เรื่อง (อ่านฟรีวันละตอน 12.00) เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง [จบแล้ว]

ติดตาม
บทที่ 669: ล่องูออกจากรู
บทที่ 669: ล่องูออกจากรู
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

        เมื่อมู่เทียนฉงเผชิญกับการรบเร้าของเหล่าขุนนาง เขาก็เงียบลงผิดปกติ แม้นเขาจะเคยแสดงท่าทีอย่างชัดเจนอยู่หลายครั้ง แต่ขุนนางพวกนี้ก็ยังคงพยายามหาช่องทางโจมตีเซียวถังอี้อยู่ดี

        และตอนนี้ความเงียบของฝ่าบาทก็เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้พวกเขารู้ว่าอ๋องเซียวกำลังมีปัญหาจริง ๆ

        ทันใดนั้นก็มีคนอาศัยโอกาสนี้ไปที่ตำหนักอ๋องเซียวหลังจากที่จบการประชุม เขาจะต้องพบชายหนุ่มให้ได้โดยประกาศว่าจะช่วยลบล้างข่าวลือของอีกฝ่ายแทนทุกคน

        แน่นอนว่าเซียวถังถังไม่สนใจคนไร้ความสามารถเช่นนี้และได้สั่งให้พ่อบ้านเหวินขับไล่คนผู้นั้นออกไปทันที นั่นทำให้เขาไม่พอใจมากและยืนกรานที่จะเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูตำหนักไม่ยอมไปไหน พร้อมกับเรียกร้องขอเข้าพบท่านอ๋องแล้วบอกว่าถ้าเขาไม่ได้พบอีกฝ่ายในวันนี้ เขาก็จะไม่มีทางไปไหน

        ขุนนางคนอื่น ๆ ที่ได้ข่าวก็พากันรอให้บุคคลนี้ถูกฝ่าบาทลงโทษ แต่คราวนี้กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และในวังหลวงก็ไร้การเคลื่อนไหวใด ๆ

        หากจะบอกว่าไม่มีก็ไม่ถูกเสียทีเดียว มีข่าวลือว่าหว่านเฟยไม่พอใจเรื่องการแต่งงานขององค์หญิงหกกับอ๋องเซียว นางจึงถูกฝ่าบาทลงโทษให้คัดพระไตรปิฎก

        เรื่องที่เกิดขึ้นในวังหลวงส่งผลต่อการตัดสินใจของขุนนางในราชสำนักทำให้ทุกคนเริ่มสับสน 

        แม้แต่มู่ไป๋ไป่ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ หลังจากที่ไปเยี่ยมเซียวถังอี้กลับมา ดังนั้นข่าวลือจึงยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าอ๋องหนุ่มจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แม้แต่ทหารที่ชายแดนก็ยังได้รับข่าวลือนี้ ส่งผลให้กองทัพเริ่มระส่ำระสาย 

        ในวังหลวง หญิงสาวทอดสายตามองออกไปข้างนอกเห็นเมฆดำปกคลุมท้องฟ้า บรรยากาศเริ่มมืดลง ไม่นานเม็ดฝนก็ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงพื้น ทันใดนั้นฝน-่าใหญ่ก็เทลงมาราวกับม่านน้ำตกครอบคลุมไปทั่วผืนฟ้า ทำให้ทิวทัศน์เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน

        เซียวถังถังรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องด้านใน ก่อนจะเช็ดน้ำฝนออกจากตัวพร้อมกับบ่นเบา ๆ ว่า “ฝนพวกนี้ตกเร็วตกแรงเกินไปแล้ว ข้าเกือบจะต้องหลบฝนอยู่ข้างนอกเสียแล้ว”

        เจ้าส้มส่ายหางเบา ๆ พลางส่งเสียงร้อง “แง้ว ๆ”

        “ถังถัง เจ้าช่วยสะบัดเบา ๆ หน่อยไม่ได้หรือ เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าแมวไม่ชอบน้ำ”

        หญิงสาวที่ได้ยินเสียงเจ้าแมวอ้วนร้องโวยวายก็เข้าใจว่ามันต้องการจะบอกอะไร “ขอโทษนะเจ้าส้ม เมื่อกี้ข้าไม่เห็นเจ้า”

        นางหยุดสะบัดน้ำออกจากตัวแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินไปหาศิษย์พี่ใหญ่พลางถอนหายใจ “ฝนตกลงมาได้ถูกเวลาจริง ๆ”

        “ใช่ ฝนมาถูกเวลาจริง ๆ” มู่ไป๋ไป่แย้มยิ้ม “มันช่วยขวางคนหลายคนเอาไว้ได้ และยังพัดพาคนออกไปได้ด้วย”

        “ข้าได้ยินมาจากพี่รองว่ากองทัพตระกูลเซียวค่อนข้างวุ่นวายอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวหันไปถามศิษย์น้อง “มันจะกระทบต่อแผนของเราหรือไม่?”

        “ไม่หรอก” เซียวถังถังบอกปัดด้วยสายตาเย็นชา “มีเพียงคนสายตาสั้นบางคนที่พยายามดิ้นรนทำอะไรไร้ประโยชน์เท่านั้น มันไม่คุ้มค่าให้พูดถึงหรอก สิ่งที่เราสมควรจะสนใจจริง ๆ ก็คือปลาตัวใหญ่พวกนั้น กองทัพตระกูลเซียวอยู่ภายใต้การควบคุมของท่านพี่ คนพวกนั้นไม่สามารถสร้างคลื่นลมมากระทบเราได้ ท่านคอยดูต่อไปเถอะ”

        เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าคนเป็นศิษย์น้องมั่นใจมากขนาดนั้น เธอก็อดที่จะรู้สึกโล่งใจไม่ได้ และหันไปมองฝนที่ตกหนักข้างนอกอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ถอนหายใจหนัก ๆ “ดูเหมือนว่าสวรรค์จะเข้าข้างเรา ข้าคิดว่าคนพวกนั้นคงกำลังทำอะไรบางอย่างที่ขัดต่อประสงค์ของสวรรค์!”

        “ท่านพูดถูก!” 

        

        ในทงโจว อ๋องเป่ยเจียงและต้วนอ๋องถูกสายฝนกระหน่ำขวางทางเอาไว้ เมื่ออ๋องเป่ยเจียงมองไปยังสะพานที่ถูกตัดขาดตรงหน้า เขาก็รู้สึกโมโหขึ้นมา “เอาเถอะ ข้าจะลองดูว่าหากเราใช้ทางอ้อมแล้วจะไปถึงเมืองหลวงก่อนสิ้นเดือนนี้หรือไม่”

        หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เขาก็ถอยกลับเข้าไปในรถม้าแล้วสบถในใจ 

        ทางด้านต้วนอ๋องมองดูท่าทางโกรธเคืองของอีกฝ่ายและอดไม่ได้ที่จะพูดโน้มน้าวว่า “อย่างไรก็ตาม เราก็มีคนอยู่ในราชสำนัก ดังนั้นเพียงแค่เวลาเท่านี้ เราไม่ต้องรีบร้อนหรอก”

        อ๋องเป่ยเจียงส่ายหัวพูดว่า “ตามรายงานลับ เซียวถังอี้อาจจะไม่สบายจริง ๆ ตระกูลเซียวมีเพียงเซียวถังอี้กับท่านหญิงเซียวเท่านั้น ตอนนี้กองทัพตระกูลเซียวระส่ำระสาย ซึ่งเป็นโอกาสเหมาะของเรา ถ้าไม่ใช่เพราะฝนนี้ เราอาจจะไปถึงเมืองหลวงในวันมะรืน”

        ต้วนอ๋องไม่เห็นด้วยและกล่าวว่า “เซียวถังอี้เป็นเทพสงครามแห่งเป่ยหลง เขาจะพ่ายแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร มันเป็นเพียงข่าวลือ เราจะต้องระวังกันเอาไว้”

        จากนั้นทั้ง 2 คนก็เริ่มถกเถียงกันเกี่ยวกับอ๋องเซียวอยู่ในรถม้า ข้างนอกฝนยังคงตกหนักจนทำให้การสัญจรไปมายากลำบากมากขึ้น

        ในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ มู่ไป๋ไป่ได้แอบไปที่ตำหนักอ๋องเซียวเพื่อเยี่ยมเซียวถังอี้และหารือกับเซียวถังถังถึงแผนการขั้นต่อไป

        ในเมืองหลวง บนถนนทางทิศตะวันตกของเมืองมีชายคนหนึ่งแอบออกจากประตูด้านหลัง เขากวาดตามองไปรอบ ๆ พอเห็นว่าไม่มีใครผ่านไปผ่านมา เขาจึงรีบปิดประตูและออกไปข้างนอก

        ไม่นานหลังจากที่ชายคนนั้นเดินจากไป เงาสีดำก็แล่นผ่านหลังคา มันวูบไหวอยู่หลายครั้งขณะที่คอยติดตามอีกฝ่ายไปเงียบ ๆ

        ชายผู้นั้นไม่รู้ว่ามีคนติดตามตนอยู่ ดังนั้นเขาจึงแอบไปที่คอกม้านอกเมืองเพื่อหยิบของของตัวเองแล้วรีบกลับออกมา ในตอนที่เขากำลังเดินผ่านป่าไผ่ แววตาของเขาก็เปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะรีบดึงดาบออกมาแล้วค่อย ๆ เดินต่อไป

        ด้านหลังของพวกเขาทั้ง 2 คน มีงูตัวหนึ่งติดตามพวกเขามาจากในเมืองจนกระทั่งนอกเมือง จากนั้นก็ติดตามมาถึงป่าไผ่ เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นดูเหมือนกำลังตกอยู่ในอันตราย มันก็รีบหันหลังเลื้อยออกไปขอความช่วยเหลือ

        พอมันกลับมาถึงป่าไผ่ ชายผู้นั้นหรือก็คือหลิวกวงได้เดินโซเซอยู่ท่ามกลางสายฝนคอยสาปแช่งเซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่ไม่หยุด

        เหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงไปที่คอกม้า นอกจากพ่อของเขาจะตายแล้ว คนในครอบครัวของเขาก็ยังถูกขังอยู่ในคุก มันทำให้เขาไม่มีที่หลบซ่อน

        ในขณะที่หลิวกวงยังคงก่นด่าไม่หยุด จู่ ๆ เขาก็สะดุดรากไม้จนล้มลงกับพื้น แล้วเขาก็ตะโกนสาปแช่งไม่หยุด “ตอนนี้แม้แต่รากไม้ผุ ๆ ก็ยังกล้ารังแกข้าหรือ ข้ารังแกได้ง่ายหรืออย่างไร…”

        ทันใดนั้นก็มีแสงสีเงินปรากฏขึ้น ชายหนุ่มรีบหลบโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะลุกขึ้นสบถด่าอีกครั้ง

        “บ้าเอ๊ย…”

        จังหวะที่เขากำลังเงยหน้าขึ้นมา พอเห็นคนที่ลงมือเขาก็ต้องตกใจ เขาเห็นว่าชายคนนั้นสวมชุดสีดำ สวมผ้าปิดบังใบหน้าซึ่งเป็นชุดนักฆ่าพื้นฐาน เขาจึงรีบวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว

        อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝนตกหนักมาก บริเวณนี้เป็นป่าไผ่ที่หนาทึบ การเคลื่อนไหวจึงยากลำบาก หลิวกวงที่วิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็เห็นแสงสีเงินตกกระทบลงมาบนศีรษะอีกครั้ง ในตอนที่เขาคิดว่าตนเองจะต้องตายแล้ว เขาก็เห็นชายคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะมาขวางทางเอาไว้ได้ทันเวลา

        “ช่วยด้วย!” ชายหนุ่มตะโกนขอความช่วยเหลือในขณะที่ไปหลบซ่อนอยู่ด้านหลังอีกฝ่าย “ช่วยข้าด้วย ข้าคือ…”

        ในตอนที่เขากำลังจะเอ่ยชื่อของตัวเอง เซียวอวิ๋นถิงก็เข้าไปโรมรันพันตูกับนักฆ่า เขาจึงรีบไปซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่และแอบมองคนทั้ง 2 จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ถอยกลับไปด้วยความกลัวก่อนจะหันหลังวิ่งหนี

        ผู้บัญชาการเซียวได้ทำ 2 อย่างในเวลาเดียวกันก็คือต่อสู้กับนักฆ่าไปพร้อมกับจับตาดูการเคลื่อนไหวของหลิวกวง จากนั้นการโจมตีของเขาก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในไม่ช้าการต่อสู้ก็จบลง แล้วเขาก็วิ่งไล่ตามอีกฝ่ายไป

        ยามนี้หลิวกวงกำลังวิ่งหน้าตาตื่นมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงพลางร้องไห้คร่ำครวญ ตะโกนด่าทอไปตลอดทาง 

        ในตอนที่เขาคิดว่าตนได้หนีพ้นจากนักฆ่าแล้ว เซียวอวิ๋นถิงก็วิ่งตามมาทัน

        “เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า…” ชายหนุ่มมองคนที่ตามมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง “เจ้าไม่ใช่มนุษย์ ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ เจ้าจะวิ่งเร็วถึงเพียงนั้นได้อย่างไร แล้วนักฆ่าล่ะ เจ้าจัดการมันไปหรือยัง ขอบคุณนะพี่ชาย แต่ข้ามีเรื่องที่ต้องไปจัดการ ข้าขอตัวก่อน!”

        ก่อนที่หลิวกวงจะพูดจบ เขาก็เริ่มวิ่งไป 2-3 ก้าว แต่ก็ถูกเซียวอวิ๋นถิงคว้าคอเสื้อเอาไว้และโยนขึ้นไปบนหลังม้า จากนั้นเขาก็ควบม้ามุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงอย่างรวดเร็ว

        

        ที่ตำหนักอ๋องเซียว มู่ไป๋ไป่ได้รู้เรื่องที่ผู้บัญชาการเซียวสามารถจับคุณชายหลิวมาได้สำเร็จ คราวนี้เธอยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในขณะที่พูดกับเซียวถังอี้ว่า “เป็นเจ้าส้มที่ช่วยล่อให้งูออกมาจากรู ท่านต้องยกความดีความชอบให้มัน ไม่อย่างนั้นคราวหน้าเราจะใช้งานมันไม่ได้อีก”

        ชายหนุ่มเห็นด้วย “เจ้าอยากกินมื้อเที่ยงที่นี่หรือไม่?”

        หญิงสาวมองดูท้องฟ้าด้านนอกแล้วพยักหน้า เพียงไม่นานเธอก็กลับมาขมวดคิ้วเช่นเดิม “นี่ก็ผ่านไป 2 วันแล้ว ฝนยังตกหนักได้ถึงขนาดนี้ พวกชาวบ้านจะได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่?”

ตอนต่อไป
บทที่ 670: อย่าล่วงเกินมู่ไป๋ไป่

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา