ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี
เล่มที่ 2 บทที่ 31 ยืนหยัดไม่เปลี่ยนแปลง
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        ทำลายกฎกลายเป็นลูกศิษย์สำนักหลิงอวิ๋นโดยตรง!

        ช่วยให้ท่านตาได้กลับขึ้นนั่งบนตำแหน่งประมุขตระกูลเนี่ยดังเดิมทั้งยังทำให้อาการบาดเจ็บของท่านตาหายดีสามารถฝึกบำเพ็ญตบะได้ต่อ!

        เงื่อนไขที่ลี่ฝานมอบให้ทำให้เนี่ยเทียนใจเต้นโครมครามเกือบจะบอกความจริงออกไปทันทีทันใดเพื่อแลกมาด้วยหนทางยิ่งใหญ่ที่ราบรื่น

        เพียงแต่ว่าตอนที่เขากำลังจะเอ่ยปากกลับนึกถึงความมหัศจรรย์ของพื้นที่ลึกลับแห่งนั้นขึ้นมากะทันหัน

        มังกรเพลิงยักษ์แปดตัวนั่นแท่นบูชาโบราณผุพังนั่นและยังมีแขนยักษ์แต่ละข้างที่ชี้ขึ้นฟ้าพลังดึงดูดไร้ที่สิ้นสุดซึ่งมีต่อเขาทำให้เขาครุ่นคิดถึงทั้งวันทั้งคืน

        เขาแอบรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ลึกลับมหัศจรรย์นั้นแล้วเงื่อนไขที่ลี่ฝานเสนอให้ไม่มีค่าพอให้พูดถึงด้วยซ้ำ

        ทว่าสภาพของเนี่ยตงไห่ในทุกวันนี้รวมไปถึงอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าเขามานานหลายปีก็ทำให้เนี่ยเทียนอดกลั้นไม่อยู่คิดจะบอกความจริงอีกครั้งเพื่อขจัดความเจ็บปวดของท่านตาเขา

        เขาที่ไม่สามารถเลือกได้อดที่จะหันไปทางเนี่ยตงไห่อย่างขอความช่วยเหลือไม่ได้

        เขาสังเกตเห็นว่าเนี่ยตงไห่สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งกลับคืนสู่ความสงบนิ่งนานแล้วสีหน้าราบเรียบไร้ร่องรอยอารมณ์ใด

        ทำไม?อยู่ๆนึกถึงอะไรขึ้นมาได้งั้นหรือ?”ลี่ฝานเผยสายตาให้กำลังใจในใจก็คิดว่าเจ้าเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเผชิญกับสิ่งล่อลวงใจเช่นนี้มีหรือจะไม่หวั่นไหว?

        เขานึกว่าเนี่ยเทียนจะพูดความจริงออกมาแล้ว

        เปล่าขอรับคิดอะไรไม่ออกสักอย่างเนี่ยเทียนหน้าเจื่อนส่ายหัวกล่าวว่า:บางทีต่อไปอาจนึกออกก็ได้รอข้านึกออกเมื่อไหร่จะต้องไปหาท่านลุงลี่เป็นคนแรกอย่างแน่นอน

        เจ้าเด็กสารเลว!ลี่ฝานแอบด่าในใจหนึ่งประโยคกล่าวอย่างจนใจ:ช่างเถอะงั้นก็เอาตามนี้แล้วกันเจ้าเองก็คิดดูให้ดีแล้วก็ระวังหน่อยอย่าให้ถูกลักพาตัวไปจริงๆจนข้าต้องเคลื่อนกำลังคนมากมายตามหาเจ้าไปทั่วโลกอีกรอบ

        หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วลี่ฝานก็ไม่คิดอยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียวรีบจากตระกูลเนี่ยไปอย่างรวดเร็ว

        หลังจากเขาออกจากประตูไปแล้วเนี่ยตงไห่มองเนี่ยเทียนแสดงท่าทีบอกให้เขารู้ว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร

        รอจนครบหนึ่งเค้อ[1]เมื่อเนี่ยตงไห่แน่ใจแล้วว่าลี่ฝานออกไปจากตระกูลเนี่ยจริงๆเขาถึงพูดขึ้นมาเอาล่ะ

        ท่านตาข้า...เนี่ยเทียนพยายามอธิบายด้วยความรู้สึกผิด

        เนี่ยตงไห่โบกมือสีหน้าเคร่งขรึมกล่าว:เจ้าเองก็ไม่ใช่เด็กแล้วข้าเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเจ้าในเมื่อเจ้าไม่ได้พูดความจริงต่อลี่ฝานข้าเชื่อว่าเรื่องที่เจ้าเจอมาต้องมหัศจรรย์เกินกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้

        เนี่ยเทียนพยักหน้าพูดเสียงเบา:ข้ารู้สึกว่าหากใช้การพบเรื่องมหัศจรรย์ครั้งนั้นวันหน้าต่อให้ข้าไม่ได้เข้าไปอยู่ในสำนักหลิงอวิ๋นก็ต้องมีความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาแล้วข้าก็เชื่อว่าต่อไปข้าสามารถใช้พลังของตัวเองช่วยให้ท่านตากลับคืนสู่ตำแหน่งทำให้อาการบาดเจ็บของท่านหายดีได้!

        เนี่ยตงไห่แอบซาบซึ้งอยู่กับตัวเองและก็ยิ่งมั่นใจว่าเนี่ยเทียนได้พบเจอกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ธรรมดาอย่างมากเขาไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวว่า:นับแต่นี้ไปเจ้าต้องรักษาความลับนั้นเอาไว้ให้แน่นหนา!ก่อนหน้าที่เจ้ายังไม่มีกำลังมากพอไปปกป้องความลับนั้นเอาไว้ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด!รวมถึงข้า!แล้วก็ท่านป้าใหญ่ของเจ้าด้วย!

        ข้าเข้าใจแล้วขอรับ!เนี่ยเทียนพยักหน้าแรงๆ

        ในใจเขาแอบสาบานกับตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำให้เนี่ยตงไห่สูญเสียไปเพราะดินแดนลึกลับในวันนี้ต่อไปเขาจะชดเชยให้หลายร้อยหลายพันเท่า

        ท่านพ่อตระกูลอันส่งจดหมายฉบับหนึ่งมาให้นางปีศาจจิ้งจอกอันซืออี๋นั่นถึงขนาดเชิญให้เนี่ยเทียนไปเป็นแขกที่บ้านตระกูลอัน

        และเวลานี้เองเนี่ยเฉี่ยนเดินเข้ามาจากด้านนอกในมือนางถือกระดาษจดหมายสีชมพูฉบับหนึ่งใช้สายตาแปลกประหลาดมองเนี่ยเทียนส่วนปากกลับพูดกับเนี่ยตงไห่

        อันซืออี๋?”เนี่ยตงไห่ขมวดคิ้วกล่าว:บอกคนที่เอาจดหมายมาส่งว่าช่วงนี้เนี่ยเทียนป่วยไม่สะดวกออกไปด้านนอก

        อ้อเนี่ยเฉี่ยนพยักหน้าจากนั้นก็ถลึงตาใส่เนี่ยเทียนหนึ่งครั้งอายุน้อยแค่นี้ก็รู้จักดึงดูดความสนใจจากคนอื่นซะแล้วตอนนี้ดีนักล่ะอีกนิดเดียวนางปีศาจจิ้งจอกนั่นก็จะมาเยือนถึงบ้านแล้วไหมล่ะ

        เนี่ยเทียนหดคอลงอย่างกระอักกระอ่วน

        พูดเหลวไหลอะไรหะ?”เนี่ยตงไห่ฮึดฮัดเสียงเย็นหนึ่งครั้งทุกการกระทำของคุณหนูใหญ่ตระกูลอันนั่นไม่มีทางไร้เป้าหมายนางสามารถเดินออกจากเมืองเฮยอวิ๋นไปเป็นคนสำคัญของหอหลิงเป่าได้เจ้าคิดว่านางอาศัยอะไรล่ะ?

        ไม่รอให้เนี่ยเฉี่ยนตอบคำถามเนี่ยตงไห่ก็กล่าวอีกครั้งด้วยสีหน้ามืดคล้ำว่า:นางเห็นว่าทางฝ่ายของเราไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นเสียทีคิดจะลงมือกับเนี่ยเทียนสอบถามเนี่ยเทียนว่าสิบวันนั้นเขาหายไปไหนมา

        เมื่อครู่ข้าเห็นว่าท่านลี่จากไปแล้วถ้าอย่างนั้น...เนี่ยเฉี่ยนเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้อยากจะรู้ความจริงเหมือนกัน

        นับแต่นี้ไปห้ามเจ้าถามเรื่องนั้นอีก!เนี่ยตงไห่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        อ้อเนี่ยเฉี่ยนอึดอัดคับข้องใจอย่างยิ่ง

        เจ้าไปตอบกลับตระกูลเนี่ยซะหลังจากเนี่ยตงไห่ไล่นางออกไปแล้วก็พูดกับเนี่ยเทียนว่า:นางหนูอันซืออี๋นั่นจำไว้ว่าอยู่ให้ห่างนางเข้าไว้เด็กคนนี้เป็นบุคคลที่น่ากลัวที่สุดของเมืองเฮยอวิ๋นเมื่อหลายปีก่อนตระกูลอวิ๋นพยายามท้าทายอำนาจของตระกูลอันในเมืองเฮยอวิ๋นผลคือทั้งล้มตายและบาดเจ็บสาหัส

        เท่าทีข้ารู้มาคนเหล่านั้นของตระกูลอวิ๋นส่วนใหญ่ล้วนตายด้วยน้ำมือของนาง

        เส้นทางการเหยียบย่างเข้าสู่หอหลิงเป่าของนางก็เต็มไปด้วยคาวเลือดเช่นเดียวกันผู้หญิงคนนี้โหดเหี้ยมอำมหิตแม้แต่ผู้ฝึกลมปราณของหอหลิงเป่าก็ยังถูกนางสังหารไปไม่น้อย

        เจ้าคงไม่รู้ว่านับแต่ที่นางกลับมายังเมืองเฮยอวิ๋นอยู่ๆตระกูลอวิ๋นก็สงบเสงี่ยมกันขึ้นมากะทันหันนางหยวนชิวอิ๋งผู้นั้นเมื่อเทียบกับนางแล้วเรียกได้ว่าไม่มีค่าพอให้พูดถึงเลยล่ะ

        ในคำพูดของเนี่ยตงไห่เต็มไปด้วยความกริ่งเกรงต่ออันซืออี๋เขากลัวว่าด้วยความที่ไม่รู้อาจทำให้เนี่ยเทียนไม่รู้จักหวาดกลัวทะเล่อทะล่าไปมีเรื่องกับอันซืออี๋เข้า

        ข้าจะเชื่อฟังท่านขอรับเนี่ยเทียนแอบหวาดหวั่นอยู่กับตัวเอง

        เขารู้ความเก่งกาจของอันซืออี๋แต่กลับนึกไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนั้นจะร้ายกาจได้ถึงขนาดที่ท่านตาของเขาประเมินให้เป็นบุคคลที่น่ากลัวที่สุดของเมืองเฮยอวิ๋น

        เอาล่ะเจ้าเองก็ไม่ต้องเป็นกังวลมากในสายตาของผู้หญิงคนนั้นเจ้า...รวมไปถึงตระกูลเนี่ยของเราล้วนเป็นเพียงบุคคลต่ำต้อยยังไงซะเบื้องหลังของเราก็ยังมีสำนักหลิงอวิ๋นอยู่ขอแค่เจ้าอยู่ในจวนตระกูลเนี่ยยังไงนางก็ต้องให้เกียรติสำนักหลิงอวิ๋นไม่มีทางกล้าทำตัวซี้ซั้วหรอกเนี่ยตงไห่ลูบคลำศีรษะของเขาลี่ฝานกลับไปแล้วต่อไปก็ไม่ต้องระวังตัวมากขนาดนั้นอีกแล้วกริชที่หญิงตระกูลอันมอบให้เจ้าเจ้าสามารถลองเอามาเล่นดูได้แล้วก็...เรื่องที่ก่อนหน้านี้ไม่สะดวกจะทำก็ลองทำได้แล้ว

        พูดมาถึงตรงนี้อยู่ๆเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงกล่าวแนะนำอีกครั้ง:แต่เรื่องประหลาดอย่างรอยแยกของห้วงมิตินั่นพยายามอย่าให้ปรากฏที่ตระกูลเนี่ยจะดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมาอีกรอบ

        ข้าเข้าใจแล้วในใจเนี่ยเทียนกระจ่างแจ้ง

        ไปเถอะเนี่ยตงไห่โบกมือ

        เนี่ยเทียนจึงรีบกลับไปที่ชั้นสามทันที

        สามเดือนมานี้เขารู้ว่ากระดูกสัตว์ไม่ธรรมดาจึงไม่กล้าไปแตะต้องมันเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลี่ฝานจับได้ถึงความผิดปกติ

        แม้แต่กริชเล่มนั้นที่อันซืออี๋มอบให้หลังจากที่เนี่ยตงไห่บอกว่ามันคืออาวุธวิเศษขั้นกลางเขาก็ไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่ามเช่นกัน

        อาวุธวิเศษแบ่งออกเป็นห้าขั้นได้แก่ขั้นต่ำขั้นกลางขั้นสูงขั้นเชี่ยวชาญขั้นอมตะแต่ละขั้นจะแบ่งออกเป็นอีกเจ็ดระดับ

        ส่วนผู้ฝึกลมปราณจะแบ่งออกเป็นสิบขั้นได้แก่หลอมลมปราณท้ายสวรรค์กลางสวรรค์ต้นสวรรค์เขตสามัญเขตลี้ลับเขตวิญญาณแดนว่างเปล่าแดนเอตทัคคะแดนเทพเจ้า

        โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกลมปราณในขั้นหลอมลมปราณและท้ายสวรรค์ครอบครองอาวุธวิเศษขั้นต่ำก็มากเพียงพอที่จะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมา

        อาวุธวิเศษขั้นกลางอย่างน้อยจำเป็นต้องถึงขั้นกลางสวรรค์ก่อนถึงจะสามารถแสดงพลานุภาพที่แท้จริงของมันออกมาได้

        ตลอดทั้งตระกูลเนี่ยอาวุธวิเศษขั้นกลางมีน้อยยิ่งกว่าน้อย

        ก็ด้วยเหตุนี้เมื่อเนี่ยเป่ยชวนมองออกว่ากริชที่อันซืออี๋มอบให้เขาคืออาวุธวิเศษขั้นกลางถึงได้คิดจะยึดครองอย่างหน้าด้านๆ

        อาวุธวิเศษขั้นกลางผู้หญิงคนนั้น...ช่างมือเติบนัก

        เนี่ยเทียนพึมพำเบาๆหนึ่งประโยคหยิบเอากริชสีชาดที่ยาวครึ่งแขนเล่มนั้นออกมาใช้นิ้วมือลูบคลำไปบนคมมีดที่ลื่นแวววาวพยายามใช้พลังวิญญาณกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

        ฟู่วฟู่ว!

        เปลวไฟสีแดงเส้นเล็กเรียวยาวเส้นแล้วเส้นเล่าพลันปรากฏออกมาจากในกริชเล่มนั้น

        กริชสีชาดเล่มนั้นอยู่ๆก็ปล่อยเปลวเพลิงออกมาส่วนปลายกริชก็มีแสงสีรุ้งแหลมคมพุ่งออกมากะทันหัน

        และเวลานี้เองกระดูกสัตว์ที่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าคาดเอวเปลี่ยนมาเป็นร้อนแผดเผาราวกับต้องการขานรับ

        แรงดึงดูดแปลกประหลาดระลอกหนึ่งพลันก่อกำเนิดขึ้นมาในกระดูกสัตว์เนี่ยเทียนมองเห็นอย่างชัดเจนว่าแสงสีรุ้งที่สาดออกมาจากปลายกริชแหลมนั่นอยู่ๆก็บิดโค้งหงิกงอเห็นได้ชัดว่าถูกกระดูกสัตว์ลากดึงเอาไว้

        วินาทีถัดมาเขาก็มองเห็นว่าระหว่างที่แสงรุ้งคมกริบจากกริชเล่มนั้นเกิดการบิดเบือนมันก็ถูกกลืนเข้าไปในกระดูกสัตว์อย่างรวดเร็ว

        เปลวไฟสีชาดหนาแน่นเหล่านั้นที่ด้านในตัวกริชสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ามันจางหายไปอย่างรวดเร็ว

        ไม่นานกริชที่เพิ่งแสดงความมหัศจรรย์ก็ดับแสงลงกลายเป็นวัตถุธรรมดาอย่างหนึ่ง

        ปุ้ง!

        สุดท้ายก็มีเสียงประหลาดดังออกมาจากในกริชราวกับว่าถูกบางอย่างยับยั้งเอาไว้จนถูกทำลายอย่างสมบูรณ์แบบ

        เวลาเดียวกันนั้น

        อันซืออี๋เพิ่งได้รับข่าวว่าเนี่ยตงไห่ปฏิเสธคำเชื้อเชิญของนางแทนเนี่ยเทียนอย่างโจ่งแจ้ง

        ปุ้ง!

        เสียงประหลาดแบบเดียวกันกับที่ดังออกมาจากในกริชเล่มนั้นดังมาจากวัตถุบางอย่างที่อยู่ในชายแขนเสื้อของนางทำให้นางต้องร้องเอ๊ะขึ้นมาเบาๆอย่างห้ามไม่ได้

        หึตระกูลเนี่ยที่ตกอยู่ในภาวะยากแค้นแสนเข็นไม่มีทางทำลายอาวุธวิเศษขั้นกลางชิ้นหนึ่งโดยไร้สาเหตุแน่นอนกริชตะวันแดงเล่มนั้นอยู่ในมือของเด็กนั่นตอนนี้กริชตะวันแดงกลับสิ้นค่าลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วน่าสนใจไม่เบา

        ตอนนี้ข้ายิ่งอยากรู้มากขึ้นเสียแล้ว

        ------

        [1]หนึ่งเค้อ(一刻)เท่ากับสิบห้านาที

         

ความคิดเห็น

COMMENT
11 เดือน ที่แล้ว

อ่านมาตั้งนาน เพิ่งจะได้รู้ระดับพลัง กะ อาวุธ เหอะ แถมยังดูมั่วๆอีก ระดับสวรรค์ละยังกับไปสามัญ ระดับท้ายแล้วไประดับต้น •…•

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK