[นิยายแปล] ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี
เล่มที่ 2 บทที่ 34 การประลอง!
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        การประลองในโลกมายามรกตจัดขึ้นสิบปีครั้งเกี่ยวพันกับสี่สำนักและยี่สิบห้าตระกูลของเจ็ดเมือง

        เมืองทั้งเจ็ดที่อยู่ในระดับเดียวกับเมืองเฮยอวิ๋นมีทั้งหมดยี่สิบห้าตระกูลบางตระกูลที่แสดงออกได้ดีในช่วงที่ผ่านมาสี่สำนักก็จะมอบอัตราให้เป็นรางวัล

        ตระกูลเหล่านั้นจะจัดหาเด็กรุ่นเล็กที่มีพรสวรรค์มากที่สุดเดินทางเข้าไปในโลกมายามรกตพร้อมกับบุคคลที่โดดเด่นของสี่สำนัก

        ขณะที่การประลองในโลกมายามรกตครั้งนี้ใกล้จะเริ่มขึ้นยี่สิบห้าตระกูลในเจ็ดเมืองต่างก็เตรียมพร้อมนำทรัพยากรทั้งหมดในตระกูลมาใช้กับตัวของเด็กรุ่นเล็กที่จะเข้าร่วมการประลอง

        เด็กรุ่นเล็กบางคนครอบครองอาวุธวิเศษระดับสูงในสำนักบางคนได้รับยาล้ำค่าต่างก็เตรียมพร้อมแสดงศักยภาพออกมาในโลกมายามรกต

        ทว่าเนี่ยตงไห่เนื่องจากหลายปีมานี้ตกอยู่ในภาวะยากแค้นสิ่งที่เขาสามารถมอบให้เนี่ยเทียนได้มีเพียงความเป็นห่วงและคำแนะนำบางอย่าง

        วันที่สอง

        เนี่ยตงไห่พาเนี่ยเทียนมารออยู่หน้าประตูจวนเนี่ยตั้งแต่เช้าตรู่

        อันซืออี๋ผู้นั้นแม้จะอำมหิตโหดเหี้ยมทว่านางยังเป็นคนเคารพกฎอยู่มากนางมีเส้นบรรทัดฐานของตัวเองเคารพตัวตนของตัวเองไม่มีทางลงมือกับเจ้าแน่นอนเนี่ยตงไห่สีหน้าสงบนิ่งมอบเจ้าให้กับนางข้าวางใจมากขอแค่เจ้าจำไว้ว่าเมื่ออยู่ในโลกมายามรกตต้องระวังตัวให้มากอย่าเปิดเผยความลับของตัวเองออกมาก็พอ

        เนี่ยเทียนพยักหน้าน้อยๆท่านตาท่านวางใจเถอะขอรับข้าจะดูแลตัวเองให้ดี

        อืมเนี่ยตงไห่หรี่ตามองไปทางตำแหน่งที่ตั้งของตระกูลอวิ๋นในเมืองอวิ๋นซงลูกชายอวิ๋นจื้อกั๋วครั้งนี้ก็ได้ไปโลกมายามรกตด้วยหยวนชิวอิ๋งสตรีชั่วข้าผู้นั้นเกลียดเจ้าเข้ากระดูกข้ากังวลว่านางจะกำชับให้อวิ๋นซงลงมือโหดเหี้ยมกับเจ้าในโลกมายามรกต

        อวิ๋นซง?”เนี่ยเทียนมุ่ยปากกล่าวอย่างดูถูก:ตอนที่ข้าหลอมลมปราณสี่ก็โจมตีจนเขากระอักเลือดนี่เพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่เดือนเขาน่าจะยังอยู่ในขั้นหลอมลมปราณหกส่วนข้า...ตอนนี้ก็หลอมลมปราณหกเช่นกันหึตัวเขาเองมากกว่าที่ควรภาวนาว่าอย่าให้เจอข้าในโลกมายามรกต!

        ที่ข้ากังวลไม่ได้มีเพียงแค่เขาหยวนเฟิงแห่งตระกูลหยวนเมืองหันสือมีความสัมพันธ์อันดีกับหยวนชิวอิ๋งตั้งแต่เด็กเจ้าเด็กคนนั้นต่างหากถึงจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมอย่างแท้จริงเนี่ยตงไห่มีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อหนึ่งปีก่อนหยวนเฟิงก็ฝ่าไปถึงขั้นหลอมลมปราณเก้าถูกหุบเขาเทารับตัวไปอย่างเป็นทางการแล้วอีกอย่างในหุบเขาเทาเขาก็ได้รับความสำคัญมากผู้นำทัพการประลองครั้งนี้ของหุบเขาเทาก็คือหยวนเฟิง!

        หยวนเฟิงอายุมากกว่าเจ้าขอบเขตก็สูงกว่าเจ้าในฐานะที่เป็นผู้นำทัพของหุบเขาเทาครั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมประลองของหุบเขาเทาทุกคนล้วนฟังคำสั่งเขาทั้งสิ้น

        เจ้าจำเอาไว้ว่าต้องอยู่กับผู้ประลองของหอหลิงเป่าเข้าไว้พยายามอย่าแยกห่างออกไป

        หากพลัดหลงกันโดยไม่ได้ตั้งใจหากเป็นไปได้เจ้าก็ไปหาเนี่ยเสียนและรวมกลุ่มกับผู้ประลองของสำนักหลิงอวิ๋นแม้ว่าเจ้าจะเข้าไปกับหอหลิงเป่าแต่ยังไงซะตระกูลเนี่ยก็เป็นตระกูลในสังกัดของสำนักหลิงอวิ๋นผู้นำของสำนักหลิงอวิ๋นน่าจะยอมรับเจ้า

        เมื่ออยู่ในโลกมายามรกตการรวมกลุ่มกันเป็นเรื่องที่สำคัญมากพลังของตัวเองเป็นเพียงด้านหนึ่งเท่านั้นจำเอาไว้ให้ดี!

        เนี่ยตงไห่กำชับด้วยความจริงจัง

        เนี่ยเทียนตั้งใจฟังคอยพยักหน้าอยู่ตลอดเวลายิ่งรอคอยการประลองในโลกมายามรกตมากขึ้น

        เขาชื่นชอบการแข่งขันเช่นนี้มาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว!

        มองเนี่ยเทียนที่เต็มไปด้วยปณิธานในการรบเนี่ยตงไห่แอบพยักหน้าอยู่กับตัวเองพลันรู้สึกขึ้นมาว่าการประลองในโลกมายามรกตบางทีอาจจะทำให้เนี่ยเทียนมีความคิดใหม่เข้าใจได้ถึงความอันตรายและความโหดร้ายในโลกของผู้ฝึกลมปราณอย่างแท้จริง

        เขาแอบรู้สึกว่าเนี่ยเทียนสามารถปรับตัวเข้ากับที่นั่นได้

        ท่านผู้อาวุโสเนี่ยคุณหนูของข้าให้ข้ามารับเนี่ยเทียนไปที่โลกมายามรกตอันเหอข้ารับใช้เก่าแก่ตระกูลอันขี่รถม้าคันหนึ่งมาตามทางที่เงียบสงบในยามเช้า

        รบกวนแล้วเนี่ยตงไห่กล่าวขอบคุณจากนั้นก็หันไปกล่าวกับเนี่ยเทียน:เรียกท่านลุงอันสิ

        ท่านลุงอัน!เนี่ยเทียนรีบทำความเคารพ

        อันเหอที่รูปร่างออกไปทางอ้วนฉุสีหน้าไร้อารมณ์พยักหน้าให้เนี่ยเทียนบอกเป็นนัยให้เขาขึ้นรถ

        เนี่ยเทียนเองก็ไม่ชักช้าเดินเข้าไปนั่งในรถม้าท่ามกลางสายตามองส่งของเนี่ยตงไห่

        หลังจากที่เขาขึ้นรถไปแล้วอันเหอก็พูดกับเนี่ยตงไห่ว่า:ท่านผู้อาวุโสไม่ต้องเป็นกังวลข้าจะเป็นคนปกป้องเนี่ยเทียนให้ไปร่วมการประลองแห่งโลกมายามรกตเองระหว่างทางไม่มีทางมีเรื่องชั่วช้าอย่างการลอบโจมตีเกิดขึ้นแน่นอน

        อันเหอมองไปทางทิศที่ตั้งของจวนตระกูลอวิ๋นด้วยสายตาเหมือนมีความหมายแต่ก็เหมือนไม่มี

        ขอบคุณมากเนี่ยตงไห่ประสานมือคารวะ

        เห็นได้ชัดว่าเขารู้ถึงตำแหน่งของอันเหอในตระกูลอันเป็นอย่างดีและก็รู้ถึงความสามารถของอันเหอด้วยดังนั้นจึงวางใจอย่างมาก

        ครึ่งปีต่อมาข้าจะพาเนี่ยเทียนกลับมาส่งอย่างปลอดภัยกล่าวจบอันเหอก็ไม่พูดอะไรมากอีกสะบัดแส้ลงไปบนม้าสีดำบึกบึนสี่ตัวอย่างแรง

        บนถนนที่เงียบสงบมีเสียงทรงพลังของเกือกม้าที่กระทบพื้นดังขึ้นมาทันทีและรถม้าก็ค่อยๆเคลื่อนห่างไปไกลไม่นานก็หายไปจากเส้นสายตาของเนี่ยตงไห่

        ......

        สามวันต่อมาท่ามกลางบึงน้ำที่เงียบสงัดไร้ผู้คนซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองจิงเหลย

        พืชหนีท่านเสี่ยน[1]ผืนใหญ่กระจายอยู่เต็มบึงน้ำตรงทะเลสาบขนาดเล็กที่น้ำค่อนข้างใสแห่งหนึ่งอันซืออี๋รู้สึกร้อนอบอ้าวมือเรียวยาวราวลำเทียนโบกสะบัดพัดกระดาษที่อยู่ในมือกำลังอธิบายถึงเรื่องที่จำเป็นต้องระวังในโลกมายามรกตให้หนุ่มสาวที่แต่งกายประณีตสิบสี่คนฟัง

        หนุ่มสาวอ่อนเยาว์สิบสี่คนเหล่านั้นมีทั้งคนที่มาจากหอหลิงเป่าและผู้ที่มาจากตระกูลซึ่งพึ่งพาหอหลิงเป่า

        ขอบเขตของพวกเขาส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่หลอมลมปราณขั้นเจ็ดและขั้นแปดมีเพียงสามคนเท่านั้นที่หลอมลมปราณขั้นเก้า

        สามคนนั้นสวมอาภรณ์สะอาดสะอ้านสีเหลืองสดตรงหน้าอกข้างซ้ายปักคำว่าเป่าเอาไว้อาภรณ์ของพวกเขาแตกต่างไปจากอีกสิบเอ็ดคนอย่างเห็นได้ชัด

        พวกเขาล้วนเป็นลูกศิษย์ที่ได้รับการยอมรับจากสำนักหลิงเป่าแล้ว

        ลูกศิษย์ของสำนักหลิงเป่าชายสองหญิงหนึ่งผู้นำกลับเป็นสาวน้อยงดงามผู้หนึ่ง

        หญิงสาวผู้นั้นมีลักษณะเหมือนอันซืออี๋อยู่หลายส่วนอายุน้อยๆก็มีทรวดทรงองค์เอวเว้าโค้งชัดเจนการกระทำมีลักษณะของผู้สูงศักดิ์เห็นได้ชัดว่าเคยชินกับการออกคำสั่ง

        พอทีๆพูดมากขนาดนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?”หญิงสาวที่ชื่อว่าอันอิ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์เรื่องพวกนั้นที่เจ้ากำชับก่อนจะมาที่นี่ผู้อาวุโสในหอก็เคยพูดแล้วไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาพูดซ้ำอีกรอบ!

        เจ้านั่นแหละที่พูดมาก!อันซืออี๋ถลึงตาใส่นางหนึ่งที

        อันอิ๋งหัวเราะเบาๆหนึ่งครั้งเสียงใสกังวานราวนกจาบฝนเสียงสวรรค์ใครใช้ให้เจ้าเป็นพี่สาวข้าเล่า?พวกเขารำคาญเจ้าแต่ไม่กล้าพูดข้าก็ต้องพูดให้น่ะสิ

        ไม่รอให้อันซืออี๋กล่าวสั่งสอนนางนางก็แย่งพูดขึ้นมาอีกว่า:เจ้าเด็กตระกูลเนี่ยนั่นเมื่อไหร่จะมาถึง?เขาไม่ใช่คนของหอหลิงเป่าเราสักหน่อยให้พวกเราหลายคนมารอเขาคนเดียวแบบนี้ช่างวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก!

        อันอิ๋งที่ขอบเขตบรรลุถึงหลอมลมปราณขั้นเก้าได้เป็นลูกศิษย์ของหอหลิงเป่านานแล้วและนางก็คือผู้นำในการประลองครั้งนี้ของหอหลิงเป่า

        เมื่อสามวันก่อนตอนที่อันซืออี๋กลับไปยังหอหลิงเป่าก็ได้ไปหานางบอกให้นางยกจำนวนคนเข้าร่วมการประลองของตระกูลอันให้กับเด็กของตระกูลเนี่ยคนหนึ่งที่ชื่อเนี่ยเทียน

        อันซืออี๋ให้นางจับตามองเนี่ยเทียนให้ดีตอนอยู่ในโลกมายามรกตคอยสังเกตความผิดปกติทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนร่างของเนี่ยเทียน

        จำนวนคนในการเข้าร่วมประลองของตระกูลอันกว่าจะช่วงชิงมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเดิมคิดจะเตรียมยกให้กับน้องชายคนหนึ่งของอันอิ่ง

        ทว่าการที่อันซืออี๋ยกรายชื่อนี้ให้กับเนี่ยเทียนจึงทำให้อันอิ่งไม่พอใจอย่างมาก

        แม้จะรู้ดีว่าการที่อันซืออี๋ให้เนี่ยเทียนเข้าไปในโลกมายามรกตเพราะมีจุดประสงค์อื่นแต่อันอิ่งก็ยังไม่สบอารมณ์อยู่ดี

        และด้วยเหตุนี้ทั้งๆที่นางยังไม่ได้เจอเนี่ยเทียนจึงเกลียดเนี่ยเทียนที่ฮุบเอาอัตราของน้องชายนางไปเสียแล้ว

        การประลองใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้วทว่าเนี่ยเทียนยังมาไม่ถึงเสียทีทำให้พวกเขาต้องรอนานขนาดนี้จึงยิ่งทำให้นางไม่พอใจเข้าไปใหญ่

        เมืองเฮยอวิ๋นอยู่ห่างจากที่นี่นี่นามาสายหน่อยก็อยู่ในการคาดการณ์ของข้าอยู่แล้วไม่ต้องรีบร้อนคำนวณเวลาดูพวกเขาก็น่าจะมาถึงแล้วล่ะอันซืออี๋รู้ว่านางมีโทสะอยู่ในใจจึงไม่ถือสาเสี่ยวอิ่งแม้ว่าเนี่ยเทียนจะไม่ใช่คนของหอหลิงเป่าทว่าในเมื่อข้ามอบป้ายคำสั่งเชิญเขาเข้ามาในโลกมายามรกตแล้วต่อไปเจ้าก็ควรจะแสดงความใจกว้างออกมาให้มากหน่อยอย่าให้เนี่ยเทียนต้องลำบากใจมากนัก

        ข้าใจกว้างจะตายถึงได้ไม่ถือสาเขาไงล่ะอันอิ่งทำเสียงขึ้นจมูกหนึ่งครั้งเหล่ตามองชายหนุ่มอีกสองคนที่หลอมลมปราณขั้นเก้าซึ่งเป็นลูกศิษย์สำนักหอหลิงเป่าเหมือนกันส่วนคนอื่นข้าคงคอยดูแลได้ไม่มากขนาดนั้น

        ชายหนุ่มสองคนนั้นภายใต้การจับตามองของอันอิ่งต่างก็เชิดหน้าขึ้นน้อยๆใบหน้าเต็มไปด้วยความลำพองใจ

        ยายเด็กคนนี้!อันซืออี๋กล่าวอย่างโมโห

        แน่นอนว่านางย่อมรู้ว่าชายหนุ่มที่หอหลิงเป่ารับเข้าเป็นศิษย์สองคนนั้นชื่นชอบอันอิ่งไม่ว่าเรื่องอะไรก็ฟังนางหมด

        ขอเพียงอันอิ๋งแสดงออกว่าไม่ชอบเนี่ยเทียนเจ้าเด็กสองคนนั้นที่ชื่อว่าเจิ้งรุ่ยและพันเทาย่อมครุ่นคิดหาวิธีทั้งหมดมาก่อกวนเนี่ยเทียนอย่างแน่นอน

        เจิ้งรุ่ยและพันเทาต่างก็เป็นหลานของผู้อาวุโสในหอหลิงเป่าต่อให้เป็นนางเองก็สั่งการไม่ได้

        กล้าเข้าไปในโลกมายามรกตอีกทั้งยังถือป้ายคำสั่งของหอหลิงเป่าเข้าไปก็ควรจะคิดมาก่อนแล้วว่าอาจโดนกลั่นแกล้ง...อันซืออี๋พึมพำอยู่กับตัวเองในใจหนึ่งประโยครู้ว่าต่อให้นางเกลี้ยกล่อมไปก็ไร้ประโยชน์จึงถอดใจจะพูดต่อ

        พี่หญิงท่านวางใจเถอะเมื่ออยู่ในโลกมายามรกตข้าจะดูแลเขาเป็นอย่างดีเชียวล่ะ!อันอิ่งกล่าวด้วยสีหน้าแน่วแน่

        เขามาแล้วและเวลานี้เองอันซืออี๋คิ้วกระตุกน้อยๆพลันหันไปมองทางที่ห่างออกไป

        บนทางดินโคลนเล็กๆเส้นหนึ่งอันเหอแห่งตระกูลอันเดินนำเนี่ยเทียนมาปรากฏตัวให้เห็นช้าๆพวกเขากำลังเดินมาทางนี้ด้วยความรวดเร็ว

        ------

        [1] พืชหนีท่านเสี่ยน(泥炭藓)คือ มอสส์ตระกูลสแปกนั่ม (SphagnumpalustreL.)

         

ความคิดเห็น

COMMENT
3 เดือน ที่แล้ว

จิง คิดจะด่าก็ด่า ถ้าเสียเงินนี้สิค่อยว่าไปอย่าง ทำไมไม่ลองไปเป็นผู้แปลดูละคับ ละคุณลองดูดิตอนโดนด่าโดนว่า คุณจะรู้สึกยังไง ทั้งๆที่เขาก็ให้คุณอ่านฟรี

5 เดือน ที่แล้ว

คุณควรจะให้กำลังใจผู้แปลนะครับ ตอนนี้เป็นตอนอ่านฟรี ก็ยังมาตามตำหนิเค้าอีก มันไม่ได้เสียตังเลย 

8 เดือน ที่แล้ว

ก่อนลงตตรวจซักรอบก่ออนกะดีนะไม่ใช่ซักแต่ว่าลงๆไป 

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK