอิ๋งพบว่านักฆ่าสองคนนั้นหายตัวไปจึงจัดให้ผู้แข็งแกร่งยิ่งกว่ามาลงมืออีกครั้งอย่างแน่นอน

        ท่านพ่อจะทำอย่างไรดี?พวกเราจะทำอย่างไรดี?”เนี่ยเฉี่ยนโวยวายอย่างคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

        ตระกูลอวิ๋นและตระกูลหยวนต้องปล่อยตัวเนี่ยเทียนมาทันที!ข้าจะไปหาเจ้าสองเดี๋ยวนี้เขาเป็นประมุขคนปัจจุบันของตระกูลเนี่ยเรื่องนี้หากเขาไม่ลุกขึ้นมาปกป้องเสี่ยวเทียนข้าไม่มีทางปล่อยเขาเอาไว้แน่!เนี่ยตงไห่พูดประโยคนี้จบก็พุ่งตัวไปหาเนี่ยเป่ยชวนด้วยไฟโทสะลุกโชนต้องการได้ตัวเนี่ยเทียนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

        หยวนชิวอิ๋ง!หากเสี่ยวเทียนเป็นอะไรไปข้าจะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับเจ้า!เนี่ยเฉี่ยนกล่าวอย่างเศร้าสลด

        ......

        ฟ้าดินลึกลับปราณวิญญาณเข้มข้นเกินกว่าจะคาดการณ์ได้

        กระดูกมังกรแปดหัวลำตัวยาวพันเมตรกระจัดกระจายกันออกเป็นรูปแปดเหลี่ยมสถานที่ที่หัวมังกรหันไปคือแท่นบูชาสภาพผุพังแห่งหนึ่งแท่นบูชาโบราณมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนเซาะกร่อนราวกับผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานไร้ที่สิ้นสุด

        แสงไฟหนึ่งจุดพลันเปล่งวาบขึ้นมาจากตรงกลางแท่นบูชาประกายไฟพองตัวขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว

        ตูม!

        ร่างของเด็กคนหนึ่งบินออกมาจากแสงไฟแล้วร่วงลงไปบนพื้นอย่างแรง

        ตุบ!

        วินาทีถัดมาลูกไฟขนาดใหญ่นั้นก็หดตัวลงกลายเป็นกระดูกสัตว์เล็กๆแล้วตกลงมาอยู่ข้างเท้าของเด็กผู้นั้น

        เนี่ยเทียนที่หัวสมองมึนงงดวงตาพร่าลายนอนหงายอ้าซ่าอยู่บนแท่นบูชาเจ็บปวดไปทั้งตัว

        นี่มันสถานที่บ้าอะไรกัน?

        เขาเบิกตากว้างมองท้องฟ้าสีเทาขมุกขมัวสติค่อยๆกลับคืนมาอย่างชัดเจน

        เมื่อวินาทีก่อนเห็นๆอยู่ว่าเขายังอยู่ในห้องตัวเองเขาจำได้แค่ว่าถ้ำแสงไฟที่เกิดจากกระดูกสัตว์เขมือบกลืนตัวเขา

        วินาทีนี้เขากลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่

        เขาที่นอนอยู่บนแท่นบูชาสัมผัสได้ถึงแรงโน้มถ่วงของสถานที่แห่งนี้อย่างชัดเจนแข็งแกร่งยิ่งว่าสนามโน้มถ่วงสิบเท่าที่เกิดจากโล่อำพันลึกลับนั่นเสียอีก

        ด้านหลังของเขาแนบติดอยู่บนกระดานหินเย็นเฉียบแข็งกระด้างต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเขาถึงจะลุกขึ้นมานั่งตัวตรงได้อย่างเชื่องช้า

        ปราณวิญญาณฟ้าดินช่างเข้มข้นนักหนาแน่นยิ่งกว่าที่เขาหลิงอวิ๋นนั่นเป็นสิบๆเท่า!

        ขณะที่สูดลมหายใจเขาสัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณฟ้าดินที่ซุกซ่อนอยู่กลางอากาศซึ่งไหลรวมเข้ามายังมหาสมุทรวิญญาณในจุดตันเถียนของเขาราวกับลำธารเล็กๆที่ไหลริน

        จิตวิญญาณของเขาฮึกเหิมลิงโลดขึ้นมาทันทีทันใดเริ่มประเมินรอบด้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น

        หัวมังกร!หัวมังกรขนาดยักษ์แปดหัว!

        มองปราดเดียวเขาก็มองเห็นหัวมังกรขนาดยักษ์แปดหัวราวกับภูเขาลูกย่อมที่กระจัดกระจายอยู่รอบกายเขา

        มังกรแปดหัวนั้นไม่มีเลือดเนื้อแม้แต่นิดเดียวเหลือแค่เพียงกระดูกสีเทาเท่านั้น

        ในหัวมังกรไม่มีดวงตาอยู่กรอบดวงตาที่ว่างเปล่านั้นกำลังหันมามองทางเขาราวกับกำลังประเมินเขาอย่างเงียบเชียบทำให้เขาขนลุกขนพอง

        เขารีบย้ายสายตามองไปตามหัวมังกรจากนั้นก็ได้เห็นลำตัวของมังกรยักษ์แปดหัวทันทีลำตัวของมันทอดยาวออกไปตามพื้นดินไกลนับพันเมตร

        ห่างออกไปไกลเบื้องใต้ท้องฟ้าสีเทามียอดเขาหลายลูกตั้งตระหง่านภูเขาเหล่านั้นทุกลูกใหญ่พอๆกับเขาหลิงอวิ๋น

        เขาตั้งใจมองอย่างละเอียดพลันร่างก็สั่นเยือกมองเซ่อไปทันที

        สิ่งนั้นที่มองครั้งแรกเหมือนภูเขาทว่าเมื่อมองอย่างละเอียดถึงจะพบว่า...นั่นคือแขนขนาดยักษ์หลายข้าง!

        แขนขนาดยักษ์เหล่านั้นล้วนเป็นสีน้ำตาลแก่บางข้างกำหมัดชูขึ้นฟ้าคล้ายปลดปล่อยไฟโทสะไร้ที่สิ้นสุดบางข้างกางนิ้วมือทั้งห้าออกราวกับต้องการคว้าจับนภากาศเอาไว้บางข้างทำมือเป็นรูปแบบแปลกประหลาดราวกับแฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดิน

        แขนยักษ์แต่ละข้างเมื่อมองจากที่ไกลๆราวกับยอดเขาขนาดยักษ์ที่เสียบพุ่งเข้าสู่นภากาศ

        อีกด้านหนึ่งของลำแขนคล้ายส่วนรากของต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าฝังรากลึกลงไปในพื้นดิน

        เหมือนว่าลำกายที่แท้จริงของเจ้าของแขนยักษ์นี้อยู่ใต้ดินคิดจะสลัดให้หลุดพ้นจากผืนดินที่กลบทับพุ่งทะลุเข้าสู่ชั้นเมฆ!

        เพียงแค่ลำแขนที่โผล่ออกมาด้านนอกก็ใหญ่ยักษ์ไม่ต่างจากเทือกเขาเนี่ยเทียนไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเจ้าของร่างแท้จริงที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินนั้นจะมีลำกายขนาดมโหฬารมากแค่ไหน!

        หนึ่งสองสาม...สามสิบสอง!

        เขาลองนับดูก็พบว่าแขนยักษ์ที่เขามองเห็นมีมากถึงสามสิบสองข้าง

        นี่หมายความว่าชีวิตขนาดมหึมาที่ถูกฝังลึกอยู่ใต้ดินอย่างน้อยก็ต้องมีสิบหกตน!

        มังกรยักษ์แปดหัวจิตวิญญาณขนาดยักษ์ที่น่าหวาดกลัวอย่างน้อยสิบหกตนนี่...คือสถานที่แบบใดกันแน่?ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”พอคิดอย่างนี้เขากัดลิ้นของตัวเองอย่างแรงแล้วจึงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดลึกล้ำ

        ไม่ใช่ความฝัน?ไม่เหมือนเมื่อก่อนนี่ไม่ใช่ดินแดนในความฝัน!

        เขายังคงจำได้ว่าหลังจากที่เขาต่อสู้กับเนี่ยหงขณะที่ตัวร้อนสูงต่อเนื่องก็มักจะตกอยู่ในดินแดนแห่งความฝันด้วยความรู้สึกพร่าเลือนเป็นประจำ

        ฟ้าดินที่เขาไม่รู้จักซึ่งได้เห็นในดินแดนแห่งความฝันมีส่วนคล้ายกับภาพเบื้องหน้าที่เห็นนี้อยู่เล็กน้อย

        เพียงแต่เขารู้มาตลอดว่านั่นคือความฝันยังไงก็เป็นเพียงความฝันไม่ใช่ความจริง

        ทว่าครั้งนี้เขากลับไม่ได้อยู่ในดินแดนแห่งความฝันแต่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นฟ้าดินแปลกหน้าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน!

        ฟู่วฟู่ว!

        ข้างเท้ากระดูกสัตว์ที่พาเขาเข้ามาสู่สถานที่แห่งนี้กำลังเปล่งประกายแสงไฟวิบวับ

        เขามองกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นโดยไม่รู้ตัว

        และก็ไม่รู้ด้วยว่าเหตุใดเพียงแค่มองแสงไฟเหล่านั้นเขาพลันสัมผัสได้ถึงความเศร้ารันทดไร้ที่สิ้นสุดระลอกหนึ่ง

        แสงไฟที่ส่องแสงพริบพราวคล้ายกำลังบอกเล่าอะไรบางอย่าง...

        มังกร?

        ใจเขาสั่นวาบพลันนึกถึงฟ้าดินแปลกประหลาดที่เขาพบท่ามกลางเลือดสดจากหยดเลือดที่แข็งตัวขึ้นมาจากกระดูกสัตว์ในเหมืองแร่หมายเลขเจ็ดสิบสาม

        พื้นที่ที่เปลวไฟลุกเรืองแห่งนั้นเปลวไฟจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามารวมตัวกันกลายเป็นมังกรเปลวเพลิงขนาดยักษ์หัวหนึ่ง

        ภายหลังระหว่างทางที่เดินทางกลับเมืองเฮยอวิ๋นตอนที่เขาโยนกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นใส่ชายชุดฟ้าสองคนกระดูกสัตว์ก็กลายร่างออกมาเป็นเปลวเพลิงรูปมังกรเช่นกัน

        คิดอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ค่อยๆฟื้นคืนสติกลับมาตระหนักได้ว่ากระดูกสัตว์ชิ้นนั้นน่าจะมาจากมังกรยักษ์เปลวเพลิงหัวหนึ่ง

        ด้านข้างแท่นบูชามังกรยักษ์แปดหัวที่หลงเหลือเพียงโครงกระดูกนั่นน่าจะเป็นเผ่าพันธ์เดียวกันกับกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ย่อมเป็นมังกรเพลิงยักษ์เช่นกัน

        ข้าควรจะไปดูรอบด้านฟ้าดินแห่งนี้ไม่มีทางใหญ่เพียงแค่ที่ข้ามองเห็นแน่นอนพื้นดินที่ห่างออกไปไกลกว่านี้บางทีอาจจะแฝงเร้นความลึกลับไว้มากกว่าเดิมก็ได้

        เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาจึงเตรียมลุกขึ้นยืนแต่กลับพบว่าแรงโน้มถ่วงที่มาจากส่วนลึกใต้พื้นดินดึงรั้งเขาเอาไว้แน่น

        แน่นจนเขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้         

        ------

        [1]จุดหลิงไถ(灵台)จุดฝังเข็มบนแนวกึ่งกลางสันหลังอยู่ตรงร่องใต้ปุ่มกระดูกสันหลังอกที่6

         

ความคิดเห็น

COMMENT
2 สัปดาห์ ที่แล้ว

เริ่มรำคาญเนี่ยเฉี่ยนละ อะไรจะประคองสติไม่ได้ขนาดนั้น

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK