เรื่อง Vanquish God Soul ผู้พิชิตวิญญาณ
ทั้งสองเืจะไ่ีใยอมใ ถึงซุนหงอคงจะเป็นพวกที่สบายๆและติดเล่นตลกอยู่ไม่น้อย ทว่าตัวของเขาเองก็เกลียดความพ่ายแพ้
ยิ่งคู่แข่งเป็นเพียงแค่มนุษย์วีรชนคนนึงด้วยแล้ว สมญานามฉีเทียนต้าเซิ่นอย่างเช่นมันย่อมต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน
ในเมื่อทักษะวิญญาณแบบวงกว้าง ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับประตูสมบัติแห่งราชันย์
ตัวของซุนหงอคงจึงได้งัดอาณาเขตวิญญาณอีกรูปแบบนึงออกมา ซึ่งรูปแบบนี้ก็คืออำนาจแห่งพลังที่ทำให้ตัวของมันสามารถสั่นคลอนไปทั่วทั้งสวรรค์และพิภพได้
(ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! เดี๋ยวข้าจะให้เจ้าได้เห็นถึงอาณาเขตวิญญาณที่แท้จริง)
(กิลกาเมช.. วีรชนกับเทพเจ้าน่ะ)
(มันแตกต่างกันนับหมื่นเท่าเลยเฟ้ย)
ร่างเงาสีทองพูดจบก็หัวเราะขึ้นในลำคอ จ้องมองไปทางชายผมทองด้วยท่าทางที่เหนือชั้น
พร้อมกับที่ตัวของมันได้กระโดดขึ้นไปยังท้องฟ้าที่อยู่เบื้องบน ล่องลอยอยู่เหนือเทือกเขาซากศพ ท่าทางอหังการราวกับเซียนศักดิ์สิทธิ์
พรึ่บ!พรึ่บ!พรึ่บ!
พริบตานั้นซุนหงอคงก็สบัดแขนของตนเองออกไปทั่วทุกสารทิศ เส้นขนเล็กๆสีทองอร่ามเริ่มกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ไม่ใช่ซิ มันแทบปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาเขตของเทือกเขาที่ทอดยาว
รัศมีความกว้างมากกว่าเกือบสิบกิโลเมตร ได้ถูกปกคลุมไปด้วยประกายแสงที่สว่างสไสว
บรรยากาศยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง เริ่มแปรเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจรัส
[อาณาเขตวิญญาณ วานรหมื่นจำแลงไร้ขอบเขต]
วินาทีนั้นเส้นขนทั้งหมดนับหมื่นเส้นก็ได้ก่อร่างขึ้น พลังวิญญาณอันเหลือล้นของซุนหงอคงได้ทำให้พวกมันกลายมาเป็นบางสิ่ง
กระทั่งในที่สุดเส้นขนนับหมื่นเส้นของราชาวานรก็แปรเปลี่ยนไป มันกลายมาเป็นซุนหงอคงที่กำลังถือพลองทองสมปรารถนา
ลักษณะภายนอกไม่แตกต่างไปจากร่างกายที่แท้จริง แถมที่สำคัญเลยก็คือพลังวิญญาณของเขา เสมือนกับว่าร่างแบ่งพวกนี้ได้ถอดแบบมาจากซุนหงอคงอย่างสมบูรณ์แบบ
"...............!!"
หัวใจเซียงหลินถึงกับเต้นระรัวขึ้น ใบหน้าเองก็ค่อนข้างที่จะตื่นเต้นเมื่อเห็นถึงพลังของเขา
นี่แหละคือพลังของซุนหงอคง ความอหังการในเทวตำนานของราชาวานร ไม่ใช่เรื่องพละกำลังที่มากมายมหาศาล ไม่ใช่ความเร็วที่ก้าวเพียงแค่ครั้งเดียวก็ทะยานไปเหนือฟ้า ไม่ใช่ร่างกายคงกระพันที่เืกับเพรชอมตะ ทว่ามันกลับเป็นร่างจำแลงที่ก่อตัวออกมาจากเส้นขนของเขา
อาณาเขตวิญญาณ วานรหมื่นจำแลงไร้ขอบเขต ทักษะวิชาขั้นสูงสุดของราชาวานรที่ทรงพลัง ยากจะหาสิ่งใดมาเทียบเคียงได้
ตัวของเขาเองก็เคยเห็นอาณาเขตวิญญาณที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ภูติวิญญาณประจำตัวของไฉ่หลิน อย่างจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางสามารถแบ่งร่างราวกับสะท้อนออกมาจากกระจก
แต่พลังรูปแบบดังกล่าว มันก็แตกต่างไปจากอาณาเขตของซุนหงอคงอย่างสิ้นเชิง
เพราะซุนหงอคงสามารถใช้พลังวิญญาณที่มีอยู่ แปรเปลี่ยนเส้นขนนับหมื่นให้ก่อร่างกลายมาเป็นซุนหงอคงอีกชีวิตนึง มีพละกำลัง มีศัสตราวุธ มีทักษะวิญญาณที่แทบจะเืกันทั้งหมด
เพียงแค่อาณาเขตวิญญาณของเขาเพียงอย่างเดียว ซุนหงอคงก็สามารถถล่มได้ทั้งสวรรค์และพิภพ เป็นคนเดียวที่มีกองทัพนับหมื่นอยู่ในตัว
แถมในตำนานเรื่องเล่ายังบอกอีกว่า ระดับร่างจำแลงหมื่นมันยังเป็นเพียงแค่เล็กน้อย
ราชาวานรที่ยิ่งใหญ่สามารถสร้างร่างจำแลงออกมาได้นับล้าน เทพเจ้าและปีศาจนับไม่ถ้วนก็ยังต้องถูกสยบอยู่ภายใต้ร่างจำแลงที่ก่อตัวขึ้นอย่างนับไม่ถ้วน
(ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! พวกเราจัดการวิญญาณร้ายให้หมด เป้าหมายคือพลังวิญญาณระดับแรงก์ SS)
(เหอะๆ อย่าไปยอมน้อยหน้าเจ้าสมองกล้ามโตกับเจ้าหัวนกไฟนั่น พวกเราคือซุนหงอคงนะ)
(เคี๊ยกๆ ผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าปรากฏตัวแล้วเว้ย พวกแกจงมาเป็นค่าประสบการณ์ให้กับข้าซะ)
เสียงคึกโครมของซุนหงอคงนับหมื่นดังกึกก้องไปทั่ว เทือกเขาซากศพถึงกับสั่นสะเทือนไปตามพลังวิญญาณที่ปรากฏ
พร้อมกับที่พวกเขาได้เริ่มกวาดล้างกันอย่างจริงจัง ร่างเงาสีทองเข้าถาโถมใส่วิญญาณร้ายในทุกรูปแบบ ซากศพกูล หัวหน้าของซากศพกูลกระต่ายฆาตกร ทั้งหมดถูกพลองทองสมปรารถนาทุบตีจนแตกสลาย ยังไม่ทันได้กรีดร้องอย่างโหยหวน ทั้งหมดก็ต้องสูญสลายหายไปจนสิ้นแล้ว
(หะ..เหอะๆ ถ้าแบบนี้กระผมยอมก็ได้ครับ)
กิลกาเมชที่เห็นพลังของซุนหงอคงก็ยังพูดอะไรไม่ออก สีหน้าแววตาตื่นตระหนกราวกับว่าทุกสิ่งที่ทำมามันเสียเปล่า
ก่อนหน้านี้มันยังคงเย่อหยิ่งจองหองในฐานะราชาแห่งวีรชน ทว่าเมื่อได้มาเผชิญหน้ากับพลังของเทพเจ้าที่แท้จริง วีรชนเช่นพวกมันก็เป็นได้เพียงแค่มดปลวกตัวนึง
ตัวของมันเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ในเมื่อมีพวกวิญญาณร้ายก่อตัวขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุด มันที่เป็นวีรชนก็อยากวิวัฒนาการขึ้นสู่เทพเช่นเดียวกัน
แค่สังหารพวกวิญญาณร้ายไปเรื่อยๆตามที่องค์เหนือหัวได้บอกเอาไว้ วีรชนเช่นมันก็สามารถยกระดับได้อย่างไร้ขีดจำกัด
<อาณาเขตวิญญาณ ประตูสมบัติแห่งราชันย์>
พริบตานั้นเบื้องหลังของเขาก็มีประตูบานใหญ่ปรากฏขึ้น มันคือบานประตูสีทองที่ถูกสลักไว้ด้วยสัญลักษณ์โบราณ รอบประตูมีโซ่สีทองอร่ามรัดพันเืกำลังพันธนาการเอาไว้
กระทั่งโซ่เส้นต่างๆก็ได้เริ่มพังทลาย พร้อมกับที่บานประตูแห่งราชันย์ได้ถูกเปิดขึ้น ปลายดาบโบราณนับพันได้ปรากฏขึ้นที่บานประตู
(อาวุธของข้า กวาดล้างพวกมันซะ!!)
เมื่อสิ้นคำพูดของชายหนุ่ม ประกายแสงนับพันก็ได้ทะยานออกมาจากบานประตู ทั้งหมดพุ่งลงไปยังเบื้องล่างเสมือนเป็น-่าฝนสังหาร
ไม่ว่าวิญญาณร้ายอย่างกระต่ายฆาตกร หรือซากศพกูลจะอยู่ตรงไหน พวกมันก็ถูกสังหารโดยคมดาบแสงของกิลกาเมชด้วยกันทั้งสิ้น
การกระทำที่เดือดพล่านของทั้งสองล้วนแล้วอยู่ในสายตาของทั้งสามคนทั้งสิ้น พวกเขาทำได้เพียงยกยิ้มออกมา
(ดูเืซุนหงอคงจะไปกระตุ้นอารมณ์ของเจ้ากิลกาเมชเข้าให้แล้ว)
(ชายคนนี้ถึงยังไงก็คือราชาแห่งวีรชน เมื่อเห็นถึงความแตกต่าง เขาก็ยังไม่หมดไฟลง ในทางกลับกันก็ยิ่งลงมือสังหารเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ)
สุริยะเทพรากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจ นัยน์ตาเองก็จ้องมองไปยังชายหนุ่มผมทองที่มีท่าทางจริงจังอย่างถึงที่สุด
(เหอะ? ไอ้ร่างจำแลงพวกนี้.. โดนโจมตีแค่ครั้งเดียวก็สูญสลายหายไปแล้ว!!)
(อาณาเขตของมันจะเทียบได้กับอาณาเขตวิญญาณของข้าที่เป็นถึงเทพอาชูร่าเหรอ)
เทพอาชูร่าเืไม่พอใจนัก ทำได้เพียงจ้องมองไปยังซุนหงอคงด้วยแววตาที่ลุกเป็นไฟ
ไม่ผิด ตอนนี้ตัวของอาชูร่ากระส่านอยากที่จะต่อสู้กับซุนหงอคงเป็นอย่างมาก ในอดีตพวกเขาทั้งสองยังไม่ได้พบเจอกัน
ถ้าไม่งั้น สถานการณ์คงได้โกลาหลวุ่นวายมากยิ่งกว่านี้ และด้วยอะไรๆที่คล้ายคลึงกันอยู่หลายอย่าง ตัวของอาชูร่าก็พลันยอมรับราชาวานรผู้นี้อย่างบริสุทธิ์ใจ พวกเขาทั้งสองอาจกลายมาเป็นคู่แข่งกันหลังจากนี้ก็เป็นได้
"อาชูร่า ปะทะ ซุนหงอคงยังงั้นเหรอ?"
"ฉันเองก็อยากจะเห็นมันเืกัน"
เซียงหลินหัวเราะขึ้นในลำคอพลางหันมองไปยังร่างถมึงที่อยู่ด้านข้าง ตอนนี้ตัวของเขาเต็มไปด้วยผู้ที่แข็งแกร่งมากมาย มีเพียงแค่พวกเขาสี่ตน
ในอนาคตเขาจะไร้เทียมทานในฐานะผู้ฝึกฝนวิญญาณอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะถึงตอนนั้น ตัวของเขาตอนนี้ต้องทำอะไรบางสิ่ง
"อาชูร่า.. รา.. ไปเอาคริสตัลวิญญาณของวิญญาณร้ายที่ตกตายไปมาหน่อย"
"มันคงได้เวลาที่ฉันจะต้องสร้างผู้พิทักษ์สุดแข็งแกร่งแห่งยุคสมัยขึ้นมาแล้ว!!"
ทั้งสองได้ยินแบบนั้นก็พลันประหลาดใจ
พวกมันก็รู้ดีว่าเจ้านายจะทำอะไร ตัวของเขาจะทำการฟื้นคืนชีพซากศพคนตาย ใช้ศาสตร์วิชาต้องห้ามทำการอัญเชิญดวงวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว สรรสร้างสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่าเจียงซือ ซากศพที่มีพลังอันยากจะหยั่งถึง
(ได้เลยหลินน้อย)
(พวกข้าเองก็อยากจะเห็นเช่นเดียวกัน)
(ตาแก่ออกันตินนั่นก่อนตายเป็นถึงระดับแรงก์ เทพสงคราม 5-6 ดาวเชียวนะ)
หลังจากนั้นเซียงหลินก็เริ่มตระเตรียมสิ่งของต่างๆ ใช้อักขระมารสวรรค์วาดลวดลายขึ้น
ใช้นิ้วมือที่ส่องประกายอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณขูดคล้าบริเวณพื้นดิน
ไม่นานบางสิ่งก็ได้ถูกสร้างขึ้น มันเป็นเืกับลักษณะวงแหวนโบราณ ทั่วทั้งวงแหวนเต็มไปด้วยอักษรของมารสวรรค์ บางตัวก็มีรูปลักษณ์อักษรที่แปลกประหลาดและแปลกตาเป็นอย่างมาก
"คริสตัลวิญญาณระดับ E นับแสนอัน คงมากพอที่ทำให้สภาพของเขาย้อนคืนสู่จุดสูงสุด"
เซียงหลินนำเอาซากศพของออกัสตินออกมาจากชุดคลุมมิติไหมสวรรค์ สภาพร่างกายของเขานั่นไม่มีบาดแผลมากมายนัก จะมีเพียงแค่บาดแผลบริเวณหน้าอกที่ถูกเจาะทะลวงโดยคริมสันเอช
มีเพียงแค่แผลเดียว แต่มันก็เป็นบาดแผลที่ถึงตายได้เลยทีเดียว
จากนั้นเมื่อวงแหวนเวทย์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอักขระมารสวรรค์ได้เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
ตัวของเซียงหลินก็ได้ลากร่างกายที่ไร้ซึ่งชีวิตของชายชราไปยังบริเวณกึ่งกลางของวงเวทย์ วางตัวของเขาเอาไว้ให้เป็นระเบียบและเรียบร้อย
"รอบนี้ไม่เืกับรอบก่อน"
"เพราะฉันได้รับอนุญาติจากท่านพญามารคนสวยแล้วยังไงละ"
เซียงหลินพูดขึ้นพลางหัวเราะออกมาอย่างคึกคัก แต่เขาเองก็ต้องควบคุมความตื่นเต้นของตนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันสีหน้ารวมถึงแววตาก็เริ่มจริงจังเพิ่มมากขึ้น จากนั้นชายหนุ่มก็ยกฝ่ามือขึ้นมาบริเวณหน้าอกของตน พร้อมกับพนมมือทั้งสองข้างประทับเข้าหากัน เืกับเป็นท่าทางของพระอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเริ่มบดสวดครั้งยิ่งใหญ่
ฟู่วววววววววววว!
พริบตานั้นพลังวิญญาณของเซียงหลินก็ได้แทรกแซงออกมาจากผิวหนัง พร้อมกับปากของเขาที่เริ่มพูดอะไรบางสิ่งออกมา
"ด้วยศาสตร์มารสวรรค์ต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่ ข้าเซียงหลิน ขออัญเชิญดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ให้กลับมาสิงสถิต ลงไปยังกายเนื้อดั่งเดิมที่อยู่ณเบื้องหน้า จงฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อเป็นดั่งรุ่งอรุณของแสงสว่าง จงฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อเป็นดั่งความมืดที่นิจนิรันรด์ จงฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อเป็นพลังให้กับมารสวรรค์ จงฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อเป็นดั่งแขนขาให้กับมารสวรรค์ จงฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อมีชีวิตขึ้นอีกครั้งนึง"
<กระบวนวรยุทธมารสวรรค์ต้องห้าม>
<ศาสตร์มารสวรรค์ ชีพกัลป์ฟื้นคืน>
เมื่อสิ้นคำพูด วงแหวนเวทย์สีดำที่สร้างขึ้นด้วยพลังวิญญาณก็เริ่มส่องประกายขึ้นอย่างเจิดจรัส เกิดเป็นกลุ่มควันวิญญาณสีดำนับไม่ถ้วน
อณูประกายแสงเริ่มสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณ พร้อมกับที่คริสตัลวิญญาณนับแสนอันได้แตกสลายหายไป พวกมันกลายมาเป็นพลังวิญญาณและหลั่งไหลเข้าสู่ร่างไร้ชีวิตของชายชรา พลังวิญญาณที่ปรากฏถึงกับทำให้หมู่เมฆมารวมตัวกัน ควบแน่นเป็นพายุวิญญาณขนาดใหญ่
ถ้ามองจากที่ไกลๆออกไป เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าของอาณาเขตเทือกเขาซากศพ พวกมันเสมือนเกิดเป็นภัยพิบัติเลยก็ว่าได้
กึก!กึก!กึก!กึก!กึก!กึก!
ขณะเดียวกันร่างกายของออกัสตินก็เริ่มขยับเขยี้อนขึ้นอย่างช้าๆ ลักษณะภายนอกที่เหี่ยวย่นของชายชราเริ่มย้อนคืนสภาพสู่ความเยาว์วัย
ผิวพันที่แห้งเหี่ยวก็เริ่มซีดเซียวราวกับไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง ส่วนบริเวณหน้าอกที่เป็นหลุมกลวงโบ๋ มันก็ได้ฟื้นคืนสภาพอย่างสมบูรณ์แล้ว
[ฮ่าฮ่าฮ่า มาแล้ว มาแล้ว]
[เจียงซือตนแรกของโฮสต์คือเทพสงคราม]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??