แร่ปริศนา Alpha Psyphon
| นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ |
แสงสีแดงกะพริบเป็นจังหวะบนหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องควบคุมของสำนักงานสำรวจอวกาศแห่งชาติ
ดร.เอลเลนคาร์เตอร์ยืนนิ่งอยู่หน้าจอสายตาจับจ้องที่ข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ปรากฏขึ้น
"ดาวเคราะห์โครนัสV...พบสิ่งก่อสร้างของสิ่งมีชีวิตต่างดาว...ต้องการการตรวจสอบโดยด่วน"
เธอหันไปมองเพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่รอบๆด้วยสีหน้าตื่นตระหนกความเงียบปกคลุมทั่วห้อง
ก่อนที่เสียงของผู้อำนวยการจะดังขึ้นทำลายความเงียบนั้น
"ดร.เอลเลนคุณพร้อมนำทีมไปสำรวจหรือไม่?"
เอลเลนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากความตื่นเต้นและความกลัวผสมปนเปกันในใจ
แต่เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ค้นพบสิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
"พร้อมแล้วค่ะ"เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงทีมสำรวจถูกจัดตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วนอกจากเอลเลนแล้วยังมีมาร์คโจนส์หัวหน้าคนงานขุดเจาะผู้มากประสบการณ์ซาร่าห์มิลเลอร์วิศวกรระบบอัจฉริยะและจอห์นสมิธทหารรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง
ขณะที่พวกเขาเตรียมตัวขึ้นยานอวกาศเอลเลนไม่อาจหยุดความคิดที่วนเวียนในหัวได้อะไรกันแน่ที่รออยู่บนดาวเคราะห์โครนัสV?
โครงสร้างของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ว่านั้นคืออะไร?และที่สำคัญที่สุดพวกเขาจะเผชิญหน้ากับอะไรบ้างในการเดินทางครั้งนี้?
เสียงนับถอยหลังดังขึ้นเอลเลนรัดเข็มขัดนิรภัยแน่นขึ้นสายตาจับจ้องไปยังความมืดมิดของอวกาศเบื้องหน้าเธอรู้ดีว่าชะตากรรมของพวกเขาและอาจรวมถึงมนุษยชาติทั้งมวลกำลังจะถูกกำหนดในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้
"สาม...สอง...หนึ่ง...ปล่อย!"
ยานอวกาศทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพาทีมสำรวจไปสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักณมุมหนึ่งของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วหลังจากการเดินทางอันยาวนานผ่านห้วงอวกาศยานสำรวจของทีมดร.เอลเลนก็มาถึงชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์โครนัสVภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
บนพื้นผิวสีน้ำตาลแดงของดาวเคราะห์มีโครงสร้างขนาดมหึมาที่ไม่เหมือนสิ่งก่อสร้างใดๆที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อนรูปทรงแปลกประหลาดที่ดูเหมือนจะเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ล้อมรอบบริเวณสิ่งก่อสร้างทรงลูกบากศ์ที่ดูแปลกตา
"นั่นมัน...มันคือป้อมปืนใช่ไหมสิ่งที่อยู่รอบๆตรงหอคอยกับบนกำแพงนั้นนะ?"มาร์คถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
ซาร่าห์กำลังจ้องมองที่หน้าจอวิเคราะห์"ใช่ค่ะดูเหมือนจะเป็นระบบป้องกันที่ซับซ้อนมากฉันไม่เคยเห็นเทคโนโลยีแบบนี้มาก่อนเลย"
ดร.เอลเลนพยายามรวบรวมสติ"เราต้องลงไปสำรวจให้ใกล้กว่านี้จอห์นคุณพร้อมไหม?"
จอห์นพยักหน้ามือกระชับปืนของเขาแน่น"พร้อมเสมอครับ"
ยานลงจอดในระยะปลอดภัยทีมสวมชุดอวกาศและเริ่มเคลื่อนตัวไปยังโครงสร้างลึกลับเมื่อเข้าใกล้พวกเขาสังเกตเห็นรายละเอียดที่น่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นผิวของโครงสร้างดูเหมือนจะเปลี่ยนสีได้สะท้อนแสงในรูปแบบที่แปลกตา
"ดูเหมือนว่าป้อมปืนและระบบรักษาความปลอดภัยนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาเอาบางสิ่งบางอย่างในอาคารทรงลูกเต๋านั้นไปใช้"ดร.เอลเลนสันนิษฐาน
ทันใดนั้นเสียงเตือนภัยก็ดังขึ้นจากอุปกรณ์ของซาร่าห์"ทุกคนระวัง!ฉันตรวจพบการเคลื่อนไหวจากโครงสร้างพวกนั้น"
ป้อมปืนเริ่มหมุนช้าๆมุ่งตรงมาที่พวกเขาแสงสีแดงเรืองรองจากปลายกระบอกปืน
"ทุกคนถอยกลับ!"จอห์นตะโกนพร้อมกับยกปืนขึ้นเตรียมพร้อม
ในขณะที่ทีมกำลังถอยหลังอย่างรวดเร็วดร.เอลเลนสังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้เธอชะงัก"รอก่อน!ดูนั่นสิ!"
บนผนังของโครงสร้างมีสัญลักษณ์แปลกๆปรากฏขึ้นเหมือนกำลังสื่อสารบางอย่าง
"ซาร่าห์คุณแปลความหมายของมันได้ไหม?"เอลเลนถามน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวล
ซาร่าห์เริ่มวิเคราะห์สัญลักษณ์อย่างรวดเร็ว"ฉันคงจะต้องใช้เวลาศึกษามันมากกว่านี้"
ขณะที่ทีมกำลังพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน
มาร์คร้องตะโกนขึ้น"ทุกคนระวัง!มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น!"
เสียงครืนครานดังมาจากใต้ดินและแล้วพื้นผิวก็แยกออกเผยให้เห็นทางเข้าสู่อุโมงค์ลึกลับที่ทอดยาวลงไปในความมืด
ทีมสำรวจยืนนิ่งมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงพวกเขารู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งต่อไปอาจเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาและมนุษยชาติทั้งมวล
ดร.เอลเลนสูดหายใจลึกก่อนจะพูดออกมา"เอาล่ะทีมเราจะทำยังไงกันดี?"
หลังจากการประชุมอย่างเร่งด่วนทีมสำรวจตัดสินใจที่จะเข้าไปในอุโมงค์ลึกลับโดยมีจอห์นนำหน้าตามด้วยดร.เอลเลนซาร่าห์และมาร์คปิดท้ายส่วนป้อมปืนภายนอกนั้นไม่ได้ทำการยิงอะไรทั้งสิ้นอยู่ๆมันก็ปิดตัวลงไปเองพวกเขาจึงเคลื่อนตัวลงไปในความมืดไฟฉายบนหมวกอวกาศส่องสว่างนำทาง
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ใต้ดินพวกเขาก็พบกับภาพที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างผนังของห้องเต็มไปด้วยแร่สีเรืองแสงที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"นี่มัน...น่าทึ่งมาก"ดร.เอลเลนพูดอย่างตื่นเต้นเธอเข้าไปใกล้ผนังเพื่อตรวจสอบแร่อย่างละเอียด
ซาร่าห์เริ่มสแกนแร่ด้วยอุปกรณ์ของเธอ"ดิฉันไม่เคยเห็นแร่แบบนี้มาก่อนเลยค่ะมันมีคุณสมบัติที่แปลกมาก"
มาร์คเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ขุดเจาะ"ผมจะเก็บตัวอย่างแร่นี้นะครับเราต้องนำกลับไปวิเคราะห์ให้ละเอียด"
ขณะที่มาร์คเริ่มขุดเจาะจู่ๆก็มีแสงสว่างวาบออกมาจากรอยแตกบนผนังเผยให้เห็นก้อนแร่ที่เปร่งแสงสีฟ้าสว่างออกมาทีมสำรวจจึงดำเนินการเก็บตัวอย่างแร่ต่อไป
หลังจากเก็บตัวอย่างได้พอสมควรดร.เอลเลนตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะต้องรายงานการค้นพบนี้และนำตัวอย่างแร่กลับไปยังฐานบัญชาการ
"เราได้ตัวอย่างมากพอแล้ว"เธอประกาศ"กลับไปที่ยานกันเถอะเราต้องรายงานการค้นพบนี้และขอการสนับสนุนเพิ่มเติม"
ทีมเดินทางกลับมาถึงยานอย่างปลอดภัยและได้ทำการส่งข้อมูลการค้นพบและตัวอย่างก้อนแร่ธาตุปริศนาที่คาดว่าน่าจะมีความสำคัญอย่างมากเพราะได้ถูกเก็บรักษาอย่างดีมีระบบป้องกันเต็มรูปแบบคาดว่าแร่ชนิดนี้อาจให้พลังงานที่มหาศาลเพื่อสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงยานอวกาศก็เป็นได้กลับไปยังฐานที่ดาวโลก
สองสัปดาห์ต่อมา...
สำนักงานอวกาศแห่งชาติได้ส่งอุปกรณ์ต่างๆที่จดเป็นต่อการวิจัยเพิ่มเติมพร้อมกับการก่อสร้างห้องปฏิบัติการณ์ในบริเวณเหมืองแร่บนของดาวเคราะห์โครนัสVฐานปฏิบัติการชั่วคราวได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับห้องแล็บที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยแร่ปริศนาทีมนักวิทยาศาสตร์และคนงานเหมืองจำนวนมากได้ถูกส่งมาเสริมกำลัง
เป็นระยะเวลา1เดือนมาแล้วหลังจากที่กลุ่มของดร.เอลเลนได้มาสร้างฐานปฏิบัติการชั่วคราวดร.เอลเลนยืนอยู่หน้าหน้าต่างของห้องแล็บมองดูการขุดเหมืองที่กำลังดำเนินไปอย่างคึกคักเธอรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จของทีม
"ดร.เอลเลนค่ะ"เสียงของซาร่าห์ดังขึ้นจากด้านหลัง"ผลการวิเคราะห์แร่ล่าสุดออกมาแล้วค่ะ"
เอลเลนหันไปรับรายงานจากซาร่าห์ขณะที่เธอกำลังอ่านจู่ๆก็ได้ยินเสียงตะโกนมาจากนอกห้องแล็บ
"ช่วยด้วย!มีคนล้ม!"
ดร.เอลเลนและซาร่าห์รีบวิ่งออกไปดูพวกเขาเห็นคนงานคนหนึ่งนอนชักกระตุกอยู่บนพื้นรอบๆตัวเขามีผงแร่กระจายอยู่
ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามช่วยเหลือคนงานคนนั้นเอลเลนก็เริ่มสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับร่างกายของเขามันกำลังเปลี่ยนแปลง...
เธอหันไปมองซาร่าห์ด้วยสีหน้าตกใจ"นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วฐานปฏิบัติการชั่วคราวบนโครนัสVทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังมาจากห้องทดลอง
ดร.เอลเลนคาร์เตอร์วิ่งเข้าไปในห้องพร้อมกับมาร์คและซาร่าห์พวกเขาพบว่าจอห์นสมิธทหารรักษาความปลอดภัยของทีมกำลังบิดเบี้ยวร่างกายอย่างทรมาน
"มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา?"มาร์คตะโกนถามขณะที่พยายามจับตัวจอห์นไว้
ดร.คาร์เตอร์ส่ายหน้า"ฉันไม่รู้!เมื่อกี้เขายังปกติดีอยู่เลย"
ทันใดนั้นร่างของจอห์นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อของเขาขยายตัวอย่างผิดธรรมชาติผิวหนังแตกและเปลี่ยนเป็นสีเทาอมม่วงดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงสด
"ถอยออกมา!"ซาร่าห์ตะโกน
ขณะที่ร่างของจอห์นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป
ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นมาร์คได้ไปหยิบอาวุธปืนมายิงใส่ไปยังร่างของจอห์นและแล้วร่างของจอร์นได้ล้มลงและแน่นิ่ง
ทั้งสามคนต่างรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าของพวกเขา
มาร์คถามซ้ำอีกครั้ง“ดร.นี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา”
ยังไม่ทันที่เอเลนจะได้ตอบกลับร่างของจอร์นกลับค่อยๆลุกขึ้นมาและเตรียมพร้อมที่จะสังหารทั้งสามคน
ทั้งสามคนรีบวิ่งออกจากห้องทดลองและรีบปิดประตูที่หนาและหนักเสียงกระแทกและขูดข่วนดังมาจากด้านในห้อง
มาร์คถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"ผมยิงเขาเข้าที่สมองแล้วนะทำไมเขายังไม่ตายเขาติดเชื้ออะไรหรือเปล่า?"
ดร.เอลเลนพยายามคิดอย่างมีเหตุผล"อาจเป็นไปได้ว่ามีเชื้อโรคหรือไวรัสบางอย่างบนดาวเคราะห์นี้ที่เราไม่รู้จักเราต้องตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่เรามีอีกครั้ง"
"แต่พวกเราสวมชุดป้องกันตลอดเวลานะคะ"ซาร่าห์แย้ง"มันผ่านเข้ามาได้ยังไง?"
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันเสียงกรีดร้องอีกระลอกดังมาจากอีกด้านของฐาน
"มันกำลังแพร่กระจาย"ดร.เอลเลนพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว"เราต้องหาทางหยุดยั้งมันและออกไปจากที่นี่ให้ได้"
ทีมสำรวจเริ่มต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดพวกเขาต้องหลบหนีจากเพื่อนร่วมทีมที่กลายพันธุ์ในขณะเดียวกันก็พยายามค้นหาสาเหตุของการกลายพันธุ์และวิธีหยุดยั้งมัน
มาร์คกระชับอาวุธในมือ"เราต้องกลับไปที่ห้องควบคุมอาจมีข้อมูลบางอย่างที่เราพลาดไป"
ดร.เอลเลนพยักหน้าเห็นด้วย"ใช่เราต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับดาวเคราะห์นี้และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป"
เสียงกรีดร้องและการต่อสู้ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเอลเลนและซาร่าห์รู้ดีว่าเวลาของพวกเขากำลังจะหมด
"ซาร่าห์คุณช่วยดูข้อมูลเกี่ยวกับระบบสำรองของฐานนี้หน่อยได้ไหม?"เอลเลนถามพลางกวาดตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว
ซาร่าห์พยักหน้าและรีบเข้าไปตรวจสอบระบบอีกเครื่อง"มีห้องปิดผนึกอยู่ชั้นล่างสุดค่ะดูเหมือนจะเป็นห้องกักกันหรือห้องปลอดเชื้อ"
"นั่นอาจเป็นที่หลบภัยของเราได้"เอลเลนตอบ"แต่เราต้องหาทางปิดระบบระบายอากาศทั้งหมดก่อนไม่ให้อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์แพร่กระจายไปทั่วฐาน"
ทันใดนั้นประตูห้องควบคุมก็ถูกกระแทกอย่างแรงมาร์คพยายามยันประตูไว้สุดกำลัง
"เร็วเข้า!ผมไม่รู้ว่าจะต้านพวกมันได้นานแค่ไหน!"มาร์คตะโกน
เอลเลนรีบพิมพ์คำสั่งลงไปในระบบ"ฉันกำลังปิดระบบระบายอากาศและล็อกประตูทุกบานยกเว้นเส้นทางไปห้องกักกันเราต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้!"
ซาร่าห์วิ่งไปช่วยมาร์คยันประตู"แล้วเราจะออกจากดาวเคราะห์นี้ยังไงคะ?"
"มีลิฟต์ฉุกเฉินอยู่ใกล้ๆห้องกักกัน"เอลเลนตอบพลางวิ่งมาหาเพื่อนร่วมทีม"เราต้องไปให้ถึงที่นั่นแล้วส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากนั้นสวมชุดอวกาศแล้วรีบขึ้นลิฟต์ฉุกเฉินขึ้นไปที่ทางเข้าเหมืองแล้วรีบขึ้นยานชูชีพของเราเพียงแต่ว่ายานชูชีพของเรานั้นมีเชื้อเพลิงมากพอให้หลุดขึ้นไปโคจรอยู่รอบดาวดวงนี้เราต้องภาวนาให้มีคนตอบรับสัญญาณช่วงเหลือเราด้วย"
ทั้งสามคนมองหน้ากันรู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะรอดชีวิตออกไปได้
"พร้อมนะ?"มาร์คถาม"หนึ่ง...สอง...สาม!"
ซาร่าและเอลเลนผลักบานประตูเปิดออกจังหวะนั้นมาร์คได้สาดกระสุนปืนเข้าใส่อสูรกายที่กลายพันธุ์ที่กำลังยืนอยู่ตรงหลังบานประตูและทั้งสามคนรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วเสียงกรีดร้องและฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไล่ตามมาติดๆมาร์คขึ้นลำกล้องปืนไรเฟิลจู่โจมแล้วยิงปืนออกไปใส่เหล่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์พวกมันโดนแรงกระสุนที่เข้าปะทะกับร่างกายอย่างรุนแรงเลยเซล้มไปมาบางตัวแขนและขาถูกแรงกระสุนฉีกกระชากขาดออกไปแต่มันเป็นเพียงแค่การซื้อเวลาเพราะแขนขาที่ขาดผ่านไปสักพักมันก็จะงอกกลับออกมาอีกครั้ง
ขณะที่พวกเขาวิ่งลงบันไดฉุกเฉินเอลเลนนึกถึงข้อมูลที่เธอเพิ่งค้นพบ"เรายังไม่รู้ว่าอะไรทำให้เกิดการกลายพันธุ์แต่ฉันสงสัยว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับแร่ปริศนาที่เราพบ"
"แต่เราไม่ได้สัมผัสแร่นั้นโดยตรงนี่คะ"ซาร่าห์พูดขณะวิ่ง
"อาจเป็นไอระเหยหรืออนุภาคบางอย่างที่แร่ปล่อยออกมาก็ได้"มาร์คเสนอความคิด
พวกเขาวิ่งลงมาถึงชั้นล่างสุดเห็นประตูห้องกักกันอยู่ไม่ไกลแต่เสียงของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"เร็วเข้า!"เอลเลนตะโกน"เราต้องปิดผนึกห้องนี้ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน!"
ทั้งสามคนวิ่งเข้าไปในห้องกักกันมาร์ครีบกดปุ่มปิดประตูทันทีที่ทุกคนเข้ามาเสียงซีลอากาศดังขึ้นพร้อมกับที่ประตูปิดสนิท
พวกเขาได้ยินเสียงกระแทกและข่วนที่ประตูแต่ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงกระแทกรุนแรง
"เราปลอดภัยแล้ว...ชั่วคราว"เอลเลนพูดพลางหอบ"แต่เรายังมีงานต้องทำอีกมาก"
ซาร่าห์เดินไปที่คอนโซลควบคุมในห้อง"ฉันจะลองส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ"
มาร์คมองไปรอบๆห้อง"ผมจะตรวจดูว่ามีอุปกรณ์อะไรที่เราใช้ได้บ้างเพราะตอนนี้กระสุนปืนหมดแล้ว"
เอลเลนพยักหน้า"ฉันจะรีบสำรองข้อมูลทั้งหมดที่เรามีหวังว่าจะพบวิธีหยุดยั้งการกลายพันธุ์นี้ได้"
ขณะที่ทั้งสามคนเริ่มทำงานของตัวเองพวกเขารู้ดีว่าการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและการค้นหาความจริงเกี่ยวกับโครนัสVเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไปสักพักเสียงกระแทกและข่วนที่ประตูห้องกักกันค่อยๆเบาลงจนเงียบหายไปแต่ความตึงเครียดในห้องยังคงอยู่
"ฉันส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไปแล้ว"ซาร่าห์รายงาน"แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครได้รับหรือเปล่าระยะทางไกลมาก"
มาร์คพยักหน้า"ผมเตรียมชุดอวกาศทั้งสามชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
เอลเลนยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์สีหน้าของเธอเคร่งเครียด"ฉันคิดว่าฉันพบบางอย่างแล้ว"เธอพูดเสียงเบา
มาร์คและซาร่าห์รีบเข้ามาดูข้อมูลบนหน้าจอ
"ดูเหมือนว่าแร่ปริศนานั่นปล่อยรังสีชนิดพิเศษออกมา"
เอลเลนอธิบาย"มันไม่ใช่รังสีแบบที่เราคุ้นเคยตามปกแล้วรังสีที่เราคุ้นเคยมันก็ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ในระดับDNAเช่นกันโดยเกิดจากการที่รังสีตัดเอาสายDNAให้เสียหายจากนั้นระบบร่างกายเราก็จะซ่อมแซมหากซ่อมผิดพลาดก็จะก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นโรคมะเร็งแต่เป็นอนุภาคนี้มันแปลกประหลาดตรงที่ส่งผลต่อโครงสร้างDNAของสิ่งมีชีวิตโดยอนุภาครังสีชนิดนี้จะเข้าไปแทนที่ตำแหน่งเบสในคู่DNAซึ่งกระบวนการนี้จึงให้สิ่งมีชีวิตนั้นกลายพันธุ์ได้ในระดับDNAทั้งร่างกายโดยใช้เวลาไม่นาน"
"นั่นอธิบายได้ว่าทำไมชุดป้องกันของเราถึงใช้ไม่ได้ผล"ซาร่าห์พูด
มาร์คขมวดคิ้ว"แล้วทำไมพวกเราถึงยังไม่กลายพันธุ์ล่ะ?"
เอลเลนส่ายหน้า"ฉันไม่แน่ใจอาจเป็นเพราะระดับการสัมผัสที่แตกต่างกันหรือบางคนอาจมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติเราต้องศึกษาเพิ่มเติม"
ทันใดนั้นมีเสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้นมา
ทั้งสามคนรีบวิ่งไปที่คอนโซลเสียงแตกพร่าดังออกมาจากลำโพง
"นี่คือยานบรรทุกเนบูลาวัน...เราได้รับสัญญาณของคุณ...กำลังเดินทางมาช่วยเหลือ...อีกชั่วโมงจะถึง..."
ทั้งสามคนรู้สึกดีใจที่แสงแห่งความหวังในการรอดชีวิตเริ่มสาดส่องมาแล้ว
แต่แล้วสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นหน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอก
"พระเจ้า..."ซาร่าห์อุทาน
บนหน้าจอพวกเขาเห็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์กำลังขุดเจาะประตูทางออกของเหมือง
"หรือว่าพวกมันกำลังพยายามที่จะขึ้นไปบนผิวดาวแล้วไปที่ยานชูชีพของเรา"มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
เอลเลนพยักหน้า"และถ้าพวกมันทำสำเร็จการกลายพันธุ์อาจแพร่กระจายไปทั่วดาวเคราะห์หรืออาจถึงดาวเคราะห์อื่นๆด้วยเพราะเนื้อเยื่อของพวกมันก็เต็มไปด้วยแร่ที่มีรังสีอัลฟาไซฟอน"
"เราจะทำยังไงกันดี"ซาร่าห์พูดขึ้นมา
มาร์คหันไปมองชุดอวกาศที่เพิ่มเตรียมเสร็จ"เราต้องรีบไปที่ยานชูชีพก่อนที่พวกมันจะไปถึง"
เอลเลนพยักหน้าเห็นด้วย"พวกเรารีบไปกันเถอะอย่ามัวชักช้า"
ทั้งสามคนต่างรีบสวมชุดอวกาศอย่างไม่รอช้าจากนั้นก็ขึ้นไปที่ลิฟฉุกเฉิน
ทันทีที่ลิฟต์ขึ้นมาถึงพื้นผิวของดาวรอยประตูทางเข้าของเหมืองนั้นเริ่มมีรอยฉีกให้เห็นเสียแล้วตรงรอยฉีกของประตูนั้นแสดงให้ถึงกรงเล็บของมันที่พยายามที่จะฉีกกระชากบานประตูออก
ทั้งสามคนต่างรีบวิ่งไปตามเส้นทางเข้าเหมืองอีกเพียงแค่400เมตรก็จะถึงตัวยานชูชีพแล้ว
แต่ดวงเพียงแสงไฟจากชุดของพวกเขาที่มีเพียงน้อยนิดมันทำให้การวิ่งไปยังยานของพวกเขานั้นยากลำบาก
เพราะต้องคอยระวังสิ่งต่างๆที่อยู่บนพื้น หากพวกเขาวิ่งโดยไม่ระวัง มันอาจจะทำให้พวกเขาสะดุดก็เป็นได้
หลังจากวิ่งไปได้ระยะหนึ่งบานประตูทางเข้าเหมืองที่เป็นเหล็กกล้าหนาได้ถูกซัดปลิวลอยออกมาอย่างรุนแรงบานประตูนั้นได้ลอยมาเฉียดหน้าของมาร์คไปนิดเดียว
“โอ้แย่แล้วพวกมันหลุดออกมาแล้ว”มาร์คพูดผ่านระบบวิทยุ
เหล่าพวกกลายพันธุ์ต่างวิ่งควบมายังทิศทางของพวกเขา
ทันใดแสงวาบจากโลหะของสิ่งก่อสร้างรอบๆเหมืองก็ค่อยๆสว่างขึ้นมาซึ่งแสงเหล่านี้ช่วยให้ทั้งสามคนเห็นเส้นทางวิ่งของพวกเขาไปยังยานชูชีพได้เด่นชัดมากขึ้น
"ซาร่าห์!ระวัง!"มาร์คตะโกนเตือน
เขาเห็นร่างของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์พุ่งเข้าใส่ซาร่าห์
ซาร่าห์หลบได้อย่างฉิวเฉียดเธอรีบวิ่งต่อเสียงหอบแรงดังผ่านวิทยุ
"ใกล้ถึงแล้วซาร่าห์"เอลเลนบอก"อีกแค่50เมตร"
ซาร่าห์วิ่งต่อไปเสียงกรีดร้องและเสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ดังตามหลังมา
ทันใดนั้นพวกอสูรกายตัวหนึ่งได้ใช้มือของมันจับขาของซาร่าห์ไว้ได้ทำให้ซาร่าห์สะดุดล้มลงกับพื้น
"ไม่นะซาร่าห์"เสียงมาร์คดังขึ้นมา
เหล่าอสูรกายนับสิบตัวเริ่มง้างมือพร้อมที่จะใช้กรงเล็บของพวกมันปลิดชีวิตของซาร่าห์
“ทุกคนวิ่งต่อไปอย่าหยุด”ซาร่าห์สั่งลาทุกคน
เส้นแสงสีแดงได้พุ่งมาฉีกกระชากเหล่าอสูรกายที่กำลังง้างมือหมายมั่นจะฉีกกระฉากซาร่าห์
มาร์คและเอลเลนรีบฉวยจังหวะที่เกิดขึ้นดึงตัวซาร่าห์พร้อมกับตบที่หน้ากากซาร่าห์เพื่อเรียกสติของซาร่าห์ให้วิ่งกันต่อไป
เอลเลนรีบกดรหัสประตูของยานชูชีพประตูเปิดของยานชูชีพได้เปิดออก
ทั้งสามคนรีบเข้าไปในตัวยานแล้วรีบถอดชุดที่ใส่อยู่แล้วใส่ลงช่องทิ้งขยะเพื่อไม่ให้มีเศษละอองแร่ปนเปื้อนบนตัวยาน
ถึงแม้ว่าตอนเข้ายานจะมีระบบปรับแรงดันที่ช่วยกำจัดการปนเปื้อนของสิ่งต่างๆแล้วก็ตามจากนั้นทั้งสามคนรีบประจำตำแหน่งที่นั่งตัวยานได้ทำการจุดระเบิดระบบแรงขับดันยานชูชีพสีดำพุ่งทยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วทั้งสามคนมองออกยังนอกหน้าต่าง
ภาพที่ปรากฏให้ทั้งสามคนเห็นนั้นระบบปืนที่ล้อมรอบเหมืองตามกำแพงและพื้นดินได้ยิงกระสุนแสงสีแดงเข้าให้เหล่าพวกกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
"ที่แท้ระบบพวกนั้นไม่ได้เสียหายหรือขัดข้องมันไม่ได้มีไว้กันคนนอกแต่มันมีไว้เพื่อกันคนในที่กลายพันธุ์ไม่ให้หลุดออกมานี่เอง"เอลเลนพูดขณะที่มองภาพข้างหน้า
ขณะที่ยานบินห่างออกไปพวกเขามองเห็นป้อมปืนต่างๆค่อยๆหยุดการทำงานลง
"ข้างล่างนั้นคงจบแล้วสินะ"มาร์คพูดเบาๆ
เอลเลนพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับกล่าวต่อ“แต่เราคงไปที่ดาวดวงนั้นอีกไม่ได้แล้วละละอองเศษแร่จากศพพวกนั้นคงกระจายไปเต็มพื้นผิวบริเวณนั้นแล้วละ”
ยานชูชีพลอยเคว้งไปโคจรอยู่รอบดาวโครนัส5ได้ไม่นานตัวยานบรรทุกเนบูลาวันได้เคลื่อนที่มาถึงพวกเขาแล้วช่วยชีวิตทั้งสามคนได้สำเร็จ
แต่ทุกคนอาจจะลืมบางสิ่งไปแล้ว ตัวอย่างของแร่ที่ได้เก็บมาในวันที่มาสำรวจวันแรก ได้ถูกส่งกลับไปที่ฐานบัญชาการ บ้านเกิดของพวกเขา
สิ่งใดเล่าที่กำลังรอพวกเขาอยู่ที่บ้าน !!!
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ