ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี
เล่มที่ 2 บทที่ 46 ยังมีอีกไหม?
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        เนิ่นนานทุกคนที่ใช้หินวิเศษฟื้นคืนพลังต่างทยอยกันลุกขึ้นยืน

        หิวจังเลย

        ทุกคนเอะอะกันขึ้นมาไม่นานก็เหลือบไปมองซากศพของสัตว์วิเศษเหล่านั้น

        ภายใต้การนำของพันเทาและเจิ้งรุ่ยพวกเขาก่อไฟขึ้นหั่นเนื้อบนร่างของสัตว์วิเศษพวกนั้นออกเป็นชิ้นๆแล้วเสียบเรียงกันเข้าไปในกิ่งไม้จากนั้นก็วางบนกองไฟแล้วเริ่มย่าง

        ไม่นานนักเนื้อที่ถูกเผาจนเหลืองกรอบก็เริ่มส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

        คนทั้งกลุ่มที่หิวโหยอย่างถึงที่สุดแต่ละคนสวาปามกันอย่างรวดเร็วใช้เนื้อของสัตว์วิเศษมาเติมเต็มให้อิ่มท้อง

        อร่อยจัง!

        รสชาติเนื้อนี่นุ่มยิ่งกว่าอาหารที่บ้านอีกนะเนี่ย!

        เนื้อของสัตว์วิเศษไม่ได้เอามากินกันง่ายๆขนาดนั้นคราวนี้ทุกคนมีลาภปากแล้ว!

        นั่งล้อมรอบกองไฟพวกเขาฉีกเนื้อกินอย่างเอร็ดอร่อยมุมปากมันแผล็บใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ

        เวลานี้มีเพียงอันอิ่งที่สูญเสียพลังไปเยอะที่สุดและเนี่ยเทียนที่หลับลึกเท่านั้นที่ยังไม่ฟื้นตัวไม่สามารถดื่มด่ำไปกับอาหารรสเลิศกับคนอื่นได้

        ที่นี่มีสัตว์วิเศษมากพอเดี๋ยวช่วยกันย่างไว้ให้อันอิ่งกับเนี่ยเทียนสักหน่อยรอพวกเขาฟื้นตัวแล้วก็จะได้กินเลยพันเทาแทะขาสัตว์วิเศษที่มันเยิ้มพลางกล่าวกำชับ

        อ้อมีเสียงคนตอบรับ

        พี่เทาท่านเป็นอะไรกันแน่?ทำไมถึงต้องคอยดูแลปกป้องเจ้าเด็กนั่นด้วย?”เจิ้งรุ่ยถือมีดเล่มเล็กหั่นเนื้อออกมาเป็นชิ้นๆแสร้งทำท่าเอาเข้าปากอย่างสง่างามหรือท่านลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้พวกเราเกือบจะต่อสู้กับเจ้าเด็กนั่น?”

        เด็กคนอื่นๆก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดพันเทาต้องดูแลเนี่ยเทียนขนาดนั้นพอได้ยินคำพูดของเจิ้งรุ่ยจึงพากันหันมามอง

        เวลาเปลี่ยนสถานการณ์ก็เปลี่ยนพันเทากล่าวด้วยสีหน้าจริงจังตอนที่กิ้งก่าดินลอบโจมตีเจียงเหมียวเขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นช่วยให้เจียงเหมียวพ้นภัยมาได้นับแต่วินาทีนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกเราแล้ว

        ไม่ว่าตอนอยู่ข้างนอกเขาจะมีตัวตนเป็นใครแต่เมื่ออยู่ในโลกมายามรกตข้าหวังว่าพวกเจ้าจะปฏิบัติกับเขาดั่งสหายคนหนึ่ง

        อันดับต่อไปพวกเราอาจต้องเจออันตรายที่มากกว่าเดิมหากใจของทุกคนไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไร้ความเชื่อใจซึ่งกันและกันเกรงว่าพวกเราคงยากที่จะมีชีวิตรอดออกไปจากโลกมายามรกตได้

        คำพูดประโยคนี้ของเขาพูดได้อย่างมีเหตุมีผล

        พันเทาพูดถูกอันอิ่งที่ลืมตาขึ้นรับคำต่อใช้สายตาชมเชยมองพันเทาก่อนเป็นอันดับแรกจากนั้นก็เริ่มสั่งสอนเจิ้งรุ่ย:เจ้าหัดเรียนรู้จากพันเทาซะบ้างอย่าเอาแต่คิดเล็กคิดน้อยการเดินทางมาโลกมายามรกตครั้งนี้ข้าถึงได้พบว่าพันเทาสามารถแบกรับภาระหนักแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากนัก

        พันเทาก้มหน้าน้อยๆอย่างกระอักกระอ่วนรีบพูด:อย่าพูดแบบนี้เลยข้าแค่รู้สึกว่าความสามัคคีต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

        เจิ้งรุ่ยที่ถูกตำหนิเต็มไปด้วยความกล้ำกลืนแอบพูดกับตัวเองในใจว่าก่อนหน้าที่จะเข้ามาเจ้ายังแอบกำชับกับพวกข้าอยู่เลยไม่ใช่หรือว่าต้องให้เนี่ยเทียนเห็นดีกันในโลกมายามรกต?

        เขาก็ตื่นแล้วและเวลานี้เองเจียงเหมียวใบหน้าตุ๊กตาสังเกตเห็นว่าเนี่ยเทียนเองก็ลืมตาขึ้นมาแล้ว

        เจ้าเอาอะไรไปให้เขากินหน่อยอันอิ่งกำชับหนึ่งประโยค

        มือเล็กๆราวกับหยกใสของนางแย่งเอาเนื้อสุกเหลืองกรอบชิ้นใหญ่จากมือของเจิ้งรุ่ยไปอย่างไม่เกรงใจยัดเข้าปากคำใหญ่แล้วเริ่มเคี้ยวกร้วมๆ

        เจิ้งรุ่ยทำไมเจ้าถึงได้ทำตัวเหมือนสตรีอย่างนี้?ที่นี่คือโลกมายามรกตไม่ใช่หอหลิงเป่าเสียหน่อยแค่กินอาหารจำเป็นต้องใช้มีดตัดเป็นชิ้นให้ประณีตอย่างนั้นด้วยหรือ?”

        นางพูดเสียงอู้อี้ด้วยเคี้ยวอาหารเต็มปาก

        พอนางพูดอย่างนี้เจิ้งรุ่ยที่แสร้งวางมาดสง่างามก็เริ่มขัดเขินขึ้นมาทำได้เพียงเก็บมีดเล็กกลับไป

        และเวลานี้เจียงเหมียวเองก็หยิบเอาเนื้อแรดเกราะน้ำแข็งชิ้นหนึ่งที่ย่างสุกแล้วมาให้เนี่ยเทียน

        ให้เจ้าเจียงเหมียวส่งมาเนื้อให้อย่างขลาดกลัว

        อ้อขอบใจนะเนี่ยเทียนที่นอนจนเลอะเลือนเล็กน้อยรับเนื้อมาแล้วก็เริ่มสวาปามเข้าไปทันที

        เนื้อที่อย่างน้อยหนักห้าจิน[1]หายวับเข้าไปในปากของเนี่ยเทียนอย่างรวดเร็วจนถึงที่สุดแม้แต่ซากก็ไม่เหลือ

        เจียงเหมียวที่นั่งอยู่ด้านข้างมองด้วยความตะลึง

        เนื้อชิ้นเบ้อเริ่มถูกยัดเข้าไปในท้องเนี่ยเทียนกลับไม่มีความรู้สึกใดๆสักนิดยังคงหิวโซไม่ต่างไปจากเดิม

        ยังมีอีกไหม?”เขามองเจียงเหมียว

        เจียงเหมียวพยักหน้ารีบกล่าว:มี!ยังมีอีกเยอะเลยล่ะ!

        พูดจบนางก็รีบวิ่งมาตรงจุดที่พวกอันอิ่งนั่งอยู่แล้วก็หยิบชิ้นเนื้อที่สุกแล้วซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาให้

        เนี่ยเทียนเองก็ไม่เกรงใจแม้แต่นิดพอรับมาก็ยังคงเขมือบกลืนเนื้อสุกหนักเกินแปดจินชิ้นนั้นเข้าไปจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว

        กระแสอบอุ่นค่อยๆลอยขึ้นมาในช่องท้องของเขาหลังจากรวบรวมสมาธิสัมผัสอย่างละเอียดดวงตาก็พลันเปล่งประกายวิบวับ

        ขณะที่เขาใช้ใจรับสัมผัสจากร่างกายพบว่ากระแสอบอุ่นหลายเส้นนั้นคล้ายจะมาจากชิ้นเนื้อที่เขากลืนเข้าไป...

        ก้อนเนื้อมาจากสัตว์วิเศษระดับหนึ่งที่เพิ่งตายไปได้ไม่นาน

        ไม่เหมือนกับเนื้อที่เขาเคยกินในเมืองเฮยอวิ๋นปราณวิญญาณฟ้าดินที่หล่อหลอมออกมาจากสัตว์วิเศษพวกนี้ล้วนถูกพวกมันแปลงมาเป็นส่วนบำรุงร่างกายให้แข็งแกร่ง

        เห็นได้ชัดว่าเนื้อของสัตว์วิเศษแฝงเร้นไว้ด้วยพลังงานมากมาย

        พลังงานเหล่านั้นเมื่อถูกเขาดูดซับก็แผ่ออกไปทั่วอวัยวะตันห้าและอวัยวะกลวงหกของเขาจากนั้นพลังของกล้ามเนื้อเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น

        ความรู้สึกเช่นนี้เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนตอนที่กินเนื้ออื่นๆ...

        ขอเพิ่มอีกหน่อยเขาคึกคักขึ้นมาทันใดกล่าวกับเจียงเหมียวว่า:คราวนี้เอามาเยอะๆหน่อยนะข้ากินจุคนเดียวสามารถกินได้มากพอๆกับพวกเขาห้าคนเจ้าดูสิทุกคนอายุพอๆกันข้าสูงกว่าแล้วก็ตัวบึกกว่าพวกเขาใช่ไหมล่ะ?นั่นเป็นเพราะว่าข้ากินเก่งกว่าพวกเขา

        เจ้าไม่ได้กินจุแบบธรรมดาอย่างคนทั่วไปเลยสักนิดเจียงเหมียวพึมพำเบาๆหนึ่งประโยคแต่ก็ยังไปหยิบเอาเนื้อสุกจากจุดที่พวกอันอิ่งนั่งมาเพิ่มให้เขาอย่างว่าง่าย

        ไม่จริงมั้ง?”ถงฮ่าวมองเจียงเหมียวแย่งเอาเนื้อชิ้นใหญ่ที่เขาเพิ่งย่างเสร็จกลับไปอดไม่ได้จนต้องโวยวายขึ้นมาเจ้าเอาเนื้อสุกไปมากขนาดนั้นเขากินหมดหรือ?”

        ก่อนหน้านี้ที่เอาไปเขากินหมดแล้วเจียงเหมียวอธิบาย

        ประโยคนี้ดังขึ้นทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้นต่างก็หันไปมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาแปลกประหลาด

        เมื่อครู่พวกเขาไม่ได้สังเกตเนี่ยเทียนจึงไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนจัดการกับเนื้อปริมาณมากพอสำหรับคนอย่างน้อยสี่คนจนเกลี้ยงไปแล้ว

        พวกเขาเบิกตากว้างมองเจียงเหมียวที่เอาเนื้อหนักประมาณสิบจินชิ้นนั้นส่งไปให้กับมือของเนี่ยเทียน

        ทว่าเนี่ยเทียนไม่ได้สนใจพวกเขาเอาแต่กัดกระชากและเขมือบกลืนเนื้อชิ้นใหญ่จนน่าตกใจชิ้นนั้นลงท้องต่อหน้าต่อตาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

        เจ้าหมอนี่มันคือถังข้าวหรือไง?”เจิ้งรุ่ยอุทานเสียงแปลกแปร่ง

        อันอิ่งและพันเทาก็ตื่นตะลึงกับปริมาณการกินของเนี่ยเทียนเช่นกันคนทั้งสองต่างมีสีหน้าเหยเก

        เป็นยังไงบ้าง?”เจียงเหมียวคึกคักจ้องเนี่ยเทียนด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่งกินอิ่มหรือยัง?ยังต้องการอีกไหม?”

        ข้าขอ...อีกหน่อยได้ไหม?”เนี่ยเทียนพูดเบาๆ

        หา!

        เจียงเหมียวและอันอิ่งกรีดร้องพร้อมกัน

        สายตาของคนอื่นๆที่มองมายังเนี่ยเทียนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงต่างก็มองเขาเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดในร่างคน

        ยังมีอีกไหม?”เนี่ยเทียนถามเสียงเบา

        การจับตามองของทุกคนทำให้เขารู้สึกขัดเขินเล็กน้อยแต่เขายังไม่อิ่มจริงๆ...

        เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากที่ดึงเอากระแสจิตไปใช้เกินกำหนดเขาก็เกิดหิวโหยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนปริมาณอาหารที่กินก็เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ

        อีกอย่างพอเขากินเนื้อสุกที่มาจากตัวของสัตว์วิเศษเหล่านั้นเข้าไปเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังงานก่อเกิดในท้องของเขามากขึ้นเรื่อยๆมันค่อยๆแผ่ขยายไปยังกล้ามเนื้อกระดูกและอวัยวะตันห้าอวัยวะกลวงหกของเขา

        เพียงแค่สวาปามอย่างบ้าคลั่งครู่เดียวเขาก็มีความรู้สึกแปลกประหลาดเหมือนตัวเองกำลังเปลี่ยนมาเป็นทรงพลังมากขึ้น

        เขาไม่อยากหยุดความรู้สึกมหัศจรรย์อันงดงามเช่นนั้นเขาอยากให้มันดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

        มี!

        คนที่ตอบเขาไม่ใช่เจียงเหมียวที่ตะลึงจนเซ่อไปแต่เป็นพันเทา

        พันเทาที่กินอิ่มแล้วถือเนื้อก้อนใหญ่ก้าวเดินยาวๆเข้ามาหาแล้วส่งชิ้นเนื้อให้กับเนี่ยเทียนภายใต้สายตาตะลึงพรึงเพริดจากทุกคน

        อ้อขอบใจนะเนี่ยเทียนรับมาแล้วก็เริ่มขม้ำกลืน

        ครั้งนี้เขาไม่ได้จัดการชิ้นเนื้อขนาดยักษ์ให้หายไปในระยะเวลารวดเร็วอย่างก่อนหน้านี้

        ตอนที่กินมาได้ครึ่งหนึ่งในที่สุดความเร็วของเขาก็ลดลง

        และเนื้อสุกที่ดูน่ากลัวในสายตาของทุกคนอย่างเห็นได้ชัดนั้นสุดท้ายก็ยังค่อยๆหายเข้าไปในปากเขา...

        พอสมควรแล้วข้าอิ่มแล้วล่ะเนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆไม่หันไปมองสีหน้าไม่คาดคิดของทุกคนอีกรู้สึกง่วงขึ้นมาน้อยๆแล้วล่ะพวกเจ้าตามสบายนะข้าขอนอนอีกครู่

        สุดยอดใบหน้าพันเทาเต็มไปด้วยความนับถือ

        อันอิ่งเองก็มีสีหน้าหวาดผวาและตกตะลึงพึมพำกับตัวเองเสียงเบา:กินจุมากถือเป็นจุดมหัศจรรย์ที่ท่านพี่พูดถึงหรือไม่?”

        หลังจากหลับตาลงเนี่ยเทียนก็เริ่มกลั้นลมหายใจรวมรวบสมาธิค่อยๆปรับการหายใจเข้าออกช้าๆไม่สนใจสายตาแปลกประหลาดจากทุกคนอีกแต่เริ่มสำรวจความผิดปกติในร่างกายอย่างจริงจัง

        เมื่อจิตใจเขาสงบสุขเขาเคยชินที่จะโคจรคาถาหลอมลมปราณเพื่อดูดซับเอาปราณวิญญาณรอบด้านมาฝึกบำเพ็ญตบะ

        เอ๊ะ!

        เพิ่งจะเริ่มท่องคาถาหลอมลมปราณเขาก็ค้นพบอย่างกะหันทันว่ากระแสไออุ่นหลายเส้นที่ลอยขึ้นมาในท้องนั้นคล้ายได้รับการดึงรั้งจากคาถาหลอมลมปราณจึงพุ่งเข้ามารวมอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง!

        ------

        [1] จิน(斤)หน่วยวัดน้ำหนักจีนหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม

ความคิดเห็น

COMMENT
1 year ที่แล้ว

สนุกมากๆๆๆๆ

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK