เรื่อง ข้านี่แหละเทพ
แสงอาทิตย์ีค่อยๆ แม่านฟ้าอันืิออกมา้าๆ ในที่สุดราตรีอันหฤโหดก็ผ่านพ้นไปในที่สุด อี้เรินเฟิ่งตอนนี้พักผ่อนได้ราวสามชั่วโมงแล้วร่างกายค่อยๆ ฟื้นฟู พลังกายกลับคืนมาสมบูรณ์อีกครั้ง
เขาคิดว่ายิ่งกำจัดสัตว์อสูรได้รวดเร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีเวลารักษาตัวได้มากขึ้นเท่านั้น ทันไดนั้นก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นแล้ว
จากที่ไกลตาเริ่มมองเ็นคลื่นสัตว์อสูรที่วิ่งเข้ามาหาเขาได้แล้ว คราวนี้เป็นฝูงควายป่า ควายป่าตัวสีดำมะเมื่อมตัวสูงกว่าสองเมตร
พวกมันวิ่งมาด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด เนืองแน่นสุดลูกหูลูกตาราวกับคลื่นยักษ์สีดำ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เ็นดังนั้นอี้เรินเฟิ่งจึงเริ่มคิดหาวิธีรับมือโดยพลัน
เขาคิดว่าไม่น่าจะเข้าปะทะตรงๆ ได้ วิ่งหนียิ่งแล้วใหญ่ทันไดที่โดนตามทันเขาจะต้องกลายเป็นเนื้อบดภายใต้กีบเท้านับพันๆ คู่ของพวกมันเป็นแน่
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ เขาคิดได้หนึ่งวิธีที่จะสามารถทำไห้รอดชีวิตไปจากจุดๆ นี้ อี้เรินเฟิ่งมัดเขี้ยวหมาป่าไว้กลางหลัง คว้ามีดสั้นประจำตัวออกมา
มีดที่จอมมารไห้พกติดตัวย่อมมีความคมที่ไม่ธรรมดา เขาจะใช้สิ่งนี้สังหารฝูงควายหนังหนาเล่านี้ อี้เรินเฟิ่งกระชับมีดสั้นไว้แน่น วิ่งตรงเข้าหาฝูงควายป่าอย่างไม่เกรงกลัว
พอจะปะทะกัน อี้เรินเฟิ่งก็กระโดดขึ้นไปยังหัวควายตัวแรก แล้วกระโดดเข้าไปกลางฝูงควายอี้เรินเฟิ่งเก็บจิตสังหารในทันได เขาอยู่กลางดงฝูงควายแล้วตอนนี้
พอเก็บจิตสังหารเสร็จสิ้นอี้เรินเฟิ่งเริ่มหลบเข้าไปยังใต้คอของควายป่า ควายมีขนาดตัวใหญ่ยิ่งอีกทั้งยังอยู่กันอย่างเบียดเสียด พอเขาหลบเข้าไปใต้คอได้สำเร็จ ฝูงควายก็หาเป้าหมายในการโจมตีไม่เจอแล้ว
อี้เรินเฟิ่งใช้มีดในมือแทงเข้าไปที่คอของควายทีละตัว ควายที่โดนแทงวิ่งได้เพียงเล็กน้อยก็เสียเืมากจนสิ้นใจไปในที่สุด
พอมีตัวไดที่ล้มลง ตัวที่วิ่งตามมาข้างหลังก็ชนเข้ากับควายตัวที่ล้ม จากที่ล้มสี่ห้าตัว กลายเป็นล้มระเนระนาดขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ อำนาจการทำลายล้างจากการวิ่งชนของฝูงควายหมดไปทันได
อี้เรินเฟิ่งใช้โอกาสนี้ในการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เขามีขนาดตัวที่เล็กมากมุดซ้ายมุดขวาไม่มีทางที่ฝูงควายที่อยู่โดยรอบจะสังเกตเ็นเขาได้
อี้เรินเฟิ่งเปรียบดั่งมัจจุราชของฝูงควาย เขาเดินลัดเลาะฝูงควายที่ล้มระเนระนาดไปด้วย ใช้มีดสั้นในมือผ่าท้องควายไปด้วย เสียงร้องโหยหวนดังระงมไม่ขาดสาย
ควายที่ล้มอยู่ไม่มีทางสู้ได้เลย ขนาดยืนยังไม่ทัน จะเอากำลังที่ไหนไปไล่ขวิดอี้เรินเฟิ่งได้ ฝูงควายเริ่มระส่ำระสายเนื่องจากสัมผัสถึงอี้เรินเฟิ่งไม่ได้ พวกมันจึงเริ่มกระจายตัวออกจากกัน
กว่าจะรู้ตัวพวกมันได้ตกตายไปหลายร้อยตัวเสียแล้ว ตอนนี้ฝูงใหญ่ของมันเลืออยู่ราวพันกว่าตัว ยังถือว่าเยอะอยู่ดีพวกมันกระจายตัวออกจากกันเพื่อที่จะหาตัวอี้เรินเฟิ่ง อี้เรินเฟิ่งตอนนี้หลบอยู่ในกองซากศพของควายป่าเล่านั้น เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหลบอยู่ด้านใน
ฝูงควายเมื่อกระจายตัวออกไปแล้วก็พยายามหาตัวอี้เรินเฟิ่งจากในฝูงของมันก่อน หาจนทั่วแล้วไม่เจอพวกมันจึงค่อยๆ กระจายตัวกันหาจากกองซากศพ
พวกมันเดินเรียงหน้ากระดานกันเดินหาอย่าง้าๆ อี้เรินเฟิ่งเมื่อเ็นดังนั้นก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าปะทะโดยตรง ดีที่ตอนนี้ทุกพื้นที่เกลื่อนกลาดเต็มไปด้วยซากศพทำไห้ฝูงควายไม่สามารถพุ่งโจมตีเขาทีละมากๆ ได้แล้ว
แต่เขาก็ยังต้องระวังเขาของมันอยู่ดี ถ้าเกิดโดนควายตัวใหญ่ขนาดนี้ขวิดเข้าหละก็คงจะเกิดการบาดเจ็บขึ้นแน่ๆ อี้เรินเฟิ่งใช้วิธีการลอบโจมตีแต่บัดนี้เขาได้เปลี่ยนอาวุธมาเป็นเขี้ยวหมาป่าแล้ว
อี้เรินเฟิ่งใช้เขี้ยวหมาป่าในการลอบโจมตีโดยการแทงเข้าไปที่ท้องของพวกมัน ถึงแม้หนังของควายป่าจะหนาและเนียว แต่ใต้ท้องของมันก็ยงคงเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมัน
และถ้าเกิดโจมตีไปที่ท้องของพวกมัน ควายพวกนี้มันจะไม่ตายในทันที พวกทันจะวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด ทำไห้เกิดความโกลาหลขึ้น ทำไห้อี้เรินเฟิ่งมีโอกาสลอบโจมตีได้อย่างต่อเนื่องและง่ายดาย
ด้วยความเฉียบขาดและโหดเี้ยมของอี้เรินเฟิ่งเขาค่อยๆ ทำลายฝูงควายอย่าง้าๆ ใช้เวลาเช้าจรดค่ำกว่าฝูงควายทั้งหมดจะตายสิ้น รอี้เขาใช้ประสาทสัมผัสไปอย่างหนักหน่วง เขาต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ทุกย่างก้าวต้องวางแผนอยู่เสมอ ระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา
เขาได้เดินเข้าสู่วิถีนักฆ่าเข้าแล้วในตอนนี้ อำพรางกาย ฆ่า แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย อี้เรินเฟิ่งทำได้เกือบจะสมบูรณ์แล้วในตอนนี้ ในที่สุดเด็กน้อยของเราก็ได้พักผ่อนเสียที
ดูจากความยากของรอี้แล้ว เขาน่าจะมีเวลาพักฟื้นอีกทั้งคืน เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วการจะกำจัดฝูงควายนับพันๆ ตัวแบี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันหนึ่งคืน อี้เรินเฟิ่งตัดเนื้อควายก้อนใหญ่ติดตัวแล้วเดินออกไปจากจุดนั้น เขาไม่อยากนอนจมอยู่แอ่งเืเช่นนี้
าั้อี้เรินเฟิ่งได้เดินไปไกลหลายร้อยเมตร นั่งกินเนื้อควายดิบๆ เพื่อทำไห้ตัวเองอิ่มท้องและเริ่มพักผ่อนต่อไป เขาได้ขุดหลุมทรายกว้างกว่าสี่เมตรลึกราวสองเมตรไว้เพื่อทำการพักผ่อน
อี้เรินเฟิ่งบัดนี้ได้นอนแอ้งแม้งอยู่ใต้หลุมกรนครอกๆ แล้วในตอนนี้ ตกดึกในคืนนั้นเองจู่ๆ อี้เรินเฟิ่งก็ลืมตาตื่นกระเด้งตัวขึ้นมา
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจำนวนมาก มันมีจำนวนมหาศาลยิ่ง จิตสังหารเล่านี้เคลื่อนที่มาด้วยความรวดเร็วยิ่ง พวกมันไม่ได้มาจากทะเลทรายด้านล่าง แต่พวกมันนั้นมาจากท้องฟ้า
จิตสังหารเล่านั้นใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว อี้เรินเฟิ่งดึงเขี้ยวหมาป่าเข้ามากระชับในมือแน่น เขาเก็บซ่อนกลิ่นอายและจิตสังหารของตัวเองซ่อนตัวอยู่ในความืิ หวังจะซ่อนตัวจากพวกมันแล้วลอบโจมตี
แต่ทันไดนั้นเองเขาก็ถูกโจมตีในที่สุด เขาโดนกรงเล็บแหลมคมบาดทำร้ายที่ด้านหลัง อี้เรินเฟิ่งแปลกใจยิ่ง ทำไมถึงโดนโจมตีได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรที่เข้าโจมตี
พวกมันมีขนาดเท่าแม่ไก่ สัตว์อสูรเล่านี้คือค้างคาวเื พวกมันสามารถมองเ็นอี้เรินเฟิ่งได้แม้ว่าเขาจะเก็บกลิ่นอายได้ดีแค่ไหนก็ตาม อี้เรินเฟิ่งเมื่อไม่สามารถซ่อนตัวได้ เขาทำได้เพียงต้องสู้
โชคดีที่เขาอยู่ในหลุมตอนนี้ ทำไห้ขอบเขตการโจมตีของฝูงค้างคาวลดลง พวกมันสามารถโจมตีได้จากด้านเท่านั้น ทำไห้อี้เรินเฟิ่งสามารถรับมือได้ถึงแม้ว่าจะยากมากก็ตาม
ฝูงค้างคาวเล่านี้รวดเร็วยิ่ง อีกทั้งยังโจมตีโดยไร้ซุ่มเสียง อี้เรินเฟิ่งถูกโจมตีไม่ขาดสาย ถึงแม้เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงในการโจมตีเดียว แต่ว่าบาดแผลค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว อีกไม่นานมันอาจกลายเป็นบาดแผลสาหัสก็ได้ เขาต้องรีบหาวิธีรับมือ
อี้เรินเฟิ่งต้องหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันเขาจึงจะสังหารพวกมันได้ ทันไดนั้นอี้เรินเฟิ่งจึงระเบิดจิตสังหารออกมาอย่างมมหาศาล ฝูงค้างคาวชะงักขึ้นในทันที อี้เรินเฟิ่งเ็นว่าได้ผล
เขาจึงควบคุมจิตสังหารของเขาไม่ไห้แผ่ขยายออกไปไกล เขาควบคุมจิตสังหารของเขาแค่ระยะสองเมตร รอบๆ ตัวเขาเท่านั้น
แต่จิตสังหารรอบตัวเล่านี้เข้มข้นยิ่ง มันเย็นยะเยือกน่าหวาดหวั่น เพียงสัมผัสกลิ่นอายนี้ก็เมือนวิญญาณจะหลุดลอยออกไปจากร่าง าั้ก็เข้าทางอี้เรินเฟิ่งแล้ว
ฝูงค้างคาวพุ่งเข้ามาดั่ง-่าฝน แต่ทันไดที่พวกมันสัมผัสเข้ากับจิตสังหารของอี้เรินเฟิ่ง พวกมันจะหยุดชะงักในทันที
อี้เรินเฟิ่งใช้จังหวะนี้ฟันพวกมันเพียงดาบเดียวก็ขาดสองท่อนแล้ว ค้างคาวเล่านี้มีเพียงความเร็วเท่านั้นที่น่ากลัว อี้เรินเฟิ่งประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงในการกำจัดฝูงค้างคาวเล่านั้น เมื่อเขาฟันค้างคาวตัวสุดท้ายขาดสองท่อนไปนั้น ในที่สุดก็มีแสงสีขาวห่อหุ้มตัวเขา อี้เรินเฟิ่งกลับเข้ามาอยู่ในห้องว่างเปล่าห้องเดิม จินฉานกระโดดขึ้นมาอยู่หัวอย่างดีใจ
จินฉาน"ท่านพี่ท่านเข้าไปเพียงสองวันเท่านั้น ท่านนี่มันสุดยอดจริงๆ"
อี้เรินเฟิ่ง"นี่มันแน่นอนอยู่แล้วน้องรัก ข้ามันอัจฉริยะตัวเป็นๆ ในโลกใี้เลยนะ"อี้เรินเฟิ่งคุยใหญ่
สือซ่านเทียน "ยินดีด้วยที่ผ่านบททดสอบได้สำเร็จ เจ้านับเป็นอัจฉริยะที่หายากคนหนึ่ง ตัวข้า สือซ่านเทียน ยินดียิ่งที่จะมอบมรดกวิชาประจำตัวของข้าไห้แก่เจ้า วิชานี้ชื่อวิชาว่า อาภรณ์โลหิต เป็นสุดยอดวิชาประจำตัวข้า ตัวข้าหวังว่าเจ้าจะทำไห้วิชานี้ได้โด่งดังก้องฟ้าดังคราอดีต"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??