ฟรี ป่านรกตื่น
ยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง ยังไม่ได้ตั้งชื่อตัวละคร และยังไม่ได้เรียบเรียง แค่ลองเขียนเล่นๆครั้งแรกทอยากถามเพื่อนไปว่า ควรนำมสเขียนต่อให้ดีกว่าเดิมไหมครับ
นักเรียนระดับชั้น ม.ปลาย ได้นั่งรถไฟไปทริปทัศน์ศึกษา ระหว่างที่ผ่านอุโมงค์ๆ นึง ก็ได้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น จู่ๆ ไฟในโบกี้รถไฟก็ได้ดับลงพร้อมกับรถไฟที่จอดไม่ขยับเขยือน เป็นเวลา 10 นาที ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกใจ และงงว่าเกิดอะไรขึ้น รถไฟก็เริ่มขยับและไฟก็กลับขึ้นมาติดเหมือนเดิม พอผ่านมาพ่นอุโมงค์ รถไฟก็ได้มาจอดที่สถานีนึง ซึ่งเป็นสถานีสุดท้าย ไม่สามารถไปต่อได้ ทันในนั้นเอง ก็ได้มีผู้คุมรถไฟกับคนควบคุมรถไฟ ได้เดินมาแล้วแจ้งให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ผู้คุมได้เดินไปพร้อมกับคุยกับคนขับรถไฟ มันเกิดอะไรขึ้น ที่นี่มันคือที่ไหน ทำไมจู่ๆพวกเราถึงมาโผล่ทีนี่ นี่มีคนสลับรางรถไฟผิดขบวนหรือป่าว ลองแจ้งไปถาม นายสถานีหน่อยสิ คนคุมพูด คนขับก็ได้ตอบว่า โอเคชั้นจะลองแจ้งไปถามดู แต่ฉันคิดว่าคงไม่มีใครสับรางเราผิดแน่นอน เพราะฉันมองทางข้างหน้าอยู่ตลอด ก่อนที่เราจะเข้าอุโมงค์แล้วเกิดไฟดับลง คนขับกล่าว ทั้งสองคนมองหน้ากัน แล้วเงียบไปสักครู่ คนคุมก็เอ่ยขึ้นพร้อมเสียงสั่นๆ นายมั่นใจนะ ว่านายแน่ใจนะว่าขบวนเราไม่ได้ถูกสลับรางจริงๆ' ฉันมั่นใจสิ ฉันเป็นคนบังคับรถไฟคันนี้นะ แล้วเราก็ไม่ได้ออกนอกเส้นทางเลยด้วย เพราะเมื่อกี้ ป้ายอุโมงค์ยังมีชื่อเขียนอยู่เลยว่า อุโมงค์มรณะสายเก่า ซึ่งเราก็ผ่านกันมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งกันแล้ว ฉันถึงมั้นใจว่าเราไม่ได้โดนสับรางผิด ' คนคุมพูด ให้ตายสิวะ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้นวะเนี้ย ขณะเดียวกัน กลุ่มเด็กนักเรียน ม.ปลาย คนนึง ก็ได้เดินลงมาจากขบวน เค้าคือพระเอกของเรานั้นเอง นี่ พระเอก ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนหรอ นายมองเห็นป้ายสถานีนี้บ้างหรือป่าว ฉันมองหาไม่เจอเลย ' พระเอกไม่ตอบ แต่ยังคงเดินหน้าต่อไป เค้าได้มองสังเกตุไปรอบๆปล้วก็ตะโกนกลับมาว่า ทีนี่ไม่มีใครอยู่เลยสักคน แถมสถานีนี้ก็รกร้างมากๆด้วย มีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นยั้วเยี้ยเต็มไปหมด แถมมีสภาพก็ดูโทรมมากๆด้วย ฉันว่าจะเดินไปดูข้างในหน่อยนะว่ามันจะโผล่ที่ไหน นี่กลับมาก่อนนางเอกพูด ระหว่างนั้นเอง คนคุมรถไฟก็ได้เดินมาแล้วบอกพระเอกให้กลับขึ้นรถไฟ ประกาศๆ แจ้งเตือนผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี่รถไฟของเราได้เกิดข้อขัดข้องเล็กน้อย เราเลยต้องเปลี่ยนเส้นทางแล้วรอทางสถานีใหญ่ ส่งช่างมาซ่อม เพื่อให้รถไฟได้เดินทางต่อไปได้ ต้องขออภัยมานะทีนี้ด้วยครับ ทางเราจะรีบเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โปรดขอให้ผู้โดยสารทุกท่านได้โปรดอยู่ในความสงบ แล้วห้ามลงจากรถไฟขบวนนี้เด็ดขาด ขอจบประกาศไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ อะไรกันวะมาเสีย-่าอะไรตอนนี้ คนยิ่งอยากจะรีบๆไปให้ถึงโรงแรมไวๆส่ะหน่อย "ถ้าฉันไปถึงโรงแรมไม่ทันนัดฉันเอาเรื่องแกแน่ ผู้โดยสารคนนึงที่นั่งอยู่กับกลุ่มที่ดูแล้วน่าจะมีอายุราวๆ35ปี ใส่เสื้อกล้าม สร้อยคอลายโซ่สีทองเส้นใหญ่ มีลายสักตั้งแต่ลำคอยาวลงไปถึงแขนทั้งสองข้าง ตะโกนสบทด่ากับพนักงานคุมรถไฟ นางเอกได้กล่าวขึ้นกับพระเอก นี่ฉันว่าตาผู้ชายคนนั้นต้องเป็นยากุซ่าแน่ๆเลย ' นี่อย่าไปจ้องคนอื่นเขาอย่างงั้นสิ หัดมีมารยาทส่ะบ้าง ยัยบ๊อง !! พระเอกเอ่ยขึ้นมาสั้นๆ เพื่อนรักพระเอกได้พูดเสริม เดี๋ยวพวกนั้นก็มาหาเรื่องพวกเราหรอก ดูน่ากลัวจะตายเจ้าพวกนั้น เราอย่าไปยุ่งด้วยเลยดีกว่า นางเอกมองมาที่เพื่อนพระเอกแล้ววิเคราะห์ร่างกายของเพื่อนพร้อมกับถอนหายใจเพื่อนพระเอกเป็นเด็กหนุ่มที่มีร่างกายหุ่นดีเป็นนักกีฬาเหมือนกับพระเอก แต่ว่าต่างกับพระเอกตรงนี่ มีนิสัยขี้กลัว ซึ่งขัดกับหน้าตาและบุคลิกที่ดูทั้งเท่ทั้งหล่อไม่แพ้กับพระเอกเลย ส่วนพระเอก เป็นนักกีฬาฟันดาบ มือสมัคเล่น และเป็นนักเทคควันโด้ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก แถมปกติก็ยังชอบเล่นฟุตบอลเวลาว่างอีก ไม่รู้จะชอบกีฬาไปถึงไหนนะตาบ้านี่ นางเอกคิดในใจ แล้วก็พูดตอบว่า นายเองจะขี้กลัวไปถึงไหน ตัวเองก็เรียนยูโดมาแท้ๆแถมยังได้สายดำแล้วอีก ดูอย่างอีตาบ้านี่สิ ยังไม่เห็นจะเคยกลัวอะไรเลย นางเอกพูดพลางหันไปมองค้อนพระเอก ก็ฉันไม่ค่อยชอบการต่อสู้นี่ที่เรียนยูโด ก็แค่เพื่อไว้ป้องกันตัวเองจากพวกที่เคยแกล้งฉันตอนเป็นเด็กนั้นแหละ' ตอนนี้กีโมงแล้วนาฬิกาของฉันขู่มันก็พังขึ้นมาเฉยเลยช่วยดูของเธอทีสิ พระเอกพูด ' นางเอกได้ก้มลงมามองที่ข้อมือตัวเองละก็บอกว่าบ่ายสองโมงแล้วละ ทันใดนั้นเอกพระเอก ก็ตกใจแล้วตะโกนถามกลับมาว่าอะไรนะ บ่ายสองหรอ นี่เพื่อนพระเอก นายลองดูที่นาฬิกาของนายบ้างสิ ว่านี่มันกี่โมงแล้ว ของฉันก็บ่ายสองโมงเท่ากันกับนางเอกนะเพื่อน ดวกนายทั้งคู่ลองมองที่เข็มวินาทีสิ ว่ามันยังขยับอยู่มั้ย ' จริงด้วยทำไมอยู่ๆนาฬิกาถึงไม่เดินละนางเอกพูด ' นี่มันจะตลกเกินไปแล้ว พระเอกพูดพลางหันไปหาคุณครูกับพรรคพวกคนอื่นๆ นี่ทุกคนลองดูที่นาฬิกาหน่อยสิว่ามันยังใช้งานได้อยู่มั้ย ทุกคนดูแล้วก็ให้คำตอบเหมือนกัน ว่ามันพังกันขึ้นมาหมดเลย ' พระเอกทำหน้าเครียด นี่มันบ้าไปใหญ่แล้วจะจริงๆ ' ตอนที่ฉันตื่น ฉันดูเวลาล่าสุดคือ บ่ายสองโมง ' แต่นี่มันน่าจะผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้ว หลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมา มันควรจะเป็นบ่ายสามโมง แสดงว่านาฬิกาของทุกคนหยุดไปในตอนที่เราผ่านอุโมงค์นั้นมาแล้วแน่ๆ ' นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พระเอกพูดพร้อมกับชวนเพื่อนรักและนางเอกลงไปสำรวจให้มากขึ้น' ครูเองก็ไม่รู้เหมือนกันสิพระเอก ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เราควรรออยู่บนรถไฟนี่ และห้ามออกไปไหนทั้งนั้นนะ ครูกลัวพวกเธอจะหลงทาง ครูสาวผมบรอนทองแสนสวยครูปนะจำชั้นของนักเรียนห้องAได้พูดขึ้นพร้อมกับท่าทางดูกังวล ไม่เป็นอะไรหรอกครับครู พวกผมจะลองสำรวจใกล้ๆแค่นี้เองครับ สัญญาจะไม่ไปไหนไกลแน่นอนครับ ' งั้นรีบๆกลับกันมานะ อีกสามชั่วโมงมันก็จะมืดแล้ว รับทราบครับคุณครูสุดสวยพระเอกตอบ คุณครูหน้าแดง แล้วก็หันไปหยิบหนังสือเตรียมสอบปริญญาโทขึ้นมาอ่าน เห้ย พวกนายสามคนจะไปไหนกันหน่ะ หนุ่มหน้าตาดีรูปร่างกำยำไว้ผมทรงสกินเฮด เดินเข้ามาหาพระเอก เค้าคือ เด็กเกเร เพื่อนรักสมัยเรียนม.ต้นที่จบมาจาก รร ม.ต้น ที่เดียวกันกับพระเอก พระเอกหันไปพร้อมถ้ายืนล้วงกระเป๋นหยิบบุหรี่มาบุโร้ พร้อมไฟแชกซิปโป้ขึ้นมาจุดสูบ มันมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นฉันกะว่าจะเดินสำรวจแถวๆนี้ดูสักหน่อยน่ะ ' เครื่องนาฬิกาใช่มั้ย ' ใช่ นายเองก็สังเกตุแล้วหรอ 'ถึงฉันจะไม่เก่งเรียนแล้วก็กีฬาเหมือนกับนาย แต่ฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะสังเกตุไม่ได้หรอกนะ ' ก็ดีนี่ที่หัดหัวไวขึ้นมานิสหน่อยแล้ว พระเอกกล่าวพร้อมกับพ้นขวันบุหรี่แล้วหัวเราะแบบส่ะใจ ' หน่อยแกไอ้พระเอก มาลองกินหมัดชั้นหน่อยสิวะ เด็กเกเรพูดพร้อมกับเดินเข้ามาจะต่อยพระเอก นางเอกได้ห้ามไว้แล้วบอกว่า เคยเป็นเพื่อนกันแท้ๆ จะมาทะเลาะมาแขวะกันทำไม มันใช้เวลาที่ต้องมาตีกันเองหรือไง พวกบ้า พระเอกหันกลับมาสูบบุหรี่ต่อพร้อมกับเดินออกไปข้างหน้า โดยไม่สนใจเพื่อนรักเก่าที่กำลังโดนนางเอกห้าม ' หน่อยถ้ายัยบ้านี่ไม่มาขวางฉันจะขยำขาแก ไม่ให้เตะเทคควันโดได้อีกตลอดชีวิตเลย หลังจากเหตุการณ์สงบลง พระเอกก็ได้เดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็เจอกับ บูทขายของชำ ร้านขายของที่ละลึก และบูทสำหรับขายตั๋วรถไฟ ที่มีสภาพเก่าและโทรมเหมือนกับจะพังอยู่มะลอมมะล่อ ทั้งใดนั้น เค้าก็มองไปที่มองกระดานแผนที่ เพื่อดูว่าทีนี่มันคือที่ไหน แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะแผนที่ มีร่องรอยของการฉีกออกไป เหลือเพียงแค่ขอบที่ดูไปก็ไม่เห็นอะไรเลย นอกจากจุดบอกทิศ ที่อยู่ตรงมุมขวามือที่ยังมีมุดปักไว้อยู่ นี่ตาบ้านายเจออะไรบ้างหรือยัง นางเอกเดินมาพร้อมกับเพื่อนๆ อีกสองคน ไม่ พระเอกตอบมาเงียบๆ ดูเหมือนแผนที่จะโดนฉีกออกไป ' ใครมันดันมาฉีกของสำคัญแบบนี้กันวะ แม่งเอ๋ย เด็กเกเรพูดพร้อมกับต่อยไปที่ป้ายแผนที่ เห็น ทุกคน ตรงนั้นที่มีเก้าอี้และตู้เก่าๆปิดขวางอยู่น่ะ มันใช่ประตูหรือป่าว เพื่อนซี้พระเอกกล่าว' เราไปดูกัน พระเอกยืนมองประตูบานใหญ่พร้อมกับมีกิ่งไม้และเถาวัลย์ไต่พาดอยู่เต็มไปหมด ช่วยกันเอาของเกะกะออกกันหน่อย พระเอกพูดพร้อมกับ ปืนขึ้นไปเอาเถาวัลย์และกิ่งไม้ออก นี่พวกนายกำลังทำอะไรกัน หญิงสาวและเพื่อนๆอีก5คนได้เดินมาหาพวกพระเอก คุณครูให้พวกฉันมาตามพวกนายกลับน่ะ เห็นว่าหายไปกันนานแล้ว นี่เพื่อนผู้หญิง ช่วยพวกฉันเอาของพวกนี้ออกหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่ามันจะโผล่ไปที่ไหน เพื่อนกลุ่มใหม่ทั้ง5คนหันมองหน้ากันแล้วก็บอก เอาสิ ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน พอเคลียสิ่งที่ขวางทางประตูออกหมด พระเอกก็ได้เปิดประตูบานใหญ่ออกไป ทั้งใดนั้นเอง ก็ได้ มีตัวอะไรสักอย่างกระโดดกระโจนสวนเข้ามาพุ่งไปที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง พร้อมกับพร้อมกับใช้กรงเล็บอันมหึมาตวัดเข้าไปที่คอของหญิงสาวคนนั้นจนขาด กรี๊ดดดดดด. เสียงกรีดร้องของนางเอกและเพื่อนๆได้ดังขึ้น เลือดของเพื่อนได้กระเซนมาเประเปื้อนใบหน้าของเธอ และคนอื่นๆ หลบเร็ว เสียงพระเอกดังขึ้นพร้อมกับกระโดดเข้าไปพลักนางเอกลง พร้อมกับเอียงตัวรับแรงกระแทกไว้ ปังงงง พวกเค้าได้กระเด็นไปชนกับตู้ใบเก่าที่เคยขวางประตูนั่นเอง ยัยบ้า!! มีสติหน่อยสิ ลืมตาขึ้นแล้วมองหน้าฉัน นางเอกลืมตาขึ้นมาจ้องตาพระเอกแล้วพยักหน้าอย่างช้าๆพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลออกมา ตู้มมมม เสียงเก้าอี้กระแทกเข้าไปที่หลังของสัตว์ตัวนั้นที่กำลังแทะเล็มศพของเพื่อนพวกเค้าอยู่ เห้ยไอ้สัตว์นรก ไปตายส่ะ เด็กเกเรตะโกนพร้อมกับพุ่งไปหยิบเก้าอี้อีกตัวนึงกำลังจะเข้าไปฟาดใส่สัตว์ตัวใหญ่สีน้ำตาลตัวนี้อีกครั้ง ฟุ้บบบบบ แกว๊กกกเสียงลมที่โดนกรงเล็บแหวกอากาศ และเสียงเสื้อที่ฉีกขาดออกเผยให้เห็นรอยแผลที่ฉีกขาดเป็นรอยกรงเล็บ พร้อมเลือดที่ค่อยๆซึมออกมา โอ๋ยยยย ไอ้นรกเอ๋ยยยย มันเจ็บนะโว้ยยย เด็กเกเร ได้เห็นหน้าเจ้าสัตว์ตัวนี้จากแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้าไป หมี มันคือหมีตัวใหญ่ยักษ์ ความยาวยืนสองขาสูงขนาดราวๆ 7 ฟุต มันได้ค่อยๆก้าวเดินสองขาเข้ามาพร้อมกับคำรามใส่เด็กเกเร ในใจของเค้าคิดแล้วว่า ชีวิตนี้คงจะไม่มีทางรอดแล้วแน่ๆ ทันใดนั้นเอง เจ้าเพื่อนซี้พระเอก ที่กำลังแอบอยู่หลังเศษซากเถาวัลย์ ก็ได้หยิบขาเก้าอี้ขึ้นมาแล้วเข้าไปฟาดใส่เจ้าหมีสุดโหดทันที มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย ยิ่งมีแต่ทำให้เจ้าหมีตัวใหญ่ยักษ์นี้โมโหมากขึ้นกว่าเดิม มันใช้แขนที่มีกำลังมหาศาลของมันกระแทกเข้าไปที่เพื่อนซี้จนกระเด็นตกไปที่รางรถไฟ ทุกคนได้ยินเสียงกรี๊ดเสียงเอะอะขึ้น ก็ได้เห็นว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่มันกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพื่อนซี้ พระเอกได้สั่งให้นางเอกไปช่วยพยุงเด็กเกเร แล้วพาวิ่งไปแอบในบูทขายตั๋วส่ะ พร้อมกับตัวเค้าเองได้วิ่งไปที่รถไฟแล้วตะโกนล่อเจ้าหมีตัวนั่นให้ออกห่างจากเพื่อนซี้ของเค้า ระหว่างที่หมีตัวนั้นเปลี่ยนความสนใจและพุ้งเป้าหมายมาหาพระเอก คุณครู ช่วยโยนดาบคาตานะมาให้ผมหน่อยครับ ขณะนั้นเองคุณครูที่กำลังตะลึงกับเหตุการณ์ ก็ได้เอือมไปหยิบดาบคาตานะจากใต้เก้าอี้ที่นั่งพระเอก รับนะพระเอก ฟุ้บบบบบบ ระหว่างที่ดาบกำลังจะตกถึงพื้น พระเอกก็ได้กระโดดไปรับดาบ พร้อมกับเจ้าหมีตัวนั้นที่กระโจนหวังจะจับเหยื่อให้ได้ในการกระโดดแค่ครั้งเดียว ฉึกกกกกกกกก กกก ตอนนี้ ดาบคาตานะเล็มยาวได้เสียบทะลุอกของเจ้าหมียักษ์จนมิดด้าม มันได้แน่นิ่งอยู่ในท่ายืนสี่ขา เพราะมีดาบค้ำอยู่นั้นเอง เสียงทุกคนเอะอะขึ้นเรียกชื่อพระเอกกันระงม นี่เป็นอะไรหรือป่าว เธอยังปลอดภัยอยู่ไหม ครับ ยังไม่ตาย พระเอกตะโกนตอบทุกคน เพื่อนซี้ค่อยๆปีนขึ้นมาจากราง พร้อมกับรีบวิ่งไปหาพระเอก ทุกคนได้ลงมามุงดูที่พระเอกแหละเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ หมีหรอนี่ ทำไมตัวมันถึงใหญ่ยักษ์มากขนาดนี้กันหละ ไม่รู้สิครับ มันคงจะกินคนมาเยอะละมั้ง พระเอกพูดพร้อมกับยิ้มแบบกวนๆ นางเอกกล่าวแล้วเราจะทำยังไงกับเพื่อนเราที่โดนเจ้าหมีนี่ฆ่าคะคุณครูนางเอกและเพื่อนๆผู้หญิงคนอื่น พูดพร้อมกับร้องไห้ เพื่อนซี้พระเอกได้นำผ้าเก่าๆผืนนึงที่เจอแถวๆนี้นำมาคลุมศพไว้ เราไปปิดประตูบานนั้นกันก่อนเถอะครับ มันแาจจะมีตัวอะไรโผล่มาอีกหรือป่าวก็ไม่รู้ ขณะที่กำลังไปปิดประตู เบื้องหน้านั้นในความมืด พวกเค้าทุกคนต้องถึงกับสะดุ้งและขนลุกซู่ เพราะมีอะไรสักอย่าง ดังซ๊อกแซ็กอยู่ในดงหญ้าที่สูงท่วมหัวข้างนอกนั่น ปังง ประตูปิดลง ดราไปอยู่บนรถไฟกันก่อนเถอะครับ แล้วรีบแจ้งทุกโบกี้ให้รีบปิดประตูและหน้าต่างให้หมด ' เกิดอะไรขึ้น ครับ พนักงานรถไฟได้วิ่งมาพร้อมกับไฟฉาย หลังจากได้ทราบถึงเหตุการทั้งหมด ก็ได้ทำการแจ้งผู้โดยสารทุกคนและรีบปิดประตูทุกโบกี้ลง ดสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น ทุกคนกำลังตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตู้มมมมมมหลังจากเสียงแรกผ่านไป ไม่ถึง1นาที ตู้มมมม ตู้มมมม รถไฟสะเทือนไปทั้งขบวน เอียงและตกจากราง ทุกคนกลิ้งตีลังกาล้มทับกัน บางคนถึงกับเสียชีวิตลง เพราะขาดอากาศหายใจจากการเหยียบกันไปมา ตู้มม ตู้มมมม ปัง ปัง รถไฟยังคงโยกไปมาเพราะแรงกระแทก พระเอกได้เปิดประตูออก สัตว์อะไรสักอย่างมีสี่ขา ตัวสีดำใหญ่ มีเขาแหลมอยู่ที่ส่วนหัว มันค่อยๆก้าวถอย แล้วเอาขาเขี่ยพื้นดินทำท่าทางเหมือนกับจะเล็งเป้าหมาย ปังงงง มันพุ่งชนโบกี้รถไฟแล้วทำแบบนี้ซ้ำๆ พระเอกมองออกไปอีกถึงกับตกใจ มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว มันมีกันทั้งหมด3ตัว เพื่อนซี้ที่ยืนหน้าออกมาดูด้วยกล่าว แย่ละสิ ประตูโบกี้นู่นกำลังจะพัง ถ้ามันพังลงทุกคนต้องพากันกรูมาทางนี้แน่ๆ พระเอกกล่าว ' พวกเราต้องรีบออกไปก่อนที่จะมีการเหยียบกันตาย แล้วเราจะไปซ่อนที่ไหนกันทคุณครูถาม ' คงต้องวิ่งออกไปทางประตูที่พวกสัตว์พวกนี้วิ่งเข้ามาครับ พระเอกตอบนิิ่งๆ แล้วถ้ามันมีสัตว์อย่างอื่นอีกละ ไม่มีทางเลือกครับ มันไม่มีที่ให้เราซ่อนแล้ว เพราะจำนวนคนเยอะมากเกินไป บูทขายตั๋วนั้นซ่อนได้เต็มที่ก็เพียงแค่ไม่เกิน 20คน แต่ทั้งขบวนรถไฟนี้ มีคนราวเกือบ สองร้อยคนเลยนะครับ ถึงเราจะไปซ่อนแค่ห้องของเรา ไม่สนใจคนอื่น แต่ยังไงก็ซ่อนกันไม่พอครับ เอาหล่ะ ถ้างั้นเอาตามที่เธอพูด ผมจะค่อยๆวิ่งไปดูทางประตูก่อน ว่าปลอดภัยมั้ยหลังจากนั้นทุกๆคนค่อยตามมานะครับ โอเคครูทราบแล้วจ้ะ นี่พวกเธอที่อยู่ด้านหลังช่วยบอกคนอื่นๆต่อไปเรื่อยๆนะให้คนที่อยู่โบกี้อื่นรับรู้ด้วยว่าทีนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว ' นี่พระเอก ระวังตัวด้วยนะ นางเอกกล่าวพร้อมกับจับมือพระเอก มือของเธอสั่นไปด้วยความกลัว ไม่เป็นไรหรอกนะ ฉันไม่มีทางให้ตัวอะไรมันทำร้ายเธอได้แน่นอน พระเอกกล่าวพร้อมกับเอามือเช็ดไปที่ใบหน้านางเอกน้ำตาของเธอยิ่งไหลออกมาเรื่อยๆ ชั้นจะรีบกลับมารับหลังจากที่ทางนั้นปลอดภัย รอฉันแปบนึงนะ โอเค นางเอกกล่าวพร้อมกับมีความรู้สึกวูบวาบไปที่หัวใจ ???? พระเอกไม่เคยสุภาพและอ่อนโยนแบบนี้มาก่อน เพราะเค้าเป็นคนนิ่งๆห้าวๆแทบดูจะเย็นชากับทุกสิ่งทุกอย่างส่ะด้วยซ้ำ แต่พอเกิดเรื่องขึ้นเค้ากลับอ่อนโยน มีความเป็นผู้นำ และพึ่งพาได้ยิ่งกว่าคนอื่นๆส่ะอีก เราไปกันเถอะ โอเค เพื่อนพระเอกพยักหน้าและออกวิ่งตามพระเอกไป ... ทางนี้ปลอดภัยนายคอยดูอยู่ตรงนี้นะฉันจะไปบอกให้ทุกคนตามมา พระเอกรีบวิ่งกลับมาหานางเอกจูงมือ และบอกทุกคนให้ตามมา ตู้มมมม ประตูของโบกี้นึงที่อยู่ช่วงกลางขบวน มันพังแล้ว ทุกคนรีบวิ่งเร็ว คุณครูรีบตะโกน เจ้าฝูงกระทิงบ้านั้น แข่งแย่งกันเบียดวิ่งเข้าไปไล่ขวิดและกัดพวกผู้คนที่อยู่ในโบ้กี้ เลือดได้สาดกระจายไปทั่ว เสียงเอะอะโวยวายผสมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงนั้นดังระงมขึ้น อย่างไม่มีทีท่าว่าหยุดหย่อนลง ทุกคนวิ่งกันไปเรื่อยๆ อย่าหยุดครับ ตามกันไปเรื่อยๆอย่าหลงกันเด็ดขาด คนขับรถไฟพูด พร้อมกับหยิบปืนลูกซอง พร้อมกระสุน ขึ้นมา และวิ่งตามทุกคนออกมา พวกกระทิงร้ายนั่น หยุดวิ่งตามมา เพราะมัวแต่กัดแทะกินศพ บางตัวก็เอาแต่ไล่ขวิดศพที่ยังไม่สิ้นลมหายใจ สัตว์พวกนี่มันเป็นอะไรกัน ทำไมถึงจู่โจมมนุษย์แบบนี้ คนขับรถไฟคิดในใจพร้อมกับช่วยพยุงผู้หญิงแก่ ที่วิ่งรั้งท้าย .... จบตอนที่1
หลังจากนี้จะมีเจอ งูยักษ์โบอา ฝูงจระเข้ และสันดานดิบของมนุษย์ และอาจจะมีเขียนบทเรท18+
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ