เพลงขลุ่ยนกกระเรียนจันทรา
บทกวีหน้าหนังสือถูกเปิดออก พลังของอารมณ์ ความรู้สึกถูกเปิดออกมา ไม่มีแม้นข้าจักผู้ใดล่วงรู้ อากับกิริยาคิด เฉกเช่นตัวข้าที่กำลังนั่งเล่าเรื่องราวนั้นให้กับตัวเอง
พวกเราทุกคนต่างล้วนถูกประดิษฐ์คิดแต่งโดยทฤษฏีอันพื้นฐาน ที่นำมาในการอยู่ร่วมกัน ไม่มีใครสามารถอยู่เพียงคนเดียวได้อย่างมั่นคง แต่ควรมีคนคอยสนทนา บทจะชื่นชีวาให้ใจพลีได้สุขสันต์
เสียงหัวร่อหัวเราะพลุ่งพลีออกมาสู่เวหา เสียงเร้าอุรา โอ้อ้า โฮ่ลั่น ไม่มีแม้ผู้คนให้เหลียวมอง มีเพียงเส้นซ้องของเส้นเสียง เสียงปี่ เสียงขลุ่ยขับร้องในยามกาลราตรีกลัด
เสียงกัดกลุ้มของจิ้งหลีดน้อยใหญ่ร้องหวีดออกมา ไม่ต่างจากเสียงเส้นอุราเครื่องตีดีดดังในห้องพระโรงที่เก็บเครื่องซ้องเสียงให้เล่นหา
ตัวข้านั้นพลีชีวา ลื่นอุราร้างรายด้วยอารมณ์ หยิบจับปี่ที่เป็นเสมือนเครื่องราชย์ประจำตระกูล เสียงของปี่ที่คลับกับนกกระเรียนเร่งปักษา เสียงนกมันร้องกรู่กริ้ว กรู่กริ้วกันอยู่ ทุกครั้งที่ข้าสัมผัสเครื่องเป่านี้ เหมือนข้าได้สัมผัสกับหวงปีกที่ลอยลิ่วอยู่บนนภา
ความรู้สึกที่รื่นระลาเหมือนถูกปลุกกลับมาจากปี่ของตระกูล
ไม่มีคำเอยกล่าว อ้ายอึงถึงอ้ายอี ให้ใจขุ่นมัว ตัวข้าได้แต่นั่งเป่าแตรตรวนขลุ่ยกระเรียนประจำตระกูล เครื่องดนตรีที่เป็นเครื่องราชย์มากมายก่ายกองถูกวางอยู่ในห้องโถงพระโรงใหญ่
ข้าเห็นชุดเครื่องราชชาติพิธีการ ที่พ่อข้าเคยใส่ประกาศศักดาของนักรบ แต่ข้าก็ชักจะหวั่นใจกับเส้นทางที่ตระกูลหมายปั้น ตัวข้านั้นอยากจะจับปี่มาเป่าฉุย สงบนิ่งกายใจอยู่ภายในหุบเขา
แต่ทว่าเหตุการณ์บ้านเมือง ไม่เป็นใจ จากชายกวีร้อยพันกวีราตรีไกล ก็ต้องหยิบจับยกดาบมาขึ้นสู้ กลางคืนเป็นนักประพันธ์ สร้างสรรค์เสียงเพลง แต่พอตะเวนขึ้นกลับเป็นนักรบผู้เลือดเย็น
สงครามไม่บรรทบ จวบจรดอยู่ก้องเวหา เสียงกระเรียนดังมาให้ข้าได้ยินอยู่รำไป เสียงบทกลอนเสียงบทเพลงเร่งสร้างให้ข้า คลื่นคลันพลื่นชีวีใจ แสงทอทอดจากดวงจันทราสร้างบทเพลงอันสรรค์ทึกพระอุระราราวร่านให้สุขใจ แต่ถึงยามใดแสงร้อนใจจากดวงตะวันเกิดมา ข้าก็กลายเป็นชายที่ฆ่าไม่ไว้หน้า กลายเป็นชายที่ไม่ชื่นอุราแต่กลับเย่อหยิ่งในศักดิ์และศรี
ข้าไม่มีใครคบหาในยามกลางวัน แต่ยามราตรีกาลมีนวลหญิงมาให้ข้าต้องตราตรึงใจอยู่ร่ำไป อันด้วยบทเพลงกระเรียนเร่งหมาย สร้างชีวายสุนทรีย์ ละเริงรื่นบันเทิงเพลิดเพลินใจ
เสียงดาบกระทบยังคงดังลั่นสะเหนาะหู เสียงปี่พาทย์กระเรียนราฉิ่วอู้ก็ดังไม่ต่างกัน บ่อยครั้งที่หทัยร่วนเร เร่งสร้างเพลงดาบกระเรียนจากความสุนทรีย์ สักวันข้าเกรงว่า จะฆ่าคนเป็นเสียงเพลง รื่นเริงใจ หมกหมุ่นในการฆ่าคนโดยไม่รู้สึกผิดซึกสา ข้ากลัววันและเวลาจักหวนกลับมา มีคนเหมือนข้าเดินมาถึง
น่าเศร้าสลดคิดแค้นใจเล่น ข้าเพียงแต่อยากได้ขลุ่ยไผ่กระเรียนราฉิ่วอู้มานั่งเป่าเล่น กับฝูงนกกระเรียนที่ส่งเสียงขับขานสู้กลับมา ในยามราตรีอุราเกิดดับเกิดตะวันแทรกจันทรา ข้าก็ไม่อยากจะออกหมายมั่น แต่เมื่อใดที่จิตใจข้าแยกไม่ออก เห็นทีคงเกิดเพลงดาบกระเรียนราฉิ่วอู้เป็นแน่
จวนจะเกิดเพลงดาบนั้นได้ ข้าคงฆ่ามนุษย์อักษะเป็นร้อยกาย เกลี่ยนกลาดเป็นพันศพแน่ แต่ข้าก็เฝ้าถามถึงชีวาลัยของข้าอยู่ร่ำไป เกิดมาเพื่อบรรเลงเพลงกระเรียน หรือเกิดมาเพียงศึกวิชาดาบปกครองเมือง
ขอบคุณ พ่อข้า ตระกูลอันสูงส่ง ข้าเป็นเพียงตนผู้อ่อนไหว ไม่อาจจะแบกรับชะตากรรมอันทรงลัย ที่ประดับชัยด้วยการเข่นฆ่ามา ข้าไม่อยากจับคมมีดคมดาบสู้ แต่เพียงอำนาจศัตรูข่มเหงมา ข้าก็หวั่นชีวาว่า จะไม่มีเวลาให้ข้าได้แต่งเพลงบรรเลงขับคลาน กับกระเรียนจันทราส่องประกาย
"ฝ่าบาท เพค่ะ หม่อมแม่ให้ดิฉันมาตาม พระองค์ชายอูมักยอนไปแต่งตัวเตรียมตัวขึ้นเหนือไปรบกับเมือง...."
"เป็นสิ่งที่ข้าไม่อยากจะได้ยินนัก" ข้าตอบกลับนางสนมผู้ภักดีต่อตระกูลข้า นางเป็นคนที่เลี้ยงข้ามาเปรียบเหมือนแม่นม ในวังหลวง น้ำตาข้าเริ่มไหลนวล ร่วงลงสู่พสุธาอยู่รำไป เมื่อถึงคราวตะวันปรากฏ สองมือ สองขา หนึ่งใจกลับต้องจับศาตรานำฤกษ์ชัยกลับมา
"ฝ่าบาทเพค่ะ หม่อมฉันเข้าใจนะเพค่ะ แต่หม่อมฉันก็ไม่กล้าขัดจังหวะ พระองค์ท่านนะ..." ใบหน้าที่เลื่อนต่ำลงของนางแสดงท่าทางอันหวาดกลัว ท่ามกลางความภักดีแต่ก็มีความหวงชีวีของตัวเองไม่ต่างไปจากคนอื่นหนา
บุญหัวคุ้มกะบาล ศักดาบรรดา บังเกิดผล ตระกูลของข้าไม่ใช่เกิดมีเพียงชั่วรุ่น ชั่วลูกหลาน ยายตา แต่มันหมายถึงบรรพกาลสร้างมาเป็นศตวรรษ ข้าแบกรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้หรอก นางนมผู้นี้ก็ไม่ต่างจากคนที่หวังว่าพึ่งใบบุญของตระกูล
ตัวข้าลำบากใจทุกครั้งที่ลูบคมดาบ ถึงแม้จะปล่อยวางได้เวลาฆ่า แต่ทุกค่ำคืนน้ำเศร้าจากดวงตาก็ไม่เคยร้างราให้สบายใจ แต่ถ้าก็ไม่อาจจะขัดขืนกับความจริงของโลกใบนี้ได้ เราไม่สู้ก็ไม่รอด ไม่โต้ตอบก็ไม่หยุดเลิกรา พอขัดขืนมาก็เพ่งเล่งฆ่ากันทั้งตระกูลมา
ข้าได้แต่เหนื่อยหน่าย คิดแค้นใจ แต่ทำอย่างไรได้ กับฝูงกระเรียนก็ไม่เคยเอยนามวาจามนุษย์ มีเพียงแต่ข้าสุนทรียพจน์ กับกระเรียนในยามราตรีกาล
"เฮ้อ เสด็จพ่อ ข้า...."
"ไม่! ผลั๊ว!" ฝ่ามืออันใหญ่ หยาบกร้านกระด้างฟาดเข้ามาเต็มที่แก้มของข้าเข้าอย่างจริงจัง "อารมณ์อ่อนไหว อารมณ์ สุนทรีย์ใจไม่มีอยู่ในตระกูล ถ้าเจ้าขัดขืนและขัดคำสั่ง ข้าจะสั่งให้ไพร่พล ทำลายสวนอารมภรณ์กระเรียนบินของเจ้า!" ใบหน้าของข้าก้มต่ำลง แต่ความเจ็บปวดที่แทรกไปตามซอกคอและใต้ค้างยังคงร้าวอุรานไม่เลือนหาย
จะแค้นก็แค้นมิได้เพราะนั่นคือบิดา ผู้รั้งสรรค์ข้ามาแต่กำเนิด สอนวิชาดาบ ต่อสู้ให้กับข้า ทุกครั้งคราที่ข้า ถูกศัตรูรอบทำร้ายก็ได้วิชาเพลงดาบจากตัวท่านมาคอยสู้
"แต่ท่าน.."
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหม ถ้าเราไม่สู้กลับ พวกเมืองอักษะจะได้ใจ แล้วทำให้บ้านเมืองของเราต้องเสียข้าว เสียน้ำ ข้ายอมไม่ได้!" ต่อหน้าดูก้าวร้าว วาจาห้าวหาญ แต่ข้างในภายในใจคือความเมตตาต่อชาวประชาที่อยู่ใต้อาณัติ
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ข้าน้ำพระเนตรร่วงหล่นสู่พสุธา เป็นสายธาราเป็นแอ่ง
"ขอรับ" ข้ารับฟังและเชื่อฟัง ทั้งๆที่ฝืนใจ ข้าอยากจะจรรโลงใจกับบทเพลงกระเรียนมา เสียงของพวกมันยังดังอยู่ในพระกรรณไม่เสื่อมคล้าย ข้าหวังว่าเสียงของพวกมันจะกลบเสียงร้องโอ้อ้าในทรมาณของข้าศึกได้ จึงก่อเกิดประกาย บทเพลงกระเรียนดาบเฉกเช่นทุกวันนี้
ข้าผู้สืบทอดราชวงศ์ฮวาน
ชายผู้มีความอ่อนไหวในเสียงเพลง แต่กลับต้องห้าวหาญ ห่ำหั่นเหมือนกับนักรบผู้สืบทอดวงศ์ตระกูล
------------------------------------------------------แต่ทว่า--------------------------------------------------------
….(พลัง)….(หลักๆ)….
ปราณกระเรียนจันทราคือพลังปราณที่แข็งแกร่งและถูกคิดค้นขึ้นมาโดยองค์ชายฮวาน แบ่งออกเป็น 12 กระบวนท่า
คิดค้นมาตามการเคลื่อนไหวของนกกระเรียน ที่ร่ายร่ำบนผืนน้ำตื้น ใต้แสงจันทรา
1. ปราณกระเรียนจันทรา
2. ปราณบรรพรตกระเรียนหกวิถี
3. กระบวนท่ากระเรียนร่ายรำ 12 กระบวนท่า
4. เพลงดาบกระเรียนจันทรา(เป็นวิชาดาบ ไม่เกี่ยวข้องกับพลังปราณ)
5. จันทราต้องมนต์(พลังนี้จะเปิดเผยภายหลัง มาในตอนจบของเรื่อง)
+-+ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาอื่นๆไปติดตามได้ในเนื้อเรื่องนะครับ+-+
[อาจจะมีการเปิดเหรียญให้อ่านในบางตอนนะครับ เตรียมเปย์ไว้ได้เลยครับ]
ข้อมูลเพิ่มเติม
คำศัพท์การนับช่วงเวลา
ยามโฉ่ว 01.00 - 02.59 น. ยามอิ๋น 03.00 - 04.59 น. ยามเหม่า 05.00 - 06.59 น. ยามเฉิน 07.00 - 08.59 น.
นามซื่อ 09.00 - 10.59 น. ยามอู่ 11.00 - 12.59 น. ยามอุ้ย 13.00 - 14.59 น. ยามเซิน 15.00 - 16.59 น.
ยามอิ่ว 17.00 - 18.59 น. ยามซวี 19.00 - 20.59 น. ยามไฮ่ 21.00 - 22.59 น. ยามจื่อ 23.00 - 24.59
คำศัพท์การนับช่วงเวลา
1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง ครึ่งชั่วยามเท่ากับ = 1 ชั่วโมง 1 เค่อ = 15 นาที (1 วันมี 100 เค่อ)
1 ก้านธูป = 1 ชั่วโมง ครึ่งก้านธูป = 30 นาที = 2 เค่อ 1 จิบชา = 3 นาที
***คำเตือน***
"นวนิยายเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ใด เป็นเพียงเรื่องราวที่ผู้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของตัวเองเท่านั้น
ขอสงวนลิขสิทธ์ห้ามทำซ้ำและนำไปดัดแปลง แต่งเพิ่มแต่อย่างใด นอกจากว่าได้ตกลงกับทางผู้เขียนแล้ว"
----------------
***!!คำเตือน (สำคัญ) !!***
“นวนิยายเรื่องนี้ของสงวนลิขสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำไปดัดแปลงหรือทำซ้ำนะครับ หรือแม้กระทั่งมีการนำเรื่องนี้ไปลงในเว๊บอื่นๆ โดยไม่ได้ขอความอนุญาตจากทางผู้เขียนนะครับ หากพบเจอและตรวจเจอจะทำการฟ้องร้องในทันทีครับ”
ถยอยลงเรื่อยๆนะครับ อัพทุกวันอาทิตย์ตอน 16.00 น. นะครับ (มาสัปดาห์ละครั้งครับ)
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ