เรื่อง หวนคืนสู่นภา
หลี่หยุนเฟิงถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ สีหน้าของเขายังคงแสดงอาการรู้สึกผิดอยู่ดี "ขออภัยที่เสียมารยาท"
"ท่านกระบี่วายุ ท่านมีชื่อเสียงและมีความแข็งแกร่งว่าพวกเรา การที่ท่านขอโทษต่อพวกเราเช่นนี้ ข้ามีความรู้สึกผิดในใจไม่น้อย" เฟิงฉีเหลียงกล่าวประสานมือด้วยรอยยิ้มจริงใจ
ฉายากระบี่วายุนับว่าเป็นตัวอันตรายอันดับต้นๆต่อนิกายมังกรโลหิต ตระกูลเฟิงของพวกเขาที่มีความแข็งแกร่งด้อยกว่า จะกล้าหาญชาญชัยในการตำหนิหลี่หยุนเฟิงหรือไม่?
แน่นอนว่าไม่!
หลี่หยุนเฟิงเพียงผงกศีรษะอย่างเข้าใจ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่นัยน์ตายังคงฉายแววจิตเข่นฆ่าฝังอยู่ลึกๆ
หลี่หยุนเฟิงมองไปยังตระกูลเฟิงทั้งสามพลางกล่าวชักชวน "เอาล่ะ มาดื่มกันเสียหน่อยก่อนที่พวกเจ้าจะออกเดินทาง"
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าจะปฏิเสธ ไม่ว่าอย่างไรภารกิจของพวกเขาสำเร็จลุล่วงแล้ว การจะอยู่ต่อเพื่อสนทนากับบุคคลที่แข็งแกร่งถือได้ว่าเป็นกำไรของพวกเขา
เฟิงฉีเหลียง เฟิงเหอและชายชราเฟิงวู่หลินเข้าร่วมการดื่มกับหลี่หยุนเฟิงในขณะที่เสิ่นชิงกำลังกลับไปยังตระกูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทาง
.
.
.
สถานการณ์ภายในราชวงศ์โม่กลับสู่ความสงบสุขมีเพียงแค่กลุ่มของตระกูลเฟิงเท่านั้นที่เข้ามา แต่ภายในราชวงศ์จีกำลังว้าวุ่นจนจีซิงเทียนต้อนรับแขกไม่ทันการณ์
เพราะหลังจากการปรากฏขึ้นของสมบัติปฐมกาล ก็มีเหล่าผู้อาวุโสจากเมืองศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลเข้ามาภายในราชวงศ์จีเป็นจำนวนมาก และใครหลายๆคนก็กำหนดเป้าหมายจากความถนัดส่วนบุคคลของคนรุ่นเยาว์ซึ่งหาได้จากข้อมูลการต่อสู้และข้อมูลทั้งหมดของบุคคลนั้นๆ
ซึ่งผู้ที่เข้ามาหนึ่งในนั้นคือร่างของหญิงสาวในอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านราวกับนางเป็นเทพธิดาไร้มลทินกำลังยืนอยู่บนหลังนกกระเรียนยักษ์ที่กำลังสยายปีกสีขาวนวลบินเหนือเวหาอย่างงดงาม
หญิงสาวผู้นั้นหลับตาในท่วงท่ากอดอก อาภรณ์สีขาวปลิวไสวไปกับแรงลมเหนือเวหา ก่อนที่นางจะเบิกตาอันน่าหลงใหลขึ้นเล็กน้อย
ทิศทางที่นกกระเรียนหิมะกระพือไปในขณะนี้คือทิศทางของตระกูลเยว่แห่งราชวงศ์จี
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที หญิงสาวผู้นี้กระโดดลงจากหลังนกกระเรียนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตระกูลสูงใหญ่ของเขตเมืองต้าเยว่ที่มีข้อจำกัดร่ายอยู่
หญิงสาวหมุนเวียนพลังปราณออกไปพร้อมกับเสียงตะโกนดังก้องกังวาน "เยว่กงเสวี่ย เจ้าจะไม่ออกมาต้อนรับข้าหน่อยหรือ?"
ด้วยเสียง 'พรึ่บ!' กระพริบแสงวาบ ปรากฏให้เห็นร่างอ่อนช้อยของเยว่กงเสวี่ยในกี่เพ้าสีขาวสั้นเผยให้เห็นต้นขาเรียวยาวอย่างมีเสน่ห์ นางผายมือกล่าวในลักษณะหยอกล้อ "เข้ามาเถิด ข้างในไม่มีบุรุษ"
หญิงสาวทำได้เพียงส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ นางติดตามเยว่กงเสวี่ยไปยังห้องโถงกลางตระกูลเยว่ที่มีเหล่าผู้อาวุโสทุกผู้คนรวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา
ในเวลาเดียวกันเหล่าผู้อาวุโสพลันยืนขึ้นโค้งคำนับอย่างสุภาพ
"คารวะผู้อาวุโสฉุ่ย!"
หญิงสาวนามผู้อาวุโสฉุ่ยยิ้มเล็กยิ้มน้อยก่อนจะนั่งลงชิดใกล้เยว่กงเสวี่ย นางเบือนสายตาไปและกล่าวถามว่า "กงเสวี่ย เจ้าปฏิเสธการมอบหลิงเสวี่ยให้แก่ข้ามาโดยตลอด ใยครานี้เจ้าจึงชักจูงนางได้?"
เยว่กงเสวี่ยจิบชาพลางกล่าวอย่างใจเย็น "หลิงเสวี่ยมีชะตากรรมร่วมกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง และสิ่งนั้นเกี่ยวพันไปถึงนิกายนกกระเรียนหิมะด้วยเช่นกัน"
ผู้อาวุโสฉุ่ยที่ได้ยินขมวดคิ้วด้วยแววตาเย็นชา "ชายหนุ่ม? ตระกูลเยว่ของเจ้าเกลียดชังบุรุษมิใช่หรือ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนิกายนกกระเรียนหิมะ?"
เยว่กงเสวี่ยป้องปากในขณะหัวเราะเบาๆอย่างมีเสน่ห์ "ชายหนุ่มที่ข้าพูดถึงมิใช่ชายหนุ่มธรรมดา เขามีนามว่าหลี่ชิงหยุน และเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอนาคตของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์หลังจากนี้"
"โอ้? หลี่ชิงหยุน… หากเจ้ากล่าวถึงเพียงนี้ นั่นหมายความว่าเจ้าได้เห็นชะตากรรมของชายหนุ่มที่เจ้ากล่าวถึงแล้วหรือ?" ผู้อาวุโสฉุ่ยแสดงสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย
เยว่กงเสวี่ยพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "มันมิได้ถูกเรียกว่าชะตากรรม สำหรับข้าแล้วเขาถูกเรียกว่าลิขิตสวรรค์"
"ลิขิตสวรรค์!" ผู้อาวุโสฉุ่ยอุทานอย่างตกตะลึง "เป็นไปได้อย่างไร!? เจ้าจะบอกว่ามีชายหนุ่มจากอาณาจักรล่างที่สามารถตัดสินชะตากรรมของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้งั้นหรือ?"
ริมฝีปากเย้ายวนเยว่กงเสวี่ยขดเป็นรอยยิ้มจางๆ แต่นางกลับเปลี่ยนหัวข้อที่จะพูดคุย "เอาล่ะ รอสักครู่ อีกไม่นานหลิงเสวี่ยจะกลับมา"
ผู้อาวุโสฉุ่ยกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ "พูดให้อยากแล้วจากไป สมกับเป็นเจ้าเสียจริง"
"ท่านป้า มีธุระอันใดงั้นหรือ?"
จู่ๆเสียงหญิงสาวน่าฟังชวนหลงใหลดังขึ้นไม่ไกล เผยให้เห็นร่างอันงดงามของเยว่หลิงเสวี่ยที่ค่อยๆเดินเข้ามาอย่างสุภาพ
ผู้อาวุโสฉุ่ยปราดตามองไปยังต้นเสียงด้วยแววตาเรียบเฉย แต่จู่ๆนางกลับลุกขึ้นพรวดด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด "ปะ-เป็นไปได้อย่างไร!?"
เหล่าผู้อาวุโสต่างก็งุนงงในปฏิกิริยาตอบสนองของผู้อาวุโสฉุ่ย นอกเสียจากเยว่กงเสวี่ยที่มีรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก นางกวักมือเรียกอย่างนุ่มนวล "หลิงเสวี่ย มาทักทายผู้อาวุโสฉุ่ยเสียก่อน"
เยว่หลิงเสวี่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาสบตากับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีรูปลักษณ์งดงามไม่แตกต่างจากเยว่กงเสวี่ยแม้แต่น้อย หากแต่เยว่กงเสวี่ยมีเสน่ห์ที่เป็นสตรีเย้ายวน แต่หญิงสาวที่นางข้างกายกลับมีรัศมีบริสุทธิ์ไร้มลทิน ราวกับเป็นเทพยดาจากสรวงสวรรค์เข้ามาสู่โลกอันโสมมอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ทันที่เยว่หลิงเสวี่ยจะได้เข้าใกล้ ผู้อาวุโสฉุ่ยกลับหายตัวไปจากตำแหน่งเดิมด้วยฝีเท้าว่องไวที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเยว่หลิงเสวี่ยในขณะสอดสายตามองเรือนร่างจากบนลงล่างด้วยแววตาเปล่งประกาย "เยว่หลิงเสวี่ย? เหตุใดเจ้าจึงมีเส้นลมปราณธาตุหยินที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้? และอีกอย่างการไหลเวียนปราณของเจ้ามีพลังงานสีทองชนิดพิเศษที่กำลังช่วยขยายเส้นลมปราณโดยไม่มีติดขัด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เจ้ากินอะไรเข้าไปเหตุใดปราณของเจ้าจึงพิเศษได้ถึงเพียงนี้?"
เยว่หลิงเสวี่ยที่โดนยิงคำถามใส่อย่างต่อเนื่องราวกับ-่าฝน นางยืนมึนงงและไม่รู้ว่าจะตอบคำถามไหนก่อนดี นางเพียงส่งเสียงอู้อี้เบาๆ "เอ่อ..."
เยว่กงเสวี่ยที่นั่งอยู่หัวมุมก็หัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ "ผู้อาวุโสฉุ่ย อย่าได้ซักไซ้แก่นางมากนัก ระหว่างออกเดินทางเจ้าสามารถถามนางได้ตลอดทาง นางไม่หนีไปจากเจ้าหรอก"
ผู้อาวุโสฉุ่ยระงับความตื่นเต้นในใจด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เยว่หลิงเสวี่ย ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าฉุ่ยหานเหยาจากนิกายนกกระเรียนหิมะ เจ้าจะยินยอมเป็นศิษย์สายตรงของข้าหรือไม่?"
"อะไร!? ศิษย์สายตรง!" เหล่าผู้อาวุโสอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ
ตำแหน่งของศิษย์สายตรงเป็นตำแหน่งสูงที่สุดซึ่งรองลงมาจากผู้อาวุโสของนิกาย นั่นหมายความว่าเยว่หลิงเสวี่ยได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่นนับหมื่นไปโดยปริยาย
โดยปกติแล้วการเป็นศิษย์สายตรงมิได้รับมาโดยง่าย แต่ต้องผ่านการต่อสู้โชกโชนเพื่อไต่เต้าเป็นศิษย์สายตรง แต่ฉุ่ยหานเหยาเพิ่งจะมาเจอเยว่หลิงเสวี่ยแค่เพียงไม่กี่ลมหายใจก็กลับชักชวนนางเป็นศิษย์สายตรงเสียแล้ว นับว่าเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง!
นั่นหมายความว่าตัวตนและพรสวรรค์ของเยว่หลิงเสวี่ยย่อมสูงอย่างยิ่งในสายตาของฉุ่ยหานเหยา
และอีกอย่างที่น่ากังวลคือระดับการบ่มเพาะของเยว่หลิงเสวี่ยในปัจจุบัน นางเป็นเพียงผู้บ่มเพาะระดับลมปราณฟ้าเท่านั้น แต่แตกต่างกันกับเหล่าศิษย์ตรงอื่นๆที่มีระดับการบ่มเพาะที่สูงกว่าปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ การที่เยว่หลิงเสวี่ยจะรวมเข้ากับกลุ่มคนพวกนั้นย่อมมีปัญหาเรื่องความอิจฉาระหว่างลูกศิษย์เป็นธรรมดา
และฉุ่ยหานเหยาสามารถมองเห็นความกังวลในสายตาของเหล่าผู้อาวุโสได้เป็นอย่างดี นางจึงรีบกล่าวขึ้นโดยทันท่วงที "ไม่จำเป็นต้องกังวลกับสภาพแวดล้อมของหลิงเสวี่ย นางมีเส้นลมปราณพิเศษซ้ำยังมีพลังงานสีทองที่ยิ่งใหญ่ภายในตันเถียน หากนางได้ขึ้นสู่อาณาจักรนภา อัตราการดูดซับพลังงานธรรมชาติของนางก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวีคูณ การที่นางมีปราณพิเศษเช่นนี้อาจจะยากสำหรับการพัฒนาในอาณาจักรล่าง แต่ข้าสามารถให้คำมั่นสัญญาได้ว่า ภายในเวลาแค่หนึ่งปี หลิงเสวี่ยจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์สายตรงของข้าทั้งหมด"
"อะไร!?" เหล่าผู้อาวุโสเกือบจะหัวทิ่ม
แค่หนึ่งปี? จะสามารถทำให้เยว่หลิงเสวี่ยแซงหน้าเหล่าศิษย์สายตรงของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร? สภาพแวดล้อมของการใช้ชีวิตในที่แห่งนั้นแตกต่างจากอาณาจักรล่าง โดยปกติแล้วเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ว่าภายในระยะเวลาแค่หนึ่งปีที่เยว่หลิงเสวี่ยจะมีความแข็งแกร่งเหนือว่าศิษย์สายตรงรุ่นเก่า
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังงานสีทองที่อยู่ในร่างของเยว่หลิงเสวี่ยนั้นมีที่มาจากฉีต้นกำเนิดของหลี่ชิงหยุนที่ได้ถ่ายโอนในขณะที่หลิงเสวี่ยนำตัวนางเข้าปกป้องนาหลันเสี่ยวฉีในยามเผชิญกับนักฆ่าจากตระกูลเฉียน และฉีต้นกำเนิดจะเป็นจุดศูนย์รวมที่จะทำให้เยว่หลิงเสวี่ยสามารถดูดซับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ได้รวดเร็วยิ่งกว่าศิษย์คนอื่นๆ
เยว่หลิงเสวี่ยที่ได้ยินการยืนยันจากปากของฉุ่ยหานเหยา นางอ้าปากเล็กๆพร้อมกับอุทาน "ทะ-ท่านหมายความว่าข้าจะสามารถแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าคนอื่นๆงั้นหรือ?"
ฉุ่ยหานเหยาหัวเราะอย่างหนักโดยไม่ห่วงรูปลักษณ์ "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่ใช่แค่แกร่งกว่าเท่านั้น แต่ภายในเวลาแค่ห้าปีเจ้าสามารถเข้ารับตำแหน่งผู้อาวุโสของนิกายได้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับความแข็งแกร่งเล็กๆน้อยๆ"
"ห๊ะ!?" การประเมินของฉุ่ยหานเหยาทำให้ดวงตาของเหล่าผู้อาวุโสเกือบจะหลุดจากเบ้า
ฉุ่ยหานเหยายิ้มอย่างอ่อนโยนพลันกล่าวถาม "ว่าอย่างไร? เจ้าสนใจจะเป็นศิษย์สายตรงของข้าหรือไม่?"
สีหน้าของเยว่หลิงเสวี่ยปรากฏร่องรอยการตัดสินใจ นางประสานมือโค้งคำนับอย่างสุภาพและงดงาม "ศิษย์เยว่หลิงเสวี่ย คารวะท่านอาจารย์"
"ดี! ดี! เช่นนั้นหลิงเสวี่ย ยินดีต้อนรับเข้าสู่นิกายนกกระเรียนหิมะ" ฉุ่ยหานเหยาตบไหล่เยว่หลิงเสวี่ยอย่างพึงพอใจ นางหันไปหาเยว่กงเสวี่ยก่อนจะเอ่ยถามว่า "กงเสวี่ย เจ้าไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่หากนางเป็นศิษย์สายตรงของข้า?"
"นอกเสียจากท่านแล้ว คงไม่มีผู้ใดเหมาะสมสำหรับการสอนสั่งหลิงเสวี่ยอีกแล้ว เพราะฉะนั้นข้าไม่คัดค้านแม้นว่าเจ้าจะให้นางเป็นผู้นำนิกายก็ตามที" เยว่กงเสวี่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ฉุ่ยหานเหยากลอกตาอย่างบึ้งตึง "เจ้าหวังสูงเกินไป!"
เยว่กงเสวี่ยหัวเราะเบาๆ "เอาล่ะ เจ้าจะอยู่ทานอาหารเช้าก่อนหรือไม่?"
ฉุ่ยหานเหยารีบส่ายศีรษะ "ข้าต้องรีบไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ดูเหมือนที่แห่งนั้นจะถูกเรียกว่าราชวงศ์โม่ ข้าสัมผัสได้ถึงเส้นลมปราณธาตุหยินที่แก่กล้าได้จากที่แห่งนั้น หากข้าชักช้าคงมีนิกายอื่นแย่งชิงสตรีผู้นั้นไปจากนิกายนกกระเรียนหิมะเป็นแน่"
เยว่กงเสวี่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ นางยืนขึ้นด้วยท่วงท่าพราวเสน่ห์ "เช่นนั้นขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ"
"เอาล่ะ" ฉุ่ยหานเหยาชักจูงมือของเยว่หลิงเสวี่ยกระโดดขึ้นหลังนกกระเรียนหิมะไป ด้วยการกระพือปีกคราเดียว ตำแหน่งของพวกเขาก็อยู่เบื้องนอกของเขตต้ากู่แล้ว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??