หนูน้อยแสนดี กับมะม่วงแสนวิเศษ
หนูน้อยแสนดีเหาะเหินล่องลอยทั่วดินแดนนางฟ้าอันสวยงามราวกับความฝันพร้อมกับเพื่อนๆอีกหลายคน แต่ไม่มีใครสนใจใยดีหนูน้อยเลยแม้แต่น้อย ความน้อยใจทำให้หนูน้อยไม่มีแรงพอที่จะเหาะเหินเหมือนกับเพื่อนๆที่กำลังโบยบินอย่างมีความสุข แต่ต้องกลับมาทุกข์ใจเพราะไม่มีเพื่อน เสียงในหัวของหนูน้อยตั้งคำถามกับตัวเองดังก้องว่าทำไมฉันไม่ได้รับความรักจากคนอื่นบ้างนะ
หนูน้อยเดินมาที่สวนมะม่วงของตัวเอง ทำได้แต่เพียงนั่งใต้ต้นไม้แล้วมองดูโลกมนุษย์ที่อยู่ห่างไกลปลอบใจตัวเอง แสงเปล่งประกายสีฟ้าของมหาสมุทรและสีเขียวของต้นไม้บนโลกมันช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน อยากรู้จังเลยว่าที่นั่นมีความรักบ้างหรือเปล่านะ
หนูน้อยเดินไปหานางฟ้าผู้เป็นแม่เพื่อที่จะขอไปเที่ยวที่โลกสักพัก
“แม่จ๋า ดูโลกสิ มันช่างสวยงามจังเลย” หนูน้อยพูดกับแม่
“แม่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันลูก”
“หนูอยากรู้จัง ว่าในโลกมีอะไรบ้าง หนูขอไปเที่ยวที่โลกได้ไหมแม่” หนูน้อยหันมามองแม่ด้วยสายตาอ้อนวอน
“ได้สิจ๊ะ หนูจะได้ไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆด้วย ถ้าไปมาแล้วก็เล่าให้แม่ฟังด้วยนะ”
“เย้ๆ แม่ใจดีที่สุดเลย” หนูน้อยกระโดดโลดเต้นดีใจแล้วกอดแม่ที่กำลังลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก
หนูน้อยปรากฎตัวบนโลกเป็นครั้งแรก แล้วเหาะล่องลอยบนท้องฟ้าในยามกลางคืนคอยสำรวจไปทั่ว สายลมเย็นของโลกมากระทบที่ร่างกายหนูน้อยจนผมปลิวไสว แสงจันทร์เปล่งประกายทั่วท้องฟ้าทำให้มองเห็นต้นไม้ธรรมชาติสุดลูกหูลูกตาและบ้านเรือนหลายหลังอยู่ติดกัน แสงไฟสีเหลืองนวลอ่อนที่อยู่ตามบ้านแต่ละหลังช่างดูน่าอบอุ่น หนูน้อยเห็นพ่อแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังวิ่งเล่นด้วยกันอยู่ในบ้านผ่านหน้าต่าง และเด็กคนนั้นก็กระโดดกอดแม่กับพ่อ ช่างเป็นภาพที่ประทับใจเหลือเกิน หนูน้อยไม่เคยรู้สึกปลื้มปริ่มแบบนี้มานานมากแล้ว โลกนี้น่าจะเต็มไปด้วยความรักแน่ๆเลย และหนูน้อยมีความคิดอยากทำอะไรบางอย่างให้กับคนพวกนี้
ค่ำคืนต่อมาหนูน้อยล่องลอยมาที่โลกอีกครั้ง พร้อมกับนำมะม่วงวิเศษที่เก็บมาจากดินแดนนางฟ้าใส่กระเป๋าวิเศษที่สามารถใส่ของเท่าไรก็ได้มาด้วย หนูน้อยหยิบกระเป๋ามาจากข้างหลัง เปิดกระเป๋าแล้วร่ายมนต์วิเศษ มะม่วงหลายผลล่องลอยออกจากกระเป๋าไปหาบ้านหลายหลัง ช่างมีความสุขเหลือเกิน ชาวบ้านคนหนึ่งเห็นอะไรบางอย่างล่องลอยบนท้องฟ้าอย่างสวยงามและแปลกประหลาด จึงรีบเดินไปดูที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าสิ่งนั้นได้ลอยหายไปเสียแล้ว ที่เท้าของชาวบ้านคนนั้นสะดุดกับอะไรบางอย่าง จึงก้มมองที่เท้ากลับพบว่ามีมะม่วงสีเหลืองนวลสวยงามและผลดูสมบูรณ์วางอยู่บนพื้น ชาวบ้านคนนั้นก้มเก็บมะม่วงลูกนั้น แล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับหยิบมีดมาปลอกเปลือกกิน ชาวบ้านถึงกับร้องตะลึงจนลั่นบ้าน “โอ้โห มันช่างหอมหวานอะไรแบบนี้ ตั้งแต่เคยกินมะม่วงมาในชีวิตไม่เคยมีผลไหนอร่อยเท่าผลนี้อีกแล้ว”
รุ่งเช้า ชายแก่ขี้โมโหพุงยุ้ยคนหนึ่งเดินมาที่ข้างบ้าน เจอมะม่วงผลหนึ่งที่มีสภาพเละอยู่ที่พื้นเพราะฝูงมดกับฝูงแมลงวันมารุมแทะกิน ความหงุดหงิดของเขาทำให้หนวดเครากระตุกไปมาอย่างไม่เป็นจังหวะ แล้วเดินโย้เย้พึมพำเตะมะม่วงลูกนั้นกระเด็นออกไปทางหลังบ้านที่มีแต่หญ้ารก สักพักชายผอมแห้งสูงขี้หงุดหงิดคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางบูดบึ้งน่ากลัวเหมือนแม่มดที่กำลังเคร่งเครียดกับการปรุงยา
“ไอ้โคร่ง บ้านเอ็งมีมะม่วงตกอยู่รอบบ้านหรือเปล่าวะ” ชายผอมแห้งถาม
“มีสิ มดขึ้นแมลงวันตอมเต็มบ้านข้าเลยเนี่ย”
“ชาวบ้านแถวนี้ก็เหมือนกัน มีหลายคนมาเล่าให้ข้าฟังว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนฟ้ามาโยนมะม่วงใส่บ้านแถวนี้”
ชายพุงยุ้ยหันขวับมามองชายผอมแห้งอย่างอารมณ์เสียแล้วเอ็ดตะโรใส่เหมือนหมาพิตบูลแยกเขี้ยว
“เอ็งจะบ้าไปแล้วเหรอวะไอ้แดง คนอะไรจะไปอยู่บนฟ้าวะ”
“ชาวบ้านหลายคนเห็นแล้วมาเล่าให้ข้าฟัง ข้าว่ามันก็อาจจะเป็นไปได้นะ เพราะถ้าคนปกติมาโยนมะม่วงใส่บ้านคนอื่นหลายหลังขนาดนี้ มันก็ต้องมีรถมาใส่สิวะ แล้วถ้ามีรถพวกเราก็ต้องได้ยินเสียงรถแล้ว แต่นี่เราไม่ได้ยินแล้วก็ไม่เห็นอะไรเลย”
โคร่งพยักหน้าเบาๆเห็นด้วย “อืม ก็จริงของเอ็ง”
“รั้วบ้านข้าต้องหักเพราะมะม่วงนั่น” แดงสบถอย่างไม่สบอารมณ์
โคร่งคิดแผนการออกแล้วเสนอแดง “ไม่ว่ามันจะเป็นใครที่ไหน เราต้องหาตัวมัน แล้วต้องสั่งสอนให้มันรู้ซะไว้ว่าอย่าทำอะไรที่ไม่เป็นเรื่องแบบนี้อีก”
แดงเบิกตาโพลงพลางเห็นด้วยและชื่นชมความคิดของโคร่ง “ใช่แล้ว ข้าว่าเราต้องรวมตัวตามหามัน”
หนูน้อยแสนดีแจกจ่ายมะม่วงให้กับชาวบ้านทุกค่ำคืนจนหลายคนจำหนูน้อยคนนี้ได้ และแจกให้กับหมู่บ้านอื่นๆเพิ่มมากขึ้นด้วย ชาวบ้านหลายคนหลงไหลรสชาติมะม่วงของหนูน้อยจนร้องขอให้เอามาอีกเยอะๆ หัวใจของหนูน้อยเหมือนได้รับความรักจากมนุษย์โลกจนล้นท่วม
กลุ่มคนหน้าบึ้งใจร้ายได้รวมตัวกันหานายโคร่งและนายแดง และมีความคิดเห็นเดียวกันว่าจะวางแผนขับไล่หนูน้อยคนนั้นให้ออกไปให้พ้น หญิงคนหนึ่งพูดกับชายขี้โมโหทั้งสองด้วยน้ำเสียงอันแหลมดูน่ากลัวเหมือนแม่มดว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้ช่างสร้างแต่เรื่องน่ารำคาญเสียเหลือเกิน ต่อมาชายร่างใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าวและดุดันว่ามะม่วงที่หนูน้อยให้มาช่างไร้ประโยชน์และสร้างแต่ความเกะกะมาให้
หนูน้อยมีความคิดอยากจะหาผลมะม่วงมาให้มากขึ้น จึงกลับไปที่สวนมะม่วงในดินแดนนางฟ้า แล้วใส่ปุ๋ยวิเศษลงในต้นมะม่วงให้เยอะขึ้นเพื่อเร่งให้ต้นไม้ผลิตผล นางฟ้าเห็นการกระทำของหนูน้อยแสนดีจึงเดินออกไปเตือนด้วยความไม่พอใจ
“แสนดี หนูทำอะไรลูก” นางฟ้าผู้เป็นแม่ถาม
“หนูกำลังเร่งให้ต้นมะม่วงผลิตลูกมะม่วงให้เยอะขึ้นอยู่แม่” หนูน้อยนำเสนอด้วยความภูมิใจ
“หนูทำแบบนี้มันไม่ถูกนะลูก มันจะทำให้ต้นไม้ตายได้นะ”
หนูน้อยหน้าเสียเมื่อได้ยินแม่พูด “แต่หนูกำลังจะเอามะม่วงไปให้กับคนบนโลก”
“ทำไมหนูต้องให้เยอะขนาดนี้ด้วยล่ะลูก ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย”
คำพูดของผู้เป็นแม่ขัดใจหนูน้อย “ดีสิแม่ ถ้าเราให้ความรักกับคนบนโลก คนก็จะรักเรามากขึ้นเลยนะ” หนูน้อยพยายามโน้มน้าวใจแม่ “แม่ไม่รู้เหรอว่ามีแต่คนชอบมะม่วงของเราทั้งนั้นเลย”
นางฟ้าพูดสวนขึ้นมาทันที “แต่คนเราทุกคนก็ไม่ได้รักเราเสมอไป ต่อให้เราจะทำดีกับใครมากมายไปก็ตาม”
“ไม่จริงเลยแม่ มนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความรัก”
“หนูยังรู้จักมนุษย์ไม่มากพอเลย แล้วหนูจะรู้ได้ยังไงว่ามนุษย์เป็นอย่างไร”
หนูน้อยพูดสวนขึ้นอีกครั้งด้วยความโมโห “หนูเคยเห็นแล้ว”
นางฟ้าตกใจกับสิ่งที่หนูน้อยพูด จึงได้แต่นิ่งเงียบไป
“หนูกำลังให้ความรักกับมนุษย์โลก แล้วหนูรู้สึกได้เลยว่ามนุษย์ก็รักหนูเหมือนที่หนูรักพวกเขา แม่เข้าใจหนูไหม” หนูน้อยพูดต่อ
“หนูต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ” คนเป็นแม่ได้แต่ทำใจ และเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูน้อยหันกลับมาใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เหมือนเดิม
เวลาผ่านไป มะม่วงสีเหลืองนวลออกผลมากขึ้นเป็นหลายเท่าจากผลข้างเคียงของปุ๋ย กลิ่นหอมหวานของมะม่วงลอยฟุ้งไปทั่วสวน หนูน้อยเปิดกระเป๋าวิเศษแล้วร่ายมนต์ให้มะม่วงทุกผลลอยเข้ามาในกระเป๋า จากนั้นหนูน้อยเหาะกลับไปยังที่โลก ค่ำคืนนี้ช่างเงียบสงบเช่นเคย เมื่อได้จังหวะหนูน้อยเปิดกระเป๋าแล้วเสกมะม่วงให้ลอยไปทั่วท้องฟ้าจนถึงหน้าบ้านของแต่ละคน แต่ทันใดนั้นเอง มีลูกธนูลูกหนึ่งพุ่งเข้ามาเสียบที่ขาของหนูน้อยทำให้ร่วงลงไปที่พื้นจนไม่สามารถเหาะได้ หนูน้อยร้องเจ็บจนลั่นดังทั่วถนนเพราะไม่เคยรู้สึกเจ็บแบบนี้มาก่อนในชีวิต จากนั้นค่อยๆดึงลูกธนูออกจากขา ความเจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตทำให้หนูน้อยร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับเลือดเป็นจำนวนมาก ขณะที่หนูน้อยกำลังคลานตามถนน สักพักมีชาวบ้านกลุ่มต่อต้านหนูน้อยเดินกรูกันเข้ามาหนูน้อยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เสียงขับไล่ดังสนั่นหมู่บ้านถาโถมใส่หนูน้อยพร้อมกับปามะม่วงที่หนูน้อยเคยให้จู่โจมเข้าที่หนูน้อยอย่างแรง หนูน้อยรีบคลานหนีคนพวกนี้ออกไป คนกลุ่มนี้เดินตามขับไล่ติดตามไปไม่หยุด หนูน้อยรีบซ่อนตัวหลบหนีที่ใต้ถุนบ้าน แล้วค่อยๆ คลานไปที่อื่น
เมื่อหลบพ้นคนพวกนี้ไปได้แล้ว หนูน้อยเดินตามถนนอย่างอ่อนล้าและเจ็บปวดเพื่อหาที่พักพิง ก่อนหน้านี้เรียกแต่ละบ้านก็ไม่มีใครตอบรับเลย ช่างใจร้ายเสียจริง และเมื่อหนูน้อยเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ทำให้หัวใจรู้สึกแตกสลายราวกับแก้วแตกเหลือเพียงแค่เศษเสี้ยว กองมะม่วงที่หนูน้อยเคยแจกจ่ายให้นั้นได้ถูกเอามากองทิ้งขยะอย่างไม่มีเยื่อใย บางลูกยังสุกเหลืองนวลยังไม่กินเลยก็มี ทำไมมนุษย์ช่างใจร้ายอย่างนี้นะ ความรักความใจดีทีเราเคยให้มันไม่มีค่าอะไรเลยหรือไง ความรู้สึกถาโถมใส่จนหนูน้อยนอนร้องไห้ไปกับพื้นด้วยหัวใจที่โดนบดขยี้จนเหลือแต่เศษเสี้ยว ความอ่อนแรงและหัวใจที่แตกสลายทำให้หนูน้อยหลับไป
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพบหนูน้อยแสนดีนอนกับพื้นพร้อมกับเลือดออกที่ขา จึงรีบกรูกันเข้ามาอุ้มร่างหนูน้อยไปที่กระท่อม พร้อมกับรักษาแผลให้
แสงแดดอ่อนยามเช้าแยงตาทำให้หนูน้อยตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดของบาดแผลราวกับมีดกรีดในกระท่อมไม้ที่เต็มไปด้วยเสียงนกนานาชนิดร้องประสานกัน ชาวบ้านนำน้ำอุ่นต้มสมุนไพรมาให้หนูน้อยดื่ม พร้อมกับนำมะม่วงที่หนูน้อยเคยให้มาป้อนให้กินจนหนูน้อยมีแรงลุกขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถเดินได้ ชาวบ้านที่ช่วยเหลือหนูน้อยต่างขอบคุณหนูน้อยที่เคยนำมะม่วงมาแจกให้ พร้อมกับเล่าให้ฟังว่าคนแถวนี้มักจะเอามะม่วงของหนูน้อยไปกองทิ้งอย่างไม่เห็นคุณค่า ตนจึงเอาเก็บมากินจากกองนั้นอยู่บ่อยครั้งเพราะรู้สึกเสียดาย เรื่องเล่าเช้านี้ช่างสร้างความสลดให้หนูน้อยเสียจริง
เวลาผ่านไปช่วยบรรเทาเยียวยาบาดแผลของหนูน้อยจนกลับมาเดินได้ปกติ หนูน้อยกล่าวขอบคุณชาวบ้านกลุ่มนั้นด้วยความซึ้งใจ และให้สัญญาว่าจะมาตอบแทนภายหลัง หนูน้อยเหาะขึ้นฟ้ากลับไปยังดินแดนนางฟ้า แล้วเดินไปที่สวนมะม่วง ปรากฎว่าต้นไม้ตายไปหลายต้นเพราะผลข้างเคียงจากปุ๋ยที่หนูน้อยใส่เข้าไป หนูน้อยเข่าทรุดไปกับพื้นดิน ความรู้สึกแตกสลายกรีดหัวใจจนหนูน้อยร้องไห้โฮออกมาทั่วสวน ความรู้สึกนี้มันส่งผลกระทบกับคนผู้เป็นแม่จนเดินเข้ามากอดลูกสาวของตัวเอง ทำได้แต่เอามือลูบหัวปลอบหนูน้อยคอยเคียงข้าง
ชาวบ้านที่เคยช่วยเหลือหนูน้อยนั่งมองท้องฟ้าในยามบ่าย คอยคิดถึงยามอดีตและได้แต่สงสัยว่าหนูน้อยผู้ใจดีคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง จู่ๆหนูน้อยคนนั้นก็ปรากฎตัวขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับนำมะม่วงใส่ตะกร้าใบใหญ่มาให้ ชาวบ้านคนนั้นดีใจมากและกล่าวขอบคุณหนูน้อยอย่างดีอกดีใจ ทั้งสองคนคุยสารทุกข์สุขดิบกันพักใหญ่ และหนูน้อยก็เหาะขึ้นบนท้องฟ้าแล้วจากไป
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ