เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ
จารึกที่ 259 : ผสานเจตจำนงอัคคีกระบี่ : ล่าแมงป่องหินหลอมเหลวบรรพกาล
ลึกเข้าไปในทิศทักษิณของแดนเนรเทศสูญญตาภูมิประเทศสีดำเกรียมค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นเทือกเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยรอยปริแตกขนาดมหึมาจากรอยแยกเหล่านั้นมิได้มีน้ำพุใสสะอาดไหลรินทว่าัคือ 'สายธารลาวา' สีแดงฉานที่เดือดพล่านอุณหภูมิในอาณาบริเวณนี้สูงส่งจนมิติอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นกฎเกณฑ์แห่งความร้อนถูกผลักดันจนถึงขีดสุดราวกับว่าที่นี่คือเตาหลอมของสวรรค์ที่ถูกทอดทิ้ง
ท่ามกลางพายุเถ้าถ่านที่ร้อนระอุเงาร่างสองสายกำลังเคลื่อนที่ฝ่าดงหินอัคนีด้วยความระแวดระวัง
ฉินมู่หลางผู้สืบทอดแห่งสำนักกระบี่นิรันดร์ก้าวเดินนำหน้าด้วยท่วงท่าที่มั่นคงประหนึ่งขุนเขาน้ำแข็งทว่าหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากและระเหยกลายเป็นไอในพริบตาบ่งบอกถึงสภาวะที่ถูกกดดันอย่างหนักกระบี่นิรันดร์ในมือของเขาสั่นสะท้านส่งเสียงหวีดหวิวมิใช่เพราะความหวาดกลัวทว่าปราณกระบี่อันคมกริบของักำลังถูกความร้อนในอากาศ 'หลอมละลาย' อย่างช้าๆ
เบื้องหลังของเขาคือเฟิงอี้หรานอัจฉริยะแห่งสำนักพู่กันเพลิงทว่ายามนี้ใบหน้าของเขากลับแดงก่ำเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนปราณอัคคีในจุดตันเถียนของเขาเต้นเร่าอย่างบ้าคลั่งสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยไฟบรรพกาลเช่นนี้สำหรับผู้บำเพ็ญวิถีอัคคีแล้วัคือสรวงสวรรค์และนรกในเวลาเดียวกันหากดูดซับมากไปย่อมธาตุไฟแตกซ่านทว่าหากต้านทานได้ัคือลานหล่อหลอมชั้นเลิศ
"ศิษย์พี่มู่หลาง..." เฟิงอี้หรานเอ่ยเสียงแหบพร่าพัดขนนกสีเพลิงในมือของเขาถูกเก็บไปแล้วเพราะัไม่อาจทนทานความร้อนระดับนี้ได้ "กฎเกณฑ์ธาตุไฟในหุบเขานี้เก่าแก่และดุร้ายยิ่งนักัมิใช่ไอปราณธรรมชาติแต่ัแฝง 'เจตจำนงแห่งการแผดเผา' ของสัตว์อสูรระดับสูง... พวกเราเข้ามาในอาณาเขตของัแล้ว"
ฉินมู่หลางหยุดฝีเท้าดวงตาที่เย็นเยียบดุจคมกระบี่กวาดมองไปรอบด้าน "อาเจียต้องการกระดูกและแกนพลังงานของอสูรบรรพกาลเพื่อสร้างนาวาปราณลำใหม่ยิ่งสัตว์อสูรแข็งแกร่งเพียงใดซากของัยิ่งทนทานต่อรอยแยกมิติมากเท่านั้น... วันนี้ไม่ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ลาวานั่นจะเป็นตัวอะไรเจตจำนงกระบี่ของข้าจะผ่าัออกเป็นสองซีก!"
"กรรร... ครืนนนน!"
ราวกับตอบรับคำท้าทายทะเลสาบลาวาเบื้องหน้าพลันเกิดน้ำวนขนาดยักษ์! เกลียวคลื่นสีแดงฉานม้วนตัวสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าสิบจั้งก่อนที่เงาดำมหึมาจะพุ่งพรวดขึ้นมาจากก้นบึ้งของบ่อเพลิง!
ัคือ 'แมงป่องหินหลอมเหลวบรรพกาล'!
ลำตัวของัยาวกว่ายี่สิบจั้งห่อหุ้มด้วยเกราะิาสีดำสนิทที่มีรอยแตกร้าวเปล่งแสงสีทองของลาวาอยู่ภายในก้ามทั้งสองข้างใหญ่โตประหนึ่งภูเขาขนาดย่อมและที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ 'หาง' ของัที่ชูชันขึ้นฟ้าปลายหางมิใช่เหล็กไนธรรมดาทว่าัคือผลึกเพลิงบรรพกาลที่อัดแน่นด้วยพิษไฟที่สามารถละลายวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำได้ในเสี้ยวลมหายใจ!
กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของักดทับมิติอากาศจนแตกร้าว... ระดับกึ่งวิญญาณแรกเริ่ม!
"อสูรบรรพกาลที่สั่งสมปราณในนรกภูมิมานับหมื่นปี..." ฉินมู่หลางหรี่ตาลงเจตจำนงแห่งการต่อสู้ลุกโชนเขาก้าวไปเบื้องหน้ามือขวากระชับกระบี่นิรันดร์แน่น "ศิษย์น้องเฟิงคอยระวังหลังให้ข้า!"
"วิถีกระบี่ฝืนลิขิต... เพลงกระบี่นิรันดร์บทที่สาม... ตัดสัจธรรม!"
ฉินมู่หลางพุ่งทะยานออกไปดุจดาวตกสีเงินรังสีกระบี่ที่คมกริบที่สุดพวยพุ่งออกจากคมดาบฟันแหวกอากาศธาตุหมายจะผ่ากะโหลกของแมงป่องยักษ์!
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด!
"ฟู่มมมม!"
เมื่อรังสีกระบี่สีเงินพุ่งเข้าใกล้ตัวแมงป่องหินหลอมเหลวในรัศมีสามจั้ง 'อาณาเขตแห่งการแผดเผา' ที่เป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติของัก็ทำงาน! ความร้อนที่สูงล้ำทะลุขีดจำกัดได้หลอมละลายเจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางให้ระเหยกลายเป็นไอไปกว่าเจ็ดส่วน! เมื่อคมกระบี่ที่เหลือพลังเพียงสามส่วนปะทะเข้ากับเกราะิาัจึงทำได้เพียงทิ้งรอยขีดข่วนบางๆไว้เท่านั้น!
"เคร้ง!"
แรงสะท้อนกลับกระแทกฉินมู่หลางจนต้องถอยร่นมาหลายก้าวเลือดลมตีกลับจนหน้าซีดเผือด
"โฮกกกก!"
แมงป่องบรรพกาลคำรามก้องัรับรู้ถึงความอ่อนแอของผู้บุกรุกหางผลึกเพลิงของัตวัดวูบกลางอากาศปล่อย 'พายุฝนเข็มพิษลาวา' นับพันเล่มพุ่งทะยานเข้าใส่ฉินมู่หลางประหนึ่งพายุใหญ่! ทุกเล่มล้วนแฝงกฎเกณฑ์แห่งการหลอมละลายหากสัมผัสถูกกายเนื้อต่อให้มีปราณคุ้มกายก็ต้องทะลุถึงกระดูก!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง... เฟิงอี้หรานที่สังเกตการณ์อยู่เบื้องหลังพลันเกิดความเข้าใจอันถ่องแท้ในมรรคาวิถีอัคคี!
'ปราณกระบี่ของศิษย์พี่มู่หลางถูกหลอมละลายเพราะสภาวะแวดล้อม... หากข้าใช้ไฟสู้กับไฟพลังของข้าย่อมไม่อาจเทียบเคียงอสูรที่เกิดจากบ่อเพลิงได้... เช่นนั้นข้าก็ต้องเปลี่ยน 'ความร้อน' ให้กลายเป็น 'ความว่างเปล่า'!'
"ศิษย์พี่มู่หลาง! ปล่อยเรื่องความร้อนให้เป็นหน้าที่ข้า!"
เฟิงอี้หรานตะโกนลั่นเขากระโดดพุ่งเข้ามายืนซ้อนอยู่เบื้องหลังของยอดกระบี่สองมือประสานอินอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตานัยน์ตาสีเพลิงของเขาสว่างจ้าทะลุขีดจำกัด!
"มรรคาวิถีอัคคี... มิใช่เพียงการเผาผลาญทว่าัคือการควบคุมวัฏจักรแห่งความร้อน! วังวนอัคคีบรรพกาล... ดูดซับ!"
เฟิงอี้หรานเปิดจุดชีพจรลมปราณทั่วร่างอย่างบ้าคลั่งเขาเปลี่ยนร่างกายของตนเองให้กลายเป็น 'หลุมดำแห่งความร้อน'! พริบตานั้น-่าฝนเข็มพิษลาวาที่กำลังจะพุ่งเจาะร่างของฉินมู่หลางรวมถึงไอปราณไฟบรรพกาลในรัศมีสิบจั้งพลันถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากให้เปลี่ยนทิศทาง!
"ซูมมมมม!"
เข็มพิษลาวานับพันและเปลวเพลิงจากอสูรร้ายถูกดูดซับเข้าสู่จุดตันเถียนของเฟิงอี้หรานอย่างตะกละตะกลาม!
"อ๊ากกก!" เฟิงอี้หรานคำรามด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเส้นเลือดทั่วร่างของเขาปูดโปนและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานประหนึ่งลาวาปราณไฟบรรพกาลที่ดุร้ายกำลังแผดเผาอวัยวะภายในของเขา! ทว่าด้วยเจตจำนงที่ได้รับการขัดเกลามาจากการหนีตายเขาฝืนใช้ 'วิถีแห่งเต๋า' ของตนเองกดข่มและบีบอัดความร้อนเหล่านั้นไว้ในจุดตันเถียน!
ผลลัพธ์จากการเสียสละของเฟิงอี้หรานทำให้พื้นที่รอบกายของฉินมู่หลางในรัศมีสามจั้งกลายเป็น 'สภาวะไร้อุณหภูมิ'โดยสมบูรณ์! กฎเกณฑ์แห่งการหลอมละลายของแมงป่องบรรพกาลถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น!
"ยอดเยี่ยม! ศิษย์น้องเฟิง!"
ฉินมู่หลางสัมผัสได้ถึงความกดดันที่หายไปเจตจำนงกระบี่ในร่างของเขาที่เคยถูกสะกดข่มพลันปะทุขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราดดุจมังกรที่หลุดจากพันธนาการ!
ทว่าเฟิงอี้หรานยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น! ร่างกายของเขาไม่อาจกักเก็บไฟบรรพกาลจำนวนมหาศาลไว้ได้นานหากไม่ระบายออกเขาต้องธาตุไฟแตกซ่านจนตัวระเบิดแน่!
"ศิษย์พี่! ยื่นกระบี่ของท่านมา!"
เฟิงอี้หรานตวัดมือขวาชี้ไปที่แผ่นหลังของฉินมู่หลางเขาปลดปล่อย 'ปราณไฟบรรพกาล' ที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดควบแน่นเป็นของเหลวสีทองแดงไหลทะลักออกจากฝ่ามือพุ่งเข้าชโลมเคลือบไปทั่วใบกระบี่นิรันดร์!
"ซีดดดดด!"
เสียงกระบี่โลหะดูดซับความร้อนดังกังวานกระบี่นิรันดร์ที่เคยเย็นเยียบดุจน้ำแข็งบัดนี้ถูกอาบด้วยเปลวเพลิงสีทองแดงที่ลุกโชน! ัมิใช่การเผาไหม้ตัวกระบี่ทว่าวิถีอัคคีของเฟิงอี้หรานได้ก่อตัวเป็น 'เกราะเพลิงคุ้มกัน'ที่สมบูรณ์แบบัป้องกันไม่ให้ความร้อนภายนอกเข้ามารบกวนเจตจำนงกระบี่และในขณะเดียวกันก็เพิ่มพลานุภาพการทำลายล้างของธาตุไฟบรรพกาลเข้าไปในทุกการฟาดฟัน!
"ผสานเจตจำนงอัคคีกระบี่... กระบี่นิรันดร์ผลาญบรรพกาล!"
ดวงตาของฉินมู่หลางสาดประกายแสงสองสีสีเงินแห่งเจตจำนงกระบี่และสีทองแดงแห่งเพลิงบรรพกาล! การสอดประสานของสองยอดคนโดยปราศจากคำพูดทำให้พวกเขาบรรลุถึงมรรคาวิถีที่สูงขึ้นไปอีกขั้น!
"ไปตายซะไอ้สัตว์ประหลาด!"
ฉินมู่หลางกระโดดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่ายี่สิบจั้งกระบี่นิรันดร์ในมือเปล่งประกายเจิดจรัสจนบดบังแสงสีเลือดของแดนเนรเทศเขารวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดทิ้งดิ่งฟาดฟันกระบี่ลงมาหมายผ่ากึ่งกลางกะโหลกของแมงป่องยักษ์!
"โฮกกกก!"
แมงป่องหินหลอมเหลวสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายัชูหางผลึกเพลิงขึ้นต้านรับรวบรวมพลังกึ่งวิญญาณแรกเริ่มทั้งหมดเข้าปะทะ!
"ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!!"
การปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาทคลื่นความร้อนและเจตจำนงกระบี่ระเบิดออกกวาดล้างทะเลสาบลาวาจนแห้งเหือดไปกว่าครึ่ง!
เกราะอัคคีบรรพกาลที่เฟิงอี้หรานเคลือบไว้บนกระบี่ทำหน้าที่ละลาย 'เกราะต้านทานความร้อน' ของแมงป่องยักษ์ให้เปิดออกเปิดทางให้ 'เจตจำนงกระบี่' อันบริสุทธิ์ของฉินมู่หลางทะลวงผ่านรอยแยกนั้นสับฟันลงไปบนกะโหลกิาของัอย่างั!
"แคร่กกกกก!"
เสียงกระดูกและเกราะหินแตกหักดังกังวาน! กระบี่นิรันดร์ผ่ากะโหลกของสัตว์อสูรกึ่งวิญญาณแรกเริ่มขาดเป็นสองซีกอย่างหมดจด! ปราณกระบี่ทะลวงลงไปทำลายแก่นวิญญาณของัจนสิ้นซาก!
ร่างมหึมาของแมงป่องบรรพกาลกระตุกอย่างรุนแรงสองสามครั้งก่อนจะล้มตึงลงกระแทกพื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนเลือดลาวาสีทองไหลทะลักนองเต็มพื้น
ฉินมู่หลางร่อนลงสู่พื้นอย่างสง่างามทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่าหอบหายใจอย่างหนักหน่วงกระบี่ในมือกลับคืนสู่สภาพเดิมเปลวเพลิงที่เคลือบอยู่ดับลงพร้อมกับร่างของเฟิงอี้หรานที่ล้มหงายหลังลงไปนอนกางแขนกางขาหอบแฮกๆ
"แฮ่ก... แฮ่ก... ศิษย์พี่... พวกเรา... รอดแล้ว..." เฟิงอี้หรานหัวเราะเสียงแหบแห้งแม้ร่างกายจะปวดร้าวประหนึ่งถูกฉีกทว่าจุดตันเถียนของเขากลับให้ความรู้สึก 'อิ่มเอิบ' ปราณอัคคีของเขาได้รับการขัดเกลาและยกระดับขึ้นสู่ขั้น 'แก่นทองคำขั้นปลาย' อย่างสมบูรณ์!
ฉินมู่หลางพยักหน้ารอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้น "ขอบใจเจ้ามากศิษย์น้อง... หากไม่มีวิถีอัคคีของเจ้าดูดซับความร้อนและเคลือบกระบี่ให้ข้าคงไม่อาจฟันทะลวงเกราะของัได้... เจตจำนงกระบี่ของข้า... ก็ดูเหมือนจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นเช่นกัน"
ทั้งสองพักฟื้นเพียงชั่วก้านธูปก่อนจะรีบลุกขึ้นมาจัดการกับ 'ขุมทรัพย์' ตรงหน้าเพราะพวกเขาเรียนรู้วิถีหน้าเงินมาจากอาเจียแล้วว่าในแดนเนรเทศนี้ซากอสูรบรรพกาลคือทองคำ!
"เกราะิาบรรพกาลนี่ทนทานความร้อนและการตัดขาดมิติได้ยอดเยี่ยม... เหมาะจะเป็น 'กราบเรือ' ให้ราชรถของอาเจีย... ส่วนแกนเพลิงลาวานี่พลังงานมหาศาลนักต้องเอาไปเป็นเตาหลอมให้เจ้าสัว!"
เฟิงอี้หรานและฉินมู่หลางช่วยกันชำแหละและกวาดต้อนทรัพยากรทุกอย่างลงแหวนมิติอย่างขะมักเขม้นการผสานพลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขารอดตายแต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและมรรคาวิถีใหม่ที่ไม่มีใครในโลกผู้แสวงมรรคเคยทำได้มาก่อน!
จารึกที่ 259 : ผสานเจตจำนงอัคคีกระบี่ : ล่าแมงป่องหินหลอมเหลวบรรพกาล
ลึกเข้าไปในทิศทักษิณของแดนเนรเทศสูญญตาภูมิประเทศสีดำเกรียมค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นเทือกเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยรอยปริแตกขนาดมหึมาจากรอยแยกเหล่านั้นมิได้มีน้ำพุใสสะอาดไหลรินทว่าัคือ 'สายธารลาวา' สีแดงฉานที่เดือดพล่านอุณหภูมิในอาณาบริเวณนี้สูงส่งจนมิติอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นกฎเกณฑ์แห่งความร้อนถูกผลักดันจนถึงขีดสุดราวกับว่าที่นี่คือเตาหลอมของสวรรค์ที่ถูกทอดทิ้ง
ท่ามกลางพายุเถ้าถ่านที่ร้อนระอุเงาร่างสองสายกำลังเคลื่อนที่ฝ่าดงหินอัคนีด้วยความระแวดระวัง
ฉินมู่หลางผู้สืบทอดแห่งสำนักกระบี่นิรันดร์ก้าวเดินนำหน้าด้วยท่วงท่าที่มั่นคงประหนึ่งขุนเขาน้ำแข็งทว่าหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากและระเหยกลายเป็นไอในพริบตาบ่งบอกถึงสภาวะที่ถูกกดดันอย่างหนักกระบี่นิรันดร์ในมือของเขาสั่นสะท้านส่งเสียงหวีดหวิวมิใช่เพราะความหวาดกลัวทว่าปราณกระบี่อันคมกริบของักำลังถูกความร้อนในอากาศ 'หลอมละลาย' อย่างช้าๆ
เบื้องหลังของเขาคือเฟิงอี้หรานอัจฉริยะแห่งสำนักพู่กันเพลิงทว่ายามนี้ใบหน้าของเขากลับแดงก่ำเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนปราณอัคคีในจุดตันเถียนของเขาเต้นเร่าอย่างบ้าคลั่งสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยไฟบรรพกาลเช่นนี้สำหรับผู้บำเพ็ญวิถีอัคคีแล้วัคือสรวงสวรรค์และนรกในเวลาเดียวกันหากดูดซับมากไปย่อมธาตุไฟแตกซ่านทว่าหากต้านทานได้ัคือลานหล่อหลอมชั้นเลิศ
"ศิษย์พี่มู่หลาง..." เฟิงอี้หรานเอ่ยเสียงแหบพร่าพัดขนนกสีเพลิงในมือของเขาถูกเก็บไปแล้วเพราะัไม่อาจทนทานความร้อนระดับนี้ได้ "กฎเกณฑ์ธาตุไฟในหุบเขานี้เก่าแก่และดุร้ายยิ่งนักัมิใช่ไอปราณธรรมชาติแต่ัแฝง 'เจตจำนงแห่งการแผดเผา' ของสัตว์อสูรระดับสูง... พวกเราเข้ามาในอาณาเขตของัแล้ว"
ฉินมู่หลางหยุดฝีเท้าดวงตาที่เย็นเยียบดุจคมกระบี่กวาดมองไปรอบด้าน "อาเจียต้องการกระดูกและแกนพลังงานของอสูรบรรพกาลเพื่อสร้าง 'มหาราชรถแห่งสูญตา' ยิ่งสัตว์อสูรแข็งแกร่งเพียงใดซากของัยิ่งทนทานต่อรอยแยกมิติมากเท่านั้น... วันนี้ไม่ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ลาวานั่นจะเป็นตัวอะไรเจตจำนงกระบี่ของข้าจะผ่าัออกเป็นสองซีก!"
"กรรร... ครืนนนน!"
ราวกับตอบรับคำท้าทายทะเลสาบลาวาเบื้องหน้าพลันเกิดน้ำวนขนาดยักษ์! เกลียวคลื่นสีแดงฉานม้วนตัวสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าสิบจั้งก่อนที่เงาดำมหึมาจะพุ่งพรวดขึ้นมาจากก้นบึ้งของบ่อเพลิง!
ัคือ 'แมงป่องหินหลอมเหลวบรรพกาล'!
ลำตัวของัยาวกว่ายี่สิบจั้งห่อหุ้มด้วยเกราะิาสีดำสนิทที่มีรอยแตกร้าวเปล่งแสงสีทองของลาวาอยู่ภายในก้ามทั้งสองข้างใหญ่โตประหนึ่งภูเขาขนาดย่อมและที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ 'หาง' ของัที่ชูชันขึ้นฟ้าปลายหางมิใช่เหล็กไนธรรมดาทว่าัคือผลึกเพลิงบรรพกาลที่อัดแน่นด้วยพิษไฟที่สามารถละลายวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำได้ในเสี้ยวลมหายใจ!
กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของักดทับมิติอากาศจนแตกร้าว... ระดับกึ่งวิญญาณแรกเริ่ม!
"อสูรบรรพกาลที่สั่งสมปราณในนรกภูมิมานับหมื่นปี..." ฉินมู่หลางหรี่ตาลงเจตจำนงแห่งการต่อสู้ลุกโชนเขาก้าวไปเบื้องหน้ามือขวากระชับกระบี่นิรันดร์แน่น "ศิษย์น้องเฟิงคอยระวังหลังให้ข้า!"
"วิถีกระบี่ฝืนลิขิต... เพลงกระบี่นิรันดร์บทที่สาม... ตัดสัจธรรม!"
ฉินมู่หลางพุ่งทะยานออกไปดุจดาวตกสีเงินรังสีกระบี่ที่คมกริบที่สุดพวยพุ่งออกจากคมดาบฟันแหวกอากาศธาตุหมายจะผ่ากะโหลกของแมงป่องยักษ์!
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด!
"ฟู่มมมม!"
เมื่อรังสีกระบี่สีเงินพุ่งเข้าใกล้ตัวแมงป่องหินหลอมเหลวในรัศมีสามจั้ง 'อาณาเขตแห่งการแผดเผา' ที่เป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติของัก็ทำงาน! ความร้อนที่สูงล้ำทะลุขีดจำกัดได้หลอมละลายเจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางให้ระเหยกลายเป็นไอไปกว่าเจ็ดส่วน! เมื่อคมกระบี่ที่เหลือพลังเพียงสามส่วนปะทะเข้ากับเกราะิาัจึงทำได้เพียงทิ้งรอยขีดข่วนบางๆไว้เท่านั้น!
"เคร้ง!"
แรงสะท้อนกลับกระแทกฉินมู่หลางจนต้องถอยร่นมาหลายก้าวเลือดลมตีกลับจนหน้าซีดเผือด
"โฮกกกก!"
แมงป่องบรรพกาลคำรามก้องัรับรู้ถึงความอ่อนแอของผู้บุกรุกหางผลึกเพลิงของัตวัดวูบกลางอากาศปล่อย 'พายุฝนเข็มพิษลาวา' นับพันเล่มพุ่งทะยานเข้าใส่ฉินมู่หลางประหนึ่งพายุขนาดใหญ่! ทุกเล่มล้วนแฝงกฎเกณฑ์แห่งการหลอมละลายหากสัมผัสถูกกายเนื้อต่อให้มีปราณคุ้มกายก็ต้องทะลุถึงกระดูก!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง... เฟิงอี้หรานที่สังเกตการณ์อยู่เบื้องหลังพลันเกิดความเข้าใจอันถ่องแท้ในมรรคาวิถีอัคคี!
'ปราณกระบี่ของศิษย์พี่มู่หลางถูกหลอมละลายเพราะสภาวะแวดล้อม... หากข้าใช้ไฟสู้กับไฟพลังของข้าย่อมไม่อาจเทียบเคียงอสูรที่เกิดจากบ่อเพลิงได้... เช่นนั้นข้าก็ต้องเปลี่ยน 'ความร้อน' ให้กลายเป็น 'ความว่างเปล่า'!'
"ศิษย์พี่มู่หลาง! ปล่อยเรื่องความร้อนให้เป็นหน้าที่ข้า!"
เฟิงอี้หรานตะโกนลั่นเขากระโดดพุ่งเข้ามายืนซ้อนอยู่เบื้องหลังของยอดกระบี่สองมือประสานอินอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตานัยน์ตาสีเพลิงของเขาสว่างจ้าทะลุขีดจำกัด!
"มรรคาวิถีอัคคี... มิใช่เพียงการเผาผลาญทว่าัคือการควบคุมวัฏจักรแห่งความร้อน! วังวนอัคคีบรรพกาล... ดูดซับ!"
เฟิงอี้หรานเปิดจุดชีพจรลมปราณทั่วร่างอย่างบ้าคลั่งเขาเปลี่ยนร่างกายของตนเองให้กลายเป็น 'หลุมดำแห่งความร้อน'! พริบตานั้น-่าฝนเข็มพิษลาวาที่กำลังจะพุ่งเจาะร่างของฉินมู่หลางรวมถึงไอปราณไฟบรรพกาลในรัศมีสิบจั้งพลันถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากให้เปลี่ยนทิศทาง!
"ซูมมมมม!"
เข็มพิษลาวานับพันและเปลวเพลิงจากอสูรร้ายถูกดูดซับเข้าสู่จุดตันเถียนของเฟิงอี้หรานอย่างตะกละตะกลาม!
"อ๊ากกก!" เฟิงอี้หรานคำรามด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเส้นเลือดทั่วร่างของเขาปูดโปนและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานประหนึ่งลาวาปราณไฟบรรพกาลที่ดุร้ายกำลังแผดเผาอวัยวะภายในของเขา! ทว่าด้วยเจตจำนงที่ได้รับการขัดเกลามาจากการหนีตายเขาฝืนใช้ 'วิถีแห่งเต๋า' ของตนเองกดข่มและบีบอัดความร้อนเหล่านั้นไว้ในจุดตันเถียน!
ผลลัพธ์จากการเสียสละของเฟิงอี้หรานทำให้พื้นที่รอบกายของฉินมู่หลางในรัศมีสามจั้งกลายเป็น 'สภาวะไร้อุณหภูมิ'โดยสมบูรณ์! กฎเกณฑ์แห่งการหลอมละลายของแมงป่องบรรพกาลถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น!
"ยอดเยี่ยม! ศิษย์น้องเฟิง!"
ฉินมู่หลางสัมผัสได้ถึงความกดดันที่หายไปเจตจำนงกระบี่ในร่างของเขาที่เคยถูกสะกดข่มพลันปะทุขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราดดุจมังกรที่หลุดจากพันธนาการ!
ทว่าเฟิงอี้หรานยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น! ร่างกายของเขาไม่อาจกักเก็บไฟบรรพกาลจำนวนมหาศาลไว้ได้นานหากไม่ระบายออกเขาต้องธาตุไฟแตกซ่านจนตัวระเบิดแน่!
"ศิษย์พี่! ยื่นกระบี่ของท่านมา!"
เฟิงอี้หรานตวัดมือขวาชี้ไปที่แผ่นหลังของฉินมู่หลางเขาปลดปล่อย 'ปราณไฟบรรพกาล' ที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดควบแน่นเป็นของเหลวสีทองแดงไหลทะลักออกจากฝ่ามือพุ่งเข้าชโลมเคลือบไปทั่วใบกระบี่นิรันดร์!
"ซีดดดดด!"
เสียงกระบี่โลหะดูดซับความร้อนดังกังวานกระบี่นิรันดร์ที่เคยเย็นเยียบดุจน้ำแข็งบัดนี้ถูกอาบด้วยเปลวเพลิงสีทองแดงที่ลุกโชน! ัมิใช่การเผาไหม้ตัวกระบี่ทว่าวิถีอัคคีของเฟิงอี้หรานได้ก่อตัวเป็น 'เกราะเพลิงคุ้มกัน'ที่สมบูรณ์แบบัป้องกันไม่ให้ความร้อนภายนอกเข้ามารบกวนเจตจำนงกระบี่และในขณะเดียวกันก็เพิ่มพลานุภาพการทำลายล้างของธาตุไฟบรรพกาลเข้าไปในทุกการฟาดฟัน!
"ผสานเจตจำนงอัคคีกระบี่... กระบี่นิรันดร์ผลาญบรรพกาล!"
ดวงตาของฉินมู่หลางสาดประกายแสงสองสีสีเงินแห่งเจตจำนงกระบี่และสีทองแดงแห่งเพลิงบรรพกาล! การสอดประสานของสองยอดคนโดยปราศจากคำพูดทำให้พวกเขาบรรลุถึงมรรคาวิถีที่สูงขึ้นไปอีกขั้น!
"ไปตายซะไอ้สัตว์ประหลาด!"
ฉินมู่หลางกระโดดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่ายี่สิบจั้งกระบี่นิรันดร์ในมือเปล่งประกายเจิดจรัสจนบดบังแสงสีเลือดของแดนเนรเทศเขารวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดทิ้งดิ่งฟาดฟันกระบี่ลงมาหมายผ่ากึ่งกลางกะโหลกของแมงป่องยักษ์!
"โฮกกกก!"
แมงป่องหินหลอมเหลวสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายัชูหางผลึกเพลิงขึ้นต้านรับรวบรวมพลังกึ่งวิญญาณแรกเริ่มทั้งหมดเข้าปะทะ!
"ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!!"
การปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาทคลื่นความร้อนและเจตจำนงกระบี่ระเบิดออกกวาดล้างทะเลสาบลาวาจนแห้งเหือดไปกว่าครึ่ง!
เกราะอัคคีบรรพกาลที่เฟิงอี้หรานเคลือบไว้บนกระบี่ทำหน้าที่ละลาย 'เกราะต้านทานความร้อน' ของแมงป่องยักษ์ให้เปิดออกเปิดทางให้ 'เจตจำนงกระบี่' อันบริสุทธิ์ของฉินมู่หลางทะลวงผ่านรอยแยกนั้นสับฟันลงไปบนกะโหลกิาของัอย่างั!
"แคร่กกกกก!"
เสียงกระดูกและเกราะหินแตกหักดังกังวาน! กระบี่นิรันดร์ผ่ากะโหลกของสัตว์อสูรกึ่งวิญญาณแรกเริ่มขาดเป็นสองซีกอย่างหมดจด! ปราณกระบี่ทะลวงลงไปทำลายแก่นวิญญาณของัจนสิ้นซาก!
ร่างมหึมาของแมงป่องบรรพกาลกระตุกอย่างรุนแรงสองสามครั้งก่อนจะล้มตึงลงกระแทกพื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนเลือดลาวาสีทองไหลทะลักนองเต็มพื้น
ฉินมู่หลางร่อนลงสู่พื้นอย่างสง่างามทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่าหอบหายใจอย่างหนักหน่วงกระบี่ในมือกลับคืนสู่สภาพเดิมเปลวเพลิงที่เคลือบอยู่ดับลงพร้อมกับร่างของเฟิงอี้หรานที่ล้มหงายหลังลงไปนอนกางแขนกางขาหอบแฮกๆ
"แฮ่ก... แฮ่ก... ศิษย์พี่... พวกเรา... รอดแล้ว..." เฟิงอี้หรานหัวเราะเสียงแหบแห้งแม้ร่างกายจะปวดร้าวประหนึ่งถูกฉีกทว่าจุดตันเถียนของเขากลับให้ความรู้สึก 'อิ่มเอิบ' ปราณอัคคีของเขาได้รับการขัดเกลาและยกระดับขึ้นสู่ขั้น 'แก่นทองคำขั้นปลาย' อย่างสมบูรณ์!
ฉินมู่หลางพยักหน้ารอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้น "ขอบใจเจ้ามากศิษย์น้อง... หากไม่มีวิถีอัคคีของเจ้าดูดซับความร้อนและเคลือบกระบี่ให้ข้าคงไม่อาจฟันทะลวงเกราะของัได้... เจตจำนงกระบี่ของข้า... ก็ดูเหมือนจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นเช่นกัน"
ทั้งสองพักฟื้นเพียงชั่วก้านธูปก่อนจะรีบลุกขึ้นมาจัดการกับ 'ขุมทรัพย์' ตรงหน้าเพราะพวกเขาเรียนรู้วิถีหน้าเงินมาจากอาเจียแล้วว่าในแดนเนรเทศนี้ซากอสูรบรรพกาลคือทองคำ!
"เกราะิาบรรพกาลนี่ทนทานความร้อนและการตัดขาดมิติได้ยอดเยี่ยม... เหมาะจะเป็น 'กราบเรือ' ให้ราชรถของอาเจีย... ส่วนแกนเพลิงลาวานี่พลังงานมหาศาลนักต้องเอาไปเป็นเตาหลอมให้เจ้าสัว!"
เฟิงอี้หรานและฉินมู่หลางช่วยกันชำแหละและกวาดต้อนทรัพยากรทุกอย่างลงแหวนมิติอย่างขะมักเขม้นการผสานพลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขารอดตายแต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและมรรคาวิถีใหม่ที่ไม่มีใครในโลกผู้แสวงมรรคเคยทำได้มาก่อน!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??