หมื่นอสูรก้มกราบ
เล่มที่2 ตอนที่ 31 : อันดับหนึ่งของเขตสิบ
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        มีบางคนที่คิดว่าตนนั้นตาฝาดไปเพราะว่ากองเหรียญเข้าสอบนี้ดูแล้วต้องมีอย่างน้อยก็ต้องมีถึงหนึ่งพันเหรียญทว่าดูแล้วเด็กคนนั้นดูยังไงอายุก็ไม่น่าจะถึงสิบห้าแล้วทำไมเขาถึงได้เหรียญเข้าสอบมามากขนาดนี้

        สายตาของผู้คนจดจ้องไปที่กองเหรียญเข้าสอบอย่างไม่วางตาเย่วิ่นถอนหายใจออกมาอย่างใจหายแล้วกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้ว่าเต้าหลิงสามารถหาเหรียญตรามาได้เยอะขนาดนี้เชียวหรือหรือว่าเขาจะทะลวงขั้นพลังแล้ว

        พระเจ้านี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่เถาคังหนิงหยิกต้นขาของตนอย่างแรงสีหน้าฉายแววดีอกดีใจอันดับหนึ่งของเขตสิบเชียวนะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสำนักชิงซานจะมีคนได้อันดับที่หนึ่งนี่มันน่ากลัวมาก

        ในขณะที่เขากำลังดีอกดีใจอยู่นั้นสายตาก็พลันเหล่ไปมองพวกหัวจื้อเฉิงสองคนที่กำลังอึ้งอยู่ก่อนที่เขาจะหัวเราะดังลั่นออกมาอย่างอดไม่ได้พลิกผันจริงๆฮ่าฮ่าฮ่า

        สีหน้าของเด็กหนุ่มชุดขาวดูไม่สู้ดีนักนัยน์ตาฉายแววทั้งโกรธทั้งอับอายเมื่อครู่เขาก็พึ่งจะพูดเองว่าเต้าหลิงเอาแต่ซ่อน๱ั๷ทว่าอีกฝ่ายกลับหาเหรียญตราเข้าสอบมาได้เป็นจำนวนมากนี่ก็เท่ากับว่าเขาถูกหักหน้าอีกแล้ว

        วิหคเพลิงสีแดงฉาน๱ั๷หนึ่งลอยเคว้งอยู่กลางอากาศมันอยากจะร้องไห้ออกมาเสียจริงๆมันอุตส่าห์อดหลับอดนอนอย่างเหน็ดเหนื่อยกว่าจะเอาเหรียญเข้าสอบพวกนั้นมาได้อันดับหนึ่งควรจะเป็นมันสิ

        เขางั้นหรือกันเหยาอึ้งไปนางรู้จักพลังของเต้าหลิงเป็นอย่างดีทว่าอย่างมากก็น่าจะติดแค่อันดับหนึ่งร้อยต้นๆคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะคว้าอันดับที่หนึ่งมาครองได้นั้นทำให้นางตกใจเป็นอย่างมาก

        ไอ้ขยะนั่นเป็นไปได้ยังไงสีหน้าของหวังจวิ้นอี้ดูไม่ดีนักเดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายก็เป็นแค่ขยะที่เดินผ่านมาเท่านั้นทว่าเขากลับได้อันดับที่หนึ่งไปทั้งยังช่วยชีวิตกันเหยาไว้อีกซึ่งพวกเขานั้นแทบจะไม่ได้โอกาสที่จะเข้าใกล้

        เจ้าหามาคนเดียวหมดเลยอย่างนั้นรึผู้อาวุโสซุนเซี้ยงซานมองไปที่ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงด้วยความตกตะลึงเขาคิดไม่ถึงเวลาอันดับหนึ่งของเขตสิบจะเป็นเด็กอายุไม่ถึงสิบห้าคนนี้

        เต้าหลิงเกาหัวพลางกล่าวเสียงเบาออกมามีนกน้อยใจกว้างให้ข้ามาขอรับเป็นแค่เรื่องบังเอิญหน่ะเรื่องบังเอิญ

        ไม่นะวิหคเพลิงเนื้อ๱ั๷สั่นเทาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะร่วงลงมาจากท้องฟ้าแล้วสำรอกเลือดออกมามันรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมากเจ้านั่นกล้าพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างไรไม่อายปากข้าใจกว้างเสียทีไหนเจ้านั่นเป็นคนแย่งมันไปจากข้าชัดๆ

        ผู้คนต่างตกตะลึงเรื่องบังเอิญนี้มันจะเหลือเชื่อมากเกินไปหน่อยแล้วเพราะประโยชน์มากมายที่จะได้รับภายในใจของพวกเขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักพวกเขาอดไม่ได้ที่อยากจะแย่งชิงของพวกนั้นมาเป็นของตน

        เป็นไปไม่ได้สีหน้าหวังย่าอัปลักษณ์ถึงขีดสุดนางโกรธมากจน๱ั๷สั่นเทพแห่งการนอนของสำนักอย่างเต้าหลิงได้อันดับหนึ่งไอ้ขยะที่อยากให้ข้าเป็นผู้หญิงของมันไอ้คนที่ถูกข้าฆ่าตายไปแล้วแต่กลับมีชีวิตรอดกลับมาได้แต่ตอนนี้กลับยติดสิบอันดับต้นๆของสำนักซิงเฉิน

        หัวใจของนางเต็มไปด้วยความสับสนยุ่งเหยิงสีหน้าดูไม่ออกเลยว่าเคียดแค้นหรือว่าเสียดายถ้าตอนนั้นนางรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเอาไว้แล้วตอนนี้เรื่องมันจะเป็นอย่างไร

        ฝ่ามือเรียวของนางกำแน่นในขณะที่นางกำลังหวาดกลัวอยู่นั้นร่างของนางก็สะดุ้งขึ้นมาแล้วหวังหลิ่งกับหวังจวิ้นเฟยอยู่ที่ไหน

        หรือว่าไอ้ขยะนั่นจะฆ่าพวกเขาแล้วนางกล่าวคำรามขึ้นในใจถ้าเต้าหลิงช่วงชิงอันดับที่หนึ่งของเขตสิบมาได้เช่นนั้นก็ชัดเจนแล้วเพราะว่าหวังหลิ่งกับเต้าหลิงก็เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันทว่าเขาจะหาญกล้ามากขนาดนั้นเชียวหรือ

        สีหน้าของหวังจวิ้นอี้เริ่มเย็นลงการสอบครั้งนี้น้องชายของเขาหวังจวิ้นเฟยก็เข้าร่วมการสอบด้วยทั้งเขายังเอากำไลมิติของตนมอบให้กับน้องชายทว่าตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหนกัน

        กำไลมิติเป็นสิ่่งที่ล้ำค่ามากทั้งยังเป็นของที่ผู้อาวุโสในตระกูลมอบให้กับเขาหรือว่าจะหายไปแล้ว

        ไม่ว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นจะได้เหรียญมาโดยบังเอิญหรือไม่ก็ตามแต่หากเขาเข้าสำนักซิงเฉินได้ด้วยสิบอันดับต้นๆเขาก็จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายภายภาคหน้าจะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน

        ใช่แล้วแม้ว่าเขาจะด้อยกว่าผู้สืบทอดตระกูลใหญ่ๆอยู่บ้างแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังได้ทรัพยากรจำนวนไม่น้อยอยู่ดีอย่างไรก็ต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเอาไว้

        ผู้คนโดยรอบกล่าวพูดคุยกันทั้งกำชับศิษย์ของตนให้ผูกมิตรกับเขาเอาไว้เพราะว่าคนที่ติดสิบอันดับต้นๆของสำนักซิงเฉินนั้นจะได้รับของรางวัลมากมายของรางวัลที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงรางวัลเบื้องต้นเท่านั้น

        ที่นี่ก็มีคนจากตระกูลใหญ่ๆหลายตระกูลที่ไม่เคยปรากฏ๱ั๷พวกเขาแล้วแต่เป็นคนของตระกูลขุนนางที่ยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณบ้างก็เป็นยอดอัจฉริยะที่ตกลงมาจากฟากฟ้าพวกเขามาก็เพื่อโถงวิหารซิงเฉินซึ่งทางสำนักให้เขาเข้ามาได้เป็นกรณีพิเศษจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมในการสอบ

        โถงวิหารซิงเฉินเป็นสถานที่ลับแห่งหนึ่งในทุกๆครั้งที่เปิดโถงวิหารก็พลันดึงดูดอัจฉริยะจำนวนมากให้มาที่นี่ว่ากันว่าอู่ตี้ก็จะมาด้วยเช่นเดียวกัน

        เพราะว่าวิชาโคจรทิศดาราที่เป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองวิชายอดมหาอำนาจนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากทั้งบนโลกนี้ก็มีเพียงแค่เจ็ดสิบสองวิชาเท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกเก็บรักษาไว้ในตระกูลขุนนางโบราณ

        สำนักซิงเฉินก็เป็นขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณพวกเขาน่าจะมีข้อมูลของกายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์เต้าหลิงครุ่นคิดภายในใจเขารู้สึกสงสัยในกายศักดิ์สิทธิ์ของตนเป็นอย่างมากทว่าเรื่องนี้คงไม่มีใครที่จะให้คำตอบแก่เขาได้

        หวังว่าจะหาข้อมูลเจอเต้าหลิงเดินเข้ามาในกลุ่มคนผู้คนหนึ่งพันคนกำลังยืนอยู่ด้วยจิตใจที่ฮึกเหิมแต่ละคนต่างก็เต็มไปด้วยความดีอกดีใจ

        เอาล่ะตอนนี้พวกเจ้าตามข้าไปที่สำนักซิงเฉินเพื่อเอาเหรียญตราและของอีกเล็กน้อยผู้อาวุโสซุนเซี้ยงซานสะบัดแขนเสื้อแล้วพากลุ่มคนเดินมุ่งหน้าไปที่สำนักซิงเฉิน

        ผู้คนที่เหลือถอนหายใจแล้วส่ายหน้าปีนี้เข้าสำนักซิงเฉินไม่ได้ก็คงต้องรอปีหน้า

        เมืองชิงโจวตั้งอยู่สุดทิศตะวันตกซึ่งทำให้มีบรรยากาศทัศนียภาพที่เหมือนเหมือนกับสถานที่อื่นๆที่นี่มีเทือกเขาที่ยาวเหยียดทั้งยังมีภูเขาวิญญาณที่สูงเด่นอยู่หลายลูกทำให้กลุ่มคนต่างก็ตกตะลึงเพราะข้างในนี้ดูๆแล้วเหมือนกับตั้งอยู่ในภูเขาลูกใหญ่อย่างไงอย่างนั้น

        เห็นภูเขาวิญญาณเหล่านี้หรือไม่ผู้อาวุโสสามซุนเซี้ยงซานชี้ไปที่ยอดเขาพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจภูเขาวิญญาณเหล่านี้มีไม่น้อยที่มีอยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งผู้อาวุโสของสำนักซิงเฉินได้ย้ายมันเข้ามาภูเขาทุกลูกล้วนไม่ธรรมดาพวกมันสามารถนำมาเจียระไนเพื่อเอามาสร้างเป็นของล้ำค่าได้

        แบบนี้นี่เองเต้าหลิงอ้าปากค้างภูเขาเหล่านี้สามารถเอามาทำเป็นของล้ำค่าได้อย่างนั้นหรือนี่มันน่าตกใจจริงๆเดาว่าพวกมันน่าจะดูดซับพลังฟ้าดินบริสุทธิ์มานานหลายยุคสมัยแล้ว

        พลังฟ้าดินของที่นี่เข้มข้นกว่าที่เมืองชิงโจวเป็นอย่างมากโดยเฉพาะยอดเขาที่สูงทะลุชั้นเมฆมันพ่นหมอกสวรรค์ออกมาภายในหมอกเมฆมีร่างคนที่กำลังขยับด้านบนเต็มไปด้วยวิหารจำนวนมาก

        น้ำตกไหลตกลงมาจากทุกหนแห่งสัตว์อสูรที่หาพบได้ยากจะโลกภายนอกเดินไปยังแสงที่อยู่ภายในแปลงสมุนไพรต้นสมุนไพรโบราณส่องแสงประกายออกมาเปล่งปลั่งทำให้เต้าหลิงเหมือนกับเปิดโลกใหม่ของพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของล้ำค่าฟ้าดินไม่คิดว่าที่สำนักซิงเฉินจะมีมากขนาดนี้

        นั่นอะไรมีคนกล่าวขึ้นด้วยความตกใจสายตาก็จ้องมองเข้าในส่วนลึกบนท้องฟ้ามีทางช้างเผือกที่ร่วงหล่นลงมาเหมือนกับสายน้ำสีเงินภายในมีแสงของดวงดาวส่องแสงริบหรี่เป็นนิมิตที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

        ในตอนนั้นมีร่างเงาของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านล่างทางช้างเผือกเขากำลังดูดกลืนพลังดาราในทุกๆช่วงจังหวะของลมหายใจเข้าออกใน๱ั๷ก็พลันสั่นไหวเป็นพลังที่น่ากลัวยิ่งนัก

        มีคนกำลังดูดกลืนพลังดาราอยู่ข้าได้ยินมาว่าพลังนั่นเป็นพลังที่สูงมากแล้วก็มีประโยชน์ต่อขั้นสถิตวิญญาณมากด้วยกลุ่มคนกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงพวกเขาพูดคุยกันต่างๆนาๆต่างก็อยากจะเข้าไปฝึกข้างใน

        นั่นเป็นสถานที่สำคัญของสำนักซิงเฉินพลังดาราเหล่านั้นจะต้องใช้จะต้องใช้วิธีการพิเศษในการเก็บเกี่ยวพลังของดาราลงมาซุนเซี้ยงซานหัวเราะฮ่าฮ่าอย่างภูมิใจ

        ไม่ใช่แค่คนที่เห็นครั้งแรกก็ต้องตกตะลึงถึงจะเป็นคนที่มาจากตระกูลใหญ่ๆต่างก็ต้องอิจฉาถ้าหากสามารถฝึกฝนในทางช้างเผือกได้ในระยะหนึ่งจะต้องได้ประโยชน์อย่างมากเป็นแน่

        ท่านผู้อาวุโสคนที่ฝึกฝนอยู่ในทางช้างเผือกคือใครอย่างนั้นหรือข้ารู้สึกว่าเขาน่ากลัวมากเด็กสาวหน้าตาสะสวยนางหนึ่งถามขึ้น

        สายตาของผู้คนต่างก็จดจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านล่างทางช้างเผือกหลอมกายาของเขาน่าหวั่นเกรงเป็นอย่างมากทั่วร่างปกคลุมไปด้วยแสงสีเงินราวกับดวงดาวขนาดใหญ่ที่ปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวออกมา

        เขาก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นชิงนามว่าชิงอี้เฟยซุนเซี้ยงซานเอ่ยพลางหัวเราะออกมานั่นเป็นซึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสำนักซิงเฉินนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนเพราะขนาดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นชิงยังฝึกฝนในสำนักนี้แล้วศิษย์คนอื่นๆหล่ะจะขนาดไหน

        เต้าหลิงตกใจมากเขากวาดสายตามองขึ้นไปคนๆนั้นก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นชิงเขาเคยได้ยินชื่อเมื่อนานมาแล้วทว่าคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอเขาชื่อเสียงตามคำร่ำลือจริงๆ

        ที่แท้เขาก็คือชิงอี้เฟยเดาว่าขั้นพลังจะต้องน่ากลัวมากแน่สมกับที่เป็นแนวหน้าของแคว้น

        ว่ากันว่าชิงอี้เฟยสามารถประมือกับอัจฉริยะในแคว้นอื่นๆได้ภายภาคหน้าเขาจะต้องมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าอีกทั้งข้าก็ยังได้ยินมาอีกด้วยว่าเขามีวิชายอดมหาอำนาจผู้คนต่างก็มองไปที่ร่างเงาที่อยู่ใต้ทางช้างเผือกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพพลางกล่าวพูดคุยกันขึ้นมาอย่างความอิฉา

        ใครๆต่างก็รู้ดีว่าชิงอี้เฟยมีพลังมหาศาลถึงห้าหมื่นชั่งในขั้นหลอมกายาทั้งยังมีพลังในการต่อสู้ที่สูงมากน้อยคนนักที่จะสามารถทะลวงขีดจำกัดขึ้นไปได้ถึงขนาดนี้อีกทั้งกายของชิงอี้เฟยก็ยังเป็นกายราชันย์ซึ่งเป็นกายที่น่ากลัวมากซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์อสูรโบราณเลย

        อีกทั้งการฝึกฝนพลังของเขาในตอนนี้ยังน่ากลัวเป็นอย่างมากซึ่งทิ้งห่างจากอัจฉริยะคนอื่นไปไกลโขในโลกใบนี้อัจฉริยะไม่ได้น่ากลัวแต่ที่น่ากลัวก็คือระดับของพลัง

        ทางช้างเผือกนั้นเป็นสถานที่ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งหากพวกเจ้ามีโอกาสตอนนั้นพวกเจ้าก็จะได้ไปฝึกที่นั่นเองจากนั้นซุนเซี้ยงซานก็กล่าวอธิบายต่อว่าคนที่ติดอันดับสิบต้นๆในครั้งนี้หากทะลวงถึงขั้นสถิตวิญญาณแล้วก็จะสามารถไปฝึกที่นั่นได้สิบวัน

        เสียงที่กล่าวออกมาทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทุกๆสายตาจ้องมองไปที่คนทั้งสิบคนด้วยความอิจฉาดวงตาทั้งสองของวิหคเพลิงฉายสีความขมขื่น

        มีคนเม้มริมฝีปากแล้วกล่าวออกมาว่ากันว่าพลังที่ถูกปลุกขึ้นในขั้นสถิตวิญญาณนั้นเกี่ยวข้องกับพลังกับโลกภายนอก

        อย่างที่เจ้ากล่าวขั้นสถิตวิญญาณการคือกล้ามเนื้อกายที่ผ่านจิตผสานเข้าด้วยกันกับฟ้าดินยิ่งผสานพลังได้เยอะมากเท่าไหร่พลังก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้นซึ่งทำให้พลังที่ถูกปลุกน่ากลัวมากขึ้น

        ซุนเซี้ยงซานพยักหน้าคำพูดของเขาทำให้สายตาของผู้คนที่อยู่โดยรอบพลันประกายแสงความอิจฉามากเพิ่มขึ้นไปอีกนี่มันโชคชั้นใหญ่เลยนะอย่างไรซะนี่มันก็เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพลังในขั้นสถิตวิญญาณ

        ในตอนนี้พวกเขาได้มารวม๱ั๷กันอยู่ที่เขตลงทะเบียนศิษย์เต้าหลิงและอีกเก้าคนได้รับสิทธิขึ้นไปลงทะเบียนก่อนและได้รับเหรียญตราสีเงินกับของรางวัลในการเข้าสอบครั้งนี้

        ในที่สุดของรางวัลก็มาอยู่ในมือภายในใจของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความดีใจตอนนี้เขามีผลผ่านจิตสองผลและโอสถเม็ดสถิตวิญญาณจิตม่วงอีกหนึ่งเม็ดหากทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณพลังของเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นแน่

        ส่วนเรื่องการไปเลือกวิชามหาอำนาจที่หอคัมภีร์ยุทธ์เขายังไม่รีบร้อนเพราะว่าตอนนี้พลังของเขายังน้อยเกินไปรอจนทะลวงสู่ขั้นสถิตวิญญาณก่อนแล้วค่อยไปเพราะว่าวิชามหาอำนาจนั้นจำเป็นต้องมีพลังที่มากพอจึงจะสามารถควบคุมมันได้

        ให้วิญญาณมิงค์อยู่ในห้องก่อนก็แล้วกันแล้วลองไปที่หอคอยทงหลิงชั้นที่เก้าดูเต้าหลิงครุ่นคิดครู่หนึ่งพลางหมุนร่างแล้วเดินออกไปเขาอยากจะไปฝึกฝนที่หอคอยทงหลิงก่อนการจัดการของสำนักซิงเฉินนั้นไม่ได้ยุ่งยากทั้งสิบอันดับต้นๆก็ยังได้สิทธิพิเศษสามารถจัดการเวลาทั้งหมดได้ด้วย๱ั๷เอง

ความคิดเห็น

COMMENT
8 เดือน ที่แล้ว

* หอคอยทงหลิง = หอคอยผ่านจิต นะคะ ผู้แปลลืมแก้ของตอนนี้ T^T

8 เดือน ที่แล้ว

เต็มอิ่ม

8 เดือน ที่แล้ว

เอาแล้วๆ ลุ้นต่อ

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK