เมื่อฉันสัมผัสได้ถึงวิญญาน
ฉันเกิดจากครอบครัวค้าขาย และแม่เป็นคนที่ชอบเข้าวัด ฟังธรรม รวมถึงเล่นหวย ทุกครั้งที่ใกล้วันหวยออก กลุ่มเพื่อนๆของแม่ฉันจะนัดรวมตัวกันเพื่อไปหาเลขเด็ด และนี้คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของฉัน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่แม่ๆ นัดรวมตัวเพื่อไปหาเลขเด็ด เช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้แม่ได้พาฉันไปด้วยเพราะไม่อยากทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ประมาณ สี่ทุ่มกว่าๆ รถกะบะของเพื่อนแม่มากดแตรหน้าบ้าน ฉันหลับๆตื่นๆ เดินตามแม่ขึ้นรถไป ระหว่างทางในหัวไม่ได้คิดอะไรมากและนอนหลับบนรถจนกระทั้ง รถหยุดนิ่งและมีเสียงเรียกว่าถึงแล้ว แม่บอกฉันว่านอนรอบนรถนะ เดี่ยวแม่มา จากนั้นความเงียบก็เริ่มเข้ามา วังเวง ลมพัดอ่อนๆ ฉันนอนอยู่หลังรถคนเดียวกับความเงียบสงัด และมืดสนิท มีเพียงเสียงไฟสลัวๆจากเสาไฟข้างทางที่พอให้มองเห็นรางๆว่า รถจอดอยู่ที่ไหน
ทันใดนั้นก็มีเสียงดัง กิ่งไม้หัก ฉันสะดุ้งตื่นงัวเงีย ประโยคเรียกที่ฉันเรียก คือ แม่! แม่ เรียกซ้ำๆ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา มันเป็นจังหวะชีวิตของเด็กวัน 11 ขวบที่กลัวจนสุดใจ ไฟที่สลัว ความเงียบสนิทที่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงลมหายใจตัวเอง ฉันเริ่มกรวดตามองไปรอบๆ รถกะบะ และต้องตกใจสุดขีด ที่รอบๆ รถ เต็มไปด้วยหลุมศพ หรือที่นี่คือ ป่าช้า โอ้! แม่หายไปไหน เกิดอะไรขึ้น ทำไมเหลือฉันคนเดียวที่อยู่ตรงนี้ ฉันกลัวจนตัวสั่น น้ำตาเริ่มไหล ร้องไห้เรียกหาแม่ มันเป็นความทรมานแบบเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ฉันดึงเอาผ้าห่มที่ติดมาจากบ้าน ขึ้นมาคลุมโปรง ตัวสั่นเทาไปหมด ในหัวคิดแค่ว่าขออย่าได้พบได้เจอได้เห็น ในสิ่งที่ไม่อยากเห็นเลย
ไม่นานนัก ฉันได้ยินเสียงเสียงหนึ่ง ดังขึ้นข้างๆรถ เรียกฉันว่า "แม่หนู ทำไมมาอยู่ที่นี่"
ในความเป็นเด็กที่ไม่ได้มีความคิดซับซ้อนอะไรมาก พอได้ยินเสียงคนเรียก ฉันดีใจและบอกกับตัวเองว่า รอดตายแล้ว พร้อมกับเปิดผ้าห่มออก สิ่งที่ฉันเห็น ตรงหน้า คือ พระภิกษุมีอายุ รูปหนึ่ง
ฉันก้มกราบและตอบท่านว่า "หนูตามแม่มาคะ ตื่นมาก็ไม่เจอใครเลย เหลือหนูอยู่ที่รถคนเดียว" พอตอบเสร็จ พระภิกษุรูปนั้นก็บอกฉันว่า "อย่าลงมาจากรถนะ อยู่บนรถจนกว่าแม่จะมา แล้วก็อย่าสนใจเสียงเรียก เดี่ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว" พอฉันได้ฟังก็ตอบ ว่า ค่ะ พร้อมกับก้มลงกราบท่านอีกครั้ง และพอเงยหน้าขึ้นมา พระภิกษุรูปนั้นก็ไม่อยู่แล้ว ในใจคิดว่าท่านคงกลับไปแล้ว ไม่ได้คิดอะไรมาก ไปกว่าดึงผ้ามาคลุมโปรงอีกครั้ง
เวลาผ่านไปช้ามาก ใจคิดถึงแต่แม่ เมื่อไหร่จะพาฉันกลับบ้านสักที ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงคนเดินเหยียบกิ่งไม้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในใจก็นึกถึงคำบอกที่พระภิกษุได้สั่งไว้ ฉันเลยได้แต่เงียบ ตัวสั่นเทา พอเสียงฝีเท้าใกล้มาถึงรถ และเสียงเรียกดังขึ้น "ยายหนู ตื่นยังลูก" เอะ นี่เสียงแม่นี่ แต่เดี่ยวนะ แม่ไม่เคยเรียกฉันว่า "ยายหนู" ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่เสียงฝีเท้าก็ไม่หยุดนิ่ง เดินไปเดินมา ฉันได้นึกถึงแต่คำพูดพระภิกษุที่สั่งไว้ ไม่กล้าเปิดผ้าห่มออก สั่นไปทั้งตัว หัวก็ตื้อไปหมดคิดไม่ออกจะทำยังไงดี ผ่านไปแค่อึดใจ เสียงฝีเท้าที่เดินอยู่ก็เงียบหายไป
เสียงคนคุยกันดังมาแต่ไกล ใจฉันบอกแม่กลับมาแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจและไม่กล้าเอาผ้าห่มออกจากหัว รอจนกว่า เสียงคุยกันจะเข้ามาใกล้ๆ ให้แน่ใจ และใช่ แม่และเพื่อนๆกลับออกมาแล้ว ฉันดีใจจนร้องไห้โฮดังมาก แม่ตกใจรีบเข้ามากอดละถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันได้แต่บอกแม่ว่า "ฉันกลัวผี" และเสียงทุกคนก็หัวเราะ แต่ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันยากจะลืม แต่ก็มีความสงสัยคาในใจตลอดว่าใครกันนะที่เรียกฉันว่า "ยายหนู" และ พระภิกษุท่านทำไมรู้ว่าฉันอยู่ตรงนั้น คำถามพวกนี้คาอยู่ในใจฉันตลอดมา จนกระทั้ง เช้าของอีกวัน แม่พาฉันไปวัด วัดหนึ่งกับเพื่อนๆของแม่กลุ่มเดิม ในวัดเหมือนมีการจัดงานศพ คนใส่ชุดขาวบ้าง ดำบ้าง ฉันก็เลยถามแม่ว่า "งานศพใครหรอคะแม่" แม่ตอบกลับมาว่า "งานศพเจ้าอาวาส วันนี้วันสุดท้ายละ " ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรเลย แม่ไปไหนฉันก็ไปด้วย ในขณะที่ฉันเดินขึ้นศาลา เพื่อไปจุดธูป ไหว้ศพ หน้าฉันซีด ตัวชาไปทั้งตัว ขนลุกชัน รูปที่ตั้งหน้าศพ โอ้! ใช่แล้วพระภิกษุรูปนั้นที่มาหาฉันเมื่อคืนนี่ เกิดอะไรขึ้นกับฉัน
ไม่นานแม่ก็เรียกให้ฉันเข้าไปไหว้ และฉันก็ได้กล่าวขอขมาท่านที่ไม่ทราบ และก็ขอบคุณที่ท่านมาช่วยในคืนนั้น และนี่คือจุดเริ่มต้นของการ สัมผัสถึงวิญญานของฉัน
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ