เรื่อง Change The End of the World
< วันที่ 13 มีนาคม ปี พ.ศ. 2565 >
( ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เวลา 10.30 นาที ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ห้องเรียน สาขา คหกรรมศาสตร์ )
"เฮ้ย! ไอ้มายตื่น อาจารย์กำลังจะเข้าคลาสแล้ว"ชายหนุ่มต่างชาติหน้าตาดีคนนึงพูดพร้อมกับเขย่าร่างสูงใหญ่ที่นอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะเรียน ราวกับว่าโต๊ะเขียนหนังสือตัวนั้นมันนอนหลับสบายมาก หนุ่มต่างชาติคนนี้ พูดภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำมาก เค้าน่าจะมาอยู่ที่ประเทศไทยได้นานมากแล้ว ถึงสามารถพูดภาษาไทยได้ลื่นไหลขนาดนี้ "ไอ้มาย! ตื่นเร็วอาจารย์เดือนเพ็ญจะเข้ามาแล้วโว้ย!" ทันใดนั้นชายหนุ่มที่นอนฟุบอยู่ ก็สะดุ้งตัวโยนรีบลุกขึ้นยืนอย่างแรงจนโต๊ะเรียนล้มหงายหลังไปบนพื้น ทุกคนในห้องที่กำลังจะเตรียมตัวเรียนได้ยินเสียงโต๊ะคว่ำเสียงดัง ก็พากันหันมามองเป็นตาเดียว สาวๆบางคนในห้องก็หันหน้าไปคุยกันพร้อมกับหัวเราะคิกคักกับภาพที่เห็น "ฮึ่ย! ไอ้มายแกเป็นห่าอะไรวะ ทำชั้นตกใจหมด จะสะดุ้งอะไรขนาดนั้น ทำยังกับศพคืนชีพลุกขึ้นมาจากโลง" ชายหนุ่มต่างชาติยังคงพูดเสียงเบาด้วยความเขินอายต่อเพื่อนร่วมชั้นที่มองมาต่อไป "แกรีบเาโต๊ะกลับมาตั้งเหมือนเดิมเร็ว สาวๆในคลาสหันมามองกันหมดแล้ว น่าอายชิบเป๋ง" ชายหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงเพรียว หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ผมสีน้ำตาลทองตัดสั้น ลุกขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าพิลึกพิลั่น เพราะไม่เข้าใจในสถานการณ์อันแปลกประหลาดที่เค้ากำลังประสบพบเจออยู่ในขณะนี้ และมองไปที่หนุ่มต่างชาติคนนั้น "นี่แก..ไอ้ฟาน..งั้นหรอ" ชายหนุ่มพูดอย่างติดขัด "ก็เอดิ หล่อขนาดนี้ไม่ใช่ชั้นแล้วจะเป็นใครที่ไหน แล้วทำหน้าอะไรของเ็งน่ะ ดูสิตาละห้อยเชียว ทำหยั่งกับไม่ได้เจอหน้ากันมาเป็นสิบปี ไปๆไปล้างหน้าล้างตาให้หายเมาขี้ฟันก่อนไป เดี๋ยวชั้นหยิบโต๊ะเรียนกลับมาวางให้เง" จากนั้นไมลส์ก็ได้เดินไปขออนุญาตอาจารย์ผู้สอนไปเข้าห้องน้ำ ซ่าๆๆ เค้าค่อยๆนำน้ำมาล้างหน้าล้างตนเงเพื่อใช้ความเย็นสดชื่นของน้ำมาทำให้จิตใจกระจ่างชัดขึ้นว่าตนนั้นไม่ได้กำลังฝันอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องจริง "นี่มัน เรื่องจริงหรอวะเนี่ย คิดว่าไอ้เรื่องพรรค์นี้จะมีแต่ในนิยายซะอีก แต่ไอ้เจ้าหมอนั่น ไอ้ฟาน..สเตฟาน เล ชาราวี เพื่อนเราที่ตายไปตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว มันกลับมายืนอยู่ต่อหน้าเราจริงๆ แล้วที่นี่มัน.." ไมลส์ค่อยๆเดินออกจากห้องน้ำอย่างไม่รีบไม่ร้อน แต่เค้าไม่ได้เดินกลับไปที่ห้องเรียน เค้ากลับค่อยๆเดินไปนั่งที่เก้าอี้ม้าหินอ่อนตัวหนึ่ง ในสวนสาธารณะของมหาลัย และสูดกลิ่นอากาศบริสุทธิ์ จากหมู่แมกไม้รอบข้างเข้าไปสุดปอด "ซื้ดดดดด~ ฮ่าาา.. กลิ่นอากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติ.. ไม่มีกลิ่นคาวเลือด ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบของเนื้อที่เน่าเปื่อย เสียงที่ได้ยินในหัวตอนนั้น มันเป็นเรื่องจริง ชั้นได้ย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ.." ไมลส์ค่อยๆนำมือคล้ำตามกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่นูนๆจากกระเป๋ากางเกงแล้ว เค้าก็แน่ใจว่ามันคือเครื่องสมาร์ทโฟนที่เค้าใช้มันเมื่อปีนั้น เค้าหยิบมันออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อเช็กวันเวลาที่เค้าได้ย้อนกลับมาให้แน่ใจอีกครั้ง "..13 มีนา ปี 65 หนึ่งปีก่อนดาวหางเวรตะไลนั่นจะพุ่งเข้าชนโลก นี่ไม่ใช่เวลามามัวนั่งเรียนหนังสือแล้ว" พูดจบเค้าก็แชทไลน์ไปหาสเตฟาน
[ เทพบุตรดูดโคเคน : ไอ้ฟาน ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายว่ะ ขอกลับหอไปนอนก่อนนะ ขากลับฝากหิ้วกระเป๋ากลับมาให้ด้วย เดี๋ยวชั้นเลี้ยงหนม [Sticker Thanks] ] ไล! เสียงแชทเด้งกลับมาในทันที
[ ชาราวีไม่ใช่ชาละวัน : เ้า! ไอ้เวรแล้วตะกี้ก่อนออกไปก็ไม่บอกว่าจะโดดเรียน ชั้นจะได้ไปด้วย ไม่สบาย-่าไร หยั่มมาตอแหล แกไม่อยู่เดี๋ยวพวกผู้หญิงก็เข้ามาวอแวชั้นอีกน่ารำคาญจะตายชัก ] ติ๊กๆๆ
[ เทพบุตรดูดโคเคน : [Sticker เก๊าขอโต๊ดดT^T] ] ไล!
[ ชาราวีไม่ใช่ชาละวัน : เอช่างเถอะ เดะหมดคาบนี้ชั้นจะตามไป แกแวะซื้อเบียร์ไปรอไว้เลย แน่นอนว่าแกจ่าย โนหาร ] "หึหึ ไอ้เบื๊อกนี่ เป็นถึงลูกชายท่านทูต ยังจะมาขูดเลือดขูดเนื้อเพื่อนอีก" ติ๊กๆๆ [ เทพบุตรดูดโคเคน : เอๆแกซื้อกับแกล้มเข้ามาละกัน แค่นี้แหละ ] ไล!
[ ชาราวีไม่ใช่ชาละวัน : [Sticker Ok!] ] "เาหล่ะ ว่าแต่ไอ้ทางกลับหอมันไปทางไหนละเนี่ย เวลาก็ผ่านมานานจนลืมไปหมดแล้ว จำได้แค่ชื่อหอ งั้นคงต้องโบกมอไซค์แถวนี้ให้ไปส่งละกัน"
ไมลส์ค่อยๆเดินดื่มด่ำบรรยากาศสงบสุขของผู้คนรอบข้างที่สัญจรไปมา เสียงผัดกระทะของร้านอาหารริมทาง เสียงแตรรถยนต์ที่บีบกันไปกันมา ที่คนทั่วไปมองว่าหนวกหูน่ารำคาญ แต่สำหรับคนที่ใช้เวลาทั้งหมดในชีวิตไปกับการเข่นฆ่าตลอด 20 ปี จนในท้ายที่สุดก็ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างไม่ได้พบเจอ ไม่ได้พูดคุยกับใครมามากกว่าครึ่งทศวรรษ บรรยากาศหนวกหูแสนน่ารำคาญเหล่านี้ก็ไม่ต่างไปจากเสียงสวรรค์ที่ปลอบประโลมหัวใจอันเปล่าเปลี่ยวเงียบเหงามาอย่างยาวนานของเค้า
"อีก 1 ปีให้หลัง สิ่งเหล่านี้ก็คงจะต้องถูกทำลายจนพินาศสิ้น แต่ว่า...มันจะยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดหรอก ตราบใดที่ยังมีชีวิต และลมหายใจอยู่เราก็ยังสามารถที่จะต่อสู้เพื่อนำวันคืนที่สงบสุขกลับมาได้ นี่แหละคือเป้าหมายของชั้นในการกลับมาครั้งนี้! เวลาหนึ่งปีต่อจากนี้ เราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก่อนอื่นคงต้องฟิตเจ้าร่างกายขี้เหล้าปวกเปียกนี่ก่อนเลย.. ด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ ถ้าต้องไปถืออาวุธสู้กับพวกซอมบี้แค่ไม่กี่นาทีก็คงจะหอบแดกแล้วล่ะ ในชีวิตที่แล้วที่ชั้นสามารถเาชีวิตรอดในช่วงที่เชื้อไวรัสระบาดใหม่ๆมาได้นี่ต้องบอกว่าโคตรปาฎิหารย์จริงๆฮ่าๆๆ"
ทันใดนั้นเค้าก็เหมือนจะนึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้
"จริงสิ ก่อนจะกลับมา เหมือนชั้นจะได้ยินเสียงในหัวมันบอกว่า ชั้นได้รางวัลเป็นระบบอะไรสักอย่างนี่แหละ ชื่อว่าระบบอะไรน้า...
"(...............)
(.............)
(..นึกออกล่ะ! ว่าแต่จะเรียกมันออกมายังไงล่ะ แค่พูดแล้วมันจะออกมามั้ยนะ..?)
"เปิดระบบ Last Hope!!!"
(.............)
(..หรือเรื่องทั้งหมดจะเป็นเราที่มโนไปเงฟะ)
ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏหน้าจอสี่เหลี่ยมสีฟ้าขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของไมลส์!
< สวัสดีคุณไมลส์ กิตติเทพ เร์นานเดซ จูเนียร์ส ขณะนี้ The Last Hope System พร้อมใช้งานแล้ว >
"!!!!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??