เรื่อง Vanquish God Soul ผู้พิชิตวิญญาณ
เด็กน้อยปากแดงฟันขาวตัวเล็กๆคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น เขากำลังก้าวเท้าเล็กๆเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูอ้อดแอ้นและเชื่องช้า
บนร่างของเด็กน้อยคนนี้สวมใส่ชุดคลุมสีขาวแทบดำ มีลวดลายสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายอย่างวูบวาบ ใบหน้าดูน่ารักรักชัง เส้นผมสีเทาปริยาวปลิวสยาย รอบกายแผ่กลิ่นอายพลังฟ้าดินออกมาอย่างยิ่งใหญ่ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของกายเทวะบรรพกาลที่โหมซัดกระหน่ำไปทั่ว
ขะที่ก้าวเดินเข้ามา เสียงสะท้อนราวกับมีบางสิ่งกระทบเข้าหากันก็ได้ขึ้นตามการเคลื่อนไหวของเขาอยู่เป็นช่วงๆ ทุกสายตาได้หันขวับไปมองยังบริเวณนึงของลานกว้าง บรรยากาศหนักอึ้งเมื่อกายเทวะบรรพกาลได้ปรากฏตัว พวกเขาหวาดหวั่นถึงพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ในร่างเล็กๆ
“นั่น.. บุตรแห่งเทวะดาราเซียงหลินมาแล้วว้อย!”
“พระเจ้า! เขาสวมใส่อาภรณ์ปฐมดารากับกำไลเทพทองคำ ศัสตราวุธระดับอมตะที่ครั้งนึงเคยสั่นคลอนไปทั่วทั้งดินแดนเซียน
“อึก? แค่อาภรณ์ที่เขากำลังสวมใส่ยังภายนอกของร่างกาย มันก็มากพอที่จะซื้อขุมพลังอำนาจระดับสูงได้ซักแห่งนึงเลยนะเนี่ย”
พวกเขาได้เห็นว่าตอนนี้บุตรแห่งเทวะดาราเปลี่ยนแปลงไปมาก เขาสวมใส่อาภรณ์ระดับขั้นอมตะที่น่าเกรงขาม กำไลสีทองขนาดเล็กถูกใส่เอาไว้บริเวณข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้าง เท้าของเขายังคงเปลือยเปล่า แต่ด้วยลักษะภายนอกในเวลานี้
แน่นอนว่ามันต่างไปจากตอนแรกอย่างลิบลับ ทุกคนเมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ก็ต้องตกตะลึงไปตามๆกัน
โดยที่ด้านหลังของเขาเองก็คือเหล่าบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดท่าน พวกเขาเห็นถึงปัญหาของเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ทั้งหมดจึงได้ออกมาพร้อมกับผู้สืบทอดของตนเอง เพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง เพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้ชอบใจในการกระทำของสองพ่อลูกนี้ซักเท่าไหร่นัก
“ลูกรักของแม่..”
เซียงหลันเมื่อเห็นลูกชายตัวน้อยของตนก็รีบวิ่งเข้าไปอุ้มเขาด้วยความรักใคร่ ภาพของสองแม่ลูกที่มีความสวยและความสง่างามทำให้ทุกสายตาต้องจ้องมองเข้ามาอย่างหลงใหล ทั้งสองเหมาะสมที่จะเป็นผู้มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ ผิดกลับไอ้-่านั้นที่กำลังยืนอยู่ด้วยร่างกายที่แข็งทื่อ
“หัวโล้น หัวโล้น หัวโล้น..”
ขะที่จักรพรรดิยุทธอย่างจื่อหลินก็กำลังมีท่าทีอันแข็งค้าง ปากสั่นไหวเมื่อนึกถึงคำว่าหัวโล้น แล้วพอได้สติ ชายชราก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง
“ข้าไม่ได้หัวโล้น! ข้าไม่ได้หัวโล้นว้อย! ข้ายังไม่ได้หัวโล้นว้อยไอ้เด็กบ้า!”
“เห็นบนหัวของข้านี่ไหม? มีเส้นผมที่กำลังตั้งตระหง่านตั้งหลายสิบเส้น!”
“เจ้าเพิ่งถือกำเนิด สายตาของเจ้าคงมีปัญหาแล้วละนะ มาดูใกล้ๆนี่มา”
ชายชราพูดขึ้นจนใบหน้าเริ่มแดงก่ำ เขานั้นไม่ได้โกรธที่เซียงหลินเรียกตนเองว่าหัวโล้น ตัวของมันเองก็เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาอยู่มากมายหลายสิบครั้ง และทุกคนที่เพิ่งเคยเห็นหัวของเขาเป็นครั้งแรกก็จะลอบซุบซิบถึงตนว่าหัวโล้นทั้งสิ้น ซึ่งเขาก็ไม่ชอบมันเป็นอย่างมาก
แต่จะทำยังไงได้ละ ต่อให้จะเป็นราชาเซียนอมตะแล้วก็ตาม มันก็ยังไม่อาจสร้างเส้นผมของตนขึ้นมาได้ ราวกับโดนคำสาปยังไงยังงั้น
“หัวโล้นก็หัวโล้นดิตาแก่เอ้ย จะหาเรื่องมาหั้างกันทำไม!”
คำพูดของเขาทำให้ชายชราแทบตกตะลึงขึ้นอีกรอบ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยวและอึดอัด เหมือนไม่รู้จะตอบโต้อะไรกลับไปดี สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แทบทุกคนต้องอ้าปากค้างออกมา นั่นคือราชาเซียนอมตะของวังราชันย์แห่งการต่อสู้เลยนะ แต่บุตรแห่งเทวะดาราปากก็แจ๋วตั้งแต่ยังเด็กเลย
“ว่าแต่ท่านพาผู้ชายคนนี้มาหาท่านแม่และตัวของข้าเหรอ?”
เซียงหลินไม่ได้สนใจการตอบสนองของเขา เด็กน้อยเริ่มใช้นิ้วอันจ่ำม่ำของตนและชี้ไปยังใบหน้าของเหรินฟงที่ซึ่งเป็นบิดา
โดยที่ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความเฉยชาเป็นอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเหรินฟงต้องเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก แต่ในความคิดหนึ่งก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอัปยศ เด็กน้อยคนนี้กำลังใช้ดวงตาที่กลมโตมองสำรวจเขาด้วยความไม่หวั่นเกรง
“ข้าเป็นบิดาของเขา ้ามองข้าเช่นนี้หรือ ต้องสั่งสอนให้ดีๆ ไม่สิ ข้าไม่อาจทำอะไรเขาได้ เขาเกิดมาพร้อมกับกายเทวะบรรพกาลที่ทลายพันธนาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังเป็นบุตรแห่งเทวะดาราของวังเทพปฐมกาล สถานะอำนาจแตกต่างไปจากข้าและท่านพ่ออย่างลิบลับ”
เหรินฟงครุ่นคิดและเต็มไปด้วยความขมขื่นที่ยากจะปกปิด แต่พอนึกถึงความหวัง จิตใจของมันก็พลันเบิกบานขึ้นอยู่ไม่น้อย
“ถ้าเซียงหลันยอมรับ ลูกชายของข้าคนนี้ก็ต้องยอมรับในตัวของข้าเช่นเดียวกัน ถึงอย่างไรสายเลือดก็ข้นยิ่งกว่าน้ำ”
“ข้าเป็นบิดาที่แท้จริง เป็นผู้ให้กำเนิดเขา แล้วเมื่อเป็นเช่นนั้น สมบัติที่เขาได้รับมาอย่างมากมายไม่รู้จบ ถึงตอนนั้นขอแค่สิ่งของที่เล็ดลอดออกมาจากซอกนิ้วเขา ข้าก็สามารถเพลิดเพลินไปกับทรัพยากรและเสพสุขได้อย่างไร้ที่สิ้นสุดแล้ว”
เมื่อเขาได้เริ่มนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็ยิ่งเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่มากล้น ใบหน้าดูเหม่อลอยถึงขั้นนึกเพ้อฝันไปไกลเกินหลายสิบเท่า
ชายหนุ่มตอนนี้อยากจะได้เซียงหลันกลับคืนมาเหมือนเช่นเดิม หลังจากนี้เขาจะรักแต่นางเพียงแค่ผู้เดียว จะเกาะต้นขาที่ขาวเนียนนั้นไว้ให้แน่น การมีภรรยาที่งดงามและเย้ายวนมากถึงขนาดนี้ มันจะมีผู้ชายโง่คนไหนบ้างที่ยอมแพ้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาจะได้ทั้งสาวงามที่สุดแสนจะยั่วสวาท ได้รับทั้งบุตรชายที่มีพรสวรรค์มากที่สุด หรือได้รับแม้แต่ทรัพยากรล้ำค่าจากวังเทพปฐมกาลที่มีอยู่ไม่รู้จบ ตัวของมันจะมีแต่ได้กับได้
เซียงหลันพอเห็นว่าลูกน้อยยกมือชี้หน้าเขาก็ลอบสะใจอยู่ลึกๆ จากนั้นสีหน้าที่งดงามของนางก็เฉยชาเมื่อได้เห็นใบหน้าอันเหม่อลอยนั้น
“หึ? ดูเหมือนจะมีความคิดที่เพ้อฝันมากเลยนะคุณชายเหรินฟง ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจะไม่กลับไปรักกับคนแบบแกอีกต่อไปแล้ว”
“ดูข้าและลูกในตอนนี้ซิ ข้าเซียงหลันมีลูกชายที่เป็นถึงบุตรแห่งเทวะดารา เขาเป็นผู้ครอบครองกายเทวะบรรพกาลที่ร้ายกาจมากที่สุด แล้วคนแบบแกละมีอะไรบ้าง เป็นแค่ลูกชายของเหรินซานที่เพียงปกครองเมืองโบราณเล็กๆแห่งนึง สถานะของพวกเราตอนนี้พลิกผันไปอย่างมหาศาล
“ในตอนแรก พวกแกสองพ่อลูกดูถูกข้าเซียงหลันและครอบครัวตระกูลเซียงอยู่มากมาย จำใจอยากแต่งงานกับข้าน่ะเหรอ?”
“เหอะ ตอนนั้นข้ามัวเมาและตามืดบอดไปเองที่ดันหลงรักไอ้เศษะเช่นแกเข้า ไอ้พวกสารเลวแบบแกมันก็เห็นแต่ผลประโยชน์เท่านั้นแหละ ทรัพยากรมากมายของหอการค้าตระกูลเซียงกว่าห้าในส่วนสิบ ข้าต้องประเคนให้กับแกเพื่อไว้ใช้ฝึกฝนและยกระดับในการเป็นเซียน”
“ถึงท่านพ่อและท่านแม่ของข้าจะคัดค้านยังไง ข้าก็ต้องลอบเอาพวกมันออกมาให้กับเจ้าอยู่เสมอ เพื่อสนับสนุนผลักดันให้เจ้าได้เป็นใหญ่”
“แล้วหลังจากที่หอการค้าของข้าล่มสลายลง พวกแกก็ไม่ได้สนใจใยดีข้าอีกต่อไป ข้าต้องเร่ร่อนพเนจรไปทั่วทั้งๆที่กำลังตั้งท้องของลูกแก ถึงขนาดเคยเกือบโดนพวกโจรชั่วนับร้อยกระทำชำเรา แต่ข้าตั้งท้องเซียงหลิน พวกมันก็มีเมตตาจึงไมไ่ด้ทำอะไรและปล่อยข้าสองแม่ลูกให้ออกมา”
“ลองนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ถ้าข้าเป็นอะไรขึ้นมา ลูกตัวน้อยของข้าคงจะไม่ได้เกิดเลยด้วยซ้ำ แต่พอเซียงหลินกำเนิดขึ้นมาและกลายมาเป็นผู้มีสถานะอำนาจที่ยิ่งใหญ่ พวกแกสองพ่อลูกก็หวนคืนกลับมาหาข้าและลูกของข้ายังงั้นเรอะ ฝันไปก่อนเถอะไอ้พวกะสารเลว!”
หลายนาทีผ่านไป เซียงหลันได้ระบายความอดกลั้นของตนเองออกมาทั้งหมด ใบหน้าที่งดงามของนางแดงก่ำไปด้วยหยดน้ำตา มันอาบย้อมชะโลมทั่วใบหน้าของนาง ราวกับเป็นน้ำตาแห่งความโกรธและความเสียใจ แต่ตอนนี้นางไม่ต้องมายึดติดอะไรกับพวกมันสองพ่อลูกกันอีกแล้ว
“ว่าไงนะ พวกแกทั้งสองอย่ามีชีวิตอยู่เลย!”
เซียงหลินพอได้ยินเรื่องต่างๆก็เริ่มร่างกายพองโต เขาโกรธเป็นอย่างมากจนทำให้ฟ้าดินรอบด้านต้องสั่นไหว ประหนึ่งมีภัยพิบัติได้เริ่มก่อตัว
ขะที่าใลาน้าง ศิษย์มากมาย รวมถึงแขกจากขุมพลังอำนาจอื่นๆก็ได้ยินเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนี้เช่นเดียวกัน ใบหน้าของพวกเขาเฉยชา พวกมันถึงจะไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายเช่นเดียวกัน วิบากกรรรมที่มารดาของบุตรแห่งเทวะดาราได้พบเจอมา มันหนักหนาสาหัสอยู่ไม่น้อย
สำหรับปุถุชนคนธรรมดาทีไม่มีพลังอะไรอยู่เลย สิ่งนี้มันย่อมไม่ต่างไปจากขุมนรกแห่งนึง ยังดีที่โชคชะตาและสวรรค์คอยปกป้องนางเอาไว้ ไม่งั้นป่านนี้นางคงตายด้วยเงื้อมมือของพวกเหล่าโจรแล้ว และดินแดนเซียนอมตะก็คงจะไม่ได้รับกายเทวะบรรพกาลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ขึ้น
“จื่อหลิน พาพวกมันสองพ่อลูกออกไปจากอาณาเขตของข้าซะ”
“ไม่งั้นข้าจะพิพากษาพวกมันแทนเซียงหลันและเซียงหลินเอง!”
ปฐมเทพดาราหันจงปราดมองไปยังสองพ่อลูกด้วยแววตาที่แข็งกร้าว ในนัยน์ตาเองก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
“พะ..พะ..พวกข้า”
เหรินซานกับเหรินฟงสั่นสะท้านเมื่อได้เห็นสายตาของทุกคนโดยรอบ ราวกับว่าสายตาทั้งหมดสามารถสังหารพวกเขาทั้งสองผู้ลูกได้ในทันที แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงของชายหนุ่มคนนึงก็ได้ดังแทรกออกมา ในน้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะหยั่งลึก
“เดี๋ยวก่อนท่านบรรพชนหันจง เรื่องนี้ข้าไม่อาจปล่อยผ่านมันไปได้ ข้าไม่อยากจะเห็นหญิงสาวที่ข้าหลงใหลต้องเจ็บปวดทรมานเช่นนี้แล้ว”
“ในตอนนี้ ข้าบุตรชายของประมุขเฟิงไห่แห่งวังเทพปฐมกาลเฟิงหลง ขอท้าประลองกับศิษย์ที่แท้จริงของวังราชันย์แห่งการต่อสู้ เหรินฟง!”
...
ง้อวว มาได้จังหวะเหมือนบนละครน้ำเน่า 55555+
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??