เรื่อง ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]
เมื่อ่ากลเคลื่อนย้ายโดยตรงูขับเคลื่อน าังปราการทมิฬ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักของศึกสงครามมหาทวีป ูเปิดใช้งาน จึงไม่แปลกใจ ที่ใครหลายๆ คนจะส่งปราณจิตออกไปตรวจดู ว่าเป็นผู้ใดมาเยือนยังสถานที่แห่งนี้
อี้เฉิน ที่มาพร้อมกับหลินเฟย ก็รับรู้ได้เช่นกัน ว่ายามนี้พวกเขาูจับตาดู จากกลุ่มคนหลายกลุ่ม จับจ้องมาที่ตัวพวกเขา แถมภายใตระกูลอี้ ใยามนี้ ยังเต็มไปด้วย เหล่าผู้ฝึกตนระดับสูงของโลกหล้า เดินบนเส้นทางอันรุ่งโรจน์ที่มีไม่ถึงร้อยคน ที่ทำมันสำเร็จได้ อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ไม่น้อย พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ เกือบจะยืนอยู่บนจุดสูงสุด ของยอดพีระมิด ขาดเหลืออยู่เพียงก้าวเดียว
“หืม!! อี้เฉินอย่างนั้นหรือ มันหายไปเกือบปี นึกว่ามันกลัวสงครามจนหัวหดไปแล้วเสียอีก” บรรพบุรุษชราท่านหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาก็คือคนของสำนัก5ดาว ที่อยากจะฆ่าอี้เฉิน จนเนื้อเต้น แต่ก็ต้องเก็บความคิดเหล่านั้นกลับไป เมื่ออยู่ภายใตระกูลอี้ใยามนี้
เทพสวรรค์ วังจิน บุตรชายคนเล็กของ จ้าววังมังกร ที่อยู่ภายใจวนอีกทิศทางหนึ่ง เขาเองก็กล่าวพูดออกมาเช่นกัน เมื่อส่งสายตา ออกไปตรวจสอบอี้เฉิน “นั้นหรือ จอมยุทธ์รุ่นใหม่ ทีู่ขนานนามว่า จอมยุทธ์ผู้เป็นอันดับหนึ่ง ก็ไม่เห็นจะเท่าไรเลย”
ก่อนเขาจะหันไปมองสตรีข้างกายอี้เฉิน “หืม!!…สตรี นางนั้นงดงามไม่เลว ไม่เลว”
ด้านอี้เฉินที่เตรียมจะสืบฝีเท้า เข้าไปภายใจวนตระกูล อี้ เขารับรู้ได้ถึงความ อึมครึมหนักอึ้งของบรรยากาศ ภายใด่านปราการทมิฬใทันใด ว่าสถานที่แห่งนี้มีแรงกดดันที่หนักอึ้งของสงคราม มากถึงเพียงใด เกรงว่าสงครามจะหนักหนากว่าที่คนดินแดนเทพ คาดการณ์เอาไว้ไม่น้อยสินะ บรรยากาศถึงได้กลายเป็นเฉกเช่นนี้
ก่อนที่อี้เฉินจะรีบคาราวะ ออกไปด้านหน้า เมื่อรับรู้ถึงผู้มาเยือนกะทันหัน พร้อมกับร่างหญิงสาวอ้อนแอ้น ใบหน้างามเพริศพลิ้ว ผมสีบลอนด์ขาว ถักเปียยาว ให้ความรู้สึกที่ดุดันแข็งกร้าว ส่งรอยยิ้มทอประกายมาให้อี้เฉิน พร้อมกับกล่าวพูดขึ้นมา “เจ้ากลับมาแล้วงั้นหรืออี้เฉิน มากับข้ามา”
อี้เฉินที่ได้ยินผู้เป็นอาจารย์กล่าวพูด เขาพยักหน้าอย่างไม่มีลังเล เหมือนว่า อี้ฟางหรง นางจะมีเรื่องสำคัญ อยากจะพูดคุยกับเขา
อี้เฉิน กับหลินเฟย ทีู่พาตัวเข้ามาภายใพระราชวังขององค์ จักรพรรดิ อี้เทียงหรง ทั้งสองต่างก็พากันประหลาดใจ “พี่อี้ฟางหรงหาความว่าอย่างไร ที่ท่านพาข้าาังสถานที่แห่งนี้” อี้เฉินเอ่ยถามออกไปอย่างไม่ลังเล
อี้ฟางหรง มองหลินเฟย อยู่เล็กน้อย ก่อนถอนหายใจออกาาว ไม่ได้ห้ามปรามหญิงสาวใกรอบสายตา แต่อย่างใด “สถานการณ์เปลี่ยนไปเล็กน้อยอี้เฉิน เจ้าตามข้ามาแล้วข้าจะเล่ารายละเอียดให้เจ้าฟัง”
อี้เฉินกับหลินเฟย ที่ตามอี้ฟางหรงเข้าไปภายใพระราชวังจักรพรรดิ อย่างว่าง่าย ไม่ทันใด ..อี้ฟางหรงก็ต้องหน้าบูดบึ้ง เมื่อเห็นทหารองครักษ์ เข้ามารายงาน
“องค์จักรพรรดิ อี้เทียนหรง จักรพรรดิ จ้าววังมังกร อยากขอเข้าพบ”
ชายชราร่างแก่หง่อมบนบัลลังก์ แต่ยังให้ความรู้สึกที่น่าคร้ามเกรง โบกฝ่ามือตอบรับออกไป ราวกับเป็นเรื่องไม่ใส่ใจ แม้เขาจะเห็นอี้เฉินอยู่ใกรอบสายตา ของเขาแล้วก็ตามใยามนี้ ก่อนชายชราจะกล่าวเชิญเด็กหนุ่ม มานั่งที่นั่งรับรอง รอจ้าววังมังกร ศัตรูของตระกูลอี้ ที่คิดจะทำอะไรกันแน่
อี้เฉินกับ หลินเฟย คำนับอย่างนอบน้อมออกไปให้ จักรพรรดิ อี้เทียนหรงใทันใด ก่อนที่กลุ่มคนของจ้าววังมังกร จะมาเยือน ภายใพระราชวัง ทว่าพวกเขาดูท่าจะวางอำนาจกันอยู่ไม่น้อย เมื่อนั่งลงได้ จ้าววังมังกรก็กล่าวขึ้นมาใทันใด
“นี่หรืออี้เฉินจอมยุทธ์ รุ่นใหม่ ทีู่พูดถึง ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดใบรรดาเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ไม่เลว ไม่เลวถือว่าไม่ธรรมดา ไม่คิดคนตระกูล อี้ จะมีบุคคลเฉกเช่นนี้อยู่”
อี้เฉินได้ยิน เขาคำนับพร้อมกล่าวพูดออกมาใทันใด แม้ว่าจะเห็นจ้าววังมังกร ดูเหมือนเด็กอายุ18ปีเฉกเช่นเดียวกับตัวเขา แต่ก็รับรู้ได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้อายุขัยไม่น้อย พร้อมกับความไม่ธรรมดาของเขา “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่กล่าวชม”
บุตรชายของจ้าววังมังกร ทั้งสองมองอี้เฉินด้วยสายตาคมกล้า ก่อนแนะนำ บุตรชายคนที่สามของจ้าววังมังกร ให้อี้เฉินรู้จัก “นี่คือความภาคภูมิใจของคนตระกูลวัง น้องคนเล็กของพวกเรา วังจิน เขาก็อยู่ขั้นพลังเทพสวรรค์เฉกเช่นเดียวกับเจ้า เขาูคาดการณ์ว่า จะเป็นเทพสวรรค์ คนแรกที่เลื่อนขั้นพลังเซียนสวรรค์ได้ โดยที่อายุไม่ถึง200ปีภายใดินแดนเทพ”
แม้ชายหนุ่มจะกล่าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ก็ยังถือดี มีความโอหัง โอ้อวดคนของตนไม่น้อย กระทั่งองค์หญิงอี้ฟางหรง นางยังไม่สบอารมณ์ ใคำพูดของคนตระกูลวัง
อี้เฉินห่างคิ้วของเขายังกระตุก น้อยๆ ก่อนจะคำนับไปให้ชายหนุ่ม ทว่าเมื่อเห็นสายตา ของวังจิน บุตรคนที่สามของจ้าววังมังกร จ้องมองหลินเฟยอย่างไม่วางตา จิตสังหาร ของเขาจึงูปลดปล่อยออกมาเล็กน้อย จักรพรรดิอี้เทียนหรงที่เห็นอี้เฉิน กล้าปล่อยจิตสังหารออกมา เขาคลี่ยิ้มออกมา อย่างไม่อาจเก็บซ่อนความดีใจเอาไว้ได้
ก่อนอี้ฟางหรง นางจะส่งปราณจิต เข้ามาภายใโสตประสาท เอ่ยเตือนอี้เฉินออกมา “อี้เฉินเจ้าต้องระวัง คนตระกูลวังให้ดี ยามนี้ขั้วอำนาจ แบ่งออกเป็นสองฝั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาต้องใช้ช่วงเวลานี้ ลดกำลังของพวกเรา คนตระกูล อี้ อย่างไม่ต้องสงสัย”
วังจิน ที่สัมผัสถึงจิตสังหารที่ อี้เฉินปลดปล่อยเล็ดลอดออกมา เขาถึงจะหันขวับกลับมามองอี้เฉิน เขาแทบจะไม่ได้มองอี้เฉินอยู่ใกรอบสายตา ของเขาเสียด้วยซ้ำ ก่อนเขาจะปรายตามอง กล่าวพูดออกมาด้วยความโอหัง “ข้าเองก็อยากประมือกับเจ้าสักคราเช่นกัน ผู้ทีู่ขนานนามว่าเป็นจอมยุทธ์รุ่นใหม่ จะเก่งกาจไร้เทียมทาน กว่าเทพสวรรค์รุ่นเก่าอย่างข้า มากาถึงเพียงใด”
ก่อนเขาจะถอนหายใจออกมา “ยามนี้เป็นช่วงสงคราม การจะมาสู้กัน เกรงว่าคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี ..เช่นนั้นเราต้องมาแข่งกันใศึกสงครามมหาทวีป แล้วกระมังน้องอี้เฉิน ว่าใครจะฆ่าศัตรูได้มากกว่ากัน แต่เจ้าหายหัวไปนาน เกรงว่าการจะตามข้าทัน คงจะเป็นเรื่องยาก”
คำพูดนั้นของคุณชาย วังจิน กลับทำให้หลินเฟย นางกำหมัดไว้จนแน่น เดือดดาลแทนอี้เฉิน ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
อี้เฉินเขายังมีสีหน้าเรียบนิ่ง ทำให้หลายๆ คนรับรู้ได้เลยว่า อารมณ์อี้เฉินสงบนิ่งมากถึงเพียงใด แม้ว่าจะเจอการปั่นหัวเขาก็ยังไม่แสดงอาการอะไรออกมา ก่อนจะลูบหัวหญิงสาวที่นั่งข้างๆ อย่างเบามือ เมื่อเห็นหลินเฟย โกรธแทนเขาแล้ว
“คุณชาย วังจิน ขอบคุณ ที่ท่านยังลดตัวมาแข่งกับข้า หากเป็นตัวข้า ..ข้าคงจะไม่กล้าท้าผู้ใดแข่งขัน ทั้งๆ ที่ตนเองชนะการประลอง ตั้งแต่อยู่ใมุ้งเช่นนี้”
"เจ้า! เจ้า!" คุณชาย วังจินเขาเดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย ก่อนจะสำรวมกิริยามารยาท ด้านอี้ฟางหรงที่มองชมอี้เฉิน ยังยกยิ้มขึ้นมาได้
ก่อนอี้เฉินจะไต่ถามถึงเรื่องราวที่เขาอยากรู้ จากนิมิต ภายใพู่กันด้ามเก่าที่เขาเคยครอบครองมัน แต่ยามนี้มันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อี้เฉินมั่นใจว่า ชายวัยกลางคนผมขาว ที่เต็มไปด้วยกลุ่มควันขมุกขมัวมองเห็นไม่ชัดเจน จะต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ พีระมิด อย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงเขาก้าวฝีเท้าก็ทำให้ อุกกาบาตตกลงมาเป็น-่าฝน ดวงดาวถึงกับสั่นไหวโยกคลอน เพียงการก้าวเดินของเขา
“องค์จักรพรรดิ ทั้งสองท่าน ..พวกท่านเคยเห็นผู้ใด อยู่เหนือขั้นพลังจักรพรรดิ หรือไม่”
สิ้นคำพูดของอี้เฉิน กลุ่มคนของจ้าววังมังกร ต่างก็พากัน ขำขันกันออกมา ขั้นพลังจักรพรรดิ ถือว่าเป็นที่สุดแล้วของมหาทวีปแห่งนี้ คำพูดของอี้เฉิน จึงราวกับเป็นเรื่องที่น่าขบขัน
ทว่าองค์จักรพรรดิทั้งสองท่าน ต่างก็หรี่ดวงตาจนเล็กแคบ กับคำถามของอี้เฉินอยู่ไม่น้อย พร้อมกับสีหน้าแววตาครุ่นคิด
…ก่อนที่ชายชราอี้เทียนหรง จะให้อี้เฉินกลับไปพักผ่อน "ใทุกๆ เช้าของทุกวันจะมีการเปิดประตูปราการทมิฬ ส่งทหารออกไปสู้รบ เจ้าเองก็มาเพื่อการนั้นใช่หรือไม่"
ครั้นอี้เฉินได้ยินเช่นนั้น เขาพยักหน้า คำนับ สั่งลาให้องค์จักรพรรดิทั้งสอง ..แล้ว สืบฝีเท้าเข้าไปภายใจวนตระกูล อี้ พร้อมกับหลินเฟยใทันใด
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??