เรื่อง STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)
“คงได้แต่หวังให้ฝั่งโน้นทำสำเร็จ ถ้าเกิดพลาดเราก็จะสูญเสียกำลังสำคัญและยังมีโอกาสโดนล้อมซ้ำอีก”
คอต้าและพรรคแอบเฝ้าดูเผ่านิ่มที่กำลังลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ
“หัวหน้าดูจะเชื่อใจคนนอกมากเลยนะครับ ถ้าเกิดนั้นย้ายฝั่งแล้วกลับมาตลบหลังเราจะทำยังไงครับ?” ู้าุโลิมกล่าวด้วยแววตาหวาดระแวงคอยมองหลังตลอดเวลา
“ฉันรู้สึกเหมือนตอนเจอกับเจ้าพอนไซ เขามาที่นี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแถมยังบ้าบิ่นและคึกคะนองเหมือนกันอีก”
“แต่นั่นก็ยังไม่น่าไว้ใจนะครับ”
คอต้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางนึกถึงอดีตที่ได้สนุกกับพอนไซ
“เขาไม่ไปเข้ากับฝั่งโน้นหรอก เพราะอะไรรู้ไหม?”
คอต้าหันมามองหน้าู้าุโลิมแต่กลับไร้ซึ่งคำตอบ
“เพราะมันไม่สนุกยังไงล่ะ นั้นทั้งบ้าบิ่นและทะเยอทะยานโหยหาความแข็งแกร่ง การไปรวมกับกลุ่มที่ได้เปรียบอย่างชัดเจนมันจะไปสนุกอะไรล่ะ?”
“โห่...เป็นประเภทเดียวกันก็เลยเข้าใจกันสินะครับ”
“ทำไมฟังแล้วเหมือนกำลังหลอกด่าฉัน”
“คิดมากน่าหัวหน้าแต่เราต้องคอยดูมันอีกนานแค่ไหน?”
คอต้ากวาดตามองไปข้างหน้าอีกครั้ง “จนกว่าอีกฝั่งจะส่งข่าวมา”
ขณะเดียวกันที่ฝั่งตะวันตก ระหว่างที่เมอร์โดนขังอยู่ด้านในก็ได้แม็กซ์มาช่วยจัดการจากด้านนอกแทน
“เปลี่ยนเป็นยื้อแม่สาวน้อยไว้ !” ู้าุโออกคำสั่งุ้าก่อนที่เขาทั้งสามคนจะออกไปจัดการแม็กซ์
แม็กซ์เห็นการเคลื่อนไหวก่อนจึงอ้อมหนีแล้วไล่จัดการที่สร้างโล่มานาไปด้วย จากการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายกลายเป็นการว่ายไล่จับแทน
“ไอ้เวรนั่นมันไวกว่าเรามาก ไล่หลังแบบนี้เมื่อไรจะจัดการได้”
“รู้แล้วน่า เราต้องแยกกันไปคนละทางจะได้ดักมันได้”
ู้าุโทั้งสามแยกกันไปคนละทิศคนละทาง ขณะเดียวกันเมอร์ก็พยายามเจาะโล่มานาออกมาแต่ก็ยังช้าเกินจนอีกฝ่ายเสริมโล่ขึ้นมาใหม่ทัน
เมอร์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่แม็กซ์กำลังไล่ล่ากันอยู่ เธอใช้จังหวะที่แม็กซ์จัดการคนด้านนอกเพ่งรวมมานาและใช้คมครีบฟันโล่มานาตรงนั้น
ในที่สุดเมอร์ก็หนีรอดออกมาจากโล่มานาได้ สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการไล่ฆ่าที่สร้างโล่มานา กลายเป็นภาพของความวุ่นวายที่แม็กซ์กำลังโดนไล่ล่าโดยู้าุโ เมอร์ที่ไล่จัดการตัวเล็กตัวน้อย และก็มีบางส่วนหนีกระเจิง
“ตั้งขบวนกันสิวะ !” ู้าุโออกคำสั่งอีกครั้งแต่ก็มีแค่บางส่วนที่ทำตาม
“มาตงมาตั้งขบวนอะไร” แม็กซ์อาศัยจังหวะชุลมุนเข้าประชิดตัวแล้วปล่อยหมัดทะลวงเข้าไป แตู่้าุโก็ยกก้ามที่เสริมกำลังขึ้นมาป้องกันได้ทัน
ู้าุโคนนั้นยิงกระสุนพิฆาตสวนกลับทันทีแต่แม็กซ์ก็เอี่ยวตัวหลบล่วงหน้าด้วยการสังเกตทิศทางของก้าม และเมื่อเข้าประชิดตัวได้อีกครั้งเขาก็ยกขาเตะเพื่อเปิดจังหวะให้หมัดเข้าที่หน้า
แตู่้าุโก็ใช้จังหวะนั้นยกก้ามอีกข้างยิงกระสุนพิฆาตสวนกลับแลกกับหมัดที่เข้าหน้าไปหนึ่งที เขาใช้โอกาสนั้นถอยห่างแล้วกลับไปรวมกลุ่มกับู้าุโอีกสองคน
“ประมาทไม่ได้เลยจริง ๆ” เปลือกที่คุ้มกันใบหน้าของู้าุโคนนั้นแตกร้าวจนเห็นเนื้อใน การใช้เวทมนตร์ช่วยรักษามันก็ทำได้แค่สมานกันแบบบาง ๆ
“แม้ ๆ คุณยูนี่ก็ โดนนิดโดนหน่อยก็เจ็บตัวซะแล้ว” ู้าุโที่ดูสูงอายุที่สุดกล่าว
“คุณปู่เลก็เลิกแซวเขาได้แล้ว”
“ได้ครับหัวหน้าู้าุโเบชผู้มากประสบการณ์และฝีมือ ผู้รู้แจ้ง ผู้แข็งแกร่ง…”
“เลิกเล่นได้แล้ว !” เบชตะคอกกลับโดยที่ยังมองแม็กซ์ไม่ละสายตา
ู้าุโทั้งสามเอาหลังชนกันเป็นรูปแบบตั้งรับที่เมอร์เคยพยายามเจาะมาก่อน แต่คราวนี้ไม่ได้มีแค่เธอตัวคนเดียวเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว
“หาจังหวะเอาเองนะ” แม็กซ์กล่าวลอย ๆ เหมือนคุยคนเดียวแต่ด้านหลังมีเมอร์ที่แอบอยู่ด้วย
“ยื้อไว้ให้ได้แล้วกัน”
เมอร์ถอยออกไปนอกระยะเพื่อหลบซ่อนจากการรับรู้ของู้าุโ
“ทีนี้ก็ถึงเวลาลูกผู้ชายคุยกันแล้ว” แม็กซ์เสริมร่างกายด้วยมานาแล้วว่ายเข้าประชิดตรง ๆ
“โง่จริง ๆ พ่อหนุ่ม” ู้าุโเลรวบรวมมานายิงกระสุนพิฆาตนัดใหญ่ที่มีพลังทำลายมากกว่าปกติ
แม็กซ์เหวี่ยงหมัดชกกระสุนแต่แรงกระแทกของมันมีพลังมากกว่า แรงกระแทกนั้นได้ผลักแขนของแม็กซ์ออกไปเป็นการเปิดช่องว่างให้-่ากระสุนพิฆาตพุ่งเข้ามา
การยิงกระสุนพิฆาตนัดใหญ่จำเป็นต้องใช้เวลารวบรวมมานาแต่ถ้าเป็นกระสุนปกติเขาสามารถยิงได้ต่อเนื่องราวกับลมหายใจ ระหว่างที่เลเพ่งรวมมานาเตรียมกระสุนใหญ่ส่วนอีกสองสหายก็ช่วยกันกระหน่ำยิงไม่หยุด
“เจ้านั่นมันอึดเกินไปไหม? ฉันมั่นใจว่ามันโดนนัดใหญ่ไปแล้วนะ” เลกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนขณะที่ก้ามทั้งสองยังรวบรวมมานาไม่หยุด
“มันต้องบาดเจ็บแน่ ๆ” ยูกัดฟันโกรธแล้วยิงกระสุนใส่อย่างต่อเนื่องไม่เหมือนกับเบชที่มักจะหาจังหวะยิงเป็นช่วง ๆ
แม็กซ์ยังคงใช้เสริมกำลังกับโล่มานาป้องกันกระสุนที่หลบไม่ทันและค่อย ๆ ว่ายเข้าใกล้เท่าที่ทำได้
จนเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งเขาก็ได้เพ่งรวมมานาไปกับการเสริมกำลัง ไม่นานนักเสริมกำลังธรรมดากลับกลายเป็นเกราะแห่งพอนไซที่ทั้งแข็งแรงและเสริมพลังให้กับร่างกายด้วย
“ตั้งแต่ที่แพ้ในการดวลกับเจ้ามนุษย์ไฟฉันก็คิดได้ คนเราไม่ควรพอใจกับสิ่งที่มีแต่ต้องดิ้นรนแหวกว่ายขึ้นไปจนกว่าจะตาย ทักษะการบิดเบือนน้ำกับหมัดแห่งความมุมานะได้หลอมรวมกันเป็นเวทมนตร์ใหม่”
“จังหวะนี้แหละ มันอยู่นิ่ง ๆ แล้ว !” ู้าุโเลเปิดฉากด้วยการยิงกระสุนพิฆาตยักษ์ใส่
“ถึงจะอยากเก็บไว้เล่นกับเจ้ามนุษย์ไฟแต่ก็ดีที่มีโอกาสปรับปรุงมันให้เสถียรยิ่งขึ้น” แม็กซ์บิดเอวแล้วง้างแขนไปด้านหลัง
เกราะแห่งพอนไซเสริมพลังให้กับทั้งแขนและกำปั้นนั้น ส่วนมือข้างซ้ายยกขึ้นมาทำท่าเหมือนเล็งเป้าไปที่กระสุนพิฆาตยักษ์ มือที่ใช้เล็งได้รวมมานาแล้วสร้างเกลียวคลื่นวารีสองวงที่กำลังหมุนอยู่ข้าง ๆ กัน
แม็กซ์เหวี่ยงหมัดชกไปที่คลื่นวารีทำให้แรงหมัดผสานกับเวทมนตร์ กระสุนพิฆาตยักษ์ที่พุ่งมาโดนหมัดคลื่นวารีสวนกลับแตกสลายแล้วยังพุ่งต่อไปอีกต่างหาก
“ต้องตั้งชื่อให้เท่ ๆ ด้วยสินะถึงจะเอาไปวัดกับเจ้านั่นได้ เอาเป็น...หมัดมหาประลัยก็แล้วกัน”
หมัดที่พุ่งไปพร้อมกับเกลียวคลื่นทั้งสองวงที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนปีกไอพ่น หมัดมหาประลัยพุ่งตรงใส่เบชที่อยู่ด้านหน้าทำให้โล่มานาและการเสริมกำลังพังทลาย
“อย่าให้มันตั้งท่าได้เด็ดขาด !” เบชตะโกนสั่งการแล้วยิงกระสุนพิฆาตใส่ทันทีแม้แขนและก้ามของเขาจะได้รับความเสียหายจนแตกร้าวก็ตาม
“รู้แล้วน่า !” ู้าุโยูที่โกรธแค้นอยู่แล้ว พอได้เห็นสหายบาดเจ็บอารมณ์เขาก็ยิ่งพุ่งพรวด
แม็กซ์ไม่เพียงแค่ตั้งท่าแต่เขายังว่ายเข้ามาใกล้เพื่อเพิ่มระยะหวังผลโดยไม่เกรงกลัวกระสุนพิฆาตเลยแม้แต่น้อย
“มันทำท่านั้นอีกแล้ว เราต้องรีบสกัดไว้” ู้าุโเลยิงกระสุนพิฆาตยักษ์อีกครั้งแต่คราวนี้มันหักล้างกับหมัดมหาประลัยของแม็กซ์ได้พอดี
“ดูเหมือนระยะเวลาเตรียมตัวจะพอ ๆ กับกระสุนของเล ถ้างั้นยูกับฉันก็แค่ผลาญมานามันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมด”
แม็กซ์ยังคงย่นระยะเข้ามาเรื่อย ๆ ขณะที่เตรียมหมัดมหาประลัยเขาก็ใช้โล่มานาป้องกันกระสุนพิฆาตกลายเป็นการดวลว่ามานาของใครจะหมดก่อนกัน
“ดีแล้วที่ได้ลองสู้จริงก่อน เพราะเป็นของใหม่ก็เลยยังไม่ชินเท่าไรแต่อย่างน้อยก็พอจับทางได้แล้ว”
แม็กซ์สร้างเกลียวคลื่นจากสองวงเพิ่มเป็นสี่วง หมัดมหาประลัยที่พุ่งรวมกับเกลียวคลื่นทั้งสี่พุ่งตรงไปหาู้าุโอย่างรวดเร็ว พอเพิ่มเกลียวคลื่นมันก็ทำให้หมัดของเขาเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้นจนเอาชนะกระสุนพิฆาตยักษ์ของู้าุโเลได้
หมัดมหาประลัยพุ่งปะทะกับโล่มานาของเบชและผลักเขากระเด็นถอยไปแทน
“เวรเอ๊ย ! ถ้าไม่เสริมโล่ไว้หนา ๆ คงเจ็บหนักแน่” เบชกวาดตามองหาจุดอ่อนของแม็กซ์ เนื่องจากพลังทำลายของกระสุนพิฆาตไม่อาจล้มเขาได้จึงต้องหาวิธีอื่น
ระหว่างที่เบชกำลังคิด อีกสองู้าุโก็ต้องรับมือกับแม็กซ์กันเอง ขนาดตอนมีกันสามคนยังลำบากแล้วพอเหลือสองก็ยิ่งหนัก
“กระสุนแกเบาจังวะ อย่างน้อยก็ทำให้มันเข้ามาใกล้ไม่ได้สักหน่อยเถอะ” เลยังคงใช้กระสุนพิฆาตยักษ์ต้านพลังทำลายของหมัดมหาประลัยแต่แม็กซ์กลับค่อย ๆ พัฒนาทักษะขึ้นไปเรื่อย ๆ
จนุ้าหมัดมหาประลัยก็ได้ทำลายกระสุนพิฆาตยักษ์ได้สบาย ๆ โดยที่ยังคงแรงหมัดไว้ได้เกือบสมบูรณ์ แม็กซ์มองดูกำปั้นของตนเองที่พยายามฝึกมามากมายแต่ก็ยังพัฒนาช้าเมื่อเทียบกับการลงสนามจริง
“สุดยอดไปเลยเนอะ ตอนคุยเล่นกันฉันก็สงสัยว่าทำไมมนุษย์ไฟถึงพัฒนาได้เร็วขนาดนั้น ด้วยเวลาเพียงแค่สองปีเขาสามารถก้าวเข้ามาในสนามที่มีแต่ผู้ช่ำชองได้”
กระสุนพิฆาตพุ่งตรงเข้าที่หัวแต่แม็กซ์ยกหมัดที่เสริมเกราะแห่งพอนไซขึ้นมากันได้สบาย ๆ
“คราวนี้แหละ หมัดมหาประลัยที่แท้จริง…”
“ประมาทเกินไปหรือเปล่า?” เบชยิงกระสุนพิฆาตขึ้นมาจากด้านล่างทะลุเกราะแห่งพอนไซเข้าที่ฝ่าเท้า
พอโดนไปนัดแรกแม็กซ์ก็รีบเสริมมานาให้ช่วงล่างทันทีแต่วินาทีนั้นก็มีกระสุนพุ่งมาตรงหน้าเช่นกัน
“ใช้รูปแบบกระจายกลุ่มแทนสินะ” แม็กซ์แสยะยิ้มไม่แสดงท่าทีเกรงกลัวแม้จะโดนู้าุโทั้งสามลอบโจมตีจากทั้งด้านบน ด้านล่างและด้านหน้า
“เอาเลยทุกคน !” เบชตะโกนออกคำสั่งแล้วช่วยกันยิงกระสุนพิฆาตจากทั้งสามทิศทาง
แม็กซ์กลายเป็นเป้านิ่งที่ต้องคอยเสริมมานาให้เกราะแห่งพอนไซ พอจะไปหาศัตรูตรงหน้าอีกฝ่ายก็ถอยหนีแล้วยังโดนกระสุนจากอีกสองคนยิงใส่ไม่หยุด
“มานาไม่หมดกันสักทีวะ ! แต่แบบนี้ก็เข้าทางเราสิ” แม็กซ์แสยะยิ้มอีกครั้งและไม่นานเมอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ จู่ ๆ ก็โผล่มาตัดคอู้าุโเบชที่บาดเจ็บอยู่แล้ว
จังหวะทีู่้าุโอีกสองคนหันไปสนใจสหายเบช แม็กซ์ก็ได้จังหวะตั้งท่าเตรียมหมัดมหาประลัยอีกครั้ง
“หมัดมหาประลัยที่แท้จริง”
“อย่าได้ใจไปหน่อยเลย” ู้าุโเลใช้มานาจำนวนมากไปกับกระสุนพิฆาตยักษ์นัดนี้
เกลียวคลื่นแปดวงผสานรวมกับพลังหมัดก่อเกิดเป็นหมัดที่เหมือนจรวดขนาดย่อม ๆ มันพุ่งทำลายกระสุนพิฆาตยักษ์ไปจนถึงโล่ป้องกันและุ้าก็ทะลวงร่างของู้าุโเล
“เวรเอ๊ย !” ู้าุโยูที่เหลือเป็นคนุ้าพยายามว่ายหนีกลับไปยังแดนเหนือ
แต่เมื่อว่ายไปได้แค่ไม่กี่เมตรเขาก็โดนเกลียวคลื่นบีบรัดอย่างกับเป็นงูยักษ์ พอเป็นเป้านิ่งเมอร์ก็ได้พุ่งเข้ามาสะบั้นคอ แม้ครั้งแรกจะป้องกันไว้ได้ด้วยโล่มานาแต่เมอร์ก็เสริมพลังให้คมครีบแล้วตวัดแขนฟันซ้ำอีกครั้ง
“ไม่ !”
คอของู้าุโยูกระเด็นลอยออกไปตามกระแสน้ำ เธอนำหัวของเขาไปป่าวประกาศให้สมาชิกเผ่าเปลือกยอมจำนน ท้ายที่สุดเหล่าสมาชิกกลุ่มของเมอร์และแม็กซ์ก็ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง
“จำเป็นต้องปล่อยมันไว้ด้วยเหรอ?” แม็กซ์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเลศนัยที่รู้ว่าต้องการอะไร อีกทั้งยังจ้องมองเผ่าเปลือกแทบจะกลืนกินเข้าไปแล้ว
“ถ้ามันไม่คิดสู้แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องหลั่งเลือดไปมากกว่านี้”
“แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่ามันยอมแล้วจริง ๆ ถ้าหากมันแกล้งยอมให้ตายใจแล้วแทงข้างหลังทีหลังล่ะ?”
เมอร์นิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนคำพูดนั้นจะสะกิดความคิดในหัวพอดี
"เอาไว้ปรึกษากับคุณคอต้าก่อน ระหว่างที่ถอนทัพกลับข้าจะไปสอดแนมแดนเหนือสักหน่อย"
“แค่สอดแนมนะเว้ย ไม่ใช่เข้าไปตะลุมบอนคนเดียวแล้วไม่ชวนนะ”
เมอร์ถึงกับส่ายหัว “ข้าไม่ใช่หัวรุนแรงแบบนายนะ”
ศึกที่แดนตะวันตกจบลงด้วยชัยชนะของเมอร์ หลังจากถอนทัพกลับเขาก็ส่งข่าวให้คอต้าให้กลับมารวมกันอีกครั้ง
“ชนะด้วยจำนวนแค่สองคนแถมยังบาดเจ็บแค่เล็กน้อยเอง”
“ไม่เล็กน้อยนะคะ แขนของข้าโดนกระสุนเฉี่ยวแหว่งไปหน่อยหนึ่งทำให้ออกแรงฟันไม่ค่อยได้”
แม็กซ์กอดอกด้วยท่าทางภาคภูมิใจ “ช่างบอบบางเสียจริง ดูฉันนี่รับกระสุนนั้นไปตั้งหลายสิบนัดไม่เห็นจะได้แผลใหญ่เลย”
“แล้วแผลตรงเท้านั่นอะไร?”
แม็กซ์ยิ้มหน้าระรื่นทำเป็นไม่ได้ยิน “พอดีเหยียบเปลือกหอยมาน่ะ”
“เหรอ !” เมอร์หัวเราะคิกคักพร้อมกับยิ้มยียวนตั้งใจกวนประสาท
คอต้าทำเมินเรื่องที่เขาคุยกันแล้วไปตรวจสอบสมาชิกเผ่าเปลือกที่จับมา เขาเหล่านั้นรู้จักหน้าค่าตาของคอต้า พอเห็นหน้านั้นจึงพยายามขอร้องอ้อนวอนให้ไว้ชีวิต
“ท่านคอต้าครับช่วยเราด้วยนะครับ เราโดนเผ่าแปลกข่มขู่จึงต้องจำใจทำตามครับ”
“ใจเย็น ๆ กันก่อน ฉันเห็นหัวู้าุโทั้งสามคนแล้วแต่หัวหน้าลำหายไปไหนล่ะ?”
เหล่าสมาชิกเผ่าเปลือกหันมองกันและกันด้วยสีหน้างุนงง แค่นั้นก็เป็นคำตอบให้กับคอต้าได้แล้วแต่คำตอบนั้นกลับยิ่งทำให้เขาเป็นกังวล
เมอร์กับแม็กซ์เห็นสีหน้าไม่ดีของคอต้าจึงตรงเข้ามาทัก “มีอะไรเหรอคะ?”
“มี เธอไม่ได้เจอกับหัวหน้าเผ่าเปลือกใช่ไหม ป่านนี้เขาน่าจะรายงานเรื่องเราให้เผ่าแปลกแล้ว”
“หัวหน้าเผ่าไม่ใช่เจ้านั้นเหรอคะ? เราไม่รู้จักหน้าก็เลยไม่ทันสังเกต แต่ก่อนหน้านี้ที่ข้าไปสอดแนมแดนเหนือก็ไม่เห็นการเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษเลยนะคะ”
“มันอาจจะรู้ล่วงหน้าแล้วตั้งใจไม่เคลื่อนไหวให้เราตายใจ ก่อนอื่นเราจะเพิ่มหน่วยสอดแนมกับหน่วยลาดตระเวนเพื่อดูการเคลื่อนไหวของมัน ถ้าเห็นก่อนเราก็จะเตรียมแผนได้ทัน”
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งเผ่าเปลือกก็ได้รับรายงานการบุกของคอต้าแล้ว
“ตายหมดเลยเหรอ?” มอมเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ไม่รู้สิ อย่างน้อยก็หายไปมากกว่าครึ่งแล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมอีกเพียบ” หัวหน้าลำที่หนีมาได้นอนลงข้าง ๆ มอมเหมือนไม่รู้สึกทุกข์ที่เสียเพื่อนร่วมเผ่าไปเลย
“แล้วนายไม่คิดจะช่วยเพื่อน ๆ หน่อยเหรอ?”
“ไม่ดีกว่า ถ้าู้าุโนั้นยังสู้ไม่ได้ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”
“ให้ตายสิ เสียกองกำลังไปเยอะ งั้นเราต้องรีบบุกตั้งแต่ที่มันเหนื่อยล้าเนี่ยแหละ”
“น่าจะยากหน่อยนะ เพราะเท่าที่เห็นมันมีแค่สองคนที่บุกมา”
“หา? สองคนจริง ๆ เหรอ ไม่ใช่ว่ารีบหนีมาเลยไม่เห็นทั้งหมดหรอกนะ”
“ฉันมั่นใจ ตอนที่เกิดเรื่องวุ่นวายฉันเห็นู้าุโรุมไอ้คนที่ฟันแหลม ๆ แล้วก็มีอีกหนึ่งที่ว่องไวสุด ๆ ว่ายวนดูเชิงอยู่ พอเห็นฝีมือฉันก็รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้แน่”
มอมกลับไปนั่งที่บัลลังก์ของคอต้าแล้วกระดิกหนวดครุ่นคิดอยู่นานหลายนาที
“มีไอ้ฟันแหลมหนึ่งคนกับคนไว ๆ อีกหนึ่ง สองคนนั้นน่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่จู่ ๆ ก็โผล่มาที่เผ่ากระดูก พอถามเผ่ากระดูกที่อยู่กับเราก็เลยรู้ว่านั้นคือสหายจากต่างแดนเช่นเดียวกับพอนไซ”
หัวหน้าลำตกใจตาโตแล้วตั้งใจฟังด้วยความรู้อยากเห็น “ถ้างั้นก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น”
“อืม อีกฟากหนึ่งที่นั้นข้ามมาต้องมีอะไรแน่ ๆ ที่โลกนั้นอาจจะโหดร้ายกว่าโลกของเราจึงต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดมันก็ยืนอยู่คนละฝั่งเหมือนเมื่อตอนนั้นอีกแล้ว”
“แล้วตกลงเราจะทำยังไงต่อ?” หัวหน้าลำนอนลงข้าง ๆ ดูผ่อนคลายกว่าที่คิด
“ยกเลิกการยึดแดนอื่นแล้วทำแค่ลาดตระเวนรอบ ๆ แดนเหนือก็พอ ถ้ารอพายุสงบเราน่าจะตามล่ามันได้ง่ายกว่า ถึงจะไม่อยากเสียเวลาแต่ก็ไม่อยากเสียกำลังคนไปมากกว่านี้แล้ว”
“ตามนั้นแต่ฉันไม่มีกำลังพลแล้วจะให้ไปอยู่กับใครแทนล่ะ?”
“อยู่ที่นี่เนี่ยแหละ เราต้องรวมตัวกันรอตั้งรับไปก่อน ถ้าแยกกันมันจะโดนไล่เก็บเหมือนคนของนาย”
ไม่ว่าจะเผ่ากระดูกหรือเผ่าแปลกต่างฝ่ายต่างระแวงกันและกันทำให้ทั้งสองไม่เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป สิ่งเดียวที่ทำได้มีแค่สอดแนมและเฝ้าระวังเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งของสงครามเผ่า มีชายหนุ่มที่แหวกว่ายไปทั่วตัวของปีศาจปลายักษ์
“ฮัลโหล ๆ มีใครอยู่ไหม !”
เซนตะโกนเรียกหาใครสักคนทั้ง ๆ รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในนี้แน่นอน แต่อย่างน้อยการได้สร้างแรงจูงใจบางอย่างมันก็ทำให้เขาไม่รู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยว
“หนึ่งสองสามปลาฉลามขึ้นบก สี่ห้าหกจิ้งจกตกบันได เจ็ดแปดเดี๋ยวก็ไหลไป !”
แม้เขาจะขึ้นไปที่ปากของปีศาจปลาได้แต่ก็ยังไม่กล้าหนีออกไป ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความไม่รู้ว่าปีศาจจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะภายในตัวมันปลอดภัยและอย่างน้อยก็มีที่ให้นอน
ความคิดสับสนและวุ่นวายในหัวทำให้เขาไม่ค่อยมีสมาธิเสียเท่าไร บางครั้งก็เหม่อลอยคิดถึงอดีตตั้งแต่เด็ก บางครั้งก็อาละวาดทำลายทุกอย่างเพื่อระบายความโกรธและความเครียด
เซนเอาหัวโขกผนังกระเพาะแล้วถอนหายใจแรง “เรามัวทำบ้าอะไรอยู่วะ ! การมาที่นี่เป็นความผิดพลาดของเราแท้ ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย”
เซนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพ่นออกมาจากปากเพื่อตั้งสติอีกครั้ง
“รอฉันก่อนนะ...คานะ”
คราวนี้เซนกลับไปที่ปากของปีศาจปลาอีกครั้งแล้วรอเวลาที่มันกินอาหาร ในช่วงเวลาที่มันอ้าปากดูดอาหารเซนก็เตรียมมานาไว้จำนวนมากเพื่อใช้เวทมนตร์เพลิงระเบิดส่งตัวออกไป
อาหารที่เข้ามาพร้อมกับน้ำทะเลกำลังเติมเต็มช่องปากของมัน จังหวะที่มันตวัดลิ้นเก็บอาหารและรีดน้ำออก เซนก็ได้พุ่งตัวออกไปพร้อม ๆ กับน้ำเหล่านั้น แม้จะหลุดพ้นออกมาจากปากของมันได้แต่เขาก็ต้องรีบว่ายน้ำขึ้นไปบนผิวน้ำเพื่อหายใจ
แม้จะลึกไม่กี่สิบเมตรแต่มันกลับรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ เซนตะเกียกตะกายขึ้นมาบนผิวน้ำที่มีพายุพัดโหมกระหน่ำเป็นการต้อนรับ
“แหม อากาศดีจริง ๆ” เซนอ้าปากรอรับน้ำฝนด้วยใบหน้าเฉยชาทำอย่างกับเป็นซึฮากิอีกคน
พายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มทุกหนทุกแห่ง หากเป็นโลกที่มีบ้านอยู่บนบกก็คงไม่เหลือที่ให้อาศัยอีกแล้วแต่เพราะที่นี่อาศัยอยู่ใต้น้ำจึงไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถึงกระนั้นพายุก็ทำให้ทะเลปั่นป่วนจนทรายและเศษซากปลากระจายเละเทะไปทั่ว
“คุณเต่าคิดว่ามันจะจบเมื่อไรคะ?” คานะนอนหงายหน้ามองพายุบนท้องฟ้าแล้วอ้าปากรับน้ำฝนไปด้วย
“ฉันก็ไม่รู้ ปกติมันไม่ตกนานขนาดนี้หรอก การที่มันตกติดต่อกันหลายวันแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะสงบมันต้องมีอะไรแน่ ๆ”
“อาจจะเกี่ยวข้องกับปีศาจปลายักษ์หรือเปล่า?”
คุณเต่าหันคอกลับมามองคานะ
“ก็เป็นไปได้ ฉันไม่เคยเจอมันเช่นเดียวกับพายุที่คลั่งผิดปกติ ในเมื่อเจอสิ่งที่ไม่เคยเจอพร้อมกันมันก็อาจจะเกี่ยวกันก็ได้”
ระหว่างที่คุณเต่ากำลังปล่อยตัวลอยไปเรื่อย คานะก็ได้ลงไปล่าปลาเอามากินเหมือนทุก ๆ วัน
เมื่อก่อนอยากกินปลาดิบอยู่หรอก เห็นคนดัง ๆ กินกันเอร็ดอร่อยแต่พอมากินทุกวันมันก็เบื่อซะแล้วสิ
คานะเพ่งรวมมานาบวกกับการใช้ประสาทสัมผัสที่ฝึกมาเล็งปลาที่ว่ายเร็ว ๆ
ระยะประมาณหนึ่งร้อยเมตรแต่มีทั้งคลื่นทะเลแถมแสงก็น้อยจนมองยาก แต่ต้องแบบนี้แหละถึงจะเป็นการฝึก
คานะยิงกระสุนมานาตรงไปยังปลาที่กำลังว่ายด้วยความเร็วห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง กระสุนมานาเป้าหัวของมันหายไปทันทีทำให้คานะยิ้มไม่หุบรู้สึกภาคภูมิใจ
หลังจากเก็บปลามาเธอก็กลับไปขึ้นหลังเต่าอีกครั้ง
“คุณเต่าไม่กินจริง ๆ เหรอคะ? เห็นอดอาหารมาหลายวันแล้วร่างกายจะไหวแน่นะ”
“เหอะ สบาย ๆ ปกติฉันนาน ๆ ทีกินแต่กินเยอะ ๆ แทน”
ขณะที่กินปลาดิบเธอก็หันไปเห็นปีศาจยักษ์ที่พุ่งขึ้นมาเหนือน้ำกินอาหารเช่นกัน ถึงมันจะอยู่ไกลแต่ความน่าเกรงขามก็ยังคงส่งมาถึงเธอ
“ถ้าเกิดวิธีกลับบ้านคือต้องฆ่าไอ้ตัวนั้นคงปวดหัวแน่ ๆ ต่อให้ใช้อุกกาบาตของเซนก็คงจัดการในครั้งเดียวไม่ได้ อย่างน้อยตอนนี้ขอให้นายปลอดภัยนะ...เซน”
ทันใดนั้นคุณเต่าก็แสดงท่าทางกระวนกระวายออกมาทำให้คานะเหงื่อแตกพลั่กไปด้วย
“เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“เธอจะทำยังไงถ้าต้องสู้กับไอ้ตัวนั้น”
คานะหยุดคิดไปครู่หนึ่งพลางมองปีศาจปลายักษ์ที่อยู่สุดขอบสายตา
“อาจจะต้องจัดการจากข้างในไม่ก็ยิงใส่จุดเดิม ๆ จนกว่าจะเจาะผิวมันได้”
คุณเต่ายิ้มเป็นกำลังใจให้ “ดูเหมือนมันจะไม่ได้มีแค่ตัวเดียวนะ...”
พูดไม่ทันขาดคำตรงหน้าของเขาก็มีปีศาจปลายักษ์โผล่มาอีกตัว อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เล็งเป้ามาที่เธอแต่การปรากฏตัวของปีศาจปลายักษ์อีกตัวทำให้คานะกลืนน้ำลายด้วยสีหน้าหม่นหมอง
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??