เรื่อง การเกิดใหม่ของยัยเหนือโลก
ติดตาม
ตอนที่ 34
ตอนที่ 34
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 34 งานวิจัยกับเวลาเป๝ี่๱๦ คนเป๝ี่๱๦

จะให้ฉันเล่าต่อเลยมั้ย หรือว่าจะทานอาหารกันก่อน”

นายเล่าไปเลย ฉันจะทานอาหารไปด้วยฟังไปด้วย” ฉันตอบ

ไม่เป็นไรหรอกน่า ทานเยอะเดี๋ยวอ้วนนะเว้ย”

.. ต่อตรงไหนดี หลักๆก็ ฉันพยายามจะหางานทำนั่นแหละ แต่งานมันไม่ได้หาง่ายขนาดนั้น แม้จะหน้าตาแบบฉันก็เถอะ ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องเวลา สำหรับงานพาร์ทไทม์ ฉันไม่สามารถหางานที่ทำตอนเวลาว่างตามตารางเรียนของเด็กปี 1 ได้ เหมือนกับทุกสาขา ปีหนึ่งเป็นปีที่ตารางเรียนแน่น สุดท้ายพี่ลายเมฆก็ยื่นมือเข้ามาช่วยในเรื่องงานแล้วก็หลายๆเรื่องที่อยู่ในหัวฉันตอนนั้น ทำนองนั้นแหละ แต่มันยากขนาดไหนที่จะใช้ชีวิตในมหาลัยโดยที่ไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ฉันว่าเรื่องนั้นเธอน่าจะรู้ดีพอ

ฉันเริ่มเรียนไปได้แค่สองอาทิตย์หลังจากเปิดเรียนในเทอมที่ 2 สุดท้ายก็ต้องออก งานที่พี่ลายเมฆส่งให้ฉันเป็นงานจำพวกกราฟิกดีไซน์ แต่ฉันทำได้แค่วาดสิ่งที่ฉันต้องการลงไปในกระดาษเพราะฉันใช้โปรแกรมตัดแต่งรูปไม่เป็น หลักๆก็คือฉันต้องมาเริ่มเรียนรู้เรื่องการใช้โปรแกรมตัดแต่งรูปภาพให้ชำนาญ

สิ่งที่แปลกที่สุดที่ฉันได้รู้ในระหว่างการทำงานกับพี่ลายเมฆก็คือ พี่แกเป็นคนที่มีความสามารถในการเข้าหาผู้คนสูงมากๆ ผิดกับที่ฉันและคนอื่นๆได้รู้จักที่มักจะเห็นแกใช้ชีวิตอยู่คนเดียวไม่สุงสิงกระใคร

... ‘จิตวิทยา’ เพราะพี่แกเก่งเรื่องนั้นเลยทำให้พี่แกมีทักษะในการเข้าหาผู้คน แกเข้าหาผู้คนหลายคน ใช้เส้นสาย ติดสินบน ข่มขู่ แบล็คเมล์ ทำหลายอย่างเพื่อช่วยจัดการปัญหาแทบจะทุกอย่างของฉัน ทั้งการเงิน การงาน คดีความ ทุกเรื่องที่นับว่าเป็นปัญหานั่นแหละ”

ติมหยุดเล่าและเริ่มตักอาหารเข้าปาก และดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีแผนที่จะเล่าต่อแต่อย่างใด เหมือนว่าเรื่องที่เขาต้องการจะเล่ามันจบไปแล้ว

ฉันไม่ประหลาดใจเท่าใดนักที่ได้ยินเรื่องที่พี่ลายเมฆทำในด้านเทาๆพวกนั้น มันเป็นสิ่งที่พอจะเดาได้ จากทัศนคติแลวิธีการมองโลกของพี่แก และฉันเดาว่าทุกคนที่รู้จักแกก็คงพอจะรู้เรื่องพวกนี้หรือเดาได้ไม่มากก็น้อย เอ่อ… เว้นน้องพริมคนหนึ่งแล้วกัน

สำหรับฉันวิธีการของพี่ลายเมฆในการจัดการเรื่องต่างๆ มันก็เป็นวิธีการที่เห็นโลกมามากพอใช้จัดการกับปัญหา ฉันเองก็ใช้มัน หากยังจำกันได้ฉันก็ใช้เส้นสายและคะแนนสงสารในการได้เป็นรองผู้จัดการในร้านอาหารที่ฉันทำงานพาร์ทไทม์อยู่

การใช้เส้นสาย และการติดสินบนเกิดขึ้นทั่วๆไปในสังคมที่มีระบบ ‘อาวุโส’.. ‘.. เพียงแต่คนส่วนใหญ่เรียกมันในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่นการติดสินบนด้วยการเลี้ยงอาหาร กระเช้าของขวัญ หรือการสร้างความประทับใจในรูปแบบต่างๆ ล้วนเป็นรูปแบบเดียวกันกับการติดสินบนทั้งสิ้น

การข่มขู่ และการแบล็คเมล์ ก็เกิดขึ้นได้บ่อยพอกันในสังคมที่มีผู้มีอำนาจและ ผู้มีหน้าตาทางสังคม ผู้คนที่มีอำนาจมักจะใช้อำนาจที่ตนมีในการข่มขู่ผู้ที่ไร้อำนาจ ผู้ที่มีหน้าตาทางสังคมก็มักจะยอมโอนอ่อน หรือโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟได้เมื่อมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าตาทางสังคมของตน การยอมโอนอ่อนเพื่อไม่ให้เสียหน้านั้นก็ไม่ต่างจากการถูกแบล็คเมล์หรือถูกข่มขู่

หากคุณมองว่ามันเป็นเรื่องเลวร้าย ฉันก็คงไม่เถียงในจุดนั้น ฉันจะไม่บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องและคงรู้สึกดีหากทุกคนปฏิเสธสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่พวกเราทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องพวกนี้กันอย่างเป็นปกติ ฉันมองว่ามันเป็นรูปแบบหนึ่งที่ใช้อธิบายสังคมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน !

และทัศนคติต่างๆของผู้คนจะเป๝ี่๱๦ไปขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานสิ่งที่พวกคุณมองว่าเป็นสิ่งเลวร้ายพวกนั้น ทุกอย่างมันก็มีสองด้าน ขึ้นอยู่ว่าเราจะใช้มันเพื่ออะไร และต้องการผลลัพธ์แบบไหน

และไม่ว่าเราจะใช้มันเพื่อทำอะไร ผลลัพธ์เองก็มีสองด้านเช่นกัน ฉันไม่ได้พูดถึงความสำเร็จและล้มเหลว แต่ฉันพูดถึงทัศนคติของผู้คนต่อผลลัพธ์พวกนั้น ทุกผลลัพธ์จะส่งผลดีต่อคนบางกลุ่ม และส่งผลเสียสำหรับคนบางกลุ่ม สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้

นั่นทำให้อำนาจมักจะถูกผูกติดกับหน้าที่รับผิดชอบ หากคุณใช้อำนาจเกินหน้าที่คุณจะถูกสังคมตัดสินว่าแย่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความอาวุโสจะผูกติดกับหน้าตาทางสังคม หากคุณใช้ความอาวุโสของคุณมากเกินกว่าเหตุและผล สิ่งที่เป็นปฏิกิริยาโต้กลับก็คือ หน้าตาทางสังคมของคุณจะเสื่อมถอยและนั่นจะเป็นผลทำให้คุณถูกมองในแง่ร้าย

??ก็ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้วนี่ ฉันได้งาน ได้เงิน เริ่มเรียนปริญญาตรีอีกครั้งในสาขาใหม่ที่ฉันพึ่งจะสนใจอย่างจิตวิทยา และดูเหมือนว่าฉันจะสนใจมันมากๆ เพราะฉันได้เห็นพลังของจิตวิทยาที่ส่งผลต่อผู้คนด้วยตาของฉันเอง และมีแรงบัลดาลใจเป็นน้องสาวที่น่ารัก ฉันจึงทำมันได้ดีมากๆ สามปีฉันก็เรียนจนจบตรีแล้ว เรียนจบตรีก็ต่อโท จบโทต่อเอก เธอต้องการอะไรมากกว่านี้ล่ะ” เติมตอบพร้อมรอยยิ้ม

ฉันเดาว่าพวกเราสนิทกันมากขึ้นหลังจากวันนี้ แม้ฉันจะรู้ดีว่ามีบางเรื่องที่เติมยังคงพยายามปิดบังมันจากฉันบางเรื่องที่เขาไม่สามารถเล่าออกมาได้ แต่มันก็ดีพอแล้วสำหรับฉัน มันคือจุดเริ่มต้นที่ดีของความสัมพันธ์

หลายคนอาจจะมองว่าการปิดบังไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีของความสัมพันธ์เลย แต่สำหรับพวกขี้แพ้แบบฉันที่มีทักษะในการคิดเข้าข้างและปลอบใจตัวเองแบบสุดขั้ว “ฉันไม่ได้เห็นประตูที่ยังไม่เปิด แต่ฉันเห็นประตูที่ปิดแน่นเริ่มแง้มออก”

หลังจากทานอาหารเสร็จเต็มขับรถของเขามาส่งฉันที่หอพัก ระหว่างทางพวกเราคุยสัพเพเหระมากมาย ตั้งแต่เรื่องต้นไม้ ถนน ไฟจราจร สิ่งที่ฉันมองว่ามันแปลกก็คือตัวฉันที่แทบจะคุยเรื่องปกติกับชาวบ้านไม่ได้กลับพูดคุยเรื่องที่ปกติอย่างน่าเหลือเชื่อกับชายคนนี้

แม้หากลงในรายระละเอียดจะมีหลายจุดที่หลุดโลกไปบ้าง อย่างไรก็ตามบทสนทนาก็ยังคงไปต่อได้อย่างราบรื่นและสนุกสนาน มันเป็นความรู้สึกที่ฉันไม่ค่อยได้รับจากผู้คน ยิ่งคนที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันยิ่งแล้วใหญ่

สำหรับฉัน นอกจากยัยอันเพื่อนหมวยคนเดียวของฉัน ผู้คนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันก็มักจะคุยเรื่องทีเป็นกระแสนิยมที่ฉันตามไม่ทันในยุคปัจจุบัน ขุดดราม่าเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องยิ่งกว่าแมวอ้วนสีฟ้าที่ไม่โผล่มาที่ลิ้นชักของฉันมาพูดคุยอย่างออกรส พูดคุยเรื่องผู้ชาย ของที่ซื้อมาเมื่อวาน กระเป๋าใบที่ร้อยที่ซื้อมา นินทาเพื่อน รุ่นพี่หรือรุ่นน้อง

นั่นเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างห่างไกลสำหรับฉัน และฉันเกลียดที่ต้องนั่งฟัง หรือนั่งคุยเรื่องพวกนั้น …

ในที่สุดรถของเติมก็มาจอดที่หน้าหอพักของฉัน ในตอนนี้ฝนเริ่มตกหนัก เติมเดินลงจากรถออกไปก่อนพร้อมกับร่มที่เขาเตรียมไว้ในรถ โดยที่ยังไม่ปลดล็อคประตูทางฝั่งของฉัน ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมออกมาอีกฝั่งเพื่อปลดล็อคและเปิดประตูทางฝั่งของฉันเพื่อให้ฉันก้าวออกจากรถ ซึ่งนั่นระยะห่างของลานจอดรถยนต์และหอพักค่อนข้างห่างกันมาก มันเกือบจะประมาณ 200 เมตรหากคาดคะเนด้วยสายตา นั่นทำให้เติมที่มีร่มต้องเป็นคนเดินพาฉันไปส่งที่หอพัก

แม้ร่มที่เติมถือมันจะไม่ได้เล็กและขนาดร่างกายของฉันเล็กลงไปมากจากเมื่อก่อน แต่มันก็ยังเป็นร่มที่ทำมาเพื่อให้คนๆเดียวใช้ นั่นทำให้ระยะห่างของฉันและเขาค่อยๆ ถูกปิดอย่างช้าๆ

        ฉันเริ่มขยับเพื่อสร้างระยะห่างออกอีกนิดหน่อยเพราะสิ่งที่เป็นอยู่มันทำให้ฉันค่อนข้างอึดอัด เติมที่เห็นสิ่งที่ฉันทำก็ยิ้มและหัวเราะเล็กน้อย นั่นทำให้ฉันรู้สึกอยากปล่อยท่าไม้ตายใส่เขาขึ้นมาอย่างกระทันหัน น่าเสียดายที่ความรุนแรงของท่าไม้ตายของฉันจะไม่เท่าเดิมเพราะน้ำหนักที่ลดลงไป

หลังจากที่ฉันขยับออกไปเติมไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ฉันแต่อย่างใด เขาใช้ร่มที่เขาถือมาช่วยบังฝนให้ฉันแทนนั่นทำให้ไหล่ของเขาเปียกจากฝนเพราะร่มที่ใช้สำหรับคนหนึ่งคน และระยะห่างที่ฉันสร้างขึ้น ทำให้มีพื้นที่ไม่พอที่จะบังฝนให้เขา

..

ก้มหน้าคอยระวังน้ำที่กระเซ็นจากพื้น เพราะนี่เป็นความรู้สึกประหลาดที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน บางทีฉันอาจเกลียดมัน แทบจะไม่น่าเชื่อว่าในแค่ในช่วงเวลาที่ผ่านไป… แต่ละครั้งที่ฝนตกฉันจะรู้สึกว่าตัวเองเป๝ี่๱๦ไปได้มากขนาดนี้

จนกระทั่งถึงที่ทางขึ้นหอพัก ที่ที่เติมเก็บร่มของเขา ฉันที่ยังคงงงๆกับบรรยากาศในตอนนั้นก็ค่อยๆได้สติอีกครั้ง และเริ่มเดินขึ้นบันไดหอพักเพื่อกลับเข้าห้องของฉัน ในตอนนั้นเองที่เขาเรียกฉัน และฉันรีบหันกลับไปเพื่อฟังสิ่งที่เขาต้องการจะพูด

*****************************************************************

ตอนต่อไป
ตอนที่ 35

ความคิดเห็น

COMMENT

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Co.,LTD ( Kawebook.com )

Glory Forever Co.,LTD ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 195 หมู่ 5 ถนนพระราม 2 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง สมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพและนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เขียนหนังสือ การ์ตูนหรืออัพโหลดอนิเมชั่นที่เป็นผลงานของท่าง และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Co.,LTD ( Kawebook.com )