เรื่อง ราชันเวทเทพองเมียว
แม้าใจะี้เพียงใด ่าความภูมิใจัฉายัอยู่ใหน้า ่าาเหมือนเ็้กำลังของเล่นก็มิปาน หรือบางทีอาจเหมือนเ็้ทำความดีแล้วรอให้ผู้ใหญ่ชื่นชมก็เป็นได้
การออกคำสั่งให้ภูตรับใช้จู่โจม่าดุดัน บางคนอาจมองการกระทำเช่นนี้คือการโอ้ แต่ถ้าไม่โจมตี่าหนักหน่วง แล้วจะสังเกตเห็นจุดอ่อนได้่าไร ทีมอเมริกันฟุตบอลยังมีทีมซ้อมกับทีมจริงลงสนามแข่งขัน ไม่มีการออมมือเพราะหน้าใหม่ใทีมซ้อมอาจได้ขึ้นเป็นตัวจริงใวันหนึ่ง นี่คือเวทีแสดงฝีมือไม่ใช่การฝึกซ้อม
ต้าหมินลงสนาม้ความคิดเช่นนี้ ฝ่ายพยัคฆาทุ่มสุดกำลัง้ความคิดเช่นนี้
ทุ่มเทโจมตีจนเจ้านายเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง
เซียนจิ้งจอกแดงจ้องมอง่าชื่นชม
“ไม่เลว เพียงสามวันกลับทำได้ขนาดนี้”
นางกล่าวชมเชยแค่ประโยคเดียว ่าไม่ทันตั้งตัววาจาเชือดเฉือนก็เริ่มขึ้น
เริ่มจากสายตา แเริ่มชื่นชม ต่อมาประเมิน จากนั้นเกิดประกายแหลมคม ทิ่มแทงจนรู้สึกร่างกายเกิดช่องว่างรอยโหว่ ราวกับถูกทิ่มแทง้เหล็กแหลมเป็นสิบเป็นร้อยครั้ง ทำต้าหมินเหงื่อกาฬไหลพราก แข้งขาอ่อนแรงแทบยืนไม่อยู่
นี่หรือเขตขั้นครึ่งก้าวเทพเทวา
“เราไม่อยากพูด่านี้เลย หึ ๆ กองทัพ...” น้ำเสียงแฝงแววเย้ยหยัน
“เจ้าคงคิดว่า แม้กองกำลังผสมของภูตอัญเชิญและของวิเศษยังมีข้อบกพร่อง แต่เท่านี้ก็เพียงพอให้จัดการกับกองทหารหนึ่งกองสินะ”
เฮ้ย! เจ๊รู้ได้ยังไง เคยคิดเช่นนั้นจริง
“หากเผชิญกลุ่มโจรป่าย่อมจัดการได้สบาย แต่หากเป็นกองทหารเกรงว่าเจ้าคงตกตายแน่แล้ว เด็กเอ๊ยอย่าได้ดูถูกนักาใดินแดนนี้ ถึงพวกมันฝีมืออ่อนด้อยเพียงใด ่าองเมียวจิเขตขั้นมนุษย์ไม่มีโอกาสให้อหังการหรอกนะ
เราขอยกเหตุการณ์สมมติของกองทหารและองเมียวจิ ทำไมไม่พูดถึงปีศาจน่ะรึ เพราะหากพบเจอปีศาจจริง เจ้าได้ตายเร็วกว่าเจอพวกแแน่นอน แตาย่าอนาถ้”
เจ๊! เจ๊! ดูถูกกันเกินไปแล้วววว
ต้าหมินได้แต่ถกเถียงใใจ ไม่กล้าออกเสียงแม้แต่น้อย
“สมมติเราเป็นหัวหน้ากองร้อย ลูกน้องใมือล้วนเป็นทหารราบ เราจะกดดันเจ้าก่อน้พลธนูสิาย จากนั้นจัดทัพกลางสี่สิบคงพอตรึงสุนัขป่าได้สิบชั่วลมหายใจ ปีกซ้ายขวา่าละยี่สิบ หน่วยจรยุทธ์สิบ เป็นไง? พอมองอะไรออกหรือยัง”
เด็กชายขมวดคิ้วมุ่น มองเผิน ๆ ทัพผสมของเขาน่าจะต้านทานได้่าไม่มีปัญหา แต่รู้สึกหงุดหงิดกับหน่วยจรยุทธ์ชอบกล
“เฮ้อ เด็กขนอ่อนจริง ๆ เราจะบอกใบ้ให้หน่อยแล้วกัน กองทหารหนึ่งกองร้อยมีระดับหัวหน้ากองหนึ่งคน รองหัวหน้าอีกคน นักรบพวกนี้คัดเลือกมาจากมาจากสึอิบุชิ*นับร้อยนับพัน ไม่รวมนักาที่แต่ละตระกูลบ่มเพาะอีก อย่าได้ประมาทเด็ดขาด้บางคนฝึกฝนร่างกายจนเกินขีดขั้นของปุถุชน”
เด็กชายคล้ายจับอะไรบาง่าได้ ่าัรู้สึกเหมือนอยู่ใม่านหมอก ไม่ใช่เขาไม่เห็นจุดอ่อนใการจัดทัพของตน เพียงแต่จุดอ่อนนั้นยังไม่เป็นจุดอ่อน ตราบใดที่ยังมีจุดแข็งมากพอ
“กระผมคิดว่าทัพขวาเป็นจุดอ่อนก็จริง แต่หากมีปัญหายังสามารถให้าสั้นเข้าสนับสนุน ถึง-่าธนูรุนแรงเพียงใด ขอแค่ยืนหลังกำแพงก็ไม่มีปัญหา”
“คิด่านี้จริง?”
“เออ จริงขอรับ”
“ใการต่อสู้หากรู้ว่าเป็นปัญหา เจ้าต้องแก้ไขเสียก่อน อย่าให้ศัตรูได้เห็นจุดอ่อนนั้นเป็นอันขาด ขอเพียงเป็นแม่ทัพที่จัดเจนย่อมทราบใทันทีว่าทัพขวาของเจ้ากลวงว่างเปล่า รู้ไหมเขาจะทำ่าไร”
เด็กชายส่ายหน้า
“ทัพหน้าของเจ้าถูกตรึงไว้ใสิบชั่วลมหายใจ หากไม่ไหวยังมีรองหัวหน้าคนช่วยหนุน ทัพซ้ายอาจแกร่งแต่ไม่อาจสังหารศัตรูได้หมดใสิบชั่วลมหายใจแน่ ส่วนทัพขวาทำได้เพียงก่อกวนไม่โดดเด่นด้านสังหาร ยิ่งใสิบชั่วลมหายใจไม่มีทางสังหารศัตรูได้หมดเป็นแน่
เมื่อทัพขวาถูกกดดันย่อมต้องส่งาสั้นมาสนับสนุน เมื่อนั้นกองจรยุทธ์จะจู่โจมตัดหลัง บาตรพระทำได้แค่ป้องกัน หากเจอาสิบเล่มจู่โจมพร้อมกัน จะไหวหรือ ไม่นับที่ทหารราบแต่ละคนสามารถใช้ธนูได้้ ยิ่งปราการป้องกันด้านหน้าแข็งแกร่งเจ้ายิ่งหลงลำพอง สนามรบเปลี่ยนแปลงสารพัน แตกดับใชั่วพริบตา ใครพรักพร้อมก่อนย่อมได้เปรียบ”
เธอหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ
“นี่คือจุดอ่อนของเจ้า เมื่อไม่แก้ไข คนอื่นย่อมใช้เป็นจุดตาย ไม่นับหากเผชิญองเมียวจิ เขาย่อมเพิ่มการโจมตีจากฟ้าเข้ามาอีก”
“ข้ายังสามารถเรียกชิกิงามิเพิ่มได้” เด็กชายยังดึงดัน หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมรับว่าตนเองพ่ายแพ้ รู้สึกอึดอัดใอก ความภูมิใจถูกเหยียบย่ำ
“นี่คือจุดอ่อนของเด็กขนอ่อน่าเจ้า เมื่อทราบดีทำไมถึงไม่เรียกออกมาเตรียมไว้ก่อนล่ะ จุดอ่อนที่ปล่อยให้ศัตรูพบคือจุดตาย ยกเว้นว่าเป็นกับดักที่ล่อหลอกให้ศัตรูโจมตีแล้วสวนกลับ เมื่อรู้ตัวว่ามีจุดอ่อนเจ้าต้องอำพรางมันเอาไว้ ไม่ให้ใครพบเห็นโดยง่าย หากเจ้าวางชิกิงามิเพิ่มอีกสิบตน ต่อให้แม่ทัพฝ่ายศัตรูสงสัยก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ยืนยัน กว่าจะรู้ตัวมันคงตาย้ฝีมือสุนัขป่าไปแล้ว”
เด็กชายก้มหน้า่าท้อแท้ เซียนจิ้งจอกแดงกล่าวถูกต้อง จุดอ่อนไม่เป็นจุดอ่อนถ้าไม่มีใครพบ เมื่อตัวรู้ว่ามีจุดอ่อนอยู่ต้องอำพรางมันไว้ ไม่ใช่มั่นใจว่าส่วนอื่นจะจัดการศัตรูได้ก่อน หากปล่อยให้ความเป็นตายตกอยู่ใความไม่แน่นอน เท่ากับพ่ายแพ้
อยู่ ๆ เสียงอ่อนโยนพลันดังขึ้น
“เด็กเอ๊ยอย่าท้อแท้จนถดถอย หากปรมาจารย์องเมียวเห็นการจัดวางกำลังของเจ้า ท่านต้องยินดีเป็นแน่ ไม่มีใครชี้แนะยังทำได้ขนาดนี้ เจ้าควรภูมิใจต่างหาก รู้ไหมทำไมองเมียวจิไร้สังกัดถึงยากบรรลุวิถี”
คำถามมา่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ขาดอาจารย์ที่ดีหรือเปล่าขอรับ”
“เชอะ เพราะไม่ได้ฝึกฝนตั้งแต่เด็กต่างหาก เผ่ามนุษย์่าพวกเจ้าแบ่งกำลังออกเป็นสี่่า แบ่งเป็นกำลังกาย กำลังความคิด กำลังจิต สามสิ่งนี้สามารถพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นได้ มีเพียงกำลัง่าสุดท้ายที่พัฒนาได้เฉพาะขณะยังเป็นเด็กเท่านั้น นั่นคือกำลังวิญญาณ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับสร้างชิกิงามิ
เมื่อเจ้าฝ่าทะลุจากขั้นทารกเข้าสู่ขั้นมนุษย์ สิ่งที่ยากที่สุดคือสัมผัสอารมณ์ เพื่อเข้าใจสภาพธรรมชาติของธาตุทั้งห้า
หากไม่ได้ฝึกฝนวิชาองเมียวตั้งแต่เด็ก กำลังวิญญาณย่อมไม่เพียงพอ วิชาชิกิงามิอ่อนด้อย ถึงเข้าใจเบญจธาตุแต่ยากใช้ประโยชน์มันได้่าสมดุล
เก้าอี้มีสี่ขาย่อมดีกว่าสามขา”
ต้าหมินเข้าใจนิสัยใจคอของเซียนจิ้งจอกแดงขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง นางเป็นประเภทชอบสอนสั่ง ่านิยมตบแรง ๆ ให้ลูกศิษย์รู้ตัวก่อน จากนั้นค่อยสอดแทรกเรื่องที่อยากสอนเข้าไป
นี่มันออกจะจิต ๆ เกินไปไหมเจ๊
เขาทราบจากตำราปกน้ำเงินแล้ว เรื่องขั้นมนุษย์เจ็ดชั้นย่อย
เด็กเล็ก เด็กโต วัยรุ่น หนุ่มสาว วัยกลางคน วัยชราและตายดับ
หากต้องการฝ่าทะลุจากขั้นมนุษย์ไปขั้นต่อไป ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นใแต่ละช่วงวัย ซึ่งไม่ยากสำหรับตนซึ่งเป็นผู้ใหญ่ใร่างเด็ก ผ่านเด็กเล็ก เด็กโต วัยรุ่น จนถึงวัยหนุ่มสาวมาแล้ว
แต่่าสำหรับเ็้ที่พรั่งพรูไป้อารมณ์หลากหลาย ยากมากที่จะทราบว่าขณะนี้ตนมีอารมณ์เช่นไร สุข ตื่นเต้น ประหลาดใจ เสียใจ โกรธ รังเกียจ ดูถูก กลัว อับอาย รู้สึกผิด ใตำราไม่ได้บอกว่าอารมณ์มีกี่ประเภท คล้ายไม่ต้องการสร้างกรอบ ยังดีชีวิตชาติก่อนติดตามปู่ย่าเข้าวัดบ่อย รู้ว่าอารมณ์แบ่งได้่ากว้างมีคือฟูกับแฟบ
สิ่งที่ทำควบคู่กันไปคือการฝึกสมาธิ เพื่อให้ดวงจิตเกิดความสงิ่ง และว่องไวเพียงพอที่จะไล่ตามอารมณ์ แล้วนำมันมาเป็นพลัง ใช้เป็นฐานแห่งธาตุทั้งห้า
ยังไม่ทันซึมซับกับคำสอนของเซียนจิ้งจอกแดงได้หมด นางพลันชิงกล่าวปิดท้าย้เรื่องสำคัญ่ายิ่ง
“เรื่องเล่าลือเกี่ยวกับปีศาจที่ว่า ไม่อาจเรียนวิชาองเมียวเพราะห้าธาตุไม่สัมพันธ์กันนั้นไม่เป็นความจริง ที่แท้ปีศาจแต่ละตนมีธาตุประจำตัวอยู่ ยากที่จะใช้ธาตุอื่น วิชาห้าธาตุจึงไม่หลากหลาย่าองเมียวจิ ่ามังกรก็คือธาตุน้ำ ่าพญามังกรมีลูกทั้งเก้า** ไม่อาจจำกัดแค่ธาตุเดียว เข้าใจหรือไม่”
ยังไม่ทันที่เด็กชายจะพยักหน้าตอบรับ เซียนจิ้งจอกแดงพลันเผยข้อมูลอันน่าตระหนกซึ่งสัมพันธ์กับเรื่องเมื่อครู่
“สุสานมังกรเป็นเรื่องจริง เราต้องการให้เจ้าเข้าไปใวันสุดท้ายก่อนข่ายเวทอาณาเขตสลาย ที่นั่นเจ้าจะพบมังกรปีศาจตัวหนึ่งซึ่งถูกผนึกโดยปรมาจารย์คุไค”
หา!
ต้าหมินแทบไม่เชื่อใสิ่งที่ตนได้ยิน ไม่ใช่โครงกระดูกมังกรแต่เป็นมังกรตัวเป็น ๆ มีเลือดมีเนื้อ ที่สำคัญยังเป็นมังกรปีศาจอีก้
*สึอิบุชิ (追捕使) ถูกคัดเลือกจากชาวบ้านผู้ชายที่มีความกล้าหาญ ทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบ จับกุมผู้ร้าย บ้างถูกดึงตัวมาจากเจ้าหน้าที่ทางการหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้ใดมีทักษะทางทหารแสดงว่ามาจากตระกูลใหญ่
ปลายสมัยเฮอัน คำคำนี้หมายถึง ผู้ดูแลความเรียบร้อยใศาลเจ้าและนักบู๊พิทักษ์ตึก
**พญามังกรมีลูกทั้งเก้า ได้แก่
ปี้ซี่ รูปเป็นเต่า พละกำลังมหาศาล เกี่ยวข้องกับโชคลาภ
ปี้อ้าน รูปเป็นพยัคฆ์ น่าเกรงขาม เกี่ยวข้องกับคดีความ
เทาเที่ย รูปคล้ายหมาป่า มักนำมาประดับด้านข้างสะพานเพื่อป้องกันน้ำท่วม
ผูเหลา รูปคล้ายมังกรตัวน้อย มักนำมาประดับไว้ระฆัง
ฉิวหนิว รูปเป็นมังกรสีเหลือง มีเขาของกิเลน ชื่นชมดนตรี มักสลักไว้ที่้าซอ
เจียวถู รูปคล้ายก้นหอย มักปิดปากอยู่เสมอ มักสลักหรือวาดลวดลายไว้ที่ประตูเพื่อแทนความหมายของปลอดภัย
ซือเหวิน รูปคล้ายมังกรแต่ไม่มีสันหลัง ปากอ้ากว้าง ชอบการผจญภัยและชอบกินไฟ เชื่อว่ามีไว้ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและอัคคีภัยได้
ซวนหนี รูปเป็นราชสีห์ ชอบเปลวเพลิงและชอั่ง มักนำมาสลักที่แท่นอาสนะของพระพุทธรูปและกระถางธูป เชื่อกันอีกว่าชวนหนีชอบกลิ่นควันไฟ
หยาจื้อ รูปคล้ายหมาใ ชอบกลิ่นอายการเข่นฆ่าสังหาร มักนำประดับฝักาและ้ามีด
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??