เรื่อง ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี
ติดตาม
เล่มที่ 2 บทที่ 33 ป้ายคำสั่งที่ได้มาโดยไม่คาดคิด
เล่มที่ 2 บทที่ 33 ป้ายคำสั่งที่ได้มาโดยไม่คาดคิด
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

        ขณะที่กล่าวเนี่ยตงไห่ก็หยิบป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งจากหน้าอกออกมาส่งให้กับเนี่ยเทียน

        ป้ายคำสั่งขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเมื่อมาอยู่ในมือให้ความรู้สึกเย็นเฉียบราวกับทำมาจากหยกเย็นชิ้นหนึ่ง

        หน้าตรงของป๋ายคำสั่งสลักรูปหอเรือนแห่งหนึ่งที่มีเครื่องประดับส่องแสงพราวระยับบนหลังคาหอเรือนมีอาวุธวิเศษงดงามมากมายตั้งกองอยู่เมื่อพลิกป้ายคำสั่งกลับเนี่ยเทียนก็เห็นคำว่าหอหลิงเป่าทันที

        นี่คือ?”เนี่ยเทียนกล่าวอย่างสงสัย

        ป้ายคำสั่งที่เอาไว้ใช้ร่วมการประลองเนี่ยตงไห่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก็อธิบายอย่างละเอียดเจ้าเองก็รู้ว่ารอบด้านเมืองเฮยอวิ๋นของเรายังมีเมืองที่ขนาดเท่ากันอีกหกแห่งเมืองหกแห่งนั้นแบ่งออกเป็นเมืองซุ่ยกู่เมืองจิงเหลยเมืองอั้นซิงเมืองหันสือเมืองเหลิ่งเยว่เมืองหวงซา

        ในบรรดาเมืองทั้งหกแห่งนั้นมีตระกูลที่เหมือนกับตระกูลเนี่ยของเราอยู่เยอะมากซึ่งตระกูลพวกนั้นต่างก็พึ่งพาอำนาจของผู้ฝึกลมปราณที่ต่างกันออกไป

        ในภูเขาและแม่น้ำระหว่างเมืองทั้งเจ็ดมีสำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งสี่แห่งสำนักหลิงอวิ๋นเป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น

        นอกจากสำนักหลิงอวิ๋นแล้วยังมีหอหลิงเป่าหุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้

        เมืองเฮยอวิ๋นของเราตระกูลเนี่ยรับใช้สำนักหลิงอวิ๋นตระกูลอันพึ่งพาหอหลิงเป่าตระกูลอวิ๋น...ถือเป็นตระกูลในสังกัดของหุบเขาเทา

        ตระกูลของอีกหกเมืองที่เหลือซึ่งเหมือนตระกูลเนี่ยของเราต่างก็เป็นตระกูลมนุษย์ที่อยู่ในสังกัดของหอหลิงเป่าสำนักหลิงอวิ๋นหุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้ช่วยผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่ขั้วอำนาจใหญ่หักร้างถางพงขุดเขาหาแร่ให้แก่พวกเขาช่วยพวกเขาปลูกพืชวิเศษหรือไม่ก็จัดการเรื่องราวต่างๆในโลกมนุษย์ให้กับพวกเขา

        เนี่ยเทียนสีหน้าจริงจังฟังพลางพยักหน้าไปด้วยเป็นอย่างนี้นี่เอง

        ว่ากันว่าหอหลิงเป่าสำนักหลิงอวิ๋นหุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้ต่างก็อยู่ในสังกัดของพันธมิตรผู้ฝึกลมปราณแห่งหนึ่งแม้ว่าขั้วอำนาจของผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่นี้ต่างก็เป็นพันธมิตรเดียวกันแต่โดยส่วนตัวแล้วกลับมีการแข่งขันกันเองการชิงดีชิงเด่นระหว่างคนรุ่นเล็กเกิดขึ้นให้เห็นบ่อยครั้ง

        การแข่งขันเดิมทีก็เป็นการขัดเกลาประสบการณ์ที่จำเป็นของผู้ฝึกลมปราณ

        ผู้ที่ควบคุมอำนาจของผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่สำนักนั้นอันที่จริงแล้วต่างก็จงใจให้ท้ายเรื่องการแข่งขันระหว่างผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยกันในสายตาของพวกเขาผู้ฝึกลมปราณที่มีพรสวรรค์ที่แท้จริงแล้วคิดจะไต่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของขอบเขตล้วนจำเป็นต้องผ่านประสบการณ์เหล่านี้ทั้งสิ้น

        เนื่องด้วยในปีนั้นตัวพวกเขาเองก็เดินนำหน้าคนรุ่นเดียวกันไปทีละก้าวอย่างนี้เช่นกันสุดท้ายถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างปัจจุบัน

        เพื่อขัดเกลาเด็กรุ่นเล็กขั้วอำนาจใหญ่ทั้งสี่นี้จึงมักจะจงใจสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาเป็นประจำเพื่อให้เด็กรุ่นเล็กได้แข่งขันกันเองระหว่างการแข่งขันก็ได้ฝึกฝนการควบคุมพลังวิญญาณอย่างชำนาญและลึกซึ้งเพื่อบรรลุถึงความมหัศจรรย์ที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละขอบเขต

        แน่นอนว่าภายใต้การวางแผนของพวกเขาทุกอย่างล้วนอยู่ในความควบคุม

        เช่นเดียวกับครั้งนี้...

        พูดมาถึงตรงนี้เนี่ยตงไห่ก็หยุดไปครู่หนึ่งให้เนี่ยเทียนได้คิดตามคำพูดของเขา

        เนี่ยเทียนขบคิดอยู่ครู่หนึ่งไม่นานก็เข้าใจจุดประสงค์ของสำนักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ทั้งสี่นั่นพยักหน้าแสดงว่าให้เขาพูดต่อไปได้

        ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตามีโลกลึกลับแปลกประหลาดดำรงอยู่มากมายโลกลึกลับเหล่านั้นตั้งอยู่ในฟ้าดินเดียวกันกับพวกเขาแต่กลับมีความมหัศจรรย์แตกต่างกันออกไป

        โลกลึกลับบางแห่งอันตรายอย่างถึงที่สุดจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมิอาจถูกปราบปรามได้

        แล้วก็มีโลกลึกลับบางแห่งที่เมื่อผ่านการกวาดล้างจากขั้วอำนาจใหญ่ทั้งสี่จึงถูกวิเคราะห์ศึกษาอย่างถึงรากถึงโคนไม่มีความลับใดหลงเหลืออยู่นานแล้ว

        โลกลึกลับแห่งหนึ่งที่ชื่อว่ามายามรกตที่หอหลิงเป่าเป็นผู้ควบคุมก็คือโลกลึกลับที่ถูกพิชิตอย่างสมบูรณ์แบบข้าได้ยินมาว่าโลกมายามรกตเพิ่งถูกค้นพบด้านในนั้นไม่เพียงแต่มีสัตว์วิเศษระดับสูงทั้งยังมีเผ่าพันธ์ที่ดุร้ายแตกต่างไปจากพวกเราอยู่ด้วย

        แต่ว่าภายใต้การร่วมมือกันของผู้ฝึกลมปราณแข็งแกร่งทั้งสี่สำนักใหญ่เผ่าดุร้ายในโลกมายามรกตรวมไปถึงสัตว์วิเศษระดับสูงเหล่านั้นจึงถูกถอนรากถอนโคนเสียเกลี้ยง

        วัตถุวิเศษระดับสูงในโลกมายามรกตซากกระดูกของสัตว์วิเศษความลับของคนต่างเผ่าถูกขั้วอำนาจยิ่งใหญ่ทั้งสี่แบ่งฮุบกันไปนานแล้ว

        แต่โลกมายามรกตยังคงดำรงอยู่

        เนื่องจากสี่ขั้วอำนาจใหญ่ต้องการฝึกเกลาเด็กรุ่นเล็กจึงจงใจเหลือสัตว์วิเศษระดับต่ำเอาไว้ไม่ฆ่าทิ้งทุกระยะห่างหลายปีก็จะจัดให้เด็กในขอบเขตหลอมลมปราณเข้าร่วมประลองในโลกมายามรกต

        ให้พวกเขาใช้การถูกข่มขู่อย่างเหมาะสมจากสัตว์วิเศษใช้การแก่งแย่งชิงดีระหว่างกันมาขัดเกลาเทคนิคการต่อสู้ของตัวเองขัดกล่อมจิตใจของตัวเองบรรลุถึงความมหัศจรรย์ของขอบเขต

        เนื่องจากโลกมายามรกตเป็นของหอหลิงเป่าดังนั้นการประลองทุกครั้งหอหลิงเป่าจึงมีอัตราผู้เข้าประลองสิบห้าคน

        สำนักหลิงอวิ๋นหุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้ต่างก็มีกันสำนักละสิบอัตรา

        การประลองครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดิมอำนาจยิ่งใหญ่ทั้งสี่จะจัดหาเด็กรุ่นเล็กขั้นหลอมลมปราณสี่สิบห้าคนเข้าไปในโลกมายามรกต

        ไม่นานมานี้ข้าก็เพิ่งได้ยินมาว่าเนี่ยเสียนเองก็เป็นหนึ่งในสิบชื่อของสำนักหลิงอวิ๋นเนี่ยเสียนถึงหลอมลมปราณขั้นเก้าแล้วขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็เหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ได้แล้วสำนักหลิงอวิ๋นเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อผ่านโอกาสครั้งนี้เขาจะสามารถบรรลุถึงความมหัศจรรย์ในการใช้พลังวิญญาณจากนั้นก็เลื่อนขั้นสู่ท้ายสวรรค์ได้อย่างราบรื่น

        ตลอดทั้งสำนักหลิงอวิ๋นมีเพียงสิบอัตราพวกลูกหลานของผู้เฒ่าในสำนักก็ฮุบกันไปแล้วหลายอัตราอัตราที่เหลือสำนักหลิงอวิ๋นจึงมอบให้กับตระกูลอื่นที่พึ่งพาพวกเขาเช่นเดียวกับตระกูลเนี่ยของเรา

        ตระกูลเนี่ยกลับไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น

        เนื่องจากตระกูลเนี่ยของเราไม่ได้อัตราดังนั้น...เรื่องนี้ข้าจึงไม่ได้บอกกับเจ้า

        พูดมาถึงตรงนี้เขาก็มองป้ายคำสั่งในมือของเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำกล่าว:ข้านึกไม่ถึงเลยว่านางหนูตระกูลอันนั่นจะถึงกับส่งป้ายคำสั่งมาให้เจ้าอย่างนี้

        เห็นได้ชัดว่านางคิดจะให้เจ้าเข้าไปในโลกมายามรกตด้วยป้ายคำสั่งแผ่นนี้เพื่อให้หอหลิงเป่าหรือคนใดก็ตามของตระกูลอันคอยจับตามองเจ้าในโลกมายามรกตหวังหาความลับของการเกิดรอยร้าวห้วงมิติจากตัวเจ้า

        แม้ว่าข้าจะรู้จุดประสงค์ของนางแต่โอกาสเช่นนี้ก็หาได้ยากยิ่งจึงตัดสินใจให้เจ้าไปลองดู

        ในความเป็นจริงแล้วก่อนหน้าที่จะเข้ามาใจของเนี่ยตงไห่ยังคงลังเลว่าจะให้เนี่ยเทียนไปที่โลกมายามรกตดีหรือไม่

        เด็กรุ่นเล็กที่เข้าไปในโลกมายามรกตส่วนหนึ่งนั้นคือลูกศิษย์ของหอหลิงเป่าสำนักหลิงอวิ๋นหุบเขาเทาอารามเสวียนอู้อีกส่วนหนึ่งก็คือผู้มีพรสวรรค์จากแต่ละตระกูลในเจ็ดเมือง

        ผู้ที่ได้เข้าไปส่วนใหญ่แล้วมักจะอยู่ในขั้นหลอมลมปราณหกจนถึงหลอมลมปราณเก้าแล้วก็มีคนหลายส่วนที่มักจะขาดอีกก้าวเดียวก็ถึงท้ายสวรรค์

        ในโลกมายามรกตขอแค่ไม่ให้มีคนตายไม่ว่าจะเป็นการสู้รบแบบใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น

        ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้การต่อสู้จึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากถูกคนโจมตีจนบาดเจ็บหนักก็ไม่สามารถโทษคนอื่นได้

        เนี่ยเทียนที่อยู่แค่หลอมลมปราณหกจะให้ไปโลกมายามรกตในตอนนี้เดิมทีเขาไม่วางใจอย่างมากคิดจะยอมทิ้งโอกาสไป

        ทว่าเมื่อเขาเข้ามาในห้องแล้วสังเกตเห็นหินชิงเหยียนนั่นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆร่วงเต็มพื้น...

        ...เขาจึงเปลี่ยนความคิดทันที

        ท่านตา!โลกมายามรกตนั่นข้าต้องเข้าไปให้ได้!ท่านวางใจเถอะอยู่ในนั้นข้าไม่มีทางเสียเปรียบแน่!เนี่ยเทียนกำป้ายคำสั่งที่อันซืออี๋มอบไว้ให้แน่นตลอดร่างของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ฮึกเหิมปณิธานในการรบพลุ่งพล่าน

        ไม่รู้ว่าเหตุใดพอนึกถึงการต่อสู้กับคนวัยเดียวกันในโลกมายามรกตเลือดของเขาก็พลันเดือนพล่านอยากจะพุ่งเข้าไปในนั้นเสียเดี๋ยวนี้

        ราวกับว่าตั้งแต่เกิดมาเขาก็กระหายการสู้รบอยู่แล้ว!

        ดี!เนี่ยตงไห่เองก็สัมผัสได้ถึงปรารถนาในการรบของเขา

        ป้ายคำสั่งนี้มาจากหอหลิงเป่าเจ้าต้องเข้าไปในนั้นพร้อมกับคนของหอหลิงเป่าพรุ่งนี้เช้าจะมีคนของหอหลิงเป่ามารับเจ้าที่ตระกูลเนี่ยพาเจ้าไปที่โลกมายามรกต

        สิ่งของใดที่อาจก่อให้ห้วงมิติเกิดการเปลี่ยนแปลงทางที่ดีที่สุดเจ้าควรเก็บไว้ในที่มิดชิดอย่านำเข้าไปในโลกมายามรกตด้วย

        อีกอย่างเมื่ออยู่ในโลกมายามรกตข้าเชื่อว่าจะมีคนของหอหลิงเป่าจับตามองเจ้าเจ้าต้องระมัดระวังให้มาก

        เข้าใจแล้วขอรับเนี่ยเทียนพยักหน้า

        เขาเองก็รู้ดีว่าอันซืออี๋ไม่มีทางนำป้ายคำสั่งของโลกมายามรกตมามอบให้โดยไร้สาเหตุเป็นแน่ในโลกมายามรกตจะต้องมีคนของอันซืออี๋คอยจับตามองเขาอยู่ตลอดเวลาแน่นอนเพราะหวังจะไขปริศนาการเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติที่ตระกูลเนี่ยเพื่อจะได้ครอบครองดินแดนลึกลับที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอีกหนึ่งแห่ง

        ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่เอากระดูกสัตว์ชิ้นนั้นเข้าไปที่โลกมายามรกต

        ......

        เวลาเดียวกันตระกูลอวิ๋น

        อวิ๋นจื้อกั๋วสีหน้าปิติยินดีฮัมเพลงมาตลอดทางที่กลับมายังบ้านของตัวเอง

        ในห้องหยวนชิวอิ๋งและอวิ๋นซงลูกของนางและยังมีคนสนิทอีกสองสามคนที่นางพามาจากตระกูลหยวนรอคอยเขาอยู่ด้วยความร้อนใจนานแล้ว

        มองเห็นอวิ๋นจื้อกั๋วกลับเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าหยวนชิวอิ๋งพลันตื่นเต้นรีบถามขึ้น:เป็นอย่างไรบ้าง?ช่วงชิงมาได้หรือไม่?

        อวิ๋นจื้อกั๋วหัวเราะฮ่าๆ

        ซงเอ๋อร์เพิ่งอายุสิบเอ็ดปีก็อยู่ในขั้นหลอมลมปราณหกแล้วตลอดทั้งตระกูลอวิ๋นแน่นอนว่าต้องเป็นเขาที่มีคุณสมบัติไปโลกมายามรกต!

        ข้าก็ว่าแล้วหยวนชิวอิ๋งหัวเราะเบิกบานไม่เห็นแก่หน้าภิกษุสงฆ์ก็ควรต้องเห็นแก่หน้าพระพุทธรูปตระกูลหยวนของข้าคือตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหันสือต่อให้ในบรรดาตระกูลที่พึ่งพาหุบเขาเทาจะมีมากมายทว่าตระกูลหยวนของข้าก็อยู่อันดับหนึ่งข้าแต่งงานกับเจ้าก็ถือว่าลำบากข้ามากพออยู่แล้วแน่นอนว่าตระกูลอวิ๋นต้องให้เกียรติครั้งนี้แก่ท่านพ่อข้า

        ใช่แล้วใช่แล้วอวิ๋นจื้อกั๋วหัวเราะเสียงดัง

        หากไม่ได้แต่งงานกับเจ้าเกรงว่าอัตราครั้งนี้คงจะไม่สามารถเอามาให้ซงเอ๋อร์ได้จริงๆข้าได้ดีเพราะบารมีเจ้าโดยแท้

        เข้าใจก็ดีแล้วหยวนชิวอิ๋งพึงพอใจกับท่าทีของเขามาก

        ขณะที่นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็เห็นว่ามีคนคนหนึ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าแปลกประหลาดคนผู้นั้นก็คือข้ารับใช้อาวุโสของตระกูลหยวนที่นางจัดการให้ไปฆ่าเนี่ยเฉี่ยนและเนี่ยเทียน

        นายหญิงข้าเพิ่งได้ข่าวมาว่าอันซืออี๋ให้คนนำป้ายคำสั่งไปให้เจ้าเด็กเนี่ยเทียนนั่น"

        เนี่ยเทียน!หยวนชิวอิ๋งถลึงตากว้างนึกถึงคำพูดที่เนี่ยเทียนดูหมิ่นนางเมื่อครั้งหน้าหอหลิงเป่าโทสะก็พลันพุ่งปะทุขึ้นมากลางใจซงเอ๋อร์!รอบนี้หยวนเฟิงพี่ชายของเจ้าก็ไปที่โลกมายามรกตเช่นกันเสี่ยวเฟิงเป็นหลานที่ข้ารักมาตั้งแต่เด็กเมื่อหนึ่งปีก่อนเขาก็เหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณเก้าถูกหุบเขาเทารับตัวไปแล้ว

        เมื่อไปถึงโลกมายามรกตเมื่อเจ้ากับเสี่ยวเฟิงเจอเจ้าเนี่ยเทียนนั่นพวกเจ้าต้องพยายามกำจัดมันเพื่อข้าให้ได้!หยวนชิวอิ๋งกล่าวสั่งความอย่างโหดเหี้ยม

        ท่านแม่ท่านวางใจเถอะข้ารู้ว่าควรจะทำเช่นไร!

        ------

ตอนต่อไป
เล่มที่ 2 บทที่ 34 การประลอง!

ความคิดเห็น

COMMENT

Tom Tomm

1 เดือนที่แล้ว

เข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉัน!

Atirat Thaitham

1 ปีที่แล้ว

อีนี่มันบ้า

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ