เรื่อง STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

ติดตาม
ภาคที่ 9 Black Purge ตอนที่ 22 ลางดี
ภาคที่ 9 Black Purge ตอนที่ 22 ลางดี
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

“ได้ยินนะเว้ย พวกแกไปหาข้อมูลมาจากไหน? ต่อให้จับพวกเลขสองหลักได้แต่ก็ไม่มีทางรู้ข้อมูลลึก ๆ พวกนี้ได้หรอก” ราห์เดินตามหลังมาติด ๆ โดยใช้อาร์โนเป็นโล่มนุษย์

“วิธีใช้พลังก็คือต้องสบตากันหรือสัมผัสตรง ๆ เป็นพลังที่ต่อกรได้ยากหากไม่มีเวทมนตร์ตรวจจับ”

“แหม ๆ ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย แต่มานาอันน้อยนิดพวกนั้นจะยื้อไปได้สักกี่น้ำเชียว” ราห์ขว้างบอลเพลิงใส่แต่มันกลับมอดดับไปก่อนจะถึงตัวพวกซึฮากิ

เวทมนตร์ป้องกันแบบใหม่เหรอ ทำไมถึงไม่มีร่องรอยการปะทะหลงเหลืออยู่เลยล่ะ ราห์เว้นระยะห่างค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษต่อให้ศัตรูตรงหน้าจะเป็นแค่ร่างปลอมก็ตาม

“ฝากนายจัดการด้วยล่ะ ส่วนฉันจะคอยดูท่าทีอยู่ข้างหลัง”

“ครับ” อาร์โนเสริมร่างกายด้วยมานาแล้ววิ่งใส่เหล่าร่างโคลนของซึฮากิ เขาเพิ่มอัตราการใช้มานามากขึ้นเหมือนถึงเวลาเอาจริงแล้ว

ร่างโคลนซึฮากิถอยกลับเหลือไว้ข้างหน้าแค่สองคน และสองคนนั้นก็สร้างโล่มานาตั้งรับโดยไม่สนว่าตนเองจะเป็นอะไรไหม วินาทีที่อาร์โนพุ่งชนมันก็ทำให้ร่างโคลนทั้งสองกระเด็นกระดอนก่อนจะสลายหายไปแต่ตรงนั้นกลับเป็นหลุมลึกทำให้อาร์โนร่วงลงไปทันที

จังหวะเดียวกันร่างโคลนที่ถอยออกไปได้เพ่งรวมมานารอไว้อยู่แล้ว พวกเขายิงหอกวายุยัดลงไปในหลุมไม่ยั้งเพื่อกำจัดอาร์โน แต่ราห์ก็ไม่นิ่งนอนใจเขาใช้จังหวะที่กำลังสนใจอาร์โนเพื่อเข้าประชิดซึฮากิและเหวี่ยงดาบเพลิงฟันร่างโคลนเหล่านั้น

อีกแล้ว จู่ ๆ ดาบเพลิงก็มอดดับไปเหลือไว้แค่ความสงสัย สุดท้ายเขาก็ใช้แค่เสริมกำลังคู่กับมีดสั้นไล่ฟาดฟันซึฮากิ

ต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือเวทมนตร์อะไร ราห์หันมองจ้องไปที่ซึฮากิคนอื่นหวังใช้พลังเดอะของตนเองแต่ร่างโคลนทุกคนกลับไม่มีใครมองหน้าเขาเลย

อาร์โนที่ได้ราห์ช่วยไว้ทำให้กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลแต่ก็เป็นบทเรียนให้รู้ว่าศัตรูตรงหน้าคือใคร เขาทุ่มมานาจำนวนมากเพื่อรักษาและเสริมมานาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

“ผมมาแล้วครับ” อาร์โนวิ่งมาสุดแรงเพื่อทำลายการป้องกันตรงประตู ขณะเดียวกันราห์ก็ใช้พลังเดอะกับพวกทหารที่อยู่บนกำแพงแทน อารมณ์ร้าย ความคิดด้านลบและความหวาดระแวงถูกฝังเข้าไปในหัวของทหารพวกนั้นทำให้พวกเขาอาละวาดฆ่ากันเอง แต่ซึฮากิก็คาดการแผนนั้นได้จึงทำให้ทุกคนหมดสติก่อนแล้วพาไปทิ้งไว้ในเมืองแทน

“เป็นคนที่น่าทึ่งจริง ๆ ฉันทำงานอยู่ในวงการมาหลายสิบปีจนขึ้นมาเป็นผู้บริหาร ฉันเคยเจอผู้มากฝีมือและผู้ที่มีพรสวรรค์มามากมาย ถึงจะข้ามผ่านมาอย่างยากลำบากแต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำเหมือนฉันกำลังเดินตามหลังอยู่ตลอดเวลา” ราห์เพ่งรวมมานาจำนวนมากโดยมีอาร์โนคอยคุ้มกันเวทมนตร์จากซึฮากิ

“[สายธารก้ำกึ่ง]” ราห์เชื่อมต่อมานาเป็นเชือกแล้วปล่อยให้มันโยงใยไปทุกหนทุกแห่งจนเหมือนใยแมงมุม เมื่อซึฮากิพยายามทำลายมันก็จะเกิดระเบิดเป็นลูกโซ่ทำลายทั้งกำแพงเมืองและร่างโคลนไปพร้อม ๆ กัน

ขณะเดียวกันก็มีเสียงระเบิดดังมาจากประตูสามที่มีมือขวาของพาซี่กับคอนซิวอยู่ แม้ยูกิจะเอาเสบียงวิเศษมาช่วยแต่ก็ทำให้ได้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น

“นั่นแหละ ๆ ยิงไปเรื่อย ๆ แล้วเติมมานาซะ” ยูกิคอยสังเกตการณ์ทุกการเคลื่อนไหวและปล่อยให้ทหารจัดการกันเอง

ขณะที่การยื้อเวลากำลังเป็นไปได้ด้วยดีจู่ ๆ ฝ่ายศัตรูก็หนีเข้าป่าไปเหมือนยอมแพ้แต่ไม่นานนักพวกเขาก็ขว้างเวทมนตร์ที่มีลักษณะเหมือนลูกตุ้มใส่พวกทหาร ลูกตุ้มมานานั้นได้ยิงเส้นมานาออกมาเหมือนตาข่ายทำให้ฝั่งทหารขยายโล่มานาไม่ทัน ตาข่ายมานาส่วนหนึ่งผ่านการป้องกันเข้ามาด้านในและระเบิดทันทีที่กระแทกกับพื้นทำให้กำแพงเมืองถล่มลงมา

“อย่าพึ่งตกใจ ของแค่นี้ไม่ทำให้ตายหรอก” ยูกิเดินขึ้นมาบนกองอิฐหินเพื่อดูสถานการณ์แต่แอนดี้และเอ็มเมลินก็เข้ามาถึงตัวเสียแล้ว

ยูกิสร้างพายุผลักไปข้างหน้าแต่แล้วก็โดนหอกวายุของเอ็มเมลินสวนกลับง่าย ๆ โชคยังดีที่มีทหารอยู่ใกล้ ๆ จึงช่วยกันสร้างโล่มานาป้องกันได้ทัน

“ช้าไป” วินาทีที่พวกทหารหันมาสนใจเอ็มเมลินมันก็ทำให้แอนดี้วางเวทมนตร์ไว้ที่พื้นได้สำเร็จ เวทมนตร์วารีได้ครอบคลุมพื้นทั้งหมดแล้วหมุนวนให้มารวมกันอยู่ตรงกลาง

เอ็มเมลินสร้างหอกวายุขึ้นด้านบนแล้วยิงลงมาด้านล่างที่พวกทหารโดนคลื่นน้ำพัดวนอยู่ แต่ยูกิก็สร้างกำแพงวายุลดแรงปะทะได้และขว้างมันใส่เอ็มเมลินแทน

“ไปตายซะ !” ยูกิพยายามยื้อเวลาให้ทหารทำลายคลื่นน้ำทิ้ง เขาใช้มานาอย่างบ้าระห่ำเหมือนไม่กลัวหมดสติเพื่อที่อย่างน้อยอีกฝ่ายจะได้ไม่มีเวลาร่ายเวทมนตร์อื่น

เอ็มเมลินปล่อยให้แอนดี้เป็นคนรับมือ-่าเวทมนตร์วายุเหล่านั้นแล้วตนเองก็คอยหลบอยู่ด้านหลังแทน นั่นไม่ใช่การกินแรงเพื่อนแต่เธอกำลังวิเคราะห์สถานการณ์รอบ ๆ ทั้งจำนวนและความหนาแน่นของมานา เมื่อเข้าใจแจ่มแจ้งเธอก็ร่ายเวทมนตร์หอกวายุอีกครั้งโดยเล็งจัดการคนที่อ่อนแรงก่อน

“แฟรงค์ !” ยูกิตะโกนเสียงดังเป็นสัญญาณให้เจ้าแฟรงค์บินลงมาโฉบพาเขาหนีออกจากคลื่นน้ำ

“เลี้ยงสัตว์อสูรด้วยแฮะ เห็นแล้วก็นึกถึงผู้บริหารกูลูเลย” เอ็มเมลินเล็งมีดสั้นไปยังนกตัวนั้นเพื่อสอยให้ยูกิร่วงลงมาแต่มันกลับเปลี่ยนทิศทางหลบได้อย่างรวดเร็วเหมือนมีตาหลัง

ยูกิยื่นขนมแท่งให้แฟรงค์กินเพื่อฟื้นฟูมานาและกำลังกาย เมื่ออยู่ในระยะปลอดภัยมันก็ปล่อยยูกิลงพื้นเพื่อกลับไปหาศัตรูทั้งสองคน

“น่ารำคาญกันจริง ๆ” ยูกิสร้างมานาเป็นหอกยาวเรียงรายอยู่ตรงหน้า จากนั้นเขาก็ยิงมันออกไปโดยเล็งไปหาแอนดี้ที่เป็นคนควบคุมน้ำวน

หอกวายุพุ่งทะลวงการป้องกันของแอนดี้แต่ก็มีเอ็มเมลินเสริมโล่มานาเข้ามาช่วยทัน แต่มีหอกส่วนหนึ่งมุ่งเป้าไปหาเอ็มเมลินแทนเหมือนเดาการเคลื่อนไหวของพวกเธอได้

“เลเวลแค่นั้นก็คงทำได้เท่านี้แหละ” เอ็มเมลินยิ้มเยาะเย้ยหลังจากป้องกันหอกวายุของยูกิได้ทั้งหมด

แต่จังหวะนั้นเจ้าแฟรงค์ก็ได้ทิ้งระเบิดมานาลงมาพอดีทำให้แอนดี้และเอ็มเมลินเสียหลัก ทำให้น้ำวนที่ดึงเหล่าทหารไว้หยุดทำงานเป็นโอกาสให้พวกเขาสวนกลับได้เสียที

“ตกใจแค่นี้ก็ปล่อยเวทมนตร์ตัวเองแล้วเหรอ?” เอ็มเมลินมองแอนดี้ด้วยหางตาก่อนจะจ้องมองไปที่เหล่าทหารเพื่อวิเคราะห์การโจมตีของพวกเขา เมื่อจับจังหวะและมุมการยิงได้เธอก็สร้างโล่มานาเฉพาะจุดเพื่อประหยัดมานาพร้อม ๆ กับขว้างหอกวายุของตนเองสวนไปด้วย

ยูกิใช้จังหวะที่เอ็มเมลินกำลังสนใจพวกทหารเพื่อรวบรวมมานาก้อนใหญ่ เขาสร้างกระสุนวายุนับร้อยนัดเพื่อกระหน่ำยิงไม่ให้มีโอกาสป้องกันได้แต่วินาทีที่กำลังจะยิงเอ็มเมลินกลับขว้างหอกมาที่เขาเสียก่อน

“อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ” เอ็มเมลินใช้ตรวจจับมองดูทั้งสนามรบเห็นทุกการกระทำและวิเคราะห์มานาได้อย่างยอดเยี่ยม

ระหว่างที่เอ็มเมลินรับมือกับทั้งสามฝั่ง แอนดี้ก็ได้เตรียมมานาเสร็จเรียบร้อยและสร้างคลื่นน้ำยักษ์สูงสิบเมตรพัดเข้าหาพวกทหารอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นเองยูกิได้กระโจนเข้าไปขวางโดยใช้เวทมนตร์วายุพัดสวนกลับ

“ต้องถอยแล้ว !” ยูกิตะโกนสั่งแต่แทนที่จะหนีพวกเขากลับเดินขึ้นมาอยู่เคียงข้างเพื่อเสริมสร้างโล่มานาช่วยดันอีกแรง

“ถึงจะน่าเห็นใจแต่มันก็เท่านั้นแหละ สาม...สอง...หนึ่ง...” เมื่อเอ็มเมลินนับเสร็จโล่มานาและเวทมนตร์ของยูกิก็พังทลายถูกคลื่นน้ำซัดไปกระแทกกับตึกรามบ้านช่องทันที

สถานการณ์ฝั่งเอลโฟเรียเหมือนกำลังจะสิ้นหวังไม่ต่างอะไรกับสำนักเทวาคารประทับ แม้ที่นั่นจะมีมิโกะอยู่แต่ศัตรูดันมีมากเกินที่สมาชิกสำนักจะต้านทานไหว

“จะยื้อไว้ได้อีกสักกี่น้ำครับท่านมิโกะ?” โยฮันยิ้มหน้าระรื่นทำเหมือนไม่เป็นอะไรแต่ร่างกายกลับเต็มไปด้วยบาดแผล

“ข้าต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น” สภาพของมิโกะก็ไม่สู้ดีนักเพราะนอกจากได้แผลแล้วก็ยังเจอกับพิษจากเข็มของโยฮันด้วย ถึงจะยอมเจ็บตัวเผาแผลทำลายพิษทันทีที่โดนแต่ก็ยังมีเล็ดลอดไปได้อยู่ดี

สภาพเมืองที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติได้ถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเกิดสงครามขึ้นแล้วไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ก็ต้องมีการสูญเสียอยู่ดี นั่นคือสิ่งที่มิโกะกลัวมาตลอดจึงไม่อยากเข้าไปยุ่มย่ามกับกิจการของสำนักมนตร์ดำ

“[ลำนำบทที่สิบ - ฟ้าร่วงในวันร่ำลา]” ท้องฟ้ามืดสนิทเพราะถูกเมฆบดบังแต่ตอนนี้แสงจันทร์ได้กลับมาสว่างสาดส่องอีกครั้ง เมฆทั้งหลายถูกลมฟ้าอากาศพัดเอามารวมกันเป็นพายุลูกใหญ่ที่ค้างอยู่บนท้องฟ้าราวกับท้องฟ้ากำลังจะลงทัณฑ์ผู้ที่อยู่เบื้องล่าง

“[ความสำเร็จของตัวข้าผู้ไร้คู่ครอง]” มานาก้อนใหญ่ได้เปลี่ยนเป็นจิ้งจอกเพลิงยักษ์ที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากขุมนรก จากนั้นมันก็หมุนตัวเองจนกลายเป็นหอกเพลิงที่พร้อมเผาทำลายทุกคนที่ได้เห็นมัน การหมุนของจิ้งจอกเพลิงทำให้ความร้อนพัดกระจายออกไปไกลหลายสิบกิโลเมตรโดยเฉพาะมิโกะและโยฮันที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ยิ่งได้รับความร้อนระอุนั้นมากกว่าใคร

“หวังว่าเวทมนตร์ของผมจะแข็งแกร่งกว่านะครับ” โยฮันยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทิ้งพายุมหึมามาลงมายังเบื้องล่าง

“ไม่มีทาง” มิโกะชี้นิ้วไปยังโยฮันเพื่อเล็งเป้า สายตาอันดุดันและแข็งกร้าวจ้องมองตาไม่กะพริบตั้งแต่วินาทีที่จิ้งจอกเพลิงพุ่งขึ้นไปจวบจนมันได้ปะทะกับเวทมนตร์ของโยฮัน

เวทมนตร์ของทั้งสองค่อย ๆ แตกสลายกระจายไปทั่วเหมือนชอล์กที่ถูกับกระดานจนสั้นลง แต่แค่เศษซากจากเวทมนตร์ก็ทำให้เกิดหายนะทำลายพื้นที่โดยรอบยาวไปถึงป่าใกล้ ๆ จนเกิดไฟลุกลามสว่างจนเห็นชัดในยามค่ำคืน

เหล่ากำลังเสริมที่กำลังยุ่งกับเจ้าสำนักตัวปลอมก็ยังต้องหันมาสนใจการประชันเวทมนตร์ของผู้มีเลเวลเก้าที่ทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นมาก่อน

“ฆ่ามัน !” เฟยเฟิ่งและเฉิงเป็นแนวหน้าในการบุก เฉิงทุบพื้นสร้างพื้นที่แบ่งแยกเพื่อให้รุมจัดการทีละคนได้ง่าย ๆ แต่เฉิงตัวปลอมก็คิดเช่นเดียวกันทำให้กลายเป็นสนามประลองตัวต่อตัวไปโดยปริยาย

“ข้าเกลียดเวทมนตร์บ้า ๆ พวกนี้จริง ๆ” เฉิงยกแขนขึ้นมาด้านหน้าเตรียมปลดปล่อยเวทมนตร์เพลิง

“ข้าก็เกลียดมนตร์ดำเหมือนกัน มันช่างเป็นเวทมนตร์ที่สกปรกเสียจริง” เฉิงตัวปลอมก้าวขานำมาด้านหน้าเตรียมวิ่งใส่

ทั้งสองดวลกันด้วยหมัดที่ห่อหุ้มด้วยมานาเพียงอย่างเดียว พอเห็นเช่นนั้นเฉิงตัวจริงจึงคิดหาวิธีที่แตกต่างเพื่อก้าวข้ามตัวปลอมโดยการสร้างเปลวเพลิงที่เท้า ทุกครั้งที่ก้าวขาเตะมันจะสร้างเวทมนตร์เพลิงหวังให้อีกฝ่ายกะพริบตาสักครั้งก็ยังดีแต่เฉิงตัวปลอมก็ไม่นิ่งนอนใจเพราะเขาได้ใช้เวทมนตร์ปฐพียกพื้นที่เฉิงตัวจริงยืนอยู่ทำให้เสียหลักแล้วง้างหมัดชกเข้าที่หน้าเต็ม ๆ

“คิดว่าได้หมัดแรกแล้วจะชนะหรือ?” เฉิงตัวจริงจับแขนที่ชกหน้าตัวเองไว้แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงพื้นพยายามจะหักแขนของเฉิงตัวปลอม

“คิดว่าจับได้อยู่คนเดียวหรือ?” เฉิงตัวปลอมพลิกตัวไปอีกฝั่งแก้การล็อกแขนและกลายเป็นฝ่ายได้ล็อกเข้มข้นเฉิงตัวจริงแทน

“ก็มาสิวะ !” เฉิงตัวจริงใช้เวทมนตร์ปฐพียกทั้งสองขึ้นเหมือนเสาบูชายัญจากนั้นก็ทิ้งตัวลงมาพร้อม ๆ กัน วินาทีก่อนที่จะถึงพื้นเฉิงตัวปลอมยอมปล่อยขาแล้วแยกกันพอดีและอาศัยจังหวะนั้นพุ่งใส่เฉิงตัวจริงชิงความได้เปรียบก่อน แต่เฉิงตัวจริงรู้ว่าถ้าเป็นตัวเองจะทำอะไรจึงสร้างเสาหินยกตัวเองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกรอบหลบหมัดจากเฉิงตัวปลอมได้ง่าย ๆ

ระหว่างที่อยู่บนเสาหินเขาก็ได้สังเกตสถานการณ์ของพรรคพวกรอบ ๆ จึงเหลือบไปเห็นเฟยเฟิ่งกำลังถูกไล่ต้อนจากเฟยเฟิ่งและลูกศิษย์ เขาไม่รอช้ากระโดดข้ามกำแพงหินเข้าไปช่วยเฟยเฟิ่งทันทีแต่เฉิงตัวปลอมก็ตามมาติด ๆ ด้วยการชกกำแพงหินเป็นรู

“นี่มันชักจะวุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว” เฟยเฟิ่งกล่าวขณะที่กวาดสายตามองเฉิงโดยไ๸่๫ู้ว่าคนไหนคือตัวจริงตัวปลอม

อีกด้านหนึ่งซึฮากิได้กวาดล้างศิษย์สำนักมนตร์ดำที่ส่งมาเพื่อกำจัดเขาและไว้ชีวิตศิษย์ที่ไ๸่๫ู้เรื่องแผนการเพื่อใช้เป็นคนนำทาง

“นายมันคนที่เป็นเป้าหมายของท่านเจ้าสำนักนี่” ชายผู้น่าสงสารขมวดคิ้วมองหน้าซึฮากิแต่เมื่อมีคมมีดจ่อมาที่คอเขาก็ต้องหุบปากด้วยท่าทางสั่นระริกแทน

“นำทางไป”

“คิดว่าฉันจะ...” พูดไม่ทันขาดคำซึฮากิก็จับหักนิ้วไปหนึ่งครั้ง เสียงร้องลั่นดังก้องไปทั่วจนเรียกพวกมอนสเตอร์มาเพิ่มแต่เพียงพริบตาเดียวพวกมันก็ถูกกำจัดทั้งหมด

“นำทางไป”

“ไม่...มีทาง...” ซึฮากิจับหักนิ้วเพิ่มอีกหนึ่งนิ้วแต่ครั้งนี้เขาค่อย ๆ หักให้ได้เห็นวินาทีที่กระดูกกำลังบิดไปอีกฝั่ง

“คิดว่าฉัน...”

หลังจากหักนิ้วไปสิบนิ้วกับถอดเล็บอีกห้านิ้วในที่สุดเขาก็ยอมทำตาม เส้นทางที่มุ่งหน้าไปเหมือนจะเป็นทางออกแต่กลับมีกลุ่มคนดักรอมากกว่าสิบคนและยังแข็งแกร่งกว่าพวกศิษย์ก่อนหน้านี้หลายเท่า

“รอดมาจริง ๆ สินะ แต่อย่างน้อยก็ผลาญมานาของมันได้เยอะอยู่” ชายวัยกลางคนยืนอยู่เบื้องหน้าเป็นเหมือนหัวหน้าศิษย์หมายเลขหนึ่งหลัก

“ถึงจะไม่ชอบที่มีเราอยู่สองคนแต่ในเมื่อเป็นคำสั่งโดยตรงของท่านเจ้าสำนัก เราก็ต้องทำตามแต่โดยดี” ชายวัยกลางคนอีกคนที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะยืนอยู่ข้างกัน

เดียร์เดอะโคลนเนอร์พลังในการสร้างร่างโคลนที่เหมือนกับตัวจริงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์หนึ่งร่างต่อหนึ่งคน ตามลักษณะจากรายงานพวกนั้นคือหมายเลขหนึ่งหลักที่ประจำการอยู่ที่อื่นและยังมีหมายเลขห้า หมายเลขแปดและหมายเลขสิบที่อยู่ทั้งตัวจริงและร่างโคลน

หมายเลขห้าสองคนและหมายเลขสามใช้เวทมนตร์ตรวจจับวิเคราะห์ดูการเคลื่อนไหวของซึฮากิทุกระเบียบนิ้ว แม้แต่การขยับเท้าก็ยังเดาได้ว่าจะไปทางไหนต่อและในขณะเดียวกันหมายเลขแปดสองคนได้พุ่งเข้าจู่โจมก่อนเพื่อสร้างจังหวะให้คนที่เหลือ

“ฝากด้วยล่ะหมายเลขหก”

หญิงสาวเสียงแหลมใช้เวทมนตร์รักษา เวทมนตร์เพิ่มพละกำลังเพิ่มความเร็ว เวทมนตร์เสริมกำลังและเสริมโล่มานาให้ทุกคนโดยไม่สนว่าตนเองมานาจะหมดหรือไม่

“ใส่ให้หมดอย่างน้อยก็ต้องสร้างบาดแผลให้มันสักแผล”

เหล่าศิษย์อันดับต้น ๆ ของสำนักทุ่มเทมานาทั้งหมด หมายเลขหนึ่งวิ่งตามหลังหมายเลขแปดเข้าประชิดและใช้วิชาลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง

หมายเลขสองผู้ใช้หอกของสำนักเหยียดแขนสุดเพื่อเหวี่ยงหอกที่เต็มไปด้วยมานาเหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

หมายเลขสามและหมายเลขห้าช่วยกันใช้เวทมนตร์อ่อนล้า บดบังวิสัยทัศน์และพยายามก่อกวนการรวมมานาของซึฮากิ

หมายเลขสี่หายไปจากการตรวจจับและโผล่มาด้านหลังหวังใช้มีดแทงเข้าที่คอ

หมายเลขเจ็ดใช้เวทมนตร์น้ำแข็งยึดร่างของซึฮากิไม่ให้หนีไปไหนได้ขณะที่หมายเลขเก้าเข้าประชิดจากอีกด้านและหมุนเคียวโซ่เฉือนซึฮากิ

ในจังหวะสุดท้ายหมายเลขสิบและร่างโคลนรวบรวมมานาไว้กับตัวและโผเข้ากอดซึฮากิเพื่อระเบิดตายไปด้วยกัน

เวทมนตร์แสนจะรุนแรงเหล่านั้นทำให้เพดานดันเจี้ยนถล่มลงมาทับซึฮากิกับศิษย์คนนำทางซ้ำไปอีก ขณะที่ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นจึงได้แต่ภาวนาให้แผนสำเร็จและเมื่อใช้ตรวจจับดูแล้วไม่เห็นการรวมมานาอีกจึงโล่งใจที่พวกตนสามารถกำจัดเสี้ยนหนามของสำนักได้

หมายเลขห้ากวาดสายตามองผ่านฝุ่นควันตรงหน้าได้แต่ถอนหายใจแล้วยอมรับสภาพ “มีแค่หมายเลขสิบสินะที่ไม่รอด อย่างน้อยเขาก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว” เพียงแค่พริบตาเดียวเหล่าหมายเลขหนึ่งหลักก็ตกอยู่ในสภาพปางตาย นอกจากจะใช้มานาไปเยอะก็ยังโดนลูกหลงจากพลังทำลายมหาศาลเหล่านั้นด้วย

“เตรียมตรวจงานแล้วเคลื่อนย้ายได้”

ศิษย์ที่เหลือรอดลากสังขารตนเองกลับขึ้นไปทางออกเหลือไว้แค่หมายเลขห้าและหมายเลขสามที่ยังสภาพดีอยู่แต่จู่ ๆ พวกเขาก็ล้มหมดสติไปทีละคน

“นี่มันอะไร...” ภาพสุดท้ายที่พวกเขาเห็นก็คือซึฮากิกำลังเดินเข้ามาหาแล้วค้นของขโมยของในตัวไป

สุดท้ายเหล่าหมายเลขหนึ่งหลักก็ถูกกำจัดได้อย่างง่ายดาย

“คิดถูกแฮะที่ยอมใช้มานาสองในสามเพื่อสร้างร่างปลอมให้เหมือนจริงที่สุดเท่าที่ทำได้ แถมพอเข้าใจหลักการของเพฟก็ยิ่งสร้างพื้นที่ไร้ออกซิเจนได้ไวขึ้นด้วยดังนั้นแผนการยื้อเวลาให้อยู่กับที่นาน ๆ จึงมีประสิทธิภาพสูงต่อให้สเตตัสจะเยอะแค่ไหนก็สามารถล้มลงได้เช่นกัน”

ซึฮากิยังคงสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งได้อยู่ เขาคนนั้นแข็งแกร่งกว่าศิษย์สำนักทั้งหมดรวมกันเสียอีก เขาจึงต้องกินขนมแท่งและเติมมานาให้ทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อมที่สุด

“อีกฝ่ายก็น่าจะรู้ว่าเรากำลังฟื้นฟูมานาอยู่แต่ก็ไม่เข้ามายุ่ง สงสัยจะขัดคำสั่งของเจ้าของไม่ได้” ซึฮากิใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะฟื้นฟูมานาและพลังกายเต็มร้อยเพื่อเตรียมการปะทะในครั้งนี้

ซึฮากิก้าวเดินเข้าไปช้า ๆ เพื่อดูหน้าตัวตนอันแข็งแกร่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น และเมื่อเห็นเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาราวกับหาหนทางชนะไม่ได้

“พลังของเดียร์จำเป็นต้องใช้เลือดของคนที่ต้องการโคลน...และเราก็เป็นฝ่ายพลาดเอง”

ซึฮากิหวนนึกถึงตอนที่เขาไล่กวาดล้างศิษย์สำนักในป่า แผลจากมีดแค่เล็กน้อยในตอนนั้นทำให้เกิดสถานการณ์ยากลำบากในตอนนี้เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือร่างโคลนของตัวเขาเอง

“เหมือนกันทุกอย่างแต่ก็ยังทำตามคำสั่งของเดียร์อย่างเคร่งขัดจึงได้แต่เฝ้าทางออกไว้ไม่บุกเข้ามาซึ่ง ๆ หน้า จะใช้เวทมนตร์พื้นที่ไร้ออกซิเจนร่างโคลนก็คงรู้ตัวอยู่ดี หรือต้องวัดกันที่มานาสำรองอย่างเดียว” หลังจากเตรียมตัวเตรียมใจเสร็จซึฮากิก็เดินเข้าไปเผชิญหน้ากับร่างโคลนของตนเอง

ทั้งสองยืนประจันหน้ากันแต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนก้าวขาออกจากจุดเดิมเลย พวกเขากำลังต่อสู้กันด้วยมานาล้วน ๆ ต่อให้โยฮันหรือมิโกะมาเห็นก็ไม่มีทางตามทันแน่นอน

ซึฮากิพยายามแทรกแซงมานาของร่างโคลนเพื่อทำลายชุดมานาเพราะในบริเวณนี้ทั้งหมดถูกทำให้ไร้ออกซิเจนไปแล้ว ไม่ใช่แค่เป็นของซึฮากิแต่ร่างโคลนก็ทำเช่นเดียวกันแต่เมื่อไม่เป็นผลจึงเล็งเป้าไปที่การลบการตรวจจับของอีกฝ่ายก่อน

มานาของทั้งสองเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันราวกับภาพสะท้อนจากกระจก ระหว่างที่พยายามรบกวนการตรวจจับเขาทั้งสองก็ยังปั้นมานาเป็นอาวุธจู่โจมจากจุดบอดแต่ทั้งสองก็ยังสร้างโล่มานาป้องกันได้ในจังหวะสุดท้าย

ซึฮากิยิ่งกระสุนมานาใส่และยิงซ้ำอย่างต่อเนื่องหวังเจาะโล่มานาให้ได้สักหนึ่งจุด ขณะเดียวกันร่างโคลนก็สร้างโล่มานาขนาดเล็กที่รับกระสุนเหล่านั้นแล้วแตกทันทีแต่สามารถสร้างใหม่ได้อย่างรวดเร็วเหมือนเสกขึ้นมาด้วยความคิดเฉย ๆ

ร่างโคลนหมุนหอกมานาเร็วจนเหมือนไฟจะลุกก่อนจะยิงทะลุการป้องกันของซึฮากิแต่ก็ยังทำลายได้แค่โล่มานาหนึ่งชั้นแต่ยังเหลือโล่มานาอีกหลายชั้นรวมถึงเสริมกำลังที่ห่อหุ้มร่างไว้ด้วย

คราวนี้ซึฮากิทำมานาเหมือนใยแมงมุมที่กำลังดักรอเหยื่อแต่เมื่อมันโยงใยไปทั่วมันก็เริ่มสั่นพ้องสร้างคลื่นรบกวนมานาถี่ยิ่งกว่าที่เคยทำมา ขณะเดียวกันร่างโคลนได้ปั้นมานาเป็นก้อนกลมแล้วโยนมันเข้าไปกลางวงใยมานาและระเบิดมานาจำนวนมากออกมาทำให้คลื่นรบกวนมานาทนรับแรงกระแทกไม่ไหว

ไม่เพียงแค่นั้นเพราะมานาที่ระเบิดออกมาได้กลายเป็นเข็มเล็ก ๆ พุ่งใส่ซึฮากิจากทุกทิศทางแต่ก็โดนพายุมานาหมุนวนดึงดูดเข็มมานาพวกนั้นไปทั้งหมด จากนั้นก็หันหัวปล่อยให้พุ่งกลับไปหาร่างโคลนแทน

ร่างโคลนตั้งกำแพงมานากั้นพื้นที่เป็นสองฝั่งทั้งป้องกันเข็มที่สะท้อนกลับและทำลายการเชื่อมโยงมานาของซึฮากิไปในตัว ไม่นานกำแพงมานาก็สลายหายไปเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างโคลนเตรียมกระสุนมานาที่ใช้มานาถึงครึ่งหนึ่งไว้ แต่ซึฮากิก็เตรียมกระสุนมานาแบบเดียวกันไว้เหมือนกันและยังเล็งยิงไปยังจุดเดียวกันทำให้กระสุนมานาทั้งสองชนกันพอดี

งานนี้คงหืดขึ้นคอของจริง

ทุก ๆ ฝ่ายต่างก็กำลังตกที่นั่งลำบากเหมือนจะพ่ายแพ้ได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นประตูเอลโฟเรียที่โดนผู้บริหารไล่ต้อนจนเกือบจะต้องสละเมือง ทางสำนักเทวาคารประทับก็สูญเสียศิษย์สำนักไปหลายคน พวกเซนก็ต้องเจอกับกำลังเสริมจาก๭ี่ไ๩๤ก็ไ๸่๫ู้

ตอนต่อไป
ภาคที่ 9 Black Purge ตอนที่ 23...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา