เรื่อง ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

ติดตาม
บทที่ 2 ตอนที่ 4 ตระกูลอู ปะทะ พันธมิตรสิบตระกูล 4/4
บทที่ 2 ตอนที่ 4 ตระกูลอู ปะทะ พันธมิตรสิบตระกูล 4/4
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

“ออกไปให้ห่างจากลูกชายของข้า!!!” เสียงตะโกนของอูไต้หรงดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงคำรามแห่งอัสนีเส้นแสงสีม่วงเข้มประกายดำพุ่งตรงเจ้าหาเซวียนเยวี๋ยนเหอชิวอย่างรวดเร็ว เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวเร่งลมปราณวายุสีน้ำเงินสร้างโล่วายุครามป้องกันการโจมตีของอูไต้หรงได้อย่างทันท่วงที แต่ว่าแรงที่โจมตีเข้ามากลับหนักหน่วงยิ่งนัก แสดงให้เห็นถึงพลังสายเลือดของอูไต้หรง ที่ไม่ด้อยไม่กว่าพลังสายเลือดของเขาเลยแม้แต่น้อย

"อูไต้หรงนี่มัน!!.."เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวจ้องอมองอูไต้หรงอย่างตื่นตระหนก เห็นอูไต้หรงที่ไร้การบาดเจ็บแทบยังมีระดับถึงชนชั้นราชันขั้นต้นเช่นเดียวกับเขา ไม่เหมือนกับข้อมูลที่ได้รับมาแม้แต่นิดเดียว จนเขานึกถึงวิหคมรณะที่ถูกทำให้กลายเป็นสัตว์อสูรของอูหลินเฟิง

"หรือว่า...แผนของพวกเจ้างั้นหรือ"เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวกล่าว ขนของเขาลุกชันทั่วร่าง หากนี้คือแผนของตระกูลอูหมายความว่าพวกมันต้องวางแผนตลบหลังมาตั้งแต่สามเดือนก่อน หลังเหตุการณ์คลุ้มคลั่งของสัตว์อสูรในป่าเมฆฝน

เพราะว่าตระกูลอูรับมือและตอบโต้ได้ดีเกินไป ราวกับเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ใน๺๬๦นั้นเองด้านล่างอันเป็นสนามรบของนักสู้ระดับกลาง สัมผัสปราณของเขาสามารถสัมผัสการระเบิดพลังของนักสู้ตระกูลอูอีกระลอก

เหล่านักสู้ตระกูลอูที่ถูกสั่งให้กดพลังสายเลือดไว้เพราะกลัวชนชั้นราชันลงมือก่อนเวลา แต่เมื่ออูไต้หรงประมุขตระกูลสามารถทะลวงขั้นราชันได้อย่างที่หวัง จึงไม่มีความจำเป็นที่จะกดพลังไว้อีกต่อไป กระแสพลังอัสนีสีม่วงอ่อนกลายเป็นอัสนีสีม่วงเข้มประกายดำ เป็นอัสนีที่มีพลังแห่งความมืดสถิตอยู่ พลังของนักสู้แต่ละคนรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว

..

..

ทางด้านเจี้ยนฝู

เพลงกระบี่ดอกบัวเพลิง รูปแบบไร้เพลิงกลีบดอกบัวโหมกระหน่ำ รูปแบบไร้เพลิง

เจี้ยนฝูแม้ไม่อาจใช้ปราณเพลิงของตนปะทะกับสองจอมยุทธ์ตระกูลชุนที่ใช้ดาบวารี แต่ว่าอาศัยเพียงเพลงกระบี่ของตนและแก่นแท้แห่งกระบี่ก็สามารถกดดันจอมยุทธ์ตระกูลชุนจนอีกฝ่ายไม่อาจตอบโต้กลับได้เลยแม้แต่น้อย

“บ้าน่า!...พวกเจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ชุนเย่หยางหรือประมุขชุนไม่อาจยอมรับความแข็งแกร่งของตระกูลอูที่แข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดแบบนี้ได้

“รู้ไปก็เท่านั้น” เจี้ยนฝูเร่งลมปราณและแก่นแท้แห่งกระบี่ ตวัดกระบี่ส่งรังสีกระบี่ที่แหลมคมออกไป แม้ชุนเย่หยางจะสร้างเกาะวารีขึ้นมาป้องกันแต่ว่าก็ไม่สามารถป้องกันได้ โดนตัดแขนขาดอย่างง่ายดาย

“อ็ากกกก” ชุนเย่หยางร้องอย่างเจ็บปวด

“ท่านประมุข!!” ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลชุนที่เห็นประมุขของตนโดนโจมตีจนบาดเจ็บถึงกับร้องออกมาอย่างตกใจ แต่ก่อนที่เขาจะได้เคลื่อนไหว เจี้ยนฝูกลับเขามาประชิดตัวได้ก่อน

“ยังมีเวลาไปห่วงคนอื่นงั้นหรือ” เพลงกระบี่ดอกบัวเพลิง ตัดดอกบัว แม้เจี้ยนฝูจะยังไม่ใส่ปราณเพลิงเข้าไปในเพลงกระบี่แต่ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลชุนก็ไม่อาจรับไว้ได้ โดนกระบี่ของเจี้ยนฝูตัดคอขาด เสียชีวิตทันที เมื่อเจี้ยนฝูลงมือสังหารผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลชุนได้แล้วจึงหันไปหาชุนเย่หยางที่กุมแขนตัวเองไว้ ยกกระบี่จ่อคอของชุนเย่หยาง

“ยอมแพ้ซะ แล้วเจ้าอาจจะมีชีวิตรอด” ชุนเย่หยางที่ไร้ทางสู้พยายามมองหาทางรอดแต่ว่ากลับพบว่าสถานการณ์ของทางอื่นก็แย่พอๆ กับตนเอง

..

ด้านอูเทียนเหวิน เมื่อเห็นผู้นำของตนสามารถบรรลุชนชั้นราชันและปล่อยพลังของสายเลือดออกมาเต็มขั้น ก็ปลดปล่อยพลังสายเลือดที่แท้จริงออกมาเช่นกัน ไม่หลบการโจมตีประสานของสองจอมยุทธ์ตระกูลกันและตระกูลจ้งอีกต่อไป

ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่ห้า ผ่าอัสนี

ตูมม!!รังสีกระบี่อัสนีม่วงปะทะเข้ากับคลื่นดาบประสานเพลิงวายุส่งผลให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง อาสัยเพียงพลังของอูเทียนเหวินก็เทียบเท่ากับการประสานพลังของสองจอมยุทธ์แล้ว

“พลังอัสนีของมันเปลี่ยนไปงั้นหรือ” จอมยุทธ์ตระกูลกันกล่าวเมื่อเห็นว่าจู่ๆ อีกฝ่ายก็ใช้การโจมตีที่รุนแรงสวนกลับมาพลังโจมตีของอัสนีม่วง รุนแรงพอๆ กับท่าประสานของสองตระกูลเลยทีเดียว

“นี่มันบ้าอะไร อัสนีบ้านี่” จอมยุทธ์ตระกูลจ้งกล่าว

อูเทียนเหวินที่เห็นว่าพลังอัสนีม่วงสามารถปะทะกับปราณประสานเพลิงวายุได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ ออกกระบวนท่าโจมตีต่อทันที ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่หก -่าฝนกระบี่อัสนี อูเทียนเหวินรวมลมปราณผนึกลงบนกระบี่สร้างกระบี่จากปราณอัสนีม่วงสร้างกระบี่หลายสิบพุ่งเข้าการสองจอมยุทธ์ราวกับฝนกระบี่

ดาบเพลิงตระกูลจ้ง ดาบอัคคีผลาญฟ้า ประสานท่า ดาบวายุตระกูลกัน ดาบวายุกระหน่ำ สองจอมยุทธ์เองก็ประสานคลื่นดาบแห่งเพลิงวายุเข้าโจมตีกระบี่อัสนีหลายเล่มที่พุ่งเข้ามา ทั้งสองฝ่ายต่างใช้กระบวนท่าเดิมที่ใช้ในปะทะครั้งแรกแต่ว่า กระบี่อัสนีคราวนี้มีความสามารถแห่งปราณมืด มันสามารถดูดกลืนและกัดกร่อนลมปราณของอีกฝ่ายได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงไม่เหมือนเดิม กระบี่อัสนีม่วงสามารถทะลวงคลื่นดาบเพลิงวายุได้อย่างง่ายดาย กระบี่อัสนีม่วงพุ่งทะลวงคลื่นดาบจนสามารถแทงสองจอมยุทธ์แห่งตระกูลกันและตระกูลจ้ง

“บ้าน่า!!” จอมยุทธ์ทั้งสองพูดได้เพียงเท่านี้ กระบี่ของอูเทียนเหวินก็ตรงเข้าสู่หัวใจจบชีวิตของทั้งสองทันที อูเทียนเหวินหลังจากสามารถสังหารอีกฝ่ายได้แล้วจึงมองไปยังสนามรบส่วนอื่น ด้านห้าผู้อาวุโสตระกูลอู ที่กำลังรับมือผู้ห้าจอมยุทธ์เองหลังจากระเบิดพลังสายเลือดก็สามารถโจมตีกดดันอีกฝ่ายได้อย่างต่อเนื่องอีกไม่นานคงสามารถสังหารอีกฝ่ายจบการต่อสู้ได้เช่นเดียวกัน

“ทั้งคุณชายจง และ คุณชายใหญ่ต่างเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” อูเทียนเหวินที่เห็นการต่อสู้ของจงหมินและอูหลินเฟิงกล่าว ในสนามรบด้านล่างคนที่สามารถสังหารกองกำลังของพันธมิตรสิบตระกูลได้มากที่สุดคงเป็นจงหมิ่น จากที่กำลังของตระกูลอูมีเพียงห้าร้อยคน อีกฝ่ายมีมากกว่าหนึ่งพัน เพียงจงหมิ่นคนเดียวก็สังหารนักสู้ของอีกฝ่ายไปเกือบหนึ่งร้อยคนแล้ว ส่วนอูหลินเฟิงแม้จะยังไม่สามารถจบการต่อสู้กับสามจอมยุทธ์ได้แต่ว่าการรับมือกับสามจอมยุทธ์พร้อมกันยากการกว่าสังหารนักสู้ระดับกลางร้อยคนนัก “อนาคตของตระกูลอูต้องกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งได้แน่” อูเทียนเหวินที่เห็นดังนั้นคาดหวังอนาคตของตระกูลอย่างสูง

..

..

"นี่มัน."เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวถึงกับพูดอะไรไม่ออก จากสิ่งที่เห็นตรงหน้า

"พวกข้าชนะแล้ว ราชันแห่งตระกูลเซวียนเยวี๋ยน"อูหลินเฟิงหลังจากรอดจากแรงกดดันลมปราณของราชันตระกูลเซวียนเยวี๋ยนกล่าว แม้เขาจะไม่รู้จักคนตรงหน้าแต่ปราณประจำตระกูลของสี่มหาตระกูลเขาย่อมรู้จักดี

ตระกูลโอวหยางคือตระกูลแห่งผู้ใช้ปราณธาตุแสง ตระกูลถงคือตระกูลผู้ใช้เพลิงสีเหลือง เพลิงแห่งการหลอมละลาย เพลิงของช่างตีเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุด ตระกูลมู่หรงคือผู้ใช้เนตรจิต ตระกูลผู้มีวิชาเนตรดาราสีชาดเป็นตระกูลผู้ใช้พลังจิตสายนักฝึกสัตว์ที่สามารถครอบครองสิงโตนภาและสิงโตปฐพีสัตว์อสูรสายเลือดโบราณ สุดท้ายตระกูลเซวียนเยวี๋ย ตระกูลผู้ใช้วายุคราม วายุที่มีพลังแห่งโลหะ สามารถควบแน่นให้สายลมแข็งตัวจนกลายเป็นอาวุธหลากหลายรูปแบบ เป็นตระกูลแห่งจ้าวศาสตรา

“เหอะ!! ต่อให้สังหารจอมยุทธ์ทั้งสิบสองได้ อย่าเพิ่งได้ใจว่าชนะ คิดว่าอูไต้หรงที่เพิ่งทะลวงชนชั้นราชันขั้นต้นได้ จะสามารถชนะข้าได้อย่างนั้นหรือ รอให้ข้าจัดการพ่อของเจ้าเสร็จการลงมือสังหารทุกคนในตระกูลอูย่อมไม่ใช่เรื่องยาก” เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวกล่าว เขาสามารถสัมผัสถึงกระแสลมปราณของอูไต้หรงได้เป็นอย่างดีแม้อีกฝ่ายจะเป็นชนชั้นราชันขั้นต้นเช่นเดียวกับเข้าแต่ว่ากระแสยังที่ออกมายังไม่เสถียรเพราะเพิ่งทะลวงขั้นได้ต่างจากเขาที่ทะลวงชนชั้นราชันมานานแล้ว พื้นฐานลมปราณจึงดีกว่า หรือต่ออีกฝ่ายสามารถใช้ปราณอัสนีม่วงที่ผ่านการย้อนคืนสายเลือดได้แล้วอย่างไร เขาเองก็มีพลังสายเลือดที่ไม่แพ้ตระกูลอูเช่นกัน

เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวเร่งลมปราณวายุครามของคนสร้างดาบและกระบี่ของมาถือไว้ในมืออย่างละข้าง

“ขวาดาบ ซ้ายกระบี่” อูไต้หรงที่เห็นดังนั้นกล่าว ตระกูลเซวียนเยวี๋ยนที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจากสายลมสีคราม พลังของมันจะมีทั้งพลังตัดและความเร็วจากปราณวายุและความทนทานจากธาตุโลหะ อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบของอาวุธได้ดั่งใจ ยิ่งประสานเข้ากับเคล็ดวิชาฝึกจิตของตระกูลเซวียนเยวี๋ยนที่จะฝึกมือซ้ายและขวาให้ออกกระบวนท่าต่างกันและอาวุธต่างกัน หากได้ต่อสู้กับคนในตระกูลเซวียนเยวี๋ยนจึงราวกับสู้กับคนสองคนพร้อมกัน

อูไต้หรงเร่งลมปราณอัสนีม่วงหลังจากที่ทะลวงชนชั้นราชันได้ จิตสำนึกในสายเลือดได้เปิดออก ระหว่างคิ้วของเขาปรากฏตราแห่งวิหคอัสนี ตราที่รวบรวมความรู้ที่แท้จริงของปราณอัสนีม่วงเอาไว้ เพราะในอดีตที่ตระกูลอูโดนโจมตีและกระถางเทพวิหคอัสนีม่วงหายไป มันไม่ได้หายไปเพียงสมบัติเทพ เคล็ดวิชาอัสนีม่วงเองก็หายไปกว่าครึ่งเช่นกัน ซ้ำยังเป็นส่วนครึ่งหลังของกระบวนท่าแท้จริงแห่งปราณอัสนีม่วง แต่หลังจากที่ทะลวงชนชั้นราชันได้ ระดับชั้นทางจิตและวิญญาณสูงขึ้นจากการดูดซับพลังของดอกปทุมปรโลก ตราวิหคอัสนีม่วงที่ปรากฏขึ้นมาได้มอบเคล็ดวิชาที่ขาดหายไปของตระกูลอูให้กับเขา

ปราณอัสนีม่วง ปีกแห่งวิหคอัสนี วิชาที่แท้จริงของอัสนีม่วงจะรวบรวมลมปราณอัสนีทั่วร่างมาไว้ที่กลางหลังสร้างเป็นปีกแห่งอัสนีม่วง ปีกอัสนีสีม่วงเข้มประกายดำปรากฏออกมาที่กลางหลังของอูไต้หรง

“สวยงามนัก” อูหลินเฟิงที่เห็นปีกคู่นั้นอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา ปีกแห่งอัสนีที่พ่อของเขาสร้างขึ้นทั้งสง่างามและน่าเกรงขาม น่าเสียดายที่เขาไม่อาจใช้ปราณอัสนีได้

ปราณอัสนีม่วง ปีกแห่งวิหคอัสนีม่วงกระบวนท่าที่หนึ่ง ขนวิหคอัสนีกัมปนาท อูไต้หรงสะบัดปีกครั้งเดียวส่งขนนกที่แฝงไปด้วยอัสนีม่วงจำนวนมากเข้าหาเซวียนเยวี๋ยนเหอชิว ขนนกที่ปกติแล้วสมควรช้ายิ่งนัก แต่ขนนกอัสนีม่วงนี้รวดเร็วยิ่งนัก

ปราณวายุคราม สับเปลี่ยนศาสตรา เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวที่เห็นขนนกพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงเปลี่ยนกระบี่ที่มือซ้ายกลายเป็นโล่ขนาดใหญ่ที่สามารถปกป้องได้ทั้งร่างกาย ปราณวายุคราม คลื่นดาบตัดวายุ เมื่อสามารถป้องกันขนนกอัสนีม่วงทั้งหมดได้ เขาได้ใช้ดาบในมือขวาโจมตีสร้างคลื่นดาบสวนกลับไป เป็นคลื่นดาบสีครามที่มีทั้งพลังและความเร็วมหาศาลเร็วยิ่งกว่าขนนกของอูไต้หรงเสียอีก

อูไต้หรงที่เห็นคลื่นดาบตรงมาด้วยความเร็วสูงได้นำปีกทั้งสองปกป้องร่างกายของเขา ปีกที่ใหญ่โตสามารถปกคลุมร่างของอูไต้หรงได้แทบทั้งหมด ตูมมม เสียงปะทะของคลื่นดาบสีครามและปีกอัสนีม่วงดังสนั่น ทั้งฝุ่นจากแรงปะทะฟุ้งกระจายไปไกลไม่น้อย เมื่อฝุ่นควันจากหายปีกแห่งอัสนีม่วงกลับไร้รอยแผล ปีกแสงอัสนีม่วงคือการบีบอัดลมปราณมาไว้ที่กลางหลัง เท่ากับการส่งปราณจากทั่วร่างเข้าสู่ปีก ปราณอัสนีนั้นแต่เดิมเป็นหนึ่งในปราณที่แข็งแกร่งมากแม้ไม่ใช้ปราณอัสนีม่วง เพราะมันมีทั้งพลังโจมตีที่สูง ความเร็วที่มาก และหากใช้มันป้องกันก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน ยิ่ง๺๬๦นี้ปราณอัสนีของอูไต้หรงได้คุณสมบัติแห่งความมืดที่สามารถดูดกลืนและย่อยสลายลมปราณของศัตรู ปีกที่กลางหลังจึงเป็นทั้งหอกและโล่ที่สมบูรณ์แบบ

“ทำได้แค่นี้งั้นหรือ...ราชันแห่งตระกูลเซวียนเยวี๋ยน” อูไต้หรงที่ไร้บาดแผลกล่าว

“ป้องกันได้ครั้งเดียวกลับหยิ่งผยองถึงเพียงนี้” เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวพร้อมกับโคจรลมปราณวายุครามสร้างอาวุธหลายร้อยเล่มกลางฟากฟ้า

ปราณวายุคราม ร้อยศาสตราสยบทั่วหล้า

“เจ้าจะป้องกันได้หมดหรือไม่” เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวบังคับควบคุบศาสตราวุธทั้งร้อยเล่มที่แตกต่างกัน มีทั้งดาบ หอก กระบี่ ง้าว ทวน มีด อาวุธทุกสิ่งถูกสร้างจากปราณวายุครามทั้งสิ้น อูไต้หรงที่เห็นอาวุธทั้งร้อยตรงมาเข้าเขาด้วยความเร็วสูงตัดใจไม่รับการโจมตี แต่เลือกที่จะหลบแทนสะบัดปีกหลบอาวุธทั้งร้อยที่เข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า

ปกติแล้วตระกูลอูจะมีท่าเท้าชื่อว่าก้าวย่างอัสนีม่วง ย่นระยะ แบ่งเป็นสี่ขั้น ย่นระยะสิบลี้ ย่นระยะร้อยลี้ ย่นระยะพันลี้ ย่นระยะหมื่นลี้ อูไต้หรงสามารถฝึกได้ถึงขั้นย่นระยะพันลี้ แต่ปีกที่หลังสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่าขั้นย่นระยะพันลี้ เข้าสู่ความเร็วของย่นระยะหมื่นลี้ทั้งๆ ที่อูไต้หรงยังฝึกไม่ถึงขั้นนั้น อูไต้หรงหลบหลีกไปมาอย่างรวดเร็วแม้ความเร็วของอาวุธทั้งร้อยจะตามไม่ทันแต่ว่ากลับมีผู้ที่สามารถตามความเร็วนี้ได้

ปราณวายุคราม เคลื่อนเงาเทพวายุคราม สมกับเป็นตระกูลเซวียนเยวี๋ยน เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวสามารถใช้ความเร็วของตัวเองตามกันการเคลื่อนไหวของอูไต้หรงได้ ปราณวายุคราม สับเปลี่ยนศาสตรา เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวกลับมาใช้ขวาดาบ ซ้ายกระบี่อีกครั้ง ออกกระบวนท่าโจมตีไปยังอูไต้หรง

ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่หนึ่ง วาดกระบี่อัสนี ปราณอัสนีจากปีกที่หลังหลั่งไหลเข้าสู้กระบี่ของอูไต้หรงอย่างรวดเร็วออกกระบวนท่าสวนการโจมตีอูไต้หรงเลือกการโจมตีปะทะการโจมตีเพราะเขาไม่ถนัดการตั้งรับ อูไต้หรงสามารถรับการโจมตีจากขวาดาบซ้ายกระบี่ได้แต่อาวุธทั้งร้อยเล่มที่ตามที่ทีหลัง ก็กำลังจะถึงตัวของเขาจากด้านหลัง

“เจ้าแข็งแกร่ง ที่ยังไม่มากพอ” เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวที่สามารถรั้งอูไต้หรงด้วยขวาดาบซ้ายกระบี่กล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าอาวุธทั้งหนึ่งร้อยกำลังตรงเข้าหาอูไต้หรง

“ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าท่านแพ้แล้ว” เสียงของอูหลินเฟิงดังขึ้นมาอีกครั้ง

..

..

จบ๺๬๦

ตอนต่อไป
บทที่ 2 ตอนที่ 5 ชัยชนะของตระก...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา