เรื่อง หมอหญิงอัคคี
ในาเี้มีุาและแขกเหรื่อคนสำคัญมานั่งรออยู่ที่โต๊ะ เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กแบบนั่งพื้น วางเรียงต่อๆกันเว้นระยะห่างกันเพียงเล็กน้อย ด้านในสุดเป็นพื้นยกสูงขึ้นเล็กนัอย มีโต๊ะตั้งวางแบบเดียวกันหนึ่งตัวแต่มีขนาดใหญ่กว่า เป็นสีทองลวดลายสวยงามอลังการกว่าโต๊ะตัวอื่น ซึ่งคาดเดาได้ว่าเป็นโต๊ะสำหรับฮ่องเต้และฮองเฮา
ขันทีเินำฉันไปนั่งที่โต๊ะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลโต๊ะของฮ่องเต้มากนัก ถัดมาเป็นโต๊ะของพี่ชายทั้งสี่เรียงตามลำดับ และโต๊ะุาและแขกอื่นๆ ส่วนฝั่งตรงข้ามใกล้กันกับโต๊ะของฮ่องเต้ มีโต๊ะสีทองขนาดใหญ่อีกหนึ่งตัวตั้งวางอยู่ คงเป็นโต๊ะของท่านอ๋องและพระชายา
เหล่านางกำนัลเิถือเหล้าและอาหารจานเล็กเป็นของแกล้มเหล้า เข้ามาวางบนโต๊ะใหุ้าและแขกคนสำคัญกินระหว่างรอฮ่องเต้เสด็จ สักพักท่านอ๋องกับพระชายาก็เสด็จมานั่งที่โต๊ะ และตามหลังมาด้วยหมอหลวงหวังนั่งอยู่โต๊ะถัดไป
ท่านอ๋องมองจ้องฉันจนรู้สึกอึดอัด ฉันจึงเอี้ยวตัวไปพูดคุยกับเสวี๋ยฉี เรื่องที่ฉันอยากไปหาซื้อตำราไว้อ่านที่เรือนในป่าอัคคี ซึ่งขณะนั้นนางกำนัลกำลังรินเหล้าให้ฉันกับเสวี๋ยฉี แต่คืนนี้ฉันไม่อยากดื่มเหล้าจึงบอกนางกำนัลว่าขอเปลี่ยนเป็นน้ำชา นางกำนัลรับคำขอ แต่สายตาหันไปมองเสวี๋ยฉีตลอดเวลาแล้วอมยิ้ม บ่งบอกว่าชอบและสนใจเสวี๋ยฉีไม่น้อย
เมื่อนางกำนัลลุกเิออกไปเอาน้ำชา พระชายาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เิเข้ามานั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะเสวี๋ยฉีในมือถือจอกเหล้า พระชายานั่งลงด้วยท่าทางเอียงอายเพียงเล็กน้อย แต่สายตาผิดแผกแตกต่างาที่มองฉันเมื่อตอนเช้า แล้วพระชายาก็ถามเสวี๋ยฉีว่า
พระชายา: ท่านเป็นพี่ชายของหมอหญิงไป๋อันฉีรึ?
เสวี๋ยฉี: ใช่แล้ว พระชายานอกาจะมีใบหน้าที่งดงามแล้วยังเป็นหญิงฉลาด
พระชายา: เมื่อคืนวานในวังมีเรื่องยุ่งๆ จึงต้องขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาพูดคุย ตอนนี้มีโอกาสจึงขอดื่มให้ท่านไป๋ เชิญ
เสวี๋ยฉี: ข้าช่างโชคดีเสียจริงที่มีโอกาสได้ดื่มเหล้ากับหญิงงามเช่นพระชายา และหวังว่าจะมีโอกาสได้นั่งดื่มเหล้ากับพระชายาอีก
พระชายาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ส่งยิ้มและสายตาแปลกๆให้เสวี๋ยฉี สงสัยพระชายาจะหลงเสน่ห์เสวี๋ยฉีเข้าให้แล้ว ฉันจึงแอบชำเลืองมองไปที่ท่านอ๋องจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ท่านอ๋องกลับมีท่าทางเฉยเมยไม่สนใจว่าพระชายากำลังทำอะไร
ฉันเองก็ไม่ได้ไปขัดคออะไรเสวี๋ยฉี เพราะรู้อยู่แล้วว่าแม้เสวี๋ยฉีจะไม่หว่านเสน่ห์ใส่ใคร ก็จะมีสาวๆมาหลงเสน่ห์เขาอยู่ดี ฉันจึงชำเลืองไปที่พี่ชายทั้งสามที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆกัน ก็เห็นพวกเขากำลังถูกสาวๆรุมอยู่รอบโต๊ะเช่นกันซึ่งไม่นานนักก็ได้ยินเสียงทหารร้องบอกทุกคนว่า"ฮ่องเต้กับฮองเฮาเสด็จ" พระชายาจึงีเิกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง แต่ยังส่งสายตาหวานๆให้เสวี๋ยฉี ฉันจึงส่งเสียงเตือนเสวี๋ยฉีเบาๆว่า
อันฉี: นั่นพระชายาน๊า! ระวังหน่อย!
เสวี๋ยฉี: พระชายาเิเข้ามาหาข้าเอง ข้ามิได้ลุกเิไปหานางสักหน่อย เจ้าหึงหวงข้ารึ? หุหุ
อันฉี : หึ! ไม่ได้หึงซะหน่อย! แต่ท่านอย่าอ่อยเก่งนัก!
ฮ่องเต้และฮองเฮาเิไปนั่งที่โต๊ะ หมอหลวงหวังจึงกล่าวรายงานฮ่องเต้ ถึงอาการป่วยของท่านอ๋องต่อหน้าพระพักตร์ ว่าท่านอ๋องหายประชวรดีแล้ว านั้นเหล่าุาและแขกต่างกล่าวอวยพรให้ท่านอ๋องมีสุขภาพแข็งแรง
านั้นเหล่านางกำนัลก็เริ่มยกอาหารชุดใหญ่เข้ามา อาทิ ปลาหิมะราดซีอิ๊ว แพะตุ๋น ขา-่านอบหม้อดิน เป็ดย่าง ไก่แช่เหล้า และอาหารอื่นๆเข้ามาวางตามโต๊ะของทุกคน านั้นก็มีนางรำเข้ามาร่ายรำให้ความบันเทิง
จนกระทั่งนางรำร่ายรำเสร็จ ฮ่องเต้จึงกล่าวกับทุกคนในงานว่า าเี้วันนี้จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงฉลองที่ท่านอ๋องหายป่วย และแนะนำฉันกับทุกคนในงานว่าฉันเป็นคนถวายการรักษาท่านอ๋อง ทุกคนต่างทำเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจ
ฮ่องเต้จึงหันมาถามฉันว่าชอบของรางวัลที่ส่งมาให้หรือไม่ ฉันตอบฮ่องเต้ว่าชอบ แต่ขอรับของรางวัลแค่เงินและทองคำกับกำไลหยกเขียวคู่หนึ่ง และปิ่นปักผมหยกขาวอีกหนึ่งคู่เท่านั้น ส่วนของรางวัลอย่างอื่นขอส่งคืน
สร้างความประหลาดใจให้กับฮ่องเต้และทุกคนในงานเป็นอย่างมาก จนฮ่องเต้เอ่ยถามขึ้นทันทีว่า ทำไมถึงเอาของรางวัลไปแค่นั้น หรือว่าฉันต้องการสิ่งของอย่างอื่น ฉันีตอบทันทีว่า “เพคะ!” แล้วบอกว่าต้องการอีกสองอย่าง
จึงหันไปบอกหยงเป่า ให้พูดในสิ่งที่เขาต้องการอย่างแรกกับฮ่องเต้ คือต้องการให้ฮ่องเต้ออกกฏคุ้มครองป่าอัคคีเป็นป่าต้องห้ามมนุษย์บุกรุกเข้าไปในป่า เพราะมีมนุษย์โลภมากลักลอบเข้าไปหาสมุนไพรและต้องตาย เพราะถูกสัตว์ปีศาจในป่าจับกิน
ฉันจึงพูดเสริมขึ้นอีกว่าสมุนไพรในป่าอัคคีล้วนมีพิษ ถ้ามนุษย์นำออกมาใช้หรือกินก็จะได้รับพิษมากกว่าจะเป็นสมุนไพรรักษาคน ซึ่งรวมถึงผลอัคคีที่ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าสามารถรักษาโรคได้ และพยายามตามหากันซึ่งมันเป็นผลไม้พิษมนุษย์กินไม่ได้
ฮ่องเต้จึงตอบกลับว่าปกติแล้วป่าปีศาจนั่น ก็เป็นป่าต้องห้ามอยู่แล้ว ประชาชนส่วนใหญ่รู้กันดีและไม่มีใครอยากเข้าไป เพราะรู้ว่าที่นั่นเป็นสถานที่อันตราย มีแต่คนโลภมากเท่านั้นที่ลักลอบเข้าไป แต่ถ้าคนโลภพวกนั้นถูกสัตว์ปีศาจฆ่าตายก็ถือว่าเป็นบทลงโทษที่สมควรแล้ว
แต่ฮ่องเต้จะออกกฏคุ้มครองอย่างจริงจังให้ป่าอัคคีเป็นเขตป่าต้องห้าม และจะส่งทหารยามไปเิตรวจตราบริเวณชายป่าด้านนอกให้ จึงเป็นที่พอใจของหยงเป่าที่ฮ่องเต้ออกปากรับคำ แล้วฮ่องเต้ก็ถามถึงความต้องการข้อสอง ฉันจึงบอกว่าจะขออยู่เรียนรู้วิชาแพทย์เพิ่มเติมกับหมอหวังสักสามวัน
ฮ่องเต้ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับกล่าวว่าฉันเป็นหมอเทวดาสามารถรักษาอาการป่วยของท่านอ๋องได้ ในขณะที่หมอเก่งๆหลายคนยังจนปัญญา ฉันยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอะไรอีก ฉันจึงตอบไปตามความจริงว่า อยากเรียนรู้วิชาการแพทย์ทั่วไปของมนุษย์
ฮ่องเต้จึงตอบตกลงทันทีและแต่งตั้งให้ฉันเป็นหมอหลวง ประจำำัหลวงร่วมกันกับหมอหวัง ทำหน้าที่ดูแลรักษาอาการป่วยของเหล่าราชวงศ์ในพระราชวัง ฉันจึงีปฏิเสธขึ้นทันทีว่า มิได้ต้องการทำงานประจำในวังหลวง แต่ต้องการแค่ขอเรียนรู้วิชาแพทย์กับหมอหวังเท่านั้น
เพราะฉันอยากเป็นหมอรักษาชาวบ้านทั่วไปมากกว่า อีกทั้งยังทำตามความต้องการของนกไฟสีแดงในฝัน ที่ต้องการให้ฉันช่วยเหลือมนุษย์ ซึ่งฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมต้องทำตามที่นกไฟในฝันพูดด้วย จึงขอกับฮ่องเต้ว่าจะขอเป็นแค่หมอฝึกหัดก็พอ
ซึ่งฮ่องเต้เองก็ไม่ได้บังคับอะไร คงเพราะรู้ว่าอำนาจของฮ่องเต้ไม่สามารถบังคับใช้ได้กับปีศาจในป่าอัคคี โดยเฉพาะกับพี่ชายทั้งสี่ที่ไม่ยอมก้มหัวให้มนุษย์ จึงทำแค่ถอนหายใจเสียดายเท่านั้น แล้วฮ่องเต้ก็ประกาศแต่งตั้งให้ฉันเป็นหมอหลวงฝึกหัดตามที่ขอ
และสั่งให้ทุกคนปฏิบัติตัวต่อฉันเทียบเท่าหมอหลวง และอนุญาตให้ฉันกับพี่ชายทั้งสี่สามารถพักอยู่ที่ำัเหลียนฮวานานเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งฉันเองยังแปลกใจว่าทำไมฮ่องเต้จึงไว้ใจฉันมากขนาดนี้ ทั้งๆที่ทุกคนในวังหรือแม้แต่ตัวของฮ่องเต้เอง ก็มองว่าฉันเป็นปีศาจาป่าอัคคี แต่ทุกคนที่อยู่ในาเี้ไม่มีใครกล้าขัดฮ่องเต้ พร้อมกล่าวรับทราบคำสั่งพร้อมเพรียงกันทุกคน
ฉันจึงเดาเอาว่าบางทีพวกเขา อาจจะยอมรับที่ฉันช่วยให้ท่านอ๋องรอดตายาพิษเกล็ดเยือกแข็ง และคงอยากผูกมิตรเพื่อหวังจะเรียกใช้งานฉันอีกเป็นแน่ ฮ่องเต้คงจะกังวลว่าปีศาจเยือกแข็งจะย้อนกลับมาโจมตีเมืองหลวนเซียนอีกครั้ง
าเี้ดำเนินไปได้สักพักใหญ่ๆท่านอ๋องจึงกล่าวต่อฮ่องเต้ว่า ขอตัวไปพักผ่อนเพราะเพิ่งฟื้นไข้ แล้วเิออกไปาาเี้โดยมีจิ้นฝานองครักษ์เิตามออกไปด้วย แล้วทิ้งพระชายาที่กำลังนั่งดื่มส่งสายตาหวานให้เสวี๋ยฉี ฉันจึงลุกเิตามท่านอ๋องออกไปเงียบๆ
และท่านอ๋องดูเหมือนจะรู้ว่าฉันแอบเิตามหลังเขาไป เขาจึงพูดขึ้นในขณะที่เิไปตามทางแสงสลัวๆว่า ”ไม่ต้องแอบ เจ้ามีอะไรก็พูดมา” ฉันจึงีเิเข้าไปหาท่านอ๋อง แล้วถามเรื่องเกี่ยวกับปีศาจเยือกแข็ง
ท่านอ๋องจึงบอกว่าจะเล่าให้ฟังเมื่อถึงำั จนกระทั่งเราเิมาถึงำั ท่านอ๋องก็เชิญฉันให้นั่งลงดื่มน้ำชาที่โต๊ะ แล้วเล่าให้ฟังโดยง่ายว่า ปีศาจเยือกแข็งมาาดินแดนรกร้างที่เส้นสุดขอบฟ้า รูปร่างผอมแห้ง ผิวขาวซีด แต่มีพละกำลังมาก
ปีศาจเยือกแข็งและพวกสุนัขมาบุกทำลายสุสานของราชวงศ์ แต่ไม่ได้เอาอะไรในสุสานไป เพราะของที่ปีศาจเยือกแข็งต้องการคือตาข่ายพันธการฟ้า ซึ่งเป็นสมบัติของแผ่นดิน ฉันจึงถามต่ออีกว่าตาข่ายพันธการฟ้ามีไว้ทำอะไร ทำไมปีศาจเยือกแข็งจึงต้องการนัก
ท่านอ๋องตอบว่าตาข่ายพันธการฟ้า เป็นของวิเศษในยุคบรรพกาลใช้สำหรับจับนกเทพอัคคีสวรรค์ แต่ทั้งตาข่ายและทั้งนกเทพอัคคีสวรรค์นั้น หายสาบสูญไปตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้ว และไม่รู้ว่าหายสาบสูญไปอยู่ที่ใด อีกทั้งท่านอ๋องก็ไม่รู้ว่าปีศาจเยือกแข็งทำไมจึงต้องการค้นหาตาข่ายพันธการฟ้า
ซึ่งท่านอ๋องเองก็ยืนยันว่าเขาไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของปีศาจเยือกแข็ง ว่าทำไมจึงตามหาของที่หายสาบสูญไปนับพันปี นอกเสียาว่าปีศาจเยือกแข็งจะเจอนกเทพอัคคีสวรรค์แล้ว และต้องการจับตัวเพราะมีเพียงตาข่ายพันธการฟ้าเท่านั้น ที่สามารถใช้ครอบจับนกเทพอัคคีสวรรค์ได้
ฉันจึงถามท่านอ๋องให้แน่ใจอีกครั้งว่า นกเทพอัคคีสวรรค์ที่ท่านอ๋องพูดถึงมีลักษณะเป็นเช่นไร ท่านอ๋องตอบว่าเป็นนกสีแดงสยายปีกเป็นเปลวเพลิง และเคยเป็นนกเทพที่ช่วยปกปักรักษาโรคภัยให้เมืองหลวนเซียนมีความอุดมสมบูรณ์
แต่ฮ่องเต้ในยุคบรรพกาล กระทำผิดต่อนกเทพอัคคีสวรรค์ จึงบินหายลับไปในท้องฟ้ากลับคืนสู่สวรรค์ และไม่กลับคืนมาที่โลกมนุษย์อีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น ฉันฟังและคิดในใจว่าบางทีนกเพลิงที่ฉันฝันเห็นบ่อยๆ น่าจะเป็นนกเทพอัคคีสวรรค์ที่พยายามมาสื่อสารกับฉันแน่ๆ
และที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือ ทุกครั้งที่นกตัวนั้นมาเข้าฝัน และบอกให้ฉันทำโน่นนี่ ฉันกลับเชื่อและพยายามจะทำตามที่นกตัวนั้นบอกซะด้วยสิ านั้นฉันจึงกล่าวลาท่านอ๋อง เพราะทั้งเรื่องปีศาจเยือกแข็ง เรื่องตาข่ายพันธการฟ้า และแม้กระทั่งเรื่องนกอัคคียังคงเป็นปริศนา ถ้าจะพยายามหาคำตอบตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปถามใครต่อแล้ว
ฉันจึงลุกขึ้นจะเิออกาำั แต่ถูกท่านอ๋องคว้าจับแขนเอาไว้ พร้อมกับพูดว่า ให้ฉันอยู่ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนเขาสักครู่ ฉันเห็นแววตาและน้ำเสียงของท่านอ๋องที่ฟังแล้วเหมือนคนใจเหงา จึงคิดว่าจะอยู่นั่งดื่มเหล้ากับท่านอ๋องสักประเดี๋ยวแล้วค่อยขอตัวกลับ
ฉันดื่มเหล้าไปเพียงไม่กี่จอกก็เริ่มรู้สึกมึนเมาเพราะเหล้ามีรสแรง าที่นั่งดื่มแบบเกร็งๆก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมีเสียงหัวเราะาการพูดคุยกัน อีกทั้งท่านอ๋องก็เริ่มขยับตัวเข้ามานั่งเบียดใกล้ชิด และเริ่มแตะตัวสัมผัสฉันใกล้ชิดขึ้น
ฉันจึงเริ่มรู้สึกตัวว่าเราเริ่มจะใกล้ชิดกันเกินไป จึงเอ่ยขอตัวกลับและกำลังจะลุกขึ้น แต่ท่านอ๋องคว้าโอบเอวฉันไว้ให้ไปนั่งบนตัก แล้วท่านอ๋องก็จับหน้าฉันหันไปจูบจนตั้งตัวไม่ทัน แม้จะรู้สึกตกใจที่ถูกท่านอ๋องคว้ากอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แต่เพราะดื่มเหล้าเข้าไปจนมึนเมา ทำให้มีอารมณ์วูบวาบหวั่นไหวอยู่เหมือนกัน
แต่ในใจก็คิดถึงคำขู่ของเสวี๋ยฉี ถ้าเขารู้ขึ้นมาว่าฉันแอบนอกลู่นอกทางกับท่านอ๋อง ความวายป่วงคงมาเยือนแน่จึงผลักตัวท่านอ๋องออก แต่ท่านอ๋องไม่ยอมปล่อย กลับอุ้มฉันไปวางนอนเตียง สอดขาเข้าใต้หว่างขาฉันให้แยกออกกว้าง และจะเปลี้ยงถอดเสื้อผ้า
ฉันจึงกางกงเล็บเสือดำอาวุธที่ได้รับาพลังวิญญาณของหยงเป่า จิ้มปลายเล็บแหลมคมจ่ออยู่ที่คอหอยของท่านอ๋องทำให้เขาตกใจหยุดชะงัก ฉันจึงพูดเสียงเข้มว่า “ถ้าท่านอ๋องไม่หยุดท่านตายแน่!!” ท่านอ๋องจึงพูดขอให้ฉันอยู่กับเขา และจะแต่งตั้งฉันให้เป็นสนมเอกคอยอยู่เคียงข้างเขา แต่ถ้าฉันไม่ต้องการยศตำแหน่ง จะลงมือฆ่าเขาตอนนี้เลยก็ได้ เขาจะได้หลุดพ้นาคุกแห่งนี้เสียที พร้อมกับทำสีหน้าเบื่อโลกเบื่อชีวิตเหมือนคนไม่มีความสุข
ท่านอ๋องจึงหลับตาเงยหน้าเตรียมพร้อมถูกเชือดคอ ฉันจึงลุกขึ้นแล้วผลักท่านอ๋องออกาการถูกนั่งคร่อมทับตัว ตอบท่านอ๋องด้วยน้ำเสียงจริงจังโดยไม่สนใจในคำพูดของท่านอ๋องว่าเขามีปัญหาอะไรในชีวิต เพราะตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่า อยากกลับไปหาเสวี๋ยฉี
จึงพูดตอบท่านอ๋องไปว่า “ข้าไม่เอาตำแหน่งสนมเอกหรืออะไรทั้งนั้น! ต่อไปท่านอย่าแตะต้องข้าอีก เพราะกงเล็บเสีอดำของข้าแหลมคมมิใช่กงเล็บของเด็กเล่น!” พร้อมกับีลุกขึ้นาเตียง ีเิออกาำัทันที
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??