เรื่อง ชีวิตนี้ข้าจะลิขิตไว้เอง
“ คุณชายต้องการโต๊ะแบบใดขอรับ “ เสี่ยวเอ้อร์เดินมาถามลูกค้าด้วยท่าทีนอบน้อม
“ ข้าต้องการโต๊ะสำหรับสี่ที่ อาหารขึ้นชื่อมาสักห้าอย่างกับน้ำชา” เสี่ยวเอ้อร์พาเยว่ซินมานั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ก่อนไปจัดเตรียมอาหารที่เยว่ซินได้สั่ง ด้วยความที่มันไม่ได้เป็นห้องส่วนตัวทำให้มีเสียงผู้คนสอดแทรกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“ข้าได้ข่าวมาว่า สำนักจอมราชันย์จัดการประลองสี่สำนัก นั้นให้ผู้ฝึกตนที่ไม่มีสังกัดได้เข้าประลองด้วย”
“ เจ้าแน่ใจหรือ สี่สำนักใหญ่ในยุทธภพใครจะกล้าเข้าร่วมประลองกัน”
“ แน่ใจสิ ท่านพี่ข้าที่เป็นศิษย์ในสำนักบอกข้ามา อีกทั้งผู้ที่ชนะสิบคนสุดท้ายจะมีสิทธิ์เข้าไปในสุสานแห่งทวยเทพอสูร ร้อยปีถึงจะเปิดหนึ่งครั้งเลยเชียว”
“ ถ้าเป็นเช่นนั้น การประลองปีนี้ดุเดือดแน่ ในมิตินั้นมีแต่สมบัติดีๆทั้งนั้น ถ้าข้ามีโอกาสข้าก็อยากเข้าไปในนั้น”
“พวกเราคงได้แค่ฝัน”
“ข้าก็ว่างั้น”
เสียงพูดคุยกันแม้จะเบาแค่ไหนแต่สำหรับผู้ฝึกตนอย่างเยว่ซินก็ยังได้ยินอยู่ดี
“ คุณชายอาหารได้แล้วขอรับ “ เสี่ยวเอ้อร์นำอาหารมาเสริฟ
“ ข้าอยากรู้ การประลองที่สำนักจอมราชันย์จัดขึ้น “ เยว่ซินหันมาถามเสี่ยวเอ้อร์ก่อนจะยื่นเงินหนึ่งเหรียญทองให้
เสี่ยวเอ้อร์ที่เห็นเงินก็รีบเก็บทันทีก่อนจะบอกเท่าที่ตนรู้
“ ข้าได้ข่าวมา ทางสำนักจอมราชันย์จัดการประลองสี่สำนักโดยให้ผู้ฝึกตนที่ไม่มีสังกัดเข้าประลองได้ อายุไม่เกินยี่สิบห้าหนาว ระดับพลังไม่ต่ำกว่าปราณนักรบ ผู้ชนะที่เข้ารอบสิบคนจะได้เข้าไปในมิติสุสานแห่งทวยเทพอสูรที่ร้อยปีจะเปิดครั้ง ในนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสูง สมันไพรหายากต่างๆ และสมบัติอีกมากมายขอรับ “ เสี่ยวเอ้อร์กล่าวจบเยว่ซินก็สงสัยขึ้นมาทันที ในมิตินั้นจะเหมือนกับมิติของตนที่ท่านอาจารย์ให้ไว้หรือไม่
“ เเล้วการประลองจะจัดขึ้นวันใด “ เยว่ซินเอ่ยถาม
“อีกเจ็ดวันขอรับ ทางสำนักจะเป็นรับสมัครยามซื่อขอรับ “
“ แค่นี้แหละไปได้ “ เยว่ซินที่ได้ข้อมูลที่ต้องการ ก็ไล่เสี่ยวเอ้อร์ไปทำงานของตน
“คุณชาย ท่านจะเข้าร่วมการประลองหรือขอรับ “ซีซวนถาม ที่เห็นเยว่ซินให้ความสนใจในการประลองครั้งนี้
“ ใช้ ข้าอยากเข้าไปสำรวจในมิตินั้น ลงมือเถิดเสี่ยวหู่นั่งน้ำลายสอแล้ว “เยว่ซินตอบซีซวน ก่อนจะหันมาเเซวเสี่ยวหู่ที่นั่งมองอาหารตาเป็นมัน
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเยว่ซินใช้ชีวิตในเมืองอย่างเรียบง่าย ไปเดินเที่ยวในตลาดบ้าง สำรวจบ้านผู้คนบ้าง เข้าไปฝึกในมิติบ้าง ก่อนถึงวันประลองผู้คนจากหลายสำนักเริ่มเข้ามาจับจองห้องจนโรงเตี้ยมหลายๆที่ในเมืองเริ่มเต็ม ยังเห็นผู้ฝึกตนไม่มีสังกัดเริ่มเข้ามาในเมืองเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดูเหมือนของรางวัลในการประลองครั้งนี้จะดึงดูดผู้คนไม่น้อย
ยามซื่อ
“ ซีซวนเจ้าเตรียมตัวเสร็จยัง “ เยว่ซินเอ่ยถามซีซวนผ่านหน้าประตูห้อง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเห็นซีซวนกำลังเก็บขนมต่าง ๆ ใส่กระเป๋ามิติโดยมีเสี่ยวหู่ค่อยช่วย
“ ท่านเเม่ข้าเตรียมขนมไปกินระหว่างชมการประลองขอรับ ” เสี่ยวหู่เอ่ยตอบเยว่ซิน มือก็กำลังเก็บขนมใส่มิติไปเรื่อยๆ
“ พอแล้ว หากไม่พอค่อยไปซื้อแถวนั้น “
“ เอาเช่นนั้นก็ได้ขอรับ ไปกันเถิดซีซวนเดี๋ยวจะไม่ได้ดูการประลอง “ หลังเสี่ยวหู่พูดจบก็วิ่งออกจากห้องไปเลย ก่อนที่จะมีเสียงตามมา
“ เร็วๆสิท่านแม่ เดี๋ยวข้าจะไม่ทันได้ดูารประลอง “
“ ไปกันเถิดซีซวน พี่เจ้ารออยู่ข้างล่างแล้ว “
“ ขอรับคุณชาย “
“ ถึงแล้วขอรับคุณชาย “ คนขับรถม้าของโรงเตี้ยมที่เยว่ซินพักเอ่ยขึ้น เนื่องจากเยว่ซินพักในห้องที่ดีที่สุดของโรงเตี้ยม ก็เลยได้สิทธิ์นั้นมา
“ โอ้โห้…คนเยอะขนาดนี้ข้าจะมีที่นั่งไหม “ เสี่ยวหู่กวาดสายตาไปมองผู้คนคร่าวๆ ก่อนร้องออกมาเสียงดัง
“ ไปลงทะเบียนก่อน แล้วค่อยไปหาที่นั่ง “ เยว่ซินกล่าว ก่อนจะเดินพาทุกคนไปต่อเเถวลงทะเบียน
“ ชื่อและสังกัดขอรับ “ศิษย์สายนอกของสำนักจอมราชันย์ที่ได้รับหน้าที่มารับลงทะเบียนชื่อของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเอ่ยถามชื่อเมื่อถงคิวของเย่วซิน
“ บุปผาสวรรค์ ข้าไม่มีสังกัด “ เยว่ซินเอ่ยนามของตำหนักในมิติของตนไปแทนชื่อจริงๆ ของตน
“ ท่านได้หมายเลขสามร้อยห้าสิบหกขอรับ “ พร้อมกับยื่นป้ายหมายเลขเยว่ซิน ศิษย์สานนอกคนนี้ไม่ได้ตกใจเลยที่เยว่ซินใส่ผ้าคลุม ผู้ฝึกตนหลายคนที่เห็นก็นิยมใส่ผ้าคลุมกัน
“ ชื่อและสังกัด “
“ ซีห่าว ไม่มีสังกัด “
“ ได้หมายเลขสามร้อยห้าสิบเจ็ด “
“ ชื่อและสังกัด “
“ ซีซวน ไม่มีสังกัด “
“ ได้หมายเลขสามร้อยห้าสิบแปด “
ซีซวนและซีห่าวนั้นไม่ได้ปกปิดชื่อเหมือนเยว่ซินจึงได้บอกชื่อของตนเองไป
ทันทีที่เข้ามาในสนามประลอง จากประเมินโดยสายตาคร่าวๆ ของเยว่ซินสนามประลองนี้จุคนได้ประมาณสองถึงสามหมื่นคน แบ่งเป็นสองชั้น ชั้นแรกเป็นที่นั่งของสำนักใหญ่สี่สำนักไล่ขึ้นมาก็เป็นสำนักย่อยๆตามลำดับ ชั้นที่สองก็เป็นที่นั่งสำหรับผู้ฝึกตนไม่มีสังกัด บริเวณสนามประลองก็ลงค่ายกลระดับสูงไว้
“ ซีซวนเจ้าเอาขนมออกมาให้ข้าเร็ว “ หาที่นั่งได้แล้วเสี่ยวหู่ก็รีบให้ซีซวนเอาขนมออกมมาให้ตนทันที
“ ท่านแม่กินไหมขอรับ “ เสี่ยวหู่ที่เห็นสายตาของเยว่ซินจ้องมาที่ตน เลยคิดว่าท่านแม่คงอยากกินขนมที่ตนเอามาแน่
“ ข้าไม่แย่งขนมเด็กตะกละอย่างเจ้าหรอก”
“ ข้าไม่ได้ตะกละนะขอรับ ข้าแค่กินแก้เบื่อระหว่างรอท่านแม่ประลองเท่านั้… “เยว่ซินทนไม่ไหวเลยยกมือไปบีบแก้มเสี่ยวหู่ทันที
“ข้าเจ็บนะขอรับ”เสี่ยวหู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“ ยินดีต้อนรับผู้ฝึกตนทั้งหลายสู่การประลองยุทธ์ ข้าเนี่ยนเจินเจ้าสำนักจอมราชันย์ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านให้ความสนใจกับการประลองครั้งนี้ หลายท่านคงทราบมาบ้างแล้วว่าผู้ชนะสิบอันดับสุดท้ายจะได้เข้าไปในมิติสุสานแห่งทวยเทพอสูรที่ร้อยปีจะเปิดครั้ง ข้าขอเปิดการประลองตั้งแต่บัดนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดี “ เสียงของเจ้าสำนักจอมราชันย์กล่าวเปิดงานประลอง เรียกความสนใจทุกคนในสนามได้เป็นอย่างดี
“ การแข่งขั้นในครั้งนี้รอบแรกจะคัดผู้ชนะจากหกร้อยสี่สิบเหลือสามร้อยยี่สิบคน ในรอบที่สองคัดเหลือหนึ่งร้อยหกสิบคน รอบที่สามคัดเหลือแปดสิบคน คัดมาเลยๆจนถึงรอบสุดท้ายจะเป็นการประลองหาที่หนึ่งถึงที่สิบ ในทุกๆรอบสามารถใช้สัตว์อสูรในการประลองได้ ห้ามใช้ยาพิษในการประลองหากทางทางสำนักตรวจสอบพบจะถูกตัดออกจากการประลองทันที ทางสำนักได้สุ่มหมายเลขไว้เเล้วเมื่อถึงรอบการประลองป้ายหมายเลขที่ท่านได้นั้นจะเรืองแสง หมายความว่าถึงการประลองของท่านแล้ว ให้ลงมายังลานประลอง คู่แรกเริ่มได้“ ผู้อาวุโสในสำนักจอมราชันย์เอ่ยกฏในการแข่งขันก่อนที่จะเริ่มการประลอง
“คู่แรกหมายเลข249 เจียวลู่ศิษย์จากสำนักอินทรีฟ้า ปะทะ หมายเลข129 ป๋อเหวินศิษย์จากสำนักสยบเมฆา “
ศิษย์ทั้งสองสำนักก็ปรากฏยังลานประลอง
“ เริ่มการประลองได้ “
“คุณชายท่านว่าผู้ใดจะชนะ” ซีซวนเอ่ยถามเยว่ซินหลังจากคู่แรกเริ่มประลอง
“ ศิษย์จากสำนักอินทรีฟ้าวิชายุทธที่ใช้ได้ส่วนใหญ่เน้นการลอบโจมตี บวกกับธาตุวาโยยิ่งเพิ่มเร็วในการลอบโจมตีเข้าไปอีก ส่วนศิษย์จากสำนักสยบเมฆาธาตุพฤกษาวิชายุทธควบคุมพื้นที่ซสวนใหญ่ ข้าว่าศิษย์จากสำนักสยบเมฆามีโอกาศชนะมากกว่า “เยว่ซินวิเคราะห์แต่ละคนให้ซีซวนฟัง
“ ทำไมขอรับ ” ซีซวนถามด้วยความสงสัย จากที่ฟังคุณชายวิเคราะห์มาศิษย์จากสำนักอินทรีฟ้าน่าจะมีโอกาสชนะมากกว่าทั้งการลอบโจมตีต่างๆ ระดับพลังปราณสูงกว่าอีกฝ่ายด้วย
“ การต่อสู้ไม่ใช้ใครแข็งแกร่งกว่าจะชนะเสมอไป คนโง่ยอมเป็นเหยื่อของคนฉลาด ต้องมีสติเท่านั้น “ เยว่ซินกล่าวออกไป พลางสอนซีซวนและซีห่าวไปในตัว
“ ขอรับคุณชาย “
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!!
“ เจ้ายอมแพ้เสียเถอะเจ้าไม่มีทางชนะข้าได้หรอก “ ป๋อเหวินโดนเจียวลู่ลอบโจมตีด้านหลังทำให้บาดเจ็บหนัก ก่อนจะถอยมาตั้งหลัก กินโอสถฟื้นฟูพลังปราณไป
“ เจ้าอย่าได้มั่นใจไปหน่อยเลย สูบวิญญาณหมู่มวลพฤกษา “ ป๋อเหวินอัดพลังลงไปในกำมือก่อนจะยิงออกไปบริเวณเจียวลู่ยืนอยู่
“ อะไรกันเจ้าคิดว่าวิชากระจอกงอกง่อยเช่นนี้จะทำอะไรได้…หรือว่า…“ เจียวลู่ที่เห็นป๋อเหวินโจมตีมาก็หลบได้อย่างง่ายได้ เห็นมุมปากของป๋อเหวินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก็รู้ว่าตนได้เสียท่าให้ป๋อเหวินแล้ว
ครืน!! ครืน!! ครืน!!
บริเวณที่เจียวหู่ยืนอยู่ก็มีเถาวัลย์หนามพุ่งขึ้นมารัดตัวเจียวลู่ไว้ทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนไม่ได้
“ ฮ่าๆ เจ้าประมาทคนอย่างข้าแล้วเจี่ยวลู่ เจ้าคิดว่าพลังสูงกว่าข้า จะชนะข้าได้ง่ายๆ เรามาจบการประลองนี้กันเถิด “ ทันทีที่ป๋อเหวินกล่าวจบ เจี่ยวลู่ก็ถูกเถาวัลย์ที่รัดตัวปล่อยน้ำย่อยออกมาโดนผิว ทำให้ผิวปวดแสบปวดร้อนเหมือนกำลังโดนไฟแผดเผา
“อ๊ากกก…ข้ายอมแพ้ “ เจี่ยวจู่กล่าวออกมาด้วยเสียงสั่นๆ ความรู้สึกเหมือนเข็มนับพันกำลังทิ่มแทง
“ป๋อเหวิน ศิษย์จากสำหนักสยบเมฆาเป็นผู้ชนะ “ กรรมการที่เห็นเจี่ยวลู่เอ่ยยอมแพ้ เลยประกาศผลออกไป
“คู่ต่อไป…….. “
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??