เรื่อง [จบ] คุรุการแพทย์
บทที่ 345 เคยเห็นโทรศัพท์จมน้ำไหม?
เมื่อห้าวันก่อน?
ทันทีที่ฟางชิวพูดออกมา ทุกคนต่างก็รู้สึกสับสนทันที
เมื่อห้าวันก่อนเป็นวันที่ข่าวเรื่องที่ฟางชิวสอนชี่กงถูกเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตไม่ใช่เหรอ?
ฟางชิวบอกว่า
เมื่อห้าวันก่อน เฉินเทียนหยางถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ต
หรือจะบอกว่า เรื่องที่ฟางชิวสอนวิชาชี่กง เขาเป็นคนเปิดเผยงั้นเหรอ?
เป็นเขาจริง ๆ !
ในขณะนั้น ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็จับจ้องไปที่เฉินเทียนหยาง โดยไม่เพียงแค่คนเหล่านั้นที่เรียนชี่กงกับฟางชิว แต่คนที่ตามเขามาเพื่อหาเรื่องก็มองไปที่เขาด้วยเช่นกัน
เวลานี้
“นายกำลังพูดอะไรนะ ฉันไม่รู้เรื่อง”
เฉินเทียนหยางตื่นตระหนกเล็กน้อย
เมื่อครู่นี้เขายังทำตัวหยิ่งยโสอยู่เลย เพราะคิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ ฟางชิวจะพูดคำเหล่านั้นออกมา ดวงตาของเขาจึงลอกแลกเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าฟางชิวรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
แต่ว่า
เขาเข้าใจ
หากเพื่อนคนอื่น ๆ รู้เข้าว่าเขาเป็นคนโพสต์เรื่องนี้ละก็ เขาคงต้องจบเห่แน่
เพราะเรื่องนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเป้าไปที่ฟางชิวคนเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยและการแพทย์แผนจีนด้วย หรือแม้แต่นักศึกษาจากคณะอื่นก็มีส่วนเกี่ยวข้อง
หากทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนโพสต์ ไม่เพียงแต่ฟางชิวที่จะไม่ปล่อยเขาไป แต่อธิการบดีของมหาวิทยาลัยและเพื่อน ๆ นักศึกษาเองก็คงไม่ปล่อยเขาไปแน่ อีกทั้งคนที่คอยสนับสนุนแพทย์แผนจีนก็ยิ่งไม่มีทางปล่อยเขาไป
จะถูกเปิดเผยไม่ได้
จะถูกเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด!
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสงสัยแล้ว ในตอนนั้นเขาถึงกับไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตที่อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยมาก ๆ เพื่อเผยแพร่เรื่องนี้ อีกทั้งยังใช้บัตรออนไลน์ชั่วคราว จึงไม่มีทางเลยที่ใครจะรู้ว่านั่นเป็นฝีมือของเขา
“คำพูดของฉัน ฉันว่าฉันพูดมันอย่างชัดเจนแล้วนะ”
ฟางชิวเอ่ยตอบ
“นาย นายมันใส่ร้ายคนอื่น”
ในขณะที่เฉินเทียนหยางกำลังตื่นตระหนก เขาก็ยื่นมือชี้ไปที่ฟางชิว จากนั้นพยายามระงับความตื่นตระหนกในใจ แล้วคำรามใส่ฟางชิวไปว่า “เรื่องลัทธิงมงายที่นายเป็นคนเผยแพร่ ยังไม่อนุญาตให้ฉันบอกวามันไม่ถูกต้องงั้นเหรอ? จุดประสงค์ของเราที่หยุดนายก็เพื่อทำให้แพทย์แผนจีนสามารถพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น แต่นายกลับมาใส่ร้ายฉัน!”
“หยุดแสดงได้แล้ว”
ฟางชิวกล่าวอย่างเย้ยหยัน “ฉันพูดความจริงหรือเปล่า นายรู้ดีอยู่แก่ใจ”
“ฉันไม่รู้”
เฉินเทียนหยางปฏิเสธทันควัน
“ไม่รู้ว่านายเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้างหรือเปล่า?”
จู่ ๆ ฟางชิวก็ถามขึ้นมา
“ประโยคอะไร?”
เฉินเทียนหยางกล่าวอย่างเย็นชา
“ถึงเวลาที่ควรลงมือก็ต้องลงมือ พยายามอย่าใช้การบังคับ”
พูดจบ
ฟางชิวก็ขยับตัวเข้าไปดึงเจียงเหมี่ยวอวี๋ออกมา จากนั้นพุ่งไปตรงหน้าของเฉินเทียนหยางทันที แล้วชกด้วยมือขวาของเขา
ทันทีที่ชก
เฉินเทียนหยางก็ถูกต่อยจนล้มลงทันที
ในขณะเดียวกัน
กลุ่มคนที่ตามเฉินเทียนหยางมาก่อเรื่อง จู่ ๆ คนเจ็ดแปดคนก็พุ่งเข้าไปรุมฟางชิวทันที
“หึ”
ฟางชิวส่งเสียงในลำคอออกมาอย่างเย็นชา
ในตอนที่คนเจ็ดแปดคนพุ่งเข้ามาหาเขา ปลายเท้าของเขายกขึ้น ร่างของเขาลอยขึ้นไปในอากาศ ด้วยการเตะเหวี่ยงเป็นครึ่งวงกลมกลางอากาศ คนเจ็ดแปดคนที่พุ่งเข้ามาก็กระเด็นออกไปทันที
แน่นอนว่า
ฟางชิวไม่ได้ออกแรงอะไรนัก
เพราะถึงอย่างไร คนเหล่านี้ก็เป็นนักศึกษา หากทำให้พวกเขาบาดเจ็บก็คงเป็นเรื่องราวใหญ่โต
แต่ทว่า
ในสถานการณ์ที่ต้องไม่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บนี้ ก็ต้องทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเจ็บปวดด้วยถึงจะถูก ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็คงไม่ยอมหยุดแน่
เมื่อความคิดปรากฏขึ้น
ฟางชิวก็รีบลุกขึ้นทันที จากนั้นใช้กระบวนท่าบางอย่างของชี่กง จัดการกับพวกเขาที่นอนกองอยู่กับพื้นจนต้องร้องโอดครวญออกมา
อีกด้าน
เหล่าคนที่มาฝึกฝนชี่กงกับฟางชิวต่างก็ตกตะลึงกับฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้า
“แข็งแกร่งจริง ๆ”
“นี่คือพลังของชี่กงงั้นเหรอ?”
“ทำไมฟางชิวถึงได้ต่อสู้เก่งขนาดนี้?”
“ยอดเยี่ยม คนเดียวสามารถเอาชนะคนเจ็ดแปดคนได้ อีกทั้งหนึ่งในพวกเขายังเป็นนักศึกษาปีสาม ผู้อ่อนแอชนะผู้แข็งแกร่ง คนส่วนน้อยชนะคนหมู่มาก!”
ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์ จับจ้องไปที่ฟางชิวด้วยความงุนงง
เมื่อครู่นี้ ฟางชิวองอาจห้าวหาญ และบ้าบิ่นอย่างมาก
เมื่อเทียบกับคนเหล่านี้
เจียงเหมี่ยวอวี๋ที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่แสดงความตกใจออกมาเลยแม้แต่น้อย ราวกับรู้มาตั้งนานแล้วว่าฟางชิวนั้นเก่งมากแค่ไหน
ฟางชิวกวาดสายตามองไปยังคนที่กองอยู่บนพื้น
จากนั้นก้าวขึ้นไปข้างหน้าทันที แล้วค้นโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของพวกเขาออกมา
เฉินเทียนหยางนั้นร้ายกาจมาก ส่วนคนที่ติดตามเขาก็คงไม่ต่างกัน
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนพวกนี้บันทึกเสียงเอาไว้ ฟางชิวจึงยึดโทรศัพท์ของพวกเขาทั้งหมดไว้
“นายทำอะไรน่ะ?”
เขามองฟางชิวที่กำลังหยิบโทรศัพท์ของตัวเองไป เฉินเทียนหยางรีบพูดขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราดทันที “นายกำลังปล้น ทำเรื่องผิดกฎหมายอยู่นะ!”
“ฉันเนี่ยนะปล้น?”
ฟางชิวยักไหล่ แล้วกล่าวว่า “ฉันก็แค่ไม่ทันระวังทำโทรศัพท์ของพวกนายพังก็เท่านั้น”
“อ๋อใช่ ไม่รู้ว่าพวกนายเคยเห็นการโยนโทรศัพท์ลงบนผิวน้ำมาก่อนไหม?”
พูดจบ
ฟางชิวก็หันหลังกลับ
เขานำโทรศัพท์ในมือโยนลงไปในทะเลสาบทีละเครื่อง โดยราวกับโยนหินลงบนผิวน้ำอย่างไรอย่างนั้น มันเหมือนกับแมลงปอแตะผิวน้ำทำให้เกิดระลอกคลื่นมากมาย
ในชั่วพริบตา
ไม่เหลือโทรศัพท์แม้แต่เครื่องเดียว ทั้งหมดถูกโยนลงในทะเลสาบ
บนพื้น
สีหน้าของคนพวกนั้นเปลี่ยนไปทันที แต่ละคนมองไปที่ทะเลสาบด้วยสายตาละห้อย บางคนถึงกับยืนขึ้นต้องการจะวิ่งลงไปในทะเลสาบเพื่อเก็บมัน แต่ทะเลสาบลึกขนาดนั้น แล้วจะเก็บขึ้นมาได้ยังไง?
“โทรศัพท์ของฉัน โทรศัพท์ของฉัน”
คนกลุ่มหนึ่งนั่งร้องโอดครวญอยู่บนสนามหญ้า
“หึ”
ฟางชิวเปล่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา “นี่เป็นเพียงบทเรียนสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นพวกนายที่ใส่ร้ายการฝึกชี่กงของฉัน”
เมื่อพูดเช่นนั้น
ฟางชิวก็เดินมาอยู่ตรงหน้าเฉินเทียนหยางที่มีสีหน้าตกตะลึง
“ขอโทษทีนะ ฉันไม่ทันระวังทำโทรศัพท์นายพัง”
เมื่อมองไปที่เฉินเทียนหยาง ฟางชิวก็กล่าวว่า “แค่นายขอโทษฉัน แล้วก็เขียนจดหมายขอโทษ ฉันจะชดใช้โทรศัพท์ให้นาย”
พูดจบ
โดยไม่สนว่าเฉินเทียนหยางนั้นจะตอบตกลงหรือไม่ เขาก็หันหลังกลับไปหาคนอื่น ๆ แล้วกล่าวว่า “ถ้าพวกนายรู้เรื่องนี้ ก็ทำตามในสิ่งที่ฉันบอก หากมีคนไม่รู้เรื่องที่เขาเป็นคนใส่ร้ายฉัน ก็แค่เขียนจดหมายมาก็พอ พอฉันได้รับจดหมายของพวกนายแล้ว ฉันจะชดใช้โทรศัพท์ของพวกนายให้อย่างแน่นอน ไม่งั้นไม่ต้องมาคุย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น
คนที่คอยติดตามฟางชิวมาฝึกฝนต่างก็เบิกตากว้างทีละคนทันที พวกเขามองไปยังฟางชิว แล้วอดไม่ได้ที่จะแสดงความชื่นชมออกมา
“สมกับที่เป็นฟางชิวจริง ๆ กล้าหาญมาก”
“ใช่ ช่างเป็นการแก้แค้นที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“เฉินเทียนหยางร้ายกาจมาก ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือของเขา”
“ฮึ เมื่อกี้ยังอวดดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
“ฮ่าฮ่า เมื่อกี้ฉันเห็นท่าทางของเขาดูอวดดีก็คิดว่าจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ตอนนี้ยอดเยี่ยมมากแค่ไหนก็ลุกไม่ขึ้นแล้วงั้นเหรอ?”
“ในมหาวิทยาลัยของเรา ใครที่เป็นฝ่ายตรงข้ามของฟางชิวแล้วจบลงด้วยดีบ้างล่ะ?”
“เมื่อกี้ยังทำตัวกร่าง ข่มขู่คนอื่นอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้แม้แต่จะพูดยังไม่กล้าเลยล่ะ?”
“ได้เห็นเขาเป็นไอ้ตัวไร้ค่า แม่งสะใจจริง ๆ”
เมื่อเห็นฟางชิวล้มคนแปดคนได้
คนเหล่านั้นที่คอยติดตามฟางชิวฝึกฝนชี่กงมาโดยตลอด ในใจต่างก็รู้สึกมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนชี่กงต่อไปมากขึ้น
“ไปซะ อย่ามาก่อกวนพวกเราอีก”
“หรือจะให้พวกเราเลี้ยงข้าวพวกนายก่อนถึงจะไปกัน?”
ทุกคนต่างพูดกันอย่างเซ็งแซ่
เฉินเทียนหยางสีหน้ามืดมน เขากัดฟันแน่นแล้วลุกขึ้น จากนั้นจึงจากไปอย่างรวดเร็ว
คนเจ็ดคนนั้นก็เดินตามเขาไปทันทีเช่นกัน
ตัวเองมาหาเรื่องเอง แต่กลับโดนจัดการจนยืนก็แทบจะยืนไม่ไหว ช่างน่าอายมากจริง ๆ
นอกจากนี้
ในขณะนั้นฟางชิวในสายตาของพวกเขาก็เป็นพวกผี-่าซาตาน หากพวกเขายังคอยก่อกวนฟางชิวอยู่ที่นี่ต่อไปละก็ ใครจะรู้ว่าฟางชิวอาจจะทำให้พวกเขากลายเป็นหิน แล้วโยนลงน้ำก็ได้?
หลายคนถึงกับล้มลุกคลุกคลานไป ไม่นานก็วิ่งหนีไปไกล
ตลอดระยะทางกว่าสามสิบเมตร
เฉินเทียนหยางจึงหยุดฝีเท้าลง แล้วหันหน้ากลับไปมองฟางชิวด้วยสีหน้าเคียดแค้น
“ไอ้สวะ!”
ในขณะที่เอ่ยปากสาปแช่ง เฉินเทียนหยางก็ชี้ไปอย่างเดือดดาล แล้วกล่าวว่า “แค้นนี้ต้องชำระ หลังจากกลับไปฉันจะไปโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ต จะต้องเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เผยแพร่ออกไปให้ได้ ฉันจะทำให้ชื่อเสียงของนายป่นปี้!”
เมื่อพูดเช่นนั้น
“ไม่ได้”
จู่ ๆ เขาก็มองที่ทั้งสองมือของตัวเอง อีกทั้งยังก้มหัวมองไปที่หน้าท้องและเท้าทั้งสองข้างของเขา จากนั้นกล่าวว่า “จะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ไม่ได้ ในเมื่อจะจัดการกับเขา ฉันจะต้องมีบาดแผล แต่ตอนนี้ไม่มีบาดแผลเลยนี่”
“ถ้าอย่างนั้น...”
เฉินเทียนหยางหันหน้ากลับไปหาคนที่วิ่งตามเขามา ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษาระดับชั้นปีที่สามเดียวกันกับเขา แล้วพูดว่า “ตอนนี้นายรีบตบฉันแรง ๆ เร็วเข้า ต้องทำให้หน้าของฉันบวมช้ำให้ได้ จากนั้นนายค่อยถ่ายรูปให้ฉันแล้วไปโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ต บอกไปว่า ฟางชิวเป็นคนทำหรือ… พวกนายจะรุมกระทืบฉัน แล้วทิ้งรอยเท้าเอาไว้ชัด ๆ ก็ได้!”
ราวกับมองเห็นว่าฟางชิวจะถูกชาวเน็ตรุมด่าอย่างไรล่วงหน้า
ยิ่งเฉินเทียนหยางพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น
เพียงแต่
เขากลับไม่พบว่าในสายตาของคนเหล่านี้ที่มองมา จะมีแต่ความโกรธแค้นและความผิดหวังเกิดขึ้น
“ที่แท้นายเป็นคนกุเรื่องนี้ขึ้นมาจริง ๆ ด้วย”
“เป็นนายจริง ๆ สินะ!”
“ตอนนี้เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นายยังไม่รู้สึกผิด แต่ยังอยากจะใส่ร้ายฟางชิวต่อไป ฉันไม่คิดเลยว่านายเฉินเทียนหยางจะเป็นคนแบบนี้!”
“ฉันมองผิดไปจริง ๆ !”
หลายคนพูดขึ้นมาอย่างโกรธเคือง
“พวกนายหมายความว่ายังไง?”
เฉินเทียนหยางรู้สึกผิดปกติ เขาหรี่ตาลง แล้วพูดกับคนเหล่านั้นทันทีว่า “ถึงแม้ฉันจะเป็นคนเรียกพวกนายมา แต่ถ้าพวกนายไม่ได้มีความคิดอย่างนั้น จะตอบตกลงกับฉันไปหาเรื่องฟางชิวได้ยังไง แล้วตอนนี้พวกนายจะยังมาเสแสร้งอะไรกับฉันอีกงั้นเหรอ?”
“ไร้สาระ!”
หนึ่งคนในนั้นสาปแช่งออกมาทันทีด้วยความโกรธ “เหตุผลที่เรามาหาเรื่องฟางชิวก็เพราะทำเพื่อมหาวิทยาลัย ทำเพื่อแพทย์แผนจีน พวกเราไม่ได้มีความตั้งใจที่จะมุ่งเป้าทำลายฟางชิวเลยแม้แต่น้อย ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคนอย่างนายจะมีจิตใจอำมหิตขนาดนี้ ฉันถูกนายหลอกให้มาทำเรื่องที่ผิด ทั้งหมดนั้นก็ถือว่าฉันตาบอด แล้วที่โทรศัพท์ของฉันต้องโดนโยนลงไปในทะเลสาบก็เพราะนาย นายต้องชดใช้โทรศัพท์ให้ฉัน!”
“ใช่ ชดใช้โทรศัพท์ให้พวกเราซะ!”
“นายมันหน้าซื่อใจคด คนอย่างนายทำไมถึงได้ชั่วขนาดนี้?”
หลายคนต่างสาปแช่งเฉินเทียนหยาง
แต่อีกด้าน
เฉินเทียนหยางกลับไม่สนใจ เขาแสดงท่าทีอันธพาลออกมา แล้วกล่าวว่า “ฟางชิวเป็นคนโยนโทรศัพท์ของพวกนาย เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย อยากได้โทรศัพท์ก็ไปหาฟางชิวสิ โทรศัพท์ฉันก็ไม่มีเหมือนกัน”
คนเหล่านั้นโกรธมาก
“สิ่งที่ฉันพูดมันไม่จริงหรือไง?”
เฉินเทียนหยางเปล่งเสียงในลำคอออกมาอย่างเย็นชา จากนั้นกล่าวว่า “ฉันจะบอกพวกนายให้นะ โทรศัพท์ของพวกนายเลิกคิดที่จะเอามันกลับมาได้เลย ฟางชิวมันเป็นอันธพาล อีกอย่างเรื่องที่เขาปล้นโทรศัพท์ของฉันมันผิดกฎหมายนะ เพียงแค่พวกนายโพสต์ลงบนอินเตอร์ไปกับฉัน เอาพฤติกรรมของฟางชิวที่ก่ออาชญากรรมทั้งหมดออกมา แค่นั้นก็จะสามารถระบายความแค้นที่ได้รับในวันนี้ได้แล้ว”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้กล่าวออกมา
“สันดานเปลี่ยนไม่ได้จริง ๆ !”
“ฉันมองนายผิดไปจริง ๆ”
หลายต่อหลายคนต่างรุมสาปแช่งอย่างโกรธเคือง จากนั้นต่างก็แยกย้ายกันจากไป
“ฮึ”
เฉินเทียนหยางมองไปยังคนที่เหลืออยู่ แล้วคำรามออกมาอย่างเย็นชาว่า “คิดว่าไม่มีพวกนายแล้วฉันจะโพสต์มันเองคนเดียวไม่ได้งั้นเหรอ?”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??