ชีวิตของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั้นคือ ผมเองผมอยากเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในชีวิตที่ผมเคยผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันผมรับราชการทหาร อยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเป็นลูกชายคนโต มีพี่น้องคนละพ่อ1คนครอบครัวผมมีฐานะค่อนข้างอยากจน เมื่อก่อนอยากได้อะไรอยากกินอะไรก็ไม่เคยได้เพราะเรามันไม่มีเหมือนคนอื่นเขา ทุกวันๆพ่อกับแม่ผมต้องไปทำงานทุกวัน ไปตั้งแต่เช้ากับมาค่ำๆทุกวันเมื่อเห็นกับมาทีไรผมเห็นแล้วสงสารพ่อกับแม่มากๆได้แต่คิดในใจว่าถ้าผมโตขึ้นได้มีโอกาสเรียนสูงๆ มีหน้าที่การงานที่ดี ผมจะไม่ให้พ่อแม่ลำบาก แต่ก็ได้แค่คิดนะครับเพราะผมรุ้ว่าฐานะทางบ้านเป็นแบบไหน เมื่อผมเรียนจบ ม.3 ครูประจำชั้นถามว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน ผมนิ่งไปพักหนึ่ง เพราะผมไม่รุ้ว่าจะไปทางไหนดี ผมก็เรยตอบครูไปว่า ผมยังไม่รุ้ครับส่งสัยไม่ได้เรียนต่อแล้วครับครูเรยถามว่าทำไมละ เธอเป็นคนเก่งนะไม่เสียดายอนาคตหรอ ผมก็เรยตอบไปว่า ผมก็อยากเรียนต่อครับครู เเต่ฐานะทางบ้านผมไม่ค่อยดีและอีกอย่างผมสงสารพ่อกับแม่ครับ ครูเรยตอบมาว่าไม่เป็นไรเดียวครูหาทางให้เธอเรียนต่อเอง ลองไปสมัครที่โรงเรียนประจำไหมใกล้ๆบ้าน เป็นโรงเรียนกินนอนอยู่ที่นั้นเรยฟรีไม่เสียค่าอารัยชักอย่างสนใจไหม ผมก็เรยตอบไปว่า เดียวผมขอถามพ่อกับแม่ก่อนครับ เย็นวันนั้นผมเดินเข้าไปถามพ่อแม่ว่าผมจะไปเรียนต่อนะครับ พ่อกับแม่ก็เรยถามว่าจะไปเรียนที่ไหน ผมตอบไปว่า โรงเรียนประจำครับฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แม่ก็เรยถามกลับมาว่าจะไหวหรอที่นั้น ผมตอบไปว่าไหวครับแม่ขอแค่ได้เรียนให้จบ ม.6 และแล้วผมก็ได้เรียนต่อ แต่ช่วงเวลาที่เรียนอยู่นั้นมันทำให้ผมได้รุ้จักอารัยๆหลายอย่างมากมายทั้งการใช้ชีวิตการอยู่ร่วมกัน การดำรงชีวิตในแต่ละวัน โรงเรียนที่ผมอยู่เขารับนักเรียนตั้งแต่ ป.1 จนถึง ม.6 เด็กบางคนไม่มีพ่อมีแม่ บางคนเรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 ก็มีแต่นั้นเป็นส่วนมาก มีวันหนึ่งโรงเรียนได้ทำหนังสือพบผู้ปกครอง
ผมก็ไม่รุ้หรอกว่าพ่อกับแม่จะมาหรือป่าวเพราะผมคิดว่าคงทำงาน พอถึงวันพบผู้ปกครอง ผู้ปกครองคนอื่นก็มากันปกติ แต่ผมไม่รุ้เรยว่าพ่อแม่จะมาไหมแต่ผมไม่ได้คิดอารัย เพราะเข้าใจทุกคนต่างมีหน้าที่ต่างกันไป ช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่โรงเรียนประจำ ตลอดเวลา3ปี ผมมีบ้างนะที่เกเร โดดเรียนบ้างหนีไปนอนบ้าง แต่ผมก็ไม่เคยที่จะลืมว่าเรามีคนคอยอยู่ข้างหลังนะรอดูความสำเร็จของเราอยู่ชึ่งผมก็จบ ม.6 จนได้ ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.50 คิดดูละกันขนาดไหน555 พอจบ ม.6 ผมก็มาทำงานกับน้าที่กรุงเทพ ได้ค่าเเรงวันละ 150 บาท กินข้าว3มื้อก็หมดแล้ว ผมทำงานอยู่3ปีคุณเชื่อไหมครับว่าผมไม่เคยส่งเงินให้พ่อกับแม่เรย เพราะได้วันละ150กินข้าวก็หมดแล้วแม้เงินจะเก็บยังไม่มี ผมคิดแล้วคิดอีกถ้าเราอยู่แบบนี้เราแย่นะทำงานไม่มีเงินส่งให้ทางบ้านไม่มีเงินเก็บ พอดีช่วงนั้นผมอายุได้ 21 ปีพอดีต้องกัับไปคัดเลือกทหารที่บ้าน ผมตั้งใจละว่าจะไม่ไปทำงานละจะกลับมาอยู่บ้าน พอผมกับไปถึงบ้าน ตาเดินมาหาผม และถามผมว่า ไม่ลองสมัครทหารดูละลูก ทหารเงินเดือนตอนนี้ก็เยอะอยู่นะพ่อกับแม่ก็อยากให้ไปสมัครนะเห็นพูดกันอยู่ มาอยู่บ้านงานก็ไม่ค่อยมี อนาคตไม่มีหรอกจะมาทำสวนทำไร่เหมือนพ่อแม่หรอ ผมก็เรยตอบไปว่า ผมขอคิดดูก่อนครับ เชื่อไหมครับคื่นนั้นผมนอนไม่หลับทั้งคืนนั่งคิดแล้วคิดอีกว่าถ้าเราเลือกที่จะอยู่แบบนี้เราจะไม่มีอนาคตแล้วเมื่อไหร่พ่อแม่จะสบาย พอตอนเช้าผมจึงตัดสินใจสมัครทหาร อยู่ที่ พล.ม.1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง เหล่าช่าง ช.พัน.8 ผมเป็นพลทหาร 1ปี ไปวันเเรกผมรู้สึกอยากจะร้องไห้เรย จากที่เคยอยู่เเบบสบายๆจะทำอารัยก็ทำอยากกินอารัยก็กิน คิดถึงพ่อแม่เรย แต่พอได้ไปเป็นทหารแล้วมันต่างกันมากๆ เพราะเราต้องอยู่ในกฎระเบียบ ในช่วงเวลาที่เป็นพลทหารผมได้รุ้จักเพื่อนๆที่มาอยู่ด้วยกันและผู้บังคับบัญชาที่ให้ความสำคัญถึงแม้จะเป็นแค่พลทหารก็ตาม ผมได้เรียนรู้อารัยมากมายหลายอย่างในการมาเป็นทหารมัััันทำให้เรามีความเข้มแข็ง มีความอดทนอดกลั้นกับสิ่งที่ต้องเผชิญข้างหน้าเมื่อใกล้จะปลดประจำการ มีหนังสือมาที่กองร้อยประชาสัมพันธ์เกี่่่่ยวกัับการสมัครสอบคัดเลืืือกกองหนุนบรรจุเข้ารับราการ เป็นนายสิบ มีจ่าคนหนึ่่งถามผมว่าสนใจไหม ผมก็็็็เรยตอบไปว่า ผมจะเอาอารัยไปสู้เขาผมมันไม่เก่งครับคงไม่ไหว จ่าคนนั้นก็เรยพููดว่าอารัยยังไม่ทันได้สู้เรยท้อแล้วหรอ อารัยว่ะ ผมก็พุดไปว่างั้นลองดูก็ได้ครัับ. จ่าแกบอกว่าจ่าจะพาไปสอบไปสมัครเองไม่ต้องกลัว นีี้ละครับคนทีี่ทำให้อนาคตผมวันไปสมัััครผมได้เดินทางไปสมัครสอบที่ ค่ายภาณุรังษี จังหวัดราชบุรี โดยรถของหน่วยจัดให้พร้อมกับเพื่่่อนๆ พอถึงวันสอบจ่าก็เอารถส่วนตัวพาผมไปสอบรอบแรก ข้อเขียนเขาคัััััััดเลือกให้เหลือ200คน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้้นพอถึงรอบที่สอง
เทสร่างกาย คัดให้เหลือ 100 คน เพื่อเข้ารับบรรจุ คุณเชื่อไหมครับว่าผมติดใน100คน แต่ผมยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่มีแต่จ่าที่พาไปเท่านั้นที่รุ้ ผมดีใจมากแทบไม่อยากเชื่อว่าจะสอบผ่าน พอถึงเวลาที่ครบกำหนดปลด 1 พ.ค.56 ผมขอลากลับบ้านล่วงหน้าก่อน 3วันเนื่องจากต้องเตรียมตัวไปรายงายตัว ที่ค่ายภาณุรังษีพอผมกับถึงบ้านผมเดินเข้าไปกราบเท้าพ่อกับแม่ แม่ถามขึ้นมาว่าทำไมกับมาเร็วจัง ผมก็เรยตอบไปว่าแม่ผมสอบติดนายสิบแล้วนะผมจะไปเรียนอีกสองสามวัน จริงหรอแม่ถาม แค่ได้ยินพ่อกับแม่ก็น้ำตาไหลจนเอาผมร้องไห้ไปด้วย แล้วมันไม่ใช้เงินเยอะหรอลูกพ่อถาม ผมก็เรยตอบไปว่าไม่ได้ใช้ครับพ่อ แต่ชาวบ้านก็พุดแบบดูถูกว่าจนแบบนี้จะมีปัญญาส่งไหวหรอเรียนนายสิบใช้เงินเยอะนะ
การที่จะไปเรียนต้องเสียตังสามสี่แสนมีปัญญาหรา ทุกคนต่างดูถูกครอบครัวผม ผมก็เรยได้คิดในใจว่ารอเรียนจบก่อนจะเเต่งชุดหล่อมาให้ดู พอผมเรียนจบ ติดยศสิบตรี วันนั้นผมมีความสุขมากแต่คนที่มีความสุขมากทีสุดน่าจะพ่อกับแม่ ท่านคงดีใจมาก และแล้วถึงเวลาเลือกหน่วยผมก็ได้มาบรรจุที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี56 จนถึงปัจจุบัน
ถ้าเล่าอีกคงจะยาว ....................
นี้แหละครับชีวิตของผมที่ผ่านมาสุดท้ายผมขอเป็นกำลังให้คนที่กำลังท้อหรือกำลังสับสน หวังว่าเรื่องราวชีวิตที่ผมได้เล่ามาอาจมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอบคุนครับ
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ