คู่หมั้นกำมะลอ
ตอนที่ 1
“ว่าไงนะ ลีน่า จะขออ้างชื่อ ชาล์ล เป็นคู่หมั่น จริงเหรอ” แอนนา ตกใจเมื่อเพื่อนสาว มาขอความช่วยเหลือจากเธอ
“จริงสิ แอนนา บริษัทฉันน่ะ ถ้ายังไม่แต่งงาน ก็ไม่ได้เลื่อนต่ำแหน่ง ฉันพลาดโอกาสไปหลายหนแล้วนะ”
“ก็เธอรักชีวิตโสดนี่นา” “ว่าแต่ทำไมต้องอ้างชื่อแฟนเก่าฉันด้วยล่ะ แล้วทำไมแฟนเก่าตั้งหลายคน แต่เธอเลือก ชาล์ล”
แอนนาสงสัย เพราะเธอก็มีแฟนแล้วตั้งหลายคน แต่ลีน่าก็เลือก ชาล์ล
“ก็ตอนนี้ เขาว่าความอยู่ที่อิตาลี ไม่ใช่เหรอ” ลีน่าให้เหตุผลกับแอนนาอย่างตรงไปตรงมา
“และในช่วง 2-3 เดือนนี้ก็อ้างได้หายห่วง ทางบริษัทจะได้ไม่ต้องสงสัยด้วย” ลีน่าบอกเหตุผลที่เลือก ชาล์ล ต่อ
“.......” แอนนานิ่งเงียบและครุ่นคิดว่าจะหาทางบอกกับ ชาล์ล อย่างไร โดยที่ชาล์ล จะให้ความร่วมมือ ในการแสดงละครเป็นคู่หมั้นปลอมปลอมของ ลีน่า ในครั้งนี้
“ขอร้องนะจ๊ะ แอนนา ช่วยฉันหน่อยนะ”
“อืม.....เดี๋ยวฉันจะลองโทรคุยกับ ชาล์ล เขาดู” (เมื่อคู่หมั้นจำเป็นรู้เข้าจะเป็นยังไงนะ เห้อไม่อยากจะคิดเลย) แอนนาแอบบ่นในใจ กับสิ่งที่เพื่อนสาวคนสนิทมาขอร้อง
“อีกอย่าง....ฉันขอยืมรูป ชาล์ล หน่อยนะ จะได้เหมือนจริง”
“เหมือนจริง ตั้งแต่อยู่มหาลัย ก็ไม่เคยมีแฟนแล้วจะเหมือนจริงได้ยังไง ลีน่า แผนของเธอจะเวิกค์มั้ย ฉันล่ะกังวลใจจริงๆ”
“เถอะนะ เธอแค่คุยกับชาล์ลให้ฉันหน่อย ที่เหลือฉันจะจัดการเอง” ลีน่าอ้อนแอนนา
“ฉันว่าต้องแย่แน่ๆ ถ้าเธอสองคนต้องเผชิญหน้ากัน แค่คิดก็ปวดหัวแล้วฉัน” แอนนาบ่น แต่ก็รับปากเพื่อนสาวว่าจะเป็นธุระเรื่องชาล์ลให้ แอนนาหยิบอัลบั้มรูปให้ลีน่าเลือกรูปชาล์ล ในอัลบั้ม ก็มีไม่กี่รูป ลีน่าเลยหยิบรูปที่ ชาล์ล ถ่ายคนเดียว มาหนึ่งรูป
ใบหน้าที่ยาวมนไข่ คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งสันคม นัยน์ตาสีฟ้า ผมสีน้ำตาลฮัลเซล
“ขอบคุณมากนะแอนนา เดี๋ยวฉันขอตัวกลับเลยล่ะกัน เดี๋ยวจะไปแวะซื้อกรอบรูปไว้ใส่รูป ชาล์ล แล้วตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานที่บริษัทด้วย”
“นโยบายบริษัทเธอก็นะ แต่เจ้านายเธอก็นะจริงๆเลย” แอนนารู้ว่าเพื่อนสาวรักงานนี้มาก แต่นโยบายบริษัทก็เกินไปจริงๆ สำหรับสาวโสด
“ขับรถดีๆนะลีน่า” แอนนาตะโกนบอก
“จ้า ไปนะ”
ณ. บริษัท แคร์ ทอยส์ จำกัด
วันนี้ลีน่ามาทำงานปกติ เธอหยิบกรอบรูปถ่ายของชาล์ลจากกระเป๋าของเธอ มาตั้งวางไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอก็เห็นว่าเพื่อนเพื่อนร่วมงานของเธอมายืนมุงห้อมล้อมโต๊ะเธอ
“หือ........หล่อจัง” แพทเพื่อนพนักงานของลีน่าคนหนึ่งเอ่ยชม
“แหม...ถ้ามีแฟนหล่อแบบนี้ ชีวิตคงสุขน่าดู” นัตตี้เพื่อนพนักงานของลีน่าอีกคนกล่าว
“แต่ถ้าเป็นนะ จะซื้อเตียงใหญ่ใหญ่ไว้รอรับเลยจ๊ะ 555” โรนาเอ่ย
“รอยยิ้มช่างบาดใจเสียจริงๆเลย” แพทเสริม
“อยากยืมควงสักสามอาทิตย์” โรนาเสริมขึ้นด้วย
“ต๊าย....ลีน่า ใช้วิธีไหนจ๊ะ ถึงมีคู่หมั้นหล่อแบบนี้ได้ ใช้วิธีไหนเหรอ” นัตตี้ถามด้วยความสงสัยปนอยากรู้
“เอ่อ....ใช้วิธีไหนเหรอ” (ก็วิธีโกหกน่ะสิ เราหลอกผู้จัดการว่าอีกไม่นานจะแต่งงาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นที่สนใจจากคนในบริษัทมากขนาดนี้)
ฟั่บ ลีน่าหยิบรูปถ่ายชาล์ลขึ้นมามองดู แล้วก็คว่ำฉากรูปไป (“เห้อถ้าเป็นไปได้ อยากจะเลิกโกหก ไม่อยากให้ผู้จัดการเห็นรูปของชาล์ลเลย”)
“ไม่ต้องเขินหรอกน่า ใกล้จะแต่งงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอลีน่า” ผู้จัดการเอ่ยถามลีน่า ทำให้เธอต้องสะดุ้ง เพราะกำลังรู้สึกผิดในใจเรื่องที่โกหกผู้จัดการเรื่องของคู่หมั้นของเธอ
“ผู้จัดการ....มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ลีน่าตกใจน่าซีดอย่างเห็นได้ชัด
“เธอจะตกใจอะไรลีน่า อีกอย่างมันก็ทำให้ฉันวางใจนะลีน่า เห็นเธอทำงานมาหกปีไม่เคยออกเดทเลยสักครั้งหนึ่ง ฉันแอบคิดว่าเธอจะไม่ยอมแต่งงานซะแล้ว” ผู้จัดการบอกกับลีน่า
“ฉันก็ไม่คาดคิดเหมือนกันค่ะผู้จัดการ” (“ก็แน่ล่ะสิ...ฉันไม่เคยคิดที่จะแต่งงานด้วยซ้ำ”) ลีน่าบ่นในใจ
“อีกอย่างนะลีน่า เธอเป็นบุคลากรที่สำคัญของบริษัทเรา ถ้ามีครอบครัว มีลูกลูก ก็ต้องอุดหนุนของเล่นของบริษัทเราด้วยนะ เธอก็คงอยากจะมีลูกใช่มั้ยลีน่า” ผู้จัดการถามลีน่าเชิงเล่นเชิงจริงจัง
“ฉันชอบเด็กเด็กค่ะผู้จัดการ” ลีน่ายิ้มตอบ
“ดีแล้วล่ะ” ผู้จัดการก็เดินจากไป
ลีน่าชอบเด็กก็จริง เพียงแต่เธอไม่คิดจะแต่งงานมีครอบครัวชั่วนิรันดร์ เพราะแม่ของเธอต้องเสียใจกับความเหลวไหลของพ่อจนแม่ของเธอไม่สนใจลูกลูก ติดเหล้างอมแงม ลีน่าต้องเรียนไปทำงานพาร์ทไทม์ไปและยังต้องมาดูแลน้องๆทั้งสองคนไปด้วย พอน้องสาวแต่งงาน ก็ทำท่าจะหย่าซะอีก ตอนนี้น้องสาวของเธอก็ทุกข์ใจไม่แพ้กัน แต่ยังโชคดีที่พวกเขาไม่มีลูกลูกให้เป็นพันธะภาระ ถ้าพวกเขาหย่ากันก็ไม่ต้องลำบากใจเรื่องลูก และลูกก็ไม่ต้องทุกข์ใจเรื่องพ่อแม่หย่าร้างกัน ทำให้ลีน่าต้องคิดหนักเรื่องชีวิตคู่เป็นอย่างมาก เพราะบทเรียนก็มีให้เธอเห็นอยู่
ตอนที่ 2.
“เห้อทำไมผู้หญิงต้องเจอแต่ผู้ชายแบบพ่อนะ เราจะไม่ยอมซ้ำรอยแม่และน้องเด็ดขาด” (“เห้อ....แต่เราก็อยากได้เลื่อนต่ำแหน่ง ผู้จัดการบ้านี่ก็ไม่ยอมให้สาวโสดได้ดิบได้ดีเลยแฮะ”) ลีน่าพึมพำเมื่อเห็นผู้จัดการเดินออกไป
ช่วงเย็นเมื่อลีน่ากำลังเก็บของจะกลับบ้าน เธอเลื่อนเก้าอี้เพื่อจะยกตัวขึ้น ทำให้เก้าอี้เลื่อนไปชนโดนกับใครคนหนึ่งเข้า
ตุ๊บ!!!!
“อุ๊ย...ฉันขอโทษค่ะ” ลีน่าพูดขอโทษไปโดยไม่ทันมองว่าเป็นใคร
“ทำไม...เย็นชากับคู่หมั้นนักล่ะ ลีน่า”
“เห้ย....ชาล์ล” ลีน่าเรียกชื่อชาล์ลด้วยความตกใจ
“ตกใจมากเลยเหรอ ที่รัก” ชาล์ล หยอกล้อลีน่า
(“เขามาได้อย่างไร รู้แล้วเหรอว่าเรานั้นแอบอ้างชื่อเขา”) ลีน่าได้แต่ครุ่นคิดในใจ
“รึว่าเรียกไม่ถูกใจ ไม่ชอบที่รักใช่มั้ย โอเค.....งั้นชอบแบบไหนบอกนะ ฮันนี่ มั้ย”
“ไม่” ลีน่าตอบไป
“อืม...ไม่ชอบหรอ หรือให้เรียกเบบี้”
“.....”
“สวีทฮาร์ท ชอบใช่มั้ย” ชาล์ลไม่รอฟังคำตอบ เขาจูบลงบนริมฝีปากของลีน่า
“เดี๋ยว....หยุดก่อน ชาล์ล คุณมาได้ยังไง” ลีน่าโพร่งถามออกไป
“แหม...ได้เห็นตัวจริงจนได้นะครับ”
(“ตายแล้ว....ผู้จัดการมาแล้ว”)
“มิสเตอร์มาร์โค่ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชาล์ล รัลเดล เป็นคู่หมั้นของลีน่าครับ” ชาล์ลจับมือทักทายกับมาร์โค่ ผู้จัดการของลีน่า
“ขอบคุณที่เป็นห่วงลีน่ามาตลอดนะครับ” ชาล์ลกล่าวต่อผู้จัดการ
“พูดเก่งแบบนี้ไม่น่าล่ะ ลีน่าถึงได้ใจอ่อน แล้วไหนว่าต้องอยู่อิตาลีอีก 2-3เดือนไงล่ะ” ผู้จัดการถามด้วยความสงสัย เพราะลีน่าเคยบอกเขาว่าคู่หมั้นต้องว่าความให้ลูกความที่อิตาลีประมาณ2-3 เดือนกว่าจะได้กลับ
“เฮ้อ.....” ชาล์ลยกมือกุมหน้าผากอย่างหนักใจ “2-3เดือนหรือครับ คือผมทนไม่ไหวครับ ไม่อยากห่างคู่หมั้นนานนาน” ชาล์ลพูดพร้อมกับดึงลีน่ามากอด พร้อมก้มลงจูบที่ศรีษะเบาเบา
“แหม...น่าอิจฉาจริงจริงเลย ลีน่าคุณโชคดีที่ได้เจอกับผู้ชายที่อบอุ่นอย่างนี้” ผู้จัดการพูดออกมาอย่างจริงใจ
“แวะมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆสิคุณชาล์ล คุณก็เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งของเราแล้วนะ” ผู้จัดการมาร์โค่ เอ่ยปากชวนชาล์ล
“ผมก็อยากมีเวลาอยู่กับลีน่านานนานครับ แต่ก็ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้แบบนี้ครับ”
“ตามสบายเลยนะ คุณชาล์ล ผมขอตัวก่อน” พูดจบผู้จัดการก็ตบบ่าชาล์ล พร้อมกับเดินออกไป
“แหม...ทำท่าขี้เบ่งน่าดูเลยแฮะ มิน่าล่ะแอนนาถึงโทรบอกให้ผมรู้ตัว และได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อน” ชาล์ลบอกกับลีน่า
(ก่อนหน้านั้น หนึ่งสัปดาห์)
กริ้ง กริ้ง กริ้ง กริ้ง เสียงโทรศัพท์ของชาล์ลดังขึ้น
“ฮัลโหล ชาล์ลพูดสายครับ”
“ชาล์ล ฉันเอง แอนนาไง”
“ว่าไง แอนนา”
“คือว่า ลีน่า อยากจะขอให้นายช่วยเล่นละครเป็นคู่หมั้นเธอก่อนนะ เธอจะติดอะไรมั้ย”
“เรื่องเป็นยังไงเหรอ แอนนา”
“บริษัทที่ลีน่าทำงาน มีนโยบายจะเลื่อนตำแหน่งให้ลีน่า เป็นผู้จัดการทางเขตภาคเหนือน่ะ แต่เงื่อนไงคือเขาให้โอกาสแก่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น ผู้จัดการของลีน่าใช้เงื่อนไขบีบบัง ลีน่าเธอรักงานนี้มาก ทำมาก็นานแล้ว หก เจ็ดปีเห็นจะได้นะ นายช่วยลีน่าหน่อยได้มั้ย อีกอย่างนายก็ยังโสดไม่ใช่เหรอ หรือว่านายติดอะไร” แอนนาถามเพราะถ้าชาล์ลมีแฟนแล้ว ก็คงต้องให้ลีน่าหาคู่หมั้นตัวปลอมใหม่
“ฉันไม่ติดอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่าฉันจะช่วยลีน่าเอง แต่เธอยังไม่ต้องบอกอะไรลีน่าทั้งนั้น เดี๋ยวที่เหลือฉันจะจัดการเอง”
ชาล์ลบอกกับแอนนา
(ย้อนกลับมาที่ลีน่า และชาล์ล)
“คุณไม่โกรธหรือคะ ชาล์ล” ลีน่าถามเพราะอยากรู้ที่ชาล์ลมาช่วยเธอเล่นละครตบตากับผู้จัดการของเธอ
“เรื่องการหมั้นน่ะเหรอ....ถ้าเป็นคุณคงโกรธสินะ แต่ว่าผมคือ ชาล์ล รัลเดล นะ. คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยซีเรียส” ชาล์ลพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ใช่....แล้วก็ไม่เคยอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งด้วย มั่วไปทั่ว” ลีน่าพูดประชดประชัน
“คุณน่ะ....จริงจังเหมือนเดิมตามเคย ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยแล้ว” ชาล์ลแย้งกลับ
“ใช่...และไม่เซ็กซี่ ขี้อ้อน เหมือนสาวอิตาเลี่ยนล่ะสิ” ลีน่าฉุนออกมา
“ลีน่า......ผมอยากช่วยคุณนะ ผมดีใจมากที่คุณอ้างชื่อผมเป็นคู่หมั้น แทนที่จะเลือกคนอื่น”
“คุณช่วยเล่นละครเพื่ออะไร ฉันไม่เข้าใจจริงจริง” (“ฉันจำได้ว่าชาล์ลก็ชอบใช้ชีวิตโสดเหมือนกันกับฉัน ไม่เข้าใจเลยจริงจริง”)
“ผมอยากเห็นความเป็นธรรมน่ะ” พูดจบชาล์ลก็เชยคางของลีน่า (“เราก็ไม่ได้หวังอะไรมากกว่านี้ เพราะลีน่าก็ไม่ใช่สเป็คที่เราชอบ......แต่ทำไมแค่สัมผัสเพียงเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกแปลกแปลกน่ะ ใจเต้นรัวเหมือนจะระเบิดออกมาอย่างไรอย่างนั้นแหละ ทำไมเราอยากจะทำมากกว่านี้น่ะ อยากสัมผัสเรือนร่างของเธอ เฮ้อ...ทำไมถึงมีความคิดเช่นนี้ได้นะ ไม่เข้าใจเลยจริงจริง”) ชาล์ลบ่นในใจ เพราะตอนนี้เขามีความรู้สึกแปลกแปลกบางอย่างจริงจริง
(“เพราะตอนแอนนาโทรบอกเรานั้น ไม่รู้ทำไมเราถึงรีบแจ้นมา ความจริงแล้วเราก็ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ช่วยสาวแก้ปัญหาส่วนตัวอะไรขนาดนั้นสักหน่อย. เฮ้อ...ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจหัวใจ”) ชาล์ลคิดอยู่ภายในใจ
ตอนที่ 3.
ชาล์ลเติบโตมายังครอบครัวที่พ่อมีปัญหากับชีวิตแต่งงาน เพราะตั้งแต่ที่แม่เขาตายจากไปด้วยโรคร้าย พ่อของเขาก็หมดศรัทธาในความรัก และเริ่มเปลี่ยนคู่เป็นว่าเล่น แต่งงาน 5-6 ครั้ง ชีวิตคู่ก็ล้มเหลวตลอดเพราะผู้หญิงที่เข้ามาก็หวังจะหลอกเอาเงินทั้งนั้น ชาล์ลเลยไม่อยากเป็นเหมือนกับพ่อของเขา ที่แต่งงานและมีชีวิตที่ขมขื่น และเขาคิดว่าคงไม่มีทางที่จะแต่งงานหรือรักใครอีกด้วย
“ความรักไม่เหมาะกับเรา เราเลยเข้าใจลีน่ามั้ง” ชาล์ลเอ่ยกับลีน่า เมื่อลีน่าพยายามจะค้นหาความจริงจากเขา
“แปลกคนจริงจริง เลยนายนี่นะ” ลีน่าตอบกลับ (“แต่ชาล์ลคงเป็นคนแบบนี้แหละ เขาชอบสาวสาวและดีกับทุกทุกคนเสมอ แต่ก็ไม่เคยคิดจะจริงจังหรือลงเอยกับใคร เป็นผู้ชายแบบที่เราไม่เคยคิดที่จะปรารถนา.....เมื่อมีชาล์ลเข้ามาพัวพันในชีวิตที่ไร้ประสบการณ์เรื่องหนุ่มหนุ่มของเรา เราจะทำอย่างไรดีนะ”) ลีน่าครุ่นคิดอยู่ในใจ
“ชาล์ล...คุณจะกลับเลยมั้ย” ลีน่าเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นชาล์ลเดินตามเธอมา
“เอ่อ...คุณไปกินข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ อย่างน้อยก็ถือเป็นค่าจ้างเลี้ยงตอบแทนผมล่ะกัน”
“อืม...ได้สิ แล้วคุณอยากกินอะไรล่ะ อาหารอิตาเลี่ยนมั้ย”
“ไม่ล่ะ ผมเบื่อแล้ว เดี๋ยวเราไปกินร้านที่อยู่ตรงข้ามกับบริษัทคุณก็ได้ ผมผ่านวันนี้เห็นร้านสวยดี”
“อ๋อ...ร้านอาหารญี่ปุ่น เขาเพิ่งมาเปิดใหม่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว”
ร้านอาหารญี่ปุ่น ตรงข้ามกับบริษัท แคร์ ทอยส์
พนักงานยื่นเมนูให้กับทั้งสอง
“คุณจะกินอะไรหรือลีน่า” ชาล์ลถามด้วยความสงสัย
“เมนูน่าทานทั้งนั้น ฉันขอเลือกราเมนล่ะกัน คุณล่ะ”
“น้องค่ะ ฉันเอา เมนชิ คัตสึ และก็ โกโมะคึ ราเมน เครื่องดื่มเป็น มิทสึยะ ไซเดอร์” ลีน่าหันไปบอกกับพนักงาน
“ของผมเอาเป็น เกี๊ยวซ่า และ คาโมะนิ ราเมน เครื่องดื่มเป็นชาเขียวเย็นครับ”
“รออาหารและเครื่องดื่มสักครู่นะคะ”
เมื่อทั้งสองทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะ ชาล์ลเอารถมาเอง เมื่อถึงบ้านเขาก็อาบน้ำจะเข้านอนเสียงข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
ลีน่า- ขอบคุณนะคะ สำหรับวันนี้ คุณช่วยฉันได้มากเลยทีเดียว
ชาล์ล -ด้วยความยินดีครับ ฝันดีที่รัก จุ๊บจุ๊บ
“เห้อ...จริงจริงเลยนะชาล์ล” ลีน่าบ่นออกมาแต่ก็รู้สึกอุ่นใจไม่น้อย
ส่วนชาล์ล เขาก็ยังคงคิดถึงริมฝีปากของลีน่าที่เขาได้สัมผัส มันทำให้เขาคิดว่า ถ้าได้มีลีน่าอยู่ข้างเขาที่บนเตียงในตอนนี้ เขาคงจับเธอถอดผ้า ชาล์ลได้แต่นึกจินตนาการ
ริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม ชมพูระเรื่อ ใบหน้าที่สะอาดสะอ้าน เขาจูบดื่มด่ำ เร้าร้อนจนริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม จูบไล่ลงไปที่คอ ส่วนมือก็ปลดตะขอชั้นในอย่างไว เผยให้เห็นสองเต้าใหญ่เต็มฝ่ามือของเขา ฝ่ามือหนาเคล้าคลึง ปากก็เม้มยอดปทุมจนเป็นไตแข็ง
อะ อา ชาล์ล เสียงครวญครางแผ่วเบาจากริมฝีปากของหญิงสาวภายใต้ร่างกำยำของเขา เมื่อคลอเคลียที่สองเต้าชูชันจนได้ที่ เขาก็ไล้ลงมายังบ่อน้อยน้อย เขาใช้ลิ้นลากวน ก่อนที่จะใช้ลิ้นแหย่ลงไปในบ่อเล็กเล็กของเธอ ร่างบางสั่นเทาไหวเอน เมื่อลิ้นอุ่นอุ่นลากวนกลับมายังสองเต้าของเธออีกครั้ง
ฉันไม่ไหวแล้ว...ชาล์ล เสียวเหลือเกิน เขาไม่รอช้ารีบปลดกางเกงของหญิงสาวออกอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงแต่กางเกงในตัวน้อยที่ปิดส่วนลับไว้เท่านั้นเอง เขาก้มลงสูดดมที่ส่วนลับ หือกลิ่นหอมยั่วยวนเหลือเกิน....ลีน่า จากนั้นเขาก็ใช้ลิ้นลากขึ้นลงตรงร่องไปยังปุ่มกระสัน อะ อา อา หญิงสาวครางเสียงสั่น เพราะเกิดมาเธอไม่เคยได้ลิ้มรสสัมผัสจากชายใดมาก่อน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวได้ที่แล้ว เขาจึงถอดกางเกงในตัวน้อยออก พร้อมกับใช้ลิ้นอุ่นอุ่น ลากขึ้นลง ลากวนอยู่อย่างนั้น และเร่งความถี่จนร่องที่ปิดตาย มีน้ำเอ่อล้นขึ้น ร่างบางถึงกับยกก้นเด้งสะโพกให้เขาได้ดูดอย่างง่ายดายขึ้น เขาดูดน้ำจนเกลี้ยงร่อง อืม....ลีน่าคุณพร้อมแล้วสินะ เขาพึงพอใจ เมื่อเห็นร่างบางกระตุกเกร็ง ซึ่งทำให้เขาได้รู้ว่า หญิงสาวตรงหน้าเสร็จไปแล้วหนึ่งรอบ ก่อนที่เขาจะขึ้นไปสัมผัสกับริมฝีปากอีกครั้ง สองมือก็เคล้าคลึงสองเต้าอย่างดุดันโดยไม่ได้ให้สองปทุมนั้นได้พักเลย เมื่อออกจากริมฝีปาก เขาก็ถอดบ็อกเซ่อร์ตัวเก่งของเขาออก ลำใหญ่ที่ยาวและแข็งโด่ไซส์ฝรั่งนั้น ทำให้หญิงสาวต้องตกตะลึง ถึงกับยกก้นถอยเลยทีเดียว เขาต้องจับขาของเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ขยับหรือถอยหนีได้เลย เมื่อเห็นอีกฝ่ายตรงหน้ามีท่าทีหวาดระแวง เขาก็ทรุดตัวลงที่เนินเนื้อแน่นอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้แผ่นลิ้นหนา เลียตรงปุ่มกระสันอีกครั้ง เมื่อเขาเร่งความถี่เร็วขึ้นที่ปุ่มกระสัน สักพักน้ำเมือกใสใสก็เจิ่งนองอีกครั้ง จนร่างบางกระตุกเกร็ง ครั้งนี้เมื่อเขาเห็นว่าได้ที่ เขาจึงใช่นิ้วบดบี้ที่ปุ่มกระสัน แล้วเลื่อนลงไปยังร่องน้ำน้อยน้อย ไม่ทันที่นิ้วของเขาจะลงไป
ตอนที่ 4
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด เสียงนาฬิกาปลุก 7 โมงเช้า ในห้องของชาล์ลดังขึ้น ชาล์ลรีบตื่นขึ้นอย่างเสียดาย
“นี่เราฝันบ้าอะไรกัน....ทำไมใจเราถึงเต้นรัวอย่างนี้” เขาบ่นก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ “ทำไมเราต้องคิดถึงเธอด้วยนะ ลีน่า” “แต่เธอคงไม่ได้คิดอย่างนั้นกับเราสินะ” ชาล์ลปลอบใจตัวเองในกระจกห้องน้ำ ก่อนที่จะรีบแต่งตัวออกไปข้างนอก
ทางด้านลีน่าที่เพิ่งถึงโต๊ะทำงาน
“ลีน่า นี่จ๊ะ ของขวัญจากคู่หมั้นเธอจ๊ะ เมื่อวานเธอคงรีบกลับเลยลืมไว้สินะ” แพทยื่นกล่องของขวัญให้ลีน่า
“อ้าว...แพท ขอบใจนะ เมื่อวานฉันไม่ทันเห็นนะ” ลีน่ารับกล่องขวัญพร้อมกับแกะกระดาษห่อออก ขณะเดียวกันผู้จัดการก็กำลังเดินมาทางพวกเธอพอดี
“อ๊ะ....กล่องดนตรีหิมะของบริษัทเรา” ผู้จัดการทักขึ้นเมื่อเห็นของในกล่องของขวัญเป็นสินค้าของบริษัทตัวเอง
“พวกเธอเป็นคู่รักที่น่ารักมาก ถ้าแต่งงานมีลูกไป ก็คงจะอบอุ่นน่าดู” ผู้จัดหยิบกล่องดนตรีหิมะมาดูทำให้โน๊ตกระดาษที่ติดมานั้นหล่นบนพื้น
“เอ๊ะ....มีกระดาษโน๊ตถึงเธอด้วยนะ ลีน่า” แพทก้มลงหยิบพร้อมกับยื่นส่งให้ลีน่าอ่าน
ข้อความในโน๊ต เขียนไว้ว่า
..... ที่รักของผม....
เมื่อวานตอนผมได้เจอหน้าคุณ ใจผมก็เหมือนจะหยุดเต้นอยู่ตรงนั้น
ต่อให้โลกถล่ม ชีพมลาย ผมก็จะรักเพียงคุณแค่คนเดียว
รอวันที่เราได้แต่งงาน อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
รัก ชาล์ล
“ว้าว....ฉันอิจฉาเธอจังเลยลีน่า มีคนรักที่ห่วงถวิลหาแต่เธอเพียงคนเดียว” แพทเอ่ยเมื่อได้อ่านข้อความในโน้ตกระดาษด้วย
“แหม...ฉันเห็นคู่เธอรักกัน ก็ทำให้ใจฉันกระชุ่มกระชวยดีจริงๆ” ผู้จัดการกล่าวกับลีน่า พูดจบพวกเขาทั้งสองก็เดินจากไปทิ้งให้ลีน่ายืนงงงันในความหวานจากชาล์ล
(“ชาล์ล นายเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอนี่ ฉันเกือบจะคล้อยตามข้อความในโน้ตของนายแล้วนะ”) ลีน่าคิดในใจ เธอหยิบกล่องดนตรีหิมะ ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน ทำให้เธอย้อนนึกไปเมื่อตอนที่เธอกำลังเรียนอยู่ปีสามของมหาลัยแห่งหนึ่ง วันนั้นแอนนาและชาล์ลชวนเธอออกไปคาเฟ่ พวกเธอก็ผ่านร้านที่ขายของเล่นเด็กๆ ลีน่าสะดุดตากล่องดนตรีหิมะ ที่ข้างในโหลแก้วมีคู่รักตุ๊กตาหญิงชายกอดกันอยู่ ชาล์ลจึงก้มลงถามเธอว่า
“ชอบมั้ยเดี๋ยวจะซื้อให้ เห็นเธอจ้องมันอยู่นานแล้ว” ชาล์ลทำท่าจะหยิบไปจ่าย แต่ลีน่าก็ปฏิเสธ
“ไม่ล่ะ...ถ้าฉันอยากได้ เดี๋ยวฉันซื้อเอง นายตามแอนนาไปเลย นู้นเธอไปนู้นแล้ว”
ลีน่าจ้องมองกล่องดนตรีหิมะที่คล้ายกัน ต่างกันแค่ข้างในไม่ใช่ตุ๊กตาคู่รัก แต่เป็นซานตาครอส กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็เท่านั้น
“เขาคงไม่ได้คิดอะไรกับเราหรอก ผู้ชายอย่างชาล์ลคงไม่คิดจะลงหลักปักฐานกับใครทั้งสิ้น” ลีน่าพึมพำอยู่คนเดียว สักพักก็มีสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเธอ
กริ้ง กริ้ง กริ้ง กริ้ง แลดูที่หน้าจอมือถือ เป็นชาล์ลที่โทรหาเธอ
“ว่าไงชาล์ล มีอะไรหรือเปล่า”
“เที่ยงแล้วว่างมั้ย ไปกินมื้อเที่ยงกัน”
“ได้ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายพอดี”
“งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปรับที่ทำงานของเธอ ตอนนี้ฉันอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบริษัทของเธอ กำลังจะขึ้นไป”
“แต่ว่า...” ไม่ทันที่ลีน่าจะพูดจบ
“ไม่มีคำว่าแต่ ยังไงเราก็เล่นละครกันอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องทำให้เต็มที่สมบทบาท แล้วเจอกัน” ชาล์ลรีบกดวางสายเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ (“หึ....เล่นละครรึ พูดไปได้นะเรา แต่ถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องจริงก็ดี”) ชาล์ลได้แต่นึกอยู่ภายในใจ เพราะเขารู้ดีว่าลีน่าไม่มีทางจะเลือกเขา
“เอาแต่ใจจริงจริงเลย นายคนนี้” ลีน่าบ่นเมื่อสถานการ์ณเป็นอย่างนี้แล้ว เธอก็ต้องเออออยินยอมไป ลีน่าจึงเก็บข้าวของที่อยู่บนโต๊ะ และเอาเอกสารไปส่งที่ของผู้จัดการ จากนั้นเธอก็เดินออกไปเข้าห้องน้ำก่อนที่ชาล์ลจะมาถึง
ตอนที่ 5.
ชาล์ลมาถึงโต๊ะทำงานของลีน่า ก็ไม่เห็นลีน่าอยู่ที่โต๊ะ แต่ก็ยังมีกระเป๋าของลีน่าวางอยู่ เขาเหลือบไปเห็นกล่องดนตรีหิมะที่เขาซื้อให้เธอเมื่อวาน ตั้งอยู่บนโต๊ะ เขาก็อมยิ้ม ในขณะที่ผู้จัดการก็เดินออกมาจากห้องทำงาน
“อ้าว...คุณชาล์ล มาหาลีน่าหรือครับ” ผู้จัดการถาม
“สวัสดีครับคุณ มาร์โค่ ใช่ครับ...ผมมาหาลีน่า ว่าจะมารับเธอไปทานข้าวเที่ยงครับ” ชาล์ลตอบกลับอย่างสุภาพ ขณะเดียวกัน ลีน่าก็เดินออกมาจากห้องน้ำ
“โน่นไง....ลีน่าเดินมาโน่นแล้ว ผมดีใจที่เห็นคู่รักอย่างพวกคุณ ผมไปก่อนนะ” ผู้จัดการเดินจากไป
“อ้าวชาล์ล มานานแล้วเหรอ” ลีน่าถามเมื่อเห็นเขายืนรออยู่
“ผมเพิ่งมาถึงไม่นาน เราไปกันเถอะ เที่ยงนี้คุณอยากกินอะไร” ชาล์ลถามลีน่าพร้อมกับหยิบกระเป๋าของลีน่าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้ ทำให้เพื่อนเพื่อนพนักงานในบริษัท ต่างก็อิจฉาลีน่ากัน
“ฉันถือเองดีกว่าชาล์ล คนมองกันใหญ่แล้ว” ลีน่าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผู้คนต่างก็มองเธอ
ชาล์ลหันมากระซิบข้างข้างหูของลีน่า “คุณลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราต้องเล่นละครให้สมบทบาท” พูดจบชาล์ลก็ก้มลงจูบหน้าผากของลีน่า ทำให้ลีน่าเขินหน้าแดงเลยทีเดียว
“รีบไปกันเถอะชาล์ล” ลีน่าเดินนำหน้าด้วยความเขินอาย
ณ. ร้านอาหารแห่งหนึ่งไม่ไกลจากบริษัทที่ลีน่าทำงาน
“ห๊า....พวกเขาอ่านกระดาษโน๊ตที่ผมเขียนให้คุณด้วยเหรอ”
“ใช่...คุณไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย ฉันว่าคุณน่ะเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะ” “เลิกเล่นแบบนี้เถอะนะ ฉันอายเพื่อนเพื่อนจริงจริง”
“ทุกคนจะเชื่อได้สนิทใจไงว่าพวกเราเป็นคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกันจริงจริง” ชาล์ลอธิบายให้ลีน่าฟัง
“คุณคิดอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่....แต่ต่อไปอะไรที่เป็นของส่วนตัวของคุณ คุณก็อย่าให้ใครดูสิ บอกพวกเขาไปว่า อันนี้ส่วนตัวไม่ได้”
“คุณว่า แผนเล่นละครตบตาของพวกเราจะได้ผลมั้ย”
“คนอื่นคงเชื่อสนิทใจ แต่กับผู้จัดการของคุณเขาเป็นคนหัวโบราณ อีกอย่างเชื่อใจคนคงยาก พวกเราต้องลงทุนหน่อยนะ ดีกว่าโดนจับได้แล้วโดนไล่ออก ฐานหลอกลวงผู้ใต้บังคับบัญชา”
“............”
“และนี่ก็เป็นของที่คุณจำเป็นต้องมีไว้บนนิ้วของคุณ เพื่อความแนบเนียนของเรา แหวนหมั้นอย่างไงล่ะ” ชาล์ลยื่นกล่องกำมะยี่สีแดงให้แก่ลีน่า
“สวยมากค่ะ แต่ฉันคงรับไว้ไม่ได้” ลีน่าเปิดดูกล่องก็เห็นแหวนเพชรสามกะรัต ที่มีดีไซด์สวยงามสะดุดตา
“คุณจะทำอย่างนั้นไม่ได้ ยังไงคุณต้องสวมมันไว้ เราต้องร่วมมือกันสิลีน่า ทีนี้ทุกคนจะได้เชื่อเราโดยเฉพาะผู้จัดการของคุณ” พูดจบชาล์ลก็จับมือลีน่ามาพร้อมสวมแหวนเพชรให้อย่างไว
“ชาล์ล...แต่มันแพงเกินไป เงินเดือนฉันสองสามเดือนก็คงไม่พอจ่ายค่าแหวนของคุณหรอกนะ”
“เรื่องแค่นี้ เล็กน้อยสำหรับผมนะลีน่า ลืมแล้วหรือว่าผมคือ ชาล์ล รัลเดล ถือซะว่านี่เป็นของที่ระลึกจากผมคู่หมั้นปลอมปลอมของคุณก็ได้”
ก็จริงสำหรับชาล์ล รัลเดล ที่ค่าแหวนเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะพ่อของเขาร่ำรวยมหาศาล ก่อนที่เขาจะจากไปและทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้ชาล์ลมากมาย อีกทั้งชาล์ล ก็เป็นลูกชายคนเดียว ไม่มีพี่น้อง ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจึงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“แต่มันแพงเกินไปค่ะ” อีกอย่างลีน่าก็ไม่อยากมีที่ระลึกอะไรจากเขาหรอก
“คิดไว้แล้วว่า คุณต้องพูดแบบนี้ แต่ถ้าแผนของคุณสำเร็จมันก็คุ้มค่านะ คุณได้มีหน้าที่การงานตำแหน่งที่มั่นคงขึ้น งานที่คุณก็รักมากด้วย คุณว่ามั้ยล่ะ”
“..............”
“เอาเป็นว่าอย่าคิดมากเรื่องแหวนของผม ถ้าแผนของคุณสำเร็จ คุณก็ค่อยคืนแหวนกลับมาให้ผมก็ได้ แต่ถ้าคุณยังลำบากใจอีกล่ะก็ ก็ถือเสียว่าผมให้คุณยืมใส่ก็แล้วกัน เสร็จงานนี้เมื่อไหร่ก็คืนผม” ชาล์ลพูดปลอบใจลีน่า ถึงแม้ใจจริงของเขาจะตั้งใจมอบให้เธอก็ตาม
“...................”
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ล่ะกัน สั่งของหวานต่อเลยมั้ย เค้กช็อคโกแลตมั้ย”
“คุณน่ะ ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว ทำอะไรก็ชอบทำให้ถึงที่สุด”
“ผมชอบความสำเร็จนะon the top”
“ฉันเองก็มีของมาฝากคุณค่ะ ขอบคุณที่คุณช่วยฉัน” ลีน่ายื่นกล่องขนมให้เขา
“อะไรเหรอครับ” ชาล์ลเปิดกล่องออกดู ก็เห็นว่าเป็นขนมมัฟฟินช็อคโกแลตที่เขาชอบ เขาตะลึงไปชั่วขณะ
“มัฟฟินนี้ฉันทำเองเมื่อคืนค่ะ ไม่รู้ว่าคุณจะชอบมั้ย” ลีน่ายิ้ม “ชาล์ล ชาล์ลคะ”
“เอ่อ..ครับ คุณลงมือทำเองเลยหรือครับ ขอบคุณมากครับ ผมชอบมาก” (“ ลีน่าเธอยังไม่ลืมว่าเราชอบมัฟฟินมากถึงขนาดไปแย่งซื้อกับเด็กสมัยเรียน เธอคงอดนอนเพื่อทำให้เรา”) เขานิ่งคิดเงียบไป
ลีน่าคิดในใจ (“เขาคงจะชอบมาก ท่าทางตื้นเต้นดีใจ”)
“ไปกันเถอะค่ะ ชาล์ล ถึงเวลางานของฉันแล้ว” ลีน่าเอ่ยชวนชาล์ลเมื่อเห็นเขาเงียบไป
“อ่อ...ครับ ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมไปจ่ายบิล แล้วจะเดินไปส่งคุณที่โต๊ะทำงาน”
“ค่ะ”
ตอนที่6.
“อ้าวลีน่า....เจอตัวพอดีเลย เดี๋ยวเข้ามาคุยกับผมหน่อยสิ เพราะเรื่องที่ผมจะคุยกับคุณ คุณต้องตัดสินใจด้วยนะ ผมก็เชิญคุณด้วยนะ คุณชาล์ล” ผู้จัดการบอกกับลีน่าและชาล์ล
(“ผู้จัดการจะคุยเรื่องอะไรนะ หรือว่าจะคุยเรื่องเลื่อนตำแหน่ง”) ลีน่าคิดในใจ ชาล์ลเมื่อเห็นสีหน้าของลีน่าที่เปลี่ยน เขาก็จับมือลีน่าไว้ให้เธอได้อุ่นใจ
“เดี๋ยวผมจะเข้าไปกับคุณ อย่ากังวลไปเลย” ชาล์ลพูดปลอบใจลีน่า
ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องของผู้จัดการ
“พวกคุณนั่งลงก่อนสิ ลีน่า ชาล์ล” ผู้จัดการบอกให้ทั้งสองนั่งลง
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ผู้จัดการ” ลีน่าถามเพราะสงสัย ในขณะที่ชาล์ลนิ่งเงียบ
“ช่วงนี้บริษัทของเราไม่ได้มีงานเลี้ยง หรือเรื่องยินดีอะไรมาสักระยะแล้ว ไหนไหนอีกไม่นานพวกคุณก็กำลังจะแต่งงานกันแล้ว ผมกับภรรยาของผมตั้งใจไว้ว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงให้พวกคุณเอง และจะจัดงานเลี้ยงเพื่อประกาศข่าวดีนี้ให้ทุกคนในบริษัททราบด้วย”
(“ยุ่งแล้วสิเรา”) ลีน่ากังวลใจ
“อีกอย่างที่เราจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้พวกคุณ เพราะพ่อแม่ของคุณก็จากไปหมดแล้ว ภรรยาของผมตั้งใจจะเป็นเจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาวให้” ผู้จัดการบอกเรื่องที่จะจัดแจงให้กับพวกเขา
“ไม่เป็นไร ผู้จัดการ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้กำหนดวันแต่งที่แน่นอนอีกด้วย” ลีน่าพยายามอธิบาย
“อย่าบอกนะ....ว่าพวกคุณไม่ได้จริงจัง แค่คบกันเล่นเล่น” ผู้จัดการเริ่มฉุน
“พวกเราไม่ได้คบกันเล่นเล่นนะคะผู้จัดการ ฉันมีชาล์ลแค่คนเดียวเท่านั้น เขาทั้งน่ารัก สุภาพ อย่างนี้ ฉันจะเล่นเล่นได้อย่างไรกัน อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่คบคนไว้เผื่อเลือกค่ะ” ลีน่าพยายามอธิบายเมื่อเห็นผู้จัดการเริ่มฉุน
“พวกเรายังรักกันดีครับ เพียงแต่เราไม่ได้กำหนดวันแต่งงานที่แน่ชัด คือพวกเรายังไม่พร้อมด้วยครับ ผมอยากให้อะไรอะไรลงตัวกว่านี้อีกสักนิดนึงครับ” ชาล์ลเสริมขึ้น เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดี
“อืมถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี เมื่อพวกเธอรักกันดีฉันก็จะได้วางใจ” ผู้จัดการคลายความกังวล
“ส่วนเรื่องปาร์ตี้ พวกเราต้องไปร่วมงานอย่างแน่นอนครับ ผมขอบคุณมากครับ ที่ผู้จัดการจัดการดำเนินงานให้ ถ้างั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” ชาล์ลพูดเสร็จพร้อมกับลุกขึ้นประคองให้ลีน่ายืนขึ้น
“ตามสบายเถอะ”
เมื่อชาล์ลและลีน่าออกจากห้องผู้จัดการแล้ว
“คุณต้องขอบคุณผมนะลีน่า ที่ผมช่วยพูดให้คุณ”
“ฉันต้องขอโทษนะคะ ชาล์ล ที่ดึงคุณเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ ตอนนี้ฉันมืดมน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปอีกแล้ว” ลีน่าสีหน้าเริ่มเป็นกังวลเมื่อทุกอย่างเริ่มยุ่งเหยิง
ชาล์ลดึงลีน่าเข้ามากอด “อย่ากังวลไปเลยลีน่า....ผมไม่เป็นไร และอีกอย่างผมก็กำลังสนุกกับเกมส์นี้ ผมจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังที่คุณอุตส่าห์ไว้ใจเลือกผมมาเป็นคู่หมั้นของคุณ” พูดจบชาล์ลก็ก้มลงจูบหน้าผากของลีน่า
“แต่ผู้จัดการของคุณเป็นคนหัวโบราณ และดูท่าจะไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆด้วยสิ ผมดูแล้วเขาไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องของเราด้วย เขาเลยต้องยกเรื่องเป็นเจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาวมาอ้างกับพวกเรา เพื่อดูปฏิกิริยาพวกเรา”
“ดีที่คุณไหวตัวทัน และแก้สถานการณ์ได้ ฉันต้องขอบคุณ คุณมากมากนะคะชาล์ล ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไรแล้ว” ลีน่าเอ่ยด้วยท่าทีที่ซาบซึ้งใจ
“ช่างเถอะ ลีน่า ทำใจให้สบาย ผมจะต้องช่วยคุณให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน” พูดจบชาล์ลก็จูบลงบนริมฝีปากชมพูอ่อนระเรื่อ โดยที่ลีน่าก็ไม่ได้ปฎิเสธ
(“ชาล์ล....คุณช่างอ่อนโยนกับฉันเหลือเกิน”) ลีน่าคิดอยู่ภายในใจ
(“เราต้องการลีน่าเหลือเกิน อยากอยู่ด้วยกันทั้งคืน เป็นครั้งแรกที่มีความรู้สึกอย่างนี้ ทั้งที่ออกเดทกับผู้หญิงมาตั้งหลายคนแล้ว แต่ไม่เหมือนกับตอนนี้เลย”) ชาล์ลผละจากริมฝีปาก แล้วครุ่นคิดในใจเมื่อคิดถึงความฝันที่เขาฝันถึงลีน่าเมื่อคืน ก็ทำให้ใจเขาร้อนรุ่มอยากจะถอดชุดเธอตอนนี้เลย แต่เขาต้องหยุดความคิดลงเมื่อลีน่าเรียกชื่อเขา ทำให้ชาล์ลต้องตื่นจากภวังค์
“ชาล์ล ชาล์ลค่ะ” ลีน่าเรียก
“แล้ว ค่อยเจอกัน เดี๋ยววันเสาร์ผมไปรับคุณไปงานเลี้ยง” ซึ่งถ้าหากเขาบอกความรู้สึกที่มีตอนนี้ต่อลีน่าไป ลีน่าก็คงไม่คิดอะไรกับเขาเป็นแน่ เมื่อคิดอย่างนั้นแล้วเขาก็เดินจากไป
(“ทำไงดีชาล์ลเริ่มแสดงเกินบทบาทแล้ว ถ้าหากถูกเขาจูบบ่อยบ่อยล่ะก็ คงจะเกินหักห้ามใจ เราคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้ว แต่ความรู้สึกของเราทำไมมันแปลกอย่างนี้ล่ะ อย่าหวั่นไหวเด็ดขาดลีน่า เขาแค่สัมผัสนิดหน่อยเท่านั้น ก็แค่จูบลีน่า เขาก็แค่เล่นละครให้สมบทบาทเท่านั้น อีกอย่างชาล์ลไม่ได้ชอบผู้หญิงสเปคอย่างเรา”) ลีน่าถอนหายใจ พร้อมดึงสติตัวเองเมื่อนึกถึงรสจูบของชาล์ล ซึ่งก็ทำให้เธอร้อนรุ่มใจอยู่ไม่น้อยไปกว่าชาล์ลเช่นกัน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อาจเอื้อมคิดจะครอบครองเขาอยู่แล้ว เธอคิดว่าเขาคงไม่เลือกเธออยู่แล้ว เมื่อขจัดความคิดว้าวุ่นภายในใจได้แล้ว ลีน่าก็กลับไปทำงานอย่างเดิม
“ลีน่า.....คู่หมั้นกลับแล้วเหรอ ฉันเห็นพวกเธอเดินเข้าไปในห้องผู้จัดการน่ะ มีอะไรกันหรือเปล่า” โรนาเพื่อนร่วมงานเอ่ยถามขึ้น
“จ้า....เขากลับไปแล้ว ผู้จัดการก็แค่ทักทายไม่มีอะไร ฉันไปทำงานก่อนนะ” ลีน่าพูดตัดบท เพราะไม่อยากพูดอะไรออกไปมาก
ตอนที่ 7.
เมื่อย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ลีน่าเป็นรูมเมทของแอนนา และกลัวการมีแฟนอย่างมาก ลีน่าไม่เคยมีแฟนเมื่อว่างจากการเรียนเธอก็จะทำขนมอยู่เสมอ ส่วนแอนนาช่วงนั้นก็คบหาอยู่กับชาล์ล แต่พอคบได้กันสักอาทิตย์สองอาทิตย์พวกเขาก็ตัดสินใจเป็นเพื่อนกัน เพราะไปกันไม่รอด เป็นเพื่อนกันดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเขา จึงทำให้ทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกัน ถึงแม้ว่าลีน่าจะไม่ค่อยสนิทกับชาล์ลมากนักก็ตาม
“หอมจังเลยลีน่าทำอะไรอยู่เหรอ” ชาล์ลถามลีน่า ในขณะที่เขาเดินเข้ามาพร้อมกับแอนนา
“กำลังอบมัฟฟินช็อกโกแลตอยู่จ้า” ลีน่ายิ้ม
“ของชอบเราเลย ขอชิ้นหนึ่งนะลีน่า” ชาล์ลอ้อนลีน่า
“ไปนั่งก่อนเลย เดี๋ยวเสร็จแล้วจะยกไปให้”
“ลีน่า....วันเสาร์นี้ไปเที่ยวทะเลกับเรามั้ย” แอนนาเอ่ยถามลีน่า
“ใช่...ไปเปิดหูเปิดตากับพวกเราบ้าง อย่าอยู่แต่ในห้องเลย” ชาล์ลพูดเสริมขึ้น
“ไม่อะ....ฉันต้องอบขนมไปส่งที่ร้านเบอเกอรี่จ้า”
“เธอไม่ต้องขยันเยอะหรอกนะ” แอนนากล่าวขึ้น
“ก็ฉันไม่ได้เป็นเศรษฐีเหมือนพวกเธอนี่” ลีน่าประชดประชัน
“อืม....ขนมอร่อยมาก เราเปิดร้านให้เธอได้เลยนะ ลีน่า” ชาล์ลบอกหลังจากได้ชิมมัฟฟินของลีน่า
“ไม่ล่ะ...ฉันไม่ได้จะยึดเป็นอาชีพขนาดนั้น แค่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และก็น้องน้องอีกสองคน”
อีกวัน
“ไปเที่ยวกับเรามั้ยคืนนี้ แต่งตัวเซ็กซี่เซ็กซี่ด้วยนะ” ชาล์ลเอ่ย พร้อมกับมาแตะหัวไหล่ลีน่า
“ใช่...เธอออกไปเจอผู้คนข้างนอกบ้าง ทำตัวเป็นนางห้องไปได้” แอนนากล่าวเสริม
“................” ลีน่านั่งหน้านิ่ว
วันถัดมา
“ไปลีน่า...คืนนี้ฉันเลี้ยงเหล้าเอง” ชาล์ลเอ่ย
“ไปเถอะนะ ลีน่า คะแนนสอบเธอก็ท็อปทุกวิชาแล้ว” แอนนากล่าวเสริม
“พวกนายเลิกยุ่งกับฉันสักทีเหอะ...เออ แอนนาฉันว่าเธอเลิกคบกับคนแบบนี้ได้แล้ว ชวนกันทำแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น ฉันว่าพวกนายไปกันไม่รอดหรอก” ลีน่าฉุนขาด
“พวกเราเลิกคบเป็นแฟนกันตั้งนานแล้วล่ะ” ชาล์ลตอบลีน่าพร้อมกับยิ้มกว้าง
“ใช่...คบแบบเพื่อนชาล์ลน่าคบกว่าเยอะเลยล่ะ” แอนนาตอบ
“หรือเธอจะมาคบกับฉันต่อก็ได้นะ ลีน่า” ชาล์ลแกล้งลีน่า
“นายไปให้ไกลไกลฉันเลย เจ้าชู้เสเพลอย่างนาย ไม่ใช่สเปกฉันหรอกย่ะ” ลีน่าปฏิเสธอย่างไว ชาล์ลถึงกับหน้าเสียแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ
“พวกเราไปก่อนนะลีน่า” แอนนากล่าวพร้อมกับจากไป
ปัจจุบัน ทางฝ่ายชาล์ล หยิบมือถือกดโทรออก
“ฮัลโหล ไมค์ ว่างมั้ย ออกไปหาอะไรดื่มกันมั้ย” ชาล์ลโทรหาเพื่อนสนิทของเขา
“ดื่มตั้งแต่บ่ายเลยเหรอวะ ชาล์ล มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ไมค์เอ่ยถามเพราะปกติชาล์ลไม่ค่อยจะชวนเขาดื่มตั้งแต่บ่าย
“นิดหน่อยนะ” ชาล์ลตอบ
“อืม...ได้ ให้ไปร้านไหนล่ะ” ไมค์ถาม
“ถ้างั้นร้าน XXXXก็ได้”
“เค แล้วเจอกันเพื่อน”
ณ.ร้าน xxx
“ไมค์...ทางนี้” ชาล์ลโบกมือให้ไมค์ เมื่อเห็นเขาเดินเข้าประตูมายังในร้าน ไมค์เดินตรงไปยังที่โต๊ะ
“นายมีอะไรหรือเปล่า เห็นเรียกให้ฉันออกมาตั้งแต่ตอนหัววัน” ไมค์ถามด้วยความสงสัย
ชาล์ลเล่าให้ไมค์ฟังว่า ตอนนี้เขาได้เป็นคู่หมั้นปลอมปลอมให้แก่ลีน่าอยู่ ซึ่งไมค์ก็รู้จัก เพราะเคยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน
“ทำไมแกไม่บอกความในใจของแก่ไปเลยล่ะ ว่าตอนนี้แกรู้สึกอย่างไรกับเขา” ไมค์ถามเพื่อน
“ก็ลีน่าไม่ชอบผู้ชายอย่างฉัน เขาเคยพูดว่าฉันไม่ใช่สเปก จะให้ฉันทำอย่างไร” ชาล์ลตอบไมค์ไปตามความจริง เพราะลีน่าเคยพูดกับเขาอย่างนี้จริงจริง
“แล้วนายก็ยังมาเล่นละครเป็นคู่หมั้นของเธออีกนี่นะ เห้อ...ฉันก็ไม่รู้จะช่วยแกยังไงวะเพื่อน” ไมค์ตอบเพราะจนปัญญาเหมือนกัน
ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านอยู่จนถึงสามทุ่มก็กลับ เพราะไมค์มีประชุมคอนเฟอเรนซ์จากต่างประเทศ
“เดี๋ยวฉันต้องกลับไปประชุมก่อนนะ นายจะกลับเลยมั้ย” ไมค์ถามชาล์ล
“ฉันก็คงจะกลับเลยเพราะพรุ่งนี้ต้องไปงานเลี้ยงที่ผู้จัดการของลีน่าจัดให้ฉันกับลีน่า แล้วค่อยเจอกันนะไมค์ ขับรถดีดีล่ะ” ชาล์ลบอกเพื่อนด้วยความห่วงใย
“นายก็เหมือนกัน ไปล่ะนะ” ไมค์ขับรถออกไป
ส่วนชาล์ลเมื่อถึงห้องเขาก็อาบน้ำเข้านอน
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางดึก ชาล์ลดูจากช่องตาแมวก็รีบเปิดประตูออกอย่างไว
“ลีน่า....คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ชาล์ลถามด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันที่ลีน่าจะตอบอะไร ลีน่าก็คว้าตัวชาล์ลเข้ามาประกบจูบอย่างไว จนทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวแทบจะไม่ค่อยทัน เมื่อชาล์ลเห็นว่าลีน่าจูบเขาด้วยความเร้าร้อน เขาก็บดจูบลีน่าด้วยความคนึงหาเช่นกัน ทั้งถอดเสื้อคลุมของลีน่าออก ก็พบว่าด้านในของเธอเป็นแค่ชุดนอนตัวบางบางเท่านั้น ทำให้เขาเห็นหน้าอกชูชันของเธอที่ปราศจากบราชั้นใน เขาพาเธอไปนั่งที่โซฟาข้างข้าง ลีน่าเอนนอนแอ่นกายให้ชาล์ลเชยชม ชาล์ลผละจากริมฝีปากอ่อนนุ่มของลีน่า ไซ้ลงตามซอกคอ กลิ่นกายของลีน่าทำให้ชาล์ลแทบจะกระอักอยู่ตรงนั้น
“อืม...ตัวคุณหอมมากลีน่า” ปากไม่วายที่จะหยุดพูด ส่วนสองมือของเขาก็เคล้าคลึงหน้าอกที่พอเหมาะกับฝ่ามือหยาบของเขาเอง
ตอนที่ 8.
ลิ้นของเขาก็ลากวนแถวแถวยอดปทุมที่ชันแข็งขึ้นมา เมื่อมือที่ว่างอยู่นั้น เขาได้ไล่ลงไปยังส่วนเนินเนื้อ เขาเคล้นโคกเนินเนื้ออย่างไม่ลดละ บีบเคล้นก่อนที่เลื่อนลงบี้ที่ปุ่มเสียวของเธอ
“อา อ๊า” ลีน่าร้องครางเมื่อชาล์ลเล่นอยู่กับปุ่มเสียวของเธอ ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วแหย่ลงในร่องลึก เขาเร่งความถี่ขึ้นจากนิ้วเดียวเป็นสองนิ้ว ไม่กี่อึดใจน้ำเมือกใสใสก็เอ่อล้นออกมาเต็มร่อง เขาจึงยกก้นลีน่าให้สูงขึ้นก่อนที่จะดูดดื่มน้ำจากร่องของลีน่าจนหมดเกลี้ยง
“อืม...ช่างหอมหวานเหลือเกิน จากนั้นเขาก็ใช้ลิ้นลากขึ้นลงตามร่องก่อนที่จะหยุดที่ปุ่มเสียวของลีน่า เขาใช้ลิ้นวนอยู่ตรงนั้นสักพัก ส่วนมือก็ยังคงบีบจับหน้าอกของเธออย่างเต็มมือ หน้าอกที่ไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน มันช่างเต่งตึง นุ่มแน่นจนเขาไม่สามารถจะละฝ่ามือออกจากส่วนนั้นไปได้ เมื่อเขาวนลิ้นอุ่นอุ่นอยู่ไม่นาน ร่างของลีน่าก็กระตุกเกร็งขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ทำให้เขาได้รู้ว่าเธอพร้อมที่จะออกศึกกับเขา
ชาล์ลถอดกางเกงนอนขายาวออก ทำให้ลีน่าเห็นท่อนเอ็นไซส์ใหญ่ ก่อนที่ชาล์ลจะเอาท่อนเอ็นไปถูไถกับร่องของเธอ
“อ๊า ชาล์ล ฉันเสียวเหลือเกิน” พูดจบชาล์ลก็จับท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ใส่ลงไปในร่องของลีน่า แต่ไม่ทันที่ดุ้นเอ็นจะเข้าไป ลีน่าก็ร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะร่องของเธอมีขนาดเล็ก ชาล์ลจึงดึงความสนใจของลีน่าไปตรงอื่นก่อน โดยการที่เขาจูบริมฝีปากของเธอพร้อมกับ ใช้ลิ้นเลียวนหัวปทุมของเธอ จนทำให้เป็นไตแข็งขึ้นอีกครั้ง ขนลีน่าลุกชันยามที่ชาล์ลใช้ลิ้นลากวนรอบรอบอกของเธอ ทำให้ร่องน้ำที่แห้งกลับมีน้ำอีกครั้ง เมื่อชาล์ลเห็นว่าลีน่าพร้อมอีกครั้ง เขาจึงค่อยค่อยใส่ท่อนเอ็นลงไป แต่มันก็เข้าไปได้แค่นิดเดียว ลีน่าก็หืดหอบดิ้นเร้าอีกครั้ง ครั้งนี้เขาจึงกดแรงลงไปทีเดียว
“กึด” เสียงท่อนเอ็นเนื้อได้ฉีกผนังเนื้อเยื่อด้านในช่องคลอดของลีน่าขาด ลีน่าเจ็บจนลืมตัวเผลอผลักชาล์ลจนตกโซฟา
“โครม” เสียงร่างใหญ่หล่นบนพื้น “โอ๊ย” ชาล์ลร้องอวดครวญเมื่อพบว่าตัวเองฝัน แล้วตกที่นอน เขาเหลือบมองที่นาฬิกาก็เห็นว่าแปดโมงเช้าแล้ว
“ทำไมเราฝันอะไรแบบนี้อีกแล้วนะ” เขาเอ่ยขึ้นแต่ก็แอบอดเสียดายที่เรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงแค่ความฝันอีกแล้ว ชาล์ลจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ออกไปข้างนอก เขาตรงไปยังร้านขายดอกไม้ สักพักเขาก็ออกมาพร้อมกับดอกไม้ช่อหนึ่งแล้วขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของลีน่า
วันเสาร์ วันที่ผู้จัดการของลีน่าจัดปาร์ตี้ ชาล์ลมารับลีน่า ชาล์ลถึงหน้าบ้านของลีน่า
“เรามาก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงคงไม่เป็นไรหรอกนะ ไม่ได้โทรบอกลีน่าล่วงหน้าด้วย เธอจะโอเคหรือเปล่านะ” ชาล์ลพึมพำลำพัง
อ๊อด อ๊อด อ๊อด อ๊อด ชาล์ลยืนกดอ๊อดน่าประตูบ้านของลีน่า
แกร๊ก เสียงลูกบิดเปิดออกมา
“อ้าวชาล์ล” ลีน่าตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่หน้าประตูคือ ชาล์ล ส่วนชาล์ลก็ตะลึงเหมือนกันที่เห็นลีน่าในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ ทำให้เขารู้ว่าเขามาเร็วเกินไป และลีน่าเองก็ยังแต่งตัวไม่เสร็จ
“ขอโทษที ผมมาเร็วไปหน่อย พอดีเสร็จธุระเร็ว อ้าวนี่...ของคุณ” ชาล์ลยื่นช่อดอกไม้ให้กับลีน่า
“ขอบคุณค่ะ....เข้ามาก่อนสิ” ลีน่าเชิญให้ชาล์ลเข้ามาในบ้าน
“คุณจะรับกาแฟก่อนมั้ยคะ” ลีน่าถามชาล์ล
“คุณไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ชาล์ลบอกลีน่า
“เครื่องชงกาแฟอยู่ทางนั้นนะคะ” ลีน่าชี้บอกชาล์ล
“ครับ” ลีน่าเดินเข้าห้องไปแต่งตัว
(“บ้าจริงเราน่าจะมาสายกว่านี้สักนิด ลีน่าจะได้แต่งตัวเสร็จ ว่าแต่ทำไมเราต้องรู้สึกเกร็งด้วยนะ”) ชาล์ลคิดอยู่ภายในใจ
ไม่นานลีน่าก็ออกมาจากห้อง เธอแต่งตัวด้วยชุดเดรสน่ารัก สบายสบาย แต่งหน้าอ่อนอ่อน กับผมที่ผูกไว้อย่างเรียบง่าย
“วันนี้คุณดูรีเล็กซ์มากนะครับ ไม่เคร่งขรึมเหมือนตอนทำงาน” ชาล์ลเอ่ยปากชมลีน่า
“ขอบคุณค่ะ ก็วันนี้เราไปปาร์ตี้งานเลี้ยงกันนิค่ะ ทำไมต้องเคร่งด้วย” ลีน่าตอบ
“คิดคิดดูแล้ว...ผมว่าผู้จัดการของคุณก็คงอยากเห็นคุณมีครอบครัวจริงจริงสินะ”
“ฉันไม่เคยมีความคิดนี้ในหัวเลยค่ะ” ลีน่าตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมเข้าใจ ยังไงพวกเราก็ควรรีบไปนะ”
“ค่ะฉันเสร็จแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ” ลีน่าล็อคประตูบ้านก่อนจะเดินตามชาล์ลไปยังรถของเขา
“วันนี้คุณเปลี่ยนรถหรือคะ วันก่อนฉันจำได้ว่าไม่ใช่คันนี้” ลีน่าถามชาล์ล เพราะเธอจำได้ว่าวันก่อนเขาใช้รถอีกคัน
“ครับ คันนี้สบายกว่าคันนู้น คันนู้นแอร์ไม่ค่อยเย็น เราขึ้นรถกันเถอะครับ เดี๋ยวจะเข้างานสาย” ชาล์ลบอกกับลีน่า
“ค่ะชาล์ล” ลีน่าขึ้นรถโดยที่ชาล์ลเป็นคนเปิดประตูรถให้
(“ชาล์ลช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียจริง ไม่ได้ ไม่ได้ ห้ามหวั่นไหวกับเขาเด็ดขาด เขาแค่แสดงละครให้เหมือนจริงก็เท่านั้น”) ลีน่านึกอยู่ภายในใจ
ตอนที่9.
รถของชาล์ลจอดอยู่หน้างาน ชาล์ลลงจากรถพร้อมกับเดินไปเปิดประตูอีกฝั่งให้กับลีน่า พร้อมกับเดินเข้างาน
“อ้าวมาแล้วเหรอ เข้ามาข้างในก่อนสิ” ผู้จัดการเชิญให้ลีน่าและชาล์ลเข้ามาภายในงาน
“ขอบคุณที่เชิญมานะครับ คุณมาร์โค่” ชาล์ลเอ่ยขอบคุณ
“มิเชล นี่ชาล์ล รัลเดลคู่หมั้นของลีน่า” ผู้จัดการแนะนำชาล์ลให้ภรรยาของเขารู้จัก
“พวกเธอน่ารักมากเลยจ้า ต้องรีบแต่งงานแล้วมีลูกลูกหลายหลายคนนะ” มิเชลกล่าว
“ขอบคุณที่อาสาเป็นเจ้าภาพให้แก่เรานะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก คนกันเองทั้งนั้น ลีน่าก็ทำงานมากับเราก็หลายปีแล้ว เรื่องแค่นี้ถือว่าเล็กน้อย เดี๋ยวพวกเธอไปหาอะไรดื่มก่อนนะ ฉันไปรับแขกก่อน” มิเชลกล่าวพร้อมกับเดินออกไปทักทายแขกที่เพิ่งเดินทางมาถึง
“ฉันว่าคุณเริ่มจะโกหกเก่งขึ้นทุกวันแล้วนะชาล์ล” ลีน่าเอ่ยขึ้นเมื่อมิเชลจากไป
“ผมไม่ได้โกหกนะ ผมก็แค่บอกตามตรง ว่ายังไม่พร้อม” ชาล์ลตอบลีน่า
“คุณน่ะพูดคล่อง คงเพราะเป็นทนายความหรือเปล่า”
“คุณเลิกว่าผมเถอนะ ไปหาเครื่องดื่มกันเถอะ” ชาล์ลตัดบทพร้อมโอบลีน่าให้เดินตาม
“ว้าว....น่าทานทั้งนั้นเลย ฉันอยากทานจานนี้” ลีน่าพูดด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดีใจ
“เอ้านี่กระดาษ ไว้ซับน้ำลาย น้ำลายคุณหกแล้ว” ชาล์ลหยอก
“คุณนี่ตลกไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ชาล์ล เหมือนเมื่อก่อนเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ลีน่าขำ
(“ผมไม่ใช่คนขี้เล่นเสเพลคนเดิมแล้วนะ ตอนนี้ผมเริ่มจริงจังมากขึ้น ลีน่า”) ชาล์ลได้แต่พูดอยู่ในใจ
“เราไปเต้นรำกันเถอะ ลีน่า” ชาล์ลพูดจบก็ดึงลีน่าไปเต้นรำ ทั้งสองมีความสุขสนุกสนาน ภายใต้แสงไฟและเสียงทำนองจากเพลงรัก
(“วันนี้เรามีความสุขมาก อยากเก็บเขาเอาไว้คนเดียว แต่คงเป็นได้แค่ความฝันและอีกไม่นานก็คงต้องจบลงแล้ว”) ลีน่าคิดอยู่ในใจ
“ถึงแล้วครับลีน่า” ชาล์ลปลุกลีน่าเมื่อรถจอด พร้อมกับลงไปเปิดประตูทางฝั่งคนนั่งข้าง ลีน่าที่งัวเงียด้วยฤทธิ์ของไวน์ทำให้เธอลุกขึ้นอย่างโซเซ ทำให้ล้มลงชนกับแผ่นอกของชาล์ล ชาล์ลดึงเธอมากอดไว้
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณไหวมั้ย” ชาล์ลถามด้วยความเป็นห่วง
“แค่มึนนิดหน่อยค่ะ ไม่เป็นอะไรมาก”
ทั้งสองสบสายตากัน ชาล์ลก้มลงจูบที่ริมฝีปากของลีน่า ชาล์ลจูบลีน่าอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งเรียกจากด้านหน้าของพวกเขา
“ลีน่า” โรส น้องสาวของลีน่าเรียกพี่สาวที่กำลังจูบอยู่กับชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก
ลีน่าและชาล์ลสะดุ้ง พร้อมกับหันไปยังเจ้าของเสียงที่เรียกเขาอยู่
“อ้าวโรส...” ลีน่าทักขึ้น
“ขอโทษนะ....ที่มาโดยไม่บอกกล่าวฉันไม่รู้ว่าพี่มีนัดอยู่” โรสขอโทษเพราะเธอคิดว่าเธอมาขัดจังหวะ
“ไม่เป็นไรจ๊ะ นี่ชาล์ล รัลเดล.....โรสเป็นน้องของฉันค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมแค่แวะมาส่งลีน่า ผมจะกลับแล้วครับ” ชาล์ลหันไปพูดกับโรส น้องสาวของลีน่า
“ค่ะ คุณชาล์ล” โรสกล่าวตอบชาล์ล
“ฝันดีนะครับที่รัก เดี๋ยววันจันทร์ผมมารับไปทำงาน” ชาล์ลเอ่ยลาลีน่า พร้อมกับก้มลงจูบลงบนหน้าผากลีน่า ส่วนลีน่านั้นได้แต่ตกใจกับการกระทำของชาล์ล
“พี่กับคุณชาล์ลเป็นแฟนกันหรือคะ เขาดูน่ารักมากเลยค่ะ ดูเป็นสุภาพบุรุษ” โรสเอ่ยถามลีน่าด้วยความสงสัย
“เรื่องมันยาวน่ะ ไว้พี่ค่อยเล่าให้ฟัง ว่าแต่เธอมาหาพี่ดึกดื่นขนาดนี้มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าจอนส์ทำอะไรเธอรึ” ลีน่าถามน้องสาวด้วยความห่วงใย เพราะโรสไม่เคยมาหาเธอดึกขนาดนี้มาก่อน น่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างเป็นแน่ ลีน่าคิดในใจ
“ฉันเกลียดเขาค่ะ เขาทำร้ายจิตใจฉันอย่างเลือดเย็น ฉันเจ็บปวดใจเหลือเกิน”
“มีเรื่องอะไรกัน” ลีน่าถาม
“ฉันไปออกบูธที่ต่างจังหวัดสามสี่วัน เขาพาผู้หญิงอื่นมาที่บ้าน เขาไม่รู้ว่าฉันติดตั้งกล้องไว้ภายในบ้าน ตอนแรกก็ไม่ยอมรับ พอฉันเอารูปภาพให้ดูก็ยอมรับ” โรสบอกพร้อมกับปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ
“อย่าร้องไห้ไปเลยนะ เขาไม่คู่ควรให้เธอต้องเสียน้ำตาหรอกนะโรส” ลีน่าปลอบใจน้องสาว เพราะน้องชายอีกคนของที่ลีน่าที่แต่งงานไปแล้วมีครอบครัวที่น่ารัก พ่อแม่ลูก แต่ทำไมโรสถึงโชคร้ายเหมือนกับแม่เลยนะ ลีน่าได้แต่คิดในใจ
“ฉันรู้แต่ที่ปวดใจอยู่อย่างนี้ เพราะฉันยังรักเขาเต็มหัวใจ พี่เข้าใจหรือเปล่า”
“ก็พอจะเข้าใจอยู่นะ” จริงจริงแล้วลีน่าไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าใจอะไรด้วย เพราะนี่คือสิ่งที่เธอหวาดกลัวมาโดยตลอดว่า ถ้าเธอเกิดรักใครเข้า แล้วเขาไม่เห็นค่าความสำคัญ เธอก็คงต้องปวดใจเหมือนกับแม่และน้องสาวของเธอ เธอจึงครองตัวโสดมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เมื่อมีชาล์ลมาช่วยเล่นเป็นคู่หมั้นปลอมปลอมของเธอ เธอก็เริ่มมีความรู้สึก
(“เราจะพยายามไม่รักชาล์ลเด็ดขาด เพราะเราไม่อยากต้องมานั่งร้องไห้เสียใจอะไรอย่างนี้”) ลีน่าพูดอยู่ภายในใจ (“แต่...ถ้าหากว่าเรา.... ไม่ ไม่ มันจะไม่มีคำว่าถ้าหาก เราจะไม่ยอมแพ้ใจตัวเองเป็นอันขาด”) ลีน่าปลุกใจตัวเอง
ตอนที่ 10.
เจ็ดโมงเช้า วันอาทิตย์ ณ.โรงแรมห้องพักของชาล์ล มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
“อืม...ใครโทรมาแต่เช้านะ” ชาล์ลบ่นพึมพำ “ฮัลโหล ชาล์ลพูดสายครับ”
“ชาล์ล...ฉันมีธุระอยากจะคุยด้วยค่ะ เรื่องด่วนค่ะ” ลีน่าเอ่ยขึ้น
“อ้าว..ลีน่า ได้สิ เราไปพบกันที่ไหนดีล่ะ” ชาล์ลแปลกใจที่ลีน่าโทรหาเขาตั้งแต่เช้า รึว่าจะมีข่าวจากผู้จัดการของเธอนะ
(“แล้วทำไมเราต้องดีใจที่ลีน่าโทรมาด้วยนะ หลงคิดว่า ลีน่าจะมีใจกับเรางั้นเหรอ บ้าไปแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นจากลีน่าซะหน่อย เราก็แค่อยากจะช่วยเธอแค่นั้น ใช่มั้ยนะ เห้อ...แต่ปัญหามันก็คือ ยากที่จะห้ามใจ”) ชาล์ลพึมพำแล้วกลิ้งไปมาบนที่นอนก่อนที่จะรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อออกไปพบกับลีน่า
ณ. สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
“ฉันต้องขอโทษนะคะ ที่นัดคุณออกมาตั้งแต่เช้า” ลีน่าเอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรครับ ไม่มีอะไรที่ต้องขอโทษ ผมดีใจที่คุณโทรหาผม อีกอย่างได้เห็นคุณในชุดนี้อีกด้วย ผมไม่เคยเห็นคุณใส่ชุดแบบนี้เลย ดูสบายสบาย” ชาล์ลเอ่ยขึ้น เพราะเขาแปลกตาเมื่อเห็นลีน่าใส่แบบนี้
“ฉันไม่ได้ใส่แต่ชุดทำงาน24 ชั่วโมงนะคะ ชุดนอน ชุดว่ายน้ำก็มี” ลีน่าอธิบายด้วยความฉุน
“ลีน่า...อย่าโกรธสิ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย ผมก็แค่แปลกใจที่เห็นคุณแต่งตัวเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ คุณดูน่ารักดี” ชาล์ลอธิบายกับลีน่า
“.......” ลีน่าเงียบด้วยความเขินอายเมื่อถูกชาล์ลชมตรงตรงว่าน่ารัก (“ทำเราต้องใจเต้นด้วยนะ อย่า อย่า อย่า”) ลีน่าพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับคำพูดของเขา
“ช่างเถอะครับ ว่าแต่คุณมีธุระจะคุยกับผมเรื่องอะไรหรือครับ เห็นรีบร้อนโทรหาผมตั้งแต่เช้าเลย” ชาล์ลพูดตัดบท
“คือ น้องสาวฉัน ที่คุณเจอเธอเมื่อคืนน่ะค่ะ เธอกำลังจะหย่าและตอนนี้เธออยู่ในช่วงที่สับสนมากมาก”
“ผมเข้าใจ”
“ฉันไม่อยากให้โรส ต้องมารับรู้ปัญหาของฉันค่ะ” ลีน่าบอกชาล์ล
“ผมไม่ควรจูบคุณต่อหน้าเขาเลยเมื่อคืน” ชาล์ลเอ่ยด้วยความสำนึกผิด
“โรสเห็นฉันเป็นที่พึ่งเสมอมา ถ้าเป็นไปได้เรื่องหมั้นของเรา ฉันอยากให้รู้แค่คนที่บริษัทค่ะ”
“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ชาล์ลตอบ
“ขอบคุณนะคะ ชาล์ล โรสพึ่งฉันได้แค่คนเดียวเท่านั้น ตั้งแต่ที่พ่อทำให้แม่เสียใจจนไม่สนใจลูกลูก” ลีน่าเอ่ย
“แล้วคุณล่ะ พึ่งใครได้” ชาล์ลถามขึ้น
“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ มีแต่ครั้งนี้ที่ต้องรบกวนคุณ” ลีน่าตอบชาล์ล
“คุณหิวมั้ย เดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกัน” ชาล์ล เอ่ยถามลีน่า เพราะตอนนี้ชาล์ลเริ่มหิวแล้ว
“คุณคงหิวแล้ว เดี๋ยวเราไปทานร้านอาหารที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับสวนล่ะกัน” ลีน่าตอบกลับ พร้อมกับเดินนำไป
“เดี๋ยวผมไปรับคุณไปทำงานพรุ่งนี้” ชาล์ลบอกลีน่า
“ฉันว่าจะไปเองค่ะ อีกอย่างจะแวะไปดูน้องสาวของฉันด้วยค่ะ.... เดี๋ยวเราค่อยเจอกันที่โรงงานเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันส่งที่อยู่ของโรงงานไปให้ค่ะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” ชาล์ลตอบรับ
เช้าวันจันทร์ ลีน่าแวะไปหาน้องสาวที่บ้านของเธอแต่ก็ไม่พบ ลีน่าเลยโทรศัพท์หาน้องสาวของเธอ
“โรส เธออยู่ไหนน่ะ” ลีน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง กลัวว่าน้องสาวเธอจะคิดสั้น
“ฉันมาออกบูธที่ห้างxxxพี่มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า แค่แวะมาดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้าไปทำงานได้ก็คงจะไม่เป็นไร” ลีน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่คลายกังวล
“โปรเจ็กท์นี้งานใหญ่ โครงการคอนโดน่ะพี่ เดี๋ยวฉันค่อยโทรหานะ” โรสพูดจบก็วางสายไป
ที่บริษัท แคร์ทอยส์ จำกัด
“หวัดดีจ้า ลีน่า วันนี้คู่หมั้นไม่มาเหรอ ไหนว่าจะไปชมโรงงานกับผู้จัดการล่ะ” แพทเพื่อนพนักงานเอ่ยถามลีน่าด้วยความสงสัย
“อ่อ...ชาล์ลเหรอ เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ พอดีฉันไปธุระมาช่วงเช้า เลยไม่ได้มาพร้อมกัน” ลีน่าตอบ
“ชาล์ล เขาเป็นคนยังไงเหรอลีน่า” โมน่าเพื่อนพนักงานอีกคนเอ่ยถามขึ้น
“คือ...เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนเรียนมหาลัยเดียวกัน แล้วก็มาคบกันช่วงหลังๆแล้ว แต่ด้วยเพราะชาล์ลต้องไปว่าความที่ต่างประเทศบ่อย ก็เลยไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน” ลีน่าตอบ
“ลีน่า....ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย” โมน่าแย้ง “ฉันหมายถึงครอบครัวเขาน่ะ มีพี่น้องมั้ย เพื่อฉันจะได้เป็นคู่สะใภ้ร่วมกับเธอ”
“อ่อ คือเรื่องนั้นเหรอ ชาล์ลไม่มีพี่น้อง เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เสียไปหมดแล้วล่ะ” ลีน่าตอบ
“นู้นไง เจ้าตัวเขามาพอดี อยากรู้อะไรถามเองได้เลยนะ” ลีน่าชี้ไปยังชาล์ลที่กำลังเดินเข้ามา
“หล่อมาก ฉันรักเขา” แพทเอ่ยขึ้น
“ใจเย็นเย็นนะพวกเธอ เขามีเจ้าของแล้วจ๊ะ” ลีน่าเริ่มฉุน
“ว่าไงสาวสาว ไงครับที่รัก” ชาล์ลทัก พร้อมกับก้มลงจูบริมฝีปากลีน่าอย่างอ่อนโยน
“ว้าย ตายแล้ว พวกเราอิจฉาเธอมากเลยลีน่า ที่มีแฟนหล่อหล่อแถมยังโรแมนติก” เพื่อนเพื่อนพนักงานแซวลีน่า
“พวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวผู้จัดการคุณจะรอนาน” ชาล์ลกล่าวตัดบท
“ค่ะ... เดี๋ยวจะมีรถพาพวกเราไปยังโรงงานที่อยู่ด้านหลังของบริษัทค่ะ”
ตอนที่ 11.
ลีน่าได้พาชาล์ลขึ้นรถรับส่งระหว่างบริษัทกับโรงงาน เมื่อไปถึงโรงงานก็เจอผู้จัดการรออยู่แล้ว
“อ้าว...มากันแล้วหรือ กำลังรออยู่พอดี” ผู้จัดการทักขึ้น
“สวัสดีครับคุณมาร์โค่ขอโทษที่พวกเรามาสายครับ” ชาล์ลกล่าวคำสวัสดีกับกล่าวขอโทษ
“ไม่เป็นไรหรอก เราไปกันเถอะ” ผู้จัดการกล่าว
“ชาล์ล สวมหมวกป้องกันก่อนค่ะ” ลีน่าบอกพร้อมกับสวมหมวกป้องกันให้แก่ชาล์ล
“พวกคุณนี่น่ารักเสมอต้นเสมอปลายเลยนะ” ผู้จัดการกล่าวชม
“โรงงานที่นี่จะผลิตสินค้าชิ้นเล็กเล็ก และตุ๊กตาเป็นส่วนมากค่ะ แต่โรงงานที่ฝรั่งเศสจะผลิตสินค้าใหญ่ใหญ่อย่างรถจักรยานค่ะ และก็มีสเก็ต กับโรลรัลเบลดด้วยค่ะ” ลีน่าอธิบายรายละเอียดให้ชาล์ลฟัง
“พูดถึงโรลรัลเบลดไม่ได้เล่นนานแล้ว ไว้เราไปด้วยกันนะลีน่า” ชาล์ลเอ่ยชวนลีน่า
“หา....ฉันไม่ค่อยถนัดเลยค่ะ”
“เฮ้ .... ลีน่า” พนักงานคนหนึ่งเอ่ยทักลีน่า
“อ้าวร็อบสบายดีเหรอค่ะ ลูกชายล่ะ” ลีน่าเอ่ยถามด้วยอาการเป็นห่วง
“วิลลี่ เข้ามหาลัยได้ก็เพราะคุณแนะนำครับ” ร็อบตอบลีน่า
“แล้ว โอลี่ล่ะคะ หายป่วยหรือยัง”
“ค่อยยังชั่วแล้วครับ พอจะลุกหาอาหารกินเองได้แล้วครับ” ร็อบกล่าว
ลีน่ากับชาล์ลเดินแยกตัวออกมาชมสินค้าอื่นอื่น
“คุณรู้จักคนทั้งโรงงานเลยเหรอ” ชาล์ลเอ่ยถามขึ้น
“ก็พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงานนี่ค่ะ โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ที่เคยสอนงานฉัน”
“คุณมีความหมายต่อบริษัทมากนะ รู้ตัวหรือเปล่า” ชาล์ลบอกกับลีน่า
“พวกเธอคิดยังไงกับสินค้าประเภทของเล่น แล้วกำหนดวันแต่งได้หรือยัง” ผู้จัดการเอ่ยถาม “ถ้ายังไม่รีบแต่งอาจจะถูกย้ายไปฝรั่งเศสนะ เพราะที่นี่เหมาะกับพนักงานที่มีครอบครัวมากกว่า”
“เออ...คือ” ลีน่าอึกอัก
“ไม่มีปัญหาครับ ผมกับลีน่าอยู่ที่ไหนก็ได้” ชาล์ลตอบ
“พนักงานคนก่อนก็พูดแบบนี้แหละ แต่พอโดนย้ายจริงจริงก็ปรับตัวค่อนข้างลำบาก ทั้งที่บอกว่าอยู่ที่ไหนก็ได้” ผู้จัดการกล่าว
“เหรอครับ...สำหรับผมคิดว่า ขอแค่ทำให้ลีน่ามีความสุข ที่ไหนไหนก็อยู่ได้ทั้งนั้นครับ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ความคิดดีนี่ ถ้าแบบนี้ฉันว่าพวกเธอต้องรีบแต่งงานกันได้แล้วล่ะ เธอโชคดีมากเลยนะลีน่า ไปเจอกันได้ยังไงล่ะ”
“เพื่อนแนะนำค่ะ และอีกอย่างพวกเราก็เคยเรียนอยู่มหาลัยเดียวกันด้วย เพราะเพื่อนทำให้เรามีความสุขแบบนี้ค่ะ” ลีน่าตอบพร้อมกับยิ้มให้กับชาล์ล
“เห็นพวกคุณเป็นแบบนี้ ผมก็มีความสุขนะ ขอบคุณคุณชาล์ลมากที่สละเวลามานะครับ” ผู้จัดการกล่าวขอบคุณชาล์ล
“เดี๋ยวฉันเดินไปส่งค่ะ ชาล์ล”
“จะกลับแล้วเหรอค่ะ คุณชาล์ล” โมน่า เอ่ยถามขึ้น ขณะที่เห็นชาล์ลกับลีน่าเดินออกไป
“ครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายผมมีนัดกับลูกความต่อ” ชาล์ลยิ้ม
(“ชาล์ล ยังคงไม่เปลี่ยน มีเสน่ห์ต่อผู้หญิงรอบข้างอยู่เสมอ เราจะเปลี่ยนแปลงเขาได้ยังไงกัน ยังไงพวกเราก็แค่คู่หมั้นกำมะลอ แต่การที่มีชาล์ลอยู่ข้างข้างแบบนี้มีดีต่อใจเราจริงจริง เรารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก”) ลีน่าคิดในใจ
“เมื่อครู่ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยพูดแทนฉัน ถ้าคุณไม่ได้อยู่ตรงนี้ ฉันคงไปไม่ถูก” ลีน่ากล่าวขอบคุณ เพราะถ้าไม่มีเขาเธอก็คงทำอะไรไม่ถูก
“ผมว่าน่ะ...เขายังไม่ค่อยเชื่อการแสดงของพวกเราเท่าไหร่ ไม่งั้นก็ไม่คงขะยั้นขะยอให้พวกเรารีบแต่งงานหรอก”
“คุณคิดอย่างนั้นเหรอคะ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดีคะ”
“ผมว่าเขาคงไม่ประกาศเลื่อนขั้นให้คุณหรอก ถ้าเรายังไม่แต่งงานกัน”
“ฉันรบกวนคุณมากเกินไปหรือเปล่าคะ ชาล์ล”
“ไม่เลยแม้แต่น้อยครับ ผมเต็มใจที่จะช่วยคุณ ยังไงผมจะช่วยคุณให้ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอน”
“คุณมัวแต่ช่วยฉันจนไม่มีเวลาไปเดทกับสาวสาวเลย”
“ผมไม่เป็นไรครับ”
“แต่ฉัน....” ไม่ทันที่ลีน่าจะพูดจบ ชาล์ลก็แย้งขึ้นมา
“แบบนี้ดีกว่าลีน่า...คุณว่าไง” พูดจบชาล์ลก็ประกบจูบลงบนริมฝีปากลีน่าอย่างอ่อนโยน รสสัมผัสที่ได้ทำให้ลีน่าถึงกับอ่อนระทวยแต่ยังดีที่ชาล์ลโอบกอดเอาไว้ ทั้งสองจูบอยู่สักพัก ก็มีเสียงรถขับออกไป บรืน บรืน เสียงรถทำให้ชาล์ลผละออกจากริมฝีปากลีน่าอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายสิ นี่มันลานจอดรถ ไม่น่าทำแบบนี้เลย ลีน่าผมขอโทษจริงจริง” ชาล์ลรู้สึกผิด
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ชาล์ล คุณเองก็ได้ช่วยฉันไว้ตั้งมากมาย” ลีน่าเอ่ยปลอบ
“ผม....ไม่อยากโกหกคุณหรอก ผมอยากถอดชุดคุณออกนะเมื่อกี้นี้”
“ทำไมคะ”
“ผมเองก็ยากจะห้ามใจตัวเอง”
“แหม พูดแบบนี้ก็เขินแย่”
“เชื่อผมมั้ย ผมรู้สึกแบบนั้นจริงจริงนะ”
“เอ่อ.....แล้วมาบอกฉันทำไมคะ”
(“บ้าแล้วเรา เราไปบอกเขาทำไมนะ เป็นความรู้สึกส่วนตัวแท้แท้”) ชาล์ลคิดในใจ เขาไม่น่าพูดออกมาเลย เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ชาล์ลจึงชวนลีน่าไปเล่น โรลรัลเบลด
“ผมว่าเราไปเล่นโรลรัลเบลดดีกว่า กีฬาเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ”
“เหรอ คะ”
“ชวนโรสไปด้วยสิ จะได้คลายเครียดด้วย เป็นวันหยุดนี้ล่ะกันนะ เดี๋ยวผมไปรับคุณกับโรสเอง” ชาล์ลบอกกับลีน่า
“ได้ค่ะ วันเสาร์นี้ โรสคงกลับจากออกบูธแล้ว”
“แล้วเจอกันครับ”
ตอนที่ 12.
ชาล์ลเดินเข้ามายังโรงแรมที่เขาพักอยู่ ก็มีพนักงานต้อนรับเรียกเขา
“คุณรัลเดลครับ มีคนฝากโน้ตถึงคุณครับ” พนักงานต้อนรับยื่นกระดาษโน้ตให้แก่ชาล์ล
“ขอบคุณครับ” ชาล์ลรับมาอ่านก็แปลกใจ เพราะหน้าซองโน้ตมาจากเลขาของเขา (“มีปัญหาอะไรหรือเปล่านะ”) ชาล์ลรีบเปิดออกอ่านดู (“เอ๊ะ....มาซาเน่”)
วันเสาร์ รถของชาล์ลมาจอดรออยู่ที่หน้าบ้านของลีน่า ลีน่าเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์จากรถที่แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านของเธอ เธอก็ชะเง้อหน้าออกไปดู ก็พบว่าเป็นรถของชาล์ลจริงจริง
“ชาล์ลมาแล้ว เราไปกันเถอะโรส” ลีน่าชวนโรสออกจากบ้าน
“เดี๋ยวพี่ไปรับคุณชาล์ลก่อน เดี๋ยวฉันเข้าห้องน้ำแปปแล้วปิดประตูบ้านให้” โรสบอกกับพี่สาวพร้อมลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ
ลีน่าเดินออกจากบ้านลงบันไดหน้าบ้านมาไม่ทันระวังก็สะดุดขั้นบันได โชคดีที่ชาล์ลยืนอยู่ตรงนั้นเลยทำให้เขาเข้าไปรับตัวลีน่าได้ทัน
“โรสกำลังมาค่ะ.........ว้ายยยยย” ลีน่าอุทาน
“ดีนะที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ ไม่อย่างงั้นคุณคงลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นแล้วล่ะ” พูดจบชาล์ลก็จุ๊บลงบนฝีปากของลีน่าอย่างเบาเบา พร้อมกับกระซิบข้างหูลีน่าว่า “แม่เลี้ยงผมอยู่ในรถนะ” ชาล์ลยิ้ม
“หา!!! คุณปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลย ฉันอายนะ” ลีน่าทุบหน้าอกชาล์ลเบาเบา
มาซาเน่ เปิดหน้าต่างรถพร้อมกับโบกมือยิ้มให้ลีน่า
“มาซาเน่ คงดีใจมาก คือเขารู้เรื่องคู่หมั้นผมจากเลขาส่วนตัวของผมน่ะ” ชาล์ลบอกให้ลีน่ารู้
“แต่เราโกหกท่านจะดีหรือคะ คนสำคัญของคุณนะชาล์ล”
“มาซาเน่ เป็นคนจิตใจดี มองโลกในแง่ดี ให้เธอเข้าใจแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก เธอแต่งงานกับพ่อผมตอนผมอายุ 12 ปี และอยู่กับพ่อผมแค่สองปี แต่ผมก็รักเหมือนแม่แท้แท้นะ เลยอยากแนะนำกับคุณ” ชาล์ลอธิบาย
“เธอคงเป็นคนจิตใจดีมาก คุณถึงได้ชื่นชมแบบนี้”
“มาซาเน่ ต้องชอบคุณด้วยแน่แน่ ลีน่า อีกอย่าง มาซาเน่ กับ โรส มีประสบการณ์คล้ายคล้ายกัน น่าจะให้คำปรึกษากันได้ เพราะพ่อผมก็ไม่เบาหรอก หลังจากที่แม่เสียไป ท่านก็แต่งงาน5-6 ครั้ง”
“โรส ต้องสบายใจขึ้นแน่ ขอบคุณมากนะคะ ชาล์ล” ลีน่าซาบซึ้งในน้ำใจของชาล์ล คงเพราะพวกเราคล้ายกันหลายอย่าง โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อพ่อ ไม่อยากจะเชื่อเลย
“สวัสดีค่ะคุณชาล์ล” โรสที่ออกมาจากบ้านได้ทักทายกับชาล์ล
“สวัสดีครับคุณโรส”
“โอเค เราพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวมาซาเน่ จะรอนาน”
ทั้งสามขึ้นรถ โดยที่ลีน่านั่งคู่กับชาล์ลด้านหน้า และโรสนั่งกับมาซาเน่ด้านหลัง รถไปมาจอดยังที่จอดรถของสนามโรลรัลเบลด
“ถ้าฉันล้ม คุณอย่าหัวเราะฉันล่ะ” ลีน่าบอกกับชาล์ล
“ทำไมล่ะ สนุกดีออก คุณอย่าได้ซีเรียสนักเลย คุณดูอย่าง สองคนนู้นสิ ท่าทางจะสนุกกันน่าดูเลยล่ะ ทั้งโรส และ มาซาเน่” ชาล์ลชี้ให้ลีน่าดูไปยังสองคนนั้นที่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
“ว่าไงจ๊ะ ลีน่า” มาซาเน่ เอ่ยทักขึ้น
“ก็พอได้ค่ะ” ลีน่ายิ้มกับมาซาเน่
“ฉันขอพักหน่อยนะคะ ชาล์ล คุณไปเล่นกับโรสเถอะ เธอเล่นเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว”
“โอเค ไปกันเถอะโรส”
“หัดเล่นตอนอายุ29 คงสู้กับคนที่หัดเล่นตั้งแต่9 ขวบ คงไม่ได้” ลีน่าบอกมาซาเน่ เมื่อเห็นว่าโรสเธอเล่นเก่งจริงจริง
“อายุเท่าไหร่ไม่สำคัญหรอกจ๊ะ ฉันยังต้องเรียนรู้เรื่องชาล์ลอยู่ตั้งนานเลย”
“เรียนรู้” ลีน่าถามด้วยความสงสัย
“ฉันแต่งงานกับพ่อของชาล์ล ตอนเขาอายุย่าง 12ตอนนั้นมันยากสำหรับฉันมาก และพอตอนที่ฉันได้รู้ว่าพ่อของเขานอกใจฉัน ชาล์ลก็พยายามรักษาน้ำใจฉันน่ะ แอบเอาของขวัญกับดอกไม้มาให้ทุกวัน ทำให้ฉันคิดว่าพ่อเขาส่งมา” มาซาเน่ เล่าเรื่องราวสมัยก่อนให้ลีน่าฟัง
“เขาคงจะกลัวว่าคุณจะออกจากบ้านไป ชาล์ลเขาเป็นคนขี้เหงาค่ะ”
“จ๊ะ เพราะว่าเราก็เหมือนกัน ถูกทิ้งให้อยู่กันตามลำพังอยู่บ่อยครั้ง ชาล์ลน่ะ ต้องแบกรับบาปที่พ่อทำติดตัวไว้เสมอมา ทำให้ไม่เคยพบรักแท้ พ่อเขาแต่งงานแล้ว หย่ามาแล้ว 5-6 ครั้ง จนทำให้ชาล์ลกลัวการแต่งงาน พอมาพบกับเธอ ฉันจึงดีใจมาก เขารักเธอจริงจริงจากใจนะ”
“หึ” ลีน่าอุทานอย่างแปลกใจ
“คือ เขาเคยเล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังบ่อยบ่อย ตอนที่ฉันมาเยี่ยมเขาตอนเขาขึ้นมหาลัย เขาว่าเธอเป็นคนเรียนเก่ง ขยัน ต้องเรียนไปด้วย อบขนมขายไปด้วย แถมยังต้องดูแลน้องน้องอีก ฉันจึงไม่แปลกใจเลยที่วันนี้ คนที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยเป็นเธอ” มาซาเน่ กล่าว
(“เราคิดมาเสมอว่า ชาล์ลเป็นคนเจ้าชู้ ขี้เล่น รักใครไม่เป็น และที่ยอมแสดงละครกับเรา เพราะไม่ได้คิดอะไรมาก”) ลีน่าครุ่นคิดอยู่ภายในใจ
“เมื่อสิบปีก่อน ตอนฉันแต่งงานใหม่ ชาล์ลก็ยินดีกับฉันนะ และฉันก็เป็นคนแรกที่โทรหาชาล์ลเวลาเขากลับมาบ้านเสมอ ต่อไปก็คงต้องเป็นหน้าที่เธอ ถ้าเธอรักเขาจริง” มาซาเน่กล่าว
(“เรารักเขาจริง แต่เราไม่อยากจะผิดหวังเหมือนอย่างกับแม่และน้องสาวของเรา แม้กรณีของเราจะต่างกัน แต่เรา....”) ลีน่าครุ่นคิดในใจ
“เป็นไงรักผมมากขึ้นมั้ย” ชาล์ลถามปนแซวลีน่าด้วยรอยยิ้ม
“มากขึ้นประมาณ หนึ่งส่วนพัน ได้มั้ง” ลีน่ากวนกลับ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทั้งสี่คนหัวเราะ
“คุยกันต่อนะจ๊ะ เดี๋ยวฉันขอไปเล่นมั้ง ไปกันเถอะโรส” มาซาเน่ เอ่ยพร้อมกับชวนโรสไปเล่นต่อ
ตอนที่ 13.
“มาซาเน่ เป็นคนที่เข้าใจชีวิตได้ดีนะคะ”
“เขาเคยเจ็บปวดและโดนหลอก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี มาซาเน่ เป็นคนที่เข้มแข็ง จิตใจดี” ชาล์ลบอกลีน่า พร้อมกับดึงเธอมาซบลงที่อก
(“เราอยากเป็นแบบนั้นบ้าง เราจะไม่มีวันลืมชาล์”") ลีน่าพูดในใจ
ชาล์ลขับรถมาส่งลีน่าและโรสที่บ้านของลีน่า
“ไว้เราค่อยเจอกันใหม่นะหนูโรส จำไว้ว่าเราต้องรักตัวเองให้มากมาก” มาซาเน่บอกกับโรส
“ขอบคุณค่ะ มาซาเน่” โรสกล่าวขอบคุณพร้อมกับโผเข้ากอดมาซาเน่
“ไว้คราวหน้าพวกเราทั้งสี่คนนัดกันทานข้าวบ้างนะ ลีน่า” มาซาเน่บอกกับลีน่า
“ยินดีเสมอค่ะ” ลีน่ายิ้ม
“เดี๋ยววันจันทร์ผมเสร็จธุระกับลูกความ ผมจะเข้าไปที่บริษัทของคุณนะลีน่า แล้วเราค่อยไปทานข้าวเย็นกัน”
“ค่ะ ชาล์ล ขอบคุณสำหรับวันนี้นะค่ะ” ลีน่าขอบคุณลีน่า พร้อมกับเดินเข้าบ้านกับโรส
“หนูลีน่าเป็นคนน่ารักนะชาล์ล” มาซาเน่เอ่ย
“ครับ” (“แต่เธอคงไม่ได้รักผม”) ชาล์ลพูดในใจ พร้อมกับขับรถออกไป
ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่บริษัท แคร์ ทอยส์ จำกัด
“ไฮ ชาล์ล สบายดีมั้ยคะ” แพทเพื่อนพนักงานของลีน่าทัก เมื่อเห็นชาล์ลเดินเข้ามา
“สวัสดีครับคุณแพท ผมมาหาลีน่าครับ”
“ลีน่าอยู่ที่ child care center ค่ะ”
“หึ child care “
“ใช่ค่ะ ผู้จัดการให้เปิดเป็นศูนย์ดูแลเด็กเล็กค่ะ เวลาที่แม่เด็กมาทำงานในโรงงาน จะได้ไม่ห่างเหินกับลูก” แพทอธิบายให้ชาล์ลฟังอย่างละเอียด
ชาล์ลเดินไปยังแผนกชาลด์แคร์ ก็ได้พบกับผู้จัดการของลีน่าโดยบังเอิญ
“คุณชาล์ล มาพอดีเลย เล่นกอล์ฟเป็นมั้ย” ผู้จัดการถาม
“ก็พอเล่นได้ครับ”
“ดีเลยถ้าอย่างนั้น ผมจองสนามไว้ ที่เลย์อินด์ คุณมานะ ถ้าไม่ติดงาน”
“ได้ครับ พรุ่งนี้ผมไม่มีธุระอะไร”
“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ เวลาบ่ายสอง” ผู้จัดการพูดจบก็เดินจากไป
“คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกนะ เอาเถอะจะได้มีโอกาสพูดบ้าง ดีกว่าปล่อยให้ลีน่าเครียด” ชาล์ลคิดอยู่ในใจ จนเขาเดินมาถึงหน้าห้องชาลด์แคร์
“อ้าว ชาล์ล ฉันยังไม่เสร็จธุระเลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรผมไม่รีบ ผมเตรียมหนังสือมาอ่านแหนะ” พร้อมกับชูหนังสือจิตวิทยาให้ลีน่าดู
“หืม....จิตวิทยา คุณต้องอ่านหนังสือพวกนี้แล้วหรือคะ” ลีน่าถามด้วยความแปลกใจ
“คือ พรุ่งนี้ผมต้องไปตีกอล์ฟกับผู้จัดการของคุณน่ะ”
“ชาล์ลคะ เรื่องกอล์ฟน่ะ ถ้าไม่อยากไปก็ปฏิเสธเถอะค่ะ มาซาเน่บอกว่าคุณชอบรักษาน้ำใจคนอื่น ซึ่งไม่จำเป็นเลย” ลีน่ากล่าว
“ไม่เป็นไรลีน่า” ชาล์ลพูดพร้อมกับอุ้มลีน่าให้มานั่งบนตักของเขา “เขาคงอยากรู้เรื่องของเรามาก”
“แต่คุณไม่รู้เรื่องของฉันตั้งหลายเรื่อง” ลีน่าแย้งขึ้นมา ชาล์ลเชยคางลีน่าไว้พร้อมกับเอ่ยว่า
“ใครบอกล่ะ อย่างน้อยเรื่องวันเกิด เรื่องพี่น้องคุณผมรู้นะ แล้วก็อาหารการกิน งานอดิเรกที่ชอบอบขนม อีกทั้งงานประจำที่คุณชอบทำอีก คุณอย่ากังวลไปเลย ไว้ใจผมสิลีน่า ผมต้องทำให้สำเร็จอย่างแน่นอน”
“ฉันเกรงใจคุณค่ะชาล์ล คุณต้องมาแกล้งทำเป็นคู่หมั้นฉัน อีกทั้งต้องคอยเล่นละครเพื่อให้คนอื่นอื่นเชื่ออีก”
“แล้วถ้าผมอยากจะเป็นคู่หมั้นของคุณจริงจริงล่ะลีน่า คุณจะให้ผมเป็นมั้ย”
“ชาล์ล.....” ลีน่าตกตลึงในคำพูดของชาล์ล แต่ไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกไป เขาก็ประกบจูบริมฝีปากลีน่าอย่างดูดด่ำ ซึ่งลีน่าเองก็ไม่ได้คิดที่ปฏิเสธแม้แต่น้อย ทั้งสองจูบกันอยู่สักพัก ชาล์ลก็ผละออกจากริมฝีปากอ่อนนุ่ม
“ได้มั้ย...ลีน่า” ชาล์ลเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่ลีน่าจะตอบ ก็มีพนักงานเข้ามาขัดจังหวะเข้า ทำให้ลีน่าที่นั่งอยู่ในตักของชาล์ล ลุกขึ้นอย่างไว
“เอ่ย...ขอโทษค่ะ พอดีฉันลืมหยิบขวดน้ำของลูกสาวฉันไปน่ะค่ะ” พนักงานเอ่ยกล่าวขอโทษเมื่อเห็นว่าได้เข้ามาขัดจังหวะคู่รักเข้า
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพวกเราจะปิดที่นี่แล้ว” ลีน่ากล่าวตอบ
“ลีน่าคุณทำงานต่อเถอะ แล้วค่อยคุยกันนะ” ชาล์ลบอกกับลีน่า
“หา....เรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องกำหนดวันแต่งงานของเราไง”
“ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ จะดีเหรอ”
“ถ้าคุณอยากแต่งจริงจริง ผมก็ไม่ขัดนะ” ชาล์ลบอก
“เอ่อ...คือ”
“ผมล้อเล่นน่ะ” ชาล์ลเอ่ยเมื่อเห็นลีน่าอึดอัด “ไม่ได้แต่งจริงนี่น่า แค่หาทางเอาชนะผู้จัดการคุณ มาร์โค่ต้องการวางกับดักคุณ เพื่อให้คุณสละโสดเร็วเร็วไง” ชาล์ลอธิบาย
“งั้นก็ตามใจคุณแล้วกันค่ะ ฉันได้ทั้งนั้น”
“ได้ทั้งนั้นจริงจริงใช่มั้ยลีน่า” ชาล์ลดึงลีน่ามาแนบอก
“เอ่อ...” ลีน่าเขินอายจนหน้าแดงกล่ำ จู่ จู่ เสียงโทรศัพท์ลีน่าก็ดังขึ้น
“ว่าไงโรส มีอะไรหรือเปล่า” ลีน่าถามเมื่อเห็นโรสโทรเข้ามา
“ฉันรอพี่อยู่ที่บ้านแล้ว คือฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาน่ะ ไว้ฉันรอพี่กลับมานะ เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”
“ได้ พี่ก็เลิกงานแล้ว เดี๋ยวปิดชายด์ แคร์ ก็กลับแล้วล่ะ ไว้เจอกันนะ บาย” ลีน่ากดปิดมือถือ
“เอ่อ ชาล์ลค่ะ เดี๋ยววันนี้ฉันต้องรีบกลับก่อนน่ะคะ โรสมารอที่บ้าน บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา” ลีน่าบอกชาล์ล
“โอเค ถ้าอย่างนั้น ผมไปส่งคุณก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะ ชาล์ล”
ตอนที่ 14.
รถของชาล์ลแล่นมาจอดที่หน้าบ้านของลีน่า
“ขอบคุณมากนะคะชาล์ล ที่มาส่งฉัน” ลีน่าเอ่ยขอบคุณชาล์ล พร้อมกับหันจะไปเปิดประตูรถ แต่ไม่ทันได้เปิดประตู ชาล์ลก็คว้าลีน่ามาจูบริมฝีปากอย่างเร้าร้อนโดยที่ลีน่าก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างไร ก่อนจะผละออกจากกัน
“ผมยังยืนยันคำเดิมนะลีน่า เรื่องแต่งงาน ถ้าคุณต้องการให้มันเป็นเรื่องจริง ผมก็พร้อมเสมอ ไว้ผมจะโทรหานะ” เขาจุ๊บลงบนหน้าผากของลีน่า
ลีน่ามองรถของชาล์ลที่แล่นออกไปอย่างช้าช้า ในใจเธอว้าวุ่นแต่ก็อบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อนึกถึงจูบที่เร้าร้อนของชาล์ล และคำพูดเรื่องแต่งงานของชาล์ลที่เอ่ยกับเธอ
“อ้าวพี่ กลับมาแล้วทำไมไม่เข้ามาในบ้านล่ะ” โรสถามเมื่อเห็นลีน่ายืนอยู่
“อ่อ...คิดเรื่องงานน่ะ ว่าแต่เราเถอะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าล่ะ” ลีน่าถามโรสพร้อมกับเดินเข้าบ้านด้วยกัน
“คือฉันตัดสินใจดีแล้วเรื่องหย่า และฉันก็อยากให้คุณชาล์ลเป็นทนายให้ฉัน พี่ช่วยไปพูดกับเขาให้ฉันหน่อยได้มั้ย”
“เธอแน่ใจแล้วนะ เรื่องหย่า” ลีน่าถามย้ำโรสเพื่อความชัดเจนเพราะเธอไม่อยากให้น้องสาวต้องมารู้สึกผิดภายหลัง
“ฉันคิดดีแล้ว เพราะถ้าฉันยังอยู่อย่างนี้ ฉันก็คงจะเจ็บอยู่เรื่องไป แม็กคงไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยเจ้าชู้ของเขาได้หรอก”
“ถ้าตัดสินใจดีแล้ว เดี๋ยวพี่จะคุยกับชาล์ลให้” ลีน่าบอกน้องสาว
“ว่าแต่เรื่องพี่กับคุณชาล์ลนี้ มันยังไงกันเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ ก็แค่เรื่องงานน่ะ”
“แต่ฉันว่าเขาดูจริงจังกับพี่มากนะ เขาดูใส่ใจ เป็นห่วงเป็นใย ดูเป็นสุภาพบุรุษมาก ผิดกับแม็กที่ไม่เคยสนใจอะไรฉันเลย พี่ไม่ลองคบกับเขาดูล่ะ” โรสพูดตัดพ้อ
“พี่ว่าเธอน่ะ คิดมากไปแล้ว ว่าแต่คืนนี้จะค้างที่นี่มั้ย”
“ไม่อะ ฉันต้องกลับไปเคลียร์งาน แล้วยังต้องเคลียร์บ้านด้วย ฉันอาจจะขายบ้าน หลังจากหย่า แล้วไปซื้อห้องใหม่ ฉันไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว ความทรงจำมันทำร้ายฉันมากเกินไป”
“อืม...พี่เข้าใจ ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกพี่ได้ตลอดนะ ขับรถกลับดีดีล่ะ” ลีน่าบอกน้องสาวอย่างห่วงใยเมื่อเห็นเธอเดินออกไปอย่างเหม่อลอย
“ฉันไปล่ะนะ แล้วเจอกัน อย่าลืมเรื่องคุณชาล์ล”
“โอเค เดี๋ยวพี่จะโทรบอกเขาให้” เมื่อโรสขับรถกลับไปแล้ว ลีน่าก็กดโทรศัพท์โทรออกหาชาล์ล
“ชาล์ล สะดวกคุยมั้ยคะ”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ลีน่า”
“คือโรสเขาอยากให้คุณเป็นทนายในการหย่าสามีของเธอค่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมค่อยติดต่อไปทางเธอ”
“ขอบคุณค่ะ ชาล์ล”
“ลีน่า......คุณโอเคใช่มั้ย”
“ค่ะ ฉันแค่สงสารโรส”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะทำอย่างเต็มที่ ให้คุณโรสได้สิทธิ์อย่างเต็มที่”
“ขอบคุณค่ะ ชาล์ล”
ณ.สนามกอล์ฟ
ชาล์ลตีกอล์ฟ ด้วยอาการเหม่อลอย เพราะเขาเป็นห่วงลีน่าเรื่องน้องสาว เพราะน้ำเสียงของลีน่าไม่ค่อยดี
“ใจลอยอะไรคุณชาล์ล” ผู้จัดการเอ่ยถามขึ้น
“นิดหน่อยครับ เพราะลีน่ากำหนดวันแต่งงานได้แล้ว”
“โล่งอกไปที ยินดีด้วยนะ” มาร์โค่จับมือชาล์ลด้วยความยินดี “เห็นเขาโลเลแบบนั้นกลัวเขาเปลี่ยนใจแทบแย่”
(“มิน่าล่ะ ถึงพยายามบีบให้แต่งงานเร็วเร็วอยู่ได้”) ชาล์ลคิดในใจ
“ความจริงตั้งใจจะประกาศเรื่องตำแหน่งงานหลังจากที่เขาแต่งงานน่ะ” ผู้จัดการบอก “ห้ามไปบอกลีน่านะ ผมอยากให้เธอดีใจ”
(“กะแล้ว....คงคิดว่าความขี้โกงของตัวเองเป็นของขวัญที่ดีแก่ลีน่าได้ คนแบบนี้ก็มีด้วยแฮะ”) ชาล์ลคิดในใจพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ค่อยยินดีกับคำพูดของผู้จัดการเท่าไหร่นัก
“เราสองคนรู้จักกันมาตั้งนานแล้วครับ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ลีน่าไม่ใช่คนที่จะมีใจโลเลอย่างที่ผู้จัดการคิดหรอกครับ” ชาล์ลไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของผู้จัดการเท่าไหร่นัก แต่เขาก็พยายามข่มมันเอาไว้
“ผมยินดีกับคุณด้วยจริงจริงนะชาล์ล” มาร์โค่จับมือชาล์ล
หลังจากที่เล่นกอล์ฟเสร็จแล้ว ชาล์ลก็มุ่งหน้ามาหาลีน่า
“เขาพูดแบบนั้นเหรอคะ” น้ำเสียงของลีน่าตื่นตกใจ ไม่คิดว่าผู้จัดการของเธอจะใช้มาตรการแบบนี้กับเธอ
“ท่าทางเขาเป็นคนจอมบงการมาก พยายามบีบบังคับคุณให้แต่งงาน คิดว่าเป็นเจ้าชีวิตของคุณหรือไง คุณเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของเขา แต่ดูเขาทำกับคุณสิ เห็นคุณให้ความเคารพ แต่เขากับข่มไว้แบบนั้น”
“ฉันบ้ามาก น่าจะชนกับเขาตรงตรงตั้งแต่แรก”
“ยังมีโอกาสนะ ผมว่าคุณเก่งขนาดนี้ เขาไม่ปล่อยคุณให้หลุดมือหรอก ขอเพียงคุณมั่นใจหน่อย ผมเชื่อว่าคุณต้องทำได้ลีน่า”
“ขอบคุณนะคะ ชาล์ล ที่ปลอบใจฉัน ฟังแล้วรู้สึกมีค่าขึ้นเยอะเลย” ลีน่าหอมแก้มชาล์ล
“ขอบคุณที่ช่วยฉันมาตลอดนะคะชาล์ล คงได้เวลาบอกความจริงแล้วสิ” พูดจบลีน่าก็ถอดแหวนที่ชาล์ลให้ออกทันที และก็ส่งให้กับชาล์ล เขารับแหวนไว้
“ผมทำด้วยความเต็มใจนะลีน่า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างผิดหวัง
“ขอบคุณค่ะ คุณเป็นคนแรกที่ฉันพึ่งพาได้” ลีน่าบอกเขาด้วยความรู้สึกจริงจริงจากใจ
“แค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้วล่ะ ที่อย่างน้อยได้ช่วยคุณ” ชาล์ลบอกลีน่า พร้อมกับประกบจูบริมฝีปากอันอวบอิ่มอ่อนนุ่มนั้นอย่างหนักหน่วง
ตอนที่ 15.
เขาจูบหล่อนไม่หยุด จูบราวกับจะสูบวิญญาณของลีน่าให้หลุดลอยออกไป เพราะในใจของชาล์ล เขารู้ดีว่าจูบครั้งนี้คงเป็นจูบครั้งสุดท้าย ที่เขาจะได้จากเธอ ส่วนลีน่าเองก็จูบตอบเขาอย่างเร้าร้อนทัดเทียมกัน ชาล์ลผละจากริมฝีปากอวบอิ่มแล้วจ้องมองใบหน้าของเธอ ก่อนที่จะตัดสินใจประกบริมฝีปากอีกครั้ง ครั้งนี้มือเล็กของลีน่าได้ไต่ขึ้นไปโอบรอบลำคอ และทั้งคู่ก็จูบแลกลิ้นกันอย่างเมามัน ก่อนที่ชาล์ลจะช้อนร่างบางไปวางยังเตียงนุ่มของเธอ ลีน่าก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะขัดขืนแต่อย่างไร เพราะในใจของเธอก็มีเขาอยู่เต็มหัวใจ
“ผมขอนะลีน่า”
“.....” ลีน่าไม่ตอบแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ไม่ทันรอคำตอบใบหน้าหล่อของชาล์ลโน้มต่ำลงมาซุกไซ้ซอกคอระหง เขาลากเลื่อนลิ้นทุกอณูเนื้อลำคอ ฝ่ามือใหญ่สอดเข้ามาในเสื้อ พร้อมกับปลดขอเสื้อในออกอย่างชำนาญ ฝ่ามือสากไต่ขึ้นมาเคล้าคลึงเต้าปทุมอวบอัดเอาไว้เต็มมืออย่างหนักหน่วง สองเต้าที่ไม่เคยผ่านมือชายใดใดมาเลย ดูเต่งตึง ชูชันเหลือเกิน ชาล์ลมองสองเต้านั้น ก่อนจะดูดยอดปทุมอย่างหื่นกระหาย ทำให้เจ้าของเต้าทรวงแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว ยิ่งได้กลิ่นกายบุรุษจากชาล์ล ยิ่งทำให้เธอร้อนรุ่ม พร้อมกับแอ่นหน้าอกขึ้นให้เขาเชยชมอย่างง่ายดาย
“อ๊า....อา” ลีน่าครวญครางออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อถูกชาล์ลใช้ลิ้นเลียวนถูไถยอดปทุมจนมันแข็งเป็นไต ร่างที่ไม่เคยโดนสัมผัสจากผู้ชายมาก่อนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะหนก เมื่อชาล์ล ได้ไซ้ลงไปยังของสงวนของเธอ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเพื่อสลัดเสื้อผ้าตัวเองออก ลีน่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะยินยอมพร้อมใจให้ผู้ชายคนไหนได้ลิ้มลองร่างกายของเธอ แต่ทำไมกับชาล์ล เธอถึงยอมให้กับเขาอย่างง่ายดาย
ชาล์ลสลัดเสื้อผ้าตัวเองออกไปหมดแล้ว เขาทาบทับลงแนบชิดอีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้าซุกไซ้เต้าสวยอย่างยอกเย้า ยิ่งเขาบี้ปลายยอดปทุม เจ้าของเต้าก็ต้องแอ่นขึ้นหาเลยทีเดียว
“อ้า อ้า ชาล์ล” ลีน่าครางชื่อเขาอย่างเบา ก่อนที่จะมีน้ำใสใสไหลซึมอยู่ในร่องของเธอ
“อ้า....ลีน่า คุณสวยเหลือเกิน” จากนั้นก็จูบไล้ต่ำลงไปยังหน้าท้องแบนราบ ลีน่าเกร็งหดแผ่นท้อง ชาล์ลรู้ว่าลีน่าไร้ประสบการณ์ และนี่ก็เป็นครั้งแรกของเธอ แต่เขาก็ไม่อาจหยุดยั้งความต้องการของเขาได้ เขาปล่อยลีน่าไม่ได้ เมื่อเขาได้กระชากต้นขาอวบที่ลีน่าพยายามหนีบไว้แน่นจนแยกกว้างออกจากกัน กลีบสาวที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยพบมา กลีบปิดแน่นสนิท แต่ก็มีน้ำเมือกใสเยิ้มออกมา
ชาล์ลที่เห็นอย่างนั้น ก็ยิ่งทำให้ท่อนเอ็นใหญ่แข็งชูชัน เขาอยากจะสอดมันเข้าไปจนแทบทนไม่ไหว แต่เขารู้ดีว่าลีน่านั้นยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างกับผ้าขาว เขาควรเล้าโลมให้เธอพร้อมเสียก่อน
“อย่าค่ะ ชาล์ล” เพราะของสงวนได้ถูกลิ้นสากลากยาว ลีน่าพยายามใช้มือดันใบหน้าหล่อของคนที่ซบลงเนินไว้
ชาล์ลไม่ยอมฟังคำทัดท้าน เขาใช้นิ้วยาวแย้มกลีบออกจากกัน ทำให้เห็นสีชมพูระเรื่อ และเขาก็สอดแทรกลิ้นเข้าไปลิ้มรสความอ่อนหว่านชุ่มในพริบตา
“อ๊ะ อ๊า อ๊า.....” ลีน่าไม่อยากให้เขาเลียแบบนี้แต่ ก็ไม่สามารถต้านทานความปรารถนาอันแรงกล้าของชาล์ลได้
“อ๊า อ๊า อื้อ...” ชาล์ลตวัดดูดไปตามเนื้อเนิน ตามกลีบชมพูระเรื่อ ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วบี้คลึงปุ่มกระสันเสียวของลีน่า เมื่อเห็นลีน่าคล้อยตาม เขาก็สอดแทรกนิ้วยาวเข้าไปในร่องลึก
“อ๊ะ”
“เจ็บหรือลีน่า ผมจะทำเบาเบา” เขาหยุดแล้วเงยหน้าถามด้วยความเป็นห่วง
“นิดหน่อยค่ะ” ลีน่าตอบตามจริง เพราะของสงวนไม่เคยผ่านสิ่งใดใดมาก่อน
“ผมจะทำเบาเบา” ชาล์ลบอกพร้อมกับปาดลิ้นละเลงไปทั่ว ใบหน้าหวานครวญครางแทบขาดใจ เขายังไม่หยุดใช้ลิ้น กระหน่ำเข้าไม่หยุด ลีน่าร้องลั่น เกร็งกระตุกไปทั้งตัว จนน้ำเมือกใสไหลเยิ้มออกมาเต็มร่องของเธอ เมื่อเห็นว่าลีน่าพร้อมแล้ว ชาล์ลสอดแทรกท่อนเอ็นใหญ่ยังตุ่มเกสร
“อ้า อ้า”
เขาใช้จังหวะที่ลีน่าเร่าร้อนด้วยการสอดท่อนยาวใหญ่เข้าภายใน ดุนดันความเป็นชายผ่านช่องทางรักคับแคบอย่างลำบาก ลีน่าสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับยันหน้าอกของเขาไว้ให้เขาหยุดการกระทำนั้นก่อน ชาล์ลเมื่อเห็นอย่างนั้น เขาก็หยุดเคลื่อนไหวก่อนที่จะจูบปากอันอวบอิ่ม พร้อมสองมือที่เคล้าคลึงอกอวบอัด ไม่นานร่างลีน่าที่ขัดขืนอยู่ก่อนหน้านั้น ได้เปลี่ยนเป็นอ่อนระทวยอีกครั้ง จากนั้นเขาก็กดท่อนเอ็นลึกลงไปอีกครั้ง จนสามารถเข้าไปได้จนสุดลำ
“อืม....ลีน่า” แน่นเหลือเกิน เขาพึมพำก่อนที่จะขยับเบาเบา
“เจ็บมั้ย” ลีน่าส่ายหน้าไปมา พร้อมกับหลับตาอย่างเอียงอาย
ชาล์ลพยายามสั่งให้ตัวเองหยุดนิ่งสักครู่ เพราะต้องการให้ลีน่าปรับตัวกับท่อนเอ็นของเขาก่อน แต่ร่องแคบของลีน่าก็ได้ตอดรัด บีบรัดแน่นเขาเป็นจังหวะไม่หยุดนิ่ง ทำให้เขาไม่สามารถหยุดตัวเองได้ ในใจของชาล์ลตอนนี้ เขาต้องการเพียงแต่ลีน่าคนเดียวเท่านั้น เขาพยายามจะหยุดนิ่ง แต่กลีบสาวที่บีบรัดไม่ปล่อยนั้น ทำให้สติเขาต้องกระเจิง และมันก็ทำให้เขาต้องเคลื่อนไหว ต้องกระแทกเดี๋ยวนี้
ตอนที่ 16
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า” เสียงครางของลีน่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับร่างของชาล์ลที่ขยับอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ชาล์ลโล่งใจเมื่อเห็นลีน่าไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวดใดใดออกมา ดังนั้นเขาจึงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงขึ้น กระแทกรุนแรงไม่หยุดหย่อนและเต็มไปด้วยความร้อนแรง ร่องของลีน่าก็ตอดบีบรัดท่อนเอ็นใหญ่ไม่หยุดเช่นเดียวกัน ชาล์ลแทบเป็นบ้ากับสิ่งที่ท่อนเอ็นของเขากำลังได้รับ
“โอ้ว อืม ไม่ไหวแล้ว รัดแน่นเหลือเกิน” เขาตอกย้ำด้วยแรงกระแทกอัดแน่นสะโพกเคลื่อนถี่ ก่อนจะซัดเข้าใส่สุดแรง ก่อนที่เขาจะเกร็งกระตุกร่าง และได้ปล่อยน้ำขาวขุ่นไปเต็มร่องลึกของลีน่า เขากอดร่างลีน่าไว้นานหลายนาทีก่อนจะถอนกายออก และล้มตัวลงนอนข้างข้างลีน่า เขาใช้มือไปรั้งร่างลีน่ามาสวมกอด ชาล์ลจูบเบาเบาที่หัวไหล่ และเอ่ยข้างใบหูของเธอ
“คุณน่ารักมากลีน่า ผมต้องการคุณเหลือเกิน”
ลีน่าไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เพราะในใจของเธอตอนนี้สับสนวุ่นวาย เธอรู้ว่าใจของเธอนั้นมีเขา แต่ก็คิดว่าเขาคงแค่เล่นเล่นกับเธอ เธอคิดแค่ว่าเธอได้ตอบแทนน้ำใจเขาไปหมดแล้ว เมื่อเสียงเงียบลงไปสักพัก ลีน่าก็ได้เอ่ยขึ้น
“เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะคะ ฉันได้ตอบแทนน้ำใจที่คุณได้ช่วยเหลือฉันไปแล้ว” ในใจของเธอเจ็บปวดที่ต้องพูดแบบนี้ขึ้นมา
ชาล์ลที่ได้ยินอย่างนั้นก็พลิกกายขึ้นมาทาบทับกับลีน่าอีกครั้ง ปิดกั้นไม่ให้ลีน่าลุกหนีไป ด้วยความโกรธปนน้อยใจ
“คุณหมายความว่ายังไงลีน่า” ชาล์ลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ตรึงเครียด บ่งบอกด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“ฉันก็หมายความตามที่พูด ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันจะลุก อีกอย่างฉันก็ตอบแทนคุณไปแล้ว” ลีน่าพยายามไม่สบตากับเขา
“แต่ ยังไม่พอ” ชาล์ลตอบกลับด้วยความโกรธ
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”
“ผมยังไม่พอใจกับเซ็กซ์ที่เพิ่งเสร็จไป” พูดจบเขาก็ก้มลงจูบเต้าอวบใหญ่ไซส์ 35อย่างดุดัน
“อย่า ชาล์ล”
“ลีน่า คุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น” ชาล์ลทั้งดูดทั้งอมยอดปทุม มือก็บีบอีกข้างอย่างร้อนแรง มือใหญ่คลี่ต้นขาออกกว้าง จนเห็นร่องรูเล็กที่เขาเพิ่งเสร็จกิจจากเธอไม่นาน เขายัดความเป็นชายรวดเดียวด้วยความโกรธที่ ลีน่าทำเหมือนไม่ใส่ใจกับครั้งแรกของเธอ เมื่อท่อนเอ็นใหญ่เข้ามาสุดแรง
“อ๊ะ อ๊า” ลีน่าสะดุ้งคราง แต่พอเขาขยับไปสักพัก ร่างของเธอก็ปรับตัวรับกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาได้แล้ว เธอก็แอ่นสะโพกขึ้นตามจังหวะที่ชาล์ลขยับ
ยิ่งลีน่ายกสะโพกขึ้น ท่อนเอ็นของเขาก็เข้าไปได้ลึกมิดด้าม เอ็นที่ยาวใหญ่ไซส์ฝรั่งกระแทกไม่ยั้ง ส่วนร่องของเธอก็ตอดรัดบีบแน่น มือใหญ่ทาบลงบนอกอวบอิ่มไซส์ใหญ่พร้อมกับบีบขยำแรงแรง จนลีน่าดิ้นพล่าน ครางไม่หยุดย่น
“ผมต้องการคุณลีน่า” ชาล์ลกระซิบกระซาบพร้อมกับกระแทกไม่หยุดหย่อน
“อ๊า อา ชาล์ล” ลีน่าคงจะเสียวมากเพราะเธอครางไม่หยุด ชาล์ลดูดที่หน้าอกของลีน่าพร้อมกับกัดเบาเบา ทำให้ลีน่าเสียวซ่านกว่าเดิม
“อ๊ะ อ๊ะ” ลีน่าครางไม่หยุด เธอครางตามจังหวะที่เขากระแทก เขากระแทกถี่ถี่ใส่ร่องสาวรุนแรงขึ้น ส่วนร่องลีน่าก็ตอดรัดบีบแน่นไม่แพ้กัน
“โอ้ว ไม่ไหวแล้วลีน่า” เขากระแทกถี่ระรัว ลีน่าที่กำลังเสียวสุดสุดนั้นก็ได้ยกสะโพกขึ้นสูง เพื่อให้เขาเข้ามาลึกที่สุด ไม่นานชาล์ลก็ได้ปล่อยน้ำขาวขุ่นอีกครั้ง เขากอดลีน่าไว้แน่นพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเธอ
“ลีน่า ผมรักคุณ ผมอยากแต่งงานกับคุณ” พร้อมกับหลับไป
ลีน่าที่ได้ฟังก็ปราบปลื้มพร้อมกับตกใจไม่คิดว่า ชาล์ลจะบอกรักกับเธอ
“ฉันก็รักคุณค่ะชาล์ล” แต่ไม่ทันที่ชาล์ลจะได้ยิน เพราะเขาหลับไปแล้ว แขนใหญ่ของเขากอดเธอไว้แน่น ราวกับว่าตื่นมาแล้วเธอจะหายไป
เช้าของวันใหม่ ลีน่าที่พยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่สามารถเพราะชาล์ลยังคงกอดเธอไว้แน่น ลีน่าจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร ขนตาแพงอน คิ้วดกดำ พร้อมกับก้มลงจูบหน้าผาก
“รักผมหรือยัง ลีน่า” ชาล์ลลืมตาขึ้นพร้อมกับถามคำถามลีน่าทันที
ลีน่าไม่ตอบ เธอยิ้มให้กับเขา ชาล์ลจูบริมฝีปากอวบอิ่มนั้น พร้อมกับขึ้นคร่อมลีน่าไว้
“จะอะไรคะชาล์ล ฉันอยากอาบน้ำ ฉันเหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว”
“เดี๋ยวค่อยอาบทีเดียวเลยล่ะกัน ไหนไหนคุณก็ปลุกผมจนตื่นแล้ว” เขาพูดพร้อมกับชี้ไปยังท่อนเอ็นที่ชูชันตั้งโด่งขึ้น พร้อมกับบรรเลงจูบริมฝีปากอย่างดูดด่ำ
พอผละจากริมฝีปากได้ ลีน่าก็เอ่ยขึ้นทันที
“ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ ชาล์ล เมื่อคืนฉันระบมไปหมดแล้ว”
“ผมจะทะนุถนอมคุณ” พูดจบเขาก็ไซ้ซอกคอเลื้อยต่ำไปยังทรวงอกที่ชูชัน ผ่ามือสากขย้ำเต็มมือ ปากก็ลากวนตรงยอดปทุมที่ชูชันอยู่จนเป็นไตแข็ง
“อ่า...” ลีน่าครางเบาเบา
“คุณสวยจริงจริงลีน่า” พร้อมกับเค้าคลึงอกคู่งามไม่หยุดหย่อน ไม่นานเขาก็ใช้นิ้วยาวแหวกไปยังร่องของลีน่า พร้อมกับชักเข้าชักออก จนมีน้ำใสใสเยิ้มออกมา เขาจึงจับท่อนเอ็นใหญ่สอดแทรกเข้าไปในร่องทันที มันทั้งแคบ เขาใช้เวลาอยู่สักพัก ส่วนนิ้วยาวก็ไม่ได้อยู่นิ่ง เขาบี้เม็ดเสียวของลีน่า จนลีน่าต้องร้องครางเสียงดังด้วยความเสียวกระสัน
“อ๊ะ อ๊า อ๊ะ....ชาล์ล” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา เหมือนลมหายใจจะขาดรอนเพราะความเสียว
ตอนที่ 17
เมื่อชาล์ลเห็นว่าได้ที่แล้ว เขาก็ยัดท่อนเข้าไปอีกครั้ง จนสุดโค่น ความรู้สึกที่มันตอดรัดแน่น ทำให้เขาต้องหยุดการเคลื่อนไหว
“โอ้ย....เจ็บค่ะชาล์ล” ลีน่าร้องออกด้วยความเจ็บปวดเพราะ ท่อนของชาล์ลทั้งใหญ่ทั้งยาว จนเธอหน้านิ่ว แก้มแดงก่ำ ความรู้สึกที่มันแน่นคับตื้อ อยู่ที่ของสงวนของเธอ เมื่อปรับสภาพได้สักพัก เธอก็เริ่มครวญคราง ชาล์ลเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพร้อมรับแรงกระแทกแล้ว เขาจึงเดินหน้าอย่างเต็มที่
“อ๊ะ อ๊า อ๊ะ...” ลีน่าร้องครางเสียงดังตามจังหวะที่โดนกระแทก มือของชาล์ลก็ไม่หยุด เขาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่จนแดงเป็นรอยมือ ไม่นานลีน่าก็กระตุกหน้าท้องเกร็ง เขารับรู้ได้ทันทีว่าเธอเสร็จไปแล้ว เพราะตอนนี้ร่องของเธอบีบรัดแน่น อย่างรุนแรง เขาไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน มันยิ่งทำให้ชาล์ลกระหายเพิ่มมากขึ้น
เขาจับลีน่าพลิกตัวให้นอนคว่ำ เขายกสะโพกลีน่าให้สูง
“อ๊ะ...” เขายัดท่อนเอ็นใส่อย่างรวดเร็วโดยที่ลีน่าไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับกระแทกถี่และรุนแรง เหมือนจะขาดใจให้ได้เสียตรงนั้น ไม่นาน ชาล์ลก็ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นเต็มร่องของลีน่า เขาฟลุบลงนอนข้างข้างเธอ พร้อมกับดึงร่างบางเข้ามากอด เขากอดเธอด้วยความอ่อนเพลีย ส่วนลีน่านั้นก็หมดแรงเช่นกัน
11 โมง
ลีน่าตื่นขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เธอปล่อยให้ชาล์ลหลับพักผ่อนไปก่อน
เธอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนและเมื่อเช้า ทำให้เธอต้องร้อนแผ่ว เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะได้มีโอกาสมีชาล์ลอยู่บนเตียงเธอมาก่อน เธอสลัดความคิดอันวูบวาบไป และเธอได้ไปเตรียมอาหารเช้าง่ายง่าย ก่อนที่จะมาปลุกเขา
“ชาล์ล ชาล์ลคะ”
ชาล์ลดึงลีน่ามากอด พร้อมกับหอมฟอดใหญ่ไปหนึ่งที
“หืม...ที่รักของผมหอมจัง”
“ตื่นเลยค่ะ ไปอาบน้ำ ฉันเตรียมมื้อเช้าไว้แล้ว แต่คงไม่เช้านักแล้วล่ะค่ะ”
ชาล์ลยังกอดไม่ยอมปล่อย
“ไม่ดื้อค่ะชาล์ล ลุกเร็ว ฉันหิวแล้ว ใกล้จะเที่ยงแล้ว”
ชาล์ลจำใจต้องลุกเพราะเขาไม่อยากให้ลีน่าหิว
บนโต๊ะอาหาร มีอาหารง่ายง่าย ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว เบค่อน และกาแฟ
ชาล์ลยกกาแฟขึ้นดื่มพร้อมกับพูดว่า
“ทุกเรื่องทุกคำพูดที่ผมได้กระทำไป ผมพูดออกมาจากใจนะลีน่า”
“...........” ลีน่านิ่งเงียบ
“ผมต้องการคุณ และผมก็อยากจะแต่งงานกับคุณด้วย”
“......”
“ถ้าคุณยังเงียบ ผมถือว่าคุณตกลงนะลีน่า”
“แต่ คุณกลัวการมีครอบครัวไม่ใช่หรือคะ ฉันไม่อยากให้คุณทำเพราะคิดว่าจะต้องมารับผิดชอบฉันเรื่องเมื่อคืน”
“กับคุณไม่เหมือนกันลีน่า ผมอยากอยู่กับคุณทุกเวลา คุณรู้หรือเปล่า ทุกคืนผมจะฝันเห็นคุณ อีกอย่างผมไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว ถ้าคุณไม่ตกลง ผมจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านคุณตั้งแต่วันพรุ่งนี้ล่ะกัน”
“เดี๋ยวนะ คุณจะย้ายมาอยู่กับฉัน แล้วถ้าฉันตกลงล่ะ”
“ถ้าคุณตกลง ผมก็จะจัดการเรื่องงานแต่งงานให้เร็วที่สุด แล้วผมก็ให้คุณเลือกเอาเองว่าจะเราอยู่ด้วยกันที่บ้านของคุณ หรือคุณจะย้ายไปอยู่ที่บ้านของผม”
“เสียเปรียบทุกทางเลยอะ คุณขี้โกง”
“สรุปจะเอายังไงครับ ที่รัก” เขาเอื้อมมือไปจับมือลีน่า พร้อมกับใส่แหวนหมั้นไว้อย่างเดิม
“อะ...ชาล์ล”
“อย่าถอดมันอีกได้มั้ย ผมเจ็บปวดใจเหลือเกินที่คุณถอดแหวนออก เราแต่งงานกันนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด”
“......”
“ว่าไงครับ อย่าเงียบนานได้มั้ย”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะลองเชื่อคุณดู” พูดจบชาล์ลก็รีบอุ้มลีน่าไปยังที่นอนพร้อมกับบรรเลงเพลงรักอีกครั้ง
ลีน่าตกลงจะแต่งงานกับชาล์ล ชาล์ลรีบโทรไปบอกมาซาเน่เรื่องงานแต่ง
“ฉันดีใจกับเธอด้วยนะชาล์ล หนูลีน่าเป็นคนดีจริงจริง”
“ครับ ผมรักเธอ อยากจะดูแลเธอ ผมอยากให้คุณมาเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวครับ”
“แล้วตกลงจะแต่งวันไหน ดูวันไว้หรือยัง แล้วหนูลีน่ามีญาติฝ่ายเจ้าสาวแล้วหรือยัง”
“ผมดูไว้อีกสองเดือนข้างหน้าครับ ให้ลีน่าได้เตรียมตัวด้วย ส่วนญาติฝ่ายเจ้าสาว ผู้จัดการของเธอเป็นคนจัดเตรียมครับ”
“อืม แล้วเจอกันนะชาล์ล ขาดเหลืออะไรก็บอก”
“ขอบคุณครับมาซาเน่”
ทางฝั่งลีน่า
“ได้ข่าวว่าอีกสองเดือนเธอจะแต่งงานเหรอลีน่า” แพทกล่าว
“หูย ฉันล่ะอิจฉาว่าที่เจ้าสาวจริงจริงเลย” โมน่ากล่าว
“พวกเธออย่าอิจฉาฉันเลย”
“ลีน่า เดี๋ยวคุณเข้ามาคุยกับผมหน่อยนะ” ผู้จัดการบอกเมื่อเจอกับลีน่า
“ค่ะ” ลีน่าเดินตามผู้จัดการของเธอไปในห้อง
“ชาล์ล เขาโทรมาบอกเรื่องแต่งงาน คุณพร้อมแล้วใช่มั้ย”
“ค่ะ ผู้จัดการ”
“โอเคก็ดี ถ้าอย่างงั้น ผมจะเป็นเจ้าภาพให้กับพวกคุณตามที่ตกลงกันไว้นะ งานจะมีขึ้นอีกสองเดือนข้างหน้าใช่มั้ย”
“ค่ะ ฉันขอบคุณผู้จัดการมากค่ะ ที่เป็นธุระให้กับฉัน”
“คุณอย่าคิดมากไปเลย ผมยินดี ส่วนเรื่องตำแหน่งผมก็จะทำตามสัญญานะ และเพื่อความสุขของคุณ ผมจะให้คุณเป็นผู้จัดการส่วนภูมิภาคที่นี่เลยไม่ต้องย้ายรัฐแล้ว แต่ต้องหลังงานแต่งนะ”
“ขอบคุณมากค่ะผู้จัดการ” ลีน่าดีใจกับข่าวที่ได้ยิน เธอรีบโทรบอกชาล์ล
ครืน ครืน ครืน เสียงมือถือชาล์ลดังขึ้น
“ว่าไงครับที่รัก ผมกำลังจะชวนคุณไปดูการ์ดและของชำร่วยพอดี”
“คือผู้จัดการบอกจะเลื่อนตำแหน่งให้ฉันค่ะ และไม่ต้องย้ายรัฐ ให้ประจำอยู่ที่นี่เลย”
“ว้าว ข่าวดีมาก ว่าแต่เขาเลื่อนให้คุณเลยหรือเปล่า.”
“หลังงานแต่งค่ะ”
“กะแล้ว เขาไม่ยอมเสียเปรียบเลยจริงจริง ว่าแต่เดี๋ยวบ่ายนี้ผมไปรับนะ”
“ค่ะ สักประมาณบ่ายสามได้มั้ยคะ เหลือเอกสารนิดหน่อย”
“ได้ครับ แล้วเจอกันนะครับที่รัก”
ตอนที่ 18.
ณ. ร้านเวดดิ้งสตูดิโอ
“ผมว่าอันนี้ก็สวยนะลีน่า” ชาล์ลชูของชำร่วยที่มีเด็กผู้ชายจับมือเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นตุ๊กตาเล็กเล็กอยู่ในกล่องสีทอง
“อืม...แต่ฉันอยากได้แบบที่สามารถเอาไปใช้ได้ด้วยค่ะ”
“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยล่ะกัน ผมได้หมดให้ที่รักของผมมีความสุข” พูดจบชาล์ลก็โอบลีน่ามาจูบหน้าผาก
“งั้นคุณไปดูการ์ดแต่งงานก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป”
“ไปพร้อมกันแหละครับ เลือกเถอะ ผมรอได้”
“ฉันกลัวคุณจะเบื่อ” ลีน่าพูดด้วยสีหน้าแววตาที่กังวล ทำให้ชาล์ลรับรู้ได้ถึงความรู้สึกในใจเธอ
“เรื่องของเรา ผมไม่มีคำว่าเบื่อครับ”
“งั้นฉันเลือกอันนี้ล่ะกัน” ลีน่าชูของชำร่วยที่เธอเลือกให้แก่ชาล์ล มันเป็นพวงกุญแจที่เป็นวงกลมคล้ายคล้ายคริสตัล พอกดก็เป็นไฟฉายสว่าง
“อืม เก๋ดี แถมใช้งานได้ด้วย” ชาล์ลบอก
“คุณจะเชิญแขกกี่คนคะ ชาล์ล” ลีน่าถามเพราะญาติฝั่งเธอแทบจะไม่มีใครเลย แค่น้องชายและน้องสาวของเธอเท่านั้นที่เหลืออยู่
“ไม่กี่คนหรอกครับ พ่อแม่ผมก็เสียไปหมดแล้ว ญาติที่สนิทกันก็มีไม่กี่คน อย่างมากก็เพื่อนผม คุณยังจำไมค์ได้มั้ย สมัยที่เราเรียนมหาลัยเดียวกัน”
“ค่ะ จำได้”
“อืม ผมว่าเดี๋ยวเราไปดูการ์ดแต่งงานเลยล่ะกัน อีกอย่างผมว่าลองชุดไปเลยล่ะกัน เหลือเวลาไม่มากแล้ว เผื่อต้องแก้แล้วเดี๋ยวไม่ทันวันงาน”
“คุณรีบไปไหนรึเปล่าคะชาล์ล คุณดูรีบรีบมากเลย” ลีน่าถามด้วยความสงสัย เพราะชาล์ลดูกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ
ชาล์ลกระซิบลงมาที่หูของลีน่า
“ผมหิวคุณแล้ว อยากกินไปทั้งตัว”
“บ้า” ลีน่าทุบแขนชาล์ลเบาเบา
“ผมล้อเล่น แต่ถ้าได้จริงจริงก็ดีนะ” ชาล์ลพูดจบก็โอบลีน่าไว้ ลีน่าก็รู้สึกอบอุ่นใจเป็นที่สุด
“เดี๋ยวเชิญว่าที่เจ้าสาวที่ห้องลองชุดเลยนะคะ” พนักงานในร้านบอกกับลีน่า พร้อมกับถือชุดที่ลีน่าเลือกไว้ประมาณสามสี่ชุดไปยังห้องลอง
“ค่ะ” ลีน่าตอบพร้อมกับเดินตามพนักงานไป เธอหายไปสักพักก็ออกมาด้วยชุดสีขาวระยิบระยับ เรียบเรียบ แต่ดูผู้ดีเหลือเกิน
ชาล์ลที่ได้เห็นว่าที่เจ้าสาวของเขาก็ถึงกับใจสั่นอึ้งนิ่งไปเลย จนลีน่าเอ่ยถามขึ้น
“ชุดนี้เป็นยังไงบ้างคะชาล์ล”
“ชุดไหนไหนคุณก็สวยทั้งนั้นลีน่า”
“ว่าที่เจ้าบ่าวน่ารักจังเลยนะคะชมเจ้าสาวตลอดเลย ” เจ้าของร้านที่เดินเข้ามาก็ได้ ออกปากชมชาล์ล
“เดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันนะลีน่า” ชาล์ลเดินออกมาพร้อมกับเปิดประตูให้ลีน่า
“คุณอยากทานอะไรคะ”
“คุณเห็นร้านสเต็กตรงหัวมุมมั้ย” ชาล์ลบอกพร้อมกับชี้ให้ลีน่าดู “เดี๋ยวเราไปร้านนั้นกัน”
“ได้ค่ะ” ชาล์ลเดินจับมือลีน่าไปยังร้านอาหาร
“เพื่อนผมเป็นเจ้าของร้านนี้ครับ” ชาล์ลบอกพร้อมกับหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดู
“หืม ใครหรือคะ ไมค์เหรอ”
“ไม่ใช่ไมค์ครับ เดร็ก เราเป็นเพื่อนตอนผมเรียนโทครับ” พูดจบเดร็กก็เดินเข้ามาทักชาล์ลกับลีน่า
“ไงชาล์ล สบายดีนะ หายไปนานเลยนะ” เดร็กทักชาล์ล
“เพิ่งกลับมาจากว่าความที่อิตาลี เดร็ก นี่ ลีน่า คู่หมั้นของฉัน” ชาล์ลแนะนำเดร็กให้ลีน่ารู้จัก
“สวัสดีครับ ไม่ยักรู้ว่าชาล์ลจะมีคู่หมั้นที่สวยราวกับนางฟ้าด้วย มันไม่เคยควงใครมาที่ร้านผมเลยนะครับ ตั้งแต่ผมเปิดร้านมา”
“สวัสดีค่ะ คุณเดร็ก ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมต้องกลับไปรับลูกสาวจากเรียนพิเศษก่อน ตามสบายเลยนะชาล์ล ยินดีกับนายด้วย ไว้เชิญฉันไปงานแต่งงานด้วยนะ” เดร็กหันไปพูดกับชาล์ล
“ได้เลยเดร็ก เอานี่ ไหนไหนนายก็ถามหางานแต่งแล้ว” ชาล์ล ยื่นการ์ดแต่งงานที่เขาได้จากร้านเวดดิ้ง สตูดิโอให้กับเดร็ก
“เห้ย....ยินดีด้วยนะ แต่งอีกสองเดือนข้างหน้าเหรอ ได้เลยเพื่อนแล้วเจอกันที่งานแต่งนะ” เดร็กตบบ่าชาล์ลเบาเบา แล้วเดินออกไป
ชาล์ลขับรถมาส่งลีน่าที่บ้าน ก็ได้เจอกับโรส
“อ้าวโรส มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ มาทำไมไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ”
“พอดีเลย คุณชาล์ลมากับพี่ใช่มั้ย ฉันมีเรื่องอยากให้คุณชาล์ลช่วยหน่อยน่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอครับ” ชาล์ลถามด้วยอาการอยากรู้
“คือฉันอยากให้คุณชาล์ลมาเป็นทนายในการฟ้องหย่าสามีดิฉันค่ะ เพราะเราทำข้อตกลงกันแล้วแต่เขาไม่ยอม”
“เรื่องนั้นผมไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจะเป็นทนายให้คุณเอง เดี๋ยวคุณช่วยส่งหลักฐาน พร้อมกับสัญญาข้อตกลงมานะครับเดี๋ยวผมดูว่าจะต้องแก้ไขตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งให้ค่ะ”
“เดี๋ยวถ้าผมได้เอกสารจากคุณแล้ว ผมจะลองไปคุยกับสามีคุณก่อน แต่ถ้าเขาไม่ยอม เดี๋ยวผมจะส่งเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ คุณชาล์ล” โรสพูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย
“อ้าวจะกลับแล้วเหรอโรส นึกว่าจะค้างกับพี่ที่นี่” ลีน่าเอ่ยถามน้องสาวเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าจะออกไป
“ใช่พี่ ฉันจะกลับบ้านไปเตรียมเอกสารให้คุณชาล์ล เดี๋ยวอาทิตย์หน้าฉันจะพาพี่ไปขัดตัวคอร์สเจ้าสาว ฉันจองร้านไว้แล้ว แล้วเจอกันนะพี่ ลาล่ะค่ะคุณชาล์ล” โรสพูดจบพร้อมกับเดินออกจากบ้านไป
ตอนที่ 19.
“คุณจะกลับเลยหรือเปล่าคะ ชาล์ล” ลีน่าถามชาล์ลเพราะเห็นว่าเกือบสี่ทุ่มแล้ว ชาล์ลไม่ตอบพร้อมเดินมากอดลีน่าจากด้านหลัง สองมือก็เคล้นคลึงหน้าอกเธอไว้อย่างเร่าร้อน
“ผมแทบจะกลั้นตัวเองไม่ไหวแล้วลีน่า” ลีน่ารู้สึกได้ถึงท่อนเอ็นที่ตุงขึ้นจากด้านหลังของเธอ ชาล์ลพูดจบก็อุ้มลีน่าไปยังเตียงนอนของเธอ เขาวางลีน่าลงบนเตียงพร้อมกับปลดเปลื้องเสื้อผ้าของลีน่าออก ปากก็จูบกับริมฝีปากอ่อนนุ่มอย่างดูดดื่มดุดัน จนริมฝีปากเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำ ชาล์ลผละออกจากริมฝีปากอวบอิ่มพร้อมกับไซ้ซอกคอระหงที่ยังคงมีกลิ่นน้ำหอมอยู่ เขาปลดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทาบทับลงบนตัวลีน่าอีกครั้ง
เขาใช้มือซอนเข้าไปยังตะขอบราเสื้อใน พร้อมปลดออก ทำให้เห็นปทุมคู่งามกระเพื่อมไปตามจังหวะลมหายใจของหญิงสาว
“สวยเหลือเกิน” เขาพึมพำ เขาใช้ลิ้นร้อนแผ่วลากวนอยู่บนยอดปทุมไม่นานก็แข็งเป็นไต สองมือก็ไม่ได้ลดละแต่อย่างใด ทั้งบีบเคล้นจนเต้าแดงเป็นรอยมือ ไม่นานเขาก็ถอดชั้นในตัวจิ๋วของเธอออก พร้อมกับก้มลงสูดดมอยู่นานสองนาน เขาใช้ลิ้นลากจนร่องเสียวของลีน่ามีน้ำใสเยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าได้ที่แล้ว เขาก็ใช้นิ้วแหย่ลงไปในร่องลึกของเธอ
“อ๊า อ๊า” ลีน่าครางด้วยความเสียวซ่าน เพราะปากของชาล์ล ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เขาดูดติ่งเสียวของเธออยู่ ส่วนนิ้วก็แหย่ขึ้นลงถี่เรื่อย ไม่นานร่างของลีน่าก็กระตุกเกร็ง
ชาล์ลถอดกางเกงออก ทำให้เห็นว่าท่อนเอ็นของเขาพองใหญ่ขึ้นจะแตกแล้ว เขาจับดุ้นยัดลงไปเป็นจังหวะ แต่ด้วยความที่ท่อนของเขาใหญ่มาก ทำให้เข้าลำบาก เขาหยุดและหันไปเล่นยังหน้าอกสองเต้าที่ใหญ่ล้นมือแทน
“อ๊า ชาล์ล” เมื่อเขาเห็นว่าลีน่าเริ่มมีสีหน้าผ่อนคลายเขาก็ยัดท่อนอีกขึ้นไปรวดเดียว
“อ๊ะ เจ็บค่ะ ชาล์ล”
“ผมขอโทษลีน่า แต่ผมยั้งใจไม่ไหวแล้ว” ด้วยแรงตอดรัดของลีน่าทำให้เขาไม่สามารถอดทนต่อความรู้สึกที่มันซ่านไปทั้งตัวได้ เขากระแทกแรงไปไม่ยั้ง มือก็บีบเคล้นหน้าอกจนแดง ลีน่าจากที่เธอมีความรู้สึกเจ็บ ตอนนี้เธอมีความรู้สึกเสียวเข้ามาแทน
“อ๊ะ อ๊ะ อา” เสียงครางของลีน่า ทำให้ชาล์ลยิ่งกระแทกถี่ถี่ จนลีน่าเสร็จไปครั้งนึง ชาล์ลจับลีน่าให้นอนคว่ำลง พร้อมกับยกสะโพกลีน่าขึ้น เขาใช้หมอนรองเพื่อให้ท่อนเอ็นของเขาเข้าได้สุด
ปึก ปึก ปึก เสียงเนื้อกระทบเนื้อ ลีน่าจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ชาล์ลก็ไม่หยุดขยับ แถมยังกระแทกแรงขึ้นเรื่อยเรื่อย จนก้นเธอเป็นสีแดง สองมือชาล์ลซอนเข้าไปยังหน้าอกคู่งาม เขาเคล้นคลึงเหมือนจะให้มันแหลกไปคามือ
“อ๊า อ๊า อา ชาล์ล ฉันไม่ไหวแล้ว”
“เสร็จพร้อมกันลีน่า อีกนิดเดียว” เขากระแทกถี่ ไม่นานเขาก็ปล่อยน้ำรักไปเต็มร่องของลีน่า เขาฟลุบบนตัวเธอสักพัก ก็ลงไปนอนข้างข้างแล้วดึงร่างลีน่าเข้าไปกอด
“ผมรักคุณลีน่า” เขาจูบลงบนหน้าผากของลีน่า
“ฉันก็รักคุณค่ะชาล์ล” ลีน่ารู้สึกมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของชาล์ล
เวลาตี 1 ลีน่าลุกมาเข้าห้องน้ำ ทำให้ชาล์ลที่กอดอยู่ข้างข้างตื่น
“ฉันขอโทษนะคะชาล์ล ที่ทำให้คุณตื่น”
“อย่างนี้ต้องโดนทำโทษ” ชาล์ลพูดจบก็ดึงลีน่าลงบนที่นอนพร้อมกับถอดเสื้อคลุมของเธอออก
“อะ ชาล์ล ฉันไม่ไหวแล้วนะคะ”
“แต่ผมต้องการคุณ” เขาไม่รอให้เธอขัดขืน พร้อมกับยัดท่อนเอ็นลงไปยังร่องสวาทพรวดเดียวจนมิดโคน
“อร้าย ชาล์ล เบาเบาหน่อย” ชาล์ลขยับช้าช้า เมื่อเห็นว่าลีน่าพริ้มไป เขาก็กระแทกอย่างไม่ยั้ง จนเธอต้องยกยันหน้าอกเขาไว้
“ชาล์ล.....” ลีน่าครางชื่อเขาเบาเบา เขาก็ก้มลงดูดหน้าอกลีน่าเหมือนกับอดอยากมาจากที่ไหน สองมือก็เคล้นเต้าให้ติดกัน จนลีน่าเสียวขนลุกซู
“คุณสวยเหลือเกินลีน่า” ชาล์ลยังคงขยับไปไม่ยั้งพร้อมกับหยอกเย้าสองเต้าไปพร้อมกัน หน้าอกที่เต่งตึงเด้งดึ่ง ทำให้ชาล์ลไม่สามารถละมือออกจากเต้าได้เลย
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า ฉันไม่ไหวแล้วชาล์ล” ลีน่ากระเช้าเสียง ครวญคราง
“พร้อมกัน” ชาล์ลพูดจบเขาก็ขยับถี่แรงขึ้น
ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก เสียงเนื้อกระแทกกัน ไม่นานเขาก็กระตุกเกร็งขา พร้อมกับปล่อยน้ำขุ่นขาวเต็มร่องของเธอ ทั้งคู่นอนกอดกัน จนถึงเช้า ลีน่าตื่นด้วยความอ่อนเพลีย จนเธอต้องออกปากบ่นกับชาล์ล ที่ไม่ปล่อยให้เธอได้พักเลย
“ฉันเพลียจังเลยวันนี้ คุณเล่นฉันซะจนเดินไม่ไหวแล้วนี่” ลีน่าทำหน้ามุ้ย
“เอ้านี่ กาแฟ จะช่วยทำให้คุณสดชื่นขึ้น” ชาล์ลยื่นกาแฟให้กับลีน่า
“เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่ทำงาน พอดีมีนัดกับลูกความใกล้ใกล้กับแถวนั้น”
“แล้วเรื่องของโรสคุณจะช่วยเธอใช่มั้ยคะ”
“ครับรอให้เธอส่งเอกสารสัญญาข้อตกลงการหย่ากับสามีของเธอ แล้วผมจะไปดำเนินการให้”
“ขอบคุณนะคะชาล์ล”
“ผมยินดี เอ่อ...เดี๋ยวเรื่องการ์ดแต่งงานผมจะเข้าไปเอาอาทิตย์หน้านะ ผมจะเอาการ์ดไปให้มาซาเน่ด้วย”
“ตกลงค่ะ”
ตอนที่ 20
“หวานจังเลยนะลีน่า ชาล์ลเขามาส่งเธอทุกวันเลย ฉันอิจฉาเธอจริงจริง” แพทกล่าวขึ้น
“พอดีเขามีธุระกับลูกความแถวนี้นะจ๊ะ ฉันก็เลยได้ติดรถเขามาด้วย” ลีน่ายิ้ม
“แล้วเมื่อวานเธอไปเลือกการ์ดของชำร่วยแล้วหรือ”
“ใช่จ๊ะ ที่ร้านเวดดิ้ง สตูดิโอ”
“โห....ร้านดังเลย เห็นพวกดาราชอบไปใช้บริการกันเยอะ”
“ชาล์ล เขาเป็นคนจัดแจงทั้งหมดน่ะ”
“อิจฉาอะ”
“ยืนคุยอะไรกันพวกเธอ” ผู้จัดการผ่านมาได้ยิน
“อ๋อ คือเมื่อวานลีน่าเขาไปเลือกชุดแต่งงานกันแล้วค่ะผู้จัดการ ร้านดังเสียด้วย” แพทตอบผู้จัดการ
“ดีใจด้วยนะลีน่า ชาล์ลเขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นจริงจริง ส่วนเรื่องที่ผมจะเป็นเจ้าภาพทางฝ่ายเจ้าสาว ผมยังยืนยันคำเดิมนะ ถ้าคุณว่างก็ส่งรายละเอียดแผนงานแต่งมาให้ผมด้วย เดี๋ยวผมจะได้ให้คนไปจัดการ” ผู้จัดการบอกกับลีน่าพร้อมกับเดินจากไป
“ขอบคุณค่ะผู้จัดการ”
ช่วงบ่าย ลีน่าเขียนผังงานแต่งรายละเอียดและแขกที่จะเชิญมาในงาน ให้กับผู้จัดการ เธอได้นำไปให้แก่ผู้จัดการ
“ลีน่า ผมจะชวนหุ้นส่วนบริษัทมาด้วยนะ คุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
“แล้วฝั่งเจ้าบ่าวล่ะ เชิญแขกเยอะมั้ย”
“ไม่ค่ะ เราอยากจัดงานเล็กเล็ก อบอุ่นอบอุ่นค่ะ”
“อืม ก็ดีนะ เราจะได้ดูแลแขกได้อย่างทั่วถึง เอ้านี่ ภรรยาฉันฝากมาให้” ผู้จัดการยื่นกล่องกำมะหยี่สีกรมให้แก่ลีน่า
“พอภรรยาฉันรู้ข่าว เธอก็ตื่นเต้นดีใจใหญ่เลย”
ลีน่ารับกล่องมาเปิดดู ก็ถึงกับตกใจ เพราะมันเป็นสร้อยคอเพชร ต่างหู และสร้อยข้อมือ ราคาไม่ต่ำ กว่า 10 ล้านบาท
“ฉันรับไว้ไม่ไหวหรอกค่ะ มันแพงเกินไป”
“ฉันว่าแล้วเธอต้องพูดอย่างนี้ งั้นก็ถือว่า เป็นโบนัสที่เธอเหนื่อยทำงานมากับเราตั้ง 6 7 ปีก็แล้วกันนะ และถือเสียว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานจากฉันและภรรยาฉัน หรือจะของขวัญเลื่อนต่ำแหน่งของเธอล่ะกัน รับไว้เถอะ อย่าปฏิเสธน้ำใจของภรรยาฉันเลย”
“ฝากขอบคุณคุณหญิงท่านด้วยนะคะ” ลีน่ารับมาอย่างลำบากใจ แต่เมื่อคิดว่าเป็นของขวัญที่คุณหญิงมอบให้เธอก็ยินดีรับ
ลีน่าออกจากห้องผู้จัดการเธอก็ต่อสายโทรศัพท์หาชาล์ลทันที
“ว่าไงที่รัก คิดถึงผมเหรอ” ชาล์ลหยอกล้อ
“คือชาล์ลคะ ภรรยาของผู้จัดการมอบชุดเครื่องประดับเพชรให้แก่ฉันค่ะ”
“คุณลำบากใจใช่มั้ย”
“ค่ะ ฉันเกรงใจ”
“คุณอย่าคิดมากไปเลย ให้ถือเสียว่าเขาให้ของขวัญแก่การทำงานของคุณล่ะกัน ผู้ใหญ่ให้ถ้าไม่รับ มันจะดูไม่ดีนะ อีกอย่างแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอก คุณอย่ากังวลใจไปเลย” ชาล์ลปลอบลีน่าเพราะเขารู้ว่าเธอเป็นคนขี้กังวล
“ขอบคุณค่ะชาล์ล ฉันจะไม่คิดมากเรื่องนี้ล่ะกัน แล้วคุณเสร็จธุระแล้วหรือคะ”
“ครับ แค่นัดเซ็นต์เอกสารเรื่องที่ดิน ไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวผมไปรับคุณนะ คุณใกล้จะเลิกงานแล้วด้วย”
“แล้วเจอกันค่ะ”
ลีน่าวางสายแล้วก็มองดูกล่องกำมะหยี่อย่างลำบากใจก่อนที่จะเก็บมันไว้ในกระเป๋าของเธอ ไม่นานชาล์ลก็มาถึงที่ทำงานของเธอ เขาเห็นเธอกำลังจัดเอกสาร
“เสร็จรึยังครับ”
“อ้าวชาล์ล มาถึงเร็วจัง เดี๋ยวเอาเอกสารใส่แฟ้มก็เสร็จแล้วค่ะ” ลีน่าพูดพร้อมกับหยิบเอกสารใส่ซองในแฟ้ม
“ไปกันเถอะค่ะ” ลีน่าหันมาบอกชาล์ลเมื่อเธอจัดการแฟ้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดินไปถึงที่รถ ก็เห็นว่ามีของช้อปปิ้งหลายอย่างอยู่บนรถ
“ซื้ออะไรมาหรือคะ เยอะแยะเลย”
“คือวันนี้ผมไปซื้อบ้านมา เพื่อเป็นเรือนหอของเรา เป็นบ้านจัดตกแต่งพร้อมอยู่ ผมก็เลยถือวิสาสะ ซื้อของใช้ให้คุณเลย แล้วก็มีพวกอาหารสด เดี๋ยวคืนนี้ ผมจะทำอาหารให้คุณทาน ฉลองขึ้นบ้านใหม่เลยล่ะกัน” ชาล์ลยิ้ม
“ซื้อบ้านเลยหรือคะ แล้วที่นัดเจอลูกค้า ก็คือไปซื้อบ้านมา” ลีน่าถามอย่างสงสัย
“จริงจริงแล้ว ผมจองล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ตอนที่ผมไปว่าความอยู่อิตาลีแล้ว พอบ้านตกแต่งเสร็จก็แค่เซ็นต์โอนบ้านก็เท่านั้น” ชาล์ลอธิบาย
ไม่นานรถของชาล์ลก็ขับไปจอดยังบ้านเดี่ยวหลังใหม่ บ้านหลังใหญ่ 4 ห้องนอน 5ห้องน้ำ มีห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และห้องครัว ห้องซักล้าง และพื้นที่โดยรอบรอบอีก
“หลังใหญ่มากค่ะชาล์ล” ลีน่าพูดออกไปพร้อมกับเดินสำรวจห้อง
“ห้องมาสเตอร์สำหรับผมและคุณ ห้องนี้ไว้รับแขก อีกสองห้องไว้ให้ลูกลูกของเราไงครับ สวนพื้นที่ด้านหลัง ผมจะไว้ทำสวนผักให้คุณส่วนหนึ่ง อีกฝั่งก็ไว้ตากผ้า หรือเล่นบอลกับลูกลูก” ชาล์ลพูดไปยิ้มไป อย่างมีความสุข ทำให้ลีน่าที่รับฟังอยู่ก็รู้สึกอบอุ่นใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนจากผู้ชายที่เจ้าชู้กะล่อน ไปเป็นผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำ และมั่นคงขนาดนี้ เธอเข้าไปกอดเขา
“ขอบคุณนะคะชาล์ลที่ทำทุกอย่างเพื่อฉัน” ลีน่าพูดด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
ชาล์ล เชยคางลีน่า
“ผมเต็มใจและยินดีทำเพื่อคุณลีน่า เราจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยกันนะ มีพ่อแม่ลูก” พูดจบเขาก็กอดลีน่าไว้แน่น เพราะสำหรับเขาแล้ว เขาไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับใครมาก่อน เขาไม่เคยเชื่อในรักแท้ จนกระทั่งมาพบกับลีน่า ผู้หญิงที่เขายอมถอดเขี้ยวเล็บ
ตอนที่ 21.
“คุณหิวหรือยัง เดี๋ยวผมจะไปทำให้คุณทาน”
“ขอบคุณค่ะชาล์ล เดี๋ยวฉันไปช่วยคุณดีกว่า”
“คุณเอาของที่ผมซื้อมาไปเก็บในห้องเถอะ เดี๋ยวผมจะทำอาหารเอง”
“ค่ะ ชาล์ล”
ลีน่าหยิบของใช้ที่ชาล์ลซื้อมาออกจากถุง มีทั้งครีมบำรุง เซรั่มบำรุง ยาสระผม ครีมนวดผม ของใช้จิปาถะ แม้กระทั่งเสื้อผ้าชุดทำงานของเธอ และชุดชั้นใน
“คุณรอบคอบเสมอเลยนะคะชาล์ล” ลีน่าพึมพำ จนเธอหยิบของจากอีกถุงนึง จึงเห็นชุดคอสเพลย์และชุดนอนวาบหวิว 7ชุด และแม้กระทั่ง ชุดชั้นในจีสตริง
“นี่เขากะจะให้เราใส่นอนอย่างนี้ทุกคืนเลยหรอ ซื้อมาแต่ละแบบไม่ซ้ำกันเลย” ลีน่าถึงกับออกอาการหน้าแดง เมื่อนึกถึงท่อนเอ็นใหญ่ของชาล์ลที่กระแทกกระทั้นต่อร่องสวาทของเธอ
“บ้าไปแล้วเรา คิดอะไรอยู่นี่” เธอเก็บของไว้ในตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำ จัดเตรียมปูผ้าที่นอนผืนใหม่ที่ชาล์ล ได้เตรียมไว้ให้แล้ว
“อืม กลิ่นหอมจัง นี่เขาเอาไปซักเรียบร้อยแล้วสินะ” ลีน่าพึมพำขณะหยิบผ้าปูที่นอนออกจากถุงจากร้านซักรีด
“ลีน่า เสร็จรึยังครับ” ชาล์ลเดินเข้ามาพร้อมกับกอดลีน่าจากด้านหลัง
“อาหารเสร็จแล้วรึคะ เร็วจัง ฉันยังปูผ้าที่นอนไม่เสร็จเลย”
“เสร็จแล้วครับ มาเดี๋ยวผมช่วย” ชาล์ลดึงผ้าไปปูจนเสร็จ
“เรียบร้อยแล้ว ผมทำเมนูง่ายง่าย ไปทานข้าวกันเถอะ” ชาล์ลบอกพร้อมกับโอบตัวลีน่าให้เดินไป
บนโต๊ะอาหารมีสเต๊กปลาแซลม่อน กับหน่อไม้ฝรั่งและเห็ดในจาน กับสลัดซีซ่าส์ทูน่าสด
“หืมหน้าตาสวยจัง”
“อร่อยด้วย ลองทานดูซิ”
ลีน่า ตักแบ่งสลัดทูน่าสด มาซิม
“อืม อร่อยจริงจริงด้วย คุณไปเทคคอร์สมาหรือเปล่าคะ”
“ใช่ครับ คอร์ส สั้นสั้น สิบชั่วโมง ที่อิตาลี ตอนนั้นว่าความเสร็จก็ว่างอยู่เลยไปเรียนทำอาหาร อาทิตย์นึง แต่ก็ได้มาไม่กี่เมนูหรอกครับ 2-3อย่างเท่านั้น”
“เก่งจัง” ลีน่าออกปากชม
“ผมเก่งหลายเรื่องคุณก็รู้” คำพูดของชาล์ลทำให้ลีน่าหน้าแดง เพราะทำให้เธอนึกถึงลีลาบนเตียง
“....”
“คุณหน้าแดงนะลีน่า ร้อนไปรึเปล่า”
“เอ่อ ค่ะ” ชาล์ลลุกไปหยิบรีโมตท์มาปรับอากาศให้เย็นลง ทานอาหารสักพัก ชาล์ลจึงลุกไปเปิดตู้เย็น หยิบพานาคอตต้ามาสองถ้วย
“หืม...อย่าบอกว่าทำเองอีกนะคะ” ลีน่าถามเพราะเธอประหลาดใจที่ชาล์ลเข้าครัวแค่ครึ่งชั่วโมง อาหารก็เสร็จสองสามอย่าง
“เปล่าครับ อันนี้ซื้อมาจากร้านที่เราไปทานกันวันก่อน ที่คุณบอกว่าอร่อย” ชาล์ลหยิบจานสเต๊กที่ลีน่ากินเสร็จออกไป และวางถ้วยพานาคอตต้าตรงหน้าของเธอ
“ขอบคุณนะคะชาล์ล ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไรดี”
“เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายก็พอครับ” ชาล์ลยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำให้ลีน่าคิดดีไม่ได้เลย
เมื่อทานเสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็ช่วยกันเก็บและทำความสะอาดถ้วยจาน
“ใส่ไปในเครื่องล้างจานเถอะลีน่า มือคุณไม่ค่อยถูกกับน้ำยาล้างจานเท่าไหร่”
ลีน่าอึ้งในคำพูดของชาล์ล เพราะเธอมีปัญหากับน้ำยาล้างจานจริงจริง สมัยเรียนมหาลัย ลีน่าทำขนมเสร็จต้องล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ ทำให้มือของเธอลอก เปื่อยเพราะ แพ้น้ำยาล้างจาน
“คุณยังจำได้หรือคะ”
“เรื่องของคุณผมจำได้ทั้งนั้นแหละ ใส่ในเครื่องล้างจานเถอะ เดี๋ยวไปนั่งเขียนรายชื่อแขกที่จะเชิญกัน เดี๋ยวผมจะได้ไปส่งให้ทางร้านได้พิมพ์หน้าซองของการ์ด”
“โอเคค่ะ” ลีน่าหยิบจานทั้งหมดใส่ในเครื่องล้างจาน แล้วไปนั่งโซฟาที่หน้าทีวี
“คุณอยากจะเชิญใครบ้างเขียนชื่อได้เลยนะ”
“ฝั่งฉันไม่มีเยอะหรอกค่ะ แต่ผู้จัดการแกอยากจะเชิญหุ้นส่วนมาร่วมงานด้วย หุ้นส่วนสามคนค่ะ เป็นผู้ใหญ่ใจดีตั้งแต่ตอนที่ฉันมาทำงานใหม่ใหม่แล้วค่ะ”
“ได้สิ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
“เอ่อ นี่ค่ะ เครื่องเพชรที่ภรรยาผู้จัดการให้เป็นของขวัญแก่ฉัน” ลีน่ายืนกล่องกำมะหยี่สีกรมให้กับชาล์ล ชาล์ลเปิดออกดู
“โห ราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้านเลยนะ ภรรยาผู้จัดการคุณนี่ใจถึงไม่เบาเลย” ชาล์ลออกปากชม
“ค่ะ คุณหญิงแก่ใจดีต่อลีน่าเสมอค่ะ”
“แต่มันเหมาะกับคุณมากจริงจริงนะลีน่า เมื่อเทียบกับชุดที่คุณจะใส่แล้ว เหมือนกับเจ้าหญิงน้อยเลย”
ลีน่าเขินจนหน้าแดง แต่ชาล์ลก็พูดถูกเพราะเครื่องเพชรชุดนี้เหมาะสมกับชุดของเธอมากจริงจริง
“พรุ่งนี้เดี๋ยวผมพาคุณไปเลือกแหวนแต่งงานนะ”
“เอ่อ เรามีแล้วไม่ใช่หรือคะ” พูดจบลีน่ายืนมือซ้ายให้ชาล์ลดู
“อันนี้มันแหวนหมั้น ผมก็ต้องใส่แหวนแต่งงานด้วยเหมือนกัน วงนี้คุณเก็บเอาไว้นะ ผมตั้งใจเลือกให้คุณจริงจริงลีน่า” พูดจบเขาก็ประกบริมฝีปากอันอวบอิ่มของเธอ เมื่อผละออกจากจูบได้เธอก็ได้แต่เขินอาย
“ขอบคุณมากนะคะ”
“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นใส่ชุดนอนที่ผมซื้อให้ได้มั้ย”
“..........” ลีน่านั่งเขินไม่พูดอะไร
“ถ้าคุณเงียบผมถือว่าคุณตกลงแล้วนะ นะครับ” ลีน่าไม่ตอบแต่เธอก็ได้พยักหน้าแทน ชาล์ลยิ้มพร้อมกับหอมแก้มเธอไปหนึ่งที เขาอยากรู้ว่าถ้าลีน่าใส่แล้วจะเซ็กซี่ขนาดไหน แค่นึกภาพที่ลีน่าใส่ชุดนอนที่เขาซื้อให้เธอ ท่อนเอ็นเขาก็ตื่นตุงจนลีน่าเห็นได้ชัด
“ฉันไป อาบน้ำก่อนดีกว่าค่ะ คุณเขียนชื่อแขกฝั่งคุณไปก่อนนะ” ลีน่าพูดตัดบทแก้เขิน
“ผมไปอาบด้วยได้ไหม”
“ไม่เลย ถ้าคุณอาบด้วยฉันคงไม่ได้อาบดีหรอก” พูดจบลีน่าก็วิ่งเข้าห้องไปอาบน้ำ
ตอนที่ 22
“ผู้หญิงอะไรเขินน่ารักชะมัด” ชาล์ลพูดไปยิ้มไป
ทางฝั่งลีน่า เมื่ออาบน้ำเสร็จเธอก็หยิบชุดนอนมาชุดนึง เป็นสายเดี่ยวผ้าซีทรู เนื้อผ้าไม่คัน เมื่อเธอใส่แล้วทำให้เห็นจุกเต้านมสีชมพู ทรงเต้าที่ใหญ่ แต่ไม่หย่อนคล้อย ด้านล่างก็เผยให้เห็นไรขนรำไร เป็นภาพสวาทที่ชายใดเห็นก็มิอาจละสายตาไปได้
“เห้อ....ใส่ก็เหมือนกับไม่ใส่ สภาพอย่างนี้ คืนนี้คงไม่รอด” ลีน่าถอนหายใจเบาเบา แล้วขึ้นไปนอนห่มผ้าบนเตียง ลีน่าผล่อยหลับไป จนได้กลิ่นสบู่จางจางจากชายร่างใหญ่ที่เพิ่งออกจากห้องน้ำมา
“ชาล์ล อาบน้ำเสร็จแล้วหรือคะ” เธอถามเพราะไม่ได้ยินเสียงตอนเขาเข้ามา ภาพที่เธอลุกขึ้นนั่งทำให้ชาล์ลเห็นเธอในชุดนอนแค่ครึ่งท่อนตัว แต่แค่ท่อนบน ก็ทำให้ท่อนล่างของเขาตื่นโดยพลัน
“ครับ” เขาตอบพร้อมกับปลดผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวออก พร้อมกับท่อนเอ็นที่ชูผงาดออกมา ลีน่าที่ได้เห็นก็หน้าแดงก่ำ ถึงจะมีเซ็กซ์กันหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ชินกับภาพตรงหน้าของเธอ
ชาล์ล เดินเข้ามาหาลีน่า พร้อมกับดึงผ้าห่มจากตัวลีน่าออก เขายืนอยู่ด้านข้างเตียงตรงหน้าลีน่า พร้อมกับเชยคางลีน่าขึ้น
“คุณทำให้ผมหน่อยได้มั้ย” สายตาวิงวอนอ้อนวอนของเขาทำให้ลีน่าพยักหน้า
“แต่ฉันทำไม่เป็น” ลีน่าตอบตามความจริง ก็มีเพียงแต่ชาล์ลเท่านั้นที่ได้เชยชมร่างของเธอ
“คุณอมเหมือนกับลูกอม หรือดูดนิ้ว อย่าให้โดนฟัน” ท่อนเนื้อสะอาดพองตัวขึ้นเมื่อได้สัมผัสจากไออุ่นฝ่ามือของลีน่า เธอพยายามอ้าปากอมท่อนเอ็นของชาล์ลที่มีขนาดใหญ่ กว่าจะเข้าไปได้ทั้งหมดเธอก็ตึงปากเสียจนเมื่อย
ลีน่ากระดกลิ้นขึ้นเลียท่อนหัว ทำให้ชาล์ลตัวเกร็งส่งเสียงคราง
“อ๊า อา คุณเยี่ยมมากลีน่า” ลีน่าเรียนรู้ได้ไว ทำให้ชาล์ลเสียวจนจะขาดใจ จนเขาลืมตัวเผลอกดศรีษะลีน่า จนปากของเธออมท่อนเกือบมิดด้าม ซึ่งมันทำให้เธอจุกแน่น เธอรู้สึกได้ถึงคอหอยของเธอ ลีน่าไม่สามารถถอนออกจากท่อนเอ็นได้ เพราะชาล์ลได้จับหัวของเธอขึ้นลงเป็นจังหวะ จนเขาเสียวเกร็ง ไม่นานเขาก็กระตุกร่างจนพ่นน้ำขุ่นขาวเต็มปากของลีน่า ลีน่าถึงกับสำลักกับน้ำที่ชาล์ลได้ปล่อยออกมา
แต่ไม่ทันที่ลีน่าจะตั้งตัว เขาขึ้นคร่อมประกบริมฝีปาก ทำให้ลีน่าที่ไม่ทันตั้งตัวก็ทรงตัวไม่อยู่ เลยนอนลงไป ชาล์ลผละจากริมฝีปากอวบอิ่มนั้น ไซ้ลงตามซอกคอและลงมาจนถึงหน้าอกสองเต้าเต่งตึงของเธอ ด้วยอารมณ์ที่แตกกระเจิงของชาล์ลตอนนี้ที่เริ่มคุมไม่ไหวเพราะร่างกายของลีน่าได้เย้ายวนจนเขา ฉีกชุดนอนซีทรูออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเคล้นสองเต้า จนลีน่าแอ่นอกขึ้นเพราะความเสียวซ่าน
“อ๊า อ๊า อ่า ชาล์ล” เธอเผยอริมฝีปากเรียกชายหนุ่ม
“คุณน่ารักเหลือเกินลีน่า ผมอดใจไม่ไหวแล้ว” พูดจบชาล์ลก็ยัดท่อนเอ็นลงไปในร่องพรวดเดียวจนมิดสุดโคน ลีน่าสีหน้าเหย่เกเพราะความจุก จากท่อนเอ็นที่ยาวใหญ่
“อร้าย”
ชาล์ลกระแทกไม่ยั้ง อย่างกับอดอยากมาแรมปี ลีน่าถึงกลับแปลกใจที่ชุดนอนนี้ทำให้ชาล์ลจิตใจแตกกระเจิง จนต้องกระทำอย่างนี้ต่อเธอ แต่ใช่ว่าลีน่าจะไม่พอใจ เธอกับยกแอ่นสะโพกเพื่อให้รับท่อนเอ็นได้อย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้ลีน่าได้เสพติดรสเซ็กซ์จากชาล์ลไปแล้ว
“อ๊ะ อ๊ะ อา” เสียงครางดังต่อเนื่อง ในขณะนั้น ชาล์ลก็ได้จับให้ลีน่าสลับขึ้นมานั่งบนท่อนเอ็นของเขาแทน เขากดขาของเธอ พร้อมกระแทก จนลีน่ารู้สึกได้ว่าท่อนเนื้อไปชนกับผนังมดลูกของเธอ
ภาพสาวร่างอรนงค์ ตรงหน้าเขาตอนนี้ ไม่สามารถบรรยายได้ เขายื่นมือไปบีบเคล้นหน้าอกสองเต้าอย่างเมามัน พร้อมกับยกก้นกระแทกร่องสวาทไม่หยุดหย่อน ลีน่าที่เสียวกับท่ารักของชาล์ลตอนนี้ ทำให้สีหน้าของเธอยิ่งเซ็กซี่เข้าไปอีก
“อ๊า ลีน่า คุณน่ารักมาก” ชาล์ลเมื่อเห็นอย่างนั้น ก็ลุกขึ้นยืนขอบเตียง และจับลีน่าพลิกนอนให้อยู่ในท่าด็อกกี้สไตส์ ชาล์ลจับท่อนเอ็นยัดพรวดเดียวพร้อมกับกระแทกไม่ยั้ง เมื่อเห็นก้นขาวขาวจากแสงไฟภายนอกที่สอดส่องเข้ามากระทบทำให้เขาตีก้นลีน่าไปด้วย
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ฉันเสียวเหลือเกินชาล์ล” ลีน่าครางดังต่อเนื่อง
ชาล์ลจับสะโพกของเธอพร้อมกับกระแทกแรงแรงจนมิดโคน ครั้งแล้วครั้งเล่า
“ฉันไม่ไหวแล้ว” ลีน่าเอ่ยขึ้น เมื่อใกล้จะถึงฝั่งฝัน
“พร้อมกันลีน่า” ชาล์ลใช้นิ้วเขี่ยที่เม็ดเสียวของเธอพร้อมกับกระแทกถี่ถี่ ไม่นานก็เกร็งร่าง พร้อมกับปล่อยน้ำใสขุ่นในร่องของเธอ ลีน่าหายใจหอบกระส่ายเพราะบทรักของชาล์ล แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พัก ชาล์ลก็จับเธอนอนคว่ำ พร้อมกับยัดท่อนเอ็นไปในร่องอีกครั้ง และพรวดเดียวตามเคย
“อ๊า ชาล์ล” ชาล์ลประกบจูบริมฝีปากที่ส่งเสียงกระสัน จูบที่เร้าร้อนดูดด่ำ ทำให้ลีน่าอารมณ์แตกกระเจิงอีกครั้ง
“อ๊า อ๊า ......” ชาล์ลดูดเต้านมจนเป็นจ้ำเลือด ลีน่าที่ทั้งเจ็บทั้งเสียวนั้น ก็ได้แต่ครวญครางดิ้นอยู่ภายร่างใหญ่ของชาล์ล
ตอนที่ 23
หลังจากพายุสงบลง ทั้งสองก็นอนกอดกันจนถึงเช้า ลีน่าที่ตื่นมาด้วยความเพลียเพราะนาฬิกาที่เธอตั้งปลุกไว้ เมื่อเธอลุกก็ระบมไปทั่วร่าง รอยห้อเลือดที่เต็มตามหน้าอกของเธอ เธอมองดูชุดนอนที่เธอใส่มีรอยฉีกขาด เมื่อนึกถึงเซ็กซ์อันเร้าร้อนของชาล์ลเมื่อคืน ก็ทำให้เธอหน้าแดงก่ำ
“ทำไมเขาถึงได้รุนแรงนักนะ” แต่ลีน่าก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรกลับชอบเสียด้วยซ้ำยิ่งนึกถึงการกระทำที่ชาล์ลมีต่อเธอเมื่อคืน จิตใจเธอก็ยิ่งเร้าร้อน จนชาล์ลที่เพิ่งตื่นขึ้นมาสังเกตได้ เขาได้ใช้สองแขนโอบตัวผ่านไปยังสองเต้าใหญ่ พร้อมกับเคล้าคลึงเบาเบา โดยขณะที่ชอนไชไซ้ซอกคอไม่หยุดหย่อน
“อา อะ อ๊ะ” ลีน่าครางเบาเบา
“มอร์นิ่งที่รัก” ชาล์ลเอ่ยขึ้น พร้อมกับจูบริมฝีปากอย่างดูดดื่ม เขาเห็นร่องรอยห้อเลือดจากการดูดช่วงบริเวณเต้านม โชคดีที่เขาไม่ได้ทำบริเวณลำคอ เมื่อยิ่งเห็นรอยแดงจากเต้า ก็ยิ่งทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้น ก่อนที่เขาจะคร่อมตัวประกบบนลำตัวลีน่า ลีน่าเองก็มิได้มีท่าทีปฏิเสธ พร้อมกับอ้าขากว้างเพื่อให้ชาล์ลยิ่งสะดวกขึ้น ชาล์ลก้มมองดูร่องรอยน้ำรักที่ยังคงอยู่ในร่องของลีน่ายิ่งตอนนี้เขาได้ซอกไซ้ทำให้ลีน่ายิ่งมีอารมณ์ร่วม และมีน้ำเมือกใสเยิ้มปนกับน้ำรักของเขา
เขาจับท่อนเอ็นเขี่ยตามร่องขึ้นลงตามยาว
ฟลุบ เสียงท่อนหัวของเนื้อเอ็นเข้าไปยังร่องของลีน่า
“อืม ขนาดน้ำเยอะ ยังรัดแน่นขนาดนี้” ไม่รอช้า ชาล์ลได้กดท่อนเอ็นลงไปพรวดเดียว
“อ๊ะ อ๊า อ๊า” ลีน่าเริ่มครางเสียงดังเมื่อชาล์ลขยับถี่ขึ้น แรงกระแทกทำให้ก้นขาวขาวของลีน่าเป็นสีแดงเลยทีเดียว
“อืม” เสียงครางพอใจของชาล์ลดังออกมา ในตอนนี้ลีน่าเกร็งกระตุกร่าง ใกล้จะเสร็จ ยิ่งทำให้ช่องรักของเธอตอดรัดแน่นท่อนเอ็นเข้าไปอีก ชาล์ลกระแทกไม่ยั้งจนเขาพ่นน้ำรักเต็มร่องอีกครั้ง ครั้งนี้ น้ำรักไหลเยิ้มออกมาตามทางร่อง เมื่อเขาดึงท่อนเอ็นออก ทำให้เห็นรูเล็กซึ่งตอนนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้น
ชาล์ลจูบหน้าผากลีน่า พร้อมกับลุกไปอาบน้ำ
“เดี๋ยวผมอาบน้ำเสร็จจะทำอาหารเช้าให้คุณทาน คุณพักก่อนเถอะ เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งเอง”
ลีน่าเหลือบไปมองนาฬิกา
“เรามีอะไรกับชาล์ลแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ทำไมรสสวาทมันถึงได้ตราตรึงอย่างนี้” ลีน่ายอมรับเลยว่า ลีลาเขาชาล์ลเด็ด ขนาดของชาล์ลก็ไม่ได้น้อยเลย
“อืมหอมจังเลย คุณทำอะไรคะ”
“ข้าวต้มกุ้ง” ชาล์ลยื่นแก้วน้ำส้มให้ลีน่า “ดื่มหน่อยจะได้สดชื่น”
“ขอบคุณค่ะ”
“เดี๋ยวเราจะไปซื้อแหวนแต่งงานหลังคุณเลิกงานวันนี้นะ”
“ได้ค่ะ”
ที่ทำงาน
“ลีน่า ลีน่า เฮ้ลีน่า” แพทเรียกลีน่าเพื่อให้เธอเซ็นต์เอกสาร
“จ๊ะ ขอโทษที มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ” ลีน่าถามแพท
“ใจลอยถึงใครจ้า คู่หมั้นเหรอ อิอิ” แพทแซวลีน่า
“..............” ลีน่าหน้าแดง
“เอกสารจากฝ่ายขาย รอคำสั่งอนุมัติจากผู้จัดการอีกที” แพทยื่นแฟ้มเอกสารให้ลีน่าไปเซ็นต์รับทราบ และตรวจสอบก่อนจะส่งไปยังผู้จัดการของเธอ
หลังเลิกงาน ชาล์ลมารอรับลีน่าที่ทำงาน
“ชาล์ล อยู่ไหนคะ” ลีน่ากดโทรออกหาชาล์ล
“เพิ่งถึงกำลังจอดรถอยู่ที่ลานจอดรถ คุณเลิกงานแล้วเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ ฉันอยู่ในลิฟท์ตอนนี้กำลังลงไปที่คุณค่ะ เดี๋ยวเจอกันค่ะ”
“โอเคครับ เดี๋ยวผมวนรถไปรับคุณหน้าบริษัทเลยล่ะกัน”
“ค่ะ” ลีน่าวางสายและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าตามเดิม
ร้าน D&W จิวเวอร์รี่
“สวัสดีค่ะ วันนี้อยากให้ทางร้านช่วยเรื่องอะไรคะ” พนักงานในร้านกล่าวทักทาย
“ผมอยากได้แหวนแต่งงาน เพชรสักสามกะรัตครับ” ชาล์ลกล่าว พร้อมกับยิ้มให้ลีน่า
“ใหญ่ไปหรือเปล่าคะชาล์ล ฉันอยากได้เรียบเรียบ ไม่ต้องหวือหวา” ลีน่าตอบพร้อมกับชี้ไปยังแหวนเกลี้ยง
“สามกะรัตกำลังดีครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป คุณไม่ต้องกังวลไม่หรอกน่า ลีน่า ผมจ่ายไหว”
“ฉันรู้ว่าคุณจ่ายไหว แต่....”
“ไม่มีคำว่าแต่ ครับ วันนี้คุณต้องตามใจผม” ชาล์ลพูดพร้อมกับจุ๊บลงบนหน้าผากลีน่า
“นี่ค่ะ คุณลูกค้า” พนักงานหยิบถาดเพชรให้ชาล์ลและลีน่าเลือก
“คุณชอบวงไหนมั้ยครับ” เขาถามในขณะที่เขากำลังเล็งแหวนอยู่วงนึง
“อืม...วงดีค่ะ” ลีน่าชี้ไปยังแหวนเพชร ที่เป็นเม็ดชู แล้วมีเพชรเม็ดเล็กเล็กที่รอบตัววงเรือน
“ใจตรงกันเลยครับ ผมก็ชอบวงนั้น”
“เอาวงนี้ครับ” พนักงานหยิบแหวน ลองสวมใส่นิ้วของลีน่า
“ว้าว พอดีนิ้วของคุณลูกค้าเลยค่ะ” พนักงานกล่าวชม
“คุณชอบมั้ยลีน่า”
“ชอบค่ะ แล้วของคุณล่ะคะ”
“ของผมเอาวงนี้ครับ” ชาล์ลหยิบแหวนให้ลีน่าดู แบบเรียบเรียบ มีเพชรฝังอยู่กลางวง
“สวยดี เหมาะกับคุณค่ะ” ลีน่ากล่าว
“เดี๋ยวคิดเงินเลยครับ” ชาล์ลบอกกับพนักงานในร้านเพชร
“ทั้งหมด ห้าล้านเจ็ดแสนสองหมื่นบาท ค่ะ”
“นี่ครับ” ชาล์ลยื่นบัตร แพรตตินั่มให้กับพนักงาน
“นี่ค่ะ ใบรับประกันอยู่ในถุงเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ครับ” ทั้งสองเดินออกจากร้าน และกลับไปยังรถ
“คุณอยากทานอะไรครับวันนี้”
“อืม คุณจะทำให้ทานหรือเปล่าคะ” ลีน่าหยอกล้อ
“ได้สิ ถ้าคุณต้องการ ในตู้เย็นยังมีกับข้าวอยู่จากที่ผมซื้อเมื่อวาน
“คุณจะทำอะไรคะ”
“ผมไง คุณอยากกินหรือเปล่าล่ะ555” ชาล์ลหัวเราะ พร้อมกับออกรถไป
“บ้า ทะลึ่งแล้วคุณ” ลีน่าทุบแขนชาล์ลเบาเบา
“หรือว่าคุณไม่อยากกินผมแล้ว” ชาล์ลยังหันมาถามเธอ
“ขับรถไปเลยคุณ” ลีน่าเริ่มเขินหน้าแดง
“ผมอยากให้คุณรู้ไว้นะ ว่าผมหื่น เซ็กซ์จัด จัดได้ตลอด”
“ไม่ต้องบอกก็รู้ ขับรถไปเลย ฉันหิวข้าวแล้ว” ลีน่าหน้าแดงก่ำ
ตอนที่ 24
รถของชาล์ลได้แล่นมาจอดหน้าบ้านของเขา
“ชาล์ลคะ พรุ่งนี้ฉันขอกลับบ้านนะ”
“ทำไมละครับ”
“ฉันอยากจัดเก็บบ้านสักหน่อยค่ะ อีกอย่างเสาร์นี้ โรสก็จะมารับฉันไปขัดผิวด้วยค่ะ”
“ได้สิ งั้นพรุ่งนี้เรากลับไปนอนบ้านคุณกัน”
“เดี๋ยวนะ คุณนอนที่นี่ไปเลย”
“ผมห่างคุณไม่ได้สักคืนแล้วลีน่า” ชาล์ลพูดด้วยสีหน้าที่อ้อนวอน
“555 ไปเข้าบ้าน ฉันหิวข้าวแล้ว”
“จะกินผมก่อนมั้ย”
“ไม่”
“ผมล้อเล่น เดี๋ยวผมจะรีบทำให้คุณทานเลยครับ”
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ