เรื่อง ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]
ใน่เา150ปี หลายสิ่งหลายอย่าง ภายในดินแดนเทพ เปลี่ยนแปลงเจริญขึ้นไปมาก จนดูผิดหูผิดตา ความสงบสุขตลอดร่วม150ปี เห็นได้ชัดเจนว่า คนรุ่นใหม่ แทบจะลืมเลือนว่าดินแดนเทพ เคยเกิดสงครามครั้งใหญ่ ปฐพี ทวีปโพ้นทะเล หนานหยาง อาบนองไปด้วยโลหิตสด ของเหล่าราชาอมตะ เกรงว่าประวัติศาสตร์ ฉากการนองเลือด จะเก่าโบราณคร่ำครึไปแล้ว
มีเพียงเหล่าผู้เฒ่า คนชราเท่านั้นี่ผ่านยุคสมัย แห่งความยากลำบาก ยังคงจดจำกลิ่นควันไฟสงครามความตาย ไร้ซึ่งดินแดนสุขาวดีพวกเขาต่างก็ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เมื่อรับรู้หายนะใหญ่ ี่จะชี้ชะตา ดินแดนเทพจะอยู่รอด หรือดับสลาย กำลังจะคืบคลานเข้ามาทุกที หากพวกเขาไม่มีผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นมา เกรงว่าดินแดนเทพ คงไม่อาจรอดพ้นหายนะ การดับสลายครั้งนี้ไปได้
อี้เินี่ปิดขั้นพลังมาร่วม150ปี เขาก็ยังไม่สามารถเลื่อนขั้นพลัง ราชันสวรรค์ได้ แม้จะรับรู้ว่าดินแดนเทพ เข้าสู่ช่วงแห่งการฝึกฝน เสื่อมถอยแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่น่าจะยากลำบากเฉกเช่นนี้ ทำให้อี้เินี่ลืมตาตื่นขึ้นมา ประกายตา ความคาดหวัง ของอี้เินหม่นแสงลงไปไม่น้อย
ก่อนอี้เินเขาจะนั่งคิดไตร่ตรองตนเอง อยู่เงียบๆ อยู่ชั่วครู่ใหญ่ ‘หรือว่าข้าจะไม่สามารถเลื่อนขั้นพลัง เป็นราชันสวรรค์ได้จริงๆ’ ตลอดเวลา150ปี ี่อี้เินหมกมุ่นอยู่กับการปิดขั้นพลัง ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจไม่น้อย ก่อนเขาจะแค่นเสียงคำราม ดังออกมาก้องทั่วชั้นฟ้า “นี่ข้าต้องมามองคนี่ข้ารัก ตายจากไปเช่นนี้หรือ มันเป็นชะตาของข้าหรืออย่างไร?”
เสียงี่สั่นสะเทือนก้องฟ้าอี้เิน ส่งให้เศษดาวแตกดับ นับแสนๆ ดวง กระทบชิ่งออกไปทั่ว ชั้นบรรยากาศในทันใด ปัง!! ปัง!! ปัง!! ภาพี่หมู่ชนเบื้องล่างเห็น เศษดาวหาง ตกลงมาเป็น-่าฝนเพลิง พร้อมคลื่นความพิโรธ โกรธเกรี้ยวของอี้เิน ต่างก็ทำให้ประชาชนบริเวณนั้น หัวใจสั่นสะท้าน เมื่อรับรู้ความเดือดดาลของผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรงเล็กๆ ขึ้นมา
ก่อนร่างอี้เินจะหายวับจากไป ด้วยความผิดหวัง แม้จะรับรู้ว่าพลังของเขาพุ่งสูงไปมากโข แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ ี่จะต่อกรกับเหล่าจักรพรรดิ ี่อยู่บนจุดสูงสุดเหล่านั้นได้ เส้นผมสีขาวโพลนี่ปลิวสยาย พร้อมกับใบหน้าี่ดูยังหนุ่มแน่น ราวกับกาลเวลา ไม่อาจทำอะไรอี้เินได้ ใบหน้านั้นมันกลับเผยความสับสน ขึ้นมาอย่างแจ่มชัด
อี้เินบัดนี้ เขาาจะหาี่พึ่งทางใจเขาเป็นอย่างมาก ราวกับเขาบัดนี้สูญเสีย เส้นทางี่จะก้าวข้ามออกไปเบื้องหน้า ถูกกำแพงสูงใหญ่ขวางกั้นตัวเขาเอาไว้ พร้อมร่างอี้เินี่ห้อตะบึง กลับไปยังหมู่บ้านลมหวน ด้วยความผิดหวัง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
...ไม่นานร่างี่วูบไหว ของอี้เินก็มาปรากฏ บริเวณเหนือท้องฟ้า หน้าหมู่บ้านลมหวน ภาพภายในครรลองสายตาอี้เิน บัดนี้หมู่บ้านลมหวนเปลี่ยนไปมาก จวนเขาแทบจำไม่ได้อีกต่อไป ทว่าบ้านไม้หลังเก่า ของเขาก็ยังถูกเก็บไว้เช่นเดิม ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม มันก็ยังคงตั้งตระหง่านรอเขาอยู่เช่นเดิม
สายตาี่สับสน กวาดตาสำรวจในทันใด ครั้นอี้เิน รับรู้ท่านปู่เสี่ยวปู้เตียน ภายในห้องหัวหน้าหมู่บ้าน ชายแก่ยังแข็งแรงอยู่ดี เขาฝืนคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ในทันใด
ครั้นเมื่ออี้เินคิดจะตรวจหาหลินเฟย จู่ๆ ร่างหญิงสาวก็ห้อตะบึง ออกมายืนเบื้องหน้าตัวอี้เินแล้ว นางี่งดงามราวกับเซียนหญิง หลุดออกมาจากภาพวาด ใบหน้าอ่อนหวาน ผมสีดำขลับยาว คิ้วโค้งเป็นคันศร ดวงตากลมโต ปากอวบอิ่มสีแดง เผยอขึ้นมาน้อยๆ พร้อมห่างตานางี่แดงระเรื่อ ราวกับรอคอยวันนี้มายาวนาน เข้าโอบกอดร่างอี้เินในทันใด แม้กาลเวลาจะทำให้นาง เริ่มมีริ้วรอยแล้วก็ตาม
ทั้งสองต่างก็ไม่ได้เอ่ยพูดถ้อยคำใด ให้กันไปอยู่นานสองนาน ครั้นรับรู้ว่า่เา 150ปีนั้นไม่น้อยเลย ก่อนอี้เินจะลูบหลัง ปลอบโยนนางอย่างเบามือ ซึมซับไอความอบอุ่น จากร่างกายนาง ี่เกือบจะลืมเลือน อ้อมกอดแห่งความอบอุ่นนี้ ไปอยู่ชั่วครู่ใหญ่ ก่อนอี้เินจะกล่าวพูด ประโยคหนึ่งขึ้นมา “เหมือนว่าข้าจะทำให้เจ้าผิดหวังเสียแล้ว หลินเฟย”
“ท่านพี่อย่าพูดเช่นนั้น” แม้ภายในใจหลินเฟย นางจะรับรู้ความผิดหวัง จากกรอบสายตาของอี้เิน แต่นางเองก็พยายาม ปลอบโยนอี้เิน
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เราไปพูดคุยกันี่สวนสมุนไพร ดีหรือไม่”
อี้เินพยักหน้าให้หลินเฟย เขาเองก็ไม่าทำให้ ผู้คนภายในหมู่บ้านลมหวน ต้องแตกตื่นเช่นกัน ร่างี่จูงมือกันไปบริเวณ สวนสมุนไพร ครั้นอี้เินเห็นหลินเฟย คลี่ยิ้มเล่าเรื่องราวต่างๆ ออกมา รอยยิ้มี่ทอประกายของหลินเฟย นั้นมันก็ช่วยเยียวยา ความผิดหวังของอี้เินได้ไม่น้อย
แล้วเมื่อเห็นหลินเฟย ี่กล่าวพูดพาเขา เดินดูรอบๆ สวนสมุนไพรี่นางปลูกและดูแล นางยังคงสวมแหวนไม้วงเก่า ี่อี้เินมอบให้ แล้วหมุนมันเล่นด้วยความเขินอาย ก่อนนางจะกล่าวพูดไต่ถามอี้เิน ออกมาอีกประโยค คำถามนั้นทำให้อี้เิน ติดสตั๊น มึนงงไปอยู่ชั่วครู่ “เจ้าจะไปจากข้า อีกเมื่อใดเช่นนั้นหรืออี้เิน”
อี้เินี่มีท่าทีอ้ำอึ้ง พร้อมในกรอบสายตา ี่มีความสับสนปรากฏขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จากคำถามของหลินเฟย ร่างชายแก่เสี่ยวปู้เตียนี่แอบดู สืบฝีเท้ามากล่าวเตือนตัวของหลานรักเขาในทันใด
แม้แต่ ซีเผิง โม่กวางี่รับรู้ข่าวคราวของอี้เิน พวกเขายังไม่อาจ อยู่นิ่งดูดายได้อีกต่อไป ก่อนจะกล่าวเตือนอี้เินออกมาเช่นกัน ครั้นรับรู้ความผิดหวัง อี้เินไม่สามารถเลื่อนขั้นพลัง ราชันสวรรค์ได้ แม้จะเป็นความผิดหวังไม่น้อย ของอี้เินก็ตาม แต่หลินเฟยเองก็ไม่ควรเป็นเพียงตัวแทน หรือของตายของผู้ใด สิ่งี่นางได้รับควรจะได้มากกว่านี้
“เจ้าจะทำให้นางเสียใจไปเช่นนี้หรืออี้เิน เหตุใดเจ้าไม่ลองปล่อยวาง เรื่องการปิดขั้นพลัง ของเจ้าลงไปก่อน หลินเฟยนางเองก็ถือเป็นภรรยาของเจ้า ตัวเจ้าอย่าใจร้ายกับนางนักเลย”
ชายแก่เสี่ยวปู้เตียน เองก็พยักหน้า “อย่างไรเจ้าก็แต่งงานกับนางแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ควรทำหน้าี่ สามีี่ดีกับนางบ้าง”
หลินเฟยนางป้องปราม คนอื่นๆ ในทันใด นางไม่าให้อี้เินต้องลำบากใจ “เจ้าจงทำตามความตั้งใจ ของเจ้าเถอะอี้เิน ข้าไม่ต้องการ การบีบบังคับ ี่ไม่จำยอมจากเจ้าเช่นนั้น”
ซีเผิงเอ่ยเสียงเรียบ ไต่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าตัดสินใจเช่นนี้จริงหรือ หลินเฟย”
หญิงสาวพยักหน้าด้วยสายตาเชื่อมั่น พร้อมกับนิ้วมือนาง ี่หมุนแหวนไม้เก่า ขึ้นมาน้อยๆ ยอมรับการตัดสินใจของอี้เิน แม้ภายในใจลึกๆ นางาจะได้ความรัก เฉกเช่นสตรีคนอื่นๆ ก็ตาม แต่นางก็รับรู้ดีว่า อี้เินต้องแบกรับ หลายสิ่งหลายอย่างไว้บนบ่ามากมาย
อี้เินมีท่าทีลังเลในกรอบสายตาไม่น้อย ก่อนเขาจะสลัดความลังเลเหล่านั้นทิ้งไปจนหมด เอ่ยพูดประโยคหนึ่ง ชวนหลินเฟยออกมา “เจ้าจะไปท่องเี่ยวทั่วดินแดนเทพ พร้อมกับข้าหรือไม่น้องหญิง ข้าาจะไปพบปะผู้คน จากสถานี่ต่างๆ ทั่วดินแดนเทพ”
หลินเฟยครั้นนางได้ยินคำพูดจากปากอี้เิน นางได้ยินหูไม่เพี้ยนใช่หรือไม่ จู่ๆ น้ำตานางก็ไหลพรากออกมา อาบพวงแก้ม แม้แต่ซีเผิง โม่กวาง ท่านปู่เสี่ยวปู้เตียนของเขา ยังพยักหน้ามาให้ หลินเฟยตอบรับอี้เินอย่างฉับไว กลายเป็นบรรยากาศ ชื่นมื่นพร้อมเสียงหัวเราะร่า ของความยินดีในทันใด
“อืมๆ!!ข้าตกลง ยินดีจะร่วมเดินทางไปกับท่าน ท่านพี่”ก่อนหลินเฟย จะคลี่ยิ้มตาหยี ออกมาให้อี้เิน แม้บริเวณห่างตานาง เริ่มจะมีริ้วรอยปรากฏ ขึ้นมาน้อยๆ แล้วก็ตาม ก็ไม่อาจบดบัง ความงดงามของหลินเฟยได้
...ในเย็นของวันนั้น หมู่บ้านลมหวน จัดงานเลี้ยงครั้งใหญ่ เมื่อพวกเขารับรู้อี้เินกลับมาจากการปิดขั้นพลัง แม้แต่ราชทูตอย่างโม่กวาง ยังมาเข้าร่วมจะไม่ให้งานเลี้ยง ไม่ใหญ่โตได้อย่างไร เมื่อเสียงดังเอิกเกริก ดังออกไปทั่วหมู่บ้านลมหวน
พร้อมเสียงชนชามเหล้า ดังเคร้ง!!ออกมาไม่ขาด ซีเผิงี่นั่งล้อมกองไฟข้างๆ อี้เิน ไต่ถามอี้เินออกมาทันใด “เจ้าจะออกเดินทางเมื่อใดหรืออี้เิน น้องข้า?”
ก่อนอี้เินจะหันปรายตาไปมองี่หลินเฟย บัดนี้นางมีท่าทีตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด “นางพร้อมเมื่อใด ข้าจะออกเดินทางทันที”
“อืมๆ ข้าได้ยินว่า ดินแดนเทพทาง ภาคตะวันออกกลาง สวยงามไม่น้อย หวังว่าเจ้าจะลองไปเยือนดูนะอี้เิน”
“ข้าเข้าใจแล้วพี่ซีเผิง ท่านกับโม่กวางอย่างไรก็ควรหาเวลาว่าง รีบเร่งปิดขั้นพลังบ้าง”
ทั้งสองได้ยินพวกเขา ต่างก็โบกฝ่ามือห้ามปรามอี้เิน ก่อนจะยกชามเหล้าขึ้นมา “เช่นนั้นดื่ม!!”
“ดื่ม!” “ดื่ม!” ซีเผิง กับ โม่กวางพวกเขาต่างไม่มี เรื่องอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับอี้เินอีกต่อไป ภายในดินแดนเทพ บัดนี้เกรงว่าอี้เิน กับหลินเฟยจะไปได้ทุกี่ ี่พวกเขาาจะไป
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??