เรื่อง ภาคินน์คลั่งรัก
"เริ่มตรงไหนก็ได้ มึงแค่...ทำให้กูรู้สึกดีก็พอ" มันตอบผมกลับมา แม้ผมจะรู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ผมถามเพื่ออยากแกล้งให้มันอารมณ์ค้างผมรู้ว่ามันเป็นคนมีอารมณ์ง่าย ผมอยากช่วยมัน อยากสัมผัสทุกส่วน ทุกอณูบนร่างกายของมันแต่ผมอยากสัมผัสมันจริงๆ ไม่ใช่การปลุกเล้าอารมณ์เหมือนใตอนนี้
“กูง่วงแล้วอ่ะนัท เพลียมากเ” ผมแกล้งตอบมันไปแบบนั้น ด้วยน้ำเสียงที่จงใจทำให้ดูเหนื่อยล้า อยากเห็นว่ามันจะมีปฏิกิริยายังไง ความเงียบครู่หนึ่งก่อนที่เสียงมันจะดังกลับมาอย่างหงุดหงิด
“ไอ้ภาค ไอ้สารเลว ไอ้คนชั่ว!” มันตะโกนใส่โทรศัพท์ ผมแทบจะมองเห็นหน้ามันที่ตอนนี้ต้องบูดบึ้ง อารมณ์เสียจนสุดจะทน ซึ่งยิ่งทำให้ผมรู้สึกสนุกขึ้นไปอีก แต่ก่อนที่มันจะพูดอะไรต่อ
“กูดีใจนะที่มึงเลือกโทรหากู ถึงกูจะดูเป็นคนโรคจิตที่อยากเอากับมึงตลอดเวลา แต่กูไม่ได้อยากได้แค่ร่างกาย กูอยากได้หัวใจมึงด้วย” คำพูดของไอ้ภาคทำให้ผมชะงัก ทำเอาอารมณ์ค้างของผมที่มีก่อนหน้านี้ถูกเบรคอีกครั้ง ความร้อนวูบวาบขึ้นมาจากหน้าอกขึ้นมาที่แก้ม ความรู้สึกแปลกๆ ใใจที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนทำให้ผมทำตัวไม่ถูก ใจผมสั่นเล็กน้อย เหมือนคนที่กำลังจะโดนเปิดเผยความลับที่ซ่อนไว้
“สัส ไม่ช่วยก็วางกูจะนอนละ” ผมรีบกดตัดสายมันทันที รู้สึกเหมือนตอนนี้หน้าผมแดงเหมือนตอนกำลังกินส้มตำพริก 20 เม็ดยังไงยังงั้น
Part ภาค
หลังจากที่มันกดวางสายทันทีที่ด่าผม มันจะรู้มั้ยว่ามันเองก็ทำผมอารมณ์ค้างเช่นเดียวั รู้มั้ยตอนที่มันคอลมามันไม่ได้ใส่เสื้อนอนอยู่บนเตียง กล้ามเป็นลอนบนหน้าท้องและมัดกล้ามบนต้นแขนของมันที่มองก็รู้ว่าเป็นคนที่ดูแลตัวเองอยู่เสมอ ทำเอาผมใจสั่นมีอารมณ์ไม่แพ้ั ปากก็บอกมันว่าอยากได้หัวใจมันด้วย แต่นี่อะไรแค่เห็นมันถอดเสื้อผมก็แถบอยากถวายตัวให้มันอยู่แล้ว ผมทิ้งตัวลงบนเตียง ถอนหายใจยาวอย่างหงุดหงิด พลางคิดถึงภาพของมันเมื่อกี้ แค่ไม่ใส่เสื้อก็ทำผมแทบคลั่งแล้ว ผมพยายามจะเบนความคิดไปเรื่องอื่น แต่ก็รู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างค้างคาอยู่ใใจราวกับว่าใจผมมันยังไม่ยอมปล่อยวาง ความรู้สึกวูบวาบใใจยังไม่หายไปไหน ผมก็ไม่รู้เหมือนัว่ามันเป็นเพราะความต้องการทางกายหรือเพราะอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ผมลุกขึ้นนั่ง กอดเข่าแล้วเอาคางเกยไว้บนมัน คิดถึงสิ่งที่ผมเพิ่งพูดไป ผมอาจจะพูดออกไปเพราะความรู้สึกชั่ววูบ แต่มันก็เป็นความจริง ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจมันหรือแค่เล่นๆ ยิ่งคิดถึงคำพูดตัวเอง ยิ่งทำให้ใจผมเต้นแขึ้น
"อยากได้หัวใจมึง" ผมพึมพำกับตัวเอง ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อนเกับใคร ผมต้องการมากกว่าแค่เรื่องทางกาย ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งใชีวิตมัน อยากรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ รู้สึกยังไง ผมกดเปิดแชทของมันขึ้นมา พิมพ์อะไรบางอย่างไปสองสามประโยค แล้วลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายผมก็แค่พิมพ์คำสั้นๆ ไปว่า
"คืนนี้ฝันดีนะครับ" ผมส่งไปแล้วยิ้มออกมา ไม่รู้ว่ามันจะคิดยังไง แต่ใใจลึกๆ ผมรู้แล้วว่า สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ไม่ใช่แค่ร่างกายของมัน แต่เป็นตัวตนทั้งหมดของมันต่างหาก
Part นัท
หลังจากที่ผมด่ามันไปเพราะไม่ยอมช่วยผมใเรื่องนั้น มันก็ยังมีหน้ามาพูดประโยคที่ทำเอาผมช็อก “ไม่ได้อยากได้แค่ร่างกาย กูอยากได้หัวใจมึงด้วย” บอกตามตรง ผมไม่รู้จะโต้ตอบอะไรกลับไป ใจมันเต้นรัว มือไม้ก็เริ่มสั่น ความรู้สึกเหมือนเลือดมันสูบฉีดขึ้นมาที่หน้าอย่างรวดเร็ว รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว นี่ผมเขินมาอยู่หรอ ไม่พอแค่นั้นเมื่อผมพยายามจะสงบสติอารมณ์และลืมคำพูดนั้นไป มันกลับส่งข้อความมาบอกฝันดีอีกต่างหาก นี่มันกำลังรุกจีบผมอยู่ใช่มั้ยครับ ผมกำลังโดนผู้ชายตัวเท่าควายตามจีบจริงๆ หรอ
เช้า....
PHAK: ถึงแล้วครับ รออยู่ใต้คอนโดนะ
NAT: อืม เดี๋ยวกูลงไปแป๊ป ผมได้รับข้อความจากมัน เมื่อมันมาถึงใต้คอนโดผมเพื่อไปส่งผมที่โรงพยาบาล ผมบอกมันแล้วว่าไม่ต้องวนมารับให้เสียเวลา มันไม่ใช่ทางผ่านมันด้วยซ้ำยังจะดั้นด้นมาอีก
เมื่อเดินมาถึงจุดที่มันจอดรถรอผม ผมเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง “ก๊อกๆๆ” แล้วมันก็ปลดล็อคประตูให้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ผมเปิดประตูและนั่งลงใที่นั่งข้างคนขับ
“มึงกินข้าวเช้ารึยัง?” มันถามขึ้นทันทีที่ผมคาดเข็มขัด
“กูไม่ได้กินข้าวเช้าอะ แค่ตื่นไปทำงานกูยังแทบจะตื่นไม่ทันเ” ผมตอบพร้อมถอนหายใจเบาๆ มันหันมามองหน้าผมด้วยความไม่พอใจหน่อย ๆ
“ได้ไง ทำไมไม่กิน มื้อเช้าสำคัญมากนะ ที่สำคัญมึงบอกคนไข้ตลอดให้ทานข้าว ทานยาให้ครบ แต่มึงเป็นหมอดันไม่ทำซะเอง”
“กูก็รู้แล้ว...” ผมตอบกลับไปอย่างเซ็งๆ
“กูก็เพิ่งบอกเหตุผลไปแล้วไง ว่ากูไม่มีเวลา” มันยังไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ง่ายๆ
“แล้วมึงจะกินอะไรไหม เดี๋ยวกูแวะซื้อให้ก่อนเข้าโรงพยาบาล”
กูบอกว่าไม่กิน ไปได้แล้ว นี่กูจะสายแล้วนะ”ผมรีบพูดเร่งให้มันออกรถ เพราะไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดเรื่องนี้อีก มันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็ยอมออกรถตามที่ผมบอก
“แต่ต่อไปมึงต้องกินข้าวเช้านะ” มันยังคงพูดต่อ
“กูได้ยินพี่ๆ พยาบาลที่แผนกมึงบอกว่ามึงชอบกินแต่อาหารขยะ ทำไมมึงไม่ดูแลตัวเองเวะ?”มันรู้ได้ไง นี่มันไปแอบสืบเรื่องของผมมาอย่างงั้นหรอ
“กูไม่ดูแลตัวเองตรงไหน? มึงดูหุ่นกูนี่ กล้ามเป็นมัดๆ แบบนี้” ผมตอบกลับพร้อมยืดอกโชว์กล้ามเนื้อให้มันดูอย่างภาคภูมิใจ มันหันมามองแล้วส่ายหัวเบาๆ
“หุ่นดีก็ใช่ว่าจะสุขภาพดีเสมอไปนะเว้ย การกินก็สำคัญ” มันพูดเสียงอ่อนลงแต่ยังคงจริงจัง
“มึงต้องดูแลตัวเองมากกว่านี้ว่ะ กูเป็นห่วง” และอีกครั้ง มันพูดแบบนี้กับผมอีกแล้ว คำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจที่ผมรู้สึกได้ทุกครั้งที่ได้ยิน ทำเอาผมรู้สึกวูบวาบใใจจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ ผมเอื้อมมือไปปรับแอร์ใรถอย่างรวดเร็ว พยายามหาทางระบายความร้อนที่มันเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“มึงร้อนเหรอ?” มันหันมามองผมด้วยความสงสัย
“เออ... กู กูร้อน” ผมตอบตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตามัน
“ขับๆ ไปเหอะมึง กูไม่อยากไปสาย” มันเหลือบมองผมอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วขับรถต่อไปตามที่ผมบอก แต่ผมก็รู้สึกได้ว่ามันยังคงจับตามองผมผ่านทางหางตา เหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง
ระหว่างที่รถแล่นไปข้างหน้า บรรยากาศใรถกลับเงียบลงอย่างประหลาด ผมพยายามจะหันไปมองวิวข้างทาง แต่ใจกลับคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดของมันและความรู้สึกที่เกิดขึ้นใใจผมเอง ผมไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงดี มันทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเองทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ มัน และใขณะที่ผมกำลังคิดอะไรไม่รู้เรื่องอยู่ จู่ๆ มันก็เอื้อมมือมาวางบนหัวผมเบาๆ
“กูทำให้มึงอึดอัดรึป่าว มึงไม่ต้องคิดมากนะเว้ย แค่กูเป็นห่วง อยากให้มึงดูแลตัวเองดีๆ เท่านั้นแหละ” คำพูดและสัมผัสของมันทำให้ผมใจเต้นแขึ้นอีกครั้ง แต่ผมก็พยายามเก็บอาการและพยักหน้าเบาๆ ตอบกลับไป
“อืม กูรู้แล้ว ขอบใจนะ”
KS Hospital….
“เย็นนี้กูแวะมารับนะ” มันบอกขึ้นทันทีที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถเพื่อออกไปทำงาน
“ไม่ต้องมา.....กูกลับเองได้” ผมตอบลากเสียงยาว พยายามจะบอกมันว่าไม่จำเป็น แต่ก็รู้ว่ามันคงไม่ฟังอยู่ดี มันหัวเราะเบาๆ พลางยิ้มกว้างจนตาหยี
“ตั้งใจทำงานนะครับ” มันพูดพร้อมกับส่งยิ้มที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แต่ก็แฝงไปด้วยความขี้เล่นเล็กๆ ใแบบของมัน
ตึ้งดึ้งๆๆๆ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีเขียวดังขึ้นใโทรศัพท์ของผม ผมเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดู เห็นข้อความจากแม่ส่งเข้ามา
MAMA: เมื่อไหร่จะกลับบ้าน ไอ้ลูกชาย หายหน้าหายตาไปหลายวันแล้วนะครับ ไม่คิดถึงม๊าบ้างเหรอ? ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไป
PHAK: ช่วงนี้ยุ่งๆ อ่ะม๊า เไม่ค่อยได้กลับ
ผมจะบาปมั้ยที่ผมโกหกแม่ผมแบบนั้น ไม่มีเวลาอะไรัผมตามติดนัททุกวัน เหตุผลที่ผมไม่กล้ากลับบ้านก็เพราะกลัวว่า...พ่อของผมยังรับที่ผมเป็นแบบนี้ไม่ได้ ผมกลืนก้อนความกังวลลงไป แล้วพิมพ์ข้อความถามแม่ต่อ
PHAK: แล้ววว...ป๊าเป็นไงบ้างครับม๊า?
ผมถามออกไปด้วยความกังวล แต่ก็พยายามทำใจให้สบาย ข้อความของแม่เด้งขึ้นมาทันที
MAMA: นี่ม๊าก็กำลังจะบอกอยู่พอดี ป๊าชวนให้กลับมาทานข้าวที่บ้านหน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย ชวนตานัทมาด้วยนะลูก
ข้อความของแม่ทำให้ใจผมเต้นแ ความกลัวเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่ผมก็ต้องสู้กับความรู้สึกนี้และพิมพ์ถามกลับไป
PHAK: ป๊าโอเค...ใช่มั้ยม๊า ที่ผม...
MAMA: กลับมาบ้านแล้วค่อยคุยัครับลูกชาย
ผมอ่านข้อความนั้นแล้วถอนหายใจหนักๆ อย่างที่ทำมาตลอดเมื่อเจอเรื่องแบบนี้
PHAK: โอเคครับม๊า เดี๋ยวผมจะคุยกับนัทอีกที
MAMA: โอเคครับ รีบมานะ ม๊าคิดถึง
ผมมองดูข้อความนั้นก่อนจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ ใจผมยังคงหนักอึ้ง ความกังวลที่มีต่อพ่อไม่ได้ลดลงเ ผมยังไม่แน่ใจเว่าพ่อของผมจะยอมรับเราได้หรือไม่ ผมไม่อยากให้นัทต้องมาเจอความกดดันแบบนี้ แต่การหลบเลี่ยงก็ไม่ใช่ทางออก ผมรู้ดี สุดท้ายผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง พิมพ์ข้อความส่งไปหานัท
PHAK: นัท เย็นนี้มึงว่างใช่ไหม? กูจะชวนมึงไปบ้านกู ป๊าม๊าอยากเจอมึงด้วย
ผมนั่งรอคำตอบจากเขาด้วยความกังวลใจ ใใจเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกเหมือนว่าการกลับบ้านครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การกลับบ้านธรรมดา ไม่นานข้อความของนัทก็เด้งขึ้นบนหน้าจอ
NAT: ห๊า!!! รอบนี้กูจะโดนฆ่ามั้ยเนี่ย?
ข้อความของนัททำให้ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ผมพยายามทำให้สถานการณ์ดูดีขึ้นและตอบกลับไปอย่างติดตลก
PHAK: กูจะปกป้องมึงเอง ไม่ปล่อยให้มึงตายหรอก สบายใจได้
ผมส่งข้อความนั้นไป พร้อมกับยิ้มให้กับความคิดของมัน ไม่นานข้อความตอบกลับจากนัทก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
NAT: เออๆๆ กูทำใจแป๊ป
คำตอบของนัททำให้ผมรู้สึกโล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง ความรู้สึกที่ว่าผมไม่ต้องเผชิญกับเรื่องนี้คนเดียว ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
บ้านภาค....
“มาัแล้วหรอลูก! วันนี้ม๊าเตรียมอาหารที่ภาคชอบหลายอย่างเนะ และยังมีของตานัทด้วยนะลูก ม๊าเห็นภาคบอกว่านัทชอบขาหมูพะโล้ ม๊าทำสุดฝีมือเ” เสียงม๊าของภาคเต็มไปด้วยความอบอุ่น และแฝงไปด้วยความเอื้อเฟื้อที่ทำให้ผมรู้สึกเกรงใจ
“ป๊าล่ะครับม๊า?” ภาคถามแม่ของเขาใขณะที่เรายืนอยู่ให้องครัว
“โน้น นั่งน่าเก๊กรออยู่โต๊ะอาหาร ไม่รู้จะเก๊กขรึมไปถึงไหน” ม๊าหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปที่โต๊ะอาหาร
“ไปๆ ลูก ไปล้างมือให้เรียบร้อยแล้วมานั่งทานข้าวัก่อน เรื่องอื่นค่อยคุยั”
ผมกับภาคเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อทำตามที่ม๊าบอก ก่อนจะกลับมาที่โต๊ะอาหาร ใขณะที่เรานั่งลงที่โต๊ะ ภาคเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ป๊า หวัดดีครับ”
“อืมๆ นั่งๆ กินข้าวก่อน ป๊ามีเรื่องจะคุยกับทั้งสองคน”
ป๊าทักทายกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูนิ่งสงบ แต่ก็มีความจริงจังแฝงอยู่ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารวันนี้ยังคงเต็มไปด้วยความเงียบเช่นเคย แต่วันนี้ดูเหมือนว่าจะผ่อนคลายกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใบรรยากาศเล็กน้อย ขณะที่เราทานมื้อเย็นัอย่างอิ่มหนำ ม๊าเริ่มนำเสนออาหารที่เตรียมไว้อย่างเอร็ดอร่อย ขาหมูพะโล้ที่หอมกรุ่นและอาหารอื่นๆ ที่ดูน่ากินไม่แพ้ั เราเริ่มทานอาหารัอย่างอร่อยๆ และพูดคุยัเรื่อยเปื่อย แต่ใจของผมยังคงรู้สึกถึงความตึงเครียดจากสิ่งที่รออยู่หลังมื้ออาหารใขณะที่เรากำลังล้างมือหลังจากทานอาหารเสร็จ บรรยากาศใบ้านกลับมาสงบอีกครั้ง รอให้ป๊าเปิดประเด็นที่เขาต้องการจะคุยกับเราสองคนอย่างจริงจัง
“ที่ป๊าเรียกมาวันนี้ ป๊าแค่อยากจะบอกว่า ป๊ารับได้ที่ภาคจะชอบนัทหรือชอบผู้ชาย”
ป๊าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่แฝงไปด้วยความใจดี
“ป๊าแค่รู้สึกเสียใจที่ป๊าเคยพยายามยัดเยียดคนอื่นให้ลูก โดยไม่เคยคิดถึงสิ่งที่ลูกชายตัวเองต้องการจริงๆ นัท ป๊าต้องขอโทษเรื่องวันนั้นด้วยนะลูก” ผมพยักหน้าและตอบกลับด้วยความรู้สึกโล่งใจ
“เออ ไม่เป็นไรเครับป๊า ผมเข้าใจ”
“ป๊า โอเคจริงๆ ใช่มั้ยที่ผมไม่ได้ชอบผู้หญิง?” ภาคถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ทำไมป๊าจะไม่โอเคล่ะ นี่มันสมัยไหนัแล้ว ดีซะอีก ป๊าได้ลูกชายเพิ่มมาอีกคน” ป๊าตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง พูดเหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้ ภาคเดินไปสวมกอดป๊ากับม๊าอย่างอบอุ่น ก่อนจะหันมาบอกกับพวกเขา
“ขอบคุณครับป๊า ม๊า”
ม๊ายิ้มอย่างอบอุ่นและพูดต่อไป
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แกยังไม่ได้แนะนำตานัทให้เรารู้จักเว่าเป็นลูกเต้าใคร”
ป๊าถามอย่างไม่ถือสา บรรยากาศใบ้านตอนนี้เริ่มดูอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ และดูไม่น่ากลัวเหมือนที่ผมคิดไว้ก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกโล่งใจและอบอุ่นใจไปด้วย ภาคหันมาทางผมแล้วยิ้ม
“กลับแล้วนะครับป๊า ม๊า ไว้ผมจะแวะมาใหม่” ผมและภาคเอ่ยลาท่านทั้งสองขณะยืนอยู่ที่หน้าบ้าน
“ใจคอลูกๆ จะไม่มาค้างที่บ้านบ้างเหรอ” ม๊าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่มีความหวัง
“โหหหหม๊า ไม่เอาน่า ไม่งอนนะครับ สัญญาว่าวันหลังผมค้างแน่นอน” ภาคตอบกลับด้วยเสียงหวานๆ
“คร้าบบบ กลับัดีๆ นะลูก” ม๊ายิ้มและโบกมือให้เราทั้งสอง
“หน้ามึงดูระรื่นจังนะสัสสส ก่อนมายังกะหมาโดนรถทับ” ผมแซวภาคที่ดูดีใจเป็นพิเศษ
“เอออ เค้ารับกูได้จริงว่ะ” ภาคพูดด้วยความดีใจ
“เค้าเป็นพ่อแม่มึง เค้ารับมึงได้อยู่แล้ว ไปกลับได้แล้ว กูง่วง” ผมตอบและทำท่าจะนั่งหลับ
รถเคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังใหญ่ มุ่งหน้าไปยังคอนโดของผม
“งั้น... ข้อตกลงของเราสิ้นสุดแล้วใช่มั้ยวะ” ผมถามภาค ขณะนั่งอยู่ใรถ
ภาคเบรครถอย่างรวดเร็วทำให้ผมแทบจะทิ่มไปข้างหน้า
“มึงเบรคเชี้ยไรเนี่ย หน้ากูทิ่มหมดละสัส” ผมบ่นอย่างหงุดหงิด
“ถ้ากูจะบอกว่ากูอยากจีบมึงจริงๆ อีกครั้ง มึงจะเชื่อกูมั้ย? กูไม่อยากให้มึงเป็นแฟนปลอมๆ กูอยากเป็นแฟนกับมึงจริงๆ” ภาคพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่มีกลิ่นอายของความอ่อนโยน
“ส่วนเรื่องพลอย กูยังอยากทำให้มึงลืมเค้าเหมือนเดิมถ้ามึงต้องการ...”
“กูไม่รู้ว่าตอนนี้มึงลืมเค้าได้บ้างรึยัง รู้สึกดีกับกูบ้างมั้ย” มันพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“แต่กูอยากให้มึงรู้ว่าที่กูทำทั้งหมดเพราะกูไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกับมึง”
คำพูดของภาคทำให้บรรยากาศใรถเปลี่ยนไปจากการพูดคุยเบาๆ มาเป็นความจริงจังที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ผมมองหน้าภาคที่เต็มไปด้วยความหวังและความตั้งใจ ผมลอบถอนหายใจและมองออกไปนอกหน้าต่างใขณะที่คิดเรื่องทั้งหมดที่ภาคเพิ่งพูดออกมา มันเหมือนกับว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซับซ้อนและไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราคิดไว้
“หลังจากนี้กูขอโอกาสได้มั้ย ให้กูได้ดูแลมึงใฐานะอะไรก็ได้ที่มึงอยากให้เป็น จนกว่ามึงจะเปิดใจหรือถ้าวันไหนมึงไม่อยากให้กูอยู่ตรงนี้มึงแค่บอกกู....” ภาคพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนเศร้าและจริงจัง ขณะขับรถมาที่คอนโดของผม
“ฝันดีนะ” มันบอกผมก่อนจะก้าวขาออกจากรถอย่างช้าๆ
“อืม” ผมตอบกลับสั้นๆ
เที่ยง....
PHAK: สัปดาห์นี้ว่างมั้ย ไปเที่ยวัจู่ๆ ไอ้ภาคก็ส่งข้อความมาชวนผมไปเที่ยวโดยไม่บอกล่วงหน้าเ
NAT: ไอ้-่าสัปดาห์นี้กูไม่มีเวร มึงจะไม่ให้กูพักเไง๊
PHAK: นี่ไงเดี๋ยวกูพามึงไปพักผ่อน ไปทะเลั
NAT: มึงเลี้ยงกูนะ ทุกอย่าง ผมตอบกลับไปอย่างกวนๆ จริงๆ แล้วผมก็อยากไปทะเลอยู่เหมือนั นานแล้วที่ไม่ได้ออกไปไหนไกลๆ เวลาส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการทำงาน เพราะผมอยู่ใวัยสร้างตัว
PHAK: บอกแล้วไงว่ากูเลี้ยงมึงได้ทั้งชาติ ไม่ต้องห่วง งั้นเย็นวันศุกร์กูแวะไปรับที่คอนโดนะ
NAT: เออๆๆ เดี๋ยวเจอั!
ผมยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น นานๆ ทีจะได้ออกไปเที่ยวพักผ่อนจริงๆ สักที ทะเลก็ดูเป็นตัวเลือกที่ดี ถึงแม้จะเหนื่อยจากการทำงาน แต่การได้ไปชิลล์ก็คงทำให้ลืมความเหนื่อยล้าไปได้ไม่น้อย
เย็นวันศุกร์....
ไอ้ภาคมันขับรถมารับผมที่คอนโดตามนัด เรากำลังจะไปทะเลั แต่ที่ไหนน่ะเหรอ? ผมก็ยังไม่รู้เหมือนั รู้แค่ว่ามันบอกว่าจะพาไปทะเล
“มึงกินข้าวเย็นยัง?” มันถามขึ้นทันทีที่ผมขึ้นรถ เหมือนเดิมเ เจอหน้าัทีไร ต้องถามเรื่องกินทุกที
“ใจคอมึงนี่ เจอหน้ากูทีไร ถามแต่เรื่องกินตลอด ยังเ หาไรกินก่อนมั้ย” ผมตอบกลับอย่างขำๆ
“เอาดิ มึงอยากกินไร” มันหันมาถามต่ออย่างใส่ใจ
“อะไรก็ได้มึง ง่ายๆ แต่อร่อย” ผมตอบอย่างไม่คิดมาก เรื่องกินง่ายอยู่แล้ว
“กินกูมั้ย ง่ายด้วย อร่อยด้วย กูคอนเฟิร์ม” มันตอบกลับมาอย่างทะลึ่งกวนตีน
“ปากดีนะมึงอ่ะ เดี๋ยวมึงเจอกู ไปได้ละสัสกูหิว” ผมหัวเราะ ก่อนที่เราจะแวะกินอาหารตามสั่งข้างทางง่ายๆ ระหว่างที่เรานั่งกินข้าว ผมก็อดสงสัยไม่ได้
“ทำไมมึงถึงเดินทางกลางคืนเนี่ย?”
“กูแค่อยากใช้เวลากับมึงนานๆ เห็นมึงว่างแค่เสาร์อาทิตย์นี้ ถ้ามาพรุ่งนี้กูก็จะได้อยู่กับมึงน้อยลง” คำตอบของมันทำเอาผมอึ้งไปชั่วขณะ
“เลี่ยนสัสสสสส” ผมอดแซวมันไม่ได้
หลังจากเราทานข้าวเสร็จ ก็ออกเดินทางัต่อ ไอ้ภาคมันขับรถแบบสบายๆ กินลมชมวิวไปเรื่อย จนเกือบๆ สี่ทุ่มเราถึงที่พักใที่สุด กว่ามันจะขับถึง มัวแต่ขับช้าเหมือนเต่า ชมวิวอะไรของมันไม่รู้
“มึงขับช้ากว่านี้อีกนิด กูนึกว่ามึงจะพากูไปเที่ยวอาทิตย์หน้า” ผมแซวมันขำๆ
“กูแค่ไม่อยากให้เวลาที่อยู่ด้วยัหมดเร็วไป” มันตอบพร้อมยิ้มบางๆ ทำเอาผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“โคตรเลี่ยนเว่ะ” ผมหันไปแซวแก้เขิน ก่อนจะมองออกไปยังที่พักริมทะเลที่เงียบสงบ
ณ ที่พักริมทะเล.....
“เช็คอินครับ สองห้อง” ไอ้ภาคมันบอกพนักงานต้อนรับทันทีที่เราเดินเข้าล็อบบี้ของรีสอร์ท
“คุณภาคินน์ใช่มั้ยคะ? ขออภัยด้วยนะคะ ทางเราเกิดความผิดพลาดเรื่องจำนวนห้อง ตอนนี้เหลือว่างแค่ห้องเดียวค่ะ เป็นห้องสวีทรูมนะคะ ไม่ทราบว่าจะสะดวกพักได้มั้ยคะ? ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ” พนักงานต้อนรับพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความกังวลใจ
ไอ้ภาคมันหันมามองหน้าผมอย่างลำบากใจ “เอาไงดีมึง?”
“เออๆ ห้องเดียวก็ห้องเดียว กูง่วงชิบหายแล้วเนี่ย” ผมตอบกลับอย่างไม่คิดมาก ไม่ได้ติดใจอะไรอยู่แล้ว ก็แค่ห้องนอน อีกอย่าง ผู้ชายด้วยัทั้งนั้น เราเคยเห็นอะไรัมาเยอะแล้ว จะกลัวอะไร
“ขอโทษเรื่องห้องด้วยนะมึง จริงๆ กูจองสองห้องไว้เพราะกลัวมึงจะอึดอัด” ไอ้ภาคมันพูดอย่างจริงจัง ดูก็รู้ว่ามันตั้งใจทำให้ผมสบายใจ
“ไม่ต้องคิดมากหรอก กูไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น ว่าแต่มึงเถอะ กลัวกูจะทำให้มึงอึดอัดหรือไง” ผมแกล้งหยอกมันขำๆ ก่อนจะหันไปเซ็นเอกสารเช็คอิน
“กูอึดอัดที่ไหนั กูมีความสุขจะตายที่ได้อยู่กับมึงแบบนี้” มันยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับ ทำเอาผมต้องหันไปมองมันด้วยสายตาคาดโทษ
หลังจากจัดการเรื่องเช็คอินเสร็จ เราก็เดินขึ้นไปยังห้องสวีทที่ว่าั ห้องกว้างขวาง มีเตียงใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ผมทิ้งตัวลงบนเตียงทันทีอย่างไม่ลังเล
“กูบอกแล้วว่าไม่ต้องห่วงน่า สบายจะตาย” ผมหันไปยิ้มให้มันที่ยังยืนงงอยู่ข้างประตู
“เออๆ งั้นกูจะขอนอนกอดมึงแทนหมอนข้างนะคืนนี้” มันพูดติดตลกก่อนจะเดินเข้ามาทิ้งตัวลงข้างๆ ผม
“มึงกล้าก็ลองดู” ผมหัวเราะพลางหยิบหมอนฟาดมันไปทีนึง
“แดกไวน์มั้ย? เค้าเตรียมไว้ให้ให้องอ่ะ ดื่มหน่อยเดี๋ยวเค้าเสียใจ” ผมเอ่ยชวนมันดื่ม จริงๆ แล้วผมไม่ได้ง่วงขนาดนั้นหรอกครับ ถึงจะบอกว่าเหนื่อย แต่คืนนี้มันคือคืนวันศุกร์ ยังมีเวลาให้ใช้ชีวิตัอีกยาว
“เอาดิ” ไอ้ภาคมันตอบอย่างไม่ลังเล พอเปิดขวดไวน์เสร็จ เราก็นั่งดื่มัไปเรื่อยๆ พูดคุยเรื่องไร้สาระบ้าง เรื่องซีเรียสบ้าง สลับัไป ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนว่าได้มาพักผ่อนใวันหยุดจริงๆ ไม่มีเรื่องเครียดใดๆ มากวนใจ
จนไวน์ขวดนั้นพร่องไปเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มอบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น ไอ้ภาคมันนั่งพิงหัวเตียง ขาเหยียดไปข้างหน้า ใมือมันยังคงถือแก้วไวน์ไว้ ส่วนผมนั่งอยู่ข้างๆ มองดูมันอย่างเงียบๆ
“มึงชอบกูบ้างยังวะ?” มันถามต่อ ดวงตามันเริ่มปรือ แต่ยังคงจ้องผมอยู่ “แต่ไม่เป็นไร...กูรอมึงได้เสมอ...กูรอมึงได้” น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความจริงจัง แต่น้ำเสียงนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปเพราะแอลกอฮอล์
ผมหันไปมองมันอีกครั้ง เห็นความจริงใจใดวงตาคู่นั้น ผมยิ้มบางๆ แล้วหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่มอีกครั้ง
“มึงนี่มัน...พูดมากจริงๆ” ผมแกล้งตอบมันด้วยน้ำเสียงขี้เล่น แต่ใใจกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ยิ่งแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ก็พูดมากเพราะกูอยากให้มึงรู้ไง...ว่ากูไม่เคยเปลี่ยนใจ” มันยิ้มให้ผม แววตายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม
“กูบอกแล้วเมิงงงงแล้วว่าครั้งนี้กูจะไม่ถอย ไม่ว่าจะอีก 1 ปี 2 ปี 5 ปี 10 ปี หรือทั้งชีวิตกูก็จะรอเมิงคนเดียวนะ...นัททท” มันลากเสียงยาวแบบคนเมาที่เริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ คำพูดของมันทำให้ผมนิ่งไปพักหนึ่ง เพราะลึกๆ แล้วผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะจริงจังขนาดนั้นเเหรอ มันจะรอผมจริงๆ อย่างที่พูดได้เหรอ
“กูสัญญา...กูจะไม่ทำให้เมิงอึดอัดแน่นอน กูระ...”
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบประโยคมือของผมเลื่อนขึ้นไปจับที่ใบหน้าของมัน ก่อนที่จะประกบปากของผมลงบนริมฝีปากของมันอย่างเบาๆ ผมรู้สึกถึงความร้อนจากริมฝีปากของมันที่สัมผัสกับของผม ขณะที่ลมหายใจของเราปะทะัเบาๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเรากลายเป็นเหมือนกับโลกที่ปิดล้อมแค่เราเพียงสองคน ภาคตอบสนองต่อจูบของผมอย่างอ่อนโยน มือของมันยกขึ้นมาจับที่เอวของผมอย่างมั่นคง เราทั้งคู่เริ่มสูญเสียตัวตนไปกับการสัมผัสนี้
“กูขอได้มั้ย”
ผมเอ่ยปากขอออกไป คนที่สติไม่เต็มร้อยไม่ตอบอะไรกลับมา มีเพียงการตอบสนองด้วยจูบร้อนแที่ประทับลงบนริมฝีปากของผมแทนคำพูด ก่อนที่ความร้อนจากความรู้สึกนั้นจะเริ่มทวีความรุนแขึ้น ผมสัมผัสถึงความนุ่มนวลของริมฝีปากของภาค ขณะที่มันค่อยๆ เปิดปากขึ้นและลิ้นของมันเลื่อนมาแตะกับลิ้นของผม ลิ้นของเราทั้งคู่เคลื่อนไหวไปมาใจังหวะที่ประสานัเสียงดังจ๊วบจ๊าบ มันสัมผัสไปทั่วพื้นที่ใปากของผม ราวกับว่ากำลังสำรวจทุกซอกทุกมุมของความรู้สึกที่มีอยู่
เสื้อของมันค่อยๆ หลุดออกจากร่างกาย ทำให้เห็นสัดส่วนของกล้ามเนื้อที่แน่นตึง ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างกายที่เปลือยเปล่าของมัน และก็ไม่รอช้าใการสำรวจไปที่กางเกงที่สวมใส่อยู่ มือของผมไล่ลูบลงไปตามขอบกางเกง ก่อนที่จะค่อยๆ ปลดซิปลง
ขณะเดียวั ภาคเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า มือของมันสัมผัสไปที่ร่างกายของผม เริ่มลูบคลำไปตามร่างกายก่อนที่จะค่อยๆ เลื่อนมือไปที่ขอบกางเกงที่ผมใส่อยู่ และเริ่มถอดมันออกอย่างระมัดระวังจนตอนนี้เราเหลือเพียงกางเกงชั้นใที่ราคาแพงเพียงตัวเดียวห่อหุ้มร่างกาย
ไม่รอช้ามันผลักผมไปชิดกับขอบกำแพงห้อง แล้วเริ่มบรรเลงบทเพลงรักที่เราทั้งคู่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้ง มันยืนซ้อนอยู่ด้านหลังผม จมูกโด่งของมันซุกไซร้ไปตามซอกคอของผม ความรู้สึกจั๊กกะจี๊และ...เสียววาบเข้ามาแทบจะทันที มือหนาของมันก็ไม่อยู่นิ่ง ลูบไล้ไปตามอกแกร่งของผม พร้อมทั้งหยอกเย้ากับตุ่มไตทั้งสองข้าง จนตอนนี้มันแข็งชูชันขึ้นมาตอบสนองทุกสัมผัสของมัน เสียงลมหายใจของเราเริ่มหนักขึ้น ใขณะที่ความเร่าร้อนภายให้องก็ค่อยๆ ทวีความรุนแขึ้นตามไปด้วย
"อื้อออ ภาค..." ผมครางเรียกชื่อมันเบาๆ ขณะที่มันยังคงซุกไซร้ไล้สัมผัสไปตามร่างกายของผม จมูกของมันลากผ่านต้นคอ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง และหยุดที่บั้นท้ายของผม มันค่อยๆ กดใบหน้าลงไปสัมผัสช่องทางด้านหลังของผม ลิ้นร้อนของมันแตะลงที่รูจีบสีชมพูระเรื่อ ทำเอาผมสะดุ้งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
"อื้อออ ภาค...กู...เสียว..." ผมบอกมันทั้งที่เสียงสั่น ลิ้นของมันยังคงซุกซนอยู่ตรงนั้น ก่อนที่มันจะเปลี่ยนจากลิ้นมาเป็นนิ้วเรียวยาวสองนิ้วที่ค่อยๆ สอดเข้ามา
"อื้อออ...เจ็บ..." ผมร้องออกมาเบาๆ ความรู้สึกที่ทั้งเสียวและเจ็บปะปนัจนผมเกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่
"อย่าเกร็งนะครับ คนดี" มันปลอบผมด้วยเสียงนุ่มๆ พร้อมกับขยับนิ้วเข้าออกอย่างเบามือ ก่อนจะเพิ่มเป็นสามนิ้วใคราวเดียว ความรู้สึกที่ท่วมท้นเข้ามาทำให้ผมเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง
"อ๊ะ...อ๊า...กูเจ็บ..." ผมครางเสียงแผ่วออกมาอีกครั้ง แม้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ก็ยังทนไหว ความรู้สึกที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมเริ่มต้องการมากกว่านี้
"อ๊ะ...ใส่ของมึงเข้ามาเได้มั้ย...กู...กูไม่ไหวแล้ว" ผมพูดออกไปอย่างไม่อาย ความต้องการใตอนนี้ท่วมท้นจนผมไม่อาจกลั้นมันไว้ได้อีก
ภาคหยุดชั่วขณะ มันมองหน้าผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา พร้อมกับลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น เหมือนมันก็กำลังอดกลั้นไม่ไหวเหมือนั
"แน่ใจนะ?" มันกระซิบถามเสียงแหบพร่า ขณะที่ผมพยักหน้าอย่างเร่งร้อน.....
TBC…. กรี๊ด !!! ตอนนี้ยาวมาก ขออภัยที่เรามาช้าค่ะ อ่านให้สนุก เอ็นจอยนะคะ ขอตัวไปนอนก่อน เดี๋ยวแวะมาต่อ....ปัมาก่า คอมเ์เพื่อการปรับปรุงผลงานัได้เน้า ำัใจากุคือแขับเคลื่อนใการปั่่า
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??