Life goes on, with or without you.
เวลานั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนมีมันอย่างเท่ากันในแต่ละวัน อยู่ที่คนเราจะจัดสรรรูปแบบการใช้งานเวลายังไง ไม่ว่าจะใช่เล่น ไม่ว่าจะใช้กิน ใช้นอน ใช้ทำงาน ใช้ดูแลใคร หรือแม้กระทั่ง ใช้ใส่ใจใครสักคน กระทั่งตอนที่คุณมีความสุข เขาก็ยินดีกับคุณอยู่เสมอ
แต่เวลานั้น ก็เหมือนเป็นดาบสองคม มันอาจจะทำให้คนที่อยู่ข้างคุณตลอดเวลา คนที่คอยใส่ใจ คอยเทคแคร์ คอยเป็นห่วงความรู้สึกอีกข้างที่จะรู้สึกร่วมกับคุณตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งตอนที่คุณมีความสุข เขาก็ยินดีกับคุณ
จนมันทำให้คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ หรือเรียกอีกอย่างนั่นก็คือ คุณเห็นคนคนนี้ไม่ได้หายไปจากคุณเลย เพราะคุณนั้นเห็นเขาเป็นของตาย ที่ไม่ว่ายังไง คุณก็คิดว่าเขาจะอยู่กับคุณเสมอไป ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
กลางดึกคืนหนึ่ง
“ แก อยากกินอะไรไหม เอิร์น เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ ” ชายคนหนึ่ง ได้ถามหญิงสาวที่นั่งสีหน้าไร้อารมณ์ อยู่ที่เตียงในห้องของตน
“ ทำไมวะ ฉันไม่ดีตรงไหนวะ กี่คนแล้วล่ะ ที่ทิ้งฉันไปอะ ” หญิงสาวได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้า และเสียใจ
“ เอาอีกละ เรื่องนี้อีกแล้วเหรอครับคุณผู้หญิง กระผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าให้มีความรักกับคนที่รักคุณ ไม่ใช่ว่าเขาทำดีด้วยหน่อยคุณก็เทใจให้เขาแล้ว มันเกิดเรื่องแบบนี้กี่รอบแล้วคร้าบบ ” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทีที่หมดคำพูดกับเพื่อนสาวของตน
“ แต่คนนี้เขารักฉันนะเว้ย ”
“ ถ้าเขารักแกจริง แกจะมานั่งร้องไห้ในห้องฉันแบบนี้เหรอ เข้า ๆ ออก ๆ จนชาวบ้านเขาคิดว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของแกแล้วมั่ง ” คำพูดที่ดูติดตลกของผู้ชายคนนี้ เขาไม่ได้อยากจะซ้ำเติมหญิงสาวตรงหน้า เขาพูดเพื่อให้เธอนั้นรู้ตัว ว่าคนที่เธอรัก เขาไม่ได้ให้ความรักตอบแทนเธอมาเลย
“ กล้า แกเพื่อนฉันจริงไหมเนี่ย ” หลังจากที่กล้าพูดจบ มันก็ทำให้เอิร์นคิดว่าเพื่อนเธอคนนี้เป็นห่วงเธอจริงไหมเนี้ย
“ เออหน่า แล้วคราวนี้เลิกกันเพราะเรื่องอะไรอีกละ ที่ทำให้ฉันต้องขับรถออกไปรับแกตอนกลางคืนแบบนี้อีกแล้วเนี่ย ”
“ ก็เขาไ . . . ”
“ ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่น ใช่ไหม ? ” ไม่ทันที่เอิร์นจะบอกเหตุผลออกมา กล้าก็ได้ทายเหตุผลออกมา
“ ชะ . . . ใช่ เขาไม่สนใจฉันเลย เขาเอาแต่ไปเที่ยวกับเพื่อน โดยที่ปล่อยฉันไว้คนเดียว ไม่เห็นหัวฉันเลยอะ! ” หญิงสาวคนนี้ได้งอแงออกมาอย่างกับเด็กที่ต้องการของเล่น แล้วไม่มีใครซื้อให้
“ เออ ๆ ฉันเข้าใจแล้ว นี้มันก็ดึกแล้วหยุดโวยวายเถอะ เดี๋ยวข้างบ้านจะไม่ชอบขี้หน้าเอา ”
“ กะ . . . ก็ได้ ” หลังจากที่กล้าพูดประโยคนั้นเธอก็หยุดร้องโวยวาย และนั่งซึมอยู่ที่เตียง
“ แล้วจะกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันเอาไปซื้อมาให้ ” ชายหนุ่มได้ถามหญิงสาวผู้น่าสงสารคนนี้
“ อะไรก็ได้ซื้อมาเถอะ ขอบใจมากนะ ” เธอพูดไปพลาง ก่อนจะล้มลงนอนที่เตียง
หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ได้ออกรถไปซื้ออาหาร เพื่อทำให้เพื่อนสาวของเขาคนนี้อารมณ์ดีขึ้น เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันแทบจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา
เพื่อนสาวของเขามักจะทะเลาะกับแฟนอยู่เสมอ ไม่ว่ากี่คนผ่านมาแล้วก็ตาม เธอมักจะเป็นแบบนี้เสมอ และคนที่คอยดูแลเธอและทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา ก็ยังเป็นผู้ชายคนนี้ เสมอเช่นกัน
เวลาผ่านไปสักพักหลังจากที่กล้าได้ออกไปซื้อของ เอิร์นก็ได้ผล็อยหลับไปบนเตียงของชายผู้เป็นเพื่อนที่แสนดี และระหว่างที่เธอนอนอยู่น้ำตาของเธอนั้นก็ยังไหลออกมา และมีท่าทีที่ทรมาน เหมือนกับอยู่ในฝันร้าย
“ เอิร์นอย่างี่เง่าได้ป่ะ ก็บอกว่าไปงานวันเกิดเพื่อน จะอะไรนักหนาวะ ถ้าแค่นี้ไม่เชื่อใจก็เลิกกันไปเลยไป ” เสียงผู้ชายตวาดดังขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดใส่แฟนสาวของเขา
“ วันเกิดเพื่อนเหรอ เพื่อนอะไรอ่ะ เพื่อนที่ต้องไปส่งถึงห้องต้องดูแลตลอด ดูแลมากกว่าฉัน! ที่เป็นแฟนของนายงั้นเหรอ ตอนที่ฉันป่วยเธอเคยมาเฝ้าฉันบ้างไหม ” เอิร์นได้พูดดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลออกมา เพราะชายคนที่เป็นแฟนของเธอนั้น ไม่เคยใส่ใจเธอแม้สักครั้งหนึ่งหลังจากคบกันมา
“ ก็บอกแล้วว่าวันนั้นไม่ว่าง วันนั้นเขามีธุระกับที่บ้าน ” ชายหนุ่มพยายามแก้ต่างให้ตัวเอง
“ ที่บ้าน ที่บ้านงั้นเหรอ ไม่ใช่ว่ามีนัดกับใครหรือไปกินข้าวกับใครเหรอ เขารู้นะ มีเพื่อนของเขาอ่ะถ่ายรูปเธอกำลังไปนั่งกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นในวันที่เขาอยู่โรงพยาบาล ” หญิงสาวได้พูดพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอทั้งสองตา
“ ถ้าไม่เชื่อใจกันขนาดนี้ เราจบกันดีกว่า ”
“ ได้ ยังไงเธอก็อยากจบอยู่แล้วนี่ ความสัมพันธ์แบบนี้ หลังจากที่เราคบกันมาเธอไม่เคยให้ความสำคัญกับเราเลย ปล่อยให้เราอยู่คนเดียว ปล่อยให้เราเหงาตลอดอยู่แล้วนี่ "
“ เฮือก ! ! ! ” เอิร์นสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย แล้วพบกล้ากำลังที่เอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาของตัวเอง อย่างทะนุถนอม และอบอุ่น
“ อะ . . . อ้าวตื่นแล้วหรอ ฉันเห็นน้ำตาเปื้อนแก้มฉันก็เลยจะเช็ดให้ จะเอาข้าวอะไรไหม ฉันซื้อมาให้แล้ว ” กล้าดึงมือกลับ พร้อมกับบอกถึงเรื่องอาหารที่ตนได้ซื้อมาแล้ว
“ กล้า ฉันขอบใจมากเลยนะ ” สิ้นสุดประโยค เอิร์นก็ได้โถมตัวเขากอดเพื่อนชายของเขา
“ เป็นอะไรของแกเนี้ย ป่วยเหรอ ” กล้าเอามือไปแตะที่หน้าผากของเอิร์น
ทั้ง ๆ ที่เขานั้นก็ดีใจเหลือเกิน ที่ได้รับกอดจากเธอคนนี้ แต่เขาไม่ได้อยากได้มันจากการที่เธอนั้นเจ็บปวดอยู่อย่างนี้
“ ไม่ได้เป็นไรแค่อยากขอบคุณเฉย ๆ น่ะ งั้นฉันกินข้าวก่อนนะ ”
“ อืม งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนละกัน แกก็ด้วย กินเสร็จอย่าลืมล้างหน้าแปรงฟัน และก็อาบน้ำด้วยละ น้ำตาเปื้อนแก้มหมดแล้วยัยขี้แงเอ๊ย ” หลังจากกล้าพูดจบ ก็ได้เข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ได้แยกย้ายทำสิ่งที่ตัวเองต้องการ กล้าแยกไปอาบน้ำ ส่วนเอิร์นก็แยกไปกินข้าวที่เพื่อนของเธอซื้อมา
เธอเดินลงมาที่โต๊ะอาหารก็พบกับข้าวผัดกุ้งที่เธอนั้นชอบ พร้อมกับจานที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมกับร่องรอยของการจัดการสิ่งที่เธอไม่ต้องการในมื้ออาหารของเธออย่างผัก และมะเขือเทศ
ระหว่างที่เธอนั่งทานอาหาร เธอก็ได้หยิบมือถือขึ้นมาเล่นเฟส เพื่อคลายเครียด แต่เธอก็ได้เลื่อนไปเจอโพสต์จากแฟนเก่าของตัวเอง นั้นก็คือภาพของแฟนเก่าหอมแก่มกับคนรู้จักของตัวเธอเอง พร้อมแคปชั่น ‘ตลอดไป’ มันทำให้เธอนั้นรู้สึกเจ็บ และตัดสินใจอันเฟรนทันที
“ ฉันอาบน้ำเสร็จแล้วนะ ห้องน้ำว่างแล้ว ” กล้าพูดขึ้นระหว่างเดินออกจากห้องน้ำ
“ อะ . . . อืมเดี๋ยวกินเสร็จจะไปอาบนะขอบคุณมาก ” เอิร์นที่ยังพูดไม่ทันจบประโยค น้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลออกมา
“ เอาอีกแล้ว ร้องไห้อีกแล้วเนี่ย ” กล้าพูดแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเอิร์น
“ แก ฉัน ! ! ”
“ ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้ามันเจ็บแล้วเอ็งจะไปดูทำไมละ ปล่อยวางมันสะเถอะ คน ๆ นั้นอาจจะไม่ใช่ของ ๆ แกก็ได้จริงไหม ” กล้าหยิบมือถือที่อยู่ในมือของ
เอิร์นออก แล้วค่อย ๆ เอามือไปเช็ดน้ำตาอย่างอ่อนโยนอย่างเคย
“ ขอบใจนะกล้า ”
“ ดูสิเอาแต่ร้องไห้ตาบวมไปหมดแล้ว เดี๋ยวไม่สวยแล้วจะหาแฟนไม่ได้นะ ” ชายหนุ่มพูดกวนประสาทเพื่อนสาวของเธอ แล้วเอามือไปยีหัวเธอเล่นไปมาด้วยความเอ็นดู
“ งึย ทำยังกับฉันเป็นเด็กยังงั้นแหละ ” หญิงสาวที่โดนกระทำยังกับว่าเธอเป็นเด็ก เธอก็ทำหน้าบูดตอบกลับไป
“ ก็แค่ยังเด็กอยู่ไม่ใช่รึไง เห็นเมื่อกี้ยังงอแงเหมือนเด็กอยู่เลยหนิ ”
“ ไม่ใช่สักหน่อย ” เอิร์นตอบกลับด้วยความติ๋มเล็กน้อย
“ เออ กินข้าวอิ่มแล้วก็ไปอาบน้ำ จะได้ไปนอนมันจะตีสองแล้ว ”
“ คร้าบ คุณพ่อ ”
“ งั้นฉันกลับห้องนอนก่อนละกัน อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ ละ ” พอจบคำพูด กล้าก็เดินจากไปนอนที่โซฟา
“ เคร ฝันดีนะ ” เอิร์นตอบกลับด้วยแก้มที่กลมดิ๊กเพราะข้าวที่พึ่งตักเข้าปาก และมันทำให้แก้มดูตุ้ยนุ้ย
หลังจากนั้นกล้าก็ได้หลับใหลอยู่ที่โซฟา ส่วนเอิร์นก็ทานข้าวจนเสร็จและก็ได้เข้าไปอาบน้ำ และท้ายที่สุดก็ไปนอนที่เตียงที่เดิมที่เธอเคยนอน
7.21 น.
ในเวลาตอนเช้าของวันอาทิตย์ ได้มีเสียงก๊องแก๊งอยู่ในครัวของบ้านหลังหนึ่ง ในนั้นมีใครบางคนกำลังทำมื้อเช้าด้วยความสุข เพื่อหวังให้คนที่ตื่นมาทานนั้น จะมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ
เขาทำไปยิ้มไป และเอาใจใส่กับจานนี้เป็นอย่างมาก ถึงแม้มันจะเป็นแค่อาหารปกติทั่วไปก็ตาม
“ เสร็จแล้ว ๆ ” กล้าตักข้าวต้มที่เขาพึ่งทำเสร็จออกมา เตรียมมาไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนของเขาที่อยู่ชั้นสอง
“ นี่ คุณหญิงครับ มันเช้าแล้วนะตื่นเถอะ ” เขาเข้าไปเขย่าตัวหญิงสาวที่ยึดเตียงเขานอนทั้งคืนที่ผ่านมา
“ งือ . . . ไม่เอา เค้าจานอนน ~ ~ ~ ”
“ อย่าขี้เซาซี้ ~ ~ ~ ” กล้าดึงผ้าห่มที่คลุมตัวเอิร์นออก และปรากฏว่าเธอนอนตัวขดตัวอยู่เหมือนลูกแมวน้อยน่ารัก คงเป็นเพราะหญิงสาวคนนี้ได้เปิดเครื่องปรับอากาศไว้ค่อนข้างหนาว
“ เลิกนอนขด แล้วตื่นลงไปกินข้าวได้แล้วเร็ว ”
“ ขอห้านาที ~ ~ ~ ” เธอพูดพร้อม ๆ กับการดึงผ้าห่มที่กล้าได้ดึงออก มาคลุมตัวดังเดิม
‘ เห้อ ~ ~ ~ ให้ตายสิเป็นแบบนี้ตลอดเลยนะยัยขี้เซา ’
กล้าก็ได้ปล่อยให้เพื่อนสาวของเขา ได้นอนต่ออย่างที่ใจนางต้องการ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ลงไปกินข้าวคนเดียวข้างล่างอย่างเหงา ๆ
หลังจากที่กล้าจัดการมื้อเช้าของตนเสร็จ เขาก็ได้เอาถ้วยที่ใช้ไปล้าง และทำกิจกรรมส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะขึ้นไปปลุกเอิร์นอีกครั้ง เพราะมันผ่านมาสี่สิบกว่านาที่แล้ว และเขากะว่าจะไปซื้อของข้างนอกด้วย
“ จะตื่นได้รึยัง ”
“ ไม่อาว ~ ~ ~ ”
“ ถ้าไม่ตื่น ฉัน จะ ถีบ แก ให้ ตก เตียง เดี๋ยว นี้ แหละ ” การเน้นคำ
ของกล้า มันทำให้เอิร์นรู้สึกว่ากล้ากำลังจะกระทำอย่างที่เขาพูดจริง ๆ
“ เดี๋ยว ๆ ๆ ฉันตื่นแล้ว ตื่นแล้ว ” เอิร์นรีบกลิ้งลงจากเตียงทันที เพราะเธอกลัวว่าจะโดนบาทาของเพื่อนของเธอ
“ แหม เกือบจะได้ถีบคนแล้วเชียว ” กล้าทำสีหน้าเสียดายออกมาเล่น ๆ
“ ช่วยด้วย มีคนชอบใช้ความรุนแรงค่า ~ ~ ~ ”
“ ไป ๆ ลงไปกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะไปบ้านเด็กกำพร้านะ ” กล้าพูดพลางดูนาฬิกาที่ข้อมือของตน
“ ไปทำอะไรเหรอ ? ? ”
“ ก็นัดกับเด็ก ๆ ที่นั่นไว้ว่าจะซื้อของเล่นไปให้แล้วก็จะไปนั่งเล่นกับพวกเขาด้วย ” ระหว่างที่เขาพูดเขาก็แสดงรอยยิ้มเล็ก ๆ ออกมา รอยยิ้มนั้นมันแสดงถึงความอบอุ่นจากใจจริง
“ งั้นเหรอ นายดูมีความสุขนะ ” เอิร์นที่เห็นว่าเพื่อนของเธอยิ้มออกมา เจ้าตัวก็เลยแซวเล็กน้อย
“ ใช่สิ พวกน้องเขาไม่มีพอเราเอาไปให้ พวกเขาก็มีความสุขกันมากเลยนะ รู้เปล่า ” กล้าหันไปพูดด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขเต็มเปี่ยม
“ อ่องั้นเหรอ แล้ววันนี้แกทำอะไรกินอะ ”
“ ก็ข้าวต้มนะลงไปกินซะนะ กินเสร็จก็ล้างจานด้วยเดี๋ยวฉันขอไปก่อนละ ” กล้าหันไปดูนาฬิกาข้อมือ และกำลังจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก
“ เดี๋ยวสิ เดี๋ยวฉันไปด้วย ขอกินข้าวอาบน้ำก่อนนะเพื่อน ” เอิร์นพูดด้วยสายตาที่ออดอ้อนชายที่อยู่ตรงหน้า
“ จะไปทำอะไรละ แกก็ไม่เคยไปสักครั้งเลยไม่ใช่รึไง ” ชายหนุ่มมองเพื่อนของเขา ด้วยสีหน้าที่สงสัยถึงจุดประสงค์ที่เธออยากจะไป
“ ก็ฉันไม่มีอะไรจะทำนี้หน่า อยู่แต่บ้านฉันก็คงจะคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวนั่นแหละ และอีกอย่างพรุ่งนี้ฉันก็ไม่ได้ทำงาน เลยว่าจะหาอะไรคลายเครียด ” เอิร์นพูดพร้อมกับเดินลงบันไดไปข้างล่าง เพื่อไปที่ห้องครัว
“ ก็ได้ แต่เร็วหน่อยละ ”
“ รับแซบคร้าบบ ”
หลังจากที่พูดคุยกับเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ได้แยกย้ายกันทำสิ่งต่าง ๆ กล้าแยกขึ้นไปนั่งเล่นอยู่บนห้องของเขา ส่วนเอิร์นก็ลงไปกินข้าวข้างล่าง จนเวลาผ่านไปสักพักเอิร์นก็ได้ขึ้นมาที่ห้องของชายผู้นี้ และหยิบเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย
“ เสร็จรึยางง มันช้าแล้วนะเนี้ย ” กล้าพูดด้วยท่าทีที่เหนื่อยหน่ายกับเพื่อนสาวของเขา
“ ค่า ค่า เสร็จแล้ว จะรีบไปไหนเนี่ย ” หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทีที่หงุดหงิดเล็กน้อย
“ แหม กว่าจะเสร็จมันะ 11 โมงแล้วเนี้ย ไปกันเร็ว ” หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินลงไปที่โรงจอดรถ พร้อมจะขับออกไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อซื้อขนมและของเล่นไปให้เด็ก ๆ
“ ซื้อเยอะจังละเนี้ย นี้จะใช้เงินที่ทำงานทั้งหมดเลยรึไงหะ ” เอิร์นที่เห็นเพื่อนของเขาซื้อของมากมาย
“ เอาหน่า ฉันทำงานมามาก ให้ฉันใช้เงินหน่อยเถอะ นี้มันเป็นความสุขของฉันด้วย ” กล้าตอบกลับโดยไม่สนใจคำเตือนของเพื่อนสาวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงเลือกซื้อของเล่นอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเหล่าขนมอีกมากมาย
“ จ้า จ้า ทำตามที่สบายใจเลยจ้า ”
“ อยากกินก็ตามมา อยากได้อะไรก็หยิบมา เดี๋ยวซื้อให้ ถือว่าสงสาร Sad Girl ” การแซวนั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวเศร้าแต่อย่างได้ แต่กับแสดงอาการหมั่นไส้ชายตรงหน้าซะมากกว่า
“ แซวชั้นเหรอ แกพูดเองนะว่าจะซื้อให้อะ ” หลังจากคำพูดนั้นจบลง เอิร์นก็ได้หยิบขนมจำนวนมหาศาลมาใส่ในรถเข็นของกล้า
“ ดะ . . . เดี๋ยวสิเอามาขนาดนี้ กินหมดเหรอเนี้ย ”
“ พูดมาก บอกเองนะว่าจะจ่ายให้อะ ต้องรักษาคำพูดเลยหละ ” หญิงสาวพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว และยังคงทำหน้างอนใส่เพื่อนของเธออยู่ดังเดิม
‘ โถ่เวรเอ๊ย ไม่น่าพูดเลยตู ’ กล้าได้แต่บ่นกับตัวเอง ถึงคำพูดที่เขาพูดออกไปโดยไม่ทันคิดถึงผลที่ตามมา
หลังจากนั้น เอิร์นก็ได้ซื้อของอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารสด ผัก และของสาธารณูปโภคต่าง ๆ อีกพอสมควร ทันทีที่กล้าเห็นสิ่งของที่เอิร์นได้ซื้อ เขาก็ยิ้มออกมาทันที เพราะสิ่งของพวกนี้ เธอไม่ได้จะเป็นคนใช้มันเองอย่างแน่นอน
พอจ่ายเงินและนำของไปเก็บที่รถจนเสร็จแล้ว พวกเขาทั้งสองก็ได้มุ่งตรงสู่บ้านเด็กกำพร้าที่กล้านั้นมาประจำ ทันทีที่รถกล้าผ่านประตูรั้วเข้ามา เด็ก ๆ ทุกคนต่างออกมารอเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ เอ้าว่าไงเด็ก ๆ อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นไงกันบ้าง สบายดีกันหรือเปล่า ” หลังจากที่กล้าลงจากรถ เขาก็พูดด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขไม่ต่างจากเด็ก ๆ ที่เห็นเขาเช่นกัน
“ พี่กล้ามาแล้วว ~ ~ ~ ”
“ พี่กล้าสวัสดีค่ะ ”
“ สบายดีค่ะพี่กล้า ”
“ พี่กล้ามาเล่นบอลกันครับ ”
เสียงของเด็ก ๆ ได้กล่าวทักทายชายผู้นี้อย่างสดใส และเด็มไปด้วยความสุขที่มาจากเด็ก ๆ เหล่านี้ พวกเขาเห็นชายคนนี้เหมือนเป็นพี่ชายคนหนึ่งของพวกเขาเลยก็ว่าได้
“ วันนี้พี่พาเพื่อนให้มาให้รู้จักด้วย มาสวัสดีพี่เขาเร็ว ” กล้าพูดจบ และมองไปที่เอิร์น ที่ยืนมองเขาอยู่ข้างรถ
“ สวัสดีจ่ะเด็ก ๆ พี่ชื่อเอิร์นนะคะ ” เอิร์นกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มที่มีเอกลักษณ์
“ สวัสดีครับพี่เอิร์น ”
“ พี่เอิร์น สวัสดีค่ะ ”
“ สวัสดีค่ะ พี่คนสวย ~ ~ ~ ”
เด็ก ๆ ทุกคนต่างพูดกล่าวทักทายเอิร์นกันอย่างน่ารัก และเป็นกันเอง แล้วมันทำให้เอิร์นยิ้มออกมาอย่างไม่ลดละ
“ วันนี้พวกพี่มีอะไรมาให้ด้วยแหละ อยากได้กันอะเปล่า ” เอิร์นพูดและพลางเดินไปท้ายรถ เพื่อจะหยิบของที่พวกเราซื้อมาให้เด็ก ๆ
“ เอาหละทุกคนเข้าไปดูเร็ว พี่ซื้อของเล่นมาให้เยอะแยะเลยนะ ”
“ ว้าว ~ ~ ~ ”
“ หูย ~ ~ ~ ”
“ โห้ ~ ~ ~ ”
เสียงร้องดีใจของเหล่าเด็กน้อยทั้งหลายดังออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทันทีที่ได้เห็นของมากมายที่เขาทั้งสองนั่นซื้อมา มันมากมายเหลือเกิน จนทำให้พวกเขาอยากจะเล่นของเหล่านี้จนแทบจะรอไม่ไหว
“ เอาล่ะเข้าแถวกันมาทีละคนนะ เดี๋ยวพี่จะแกะให้กันคนละ 1 อย่าง ” หลังจากนั้น พวกเขาทั้งสองก็ได้แจกจ่ายของเล่นต่าง ๆ ให้กับพวกเด็ก ๆ หลังจากที่เด็กๆได้ของเล่นแล้ว พวกเขาก็ตื่นเต้นและพากันไปเล่นในสิ่งที่พวกเขาได้กันมาอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นตัวต่อเลโก้ ลูกฟุตบอล ตุ๊กตาบาร์บี้ รวมถึงของเล่นที่ฝึกพัฒนาการของเหล่าเด็ก ๆ นั้นก็ตาม
ระหว่างที่เด็ก ๆ นั้นนั่งเล่นกับของที่ตัวเองได้ พวกเขาทั้งสองก็ได้คนของที่เหลือนั้นเข้าไปข้าง เพื่อจะนำไปจัดแจงเข้าที่ เพราะของที่ซื้อมานั้นมันมีของสด ขนมและของสาธารณูปโภค อีกจำนวนหนึ่ง
“ อ้าว ! ! พี่กล้ามาแล้วหรอ มาช้านะวันนี้ ปกติเห็นจะมาตั้งแต่ 10 โมง ”เสียงห้าว ๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งได้พูดทักทายชายหนุ่มอย่างสนิทสนม
“ เอ้า ! ! น้องพีคมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ” กล้าที่ได้ยินเสียงทักทายของหญิงสาวหน้าหล่อคนนี้ เขาก็ได้ทักทายกลับ
“ ก็มาตั้งนานแล้วอะ แล้วคนที่อยู่ข้างหลังนั้น . . ” พีคที่เห็นใครบ้างคนยืนอยู่ข้างหลังกล้า ก็ได้สงสัยว่าเธอคือใคร
“ อะ . . . อ่อพี่ชื่อเอิร์นนะ เป็นเพื่อนของไอกล้ามันน่ะ พอดีว่านี้มันชวนพี่มา ก็เลยมากับมันด้วย ” เอิร์นได้กล่าวแนะนำตัวกับหญิงสาวตรงหน้า
“ อ่อ สวัสดีค่ะ หนูชื่อพีคยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ”
“ แล้วเป็นไงบ้างล่ะเรื่องสอบชิงทุนไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นนะ สอบติดยัง ” กล้าได้เอ่ยถามพีคในขณะที่ตนกำลังเก็บของเข้าชั้น
“ อ้าวน้องพีคยังเรียนอยู่เหรอคะ พี่นึกว่าน้องทำงานเป็นนางแบบสิสวยขนาดนี้ ”
“ อ๋อเปล่าค่ะ พอดียังเรียนอยู่ แล้วก็เรื่องสอบนะคะ หนูไม่ติดนะคะ ขาดไปแค่ 5 คะแนนหนูก็จะได้ไปอยู่แล้ว แต่ยังไงก็ขอบคุณพี่กล้ามากเลยนะคะที่ช่วยติวให้ ” พีคกล่าวขอบคุณกับชายที่เป็นคนติวให้เธอก่อนจะเข้าสอบชิงทุน ซึ่งถ้าเธอไม่ได้ติวนะ เธอน่าจะไม่มีโอกาสลุ้นด้วยซ้ำ
“ แหม ๆ พ่อคนเก่งเดี๋ยวนี้เปลี่ยนอาชีพมาติวหนังสือให้สาว ๆ แล้วเหรอเนี้ย ทีตอนเรียนฉันขอให้ติวปฏิเสธอย่างไวเลยนะ ”
“ ก็น้องพีคไม่ได้เหลวไหลอย่างแกนี่หน่า แกหนะ สอนอะไรก็ไม่เคยจะตั้งใจเรียนสักครั้งเลย ฉันไม่อยากจะสอนหรอก ฉันเหนื่อย ”
“ ชิ ”
“ พวกพี่สนิทกันดีจังเลยนะ ” พีคที่เห็นการแซวกันของทั้งสอง ก็ได้พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ราวกับไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
“ ก็นะ พี่ก็รู้จักยัยบ้านี้มานานแล้วล่ะ ”
“ อ่องั้นเหรอคะ ถึงว่าทำไมสนิทกันจัง แต่ปกติพี่ก็ไม่เห็นพาใครมาเลยนี่คะ แล้วทำไมวันนี้ถึง . . ” พีคได้ถามถึงเหตุผล ที่เอิร์นได้มาที่นี้กับกล้าในครั้งนี้ด้วย
“ ก็ไม่มีอะไรหรอกนะ จริง ๆ ก็แค่โดนแฟนทิ้งแล้วไม่อยากอยู่อย่างคนหดหู่ เขาก็เลยตามพี่มานะ ” กล้าหันไปพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับว่าสะใจในสิ่งที่เพื่อนคนนี้โดน เพราะนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว และเขาก็เตือนเธอตลอดเรื่องการคบหากับใคร เขาคอยเตือนตั้งแต่อยู่ ม.ปลายแล้ว หรือแม้กระทั่งตอนมหาลัยฯ ด้วยก็ตาม
“ แสดงว่าพี่เอิร์นเป็นคนที่ป๊อปปูล่ามากเลยสินะคะ แล้วพี่กล้าไม่เคยชอบพี่เอิร์นบ้างเลยหรอ ” พีคได้ถามคำถาม ที่ทำให้ตัวกล้านั้นรู้สึกชาไปทั้งตัวเลยก็ว่าได้
“ ห่ะ ! ! ! ไม่มีหรอก ไอความรู้สึกแบบนั้นนะ จริงไหมเพื่อน ” เอิร์นที่ได้ยินสิ่งที่สาวน้อยคนนี้ถาม เธอก็ตอบแทนกล้าพร้อมรอยยิ้มที่ส่งไปหาเขา มันเป็นรอยยิ้มที่สดใสดังเดิม แต่มันทำให้ชายหนุ่มนั้นทรมาณเหลือเกิน
“ อะ . . อืม ใช่ ๆ ” กล้าพยายามตอบให้ตะกุกตะกักน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ความพยายามนั้นมันไม่ได้ผลกับเจ้าของคำถามก็ตาม
“ นี่พี่กล้า ถ้าสนิทกันขนาดนี้ เรื่องที่พี่ป่วยพี่เอิร์นก็รู้แล้วสินะคะ ” คำถามที่ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกได้ออกมาอีกครั้ง
“ ป่วย?? แก่ป่วยเป็นอะไรอะกล้า ไม่เคยเห็นบอกฉันเลย ”
“ อะ . . . ออฟฟิศซินโดรมทั้วไปนั้นแหละ นั่งทำงานนาน ๆ น่ะไม่มีอะไรมาก แหะ ๆ ” เขาได้แต่ตอบพร้อมกับขำแห่งออกมาพร้อมส่งสายตาอ่อนวอนหาพีค
หญิงสาวเจ้าของคำถาม แทนที่จะสนุกกับสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้า แต่เขากลับแสดงสีหน้าที่เศร้าลงอย่างบอกไม่ถูก เธอได้แต่มองหน้าชายที่อยู่ตรงหน้า ถึงเขาจะยิ้มออกมา แต่เธอกับรู้สึกไม่ใช่อย่างนั้น
“ เอาเถอะ เรามารีบจัดของกันดีกว่านะ เดี๋ยวก็ต้องเตรียมมื้อเที่ยงแล้วเนี้ย ” หลังจากที่ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองคน กล้าก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที เพื่อไม่ให้อะไรมันดูแปลก ๆ ไปกว่านี้
หลังจากนั้น พวกเขาทั้งสาม พร้อมกับผู้ดูแลของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็ได้เตรียมอาหารกลางวันกันจนเสร็จและเริ่มให้เด็ก ๆ ทานกันอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเด็ก ๆ ตอนทานอาหารทำให้ทุกคนยิ้มออกมาอย่างสุขใจ
หลังจากทานอาหาร พวกเขาก็ได้นำขนมที่ซื้อมา เอามาแจกเด็ก ๆ เป็นมื้อของหวาน เด็ก ๆ เหล่านั้นก็มารับด้วยสีหน้าที่มีความสุขเช่นกัน
“ เอาล่ะ ใครอยากเล่นหมากรุกบ้างเอ่ย ” เอิร์นพูดพร้อมกับยกกล่อยของเล่นที่เขาพึ่งซื้อมา หนึ่งในนั้นก็มีหมากรุกด้วยเช่นกัน
“ หนูค่ะ ” สาวน้อยตัวเล็กวัย 7 ขวบได้ยกมือแล้วตอบอย่างรวดเร็ว
“ โมเน่เหรอ มาเลยค่ะ แต่พี่เก่งมากเลยนะ พี่ให้เราเขาตัวช่วยได้หนึ่งอย่าง เราจะเอาอะไรดีคะ ”
“งั้นพี่กล้าอยู่ข้างหนู”
“ ได้งั้นเรามาแข่งไปด้วยกันเนาะโมเน่น้อย ” กล้าตอบตกลง พร้อมกับนั่งที่พื้นทันที
“ หนูขอนั่งตรงนี้นะคะจะได้ดูง่าย ๆ ” หลังเด็กน้อยพูดจบก็ได้ทิ้งตัวนั่งไปที่ตักของชายหนุ่ม
ภาพที่เกิดขึ้น เหมือนดั่งพ่อคุณพ่อที่กำลังสอนรู้เล่นเกมกระดานอย่างไงอย่างงั้น ทำให้ผู้ดูแล และใครหลาย ๆ คนยิ้มออกมา
“ เราต้องเดินแบบนี้นะคะ ”
“ เอาล่ะโมเน่ต์เราหยืบตัวนั้น เดินไปตรงนู้น ”
“ ใช่คะ แล้วทีนี้เราก็ หยิบตัวนี้ ไปตรงนี้นะ ”
“ ใช่ ๆ เก่งมากตัวเล็ก ”
“ เย่ ! ! หนูชนะแล้วค่ะ หนูชนะพี่เอิร์นแล้วค่ะพี่กล้า ” สาวน้อยรีบลุกขึ้นมากอดคนที่เป็นเหมือนพี่ชาย และหลาย ๆ สิหลาย ๆ อย่างของตน
“เฮ่อ พี่แพ้แล้ว”
“ โอ๋ ๆ ไม่เศร้านะคะ ถ้าหนูไม่มีพี่กล้าหนูก็เดินไม่ถูกหรอกคะ งั้นเราเสมอกันนะคะ ”
ท้ายที่สุด พอแจกความสุขให้กับเด็ก ๆ เสร็จแล้วทั้งสองก็เตรียมตัวกลับกันแล้ว
“ เอาหละเด็ก ๆ เดี๋ยวพี่กลับกันก่อนนะครับ ” กล้าหันไปพูดกับกลุ่มเด็ก ๆ ที่นั่งเล่นกันอยู่
“ จะกลับแย้วหยอ ” โมเนต์เดินเข้ามาหากล้าด้วยสีหน้าที่ออดอ้อน
“ ใช่ค่ะ พี่ต้องกลับแล้วนะ แล้วเจอกันนะเจ้าตัวเล็ก ” กล้าลูบหัวเด็กสาวคนนั้นอย่างอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ แล้วเจอกันนะคะพี่กล้า สวัสดีค่ะพี่เอิร์น ” พีคบอกลาทั้งสองด้วยท่าทีที่นิ่งเฉย แต่ในใจเธอนั้นคงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกเลยก็ว่าได้
‘ พี่ หนูชอบพี่นะ ’ นั้นคือสิ่งที่เธออยากพูดออกไปให้ชายตรงหน้าได้ยิน แต่เธอกลับได้รู้ว่า ในใจของคนคนนี้ไม่ได้มีที่ว่างสำหรับเธอตั้งแต่แรกแล้ว
เพราะในใจของชายคนนี้ มันเต็มไปด้วยหญิงสาวที่ยืนอยู่ของเขาไปตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ชายคนนี้ก็คงไม่เปลี่ยนใจ
แต่สิ่งที่หน้าเสียดาย คือหญิงสาวคนนั้นกลับมองไม่เห็นความรักของเขาที่ทำให้เธอตลอดเวลาที่ผ่านมา
“ เอาหละ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านโอเคไหม ” กล้าที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับ ได้หันไปถามเอิร์นที่กำลังเล่นมือถืออยู่
“ ได้ ”
“ มีอะไรรึเปล่า ”
“ ฉันว่าน้องพีคชอบแกอะ ” เอิร์นหันมาพูดด้วยถ้าทีที่ดูไม่ค่อยได้สนอะไรมากมาย
“ อะไร แกคิดบ้าอะไรเนี้ย ฉันจะ 26 แล้วน้องเขายังไม่ 20 เลยด้วยซ้ำ น้องเขาจะมาชอบฉันได้ไง ” กล้ารู้สึกตลกกับสิ่งที่เอิร์นได้บอกกับเขา เพราะเขาไม่ได้คิดกับพีคในทางนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ แกเชื่อฉันสิ ฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันแต่แว็บเดียวก็ดูออกแล้ว สายตาที่น้องเขามองแกอะ และอีกอย่างที่ทำให้แกเชื่อฉันได้อย่างแน่นอนนั้นก็คือฉันเก่ง และสวยมากยังไงละ ” เอิร์นเก็กท่าให้กับความเก่งของด้วยเอง
‘ ที่อย่างงี้ล่ะเห็น ’ กล้าได้แค่บ่นอยู่ในใจ
“ เออ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน แล้วถ้ามีอะไรก็โทรมาโอเคมั้ย ” กล้าไม่อยากจะคิดอะไรให้มากความ เลยตัดบทสนทนาที่เขาคิดว่ามันไร้สาระตรงนั้นทิ้งไป แล้วตรงไปส่งเอิร์นที่บ้าน
กล้าขับรถออกมาสักพัก ทั้งสองก็คุยเรื่องสับเพเหระมาระหว่างทาง จนกระทั้ง เสียงของเอิร์นได้เงียบลง ชายที่ขับรถอยู่ก็ได้หันไปดูเพื่อนสาวของเขา ปรากฏว่าเธอได้หลับไปแล้ว เขาเลยหาที่จอดที่ปลอดภัยเพื่อจะหยิบผ้าห่มมาให้หญิงสาวคนนี้ได้ห่ม
เขามองเธอด้วยรอยยิ้มที่เขามีให้หญิงสาวคนนี้ตลอดมา ซึ่งเธอไม่เคยรู้เลยสักครั้งว่า รอยยิ้มนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มที่ยิ้มให้ในฐานะเพื่อน แต่มันคือรอยยิ้มที่มาจากความรู้สึก ที่รู้สึกหลงรัก รู้สึกห่วงใย รู้สึกอยากปกป้อง รู้สึกอยากให้คนตรงหน้านี้มีความสุขที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ แต่ก็ทำได้แค่ขอบเขต
“ เอิร์น ตื่นได้แล้วนะ ถึงบ้านแล้ว ” หลังจากที่ขับรถมาสักพัก จนมาถึงบ้านของเอิร์น
ซึ่งมันเป็นบ้านสองชั้นที่ชายหนุ่มนั้นคุ้นเคย ไม่ว่าจะตอนที่เธอมีความสุข เธอก็จะชวนเขามาเพื่อบอกเล่าความสุขนั้นกับชายคนนี้ แต่เมื่อหญิงสาวคนนี้มีความทุกข์ เธอก็มันจะโทรหาเขา เพื่อบอกเล่าความเศร้า และความทุกข์ต่าง ๆ ของเธอให้กับกล้าเช่นกัน
“ งืม . . . ถึงแล้วเหรอ ยังง่วงอยู่เลยอ้าา ” เอิร์นพูดด้วยความงัวเงีย และขยี้ตาไปมาด้วยความงอแงที่เธอไม่ค่อยอยากจะตื่นมากนัก
“ แกก็ขึ้นไปนอนต่อสิ ยังไงก็ถึงบ้านแล้วนิ ”
“ แบกฉันไปหน่อยสิ ฉันขี้เกียจเดินอ้าา ” เอิร์นยังคงหลับตาอยู่อย่างเดิน พร้อมกับเอียงหัวมาซบไหล่ของกล้าเพื่อเป็นสัญญาว่า เธอจะไม่เดินเองแน่ ๆ
“ ครับ ๆ ก็ได้ครับแม่นาง เดี๋ยวบ่าวคนนี้จะแบกนายหญิงไปส่งที่ห้องเองขอรับ ” กล้าพูดอย่างติดตลก แต่ถึงเขาจะกวนประสาทเธอแบบนั้น เขาก็ยังแบกผู้หญิงคนนี้ขึ้นหลัง และพาไปส่งถึงที่ห้อง ที่เขาเข้าบ้านเอิร์นได้นั้นก็เป็นเพราะเขามีกุญแจสำรองของบ้านหลังนี้
เพราะหลังจากที่เอิร์นออกไปเมาแบบหมดท่าบ่อย ๆ เขาก็ต้องเป็นคนไปรับเธอกลับมาที่บ้านทุกครั้ง พอมันบ่อยครั้งเขา เธอก็เลยให้กุญแจบ้านของเธอกับชายคนนี้อย่างง่ายดาย เพราะความไว้ใจที่มีให้กันและกัน อีกเหตุผลที่เธอให้นั้นก็คือเธอกะว่าจะใช้งานเขาตลอดทุกครั้งที่เธอเมาเลยก็ว่าได้
“ ฮึ้บ . . . อ่าถึงแล้วนะครับคุณผู้หญิง ฉันขอกลับก่อนนะ หลับให้สบายละ ” กล้าแบกเอิร์นขึ้นไปที่ห้องของเธอ ซึ้งมันอยู่ชั้นสอง ก่อนจะว่าเธอลง เปิดแอร์ และจัดท่าจัดทางให้มันเข้าที่ก่อนจะเดินออกจากห้องมาพอเขาลงมาที่ชั้นล้าง เขาก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้เขาปวดหัวแบบสุด ๆ กับเพื่อนสาวคนนี้
“ ไม่คิดจะเก็บเสื้อผ้าให้เป็นที่เป็นทางหน่อยรึไงนะ ยัยนี่เนี้ย ” เขาพูดพร้อมกับเอามือกุมหัวและส่ายไปมา
หลังจากที่เขาที่ชายคนนี้เห็นสภาพที่เสื้อผ้าของแม่สาวคนนี้กระจัดกระจายไปทั่ว มันทำให้เขาทนดูไม่ได้เขาก็ได้ลงมือจัดเก็บสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระโปง รวมไปถึงพวก ชุดชั้นใน กางเกงใน เขาก็ต่างเก็บให้เข้าที่ แถมเขายังจัดการล้างจานที่กองกันอยู่ในซิ้งค์ล้างจาน ที่มีสภาพเหมือนไม่ได้ล้างมาเป็นเดือน ๆ ทั้ง ๆ ที่อาทิตย์ที่แล้วเขาก็มาที่นี้ และเคลียร์ออกไปหมดแล้ว
“ มันทำยากนักรึไงวะเนี้ย การเก็บเสื้อผ้าเข้าตะกร้า กับการทำความสะอาดเนี้ย ฉับบอกกี้ครั้งก็ไม่เคยจะจำเลยหน่าา ” ชายหนุ่มบ่นพึมพรำออกมาอย่างหมดอาไรตายอยากกับเพื่อนสาวของเขา เพราะว่าทุกครั้งที่เขามาที่นี้ เขาก็จะเห็นสภาพแบบนี้ เสมอ เสมอ และเสมอ
หลังจากที่ชายหนุ่มทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ จนเขาพอใจ เขาก็ได้เดินออกจากบ้านและออกรถเพื่อตรงกลับบ้านอย่างสุขใจ
จนเขากลับมาถึงหน้าบ้าน เขาก็เห็นสิ่งแปลก ๆ ที่อยู่ที่หน้าบ้านของเขา สิ่ง ๆ นั้นก็คือ มีใครบางคนกำลังยืนอยู่ ซึ่งใครคนนั้นเป็นคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี นั้นก็คือน้องพีคนั้นเอง
“ อ้าว น้องพีคมาทำอะไรหรอครับ ” หลังจากที่ชายหนุ่มลงจากรถ เขาก็ได้เอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าบ้านของเขา
“ อะ . . . เออคือ พี่ลืมของไว้นะ ผู้ดูแลเขาเลยให้หนูเอามาคืนนะ ” พีคพูดอย่างติดขัดเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยมาที่บ้านของกล้ามาก่อนเลยสักครั้ง
“ พี่ลืมอะไรละนั้น ”
“ พี่ลืมกระเป๋าตังอะค่ะ อะนี้คะ ” พีคยื้นกระเป๋าตังคืนกล้า และได้แต่ยืนแกร็ง ๆ อยู่แบบนั้น
“ ขอบคุณมากนะครับ โถถ้าพีคไม่เอามาให้พี่ กว่าพี่จะรู้สึกตัวคงจะดึงไปแล้วมั่งนะ ขอบคุณมากก ” กล้าพูด และเอามือไปลูบหัวของพีคเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
พีคที่โดนปฏิบัติด้วยความเอ็นดู ที่เขาได้จากชายคนนี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทุกครั้งที่เธอเจอเขา เขาก็มักจะลูบตัวเธออยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะตอนที่กล้านั้นติวให้เธอ ทุกครั้งที่เธอทำได้ดี ชายคนนี้ก็มักจะชม และลูบหัวไปมาอยู่เป็นประจำ
“ หยุดลูบได้แล้ว หัวหนูยุ่งหมดแล้วเนี้ย ” เธองอแงออกมาอย่างหน้ารัก แถมยังทำให้มุยใส่กล้าอีกต่างหาก
“ ฮ้า ฮ้า ฮ้า หยุดแล้วครับ แล้วนี้เรากลับยังไงเหรอ ” กล้าที่เห็นพีคทำหน้ามุย ก็ได้หยุดและถามถึงวิธีที่เธอจะกลับบ้าน
“ เออ หนูก็คงกลับรถแท็กซี่อะค่ะ ไม่ก็วินมอไซร์อะค่ะ ” เธอตอบด้วยหน้าตาที่ดูเป็นกันเอง ต่างจากตอนที่อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โดยสิ้นเชิง
“ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง โอเคเนาะ ”
“ ไม่เป็นไรพี่ หนูกลับเองได้ ไม่ต้องลำบากพี่หรอก ” ไม่รู้ด้วยเพราะความเกร็งใจ หรือความเขินกันแน่ ที่ทำให้เธอนั้นพยายามปฏิเสธความหวังดีของชายคนนี้
“ ไม่เป็นไร เราเอาของมาให้พี่ตั้งไกล เรายังมาได้ ทำไมพี่จะไปส่งน้องสาวที่น่ารักของพี่ไม่ได้ละ ” สิ้นสุดประโยคนั้น พีคก็ดีใจ และเสียใจในเวลาเดียวกัน เพราะเธอทุกคนที่เธอรักชอบว่าน่ารัก แต่กับมีคำว่าน้องสาวนั้น มาทำให้ระยะความสัมพันธ์ ระหว่างเธอกับเขานั้นชัดเจนมากยิ้งขึ้น
“ กะ . . . ก็ได้ค่ะ ” เธอตอบด้วยเสียงที่เศร้าลงเล็กน้อย ซึ่งมันเล็กน้อยถึงขั้น ชายตรงหน้าไม่ได้สังเกตมันเลย
“ งั้นปะ ขึ้นรถเลย ” กล้าปลดล็อครถ และชวนให้พีคนั้นขึ้นค้นไป เพื่อจะได้พาไปส่งอย่างปลอดภัย
“ ค่ะ ” พีคด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย ก่อนจะขึ้นรถไป
“ คาดเข็มขัดด้วยนะครับ พี่จะออกรถแล้ว ” กล้ายังคงไม่รับรู้ถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเขา เขายังคนร่าเริงอยู่แบบนั้น
“ ทำไมวันนี้ตอนอยู่กับพวกน้อง ๆ เราไม่ร่าเริงเลยละ ปกติเห็นเล่นกับเด็ก ๆ ประจำเลยนิ และก็ยิ้มอยู่ตลอดเลยด้วย ” กล้าที่พึ่งเอะใจเรื่องของพีค ที่วันนี้เธอแสดงท่าทีที่แตกต่างจากปกติออกไป
“ ก็ . . . ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ” หญิงสาวคนนี้พยายามตอบอย่างเลี่ยง ๆ เพราะเธอรู้ดี ว่าความรู้สึกของเธอนั้น มันสื่อถึงอะไรกันแน่
“ งั้นเหรอ งั้นก็อะนี้ยาลดไข้นะ เพื่อไข้ขึ้นจะได้กินได้ทันที ” หลังจากที่กล้ารู้ว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยดี ตัวเขาก็หยิบยาลดไข้ยื่นให้พีคด้วยความเป็นห่วงทันที
“ อะ . . . ไม่เป็นไรค่ะ หนูมีแล้ว ” หญิงสาวคนนี้ได้ปฏิเสธไป เพราะเธอนั้นคิดได้ว่า ถ้าเธอยังได้รับความรู้สึกดี ๆ จากชายคนนี้อยู่อย่างนี้ มันจะทำให้เธอนั้น รู้สึกชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมันจะทำให้ชายตรงหน้าเธอนั้น รู้สึกอึดอัดก็เป็นได้ เพราะในใจของเขา ไม่เหลือที่ว่างให้ใครอื่นอีกแล้ว
“ งั้นเหรอ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยละ มีอะไรก็เรียกพี่ได้นะ ” ด้วยความที่เขาเอ็นดูหญิงสาวคนนี้มากเหมือนน้องสาวตัวเอง เขาก็เลยเผลอเอามือไปลูบด้วยความเอ็นดู
“ . . . ” เธอทำตัวไม่ถูก กับการที่กล้านั้นทำตัวอ่อนโยนเธอ สิ่งที่เธอทำได้ก็คือ ได้แค่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น
เขาทั้งสองก็ได้เดินทางไปสักพัก โดยที่กล้านั้นเป็นคนชวนพีคคุยตลอดทาง เพื่อไม่ให้บรรยากาศในรถนั้นมันเงียบมากเกินไป แต่สิ่งที่พีคทำนั้น เธอก็ตอบกลับด้วยคำสั้น ๆ คือ อืม ค่ะ อยู่แบบนั้น
“ นี่ครับ ถึงแล้วครับคุณน้องสาว ” หลังจากที่ขับมาได้สักพัก พวกเขาก็ได้ขับมาถึงที่หมายในไม่ช้า
“ พี่กล้าคะ ” ก่อนจะลงรถ หญิงสาวคนนี้ได้รวบรวมความกล้ามาตลอดทาง เธอนั้นคิดว่า ในเมื่อเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะเขาไปอยู่ในใจของชายตรงหน้าเธอแล้ว อย่างน้อย ๆ เธอก็ขอให้ได้บอกความรู้สึกของเธอสักครั้ง ให้เขาได้รับรู้ก็ยังดี เพราะเธอนั้นคิดว่าความรักมันมีแค่สองประเภทแค่นั่นแหละ ความรักที่รักแล้วได้อยู่ด้วยกับ กับความรักที่ รักแล้วอยู่ได้แค่ในความรู้สึก
“ ว่ายังไงคะ ” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างเป็นกันเอง
“ หนู . . . หนูชอบพี่นะ ถึงพี่จะมีคนในใจอยู่แล้วก็เถอะ แต่หนูแค่อยากให้พี่ได้รู้ไว้ ว่าหนูรู้สึกดีเสมอที่ได้อยู่กับพี่ หนูไม่หวังให้พี่ตอบรับความรู้สึกของหนู แต่อย่างน้อย ๆ ในวันที่พี่เจ็บจากอะไรที่ผิดหวัง ก็อยากให้รู้ไว้ว่า หนูจะยังอยู่กับพี่ตรงนี้ ในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง ที่จะคอยปลอบพี่เสมอ ขอบคุณนะคะที่มาส่งหนู ” หลังจากที่เธอบอกความรู้สึกที่เธอมีต่อชายคนนี้หมดแล้ว เธอก็ได้ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินลงจากรถ และเข้าบ้านไป ปล่อยให้กล้านั้นนั่งนิ่งอยู่ในรถ กับความรู้สึกจุก ๆ แปลก ๆ
เพราะเขานั้นไม่เคยคิดเลยว่า หญิงสาวที่เขารักและเอ็นดูเหมื่อนน้องสาวนั้น จะคิดกับเขามากกว่าแค่พี่ชายที่แสนดี เขาที่ไม่ได้เตรียมใจที่จะรับความรู้สึกของใครมากมายขนาดนี้ แต่เขาก็ยังคงรู้สึกกับพีคนั้นแค่ พี่น้อง
เขาได้ขับรถกลับด้วยความรู้สึกที่ขุ่นมัว เขาไม่รู้จะต้องทำตัวยังไงกับความรู้สึกแบบนี้ เขารู้สึกผิดที่เขาตอบรับความรู้สึกของสาวน้อยคนนั้นไม่ได้ เพราะเขานั้นมีคนที่ชอบอยู่แล้ว และเขาก็ตรงกลับบ้านทันที
เวลาผ่านไปสักพัก หลังจากเขากลับบ้าน เรากินอะไรต่าง ๆ นานา เขานั้นนอนไม่หลับเพราะสิ่งที่เจอวันนี้ เขาไม่มีวิธีรับมัน และจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้องที่เงียบสนิท
กรี้ง ~ ~ ~
เสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู สิ่งที่เขาเห็นคนเบอร์มือถึงของเอิร์นนั้นโทรมาหาเขาในเวลาเกือบ ๆ เที่ยงคืน เขาได้กดรับสายนั้นทันที
“ เอ่อ . . . กล้ามารับยัยเอิร์นทีสิ มันเมาไม่เป็นท่าเลยตอนนี้อะ ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรู้จักมานานพอ ๆ กับเอิร์น
“ เอ้าอรแล้วอยู่ร้านไหนกันละนะ ”
“ ก็อยู่ร้านประจำนั้นและ มาเร็ว ๆ ละมันมีผู้ชายหลายคนที่เข้ามาก็ล่อก็ติดยัยเอิร์นไม่พักเลยเนี้ย ” อรเร่งกล้าให้ไปเร็ว ๆ ก่อนที่เอิร์นจะโดนทำอะไรแปลก ๆ ไปมากกว่านี้
“ โอเค เดี๋ยวฉันจะรีบไป ” พอพูดจบ กล้าก็คว้ากุญแจรถและรีบออกไปทันที เพราะความเป็นห่วงที่เขามีนั้นและที่ทำให้เขาไม่ทันระวังตัว เขานั้นเหยียบยังไม่ระวังตัว และด้วยความประมาทนั้น สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกินขึ้น
“ ขอโทษนะครับ ผมมารับแฟนผม ” สิ้นสุดคำพูก กล้าก็ได้รากหญิงสาวที่ตอนนี้ไร้สติเพราะเครื่องดื่ม
เขาได้พาเธอขึ้นรถและตรงดิ้งกลับบ้านของเธอทันทีด้วยอารมณ์ที่ตีกันไปมา เขาทั้งรู้สึกโล้งที่เขามาทันโดยที่เธอไม่ได้โดนอะไร แต่เขานั้นก็โกรธที่เธอคนนี้ไม่แม้แต่จะระวังตัวทั้ง ๆ ที่เขานั้นเตือนนักเตือนหนา
“ ทำไมแต่ไม่ระวังตัวบ้างหะเอิร์ธ ครั้งนี้แกเกิบโดนใครที่ไหนพาไปอยู่แล้วรู้ไหม ” หลังจากที่เขานั้นถึงบ้าน เขาก็ได้บ่นเพื่อนเขาไปชุดใหญ่ด้วยอารมณ์ทั้งหมดที่เขามี
เอิร์ธที่ได้ขาดสติท และตอนนี้มีแค่อารมณ์ที่หงุดหงิด ที่มีคนมาตะคอกใส่เขา เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่แฟนเก่าเธอเคยทำ ได้ไม่ทันคิดสิ่งต่าง ๆ ให้ดีก่อน
“ แกจะบ่นอะไรมากมายวะ ชีวิตฉัน ร่างกายฉัน อย่าทำตัวน่ารำคาญได้ปะ แฟนก็ไม่ใช่เป็นแค่เพื่อนอย่าล่ำเส้นให้มาก ” สิ้นคำพูด เธอก็ได้เดินลงจากรถและเขาบ้านเธอไป พร้อมกับอรที่นั่งอยู่ด้านหลังที่เดินตามลงไปไม่ห่าง
“ กล้าที่ได้ยินอย่างนั้น เขานั้นรู้สึกแย่ เขานั้นรู้สึกโกรธ และต้องการจะอยู่คนเดียวแล้วตอนนี้ ”
เขาได้แต่เหม่อลอย พร้อมกับการขับกลับบ้านอย่างเฉื่อยชา ประโยคที่ว่า เป็นแค่เพื่อนก็อย่าล่ำเส้น มันทำให้เขานั้นรู้สึกทรมาณ
ถึงเขาจะรู้ว่าเพื่อนของเขาทำนั้นเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ แต่เขาก็ได้รู้แล้วเหมือนกันว่า คงไม่สามารถทำให้ผู้หญิงคนนี้มีความสุขได้มากหรอก ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง
เขามาถึงบ้าน แล้วค่อย ๆ ลงจากรถด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ก่อนจะค่อย ๆ ตรงขึ้นห้อง พร้อมกับนั่งอยู่ที่เตียง เพื่อทบทวนทุกเรื่องของชีวิตเขา ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หันไปที่หัวนอน
“ แม่ครับ ผมคงอยู่ได้ไม่นานแล้วละครับ ” เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสรูปถ่ายของคนสำคัญ ก่อนจะค่อย ๆ ว่ามันลง
“ เอาล่ะ เจ้ายาตัวดี มาเจอกันก่อนนอนมะ ” สิ้นสุดคำพูดที่ติดตลก เขาก็ดึงลิ้นชักที่เขาใช้เก็บยา
“ เฮ่อ. . .เอาละ ” ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะกินยาของเขาลงไป
หลังจากวันที่ทั้งสองมีปากเสียงกัน ก็ไม่ได้มีการติดต่อระหว่างทั้งสองอีกเลย
กล้าก็ทำงาน และก็ไปบ้านเด็กกำพร้าทุกอาทิตย์ และมีความสุขพร้อมกับรอยยิ้มของเด็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบวก
แต่กลับกันถึงจะมีความสุขมากมายเท่าไหร่ แต่ร่างกายของเขาที่เขานั้นรู้ดีว่าเกิดอะไรถึง รอยยิ้มเหล่านี้ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ส่วนทางเอิร์ธที่ตื่นขึ้นหลังจากหมดสติเพราะฤทธิ์สุรา ก็ได้ตื่นขึ้นมาได้รู้ความจริงจากปากของเพื่อนสาวของตน
“ ตื่นแล้วเหรอคุณเอิร์น ” อรที่กำลังชงกาแฟร์อยู่ที่ครัวได้ถามไถเพื่อนสาวที่กำลังลงมาจากชั่นสอง
“ อร เธอมาอยู่นี่ได้ไง แล้วฉันกลับมาบ้านได้ไงอะ ”
“ นิจำอะไรไม่ได้เลยสิ สงสารกล้ามันเนาะ เป็นเพื่อนที่ดีขนาดนั้น แต่กลับโดนไปขนาดนั้น เป็นฉันคงเจ็บและทรมาณสุด ๆ เลยล่ะ ” หญิงสาวพูดแซะ พี่ดึงสติคนตรงหน้าเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่า เธอนั้นจะจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้สักอย่าง
“ กล้า?? กล้าเกี่ยวอะไร แล้วกล้าเป็นอะไรถึงต้องเจ็บ?? ”
“ ก็เธอพูดสะขนาดนั้นนิ . . . ” อรก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างที่เธอนั้นได้ทำลงไปกับเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ
เธอรู้สึกเสียใจ และไม่แม้แต่จะกล้าไปขอโทษตรง ๆ
“ แกตื่นแล้ว งั้นฉันไปละ ฉันมีธุร ”
อรได้ปล่อยให้เพื่อนของเธอนั้นอยู่กับความคิดและการกระทำของตัวเอง ได้ทบทวนสิ่งที่ทำไป และผลที่จะตามมา
อรได้ขับรถมาถึงโรงพยาบาลของตัวเธอนั้นทำงาน ซึ่งเธอนั้นมีนัดสำคัญเป็นอย่างมาก
“ ไงคะคุณเพื่อน รู้สึกยังไงบ้างตอนนี้สาปีแล้วนะที่ตรวจเจอน่ะ จะไม่บอกให้เธอรู้หน่อยเหรอกล้า ” เธอเดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอ พร้อมกับกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองกับชายที่อยู่ตรงหน้า
“ ไม่ล่ะ ฉันคงไม่บอกหรอก ให้ฉันเธอเธอมีความสุขฉันก็พอแล้วละ ถ้าบอกไปเธอก็ต้องมาเป็นทุกข์กับฉันอีกนะสิ ฮ่าฮ่า ” กล้ายิ้มและหัวเราะออกมาอย่างกับราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ งั้นก็เข้าเรื่องของเราดีกว่า เฮ่อ… ” เธอตัดบทลง พร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ หึหึ ไม่ต้อวถอนหายใจขนาดนั้นก็ได้ ร่างกายฉัน ฉันรู้ดีว่ามันไม่ได้ดีขึ้น ” ชายหนุ่มขำแห้งออกมา พร้อมกับยิ้มเล็ก ๆ
“ แค่อยากรู้น่ะ ว่าจะอยู่ได้นานอีกแค่ไหนกัน ” เขาก้มหน้าลงพร้อมกับถาม
“ ในฐานะเพื่อนะ ฉันไม่อยากโกหกนาย มากสุดครึ่งปีเท่าที่ฉันคำนวนให้ ” เธอพูดพร้อมกับวางภาพเอกซเรย์ลงบนโต๊ะ
“ งั้นเหรอ อีกครึ่งปีเองเหรอ ”
“ฉันขอโทษนะ ที่ฉันไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ซึ้ก ” อรได้หลั่งน้ำตาออกมา เพราะนี้ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ที่เธอได้เสียคนสำคัญของเธอไป โดยที่เธอนั้นก็อยู่ในฐานะหมอ
“ ไม่เป็นต้องร้องไห้เลย ฉันต้องขอโทษที่ทำให้เธอมีเรื่องฝังใจด้วยซ้ำ แต่ขอร้อง อย่าบอกเอิร์นนะ เราทั้งสอง ถึงไม่ต้องเจอกัน ก็สามารถมีความสุขได้ สำหรับวันนี้ ขอบคุณมาก ” เขาวางผ้าเช็ดหน้าของเขาลงตรงโต๊ะหน้าเธอ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกออกไป
เวลาที่เขานั้นเหลืออยู่นั้นมีอีกไม่มาก เขาได้ตัดสินใจ และเตรียมใจเป็นที่เรียบร้อย ถึงอนาคตอันใกล้
หนึ่งสัปดาย์ผ่านไป
“ เอาล่ะเด็ก ๆ วันนี้เราจะมาช่วยกันทำเกี้ยวซ่าเป็นมื้อเที่ยงของทุกคนดีไหมเอ่ย ” กล้าได้พูดขึ้นในห้องครัวของที่เด็มไปด้วยเหล่าเด็ก ๆ
“ พร้อมค่ะ ”
“ พร้อมครับ ”
“ งั้นก็เริ่มกันเลย ”
“ ใครที่ทำไม่เป็น หรืออยากให้สอนก็เรียกพี่ พี่พีค หรือคุณครูทุกคนได้เลยนะ ” เขาพูด พร้อมรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
“ พี่กล้า ช่วยหนูหน่อย หนู่ห่อม่ายด้าย ”
“ ตรงไหนคะโมเนต์ที่เราทำไม่ได้ ”
“ หนูพับไม่ได้อะ ” โมเนต์พูด พร้อมกับยื่นเกี้ยวที่เธอทำมาให้เขาดู
“ โห เราจะไม่แบ่งหมูให้อันอื่นเลยหรอคะ มันไม่แปลกหรอกที่เราห่อไม่ได้อะ ใส้เยอะขนาดนี้ เจ้าตัวเล็กเอ้ย ” หลังจากที่กล้าได้พูดหยอกล้อกับโมเน่ต์เสร็จ ก็ได้สอนเจ้าตัวเล็กพับทีละขันทีละตอน
“ เอาล่ะ ได้เวลาทำให้มันสุขแล้ว ให้อยากทอดมาหาพี่ ใครอยากนึ่งให้ไปหาพี่พีคนะคะ ” กล้าพูดพร้อมกับระเบียบแถวให้เด็ก ๆ
ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ต่างสนุกกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษ กล้าได้มาที่นี้ทุก ๆ สุดสัปดา จนถึงวันสุดทายที่เขานั้นมีแรงจะมา
“ มาเช็คอาการแล้วค่ะคุณเพื่อน ” อรได้เดินเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเช่นอย่างเคย แต่ที่ต่างออกไปนั้น ไม่มีเสียงของเพื่อนชายของเธอตอบกลับมา
“ . . . มาไว้กว่าที่คาดไว้อีกนะ ” เธอที่ได้เห็นกล้านอนหลับไหลอย่างไร้สติ เธอเลยตัดสินใจโทรหาใครคนหนึ่ง เพื่อบอกเหตุการทั้งหมด
ใช้เวลาไม่นาน คนที่เขาไม่อยากให้เข้ามาเห็นสภาพตนตอนนี้ ก็ได้วิ่งสุดชีวิต เพื่อมายังห้องแห่งนี้
“ กล้า!!! ” เธอเปิดประตูเข้ามาสุดแรง พร้อมกับคราบน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้าง
ภาพตรงหน้าที่เธอเห็น คือภาพของคนที่เคยดูแลเธอเสมอ ๆ ไม่ว่าตอนที่เธอนั้นโดดเดี่ยว โดนหลอก โดนทิ้ง คนที่ทำให้เธอทุกอย่างโดยที่ไม่ปฏิเสท
แต่ตอนนี้ สิ่งที่ชายคนนี้ทำได้ มีเพียงแค่นอน ไม่อาจแม้จะรับรู้เลยด้วยซ้ำ ว่าเธอนั้นมายืนอยู่ตรงนี้
“ ทำไมล่ะ ทำไมกัน กล้า ” เอิร์นค่อย ๆ เดินเข้ามา อย่างช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วอย่างช้า ๆ
“ ฉันขอโทษ ซึ้ก กล้าได้ยินไหม ฉันขอโทษ ” คำขอโทษที่ออกมาจากใจ นั้นปนเปลื่อนไปด้วยน้ำตา แต่ถึงจะขอโทษยังไง เขาก็ไม่สามารถรับรู้ใด ๆ
“ อร ทำไมถึงพึ่งบอก ทำไมถึงพึ่งบอกฉัน ”
“ ฉันก็ไม่อยากจะทำแบบนี้หรอก แต่นี้เป็นคำของกกล้าที่ไม่อยากให้เธอมาเป็นทุกข์เพราะตัวเอง ”
“ กล้าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่เหรอ ”
“ ถ้าไม่ได้สติใน 7 วันเขาเขียนไว้เป็นลายลักอักษรเลยว่า ให้ทำการการการุณยฆาตเขาที ”
สิ้นสุดคำพูดทั้งห้องปกครุมไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียง เครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นระยะ ๆ นั้นคือเพียงสัญญาณเดียว ที่บ่งบอกว่าชายคนนี้ ยังมีชีวิตอยู่
.
.
.
ในวันที่ท้องฟ้านั้นมืดครึ้ม ราวกับจะล้ำไห้ออกมา มีงานอำลาครั้งสุดท้ายได้ถูกจัดขึ้น ณ สุสานของชาวคริสต์ เป็นเพียงงานเล็ก ๆ ที่ถูกจัดขึ้นมีเพียงเพื่อนสนิท และคนใกล้ชิดเพียงเท่านั้น
สิ่งที่เขาเคยให้กับโลกใบนี้ มันกับไม่ได้ตอบแทนความดีกลับมาให้เขาบ้างเลย สิ่งที่ตอบแทนมานั้น คือการจากไปของคนที่ทุกคนรัก และจากคนที่เขารับไป
“ พี่พีค เขาเอาดินลงไปทับพี่กล้าทำ พี่กล้าไม่ได้ทำอะไรไม่ดีนะ ” โมเน่ต์ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร มีเพียงสิ่งเดียวที่เขารู้ ว่าในกล่องใบนี้ มีพี่ชายของเธออยู่
“ อย่าแกล้งพี่ชายนะ ” เธอพยายามวิ่งเขาไปห้าม แต่ก็ถูกพีคอุ้มออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไม่สามารบังคับได้
สาวน้อยยังคงร้องไห้ และส่งเสียงขอร้องออกไปอย่างสุดชีวิต พีคก็ทำได้เพียง นำมือมาปิดตา และรีบเดินออกมาจากตรงนั้น
สิ่งที่ตัวเองมี อยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา ไม่เป็นความสำคัญของสิ่งนั้น ๆ หรือคนนั้น ๆ คุณก็จะไม่ได้รับรู้คุณค่าของมัน ถ้าคุณมันไม่เสียงสิ่งนั้นไป
จนกระทั่งวันนี้ วันที่เธอเสียเขาไป อย่างถาวร
เวลาที่คุณมีนั้นมันเป็นของคุณ คุณจะใช้มันยังไงก็ได้ไม่มีผิดหรือถูก แต่คุณได้ลืมไปรึเปล่า ว่าเวลาของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มันจะนานได้สักเพียงไหน
เขาอาจจะยิ้มให้คุณทั้ง ๆ ที่เขานั้นรู้สึกเจ็บปวดอยู่ก็ตาม
เวลาเป็นสิ่งที่ทุกคนมี
เวลาทำให้คนเติบโต
เวลาทำให้คนรู้สึกดีใจ
เวลาทำให้คนรู้สึกเสียใจ
เวลาทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดหายไป
และเวลาทำให้คนเราหายไป ตลอดกาล ด้วยเช่นกัน
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ