เรื่อง STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)
“เจ้าชื่อพอนไซสินะ”
“อืม ฉันคือพอนไซผู้ปกครองมหาสมุทรอัว้างใหญ่”
“แล้วไฉนผู้ปกครองมหาสมุทรอัว้างใหญ่ถึงเข้ามายังที่แห่งนี้ล่ะ?”
เขายิ้มหัวเราะในลำคอก่อนจะตอบกลับ “ก็แค่สงสัย”
ทั้งสองปะทะกันด้วยแรงกายเพียว ๆ การออกหมัดอันหนักแน่นทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำพัดเพดานถ้ำแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย
“แกเป็นพวกสมองกล้ามสินะ” ราชาดันเจี้ยล่าวขณะที่พวกเขาพักหายใจกันอยู่
“ไม่หรอก ฉันแค่เห็นแววตาไร้ชีวิตชีวาจากตัวนายก็เลยต้องกระตุ้นสักหน่อย”
“เห็นเป็นงั้นสินะ จะว่าไปแกยังไม่เอาจริงเลยนี่”
พอนไซยิ้มเยาะก่อนจะเสริมร่างกายด้วยมานา “อย่าพึ่งตายซะก่อนล่ะ”
ตลอดเวลานับร้อยปีที่ราชาดันเจี้ยนสร้างถ้ำขึ้นมาใหม่ เพื่อสักวันหนึ่งจะได้เห็ารทำลายล้างเช่นเดียวกับที่เขาเคยประมือกับพอนไซ
“สมัยนี้คงจะเน้นไปที่การใช้เวทมนตร์แทารใช้ร่างกายแล้วสินะ ช่างน่าเีดายจริง ๆ ที่ข้าไม่ได้ออกหมัดเหมือนเมื่อตอนนั้น”
“พูดมากจริง ๆ” รินสาดะุพิฆาตใส่ไม่ยั้งเหมือนไม่กลัวมานาหมดเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของหญิงสาวผู้ใจดีกลับกลายเป็นพวกบ้าพลังเหมือับนักล่าที่กำลังสนุกกับเหยื่อ
“ะุแต่ละนัดรุนแรงพอ ๆ กับหมัดของเจ้านั่นเลยสินะ อย่างน้อยก็ได้เห็นภาพของถ้ำที่ค่อย ๆ พังทลายลงอย่างที่หวังไว้” เขาใช้เศษดินหินที่พังทลายใารซ่อนตัวและเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้็ใช้ฝ่ามือจ้วงเข้าที่ด้านหลังแต่ริ็ดีดตัวหนีออกห่างเีก่อน
เป็นพวกเข้าประชิดตัวอีกแล้ว รินพยายามเอาหลังชิดกำแพงและเตรียมิะุพิฆาตใส่
“มั่นใจในเวทมนตร์ของตนเองขนาดนั้นเลยสินะ” เขาพุ่งเข้าใส่ตรง ๆ และใช้ฝ่ามือเสริมมานาเบี่ยงทิศทางของะุพิฆาตออกไป
ะุเร็วขนาดนี้มันยังปัดได้อีกเหรอ ไม่สินอกจากจะมองทั็ยังต้องใช้จังหวะที่เป๊ะขนาดไหระสุนพิฆาตถึงไม่ระเบิด รินว่ายน้ำหนีอย่างเร็วพร้อมกับหันหลังิะุพิฆาตถ่วงเวลาไว้
“หนีไปไหนไม่รอดหรอก !” ราชาดันเจี้ยนเข้าประชิดตัวตลอดเวลาไม่ให้โอกาสรินได้ตั้งหลัก ถ้ำที่เคยสร้างไว้ได้พังทลายลงจนเหลือไว้เพียงบัลลังก์กับตรีศูลอันนั้น
เขาใช้ฝ่ามือจับก้ามของรินไว้ข้างหนึ่งและบิดหักมันได้อย่างง่ายดายราวกับเป็นแค่ปูธรรมดาตัวหนึ่ง
พลังกายของมันสูงเกินไปแต่อย่างน้อยถ้าโดระสุนพิฆาตยังไงก็ต้องเจ็บบ้างอยู่แล้ว
รินใช้แขนข้อปล้องร่ายเวทมนตร์ดาบวารีฟันปะทะกับฝ่ามือมานา ระหว่างนั้นเธอก็รอิะุพิฆาตในจังหวะที่เขากำลังใช้สมาธิกับเวทมนตร์อื่นอยู่
ไปตายซะเถอะ ะุพิฆาติเข้าที่แขนของราชาดันเจี้ยนสร้างความเีหายมากจนเขาใช้แขนข้างนั้นไม่ได้
“โห่ แบบนี้ก็ถือว่าเสมอกันแล้วสิ” แม้เลือดจะไหลไม่หยุดแต่เขาก็ยังพุ่งเข้าประชิดตัวไม่ละความพยายามจนลากกันไปไกลหลายกิโลเมตร
“เสมอไปคนเดียวเถอะ” รินหมุนตัวรวบรวมมานาและฟาดร่างของราชาดันเจี้ยระเด็นหายไปเลย เธอใช้โอกาสนี้ว่ายน้ำกลับไปเอาตรีศูลอันนั้นแต่มัลับไม่อยู่ที่เดิมเีแล้ว
“เมอร์ !” เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของใครแต่ก่อนจะได้ตามล่าตรีศูลราชาดันเจี้ย็ดันตามมาทันเีก่อน
“เอาเข้าจริงหมัดก็หนักพอตัวเลยนะ”
“หลีกไปซะ !” ก้ามที่เหลือหนึ่งข้างยังคงใช้ิะุพิฆาตได้ รยางค์ข้อปล้องก็ใช้เป็นคทาร่ายเวทมนตร์ มือทั้งสองข้างก็ใช้ออกอาวุธจู่โจม
หลังจากที่เอาแต่หนีทิ้งระยะห่างมาตลอดในที่สุดเธอก็เปลี่ยนใจเข้าปะทะตรง ๆ ตามที่ราชาดันเจี้ยนอยากนักอยากหนา
“ต้องแบบนี้สิวะ !”
แรงปะทะอันรุนแรงทำให้มอนสเตอร์ตัวอื่นไม่กล้าเข้าใกล้ บางครั้งก็ลากกันขึ้นไปบนผิวน้ำซัดกันใต้แสงจันทร์ บางครั้งก็ดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรฝากรอยแยกไว้ข้างใต้นั้นจำนวนหนึ่ง บางครั้งก็มีมอนสเตอร์โดนลูกหลงไปด้วยเห็นแล้วก็สงสารแทน
ทางออกอยู่ไหนล่ะเนี่ย เมอร์ที่ขโมยตรีศูลมากำลังว่ายน้ำหาทางออก
ถ้าเจ้าตรีศูลมันไม่ดีดหนีเราก็คงจะไปไหนมาไหนได้ง่ายกว่านี้ เมอร์ใช้พืชน้ำที่หาได้ผูกตรีศูลไว้และพาไปด้วยเหมือนพาสุนัขมาเดินเล่น
หลังจากว่ายวนอยู่นานสุดท้ายก็เจอทางออกที่เป็นเหมือนประตูขาเข้า เส้นทางมืด ๆ ที่คุ้นเคยทำให้เมอร์มั่นใจว่านี่เป็นทางออกแน่ ๆ ขณะที่กำลังเดินไปตามเส้นทางจู่ ๆ ก็มีภาพฉายให้เห็นตรงหน้า ภาพของซากมอนสเตอร์แปลก ๆ ที่ไม่ทันมองอย่างละเอียดมั็หายไปแล้ว
นี่เรามาถูกทางใช่ไหมเนี่ย
เมอร์ออกไปยังบ้านของพอนไซได้สำเร็จแต่ด้านหลังกลับมีเีงอะไรบางอย่างกำลังตามมา
“เมอร์ !” รินว่ายน้ำตามหลังมาด้วยสภาพร่อแร่ ทั้งแขนและรยางค์ข้อปล้องต่างก็ขาดเละและยังมีแผลเต็มตัวรวมถึงดวงตาหนึ่งข้างที่ไม่อาจใช้งานได้อีก
เมอร์รีบว่ายน้ำหนีสุดชีวิตแต่ตรีศูลมันดันเป็นตัวถ่วงจึงไม่อาจหนีไปจากสายตาของรินได้เีที และพอเร่งความเร็วเพียงแค่พริบตาเดียวตรีศูลอันนั้็ร่วงหล่นลงไปหารินเหมือนมันได้เลือกผู้ครอบครองไว้เรียบร้อยแล้ว
“ในที่สุด…”
ก่อนที่รินจะได้คว้าตรีศูลเธอก็โดนเมอร์ใช้ครีบตัดแขนข้างนั้นเีก่อน แต่ริลับตอบสนองได้รวดเร็วและใช้เสริมกำลังต่อเติมแขนใหม่และคว้าเอาตรีศูลไปได้สำเร็จ
เวรเอ๊ย นี่ข้าตัดสินใจพลาดเหรอที่เลือกแขนของนาง เมอร์วกกลับหลังจะสะบั้นคอของรินในตอนที่เธอกำลังดีใจกับอาวุธตรงหน้า
“ทุกอย่างมันจบแล้วเมอร์…” เธอหั้ามเล็งิะุพิฆาตใส่
พี่เขาิไปไหนเนี่ย เมอร์มองดูะุพิฆาตที่พุ่ง่าไปแต่วินาทีที่เธอเอาแต่สนใจริระสุนพิฆาตลูกนั้็ย้อลับมาโดนแขนของเธอ
ได้ยังไง เธอสูญเีอาวุธประจำตัวไปหนึ่งข้างและยังทำให้เีสมดุลอีกด้วย
“ฉันจะไม่ฆ่าเธอหรอก แต่อย่างน้อยเธอก็จะเข้ามายุ่มย่ามไม่ได้เด็ดขาด” รินว่ายน้ำหนีหายไปปล่อยให้เมอร์รักษาตนเองต่อโดยที่ทำได้แค่มองแผ่นหลังของรินเท่านั้น
รินแหวกว่ายไปหาเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายที่ชาวสมุทรอาศัยอยู่ จากนั้็แสดงพลังอันล้นเหลือให้เห็นเพื่อปลุกระดมชาวสมุทรเหล่านั้น
“จำได้หรือไม่ว่าพวกมัดขี่เราขนาดไหน จำได้หรือเปล่าที่พวกมันจับเราไปขาย สิ่งเลวร้ายที่พวกมันได้กระทำ…วันนี้พวกเจ้าจะได้ชำระหนี้พวกนั้น”
เหล่าชาวสมุทรที่แปลกแยกกับชาวแผ่นดินและยังมีวัฒนธรรมการบูชามนุษย์เงือกสืบสานต่อมา สำหรับพวกเขามนุษย์เงือกถือเป็นชนชั้นที่อยู่สูงกว่าซึ่งนั้็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนจากแผ่นดินใหญ่รังเกียจและมองพวกเขาเหมือนมองพวกทาสอมนุษย์
“ฆ่ามันให้หมด !” กองฟืนที่ค่อย ๆ กองรวมกันหลายปีจลายเป็นภูเขาฟืนที่พร้อมถล่มลงมา พอรินได้ประกาศจุดยืนและเป้าหมายชัดเจนมันจึงเหมือนเป็ารจุดไฟเผากองฟืนที่กองรวมกันไว้
พวกเขานำเรือลงทะเลและมุ่งหน้าไปยังแผ่นดินใหญ่ซึ่งจุดที่ใกล้ที่สุดก็คืออาณาจักรอาฟ การยกพลขึ้นฝั่งทำได้อย่างง่ายดายเพราะคนส่วนใหญ่กำลังยุ่งวุ่นวายกับสงครามที่อ่าว
“จงมุ่งหน้าไปและกวาดล้างพวกมันให้มากที่สุด !” รินยังคงปลุกระดมกองกำลังชาวสมุทรต่อไป
ส่งคนไปเพิ่มเรียบร้อย ทีนี้ก็ถึงเวลาไปจบสงครามบ้า ๆ นั่นสักที
รินมุ่งหน้าไปยังสนามรบที่ฝ่ายตนเองกำลังจะแพ้แต่แค่การปรากฏตัวของเธอก็ทำให้ขวัญกำลังใจของทหารเพิ่มสูงขึ้น
“ทำไมทั้งแม่ทัพทั้งจ้าวทะเลถึงแพ้ยับเยินขนาดนี้” คำพูดเพียงไม่กี่คำมั็ทำให้ทั้งกองทัพขนลุกไปทั้งตัวแม้ส่วนใหญ่จะไม่มีข็ตาม
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับ” เบคเข้ามารายงานตัวก่อนใครและตามมาด้วยแม็กซ์
“ผมก็ขอโทษครับพี่ริน” แม็กก้มหัวขอโทษจนเกือบจะพับลงไปทั้งตัว
ริวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะถามต่อ “คนอื่นไปไหนหมดแล้ว?”
“อา...ไคแอบบุกไปที่เรือลำใหญ่แต่ก็ขาดการติดต่อไปแล้ว ส่วนแม่ทัพคนอื่็โดนเล่นงานไปแล้วเหมือันครับ” เบคก้มหน้ารายงานด้วยน้ำเีงสั่ลัว เพียงแค่การสบตาก็อาจทำให้หัวหลุดจากบ่าได้
“เหอะ อ่อนหัดกันจริง ๆ” รินมองไกลออกไปยังสนามรบที่เห็นแต่คนของตนเองตายทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายมีกันไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ
ไม่เห็นพวกสำนักมนตร์ดำเลยแฮะ ผิดคำพูดเหรอแต่ช่างมันปะไร
“ฉันจะเดินหน้าจัดการเจ้าพวกนั้นเอง ส่วนพวกนายจะช่วยหรือทำอะไรก็ตามใจเลย” รินผุดขึ้นเหนือผิวน้ำเพื่อกวาดสายตามองดูศัตรูตรงเรือเกรย์เอลโฟเรียไปจนถึงพวกที่ซุ่มอยู่บนผา
“โผล่หัวมาสักที !” เคนที่อยู่ห่างออกไปสังเกตเห็นจึงมุ่งหน้ามาหาทันทีโดยไม่สนใจมนุษย์เงือกคนอื่นเลย
“บ้าเหมือนไอ้ตัวที่อยู่ในนั้นเลยหรือยังไง?” รินยกตรีศูลไว้ข้างลำตัว จากนั้็รวบรวมมานาิะุพิฆาตใส่เคน
เคนเคลื่อนตัวหลบได้ไม่ยากนักแต่ะุพิฆาตดันย้อลับมาปะทะกับเสริมกำลังของเคนจนแตกกระจายทันที
ะุเลี้ยวได้เหรอ เคนสร้างเสริมกำลังขึ้นมาใหม่ทันทีแต่ไม่ทันไรมั็โดระสุนพิฆาติแตกเีแล้ว
่าไปไ่าแท้ ๆ แต่ทำไมฝีมือของเธอถึงก้าวกระโดดแบบนี้
ไม่ว่าเคนจะพยายามหนีสักเท่าไรแต่ะุพิฆาตของริ็จะตามไปเรื่อย ๆ จว่าจะเข้าถึงตัวเคน แรงกะพริบรุนแรงทำให้เสริมกำลังหลายชั้นถูกทำลายในทันทีและเขาก็ต้องคอยสร้างใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งกินมานามากกว่าตอวาดล้างพวกมนุษย์เงือกเีอีก
“ออกไปให้พ้นหูพ้นตาได้สักที ทีนี้ถึงเวลาของพวกแกแล้ว” รินยกก้ามเล็งไปหาพวกเซนที่อยู่ตรงเรือเกรย์เอลโฟเรียแต่ก่อนจะได้ิเธอก็สัมผัสมานาที่กำลังพุ่งเข้าใส่ได้จึงต้องขยับตัวหนีเีก่อน
ระยะไกลขนาดนี้แต่ะุพิฆาตยังจะิถึงอีกเหรอ ระยะขนาดนี้พวกเซนไม่ทันได้สังเกตแน่ ๆ ซึฮากิและซีโร่ช่วยกันิะุวายุขัดจังหวะการเล็งของริน
“มาหาถึงที่ก็ดี ก็ว่าตอนนั้นมันทะแม่ง ๆ และก็คิดถูกซะด้วย” รินจ้องหน้าซึฮากิตาไม่กะพริบจากนั้็ยกก้ามเล็งใส่พวกเขาแทน
ซึฮากิและซีโร่ช่วยกันิะุวายุใส่แต่มั็ยังเบาเกินไปที่จะเจาะเสริมกำลังของรินได้
ก่อนหน้าเธอยังิะุพิฆาตเป็นเส้นตรงอยู่เลย แล้วมาตอนนี้เธอกลับควบคุมการเคลื่อนไหวของะุได้ แถมระยะิหวังผลคงไกลถึงสามกิโลเมตรซึ่งอยู่นอกระยะพลซุ่มิของเรา
“คิดแผนอยู่สิท่า แกมันคงเหมือนสำนักมนตร์ดำที่ชอบเล่นเล่ห์เหลี่ยม เพราะฉะนั้นฉันต้องกำจัดแกก่อนเลย” รินดีดตัวขึ้นสูงเพื่อเข้าใกล้พวกซึฮากิที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ขณะเดียวกันเธอก็เล็งิะุพิฆาตไปด้วย
ซึฮากิใช้เสริมกำลังสร้างเป็นแท่งยาวเพื่อปัดก้ามให้หันไปทางอื่นแต่ะุที่พุ่งออกมากลับเลี้ยวมาหาเขาผิดวิสัยจนซีโร่ทำอะไรไม่ถูก
ถ้าควบคุมได้ระดับนี้ต่อให้จะเบี่ยงทิศทางหรือปัดออกก็คงไม่เป็นผล วิธีจัดการก็คงต้องทำให้เธอใช้เวทมนตร์ไม่ได้
ซึฮากิเลือกที่จะเข้าประชิดเพราะการรบกวนมานายิ่งอยู่ใกล้เท่าไรก็ยิ่งมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ริ็ไม่ยอมจึงใช้รยางค์ข้อปล้องสร้างดาบมานาเพื่อตอบโต้กับซึฮากิ
“เีเวลาจริง ๆ” รินใช้ก้ามจ่อต่อหน้าเตรียมิในระยะเผาขนแต่ซีโร่ก็เข้ามาด้านหลังเพื่อตัดคอของริน
ก่อนที่มีดสั้นจะถึงคอของริน รยางค์ข้อปล้องเหล่านั้็สร้างเสริมกำลังป้องกันไว้หลายชั้นจากนั้็ใช้ดาบมานาไล่ซีโร่ออกไปจากระยะของมีดสั้น
ทั้งการตอบสนองและทักษะต่างก็อยู่ในจุดที่ประมาทไม่ได้เลย ถ้าวัดกันตรง ๆ ก็คงพอหาจังหวะได้แต่มันติดตรงะุพิฆาตที่ควบคุมได้เนี่ยแหละ ทำไมเธอถึงได้มีความสามารถที่พัฒนาก้าวกระโดดขนาดนี้หรือจะเป็นเพราะประตูนรกอะไรนั่น ระหว่างประลองฝีมือการใช้อาวุธซึฮากิก็ยังคิดวิเคราะห์หาทางจัดการไปด้วย
ทุก ๆ ครั้งที่รินพยายามยกก้ามเล็ง ซึฮากิก็จะตวัดมานาเพื่อขัดการรวบรวมมานาของรินซึ่งเป็นวิธีที่เคยใช้ตอนไปสอนที่โรงเรียนหลวง การรบกวนมานาด้วยมานาเป็นเทคนิคขั้นสูงที่แม้แต่ซีโร่ก็ยังไม่อาจเลียนแบบได้ และเพราะเป็นเช่นนั้นเขาจึงยังไม่อยากสอนใครเท่าไรจว่าจะให้ทุกคนพัฒนามานาของตนเองก่อน
“นี่แกทำบ้าอะไรวะ !” ไม่รู้ว่าเพราะสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์หรือฝีมือของซึฮากิสูงมากจนทำให้รินหาโอกาสตอบโต้ไม่ได้ ทุก ๆ การเคลื่อนไหวของเธอมักจะถูกซึฮากิเดาทางได้หมดและคอยขัดจังหวะ
ไอ้เวรนี่มันชักจะแปลกเกินไปแล้ว หรือก่อนหน้านี้ที่มันเอาแต่หนีก็เพื่อให้เราตายใจเหรอ รินระเบิดมานาออกมารอบ ๆ แต่ซึฮากิและซีโร่ก็ใช้โล่มานากันไว้ได้
นี่ก็ไม่ได้ผล ทั้งผู้หญิงคนนั้นแล้วก็เจ้านั่นต่างก็รู้การเคลื่อนไหวของเราหมดเลย ถ้าได้มาเป็นพวกคงจะดีไม่น้อยแต่ช่างน่าเีหายจริง ๆ
รินเร่งความเร็วการร่ายเวทมนตร์ขึ้นซึ่งการผสาารโจมตีระหว่างรยางค์ข้อปล้อง แขนและก้ามทำให้พวกซึฮากิถูกดันถอยออกไปทันที
“หวังว่าจะไม่ตายง่ายเกินไปนะ” เธอกระหน่ำิะุพิฆาตขณะที่ถือตรีศูลไว้ข้างกาย
ะุพิฆาตทุกนัดเลี้ยวไปมาตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายและมันจะไล่ตามต่อไปจว่าจะได้ปะทะกับอะไรสักอย่าง
นี่มันไม่ใช่แค่ควบคุมแล้ว มันเหมือนระบบติดตามเป้าหมายมากกว่า
ซึฮากิหยุดหนีและสร้างร่างโคลนลวก ๆ เพื่อรับะุพิฆาตพวกนั้นแทน
ดูเหมือนร่างโคลนจะมีประสิทธิภาพใารรับมือกับะุพิฆาตมากกว่าโล่มานา ถ้าหากการเล็งจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายก่อนเพื่อให้ะุตามติด ด้วยข้อด้อยจุดนั้นเราสามารถใช้ร่างโคลนเพื่อทำให้เธอสับสนว่าต้องเล็งคนไหน
ซึฮากิส่งสัญญาณมือให้ซีโร่ได้เห็นเธอจึงแยกออกไปไกล ๆ
ถ้างั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า ซึฮากิเร่งสร้างร่างโคลนโดยเน้นไปที่จำนวนรวมทั้งส่งคลื่นมานาออกไปรบกวารใช้ตรวจจับทำให้ดูได้ยากว่าคนไหนคือตัวจริง
“จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม?” รินเลิกใช้ะุพิฆาตเพราะการิโดยไม่รู้เป้าหมายมันเหมือนเอามานาไปเททิ้งเีเปล่า เธอใช้เพียงแค่ะุวารีพื้นฐานเพื่อทดสอบว่าคนไหนคือตัวจริง
ไม่น่าเชื่อเลยว่ากะอีแค่เด็กไม่สิ้ลิ่นน้ำนมจะทำให้เราเีเวลามากขนาดนี้ หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่พวกนั้นพ่ายแพ้ยับเยิน
“นอกจากจะขัดการใช้ะุพิฆาตก็ยังหลบหนีจากเวทมนตร์ตรวจจับได้อีกเหรอ? แกนี่มันร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ”
ริวาดสายตามองดูร่างโคลนที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำซึ่งส่วนใหญ่จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ บางค็ยืนนิ่งเหมือนเป็นแค่หุ่นไล่กา บางค็ร่วงลงน้ำทั้งอย่างนั้น
ตัวนั้นเหรอ รินิะุพิฆาตใส่คนที่คอยหลบหลังคนอื่นแต่นั่็ยังไม่ใช่อยู่ดี
มีตัวหลอกซะด้วย หรือจะเป็นไอ้พวกที่ว่ายน้ำอยู่ข้างล่าง เธอใช้ใบมีดวารีกวาดคนที่กำลังว่ายน้ำหายไปทั้งแถบแต่ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี
หรือจะเป็นพวกที่ยืนนิ่ง ๆ หวังหลอกให้คิดว่าเป็นตัวปลอม เธอใช้ะุวารีิเรียงคนแต่ก็ยังเป็นตัวปลอมอยู่ดี
อยู่ไหันแน่วะเนี่ย หรือต้องทำลายมันให้หมดไปเลย
รินเพ่งรวมมานาเพื่อใช้ระเบิดมานาขนาดพอ ๆ กับรถบรรทุก จากนั้นเธอก็โยนมันขึ้นเหนือหัวแล้วดำน้ำหนีแรงระเบิด
แต่ทันใดนั้นเธอก็โดนคมมีดมานาฟันเข้าที่คอ แม้มันจะไม่ถึงแก่ชีวิตเพราะมีเสริมกำลังลดแรงปะทะแต่มั็ทำให้รินตกใจตาโตได้
อยู่นี่เหรอ รยางค์ข้อปล้องสะบัดดาบมานาผ่าร่างของซึฮากิเป็นสองส่วนแต่นั่็ยังเป็นตัวปลอมอยู่ดี
ไม่ว่าจะไปทางไห็มีแต่ตัวปลอมจนเธอกัดฟันคิดจนหัวแทบระเบิดแต่ก็ยังหาตัวจริงไม่เจออยู่ดี
หรือมันจะไม่อยู่แถวนี้อยู่แล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงดำน้ำหนีไปโผล่อยู่อีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากเรือเกรย์เอลโฟเรียแค่หนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น
ที่นั่นเธอจะได้เห็นเหล่าหัวหน้าหน่วยที่พึ่งจัดการกองทัพมนุษย์เงือกไปหลายหมื่นคนทำให้เรี่ยวแรงและมานาเหลือน้อยนิดเป็นโอกาสให้เธอจู่โจมอีกครั้ง
ถ้าแม็กซ์กับเบคไร้ประโยชน์เราก็คงต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง รินยกตรีศูลไว้ข้างกายจากนั้็กระหน่ำิะุพิฆาตใส่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
“ิ !” ที่หน่วยซุ่มิมีคนมาคอยทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยชั่วคราวซึ่งจังหวะที่รินเอาแต่สนใจพวกที่เรือทำให้เปิดช่องว่างให้โจมตี ทั้งะุปืนและะุเวทมนตร์ต่างก็กระหน่ำิใส่รินเช่นเดียวกับที่เธอิใส่คนตรงเรือ
“ฝันไปเถอะ !” แม็กซ์ยกมือเรียกคลื่นวารีขึ้นมาบัง-่าะุเหล่านั้นและก็พามันไปที่ผาเพื่อบดบังวิสัยทัศน์และก่อกวนไม่ให้พลซุ่มิทำอะไรได้
“พวกเราจะคอยดูหลังให้เองครับพี่ริน” แม็กซ์และมนุษย์เงือกที่เหลือรอดตามมาสมทบพอดีกลายเป็ารเริ่มระลอกใหม่ของสงคราม
จังหวะเดียวกันพวกชาวสมุทรก็ตามมาสมทบด้วยการปิดล้อมจากด้านหลังทำให้หน่วยสนับสนุนระยะไกลตกอยู่ในอันตราย
“เรียกทุกหน่วย ! ให้ทุกหน่วยไปสนับสนุนหน่วยระยะไกลที่ผาทางตะวันตก” ซีโร่ยังคงสั่งการ่าวิทยุแต่พอคลาดสายตาไปครู่เดียวริ็ิะุพิฆาตใส่จนเธอต้องเีมานาเพื่อป้องกันแทน และพอรินได้เห็นตำแหน่งของเธอมั็เหมือนตกอยู่ในบ่อที่มีจระเข้หิวโหยนับร้อยตัวรออยู่
แต่ไ่านักพวกคนที่เรือก็เข้ามาสมทบอีกแรง โดยเซนและคานะได้เผชิญหน้ากับแม็กซ์อีกครั้งเป็นเหมือนนัดล้างตาของทั้งสองฝั่ง
“คราวนี้ฉันไม่แพ้แน่” แม็กซ์เพ่งรวมมานาสร้างเสริมกำลังคลุมร่างกายไว้และแสยะยิ้มท้าทายพวกเซน
“เราต่างหากที่ต้องพูดอย่างนั้น” เซนยกดาบตั้งท่าเตรียมปะทะ
ลุงโทลอ้อมไปอีกฝั่งเลี่ยงจุดที่มีมนุษย์เงือกประจำการเพื่อช่วยซีโร่จากะุพิฆาตเหล่านั้น
นั่นคือรินที่เป็นผู้นำของกองทัพศัตรู มีความสามารถหลากหลายทั้งการใช้อาวุธมานาและเวทมนตร์โจมตีระยะไกล โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่าะุพิฆาต
ลุงโทลใช้ดาบวาดมานาเป็นวงกลมและฟันมันออกไปเป็งล้อเพลิง แต่ก่อนที่จะไปถึงตัวรินมั็กระทบกับกำแพงวารีสลายไปเีก่อน
“ข้ามศพฉันไปให้ได้ก่อนเถอะ” เบคตั้งหลักอยู่บนผิวน้ำไม่เกรงกลัวพลซุ่มิอีกต่อไปเพราะชาวสมุทรได้บุกทะลวงจากด้านหลังทำให้พลซุ่มิต้องเอาชีวิตรอดก่อน
“พูดอะไรของมันวะ?” โทลสะบัดดาบเป็นตัวกากบาทสร้างกงล้อเพลิงพุ่งเข้าหาเบค แต่มนุษย์เงือกผู้มีสองหัวได้ช่วยกันเพ่งรวมมานาสร้างกำแพงวารีได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าไม่รีบไปช่วยแม่หนูนั่นคงไม่รอดแน่ ลุงโทลพยายามเลี่ยงไปทางอื่นโดยมีแคทเทอรีนสร้างพื้นน้ำแข็งไว้ให้
“แคทเทอรีน ! เธอใช้พลังแบบก่อนหน้านี้แช่พวกมันไปเลยไม่ได้เหรอ?”
“ได้ก็คงทำไปแล้ว ฉันใช้มานามาตลอดหลายชั่วโมงจนแทบจะหมดแรงแล้วเนี่ย ถ้าขืนใช้พิภพสะซังคะสะพรั่งอีกเดี๋ยวก็เป็นลมกันพอดี”
“เอาแค่สร้างเส้นตรงไปหาจ้าวทะเลรินได้ไหม?”
ระหว่างที่กำลังคุยกันเขาก็ต้องคอยหลบและป้องกันเวทมนตร์จากเบคที่ิมาไม่หยุดหย่อน
“ก็คงพอได้” แคทเทอรีนใช้มือวางลงบนผิวน้ำแทารกระทืบเท้า มานาที่แผ่ออกมาจากมือของเธอทำให้น้ำทะเลโดนแช่แข็งลากยาวไปไกลจนเกือบถึงตัวริน
“ขอบใจ เธอไปพักเอาแรงก่อ็ได้” ขณะที่ลุงโทลกำลังวิ่ง่าแผ่นน้ำแข็งจู่ ๆ เบคก็ตัดขาดสะพานเีก่อนทำให้เขาหยุดค้างอยู่กลางทะเล
“พอไม่มีเรือหรือพื้นเดินพวกแกมั็แค่เหยื่ออันโอชะของพวกเราเท่านั้นแหละ” เบคเริ่มร่ายเวทมนตร์หลายสิบบทติดต่อกันยิ่งกว่าะุที่พลซุ่มิจะิได้เีอีก
ไอ้เวรนี่มานาไม่มีหมดเลยหรือยังไง ระหว่างที่ใช้เวทมนตร์ป้องกันเขาก็คิดหาวิธีกำจัดมนุษย์เงือกสองหัวซึ่งไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก
แบบนี้ก็คงต้องดวลเรื่องมานาอย่างเดียวสินะ ลุงโทลเหวี่ยงดาบสร้างคลื่นเปลวเพลิงประชัับเวทมนตร์ของเบค
“เอาสิ ! เดี๋ยวแกก็จะรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นของจริง”
เวทมนตร์เพลิงที่โทลใช้กำลังทำให้แผ่นน้ำแข็งที่ยืนอยู่ละลายและถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเขาก็จะร่วงลงน้ำซึ่งจะเีเปรียบเป็นอย่างมาก ขณะที่กำลังคิดหนักว่าจะทำอย่างไรจู่ ๆ ก็มีสายฟ้าพุ่งผ่ากลางทำเอาทั้งสองหยุดชะงักโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฉันจะสร้างพื้นเหยียบให้ส่วนนายก็จัดการมันให้ได้ล่ะ” คานะเล็งิศรเวทมนตร์กำจัดพวกตัวเล็กตัวน้อยและช่วยเหลือคนอื่นไปด้วย
“ไอ้หมอนี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง” เซนแสยะยิ้มเช่นเดียวกับแม็กซ์เหมือนคู่อริที่ได้มาเจอกัน ทั้งสองขยับกายเข้าหากันโดยไร้ซึ่งการป้องกันใด ๆ เสมือารท้าดวลของลูกผู้ชาย
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??