Secret of Justice รัฐคลั่ง คนอำมหิต
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องแต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลและหน่วยงานจริง และจัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บท โศกนาฏกรรมปี 49
ตอนที่ 0 ไม้ขีดไฟในป่าใหญ่
กริ๊งๆ กริ๊งๆ กริ๊งๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นพร้อมแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่าน เด็กหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุก ขณะที่เขาพยายามลุกจากเตียงอย่างเกียจคร้านในขณะที่ดวงตาของเขายังปิดสนิทอยู่ เด็กหนุ่มค่อยๆ บิดขี้เกียจก่อนจะค่อยลากตัวเองเข้าห้องน้ำ เพื่อทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำ
เด็กหนุ่มผมสีดำ นัยน์ตาสีนํ้าตาลเข้ม อายุ 15 ปี ค่อยๆ สวมชุดนักเรียน เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว และกางเกงขาสั้นสีดำที่เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน เขาเปิดดูกระเป๋าเป้นักเรียนก่อนตรวจเช็กว่าตัวเองจะไม่ลืมเกมการ์ดที่เขาจะเตรียมไปเล่นกับเพื่อนๆ ของเขาช่วงหลังเลิกเรียนเสมอ เด็กหนุ่มสะพายกระเป๋าด้วยไหล่ขวาข้างเดียวก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของเขาที่อยู่ชั้นสองลงมาห้องครัวชั้นล่าง
เขาเดินลงบันได หน้าห้องครัวมีชั้นวางของสูงระดับเอว เต็มไปด้วยรูปถ่ายครอบครัวใส่กรอบรูปต่าง ๆ ทั้งพลาสติก ไม้ และเหล็ก เขาค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องครัวก่อนจะพบกับโต๊ะที่มีเมนูไข่ดาวระเบิด หรือไข่ดาวทรงเครื่อง และหมูทอดกระเทียม พร้อมกับเสียงรายงานข่าวประจำวันจากโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้
"เมฆ ตื่นแล้วเหรอ แม่ทำกับข้าวไว้แล้วนะลูกทานเลย เดี๋ยวแม่ไปอาบนํ้าก่อน วันนี้เดี๋ยวแม่ไปส่ง" "อ่าครับ แล้วพ่อละแม่" "พ่อไปแต่เช้าแล้ว น่าจะมีงานด่วนเข้าละมั้ง ถ้าพี่สาวแกลงมาแล้วก็บอกให้ฝนมันทานข้าวด้วยละ แม่ไปอาบนํ้าก่อนนะ"
ผู้หญิงวัยกลางคนผมสีดำนํ้าตาล ดวงตาสีนํ้าตาลเข้ม เธอมีชื่อว่า นํ้า เธอรีบถอดผ้ากันเปื้อนก่อนเดินออกจากห้องครัวเดินไปฝั่งตรงข้ามก่อนไปทางขวามือเพื่อเข้าห้องส่วนตัวไปอาบนํ้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า เมฆ ค่อยเดินไปตักข้าวจากหม้อหุงข้าวใส่จานก่อนเดินมานั่งที่โต๊ะ แล้วเริ่มตักอาหารใส่จานตัวเอง
"เมฆ พ่อกับแม่อ่ะ" ฝน ทักขึ้นมาเมื่อเจอน้องตัวเอง "พ่อไปทำงานละ วันนี้แม่ไปส่งแต่ไปอาบนํ้าอยู่"
เด็กสาวมัธยมปลาย อายุ 18 ปี ผมยาวสีดำนํ้าตาล ดวงตาสีเทาอ่อน พยักหน้าก่อนจะเดินเอากระเป๋าวางบนเก้าอี้ แล้วเดินไปหยิบจานมาตักข้าว "แล้วเย็นนี้พี่จะไปเรียน Cello อีกไหม" "ว่าจะไปแต่เดี๋ยวดูก่อนว่ามีใครจะไปส่งไหม ทำไม... สนใจอยากไปเรียน Cello ด้วยเหรอ" "ไม่อ่ะ ถ้าจะฝึกเล่นทั้งที เล่นกีตาร์ไม่ก็ไวโอลินไม่ดีกว่ารึไง" "เหอะ ไอ้น้องชาย นายจะเข้าใจอะไร เสียงกีตาร์มันสดใสเกินไป ส่วนไวโอลินเสียงมันก็เศร้าเกินไป ต้อง Cello สิ ทั้งอบอุ่นแต่ก็แฝงความเศร้าเอาไว้ ตรงนี้สิถึงเป็นเครื่องดนตรีที่ฉันเลือก" "อะจ้า เต็มที่เลย ผมไปเล่นเกมการ์ดกับเพื่อนรอแล้วกัน" "แบบนั้นจีบสาวไม่ติดหรอกนะ เอาเถอะอย่างน้อยถ้าหน้าตานายก็พอจะดูได้สักครึ่งหนึ่งของฉันก็คงไม่มีปัญหาหรอก ฮ่า ฮ่า"
เมฆได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะตักอาหารเข้าปากอย่างไม่แยแส เขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เอาจริงๆ แม้แต่เรื่องการเรียนเขาก็ไม่สนมันมากนัก ต่อให้การสอบของเขามันผ่านแบบคาบเส้น สำหรับเขาผ่านก็คือผ่านไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น แต่ต่างจากพี่สาวของเขาที่โดดเด่นทั้งเรื่องการเรียน หน้าตา กีฬา และดนตรี โดยเฉพาะด้านดนตรีที่เริ่มเล่น Cello ได้เพียงแค่สามเดือน พ่อก็สามารถพาไปแสดงในงานเลี้ยงหัวหน้าของพ่อที่ได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อปีก่อนได้ ตอนนี้ก็ฝึกซ้อมเตรียมไปลงประกวดงานแข่ง ถึงมันจะเป็นงานแข่งเล็กๆ แบบเฉพาะกลุ่มก็เถอะ
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังทานอาหารอยู่นั้น เสียงรายงานข่าวจากวิทยุที่แม่เปิดทิ้งไว้ก็เริ่มรายงานข่าว "ครับต่อไปเป็นข่าวที่เป็นกระแสจากเมื่อคืน ไฮโซขับรถสปอร์ตขับชนคนเสียชีวิตตายคาที่ ก่อนขับรถหลบหนี คุณศักดิ์สวรรค์ หรือ คุณฤทธิ์ ผู้ต้องสงสัยเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจราชนคร ช่วงเวลา 6 นาฬิกาของเช้าวันนี้ ในขณะนี้ทางตำรวจยังไม่มีการให้สัมภาษณ์หากมีความคืบหน้าทางเราจะรายงานให้ท่านผู้ฟังทราบเป็นระยะๆ"
"พี่คิดว่าจะรอดคดีไหม" "ไม่แน่ สื่อให้ความสนใจแบบนี้ เผลอๆ บางทีตำรวจยศใหญ่ๆ อาจลงมาดูคดีนี้ด้วยตัวเองก็ได้" "ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ หลักฐานก็มีถ้าเป็นคนอื่น น่าจะโดนปิดคดีไปแล้ว ไม่ออกข่าวด้วยซ้ำมั้ง" "ก็เพราะเป็นเขาไง ลูกเจ้าของธุรกิจห้างใหญ่แบบนั้น คดีไม่จบง่ายๆ หรอก" "แม่เสร็จแล้ว เราพร้อมไปกันรึยัง" เสียงคุณแม่ตะโกนมาจากทางเดิน "ครับ / ค่ะ" ทั้งสองคนรีบตะโกนกลับก่อนจะรีบกินข้าวที่อยู่ในจานให้หมดแล้วนำจานไปวางไว้ในอ่างล้างจาน ก่อนจะไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินไปรอหน้าบ้าน ทั้งสองคนนั้นอยู่คนละโรงเรียน โรงเรียนของฝนอยู่ใกล้บ้านมากที่สุด พ่อและแม่เลยมักจะไปส่งฝนก่อนจะเลยไปส่งเมฆทีหลัง
--------------------------------------------------------------------------------------
ณ สถานีตำรวจราชนคร เวลา 8 นาฬิกา
ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก เสียงเข็มนาฬิกาดังอยู่ในห้องที่เงียบสงัด ชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปี ทรงผม Pompadour ตัดไถข้าง เซ็ตผมหน้าปัดไปทางด้านหลัง สวมแว่นสีดำทรงกลม เสื้อเชิ้ตสีขาว พร้อมสูทและกางเกงขายาวสีฟ้า นั่งไขว่ห้างและกอดอกอยู่ในห้องคนเดียว ตรงข้ามเขามีโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสาร พร้อมป้ายชื่อ ผบก. (ผู้บังคับการ) เกียรติศักดิ์ กนกรดา ก๊อกๆ แอ๊ด เสียงเคาะประตูและเสียงประตูที่เปิดตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
"ขอโทษที่ให้รอครับ คุณฤทธิ์ ผมเป็นหัวหน้าทีมทนายความของคุณชื่อ ทนายธนันกรกานต์ ปัญญา เรียกผมว่า ทนายสร ก็ได้ครับ ตอนนี้ผมทำการประกันตัวคุณเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถกลับได้แล้วครับ"
ชายอายุประมาณ 30 ปี เซ็ตผมเรียบปัดข้าง สวมแว่นสายตาทรงกลม เขาใส่สูทและกางเกงสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตด้านในสีฟ้าอ่อน ผูกเนกไทสีนํ้าเงินเข้ม เดินเข้าประตูมาพร้อมแนะนำตัวเอง
"คุณเป็นคนของพ่อหรือแม่ผม" "เป็นคนของคุณพ่อคุณครับ" "ผบก. คนนี้ดูแลผมได้ดี ถึงมันจะน่าเบื่อไปหน่อย ช่วยบอกเรื่องนี้ให้พ่อผมด้วยนะ พ่อผมรู้นี่ว่าควรตอบแทนคนแบบนี้ยังไง" "ได้ครับ"
ฤทธิ์ ลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปตบไหล่ทนายสรเบาๆ ก่อนจะค่อยเดินผ่านทนายสรออกจากห้องไป ทันทีที่ก้าวออกมาจากห้องนั้นเสียงดังเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาทันที
"ผู้บังคับการ ถ้ารีบปิดคดีแบบนี้ ฝั่งผู้เคราะห์ร้ายไม่มีโอกาสขอสู้คดีเลยนะครับ แค่เวลายื่นเรื่องขอทนายยังไม่มีเลย" เสียงจากนายตำรวจคนหนึ่งดังขึ้น "หลักฐานมันก็ชัดเจนพอแล้ว แถมสื่อก็ให้ความสนใจในคดีนี้ นายทำงานมาหลายปีแล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าคดีนี้มันสำคัญแค่ไหน" "ก็เพราะสื่อสนใจไงครับ เราถึงไม่ควรทำคดีแบบนี้ ถ้าพวกนักข่าวพวกนั้นจะไม่หาว่าเราทำคดีแบบชุ่ยๆ กันรึไง" "ทำตามที่ผมสั่ง อย่าให้ผมรู้หรือได้ยินจากใครนะว่าคุณจะมายุ่งกับคดีนี้ เราไม่มีเรื่องต้องคุยก็แล้วออกไปซะ"
ตำรวจนายนั้นเดินออกมาจากห้องผู้บังคับการ ก่อนออกมาเจอกับฤทธิ์ ทั้งคู่ยืนจ้องกันพักหนึ่งก่อนที่ฤทธิ์จะหยิบนามบัตรของเขาใส่กระเป๋าเสื้อของนายตำรวจคนนั้น จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูด
"หึ ผมชอบคนแบบคุณนะ คุณชื่อกับยศอะไรเหรอ" ฤทธิ์ยังไม่ทิ้งท่าทีสบายๆ ของเขา ตอนนี้เขาไม่ต่างจากกำลังเดินเล่นอยู่ที่บ้านของเขา "ตะวัน สารวัตรตะวัน" "สารวัตร ผมว่าผมเป็นคนที่มองคนเก่งออกนะ และรู้ว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ แต่เรื่องแบบนี้มันก็พอพูดคุยกันได้... ใช่ไหม เราไม่เหมือนกับสัตว์ ไม่จำเป็นต้องหันเขี้ยวใส่กัน เอาละไว้ผมจะรอสายจากคุณนะ สารวัตร"
ฤทธิ์ ตบไหล่สารวัตรตะวันเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านไปหาผู้บังคับการ และเริ่มคุยกับทนายของเขาอีกครั้ง
"คดีนี้ผมควรทำยังไงต่อ คุณทนาย" "ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้ถ้าปิดข่าวไปเรื่อยๆ แล้วไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เรื่องนี้อาจไปไม่ถึงศาลครับ เดี๋ยวคนก็ลืมกันไปเอง หรือต่อให้ถึงศาลก็สามารถยื้อเวลาจนคดีหมดอายุความได้ครับ" "นานเกินไป เดี๋ยวผมต้องไปทำสัญญากับธุรกิจที่ต่างประเทศ อีก 2 เดือนข้างหน้าผมไม่อยากให้หุ้นของบริษัทผมตกมากเกินไปตอนเซ็นสัญญา" "คุณฤทธิ์ สามารถให้สื่อเล่นข่าวอื่นได้ครับ ปั่นกระแสสักหน่อย ถ้าให้ดีควรให้เล่นข่าวเดียวกันครับ แต่อาจต้องมีค่าใช้จ่ายสักหน่อย" "เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนั้นเอง แต่บางทีอาจไม่ต้องก็ได้ ในอีกสองสัปดาห์ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักข่าวคงไม่ว่างมาเล่นข่าวเรื่องของฉันแล้ว"
ก่อนถึงหน้าประตู ทนายสรใช้มือขวางฤทธิ์ให้หยุดเดิน ก่อนจะจัดเนกไทของฤทธิ์ให้หลวมๆ และเบี้ยว ปลดกระดุมเสื้อสูทออก และดึงชายเสื้อออกนอกกางเกงหนึ่งข้างออกเล็กน้อย ทำเสื้อเชิ้ตให้ยับเล็กน้อย
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ ภาพแรกตอนออกข่าวไม่ควรดูดีจนเกินไปเพราะอาจโดนมองว่าได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ อาจไม่ส่งผลต่อคดี แต่มันอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ในข่าว เราควรป้องกันการจับผิดจากสาธารณชนไว้ก่อน และถ้าให้ดีผมว่าช่วงนี้ควรไปพักอยู่ที่โรงแรมก่อนดีกว่าครับ" ฤทธิ์ไม่พูดอะไรเขาปลดกระดุมแขนเสื้อออกบางเม็ด และขยี้ผมตัวเองเล็กน้อยให้เสียทรงนิดหน่อย ก่อนจะเดินออกไปทางประตูเดินหน้าอย่างผ่าเผย
"ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว!!!" เสียงเอะอะอึกทึก ผสมเสียงรัวชัตเตอร์ดังขึ้นทันทีเมื่อฤทธิ์เปิดประตูก้าวออกมาจากโรงพัก พร้อมทนายตามประกบอีก 4 คน และมีตำรวจคอยล้อมกันไม่ให้นักข่าวเข้าใกล้
"คุณฤทธิ์คะ จากเหตุการณ์ขับรถชนคนตาย มีความคิดเห็นทางคดีว่าไงคะ" "คุณฤทธิ์คะ ตกลงคุณเป็นคนขับรถในวันที่เกิดเหตุใช่ไหมคะ" "คู่กรณีเรียกร้องค่าเสียหายยังไงบ้างครับ"
ทันทีที่นักข่าวจะรัวคำถามเข้าถาโถม หนึ่งในทนายก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้าก่อนจะตอบคำถาม "คุณฤทธิ์ยังไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์ เนื่องจากผลกระทบทางจิตใจ และอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดี ผมทนายสรเป็นผู้รับผิดชอบคดีของคุณฤทธิ์ ผมจะตอบคำถามทั้งหมดพร้อมกับผู้บังคับการ (ผบก.) แต่เราขอให้คุณฤทธิ์ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวได้กลับไปพักก่อนนะครับ" ทันทีที่พูดจบตำรวจและทนายช่วยกัน กันนักข่าวพาฤทธิ์ไปขึ้นรถเบนซ์สีดำก่อนจะขับออกไปจากสถานี
เมื่อรถเบนซ์สีดำขับออกจากสถานีตำรวจ นักข่าวก็มุ่งความสนใจไปหาทนายสรกับผู้บังคับการทันที ในระหว่างนั้น ชายวัยกลางคนอายุ 40 ปี หนวดเคราเข้ม ไว้ผมทรง Man Bun ไถข้างรวบผมไปข้างหลังก่อนมัดจุกบริเวณครึ่งศีรษะ ใส่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อยีนแขนยาว และกางเกงยีนขายาว เขายืนอยู่หลังฝูงชน ก่อนมองไปที่ตำรวจนายหนึ่งที่ยืนอยู่หลังสุด ก่อนที่ทั้งสองคนจะผงกหัวขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณให้แก่กัน ก่อนที่ตำรวจนายนั้นจะเดินเข้าไปในโรงพัก ชายหนุ่มวัยกลางคนเริ่มค่อยเดินถอยห่างจากฝูงชนแล้วค่อยๆ เดินอ้อมไปประตูด้านหลังโรงพัก ก่อนจะเคาะประตู ก๊อกๆ ประตูเปิดออกมาพร้อมดาบตำรวจนายหนึ่ง
"พี่แสง พี่มาอะไรวันนี้ งานโคตรยุ่งเลย" ดาบตำรวจนายหนึ่งเปิดประตูพร้อมกับบ่นใส่ แสง "พี่มาหาไอ้ตะวัน มันอยู่ไหมโชค" แสงตอบ "ผู้กำกับเหรอ พี่เข้ามาเลย ผู้กำกับเขาอยู่โต๊ะเขานั่นแหละ"
แสงค่อยเดินเข้าประตูไป ก่อนตำรวจนายนั้นจะปิดประตู แสงคุ้นชินกับที่นี่ เขาเดินตรงไปหาโต๊ะน้องชายเขา "ตะวัน พี่มาละ" สารวัตรตำรวจอายุ 35 ปี เงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก "รอแป๊บพี่ เดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อนอกก่อน"
ตะวันเปลี่ยนชุดตำรวจออกแล้วเหลือเสื้อยืดตำรวจด้านใน ก่อนสวมเสื้อกันหนาวทับ และห้อยตราตำรวจไว้ที่คอแต่เก็บไว้ด้านในเสื้อ "เราออกด้านหลังกันเถอะ ด้านหน้าติดนักข่าวอยู่ ดาบ... มีใครถามหาผมบอกผมไปกินข้าวกับพี่นะ" ตะวันหยิบกระเป๋าสะพายไหล่มาหนึ่งใบ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกประตูหลังพร้อมกัน แล้วเดินไปขึ้นรถกระบะของแสง
"เอ็งเรียกพี่มาทำไมเหรอ ตะวัน" ตะวันค่อยหยิบซองเอกสารสีนํ้าตาลอันหนึ่งออกมา ก่อนจะหยิบเอกสารในนั้นออกมาวางไว้ระหว่างเขากับพี่ "พี่รู้เรื่องคดีขับรถชนคนตายวันนี้ไหม" "ไม่รู้มากเท่าไหร่ แต่เห็นตอนเดินออกมาทางประตูหน้า" "ผมได้ข่าวตอนตีสี่ เลยรีบไปดูกล้องวงจรปิด ก่อนรู้ว่ารถออกมาจากโรงแรมเอเดนประมาณ 22.00 น." ตะวันโชว์รูปจากกล้องวงจรปิด ในรูปเห็นเป็นรถสปอร์ตสีแดง "ได้บันทึกวิดีโอไว้ไหม" "อยู่ในม้วนวิดีโอ" "หัวหน้าเอ็งรู้ไหมว่าเอ็งตามสืบคดีนี้อยู่"
แสงถามหยั่งเชิงตะวัน แต่ตะวันได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบ "ไม่รู้แหงๆ ไม่สิน่าจะไม่อยากให้แกสืบมากกว่า" แสงพูด จริงๆ แล้วแสงพอจะรู้สถานการณ์ของน้องชายเขาดีตั้งแต่ที่ตะวันโทรหาเขาแล้ว ที่ให้ไปที่สถานีก็คงเพื่อเป็นข้ออ้างที่จะได้ออกมาแอบสืบคดีได้ แต่เขาก็อดเป็นห่วงน้องชายไม่ได้
"เราสืบกันเงียบๆ ก็ได้ ได้อะไรมาค่อยว่ากันอีกที" "หัวหน้าเอ็งไม่ได้อยากให้เอ็งทำคดีนี้ แถมคดีนี้โดนกักตัวแค่ 2 ชม." "ฮึ ได้อยู่ในห้องของผู้บังคับการด้วยนะ" "แล้วเอ็งยังจะทำคดีนี้อีกเหรอ เอ็งไม่เหมือนพี่นะ เอ็งมีไอ้นํ้าเมียเอ็ง ไหนจะไอ้เมฆกับไอ้ฝนอีก" แสงพยายามปรามน้องเขา เขาไม่ต้องการให้น้องต้องมาจบชีวิตในอาชีพการงานเหมือนกับตัวเขา
"ผมกลัวว่าจะเจออะไรมากกว่านั้น แถมผมปิดคดีแบบนี้ไม่ได้" ทั้งคู่นิ่งเงียบกันครู่หนึ่ง ตะวันเข้าใจความหมายที่พี่เตือนเขาดี เขาทำงานมาสิบกว่าปี เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา แล้วเขาก็รู้ดีว่าปลายทางของเรื่องนี้อาจจบลงไม่ได้สวยนัก
"ผมอยากให้พี่ไปส่งที่โรงแรมเอเดน ผมคิดว่าพวกนั้นยังไม่น่าจะมีเวลาพอไปจัดการกล้องกับพยานที่โรงแรม" ตะวันพูดขึ้นอีกครั้ง "พวกนั้นน่าจะยุ่งอยู่กับการทำลายหลักฐานที่รถ ไม่ก็อาจทำลายรถทิ้งไปเลย พี่ไปสืบเรื่องรถให้หน่อยได้ไหม" "รถรุ่นอะไร" แสงถาม "HD NSX" ตะวันตอบ "เฮ้อ ขากลับเดินกลับเองละกัน" แสงบ่นออกมาอย่างเหนื่อยใจ
ตะวันยิ้มอย่างเบาใจ ก่อนที่แสงจะพาตะวันไปส่งที่โรงแรมเอเดน
----------------------------------------------------------------------------------------
โรงแรมเอเดน เวลา 08.00 น.
ตะวันเดินเข้าไปในโรงแรม ที่นี่มีขนาดใหญ่มาก นอกจากจะเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวแล้ว ที่นี่ยังมีการจัดประชุมและกิจกรรมในวาระสำคัญต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมอันดับหนึ่งประจำเมือง อีกทั้งยังมีคาสิโนและกิจกรรมผิดกฎหมายอีกเพียบ แต่เพราะมีเส้นสายกับนักการเมืองและตำรวจระดับสูงเลยไม่มีใครแตะต้องอะไรได้ พนักงานโรงแรมคนหนึ่งเดินเข้ามาหาตะวันอย่างนอบน้อม "ให้ช่วยอะไรไหมคะคุณลูกค้า"
ตะวันโชว์ตราตำรวจให้พนักงานคนนั้นดู ก่อนบอกพนักงานคนนั้นว่าเขาต้องการพบผู้จัดการ พนักงานคนนั้นตกใจเล็กน้อยและบอกกับตะวันให้รอสักครู่ก่อนจะเดินหายไป ใช้เวลาไม่นานนักชายหนุ่มรูปร่างดี สะอาดสะอ้าน ดวงตาเรียวเล็ก เดินเข้ามาหาตะวันพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับสายหูฟังที่ติดกับวิทยุสื่อสารอยู่ทางใบหูด้านขวา
"ผมเป็นผู้จัดการครับ ไม่ทราบว่าคุณตำรวจให้เกียรติมาเยี่ยมที่นี่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ" "ผมอยากขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดนะครับ" ตะวันตอบกลับ "ต้องขอโทษด้วยครับ ทางเราไม่สามารถให้ดูได้หรอกนะครับ นอกจากคุณจะพกหมายศาลมาด้วย" "ห้าห้า คุณผู้จัดการนี่ตลกจังเลยนะครับ พอดีกล้องที่ผมอยากดู ศาลคงไม่ชอบถ้ารู้ว่ากล้องนั้นมันอยู่ส่วนไหนของโรงแรม" "ผมว่าทางเราไม่มีที่แบบนั้นหรอกครับคุณตำรวจ ผมคิดว่าคุณตำรวจคงมาผิดที่แล้วละครับ" "คุณผู้จัดการครับ คุณก็คงไม่อยากให้แขกของคุณต้องตกใจใช่ไหมครับ เราพบกันครึ่งทางได้ ผมไม่ต้องใช้หมายศาล แขกของคุณก็ไม่ต้องตกใจ" "ห้าห้า แบบนั้นก็แย่สิครับ แต่ผมคิดว่าผู้บังคับการคงไม่เห็นด้วยกับคุณเท่าไหร่นัก คุณจะไม่ได้ดูกล้อง ไม่สิ หมายศาลก็ไม่น่าจะได้" "ไม่หรอกครับ ผู้บังคับการต้องเห็นด้วยกับผมแน่ พอดีผมทำงานให้คนคนเดียวกันนะครับ"
ตะวันพูดอย่างใจเย็นก่อนจะหยิบนามบัตรของฤทธิ์ยื่นให้ผู้จัดการดู ก่อนจะพูดต่อ "คุณคงได้ข่าวของเจ้านายผมเมื่อเช้านี้แล้ว ไม่ต้องตกใจเขาส่งผมมาเช็คของเท่านั้น ส่วนมันจะทำกำไรให้คุณได้มากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตอนที่คุณเสนอราคาเท่าไหร่ แต่ผมต้องดูของก่อน" "คุณตำรวจ ถ้าเราจะทำธุรกิจกัน ก็ควรไปคุยกันในห้องรับแขกจริงไหมครับ ผมจะนำทางให้คุณเอง" ผู้จัดการหนุ่มผายมือก่อนจะเริ่มเดินนำทาง
ตะวันหายใจออกฟอดใหญ่ เขาเองก็ไม่ได้มั่นใจนักว่าเรื่องที่เขาพูดจะทำให้ผู้จัดการหนุ่มคนนี้เชื่อได้ แต่ผู้จัดการคนนี้ก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธเขาในตอนนี้ เขาต้องเดินเข้าไปในถิ่นของอีกฝ่าย ผู้จัดการรู้ดีว่าเข้าไปมันง่ายกว่าตอนออกมาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ตะวันรู้สึกกังวลก็คือท่าทีสบายๆ ของผู้จัดการคนนี้ ตอนคุยเมื่อกี้ไม่มีสีหน้าของความกังวลหรือความตกใจเลย แม้แต่เหงื่อสักเม็ดก็ไม่ไหล
----------------------------------------------------------------------------------------
ณ ตึกแถวแห่งหนึ่ง เวลา 09.00 น.
"ไอ้ชาติ เปิดประตูให้กูหน่อย" ประตูค่อยๆ เปิดออกมาตามด้วยผู้ชายวัยกลางคน หนวดเครารุงรัง สภาพไม่ได้อาบนํ้าเดินออกมา "ไอ้แสง อย่าส่งเสียงดังดิ เข้ามาก่อน" แสงเดินตามเข้าไปในตึก "หัดอาบนํ้าบ้างนะเอ็ง" "งานฉันมันตอนกลางคืน มาหาตั้งแต่เที่ยงวันแบบนี้ แล้วยังจะมาบ่นอีก" "แล้วเรื่องที่ให้ไปหาข่าวมาละ" "รอแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวทไวท์ก็มาส่งข่าวให้" "ไอ้หนูนั่นยังทำงานเป็นสายข่าวให้แกอยู่เหรอเนี่ย" "ก็ไม่เชิง จะเรียกว่าไม่ได้ทำให้ฉันแค่คนเดียวจะถูกกว่า เดี๋ยวนี้ทไวท์มันเป็นคนกลางคอยมารับงานไปแจกจ่ายให้คนในกลุ่มของมัน" "ห้าห้า เดี๋ยวนี้มีคนคบกับมันแล้วเหรอ" "ห้าห้า ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
หลังจากจบการสนทนาได้ไม่นาน ก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาภายในตึกแถว พร้อมกับชายหนุ่มวัย 20 ปี ผิวสีเข้ม ผมทรง Short Wave ผมยาวหยักศกเล็กน้อย ผิวสีแทน เขาสวมเสื้อยืดสีขาว ทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีดำแดง "ลุงแสง ลุงชาติ ผมได้ข่าวมาแล้ว" ทไวท์ตะโกนเรียก "ได้เรื่องว่าไงบ้าง" แสงถามกลับ
"ในเมืองนี้มีร้านที่พอรับซ่อมรถสปอร์ตรุ่น HD NSX นี้ได้มีแค่ 2 ร้าน" ทไวท์พูด "ทั้ง 2 ร้านนี้เป็นร้านถูกกฎหมาย ฉันว่าเราน่าจะไปหาในเมืองข้างเรามากกว่านะ" ชาติพูด "ไม่จำเป็นหรอก เมืองเราเป็นเมืองที่มีภูเขาล้อมรอบเมือง ถึงจะบอกว่าเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเราก็ต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายตํ่าๆ ก็ 2-3 ชั่วโมง อีกอย่างคดีนี้ไม่ได้ต้องการทำลายหลักฐานว่าไม่เคยเกิดการชน แต่เป็นการทำลายหลักฐานว่าใครเป็นคนขับต่างหาก" แสงพูด "แล้วถ้าแบบนั้นนายจะให้เราไปหาร้านพวกนี้มาทำไม ไม่ใช่ว่าร้านอะไรก็ทำลายหลักฐานพวกนั้นได้ไม่ใช่เหรอ" ชาติพูด "นั่นสิครับ บางทีเขาอาจใช้ลูกน้องของเขาเก็บกวาดเองได้ด้วยซํ้า" ทไวท์ถาม
"ไม่หรอก ลองคิดดูว่าถ้านายมีเงินมีอำนาจขนาดนั้น ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นสิ่งแรกที่เราจะทำคือทำลายหลักฐานการชน เพียงแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้คดีนี้เกิดมีกระแสในสื่อ เลยทำให้ไม่สามารถทำลายหลักฐานการเกิดเหตุได้" แสงพูด "แบบนี้นี่เอง หมายความว่ารถยังต้องเก็บไว้อยู่ในร้านที่สามารถซ่อมมันได้ แต่เพราะเกิดกระแสในข่าวเลยต้องเปลี่ยนจากซ่อมรถ เป็นทำลายหลักฐานว่าใครเป็นคนขับแทน" ชาติพูดเสริม "ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดี" ทไวท์พูดพร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจน
"เหตุการณ์นี้เกิดเหตุช่วง 22.00 น. เมื่อวานนี้ มีข่าวตอน 06.00 น. ของวันนี้ แต่จากข้อมูลของน้องชายแกที่ให้มา ได้ข่าวในช่วงเวลา 04.00 น. ของวันนี้ ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงการเตรียมการเข้ามอบตัวมีเวลาทั้งหมดแค่ 6 ชม." ชาติพูด "ลองมาคิดกันดูเล่นๆ นะ เมืองเราห่างจากเมืองใกล้ๆ 2-3 ชั่วโมง แสดงว่าไป-กลับอย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลา 4 ชม. มีเวลาการทำลายหลักฐาน 2 ชม. แต่จากเหตุการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นได้ว่ามีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถทำลายหลักฐานในช่วงเวลานั้นได้" แสงพูด
"ลุง... แต่ถ้าแบบนั้นเรียกช่างมาซ่อมในเมืองหรือใช้ร้านในเมืองมาซ่อม..." ทไวท์พูดก่อนจะหยุดเหมือนนึกขึ้นได้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมลุงแสงถึงบอกให้เขาไปหาร้านที่ซ่อมในเมืองนี้ แทนที่จะสั่งให้ไปหาข่าวในเมืองใกล้ๆ ต่อให้ไม่ใช่เพราะเหตุผลที่ฟังมา แต่ถ้าคิดแบบเบื้องต้น การเริ่มต้นสืบคดีแบบนี้ก็ควรเริ่มจากการสืบหาจากร้านที่สามารถซ่อมรถแบบนี้เหมือนกัน
"เรื่องนี้มีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้สื่อสามารถรู้เรื่องคดีนี้เร็วมาก แถมมีสื่อที่รับรู้เรื่องนี้จำนวนมากจนไม่สามารถปิดข่าวได้ แต่ตอนนี้เรายังไม่ต้องสนใจในเรื่องนี้ เรามีร้านอยู่ 2 ร้านที่สามารถซ่อมรถสปอร์ต" แสงพูด "แล้วเราจะทำยังไงต่อ หรือต้องหาจากทั้งสองร้านเลย" ชาติถาม "ในตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าเจอรถที่ก่อเหตุ หมายความว่าร้านต้องเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง" ทไวท์พูด "ใช่ ถึงจะไม่รู้ว่ามันเก็บรถไว้ที่ไหน แต่ไม่ใช่ไม่มีวิธี" แสงพูดก่อนจะยิ้ม ราวกับมีความคิดชั่วร้ายที่ก่อตัวขึ้นในหัวเขา
-----------------------------------------------------------------------------------------
ณ โรงแรมเอเดน เวลา 10.00 น.
ตะวันยังคงคอยตรวจดูกล้องวงจรปิดของโรงแรมโดยมีพนักงานหนึ่งคนคอยช่วย และมีผู้จัดการคอยยืนประกบ "หยุดตรงนี้ก่อน" ตะวันพูดขึ้น ภาพที่เห็นคือภาพฤทธิ์กำลังเดินเข้าไปในห้อง ห้องหนึ่งพร้อมกับพนักงานของโรงแรมที่เข็นรถที่มีกระเป๋าใบใหญ่นับสิบใบตามเข้าไปในห้อง "ขอดูภาพในห้องนั้นหน่อยได้ไหม" พอตะวันพูดจบพนักงานค่อยๆ เปลี่ยนภาพของกล้องในห้องนั้น ภาพที่ออกมาทำให้ตะวันถึงกับหน้าซีด เขาสับสนเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น "ช่วยนำวิดีโอนี้บันทึกใส่ม้วนวิดีโอให้ฉันหน่อย"
พนักงานหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางผู้จัดการเพื่อขออนุญาต ผู้จัดการพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นสัญญาณ พนักงานเริ่มนำม้วนวิดีโอเปล่ามาบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดจนเสร็จ ก่อนนำม้วนวิดีโอส่งมอบให้ผู้จัดการ
"เอาละครับสารวัตร... ถึงเวลาเราต้องคุยกันเรื่องธุรกิจแล้วครับ" ผู้จัดการยิ้มก่อนจะผายมือขวาไปทางประตูเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้สารวัตรตะวันเดินตามมา สารวัตรมองเห็นกำไลสีเงินที่ข้อมือขวาของผู้จัดการก่อนจะพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
แต่ในใจเขากลับตื่นตระหนก เขาคิดตื้นเกินไป เขาเร่งรีบมาที่นี่เพื่อมาสืบหาข้อมูล แต่เขากลับไม่ทันได้คิดว่าต่อให้เขาสามารถหาหลักฐานได้พบ แต่เขาจะพาเอาหลักฐานออกไปจากที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้เขาทำได้แค่ตามน้ำไปก่อน
ระหว่างที่สารวัตรตะวันและผู้จัดการกำลังเดินไปห้องรับรอง ก็มีแสงจากวิทยุสื่อสารกะพริบเล็กน้อยก่อนที่ผู้จัดการจะกดหูฟังและพูดใส่ไมค์ที่ติดกับสายหูฟัง "กำลังฟังอยู่... ให้พาไปที่ห้องรับแขกก่อน" ผู้จัดการตอบกลับวิทยุสื่อสาร ตะวันถึงกับเกร็งกล้ามเนื้อพร้อมที่จะต่อสู้ในทันทีที่แสงจากวิทยุสื่อสารกะพริบขึ้น
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ วันนี้แขกเราเยอะเป็นพิเศษ เชิญเดินต่อได้เลยครับ" ผู้จัดการหันมาพูดก่อนจะพาเดินต่อไป ตะวันค่อยๆ คลายความตื่นตัวลง เมื่อกี้เขาพร้อมจะพุ่งตัวเข้าจู่โจมผู้จัดการคนนี้ทันทีที่เขาจบสนทนา แต่จากการที่เขาดูพฤติกรรมและบทสนทนาของผู้จัดการคนนี้ ตะวันคิดว่าเขายังคงปลอดภัย
เมื่อพวกเขาถึงห้องรับแขก ผู้จัดการเชิญตะวันให้ไปนั่งเก้าอี้หนังยาวที่อยู่ฝั่งด้านในของห้อง เมื่อตะวันเข้าไปนั่งตามที่ผู้จัดการบอก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเขานั้นถูกโต๊ะตัวเล็กๆ และเก้าอี้หนังยาวอีกหนึ่งตัวในฝั่งตรงข้ามเขานั้นขวางทางประตูเข้า-ออกห้องอยู่ ทันใดนั้นตะวันก็เริ่มสังเกตเห็นว่าผู้จัดการคนนี้ทำการเคาะไมค์ที่หูฟังเขาเป็นจังหวะที่แตกต่างกันตั้งแต่ที่เขาเริ่มก้าวเข้ามาในห้อง ผู้จัดการเริ่มล็อกห้องพร้อมใส่แม่กุญแจ และโชว์ให้ตะวันเห็นว่าเขาเก็บลูกกุญแจไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านขวา และค่อยๆ เดินมานั่งบนเก้าอี้นั่งยาวฝั่งตรงข้ามกับตะวัน ระหว่างพฤติกรรมทั้งหมดนี้ มือของผู้จัดการคนนี้ยังคงเคาะไมค์หูฟังอยู่ ก่อนที่เขาจะหยุดเคาะแล้วค่อยๆ กอดอก พร้อมกับนั่งนิ่งๆ ไม่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
ตะวันรู้สึกผิดปกติอย่างรุนแรง เขาพยายามจะเริ่มต้นสนทนา แต่ผู้จัดการคนนี้จะยกมือข้างขวาขึ้นมาห้ามไว้ ก่อนที่นิ้วมือของเขาจะค่อยๆ หุบลงทีละนิด จาก 5 นิ้ว เป็น 4 3 2 1 เมื่อเขากำมือครบทั้ง 5 นิ้ว ไฟในห้องก็ดับลง
ตะวันตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสที่ตื่นตัวสุดขีด พร้อมกับสายตาที่เริ่มปรับตัวให้คุ้นชินกับความมืด แต่ก่อนที่เหตุการณ์ตะลุมบอนจะเกิดขึ้น เสียงของผู้จัดการก็ดังขึ้นมาจากความมืด
"สารวัตร เรามีเวลาไม่นาน ในตอนที่ไฟดับอยู่นี้จะไม่มีการบันทึกภาพหรือเสียง แต่สถานะนี้จะมีอยู่เพียง 5 นาที" "แล้วถ้าผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนหลอกอยู่ละ" ตะวันพยายามถ่วงเวลาพร้อมกับพยายามหาตอนต้นของเสียง "คุณอาจตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ถ้าผมบอกว่าลูกน้องของคุณฤทธิ์ตอนนี้มารออยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว และในระดับผู้จัดการทุกคนจะมีกำไลฉุกเฉินอยู่ที่ข้อมือข้างใดข้างหนึ่ง ทันทีที่กด จะมีกลุ่มเพื่อนๆ ของผมที่พวกเขาไม่น่ารักสำหรับคุณเท่าไหร่ จะกรูเข้ามาภายใน 2 นาที" "แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้คุณไม่ได้กดมันไปแล้ว" ตะวันพอจะคาดเดาทิศทางของเสียงได้แล้ว เขาพยายามใช้มือสำรวจสิ่งขีดขวางในทิศทางที่เขาได้ยินเสียง "เพราะตอนนี้คุณยังไม่โดนจับ แถมยังไม่เห็นเพื่อนของผมอยู่ที่นี่ อีกทั้งตอนนี้เราเหลือเวลาแค่ 3 นาที"
ตะวันพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าตัวและข้อมือทั้งสองข้างของผู้จัดการ แต่เขากลับจับได้เพียงข้อมือด้านซ้ายเพียงข้างเดียว สถานการณ์ตึงเครียดกว่าเดิม ตะวันเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง "พูดต่อสิ ฉันยังฟังอยู่"
"ผมจะปล่อยคุณไป คุณจะพอมีเวลาประมาณ 1 ชม. ก่อนที่คนพวกนั้นจะรู้ว่าคุณได้เทปนี้ไปแล้ว" "แล้วนายจะได้ประโยชน์อะไร" "เรื่องนั้นคุณคงไม่ต้องกังวลแทนผม" แก๊ก.. เสียงของผู้จัดการยอมพูดไม่ทันได้กะพริบตา กระบอกปืนเดสเสิร์ท อีเกิล (Desert Eagle) ก็มาจ่ออยู่ที่ชายโครงขวา "แล้วถ้าฉันมีทางเลือกอื่นละ" ตะวันพูด "นั่นมันก่อนที่คุณจะรู้ว่า คนของคุณฤทธิ์มาถึงที่นี่แล้ว"
แม้ตะวันจะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผู้จัดการคนนี้พูดเป็นความจริงแค่ไหน ถ้าลูกน้องของฤทธิ์มาถึงจริง ก็คงมาถึงตั้งแต่ตอนที่ผู้ชายคนนี้รับวิทยุตอนเดินพาเขามาที่นี่แล้ว "ตอนนี้เหลือแค่ 1 นาที คุณจะอัดผมจนสลบลงตรงนี้ หรือจะเอาผมเป็นตัวประกัน ก็หนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดี"
ตะวันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่เวลาลดลงเรื่อยๆ "ฉันตกลง" สิ้นเสียงของตะวัน ทั้งคู่ก็แยกตัวออกจากกัน แสงไฟสว่างขึ้น ทั้งคู่ปรับสายตากันเล็กน้อยก่อนที่ผู้จัดการจะชิงจังหวะในการเริ่มสนทนาออกมาก่อน "หวังว่าทางเราจะได้ทำธุรกิจกับคุณฤทธิ์อีกนะครับ ส่วนเรื่องค่าให้บริการ ทางเราจะส่งให้คุณฤทธิ์ในภายหลัง" ตะวันพยักหน้าเพื่อเป็นการตอบรับ "เชิญทางนี้ได้เลยครับ ผมจะไปส่งคุณที่ทางออก" ผู้จัดการพูดพร้อมผายมือไปที่ประตู
ทั้งคู่ค่อยๆ เดินตามกันออกจากห้อง ผู้จัดการพาตะวันเดินออกทางด้านหลัง เมื่อถึงทางออกผู้จัดการหันมาพูดกับตะวัน "ถึงตรงนี้เราคงคุยกันได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร" "ข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร" "ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่คุณสืบคือเรื่องอะไร แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดผมจะให้ความร่วมมือในการแบ่งปันข้อมูล" "อยากถูกกันเป็นพยานรึไง" "ผมมีแผนของผม แต่ถ้าคุณต้องการพยานผมก็หาให้ได้"
ตะวันหยุดคิดเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เรื่องที่แย่สำหรับเขา แม้เขาจะไม่เชื่อใจในคนๆ นี้และยังไม่เข้าใจในเจตนาที่แท้จริง แต่การได้ข้อมูลจากด้านในก็เป็นเรื่องดีสำหรับเขา "ฉันรับข้อเสนอ" "เยี่ยม ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจ คุณสามารถติดต่อผมได้ที่ร้าน 'ม้านั่ง'" "แล้วให้เรียกนายว่าอะไร" "ฮันหยาง ไม่ก็หัวหน้าฮันก็ได้"
ทั้งคู่แยกย้าย ตะวันหลังจากที่ทราบชื่อฮัน เขาก็รีบออกไปจากที่นี่ทันที เขามองนาฬิกาข้อมือเป็นเวลา 10.40 น. หลังจากตะวันลับสายตา ไม่ช้าพนักงานสวมชุดช่างไฟฟ้าเดินมาหาฮันพร้อมกับเทปวิดีโออีก 2 ม้วน "เรียบร้อยเเล้วครับ หัวหน้าหยาง" "ดีมาก ฉันมีงานให้นายอีกงาน ช่วยไปพาตัวหัวหน้าผู้จัดการมาให้ฉันที" "ผมจะจัดการให้ทันทีครับ"
ฮันได้เตรียมคนของเขาเข้ามาในโรงแรมนานแล้ว คนในห้องกล้องวงจรปิดก็เป็นหนึ่งในนั้น เรื่องไฟฟ้าที่ดับนั้นก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาเตรียมการไว้แล้วเหมือนกัน แม้ฮันจะเสียดายอยู่ไม่น้อยที่อาจทำให้พนักงานคนอื่นที่ไม่ใช่คนของเขารู้ถึงวิธีการส่งสัญญาณโดยการส่งรหัสผ่านเสียงเปิด-ปิดวิทยุสื่อสาร แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขานำวิธีนี้มาใช้ แต่เขาคงต้องเตรียมวิธีอื่นไว้บ้าง ฮันเก็บเทปวิดีโอก่อนจะค่อยๆ เดินไปหาลูกน้องของฤทธิ์อย่างใจเย็นในที่รับรองแขก "สวัสดีครับ ต้องขออภัยในความล่าช้า ผมเป็นผู้จัดการของที่นี่ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ"
------------------------------------------------------------------------------------
ร้านไซเรน เวลา 10.00 น.
แสงลงจากรถกระบะ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน ในนั้นมีรถจอดรอซ่อมอยู่ 2-3 คัน พร้อมกับช่างซ่อมที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่อีกประมาณ 10 คน แสงเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับโชว์ตราตำรวจ แน่นอนว่ามันเป็นของปลอม แต่ว่าต่อให้เป็นตำรวจ ก็ต้องตรวจอย่างละเอียดถึงจะรู้ว่าเป็นของปลอม แล้วคนส่วนใหญ่จะแยกออกได้ยังไง
ทันทีที่แสงโชว์ตราตำรวจออกมา ช่างทุกคนต่างหยุดมือจากงานที่กำลังทำอยู่พร้อมเดินมาล้อมแสง ห่างจากตัวเขาประมาณ 7-8 ก้าว ก่อนที่จะมีคนหนึ่งเริ่มประโยคสนทนา "มีอะไรรึเปล่าครับ คุณตำรวจ" เสียงจากชายวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปี เขาแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีแดง สร้อยคอเป็นทองเส้นใหญ่ที่มีพระองค์ใหญ่ห้อยติดกับสร้อยคอ 3 องค์ เขาถือกระเป๋าแบบถือมือเดียวเดินออกมาด้านหลังจากกลุ่มช่าง
"พอดีมีคนแจ้งมาว่า ร้านนี้มีอะไหล่เถื่อนขาย แถมมีแจ้งเรื่องมีการแอบเปลี่ยนอะไหล่เก่ากับอะไหล่จากรถที่มาซ่อม" ทันทีที่แสงพูดจบ ชายวัยกลางคนกลับมีท่าทีผ่อนคลายขึ้น "ไม่เอานะคุณตำรวจ มากล่าวหากันแบบนี้ ร้านผมก็เสียหายกันพอดี" "นี่เฮีย เฮียจะบอกว่าผมกล่าวหาเฮียรึไง ผมแค่มาตรวจตามหน้าที่" "นี่คุณตำรวจ อย่าหาว่าผมเสียมารยาทเลย คุณยศอะไร" "ทำไม จะบอกว่าคุณแอบติดสินบนให้ตำรวจยศสูงไว้รึไง" "ไม่กล้าๆ เรียกว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกันมากกว่า" "แล้วถ้าผมบอกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวมันช่วยเฮียไม่ได้ละ" บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
"ผมว่าคุณคงอยากคุยกับคนบางคน" ชายวัยกลางคนพยายามหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรหาใครสักคน แต่กลับมีเสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะ แสงหยิบมือถือขึ้นมาก่อนกดปุ่ม แล้วนำมาแนบหู แล้วหันหลังให้เจ้าของร้าน "อะไรนะ" แสงตะโกนเสียงดังก่อนทำเป็นเสียงเบาลงเล็กน้อย "เจอรถแล้ว... ตกลงว่าไม่เจอรถแต่มีสายข่าวที่รู้... อ่า อ่า แค่นี้ก่อนนะ"
"จะเอายังไง คุณตำรวจ หรือยังอยากให้ผมโทรหาใครบางคนให้คุณคุยด้วย" เจ้าของร้านพูดด้วยท่าทีแข็งกร้าว "ไม่จำเป็น ตอนนี้ผมมีงานเข้ามาพอดี ส่วนเรื่องที่คุณโดนร้องเรียน ค่อยมาเคลียร์วันหลังก็ได้" แสงหันกลับมาพูดอย่างรำคาญใจ พร้อมกับโบกมือไปมาอย่างไม่แยแส ก่อนจะหันหลังกำลังจะเดินออกจากร้านไป เจ้าของร้านไม่ได้รั้งแสงไว้ แต่เขาก็เรียกให้ช่างในร้านคนหนึ่งเดินไปดูว่าแสงขับรถจากไปรึยัง
แสงกลับขึ้นมาบนรถก่อนจะขับรถออกไป หลังจากนั้นไม่นานแสงก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาทไวท์ "เป็นไงบ้าง มีอะไรเคลื่อนไหวไหม" "ยังเลยลุง ตอนนี้ผมจอดรถรอดูอยู่หน้าร้านไซเรน ยังไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเลย" "มีคนเฝ้าจุดอื่นอีกไหม" "นอกจากผมก็มีอีกสามจุด มีหน้าร้านอีกจุดหนึ่งเลยจากผมไป ปลอมเป็นรถขายกล้วยทอดอยู่ และก็มีหลังร้านอีกสองจุดเป็นรถขายน้ำหวาน กับรถขายหมูปิ้ง" "แล้วอีกร้านเป็นไงบ้าง" "ลุงชาติกับลูกน้องผมก็กำลังเฝ้าอยู่ เหมือนจะเริ่มทำตามแผนไปแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้ติดต่อมา" "โอเค เปลี่ยนรถแล้วจะกลับไปหา" "แล้วทำไมลุงถึงคิดว่าจะเป็นร้านนี้" "ร้านนี้มันจ่ายเงินให้ตำรวจที่เป็นคนของ ผู้บังคับการ แล้วถ้าคดีนี้ผู้บังคับการมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็เป็นไปได้ที่มันจะต้องพยายามช่วยคดีนี้ไม่ทางไหนก็ทางหนึ่ง" "ลุง! มีช่างออกมาจากร้านขับรถออกไปแล้ว" "มีทั้งหมดกี่คนที่ออกมา" แสงค่อยๆ จอดรถก่อนจะเดินออกจากรถไปขึ้นรถอีกคันหนึ่งที่เตรียมไว้ "มี 5 คน ผมกำลังจะตามออกไป" "โอเค บอกทางฉันเป็นระยะๆ" แสงเริ่มติดเครื่องรถก่อนขับออกไปอย่างช้าๆ
"ตอนนี้มันผ่านโรงเรียนมัธยมปลาย แล้วกำลังออกซ้าย ตรงไปทางสะพานขาว" "โอเค ตอนนี้ฉันขับตามหลังนายมาแล้ว" "ด้านหน้าถ้าเลี้ยวซ้ายมันจะเข้าสะพาน ถ้ามันเลี้ยวเข้าสะพานผมจะขับเลยตรงไป" "ได้ เดี๋ยวฉันตามต่อเองทไวท์" "ผมจะต้องขับวนไกลสักหน่อย แต่จะพยายามขับห่างจากลุงไม่เกิน 20 นาที"
รถของช่างเลี้ยวเข้าสะพาน ไปติดๆ กันกับรถของแสง พวกเขาขับตรงออกห่างจากตัวเมืองไปเรื่อยๆ ยิ่งออกห่างจากตัวเมืองมากเท่าไหร่ รถก็ยิ่งบางตาลงเท่านั้น แสงได้แต่ขับทิ้งระยะห่างจากรถที่เขาตาม แต่ไม่กล้าทิ้งห่างมากเกินไป เขารู้ดีว่าเสี่ยงที่อีกฝ่ายจะรู้ตัว แต่ถ้าเขาพลาดแล้วรถเกิดคลาดสายตา เขาอาจไม่มีโอกาสหาเบาะแสคดีรถสปอร์ตที่น้องเขาอุตส่าห์ฝากฝังมา ทันใดนั้นรถของช่างก็เลี้ยวเข้าไปในทางเล็กเส้นหนึ่ง มันเป็นถนนดินเปล่าไม่ได้ปูยางมะตอย แสงถึงกับหยุดรถคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทางมันเปลี่ยวเกินไปถ้าตามต่อไปอีกฝ่ายต้องรู้ตัวแน่ แต่ถ้าทิ้งรถไว้ตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าถนนเส้นนี้จะยาวเข้าไปถึงไหน แสงกดมือถือส่งข้อความแบบ SMS ให้ทไวท์ทราบเส้นทาง ก่อนที่จะตัดสินใจขับรถตามเขาไป
--------------------------------------------------------------------------------------
โรงสี เวลา 11.00 น.
ไม่กี่อึดใจ แสงก็เห็นรถของช่างจอดอยู่ด้านในโรงสีข้าวเก่าๆ สภาพบอกได้ชัดว่าที่นี่ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเวลานานแล้ว แสงค่อยๆ จอดรถและดับเครื่องอยู่ด้านนอกโรงสี เขายังไม่ลงจากรถแต่สังเกตอยู่ในรถก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าสะพายใบหนึ่ง และกล้องฟิล์มหนึ่งตัว เขาเดินอ้อมไปด้านหลังฝั่งซ้ายโรงสี ผ่านกระจกหนึ่งบานและกองแผ่นสังกะสีที่วางอยู่ข้างหน้าต่างก่อนหยิบเอานาฬิกาปลุกออกมาตั้งเวลา
ก่อนจะเดินไปด้านหลังฝั่งขวา เขาหยิบประทัดออกมาหนึ่งพวงก่อนจะจุดแล้วโยนลงพื้น แล้ววิ่งไปหลบวนไปทางหน้าต่างบานเก่า แสงรีบเอาแผ่นสังกะสีขนาดใหญ่ 2 แผ่นมาวางปิดหน้าต่าง
ปัง ปัง ปัง!! เสียงประทัดดังขึ้น ทันทีที่เสียงประทัดดังขึ้น แสงเอาก้อนหินทุบกระแทกหน้าต่าง ไม่กี่นาทีต่อมามีคนวิ่งออกมาจากด้านในโรงสี 3 คน วิ่งไปทางด้านหลังโรงสีฝั่งขวาตามเสียงประทัด แสงมองนับจำนวนคนที่วิ่งออกมาจากโรงสี ก่อนจะเอามือลอดผ่านรูกระจกที่แตกเพื่อปลดล็อกหน้าต่าง
แสงกระโดดเข้าไปทางหน้าต่าง เขาเห็นช่างอีก 2 คน กำลังใช้นํ้าเกลือกับผ้าเช็ดรอบรถสปอร์ต HD NSX สีแดง แต่กลับไม่เช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่ และที่ฝากระโปรงมียุบเหมือนชนเข้ากับบางสิ่ง แสงหยิบกล้องมาเริ่มถ่ายรูป ทันใดนั้นเสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นอีกครั้ง ติ๊กๆ ติ๊กๆ "อะไรอีกเนี่ย พวกนั้นออกไปมัวทำอะไรกันอยู่ เอ็งออกไปดูอีกคนสิ" ช่างคนหนึ่งที่สวมหมวกอยู่สั่งให้อีกคนเดินออกไปดูต้นตอของเสียง
ตอนนี้มีเพียงแสงกับช่างหนึ่งคนที่ยังคงอยู่ด้านในโรงสี ช่างที่เหลืออยู่เริ่มนำเอาถุงใสใบหนึ่งขึ้นมา ในนั้นมีเส้นผมอยู่ในนั้นจำนวนหนึ่ง แสงคอยถ่ายรูปสิ่งที่เกิดขึ้นเก็บไว้ทั้งหมด ไปจนถึงป้ายทะเบียนรถและใบหน้าของช่าง ไม่นานช่างทั้งสี่คนก็เดินเข้ามาภายในโรงสี ก่อนเดินมาหาคนที่สวมหมวกพร้อมกับเอาซากประทัดกับนาฬิกาปลุกมาให้เขาดู แสงรีบใช้ช่วงเวลานี้แอบเก็บรูปใบหน้าของแต่ละคนจนครบ
แสงรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแล้ว เขาไม่อยากเสี่ยงอยู่ที่นี่นานกว่านี้ แสงเก็บกล้องเข้ากระเป๋าสะพายแล้วค่อยๆ ย่องไปหน้าต่างที่เขาเปิดไว้ แต่ยังไม่ทันพ้นจากที่ซ่อน เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น! แสงขนลุกซู่ก่อนจะรีบตัดสายมือถือทิ้งแล้วรีบปิดเครื่อง ร่างกายเขาเย็นเฉียบ แต่เหงื่อของเขาไหลออกทั่วตัว ประสาทสัมผัสตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ว่าไง คนขี้อายตรงนั้นน่ะ ไม่คิดจะออกมาคุยกันหน่อยเหรอ!!"
สถานีตำรวจ 11.20 น.
ตะวันพยายามโทรหาพี่ชายของเขา แต่หลังจากกดโทรครั้งแรก ครั้งอื่นๆ ก็ติดต่อไม่ได้เลย เวลาที่ฮันช่วยเขาออกมาตอนนี้เหลือเพียง 20 นาที และเขารู้แล้วว่าคงมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ชายของเขา มันยิ่งทำให้เขาวิตกจนนั่งไม่ติด เขาพยายามรีบเก็บของและเอกสารที่จำเป็นแล้วเดินไปขึ้นรถเก๋งสีเขียวอ่อนของเขา ก่อนออกรถเขาได้โทรบอกภรรยาด้วยความร้อนรน
หลังจากนั้นเขาก็ออกรถตรงไปที่ทำงานภรรยาทันที ประมาณ 10 นาที เขาก็ถึงที่ทำงานภรรยา ทันทีที่ภรรยาขึ้นรถเขาก็บอกให้รีบโทรหาลูกสาวและลูกชายของเขาทันที ภรรยาของเขาไม่ได้เข้าใจในสถานการณ์ดีนัก แต่สามีของเขาเป็นตำรวจ เธอคิดไว้แล้วว่าบางทีเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นในสักวัน เธอโทรหาลูกๆ ของเธอในทันที แต่เธอติดต่อลูกชายไม่ได้ แต่ยังพอติดต่อลูกสาวได้อยู่ ตะวันรีบขับไปโรงเรียนของลูกสาวเขาทันที อีก 25 นาทีก็น่าจะถึง เขาได้แต่หวังว่าถึงคนของฤทธิ์จะรู้ตัวตนของเขาแล้ว แต่เขาก็จะไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อตัวเขาในตอนนี้
โรงสี เวลา 11.20 น.
"ว่าไง คนขี้อายตรงนั้นน่ะ ไม่คิดจะออกมาคุยกันหน่อยเหรอ!!" ช่างที่สวมหมวกพูดขึ้น ในระหว่างนั้นเขาก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้อง 2 คนเข้าไปตรวจดูตามที่มาของเสียง และอีก 2 คนให้เดินไปดักรออยู่ที่ทางออกโรงสีด้านนอก ส่วนตัวเขาคอยคุมเชิงอยู่ตรงกลางห้อง ช่างทุกคนต่างหยิบเอาอุปกรณ์ช่างใกล้ตัวขึ้นมาถือไว้เป็นอาวุธ
"อะไรกัน ทั้งประทัด ทั้งนาฬิกาปลุก ฝีมือแกใช่ไหม?"
"อะไรกัน เป็นเด็กหรือไงทำผิดแล้วไม่ยอมรับ หรือว่า... แกเป็นเด็กจริงๆ?"
"มาๆ ออกมาเถอะ ออกมาตอนนี้ลุงใจดีคนนี้จะไม่โกรธ ไม่ว่าอะไรด้วยสักคำ"
ในขณะที่ช่างสวมหมวกกำลังพูดถ่วงเวลา ช่างอีก 2 คนก็ค่อยๆ เดินเข้าใกล้จุดที่แสงซ่อนตัวอยู่ แสงรีบค้นดูในกระเป๋าว่ามีอะไรพอจะใช้ได้บ้าง เขาหยิบขวดแก้วแอลกอฮอล์ออกมาขวดหนึ่งและเหล้าอีกขวดหนึ่ง เขาตัดสินใจกระดกเหล้าอมไว้ในปาก มือข้างหนึ่งจุดไฟแช็กเตรียมไว้ ส่วนอีกข้างถือขวดแอลกอฮอล์แน่น
ทันทีที่ช่างทั้งสองเห็นแสงไฟจากไฟแช็ก พวกเขาก็รีบพุ่งเข้าชาร์จ แสงกระโจนออกจากที่ซ่อนแล้วพ่นเหล้าผ่านเปลวไฟใส่ช่างทั้งสองทันที! ทั้งคู่รีบกระโดดกลิ้งถอยหลังด้วยความตกใจ แสงไม่รอช้าปาขวดแอลกอฮอล์ลงพื้นด้านหน้าจนแตกกระจาย แล้วจ่อไฟแช็กลงบนกองแอลกอฮอล์จนไฟลุกพรึบขึ้นมา
แสงพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างบานเดิมที่เขาปีนเข้ามา แรงปะทะทำให้แผ่นสังกะสีที่เขาวางปิดไว้กระเด็นหลุดออก แสงกลิ้งลงกับพื้นก่อนจะคว้าก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือติดมือมาด้วยก้อนหนึ่งแล้วรีบวิ่งหนีไปทางออกโรงสี ทันใดนั้น ช่าง 2 คนที่ดักรออยู่ข้างนอกเมื่อเห็นแสงพุ่งตัวออกมาก็วิ่งกรูเข้าใส่หมายจะจู่โจมไม่ให้ตั้งตัว
แต่ผิดคาด! หนึ่งในนั้นถูกแสงขว้างหินใส่ศีรษะอย่างแม่นยำจนเลือดอาบ ส่วนอีกคนด้วยความตกใจจึงหันไปมองเพื่อนตามสัญชาตญาณ กว่าจะตั้งสติหันกลับมามองศัตรู เขาก็พบกับหมัดที่พุ่งเข้าใส่เต็มใบหน้าจนหงายหลังลงไป แสงไม่หยุดรอรีบวิ่งสับเท้าพุ่งไปที่รถ โดยมีพวกช่างที่อยู่ด้านในโรงสีวิ่งไล่ตามมาติดๆ
แสงกระโดดขึ้นรถ ล็อกประตู แล้วรีบบิดกุญแจสตาร์ท
"แม่มเอ๊ย! มาติดยากอะไรตอนนี้วะ!" แสงสบถในใจอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น ช่างคนหนึ่งวิ่งตามมาถึงรถและฟาดชะแลงเหล็กใส่กระจกหน้าจนร้าวละเอียด แสงเหยียบคันเร่งสุดแรงจนเครื่องยนต์คำรามติดขึ้นมา เขาใส่เกียร์ถอยหลังหนีออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้มองกระจกหลังด้วยซ้ำ
หลังจากพ้นระยะของพวกช่าง แสงพยายามจะกลับรถเพื่อหนีไป แต่ในจังหวะที่รถหันมาได้เพียงครึ่งทาง รถกระบะสีดำปริศนาก็พุ่งเข้าชนด้านหน้าอย่างจังจนรถของแสงหมุนคว้างอยู่กลางถนน ทว่ายังไม่ทันที่รถจะหยุดนิ่ง ช่างสวมหมวกก็ขับรถอีกคันพุ่งเข้าชนซ้ำเข้าที่ฝั่งคนนั่งอย่างรุนแรง
โครมมม!!! แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้รถของแสงกระเด็นพลิกคว่ำตะแคงไปกับพื้นถนนทันที
โรงเรียนของฝน เวลา 12:15 น.
ฝนนั่งรอพ่อและแม่ของเธออยู่ที่ศาลาใกล้ป้อมยามหน้าประตูทางออกโรงเรียน เธอนึกสับสนและกังวลอยู่ไม่น้อยหลังจากได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่าพวกท่านจะมารับเธอและน้องชายกลับบ้านกะทันหัน เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก แถมน้ำเสียงของแม่ก็ดูจริงจังจนน่ากลัว แต่ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มโมโหที่พ่อกับแม่มาช้ากว่าเวลาที่นัดกันไว้มาก
เอี๊ยดดด! เสียงเบรกดังลั่นหน้าประตูโรงเรียน ทันทีที่ฝนเห็นว่าเป็นรถของพ่อเธอก็รีบเดินเข้าไปหา แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสภาพรถที่พังยับเยิน น้ำรีบลงจากรถมาหาลูกสาวด้วยท่าทางลนลาน
"แม่! เกิดอะไรขึ้น ทำไมรถพังแบบนี้คะ?"
น้ำใช้สองมือประคองไหล่ลูกสาวไว้แน่น "ตอนนี้แม่กับพ่อปลอดภัยดีลูก แต่เราต้องรีบกลับบ้านกันเดี๋ยวนี้"
น้ำเดินไปหายามที่ป้อมก่อนจะแสดงบัตรประชาชนและบัตรข้าราชการเพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ปกครองจริง จากนั้นเธอก็รีบพาลูกสาวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังโดยมีเธอนั่งประกบไปด้วย
ทันทีที่ฝนขึ้นรถ เธอสังเกตเห็นว่าสภาพภายในรถแย่กว่าที่คิด กระจกแตกละเอียดและมีรูเล็กๆ คล้ายรูกระสุนกระจายอยู่สองสามรู พ่อกับแม่ของเธอมีรอยบาดแผลและดูเหนื่อยล้ามาก เมื่อรถเริ่มออกตัวฝนก็รู้ทันทีว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ไม่ได้ไปรับเมฆที่โรงเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้
"พ่อคะ เราไม่ไปรับเมฆก่อนเหรอ?" ฝนถามอย่างร้อนใจ
"เดี๋ยวอาแสงจะไปรับเมฆเอง เขาเพิ่งส่งข้อความมาบอกพ่อ" ตะวันพยายามควบคุมน้ำเสียงให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าเขาและภรรยาเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
"แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราต้องหนีกลับบ้านกันตอนนี้" ฝนเริ่มซักด้วยความกลัว
"พ่อขอโทษนะลูก แต่ตอนนี้เราต้องไปซ่อนตัวสักพัก" ตะวันตอบเสียงแผ่วเบา
"ไม่เป็นไรนะลูก เราจะผ่านมันไปได้ เราจะกลับไปเก็บของที่จำเป็นก่อน ถ้าอาแสงยังมาไม่ถึง เดี๋ยวเราค่อยไปรับเมฆเองดีไหม" น้ำโอบกุมมือลูกสาวไว้พยายามปลอบประโลมให้คลายกังวล
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็กลับมาถึงบ้านและแยกย้ายกันไปเก็บของอย่างเร่งรีบ เมื่อใกล้จะเสร็จ ตะวันก็ติดต่อหา ชาติ เพื่อให้ช่วยเตรียมรถคันใหม่ไว้ให้ เขาชำเลืองมองนาฬิกา... เวลา 12:45 น. ตะวันหยิบม้วนวิดีโอที่ได้จากฮันออกมาดูอย่างลังเล เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับมันดี มันคือสิ่งที่ดึงอันตรายเข้าหาครอบครัว แต่ก็อาจเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ต่อรองเพื่อเอาชีวิตรอดได้ เขาพยายามสลัดความฟุ้งซ่านออกไป เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือพาครอบครัวไปที่ปลอดภัย
หลังจากเก็บของเสร็จ ทั้งสามคนรีบขนกระเป๋าขึ้นรถที่จอดหันหัวเข้าหาประตูรั้วพร้อมจะพุ่งออกไปได้ทุกเมื่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ปิดประตูรถ รถตู้คันหนึ่งก็พุ่งมาจอดขวางทางเข้าออกบ้านของตะวันไว้ทันที
ตะวันขนลุกซู่ไปถึงหนังศีรษะ เขารู้ได้ทันทีว่าหายนะมาถึงแล้ว "น้ำ! พาลูกเข้าไปหลบในบ้านเร็ว!" เขาตะโกนสุดเสียง
ปัง ปัง ปัง! เสียงปืนรัวถล่มเข้าใส่ตัวบ้าน โชคดีที่รถยังพอเป็นกำบังให้น้ำพาฝนหมอบคลานเข้าไปในบ้านได้สำเร็จ ตะวันรีบยัดม้วนวิดีโอใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง ก่อนจะวิ่งเข้าบ้าน ล็อกประตู และลากตู้รองเท้ามาขวางประตูไว้ เขาโยนปืนลูกโม่และโทรศัพท์ให้น้ำ
"โทรแจ้งตำรวจ! แล้วพาลูกขึ้นไปแอบบนชั้นสอง!" ตะวันสั่งการเฉียบขาด ส่วนตัวเขาเองหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว เล็งปืน เดสเสิร์ท อีเกิล (Desert Eagle) สีดำไปยังประตูหน้า
น้ำพาฝนขึ้นไปบนห้องนอน เธอคว่ำโต๊ะใช้เป็นเกราะกำบัง และลากตู้เสื้อผ้าเล็กๆ มาวางขวางบานพับประตูไว้เพื่อให้คนภายนอกพังเข้ามาได้ยากขึ้น ก่อนจะรีบกดโทรออก
"สถานีตำรวจราชนครครับ แจ้งเรื่องอะไรครับ?" เสียงปลายสายดังขึ้น
"แจ้งเหตุด่วน! บ้านเลขที่ 49/60 หมู่ 3 ถนนรัฐธรรม มีกลุ่มคนใช้อาวุธสงครามรัวยิงใส่บ้านฉัน!"
"ใจเย็นๆ นะครับคุณ บอกจำนวนคนร้ายได้ไหมครับ?"
"ฉันไม่รู้! พวกมันกำลังจะพังประตูเข้ามาแล้ว!"
"เราจะส่งสายตรวจที่ใกล้ที่สุดไปเดี๋ยวนี้ครับ กรุณาซ่อนตัวให้มิดชิดนะครับ!"
สิ้นบทสนทนา ดาบตำรวจกำลังจะวิทยุแจ้งสายตรวจ แต่จังหวะนั้นกลับมีมือข้างหนึ่งยื่นมาวางหูโทรศัพท์ลง นายตำรวจคนนั้นเงยหน้าขึ้นพบกับ ผู้บังคับการ ของตนที่ยืนอยู่ด้วยสายตาเรียบเฉย
"ไม่ต้องรีบ... เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้เอง" ผู้บังคับการกล่าวเสียงนิ่ง
ขณะเดียวกัน ที่หน้าบ้านตะวัน ชายชุดดำสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า 5 คนลงจากรถตู้ พวกมันเดินตรงไปที่ประตูพร้อมกับระเบิดทำลายล้าง หนึ่งคนอ้อมไปทางหน้าต่าง ส่วนที่เหลือเตรียมบุกจากด้านหน้าพร้อมโล่กันกระสุน
ตู้ม! ประตูบ้านถูกระเบิดจนพังพินาศ ชายชุดดำที่ถือโล่บุกนำเข้าไป ตะวันโผล่ออกมายิงใส่โล่ 3 นัดติดต่อกัน ก่อนจะเล็งยิงเข้าที่เท้าของคนถือโล่จนล้มคว่ำ แล้วสาดกระสุนใส่คนที่ตามเข้ามาอีก 2 นัด นัดแรกเข้าที่ขา นัดที่สองเข้าไหล่ขวา ก่อนจะซ้ำเข้าที่หัวของคนถือโล่จนนิ่งไป
ในจังหวะที่ตะวันกำลังเปลี่ยนแม็กกาซีน หน้าต่างห้องนั่งเล่นก็แตกกระจาย ชายชุดดำอีกคนพุ่งเข้ามาโถมร่างใส่ตะวันจนหลังชนขอบโต๊ะ ปืนเดสเสิร์ท อีเกิลหลุดมือ ตะวันถูกล็อคคอและโดนแทงเข่าเข้าที่ท้องจนร่วงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะถูกขย่มร่างนั่งคร่อมแล้วรัวหมัดใส่ใบหน้าไม่ยั้ง
ขณะนั้น ชายชุดดำอีก 2 คนบุกขึ้นไปยังชั้นสอง พวกมันค่อยๆ ตรวจค้นไปทีละห้องจนถึงห้องสุดท้าย ชายคนแรกพยายามพังประตูแต่ถูกตู้ที่น้ำวางขวางไว้ติดอยู่ทำให้เปิดได้เพียงเล็กน้อย ทันใดนั้นน้ำที่ซ่อนอยู่ก็รัวยิงใส่ประตู ปัง ปัง ปัง! กระสุนเข้าเป้าที่อกชายคนแรกเต็มๆ
ทว่าเพื่อนของมันกลับเลือดเย็นกว่าที่คิด มันกระชากร่างเพื่อนที่ถูกยิงมาล็อคคอไว้เพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์รับกระสุนที่เหลือจากน้ำ ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นยิงสวนเข้าที่มือและไหล่ขวาของน้ำจนปืนหลุดมือ แล้วมันก็เหวี่ยงร่างไร้วิญญาณของเพื่อนร่วมงานทิ้งลงกับพื้น
ตะวันที่อยู่ด้านล่างได้ยินเสียงปืนจากชั้นสอง เขาฮึดสู้คว้ากระทะใกล้ตัวฟาดเข้าที่หัวคนร้ายที่คร่อมตัวเขาอยู่จนมันเสียหลัก ตะวันฟาดซ้ำจนกระทะหลุดมือ ทั้งคู่ลุกขึ้นเผชิญหน้ากัน ตะวันคว้ามีดทำครัวขึ้นมา ส่วนอีกฝ่ายก็ชักมีดพกออกมาเช่นกัน ทั้งคู่พุ่งเข้าหากัน ตะวันแทงมีดออกไปแต่อีกฝ่ายเบี่ยงหลบได้ ตะวันตัดสินใจเสี่ยงตายใช้มือซ้ายรับคมมีดของอีกฝ่ายที่แทงสวนมา ก่อนจะใช้มือขวาปักมีดเข้ากลางอกคนร้ายจนสิ้นใจคาที เขาดึงมีดออกจากมือซ้ายที่เลือดโชก แล้วรีบหยิบปืนเดสเสิร์ท อีเกิลคู่ใจขึ้นมาบรรจุกระสุน
"วางปืนลงเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนดังมาจากชั้นสอง
ตะวันเงยหน้าขึ้นมองด้วยใจที่แตกสลาย เขาเห็นภรรยาและลูกสาวในสภาพถูกมัดและมีกระบอกปืนจ่ออยู่ที่หัวของน้ำ ตะวันค่อยๆ ใช้มือที่บาดเจ็บหยิบม้วนวิดีโอออกมาจากกระเป๋าหลัง
"แกต้องการสิ่งนี้ใช่ไหม? ปล่อยลูกเมียฉันไป!" ตะวันพยายามต่อรอง
"นายไม่มีสิทธิ์เจรจา วางปืน!" ชายชุดดำตะคอก
ตะวันค่อยๆ วางปืนลงอย่างจำนน
"เตะมันออกไปให้ไกลตัว แล้วโยนม้วนวิดีโอมา!"
ตะวันทำตามคำสั่งอย่างหมดทางสู้ "ปล่อยตัวลูกกับเมียฉันได้แล้ว!"
ชายชุดดำส่งสัญญาณให้น้ำและฝนเดินลงบันไดมา ทันทีที่ทั้งคู่เดินมาถึงตรงหน้าตะวัน... ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นสองนัด กระสุนเจาะทะลุร่างของน้ำและฝนจนทั้งคู่ทรุดฮวบ ตะวันพุ่งเข้าไปประคองร่างทั้งสองไว้ด้วยความช็อก ก่อนที่กระสุนนัดสุดท้ายจะพุ่งเข้าเจาะศีรษะของเขา
ร่างของน้ำและฝนล้มทับลงบนร่างที่ไร้วิญญาณของตะวัน น้ำพึมพำด้วยลมหายใจสุดท้าย "ขอโทษนะคะคุณ... แม่ขอโทษนะฝน..."
ฝนพยายามไขว่คว้ามือแม่ "แม่... หนูกลัวจังเลย..."
"ไม่เป็นไรลูก... เราจะไม่เป็นไร..."
ทั้งคู่สิ้นใจในอ้อมกอดของกันและกัน ท่ามกลางเปลวไฟที่เริ่มลุกโชนไปทั่วทั้งบ้าน ชายชุดดำหยิบม้วนวิดีโอแล้วหายลับไปในความมืด
ไม่นานนัก ตำรวจและรถดับเพลิงก็มาถึง แต่ทุกอย่างสายเกินไป แสง ทไวท์ และเมฆที่เพิ่งมาถึงทำได้เพียงยืนมองเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนั้นไปต่อหน้าต่อตา
โรงแรมเอเดน
"หัวหน้าหยาง ผมพาคุณหลี่มาพบแล้วครับ" พนักงานช่างไฟฟ้าเดินนำผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามาในห้อง
"เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหลี่ ผมทราบมาว่าตอนนี้ครอบครัวคุณกำลังลำบาก เพราะต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัวจากอุบัติเหตุทางรถยนต์" ฮันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ลำบากมากจริงๆ ค่ะ แม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะเสนอค่าชดเชยมาให้แล้ว แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าควรจะรับมันไว้ดีไหม" คุณหลี่ตอบ
"คุณอยากทวงความเป็นธรรมให้สามีอย่างนั้นหรือ?" ฮันถามต่อ
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ใจหนึ่งก็อยากทวงคืน แต่อีกใจ... เจ้าหนี้พนันที่สามีฉันไปติดค้างไว้ก็ตามมาทวงไม่เว้นแต่ละวัน" คุณหลี่ตอบด้วยความเหนื่อยล้า
"คุณควรจะรับเงินก้อนนั้นไว้นะ" ฮันกล่าวแนะนำ
"แต่ว่า..."
"คนที่ตายไปแล้วก็ตายไป แต่คนที่ยังอยู่ต้องดิ้นรนต่อไป นี่เป็นเงินประกันชีวิตที่สามีคุณทำไว้กับผม รับเงินนี้ไปใช้หนี้ซะ แล้วเอาเงินค่าชดเชยนั้นไปเริ่มชีวิตใหม่" ฮันพูดพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้คุณหลี่
"ขะ...ขอบคุณค่ะ" คุณหลี่รับซองเงินไว้พร้อมกับสะอื้นไห้ก่อนจะเดินออกไป
"ให้เธอสู้คดีต่อไม่เป็นผลดีกับเรามากกว่าหรือครับ?" หลิว พนักงานช่างไฟฟ้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ไม่จำเป็นหรอก ถ้าเธอยังสืบคดีต่อไปเรื่อยๆ อาจจะรู้ความจริงว่าฉันเป็นคนวางแผนให้สามีเธอฆ่าตัวตายก็ได้"
"แต่ที่หัวหน้าทำแบบนั้น ก็เพื่อช่วยเขาให้พ้นจากหนี้พนันไม่ใช่หรือครับ"
"หลิว... นายก็รู้ว่าที่เขาติดพนันจนถอนตัวไม่ขึ้นน่ะ มันก็เป็นแผนของเรา ถึงส่วนใหญ่เขาจะทำตัวเองก็เถอะ"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดีครับ?"
"รอดูสถานการณ์ไปก่อน เราเพิ่งโยนความผิดเรื่องข้อมูลกล้องวงจรปิดหลุดไปให้พวกตำรวจ และเจ้าหัวหน้าผู้จัดการคนนั้น แถมตอนนี้ฉันยังได้ตำแหน่งของมันมาแทนแล้วด้วย รอให้เรื่องเงียบลงอีกสักนิด แล้วเราค่อยลงมือตามแผนขั้นต่อไป"
"ครับผม แล้วให้ผมกลับไปทำงานในตำแหน่งช่างไฟเหมือนเดิมไหมครับ?"
"ไม่ต้อง... นายไปรับช่วงต่อในตำแหน่งเดิมของฉันซะ แล้วหาคนมาทำแทนตำแหน่งของนายด้วยล่ะ"
"รับทราบครับ" หลิวรับคำสั่งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
สารบัญ
CONTENT
| ตอนที่ 1 กฎและเจตจำนง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
7 หน้า A4
18,553
|
| ตอนที่ 2 คนเขลา (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
5 หน้า A4
12,434
|
| ตอนที่ 3 ทางเลือกของคนเขลา (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
4 หน้า A4
10,349
|
| ตอนที่ 4 เบาะแสของเศษขนมปัง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
8,261
|
| ตอนที่ 5 เขี้ยวที่งอก (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
6 หน้า A4
15,704
|
| ตอนที่ 6 หนึ่งก้าวหนึ่งขั้นบันได (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
5 หน้า A4
12,610
|
| ตอนที่ 7 ผลไม้สุกและไวน์ชั้นดี (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
5 หน้า A4
13,846
|
| ตอนที่ 8 การพนัน (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
6,423
|
| ตอนที่ 9 จับชาวประมง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
4 หน้า A4
10,969
|
| ตอนที่ 10 ผู้หลบหนี (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
7,354
|
| ตอนที่ 11 คู่ซ้อม (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
8,956
|
| ตอนที่ 12 บททดสอบ (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,411
|
| ตอนที่ 13 การยอมรับ (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
6,116
|
| ตอนที่ 14 เผชิญหน้า (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
8,037
|
| ตอนที่ 15 ควัน (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,466
|
| ตอนที่ 16 กายาอมตะ (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,494
|
| ตอนที่ 17 เหมือนและแตกต่าง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
6,011
|
| ตอนที่ 18 จุดกำเนิดเพลิง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,977
|
| ตอนที่ 19 แยกทาง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,758
|
| II ตอนที่ 1 เข้าสู่ใจกลาง (แก้คำผิด) | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
3,961
|
| II ตอนที่ 2 เดินทาง | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,054
|
| II ตอนที่ 3 ลงหลักปักฐาน | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
6,022
|
| II ตอนที่ 4 กลุ่มผู้ประท้วง | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,942
|
| II ตอนที่ 5 เริ่มทำธุรกิจ | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
1 หน้า A4
|
| II ตอนที่ 6 อดีตคู่แข่ง | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
3,187
|
| II ตอนที่ 7 โปรโมทเบี้ย | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,020
|
| II ตอนที่ 8 ทะเลไม่สงบก็เกิดพายุ | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
1 หน้า A4
2,842
|
| II ตอนที่ 9 ปฏิบัติการ | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
1 หน้า A4
2,425
|
| II ตอนที่ 10 โศกนาฏกรรมกลางเมือง | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
8,739
|
| II ตอนที่ 11 ควบคุม แทรกแซง | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,139
|
| II ตอนที่ 12 วันวาน | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,684
|
| II ตอนที่ 13 แรงจูงใจ | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,210
|
| II ตอนที่ 14 ศัตรูใหม่ | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,692
|
| II ตอนที่ 15 ชิงตัวประกัน | อ่านฟรี |
|
2 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
8,072
|
| II ตอนที่ 16 ภาพหลอนแห่งฝันร้าย | อ่านฟรี |
|
1 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
3,843
|
| II ตอนที่ 17 ความวุ่นวายที่คืบคลาน | อ่านฟรี |
|
1 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
4,144
|
| II ตอนที่ 18 สื่อ | อ่านฟรี |
|
1 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
3,762
|
| II ตอนที่ 19 คลื่นกระเพื่อม | อ่านฟรี |
|
1 ปีที่แล้ว
3 หน้า A4
6,056
|
| II ตอนที่ 20 ทางเลือก | อ่านฟรี |
|
1 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,421
|
| II ตอนที่ 21 เส้นทางที่ถูกลิดรอน | อ่านฟรี |
|
1 ปีที่แล้ว
2 หน้า A4
5,612
|
| II ตอนที่ 22 เกม | อ่านฟรี |
|
3 เดือนที่แล้ว
2 หน้า A4
5,775
|
| II ตอนที่ 23 ปฏิบัติการ | อ่านฟรี |
|
2 เดือนที่แล้ว
3 หน้า A4
6,533
|
| II ตอนที่ 24 ความจริงที่เปราะบาง | อ่านฟรี |
|
2 เดือนที่แล้ว
3 หน้า A4
8,683
|
| II ตอนที่ 25 สภา | อ่านฟรี |
|
2 เดือนที่แล้ว
2 หน้า A4
5,381
|
| II ตอนที่ 26 ช้างในสภา | อ่านฟรี |
|
2 เดือนที่แล้ว
3 หน้า A4
6,660
|
| II ตอนที่ 27 โจรกรรมหลังม่านเลือด | อ่านฟรี |
|
1 เดือนที่แล้ว
4 หน้า A4
10,703
|
| II ตอนที่ 28 วงล้อมในม่านฝน | อ่านฟรี |
|
1 เดือนที่แล้ว
3 หน้า A4
8,531
|
| II ตอนที่ 29 เงาสลัวในสายฝน | อ่านฟรี |
|
1 เดือนที่แล้ว
4 หน้า A4
9,817
|
| II ตอนที่ 30 ซ่อนแอบ | อ่านฟรี |
|
1 เดือนที่แล้ว
4 หน้า A4
9,488
|
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ