ฮากระท่อมแตก

ติดตาม
ฮากระท่อมแตก
นิยาย เรื่องสั้น
เรื่องสั้น จบในตอน เฮฮา สนุกสนาน
หนึ่ง อ. หนึ่ง อ. : เจ้าของเรื่อง
91

อ่าน

0

ตอน

0

คอมเมนต์

ฮากระท่อมแตก



งานวัด

น. เวียงเหนือ



พี่เสริฐอาบน้ำปะแป้งเดินผิวปากข้ามถนน ในมือก็ควงพวงกุญแจมอเตอร์ไซค์คันงามที่พึ่งยืมจากพี่ชายของแกอย่างอารมณ์ดี ปกติแกเป็นเสือยิ้มยาก ร้อยวันพันปีผมไม่ค่อยเห็นแกยิ้มซักที แต่เย็นนี้แกมาแปลก 

 

 ผมกำลังปั่นรถจักรยานกลับจากบ้านพี่เป็ดพอดีได้ยินเสียงเครื่องไฟดังแว่วขึ้นมาก็นึกได้ว่าเย็นนี้มีงานวัด ถ้าวันใหนมีงานวัดวันนั้นเป็นต้องคึกคักกันไปทั้งหมู่บ้าน ผมเองก็ไม่ต่างจากคนอื่น พอนึกได้ก็เลยปั่นจักรยานผ่านบ้านตัวเองไปหาเจ้าเอ๋เพื่อนสนิทก่อน 

 อันว่าเจ้าเอ๋นี่ เดิมเป็นคนภาคกลางย้ายมาอยู่แถวบ้านผมตั้งแต่เรียนปวช. สีผิวค่อนไปทางคล้ำ ล่ำสันหน่วยก้านดี นิสัยส่วนตัวของมันเป็นคนพูดจาฉะฉานดีทีเดียว หลักการสูง จนแม่ของมันเรียกมันว่า 

พ่อโสดาบันเนื่องจากเถียงคำไม่ตกฟาก ทุกถ้อยคำที่แม่มันพูดขึ้นมา เจ้าเอ๋ล้วนแล้วแต่มีคำแก้ตัวทั้งสิ้น ปานประหนึ่งทนายแก้ตัวให้ลูกความในชั้นศาลนั่นแหละ แม่มันรำคาญกับคำพูดที่ตรงข้ามกับการกระทำอย่างสิ้นเชิง จึงได้ให้สมญานามนี้มา 

ครู่หนึ่งผมก็ปั่นจักรยานไปถึงประตูบ้านเช่าที่เจ้าเอ๋มันเช่าอยู่ เฮ้ย เอ๋ เย็นนี้ไปเที่ยวงานที่ศาลเจ้าแม่กัน” ผมตะโกนบอกมัน

เอ่..ได้ มันตอบสั้นๆ เป็นที่รู้กัน แล้วผมก็โฉบจักรยานเลี้ยวกลับไปเตรียมตัวอาบน้ำ

 พอหัวค่ำเจ้าเอ๋ก็โผ่ลหน้าดำๆ ของมันมาที่บ้านผม พร้อมกับเดินอย่างสบายใจในบริเวณบ้านเช่นเคย กุ๊ก... กุ๊ก... กุ๊ก...

แป๊ะแป๊ะ.. เสียงเจ้าเอ๋เดินดีดนิ้วมือ ไล่ต้อนเจ้าโต้งตัวหัวโจกที่กำลังกรีดปีกเป็นวงกลม เป็นลักษณะการทักทายระหว่างเจ้าเอ๋กับไอ้โต้งไก่เจ้าเล้าที่ผมเลี้ยงไว้ จากนั้นก็ก้มตัวลงนั่งย่างช้าๆ บนแคร่สำหรับรับแขกที่หน้าบ้าน เสร็จหรือยัง” “เดี๋ยว รอเดี๋ยว” เมื่อพร้อมแล้วเราก็ออกเดินทางจากบ้านไปงานวัดด้วยมอร์เตอร์ไซค์คู่ชีพของเจ้าเอ๋ ขี่ไปคุยกันไปตามประสา 

พอไปถึงก็ชักจะมืดโพ้ลเพ้ เห็นผู้คนเยอะแยะไปหมด ทั้งปลาหมึก ลูกโป่ง อาหารหอมหวนชวนยั่วน้ำลายมากมาย เสียงผู้คนเซ็งแซ่ไปหมด เจอพรรคพวกเพื่อนฝูงหลายหน้าหลายตา เราเดินมาเรื่อยๆ ผ่านเวทีลำตัด หนังกลางแปลง ดนตรีวงใหญ่พร้อมนักร้องดังระดับซุปเปอร์สตาร์จากเมืองหลวง

เอ่.. หนึ่ง.. ดูมวยกันดีกว่า ผมได้กลิ่นน้ำมันมวยแล้วมันคึกคัก อยากจะขึ้นไปต่อยซะเอง.... นึกถึงตอนเป็นเด็ก ผมเคยไปฝึกมวย โอ้ยอย่าให้พูดเลย ไอ้เอ๋พูดพลางเดินลี่เข้าไปยืนใกล้ๆ เวทีมวย มันเลือกเอาตรงมุมเวทีซะด้วย ผมเดินตามมันไปเพราะรู้สึกชักมันด้วย

การยืนมวย เวลาเตะส้นเท้าต้องชิดพื้น อย่ายก!” ไอ้เอ๋คุยโม้ผมต้องทนฟังมันพร่ามนานร่วมสองชั่วโมงกว่า เพื่อรอนักมวยคู่แรกขึ้นมาต่อย สักพักหนึ่งเริ่มได้ยินเสียงปี่พาทย์บรรเลงเป็นการโหมโรงในท่วงทำนองที่ไม่ค่อยจะเหมือนเพลงประกอบการต่อยมวยนักแต่ดันไปเหมือนเพลงแห่ผีเข้าป่าช้าซะมากกว่า เนื่องจากวงปี่พาทย์ที่บรรเลงแบบมืออาชีพคงจะจ้างแพง เจ้าภาพผู้จัดมวยเลยเปลี่ยนเป็นวงดนตรีพื้นบ้านซึ่งก็คงไม่ค่อยได้ซ้อมเพลงมวยมากนัก ส่วนมากจะถูกจ้างไปงานศพเสียเป็นส่วนใหญ่ เวลาต้องเล่นเพลงมวยเลยรู้สึกแผลงๆ ชอบกล แถมมือกลองกับคนเป่าปี่ก็เป็นคนรู้จักกันอยู่แถวๆ บ้าน พอเห็นหน้าผมกับไอ้เอ๋ก็พยักหน้าให้ พร้อมกับส่งยิ้มถือเป็นมารยาทที่รู้กัน  “ไอ้ตัวนี้ท่าทางเตะหนัก” เสียงเจ้าเอ๋วิพากย์วิจารณ์ขณะนักมวยฝ่ายแดงกำลังกระโดดข้ามเชือกขึ้นมาบนเวที

เก้ง! ๆ ๆ ๆ... เสียงระฆังยกแรกดังขึ้นนักมวยทั้งคู่ไม่ฟังเสียง ปราดเข้าหากันปานจะฉีกกินเลือดกินเนื้อ แดง เสียงเจ้าเอ๋ตะโกนเชียร์ พร้อมกับยกมือซ้ายเหยียดเฉียงขึ้น มือขวาปาดไปมาระดับเอว ทำท่าทางเหมือนเซียนใหญ่  หลังจากพักยกฝ่ายแดงเดินเข้ามุมเพื่อให้น้ำ เจ้าเอ๋ปราดเข้าไปสอน

ดีมากไอ้น้อง เดี๋ยวเอ็งการ์ดสูงแล้วเตะตัด อย่าเข้าวงใน เจ้าเอ๋สอนนักมวยฝ่ายแดงที่มันเชียร์ด้วยอาการตะโกนพร้อมออกลีลา ซักพักระฆังยกสองดังขึ้น เจ้าเอ๋ถอยมายืนดูนักมวยที่มันสอนอย่างไม่กระพริบตา ส่วนผมก็ตะโกนเชียร์ด้วยความมันส์แต่ก็ไม่มีความรู้เรื่องมงมวยอะไรกับเค้าหรอก คอยฟังก็แต่เจ้าเอ๋มันสอน ...ผั๊วะ!เสียงตีนกระทบกับก้านคอ ฝ่ายน้ำเงินถูกเต๊ะก้านคออย่างจัง อาการไม่ต้องบอกครับ หลับคาตีนไปเลย เจ้าเอ๋กระโดดดีใจที่นักมวยฝ่ายแดงชนะ และดันชนะตามที่เจ้าเอ๋มันสอนไว้ซะด้วย นี่ไง!เห็นมั๊ย เป็นไงหล่ะเจ้าเอ๋โม้ใหญ่ มันภูมิใจกับวิชามวยที่มันได้สอนให้กับฝ่ายแดง ซึ่งก็เป็นไปตามที่มันตั้งใจไว้ คราวนี้มันยิ่งหันมาโม้กับผมหนักขึ้นด้วยความที่มันมั่นใจในฝีมือมวยในอดีตและสายตาของมัน

 ก็อย่างว่าแหละครับมวยงานวัด สี่คู่ น็อคเอ้าต์กันทั้งสี่คู่ บางคู่ระฆังยังไม่ทันสิ้นเสียงก็น็อคกันแล้ว บางคู่ขับเคี่ยวกันจนยกห้า 

เอากันแทบเป็นแทบตายสุดท้ายก็ไปน็อคกันยกห้า เค้าให้ต่อยกันเป็นศิลปะแต่เจ้าพวกนี้มันแทบจะขึ้นไปฆาตกรรมกันบนเวที 

กีฬา...กีฬา...เป็นยาวิเศษ...ฮ้าไฮ้ พอลงเวทีมาก็เป็นเพื่อนกันตามปกติ

คืนนั้นมวยมีด้วยกัน 5 คู่น็อคกันไปสี่คู่แล้ว ยังเหลือคู่เอกอีกคู่เดียว ตอนคู่ที่สี่กำลังต่อยกันอย่างเมามันอยู่นั้นผมมองเห็นโปรโมเตอร์ผู้จัดเดินลุกลี้ลุกรอนอยู่ข้างเวทีอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณนั้นถูกกั้นไว้ด้วยแผงจราจรเพื่อให้เป็นพื้นที่อภิสิทธิ์เฉพาะบางคน เป็นที่ทราบกันดี ใครอย่าสะเหร่อเข้าไปนั่งเป็นอันได้ถูกไล่ออกไปอย่างไม่ปราณีแถมอับอายขายขี้หน้าเพื่อนฝูงอีก เนื่องจากมันเป็นส่วนพิเศษผมเลยเห็นได้ชัดเจน ในใจผมก็นึกว่าคงเสียมวยไปหลายตังส์เลยหงุดหงิด แต่มันเดินจนผิดสังเกตุ ซักพักก็เห็นโปรโมเตอร์ผู้จัดมวยคนนั้นจ้องมองมาที่ไอ้เอ๋เพื่อนผม ซึ่งตัวไอ้เอ๋เองก็ไม่ได้สนใจและไม่รู้ตัว เพราะมันมัวแต่เชียร์มวยด้วยความภูมิใจที่มันสามารถเดาถูกมาแล้วถึง 3 คู่ คู่นี้เป็นคู่ที่สี่กำลังฟัดเหวี่ยงกันอย่างเมามัน เก้ง! “ยกสามของคู่ที่สี่ เสียงคนพากย์มวยประกาศผ่านลำโพง เสียงอื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์  เมื่อสายตาผมบังเอิญมองเห็นโปรโมเตอร์คนนั้นยิ่งกระสับกระส่ายหนักเข้าไปอีก ยังไม่เท่านั้น มันมองจ้องมาทางไอ้เอ๋เพื่อนผมพักใหญ่ ยิ่งทำให้ผมงุนงงหนักเข้าไปอีก นึกว่าไอ้เอ๋เพื่อนผมมันต้องมีอะไรคาใจเจ้าหมอนั่นสักอย่าง พื้นเพคนบ้านนอกอย่างผมสัญชาติญาณระวังภัยเป็นเรื่องติดตัวผมมาแต่เกิด ยังไม่ทันละสายตาเจ้าโปรโมเตอร์คนนั้นก็รีบเดินอ้อมเวทีตรงเข้ามาที่ไอ้เอ๋พร้อมกับจับแขนเจ้าเอ๋ไว้ ผมรู้สึกตกใจแต่ด้วยสายตาของแกมองดูแล้วเป็นมิตรผมจึงยืนดูเฉยๆ แกยิ้มอย่างดีใจพร้อมกับจับแขนเจ้าเอ๋ไว้ไม่ยอมปล่อยพลางมองไอ้เอ๋ตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาชื่นชม “ช่วยขึ้นไปต่อยเป็นคู่เอกให้พี่หน่อย นักมวยมาไม่ทัน ช่วยพี่หน่อยเถอะ” ประโยคแรกที่แกเอ่ยขึ้น ไอ้เอ๋ทำหน้าเลิกลัก อ้ำอึ้งพูดไม่ออกมือก็พยายามแกะนิ้วที่จับแขนมันไว้โดยไม่รู้ตัว ผมไม่ได้ซ้อม” “น่า ไม่เป็นไรแป๊บเดียว” “ผมพึ่งกินข้าวมาใหม่ๆ” “ไม่เป็นไรตอนนี้ห้าทุ่มแล้วท้องว่างกำลังดีเลย” “โธ่!พี่ ผมไม่ได้ใส่กางเกงในมา” “ไม่เป็นไรเอาของผมก็ได้” เสียงผมสวนขึ้นมาทันทีด้วยความหมั่นไส้ที่มันโม้มากนักกึ่งๆ กับความชักจะมั่นใจในตัวไอ้เอ๋เพื่อนผม เนื่องจากมันโม้มากจนผมชักจะเชื่อว่ามันเก่งจริง สุดท้ายเจ้าเอ๋ หมดปัญญาที่จะหาข้อแก้ตัว จำใจต้องยอมเป็นมวยแทนให้เจ้าภาพ ผมพูดแกมบังคับมัน ให้มันต่อยเพราะผมเองก็อยากจะพิสูจน์ดูว่ามันเก่งจริงตามที่มันคุยไว้หรือเปล่า 

หลังจากที่เจ้าภาพจัดมวยเดินกลับไปด้วยความโล่งใจแล้วไอ้เอ๋ก็หันมาคุยกับผมผมไม่ได้ใส่กางเกงในมาไม่เป็นไรผมพูดเชิงยิ้มๆ พร้อมกับเดินนำหน้าไอ้เอ๋ออกไป เป็นที่รู้กันสองคนคือไปหาที่มืดๆ กลางทุ่งสักแห่ง เพื่อถอดกางเกงในให้เจ้าเอ๋มันยืม

เสร็จเรียบร้อย ก็เดินออกมาในสภาพเดิมแต่ไม่ใส่เสื้อ ไอ้เอ๋มันต้องการโชว์กล้าม แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ผมเดินตามไอ้เอ๋ออกมาจากที่ลับตาคนในใจก็กระหยิ่มอยากรู้ผลการแข่งขันอยู่ในใจ

ไอ้เอ๋จำใจขึ้นชกมวยด้วยอาการปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากโม้กับผมไว้เยอะ แอ่... อี้….จิ้งปุ๊จิ้งปุ่ง.... เสียงเพลงมวยคู่เอกกำลังเริ่มขึ้น ต่อไปนี้เป็นมวยคู่ที่ห้าซึ่งเป็นคู่เอกของรายการ พบกันระหว่าง มาใหม่ ลูกพญาลือ กับ พิชิตศึก ศ.บ้านเด่น เสียงประกาศลั่นสนามมวย ทันใดนั้นผู้คนทั้งสนามก็โห่ร้องตะโกนอย่างกึกก้องและยาวนาน ตามมาติดๆด้วยการที่ไอ้เอ๋ กระโดดข้ามเชือกเส้นบนสุดเข้ามาในเวที ยกมือไหว้รอบทิศ ก็จะไม่ให้โห่กันขนาดนั้นได้ยังไงหล่ะครับ ทุกคนที่อยู่ในสนามนั้นล้วนแล้วแต่รู้จักไอ้เอ๋กันทั้งสนาม คนดูก็บ้านเดียวกัน วงปี่พาทย์ก็เพื่อนกัน ยกเว้นทีมจัดมวยซึ่งมาจากต่างหมู่บ้านเท่านั้น เสียงเพลงไหว้ครูกำลังเริ่มขึ้น เจ้าเอ๋ยืนรออยู่ที่มุมหันมากระซิบผมซึ่งอยู่ที่มุมล่างเวที หนึ่ง! ผมไหว้ครูไม่เป็นไม่เป็นไร เดินไปก้มลงกราบสามทีแล้วกลับมาเลยเจ้าเอ๋ทำตามที่ผมบอก เสียงเซียนพนันตะโกนต่อรองกันเซ็งแซ่ไปหมด เนื่องจากเจ้าเอ๋ได้เปรียบคู่ชกทั้งความหนา หน้ำหนัก ยกเว้นส่วนสูง ต่ำกว่าคู่ชกนิดหน่อย เพราะฉะนั้นราคาจึงพุ่งมาที่เจ้าเอ๋

เก็ง! เสียงระฆังยกแรกเริ่มขึ้น เจ้าเอ๋สปริงตัวออกจากเชือกหลังจากมันโน้มตัวแอ่นหลังดัดกับเชือก ส้นเท้าชิดอย่าเปิดผมตะโกนกำชับมันซึ่งก็เป็นคำที่มันพึ่งสอนปนโอ้อวดกับผมเมื่อครู่นี้เอง รู้สึกว่ามันจะได้ยินเสียด้วย หลังจากกรรมการฟันมือฉับเป็นสัญญาณให้เริ่มชกได้ เจ้าเอ๋ไม่รอช้าเตะต้นแขนคู่ต่อสู้อย่างแรงดังผั๋วะ!พร้อมด้วยส้นเท้าชิดพื้นไม่เปิดตามที่ผมกำชับไว้ เสียงผู้คนเฮกันจนสนามแทบแตก กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนเกือบหมดยกเสียงพื้นเวทีโครมครามดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด ผมมองเห็นคู่ต่อสู้ของไอ้เอ๋ หน้าซีดเผือดแทบไม่มีเลือด เนื่องจากท่าทางหน่วยก้านของไอ้เอ๋มันไม่ใช่เล่นๆ แต่ก็ด้วยวิชาชีพที่เขามีอยู่จึงยืนหยัดต่อสู้เอาตัวรอดจากไอ้เอ๋ไปได้ เก้ง!เสียงระฆังหมดยกที่หนึ่ง ไอ้เอ๋เดินหอบเข้ามุมแต่มันดันเดินไปนั่งเก้าอี้ของฝ่ายตรงข้าม อาการนี้เขาเรียกว่าหลงมุม พอมันรู้ตัวมันไม่สนใจใครเลยครับ ขณะนั้นมันไม่อายไม่คิดอะไรทั้งนั้นเดินกลับมุมของตัวเอง ตายห่าหล่ะผมอุทานขึ้นในใจ ลืมไปเราไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีน้ำให้นักมวย ไม่มีอุปกรณ์ ผมรู้สึกสงสารเพื่อนขึ้นมาทันทีเพราะ มันหอบแทบจะขาดใจอยู่แล้ว ฝ่ายตรงข้ามเขามีพี่เลี้ยงเดินมาอุ้มนักมวยเข้ามุม แต่ฝ่ายเรามีแต่นักมวยกับนวมเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ อย่างอื่นไม่มีเลย ทำยังไงดีไอ้เอ๋ก็เดินเข้ามายืนเกาะเสามุมของตัวเองหอบแหกๆนักมวยไม่มีพี่เลี้ยง!” เสียงคนดูคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา ทันใดนั้นจ่าทูลกับไอ้ป๋อ เด็กรุ่นน้องกระโดดลอดเชือกเข้าไปช่วยนวดให้ไอ้เอ๋ จ่าทูลเป็นคนพัดไอ้ป๋อเป็นคนนวด พี่เลี้ยงฝ่ายตรงข้ามเห็นแล้วอดสังเวชไม่ได้ ต้องคว้ากระติกน้ำกับเก้าอี้เดินอ้อมมาให้น้ำเจ้าเอ๋เป็นการใหญ่ ผมก็ทำอะไรไม่ถูกเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียว พอเห็นเหตการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีผมก็โล่งอก  หลังจากเจ้าเอ๋ได้นั่งเก้าอี้นวด พร้อมการให้น้ำอย่างสมศักดิ์ศรีนักชกผู้ยิ่งใหญ่แล้ว อาการหอบก็เริ่มลดลงเรี่ยวแรงเริ่มกลับมาอีกครั้ง เสียงระฆังยกสองเริ่มขึ้น ผู้ประกาศบอกให้พี่เลี้ยงลง นักมวยเดินออกจากมุม ทนเอานิดหนึ่ง ฝ่ายมันเริ่มถอดใจแล้ว ผมตะโกนบอกไอ้เอ๋ หลังจากกรรมการสับมือชกเจ้าเอ๋ระดมมัดเข้าใส่คู่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย คู่ต่อสู้หลบเป็นพัลวัน ดีที่มันเป็นนักมวยอาชีพมีลีลาการหลบเอาตัวรอดหลุดพ้นจากพลังหมัดมวยวัดอย่างเจ้าเอ๋ได้บ้าง คู่ต่อสู้หน้าซีดเผือด หลังจากเห็นไอ้เอ๋เอาจริงกะน๊อคให้ได้ในยกนี้ เพราะเจ้าเอ๋รู้ตัวดีว่ามวยวัดอย่างมันต้องรีบน็อคเท่านั้น ขืนยืดเยื้อเรื้อรังมีแต่จะอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ สู้มวยอาชีพไม่ได้ ขณะที่เจ้าเอ๋ระดมรัวมัดใส่คู่ต่อสู้แบบสางเอาสางเอาฝ่ายคู่ต่อสู้ก็ได้แต่ปิดป้อง โดยโต้ตอบได้เพียงนิดๆหน่อยๆโดนบ้างไม่โดนบ้าง เพราะมันมัวแต่หลับหูหลับตาหลบหมัด เจ้าเอ๋ทั้งตีหน้ายักษ์ ทั้งกระโจนเข้าใส่พอดีพี่เป็ดกับพรรคพวกเดินมาเจอผมก็เข้ามาสมทบ ยิ่งทำให้การเชียร์ของผมมันเข้าไปอีกเป็นสองเท่า ผมหันไปทักทายพี่เป็ดสลับกับหันไปดูเจ้าเอ๋ทันใดนั้นคู่ต่อสู้กำลังจะพลาดพลั้งดูมันโยกหลบหมัดของเจ้าเอ๋พร้อมกับหลับหูหลับตาเตะสวนพาดเข้าระหว่างหน้าอกกับลิ้นปี่ของเจ้าเอ๋อย่างจัง ไอ้เอ๋ล้มลงไม่เป็นท่าด้วยความจุก กรรมการนับถึงสิบยังลุกไม่ขึ้น พี่เลี้ยงก็ไม่มี มันต้องนอนแผ่อยู่กลางเวทีพักใหญ่ เสียงผู้คนเซ็งแซ่กันไปหมด

 

คนดูเริ่มทะยอยกันกลับครู่เดียวก็โหลงเหลงเหลือแต่ มาใหม่ ลูกพญาลือ นอนหมอบอยู่กลางเวทียังลุกไม่ได้ 

พรรคพวกเพื่อนฝูงกับผมช่วยกันปฐมพยาบาลไม่เป็นไร ดีแล้ว เอ้ย! ทำดีแล้ว” ผมปลอบใจพร้อมกับให้กำลังใจเพื่อน เจ้าเอ๋พอจะลุกได้แล้ว มันใช้มือยันพื้นเวทีไว้ ส่วนขานั้นยังลุกไม่ขึ้น เจ้าป๋อกับจ่าทูลเข้าไปพยุงตัวไอ้เอ๋กลับมุม ซึ่งขณะนั้นเวทีเริ่มไม่ค่อยมีคนทำให้ปฐมพยาบาลกันได้สะดวกหน่อย ผมค่อยๆ ประคองตัวไอ้เอ๋ขึ้นซ้อนมอร์เตอร์ไซค์เพื่อพามันกลับบ้าน 

จนมาถึงบ้านกลิ่นน้ำมันมวยยังหึ่งติดตัวมันอยู่ อาการหอบยังไม่หาย พอถึงที่พัก เจ้าเอ๋ค่อยๆ ละล่ำละลักบอกผมว่า ช่วยไปตามพ่อมันมาให้หน่อยชีวิตมันคงจะอยู่ได้ไม่นาน ทำให้ผมยิ่งวิตกมากขึ้น รีบบึ่งมอร์เตอร์ไซค์ไปตามพ่อไอ้เอ๋ในทันที

พ่อ พ่อ ไอ้เอ๋ให้มาตาม” “มีอะไรกันเหรอลูก” ผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง หลังจากทราบเรื่องทั้งหมดแล้วพ่อเจ้าเอ๋ก็ค่อยๆ เดินพร้อมกับยิ้มๆ ลูกผู้ชายมันต้องมีครั้งหนึ่งในชีวิต” เสียงพ่อพูดขึ้นลอยๆ ขณะเดินไปหยิบหลอดยาลมกับยาหอมติดมือมา แล้วก็ขึ้นคล่อมมอร์เตอร์ไซค์ไปหาเจ้าเอ๋กับผม

หลังจากอาการดีขึ้นมากแล้วเจ้าเอ๋นอนได้ผมก็ลาเจ้าเอ๋กับพ่อกลับบ้าน

รุ่งเช้าผมก็ไปเยี่ยมเจ้าเอ๋ โอ้ โห้ หนึ่งเอ้ย เมื่อคืนผมนึกว่าผมต้องตายเสียแล้ว เสียงเจ้าเอ๋เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าผม เป็นไงบ้างพอพ่อเอายาหอมมาให้กินผมรู้สึกโล่งไปหมดเลยเจ้าเอ๋บรรยาย

..... คุยกันพักใหญ่ผมก็ลาเจ้าเอ๋กลับ

 หลังจากนั้นอีกหลายเดือนผมไปตลาดบังเอิญไปเจอไอ้เอ๋โดยไม่ได้นัดหมาย ซึ่งผมก็ลืมเรื่องต่อยมวยไปนานแล้ว เป็นไงบ้างหมู่นี้ ผมเอ่ยปากทักทายไอ้เอ๋ ผมเป็นไรไม่รู้สูบลมรถจักรยานทีไร มันรู้สึกเจ็บหน้าอกร้าวไปหมด เจ้าเอ๋บอก...

สารบัญ

CONTENT

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

ดูทั้งหมด

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ดูทั้งหมด

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

นิยาย รัก

80.3K
ทั้งแผ่นดินได้รับพรสวรรค์แห่งความเป็นอมตะ — ทว่าข้าขายอายุขัยของตน เพื่อกลายเป็นเทพ!

ทั้งแผ่นดินได้รับพรสวรรค์แห่งความเป็นอมตะ — ทว่าข้าขายอายุขัยของตน เพื่อกลายเป็นเทพ!

นิยาย แฟนตาซี

278.28K
Evolution  the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

นิยาย แฟนตาซี

61.45K
หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.12M
สู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด

สู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด

นิยาย แฟนตาซี

135.83K
หมื่นจักรภพสยบราชันย์

หมื่นจักรภพสยบราชันย์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.67M
บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.31M
กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

682.58K
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.56M
จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี

3.03M

รายการรีวิว

REVIEW

ปักหมุด