เรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ
ติดตาม
เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 : เจ็บหนัก
เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 : เจ็บหนัก
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

        พื้นที่ของชั้นที่เก้านั้นกว้างขวางเป็นอย่างมากทั้งยังเปี่ยมล้นไปด้วยพลังบริสุทธิ์มหาศาลพลังงานจำนวนมากหลอมรวมกันจนใกล้จะแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรมหมอกสีม่วงล่องลอยไปตามอากาศ

        ด้านในนี้เป็นดินแดนสมบูรณ์ที่พบเจอได้ยากเป็นอย่างมากผู้คนที่อยู่โลกภายในล้วนแต่ดวงตาเป็นประกายทว่าชั้นเก้านี้ไม่ใช่ชั้นที่ใครก็จะเข้ามาได้ด้วยแรงกดดันที่น่ากลัวสูงสุดทั้งยังมีหมอกพลังแห่งกฏควบคุมอยู่

        อีกทั้งพลังแห่งกฏนี้ยังน่ากลัวมากในตอนที่เต้าหลิงเดินเข้ามาเขาก็รู้สึกเหมือนกับร่างถูกเสียดแทงจนแทบจะแหลกสลาย

        เขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปหนึ่งหยดทั่วร่างพลันเปล่งแสงสว่างรูขุมขนคายแสงหมอกออกมาโดยรอบโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นเพียงแค่หยดเดียวก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่มากมายถึงขนาดนี้ทั้งปากและจมูกของเขามีพลังมหาศาลไหลเวียนไปมา

        พลังของเต้าหลิงพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุดเขาแผดเสียงคำรามออกมาฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปข้างในภายในใจพลันเต็มไปด้วยความหวาดระแวงเขารู้สึกได้ว่าพลังฟ้าดินที่ปกคลุมอยู่ที่นี่ถ้าหากอยู่นานเกินไปอาจจะถูกพลังเหล่านั้นบดขยี้จนตายได้

        ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กหนุ่มผมม่วงนั่นถึงไม่ให้ข้าเข้ามาที่แท้ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มนุษย์จะสามารถทนได้เต้าหลิงกล่าวร่างของเขามีเลือดไหลออกมาเพราะถูกพลังแห่งกฏเสียดสี

        ทว่าเพราะเขาได้ดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปทำให้มีพลังมหาศาลอัดแน่นอยู่ในร่างร่างกายของเขาจึงฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

        เต้าหลิงไม่กล้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเขาหาก้อนหินก้อนใหญ่พลางนั่งขัดสมาธิลงไปดวงตาทั้งสองข้างปิดลงเพื่อเริ่มฝึกฝน

        หากเป็นคนภายนอกคนอื่นนั้นพวกเขาไม่กล้าที่จะมาฝึกฝนพลังอยู่ที่นี่เพราะความน่ากลัวของหมอกแห่งกฏที่สามารถฆ่ามนุษย์ให้ตายทั้งเป็นได้แต่ว่ากับเต้าหลิงนั้นไม่เหมือนกันคุณสมบัติร่างกายของเขาได้เปลี่ยนไปแล้วเขาดูดซับพลังงานต้นกำเนิดของที่นี่อย่างรวดเร็วเพื่อใช้มันกลั่นหลอมพลัง

        พื้นที่ของชั้นที่เก้านั้นกว้างใหญ่มากที่นี่ยังมีวิหารโบราณตั้งอยู่บนกำแพงเต็มไปด้วยกลิ่นไอโบราณเก่าแก่ไม่รู้ว่ามีมาอยู่แล้วกี่ยุคสมัย

        มียอดยุทธ์บางคนที่ได้มรดกบางอย่างจากชั้นที่เก้าไปบ้างก็ได้วิชาโบราณชั้นยอดคนที่ได้ไปส่วนมากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า

        ในพื้นที่แห่งนี้ทั้งอ้างว้างและเงียบสงบมีเพียงแค่ในสถานที่โบราณที่มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวทั้งยังมีเสียงโลหะกระทบกันคล้ายกับว่ามีคนตีเหล็กอยู่

        ช่วงพริบตาวันเวลาสิบวันก็ผ่านไปเต้าหลิงยังคงฝึกฝนร่างกายอยู่พลังชีวิตภายในร่างกายของเขานั้นเปี่ยมล้นจนถึงขีดสุดผิวหนังปลดปล่อยหมอกสวรรค์ออกมาทั้งยังโอบล้อมไปด้วยพลังปราณที่หนาแน่น

        เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือนพลังฟ้าดินก็ยังคงไหลเข้าไปในร่างกายของเต้าหลิงอย่างบ้าคลั่งแรงดูดกลืนพลังของเขายิ่งเร็วมากขึ้นเรื่อยๆกล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลังที่แข็งกล้า

        พลังบริสุทธิ์ของเขาระเบิดทะลวงขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดเขาสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดที่น่ากลัวเหมือนกับยอดสูงสุดของห้วงมหาสมุทรยากที่จะทะลวงฝ่าออกไป

        ถึงขีดจำกัดแล้วเต้าหลิงลืมตาทั้งสองขึ้นเขาใช้เวลาหนึ่งเดือนในการฝึกฝนด้วยพลังที่ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายทำให้ความเร็วในการฝึกของเขาพุ่งขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด

        ในเวลานี้พลังทั่วร่างของเต้าหลิงได้เปลี่ยนไปหมอกสวรรค์สีเขียวมรกตถูกปลดปล่อยออกมาทั่วร่างของเขาเหมือนกับน้ำพุชีวิตที่ส่องแสงที่ผสานเข้ากับพลังฟ้าดินโดยรอบซึ่งนี่ก็คือสัญญาณที่กำลังจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณ

        พลังต้นกำเนิดเหมือนว่าจะถูกปลดปล่อยออกมาจากข้างในข้าสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่เหมือนกับท้องมหาสมุทรเขาหันหน้ามองออกไปข้างหน้าท่ามกลางหมอกสลัวๆเขามองเห็นประตูที่น่ากลัวอยู่บานหนึ่ง

        เต้าหลิงยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปข้างหน้าแรงกดดันภายในยังคงน่ากลัวอยู่โดยเฉพาะพลังแห่งกฏถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรสวรรค์ก็คงไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี่นานไม่เช่นนั้นจะต้องได้รับบาดแผลแสนสาหัส

        ทว่าเต้าหลิงไม่กลัวเพราะเขาสามารถใช้พลังงานต้นกำเนิดนี้มาฟื้นฟูร่างกายของเขาได้

        เขาเดินเดินหยุดหยุดจนหลายวันผ่านไปเขาก็เพิ่งจะมาถึงใกล้ประตูเท่านั้นเห็นได้ชัดว่าแรงกดดันนี้น่ากลัวมากขนาดไหน

        เต้าหลิงรู้สึกได้ว่าเขาได้ฝึกฝนมาจนถึงจุดสูงสุดแล้วทว่าเขาก็ยังสัมผัสได้ว่าตนนั้นจะสามารถทะลวงขึ้นไปได้อีกแต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา

        อีกทั้งในครั้งนี้เขาสัมผัสได้ว่าเขาจะค้องใช้พลังศักยภาพของตัวเองในการทำลายขีดจำกัดนี้เพราะดูเหมือนว่าวิชาสยบฟ้านั้นจะถึงจุดสูงสุดแล้ว

        เบื้องหน้ามีประตูสีทองอร่ามปรากฏขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผาปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัวและศักดิ์สิทธิ์ข้างในนั้นเหมือนกับเป็นพระราชวังของเทพสวรรค์

        เป็นที่ที่น่ากลัวมากหรือว่าจะเป็นชั้นที่สิบเต้าหลิงอึ้งไปด้วยดวงตาที่สั่นไหวเขาสัมผัสได้ว่าพลังงานของหอคอยผ่านจิตนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากที่นี่

        อีกทั้งพลังบริสุทธิ์ที่พรั่งพรูออกมาจากหน้าประตูนั้นแต่ละเส้นพลังเต็มไปด้วยความลึกลับทั้งยังแฝงไปด้วยพลังวิญญาณ

        ฝึกฝนเต้าหลิงกำหมัดพลางเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่มีทางเลือกทั้งเขายังต้องการที่จะกลั่นหลอมพลังทั้งหมดนี้

        การกลั่นหลอมพลังในครั้งนี้นั้นสมบูรณ์มากขึ้นกว่าครั้งก่อนอวัยวะภายในทั้งห้าเปล่งแสงออกมาคล้ายกับล้อสวรรค์กระดูกเปล่งประกายระยิบระยับดุจอัญมณีเส้นผมแต่ละเส้นประกายแสงสีทองอร่ามทั่วร่างของเขาอาบไปด้วยแสงทองคำฝีเท้าเหยียดก้าวออกไป

        เพียงแค่ฝ่าเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงไปที่พื้นขนทั่วร่างของเต้าหลิงก็ลุกซู่เหงื่อเย็นไหลออกมาก่อนที่จะรีบยกขาขึ้นอย่างโดยเร็ว

        ทว่าการเคลื่อนไหวของเขานั้นช้าเกินไปประตูที่เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ลุกโชนพลังน่ากลัวที่อยู่ภายในได้ตื่นขึ้นมันพุ่งทะลักออกมาเหมือนกับมหาสมุทรที่โหมปะทะเข้าใส่ร่างของเขา

        อั่กกเต้าหลิงอาเจียนเป็นเลือดออกมากองใหญ่ร่างของเขากระเด็นลอยออกไปทั่วทั้งร่างระเบิดออกเลือดไหลนองออกมากระดูกแต่ละซี่แตกหักไม่เป็นชิ้นดี

        ฟ้าดินได้เกิดการผันผวนแรงกดดันของพลังแห่งกฏกำลังบดขยี้ร่างกายของเขา

        เต้าหลิงแผดเสียงคำรามลั่นเส้นผมเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดปลิวไสวอย่างบ้าคลั่งดีที่เขาได้ดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปก่อนหน้านี้แล้วมันจึงเริ่มรักษาบาดแผลของเขาอย่างบ้าคลั่งถ้าช้ากว่านี้มีหวังได้ตายอยู่ที่นี่จริงๆแน่

        พลังบริสุทธิ์โอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้มันรักษาอาการบาดเจ็บของเขาอย่างรวดเร็วทว่าด้วยบาดแผลที่แสนสาหัสเพราะแรงพลังของกฏในชั้นที่เก้าทำให้เต้าหลิงยากที่จะต้านทานมันไหวเขาใช้เวลารักษาหนึ่งวันเต็มจากนั้นอาการของเขาก็ค่อยๆดีขึ้นมา

        เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงประตูของชั้นที่สิบอีกครั้งเขาดูดซับพลังงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเพื่อมารักษาบาดแผลซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมดสามวันเต็ม

        เข้าไปไม่ได้เต้าหลิงถอนหายใจนี่ที่น่ากลัวเกินไปถ้าไม่ใช่เพราะฝึกฝนในชั้นเก้ามาหนึ่งเดือนเขาก็คงจะตายไปแล้ว

        แท้จริงแล้วต้นตอของพลังนั้นคืออะไรกันแน่นะเต้าหลิงเกาหัวภายในใจยังไม่ยอมแพ้จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างในเพราะอย่างจะรู้ว่าในส่วนลึกของชั้นเก้านั้นมีอะไรอยู่

        หลังจากที่เดินไปเดินมาเขาก็มองเห็นวิหารโบราณแห่งหนึ่งประตูทองแดงเต็มไปด้วยสนิมไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างที่แห่งนี้ขึ้นถึงได้อยู่มานานจนถึงตอนนี้

        เขาใช้มือลูบจมูกคิดอยากจะผลักประตูเข้าไปทว่าประตูนี้หนักเกินไปมากยากที่จะเปิดออก

        ใช่แล้วเมื่อครู่เจ้าผมม่วงนั่นบอกว่าที่นี่มีมรดกอยู่เดาว่าจะต้องใช้โชคชะตะถึงจะเปิดมันได้เต้าหลิงส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมาก่อนจะมุ่งหน้าเดินเข้าไปในส่วนลึกหวังว่าจะได้มรดกมาสักชิ้นหนึ่ง

        เบื้องหน้ามีสระน้ำโบราณปรากฏขึ้นเหมือนกับตาน้ำชีวิตแต่น่าเสียดายที่ของที่อยู่ในนี้ถูกคนช่วงชิงไปแล้วน้ำแห้งเหือดมาไม่ได้รู้กี่ปี

        ระหว่างทางเขาก็เห็นทุ่งสมุทไพรอยู่ไม่น้อยทว่าข้างในนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย

        ยิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่วิหารโบราณก็ยิ่งน้อยลงแต่ทว่าวิหารโบราณที่อยู่ด้านในนั้นล้วนไม่ธรรมดาถึงด้านนอกวิหารจะมีสนิทแต่ข้างในกลับใหม่สะอาดคล้ายกับว่าทำมาจากแร่หินชนิดหนึ่ง

        ของมรดกสืบทอดข้างในนี้จะต้องน่ากลัวมากแน่เต้าหลิงกล่าวพึมพำเขาเดินไปมาข้างในอยู่หลายวันในที่สุดเขาก็เข้ามาถึงข้างในส่วนลึกตรงนั้นมีวิหารโบราณตั้งอยู่ห้าแห่งทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามแสงสีทองเปล่งประกายสว่างไสวจนที่พื้นถูกอาบไปด้วยแสงราวกับว่าเป็นที่อยู่ของเหล่าเทพสวรรค์

        ในตอนนั้นเขาก็มาหยุดอยู่ที่วิหารแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงกลางวิหารโบราณนี้เต็มไปด้วยพลังวิญญาณเก่าแก่ซึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเต้าหลิงเป็นอย่างมาก

        สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติเขาลองผลักประตูเข้าไปดูจากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก

        หรือว่าที่นี่จะมีมรดกสืบทอดของข้าอยู่เต้าหลิงดีใจมากเพราะเขารู้ว่าวิหารทั้งห้านี้ต่างก็เป็นวิหารโบราณที่น่ากลัวที่สุดมันจะต้องมีมรดกตกทอดที่น่าสะพรึงอยู่แน่

        ยอดยุทธ์อัจฉริยะทั้งหลายต่างก็อยากมาที่นี่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามรดกตกทองของที่นี้นั้นน่ากลัวมากขนาดไหนตระกูลขุนนางโบราณต่างก็ตาร้อนผ่าวแต่ทว่าก็ยังมีของอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ถูกคนช่วงชิงไปเห็นได้ชัดว่ามันเอาไปได้ยากแค่ไหน

        ภายในห้องวิหารใหญ่โบราณนั้นว่างเปล่าทว่ากลับอัดแน่นไปด้วยพลังที่น่าเกรงขามราวกับสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เต้าหลิงรู้สึกว่าพลังที่อยู่ภายในนี้นั้นเหมือนกับพลังของเขามาก

        เขามาถึงส่วนลึกสุดของวิหารใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมามรดกสืบทอดของที่นี่ก็มีคนช่วงชิงไปแล้วเขามองเห็นกล่องหยกอยู่ใบหนึ่งซึ่งภายในนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย

        หลอกกันหรือยังไงของอะไรก็ไม่มีแล้วจะให้ข้าเข้ามาทำไมเต้าหลิงขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

        หลังจากนั้นสายตาของเขาก็ฉายประกายความสงสัยออกมาถ้าหากมรดกสืบทอดถูกเอาไปแล้วประตูก็ถูกเปิดสิแล้วทำไมมันถึงได้ปิดอยู่ละ

        หรือว่าคนที่เอาไปจะเอาไปไม่หมดเขากำหมัดเล็กน้อยเพื่อที่จะรับประกันว่าการคาดเดาของตนนั้นไม่ผิดเขาจึงเดินไปรอบๆตรงประตูที่อยู่ข้างๆซึ่งน่าเสียดายที่ตรงนั้นไม่ได้มีของอะไรอยู่เลย

        เต้าหลิงรู้สึกว่าที่ประตูข้างๆนี้นั้นน่าจะเป็นมรดกชิ้นที่สองวิหารหลักต่างหากละถึงจะมีมรดกของจริงอยู่

        ที่นี่มีลานอยู่แห่งหนึ่งภายในมีต้นไม้หยาบกร้านสูงใหญ่เขาเดินไปมารอบๆในตอนนั้นเขาก็เห็นร่องรอยการถูกค้นริมฝีปากของเขาเม้มแน่นคนอื่นก็คงไม่ได้เป็นคนโง่เขาจะต้องเอาของทั้งหมดที่นี่ไปแล้วแน่

        เมื่อเดินมาถึงส่วนลึกสุดเต้าหลิงก็มองไปทางห้องปรุงโอสถห้องหนึ่งแล้วส่ายหัวห้องที่สำคัญขนาดนั้นจะต้องมีคนเข้าไปแล้วแน่อย่าหวังเลยว่าจะโอสถหลงเหลืออยู่

        เขาคิดที่จะหันหลังเดินกลับทว่าฝีเท้าก็ก้าวเข้าไปข้างในเองอย่างอดไม่ได้

        อุณหภูมิภายในห้องนั้นร้อนเป็นอย่างมากบนแท่นหยกทั้งหมดว่างเปล่าตรงกลางมีเตาโอสถอยู่อันหนึ่ง

        ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงฉายสีความตกตะลึงออกมาคิดไม่ถึงว่ายังจะมีเตาโอสถหลงเหลืออยู่หรือว่าคนที่เข้ามาไม่ได้เอาเตาโอสถไป

        หรือว่ามันจะหนักเกินไป?”เต้าหลิงเกาหัวพลางใช้มือทั้งสองจับไปที่ฝาเตาแล้วใช้แรงทั้งหมดที่มือออกแรงดึงมันออก

        ใครจะไปคิดละว่าฝาเตาจะถูกเปิดออกอย่างง่ายดายเขาซวนเซจนเกือบจะล้มเขาถือฝาเตาเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ดำมืดมีเสียงเกร๊งดังขึ้นมาเขามองเข้าไปภายในเตาก็พลันเห็นกระดาษใบหนึ่งที่เขียนเอาไว้ด้วยตัวหนังสือสีทองหมอกสวรรค์เปล่งแสงสว่างจ้าแต่ละตัวอักษรโบราณโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิง

        มรดกสืบทอดเต้าหลิงดีใจเป็นอย่างมากในขณะที่กำลังจะหยิบมันขึ้นมานั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวจนทำให้ขนทั่วร่างของเขาลุกซู่ฝีเท้ารีบก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็วเพราะเขาสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังเข้ามาเยือน

ตอนต่อไป
เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 : หลอมรวม...

ความคิดเห็น

COMMENT

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ