เรื่อง นิทานคีตา กาลครั้งนั้น
ตอนที่ 385 นักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 4คำ
เพชฌฆาตลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับท้องฟ้าสีคราม เบื้องหน้าเขาคือใบหน้าของเลโอและไลล่าที่ยิ้มยินดี อาการอ่อนล้าทั่วร่างยังคงอยู่แต่พลังจิตวิญญาณในร่างของเขากลับเต็มเปี่ยม ดูเหมือนว่าสองนักบวชจะรักษาบาดแผลและเติมพลังจิตวิญญาณให้เขาเรียบร้อยแล้วยามที่เขาหมดสติ
“ขอบุครับ” เพชฌฆาตตอบเสียงตาย ความเปลี่ยนแปลงของเพชฌฆาตทำให้คนทั้งสามขมวดคิ้วแน่น ไลล่าเตรียมปัดเป่าสิ่งผิดปกติอีกครั้งหากกลับเป็นเพชฌฆาตที่ส่ายหน้า
“การจะมอบพลังจิตวิญญาณให้คนอื่นผมต้องถวายสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าวิญญาณหรือดวงจิตครับ สำหรับผมมันคือความสุขครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาเคร่งเครียดของทั้งสามแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลและเป็นห่วงอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องห่วงครับ สองสามวันก็หายแล้ว ดีเสียอีกพวกุจะได้ไม่ต้องฟังผมพูดมาก ผมเองก็รู้ตัวนะว่าพวกุคงจะรำคาญ” เพชฌฆาตพูดเสียงเบา เขามองทั้งสามด้วยสีหน้าตายด้าน
ในมือของโฮโคือผลึกขนาดเท่าหัวคนสีเทาน้ำเงินขุ่นที่แผ่พลังจิตวิญญาณหนาแน่นออกมา ภายในผลึกนั้นเพชฌฆาตสามารถเห็นใบหน้าของราชินีฉลามสูบชีวิตที่โกรธแค้นได้อย่างชัดเจน
เพชฌฆาตพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเดินแยกตัวออกไปทางด้านหลัง เขาหยิบศิลาส่งผ่านสีทองขึ้นมารายงานความสำเร็จกับผู้เป็นนาย
ทั้งกลุ่มพลันเงียบไปเล็กน้อย ไม่ทราบว่าควรจะตอบโต้กลับไปเช่นไรดี เพชฌฆาตในรูปแบบนี้แปลกพิกล พวกเขาไม่ชินแม้แต่น้อย
“เออ…ถ้าุเพชฌฆาตบอกว่าไม่เป็นไร…ก็คงจะไม่เป็นไรนั่นล่ะครับ” โฮโเกาแก้มของตนน้อย ๆ
เลโอและไลล่าปรายตามองเพชฌฆาต เมื่อครู่ทั้งสองมั่นใจว่ารักษาทุกสิ่งจนหายดีแล้ว แม้แต่ดวงวิญญาณที่บาดเจ็บยังเริ่มการฟื้นฟูจนพ้นระยะอันตรายแล้ว ความผิดปกติที่เกิดขึ้นหากเป็นเพราะสิ่งอื่นพวกเธอต้องสามารถปัดเป่าได้ แต่ในเมื่อพวกเธอไม่สามารถกระทำได้งั้นมันก็สมควรจะเป็นอย่างที่เพชฌฆาตว่าจริง ๆ
“เลยหมดอารมณ์ฉลองเลยนะคะ ภารกิจสำเร็จแถมุโฮโยังเลื่อนเป็นนักสลักเอกทั้งที” เลโออมยิ้มขำ
“ไว้กลับไปค่อยฉลองกันก็ได้ครับ จะได้อยู่กันครบ ๆ ด้วย” โฮโหัวเราะ เขาย่อมไม่คิดมากกับอีกเรื่องแค่นี้ อาการของเพชฌฆาตส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเขาเองที่ยังไม่แกร่งพอ เพชฌฆาตจึงต้องถวายความสุขเพื่อเสริมพลังเขาเช่นนั้น
ไลล่าแตะแก้มของตนอยู่ครู่หนึ่งราวกับคิดอะไรบางอย่าง ท้ายที่สุดจึงเผยรอยยิ้มบางเบา ล้วงหยิบบางสิ่งจากในกระเป๋า “งั้นรับนี่เป็นรางวัลปลอบใจไปก่อนนะคะ เก่งมากค่ะุโฮโ”
ในมือของไลล่าคือผ้าคาดผมขนาดเท่าฝ่ามือที่มีสีน้ำตาลอ่อนและปักลายปลาคาร์ป ตัวมันเองมีพลังศักดิ์สิทธิ์อันแสนคุ้นเคยแฝงอยู่เบาบาง เมื่อโฮโสังเกตให้ชัดเจนจึงได้ทราบว่ามันเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของไลล่าเอง
“ฉันชอบปักผ้าน่ะค่ะก็เลยมีผ้าคาดผมแบบนี้อยู่เยอะ อันนี้เองก็พึ่งปักเสร็จไม่นานนี้เอง ไม่ใช่วัตถุสลักคำหรือวัตถุเสริมอาคมอะไรหรอกนะคะ เพราะงั้นอย่าคาดหวังล่ะ” ไลล่าหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะยื่นผ้าคาดผมนั้นให้โฮโ
“ขอบุมากครับ!” โฮโรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาไม่สนใจสักนิดว่ามันจะเป็นสมบัติหรือไม่ ที่สำคัญคือมันเป็นของขวัญจากเพื่อนของเขา
โฮโคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าตนควรพกผ้าคาดผมนี้อย่างไรดี เขาไม่ใช่คนผมยาวจึงไม่จำเป็นต้องคาดผม การจะห้อยไว้ตามเสื้อผ้าก็ดูจะไม่เหมาะ ท้ายที่สุดแล้วเขาจึงตัดสินใจนำมันไปมัดไว้กลับปลายคันธนูสีทองคู่ใจของเขา
“ยินดีด้วยนะคะที่ขึ้นเป็นนักสลักเอก” ไลล่ากับเลโอตบมือน้อย ๆ การขึ้นเป็นนักสลักเอกคือกำแพงหนากำแพงแรกที่ผู้ขีดเขียนชะตาต้องฝ่าฟันหากต้องการจะไปต่อ มันคือเส้นแบ่งระหว่างคนที่ค้นพบคำแห่งพลังของตัวเองกับผู้ขีดเขียนชะตาที่แท้จริง
เส้นแบ่งนี้ไม่เพียงแบ่งแยกระหว่างปุถุชนกับผู้ขีดเขียนชะตา มันยังแบ่งแยกระหว่างอัจฉริยะผู้ล้มเหลวกับอัจฉริยะผู้สามารถก้าวไปต่อ แม้จะหายากหากก็ยังมีผู้เรียนรู้มากมายที่สามารถค้นพบคำแห่งพลังของตนได้ถึง 3 และ 4คำ ดังเช่นเหล่านักผจญภัยระดับมรกตและหน่ออ่อนของขุมกำลังต่าง ๆ
สิ่งที่สำคัญจริง ๆ จึงเป็นว่าบุคคลเหล่านั้นจำสามารถเรียนรู้คำแห่งพลังของตนจนถ่องแท้ได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถใช้ศักยภาพของตนได้อย่างแท้จริงหรือเปล่า พวกเขาจะกลายไปเป็นผู้ที่คนทั้งมหาทวีปจับตามองได้หรือจะเป็นเพียงอัจฉริยะผู้ไม่อาจขึ้นเป็นนักสลักเอก
และในที่สุด โฮโก็พิสูจน์ตนเองแล้วว่าเขานั้นยังสามารถก้าวไปต่อ
“ครับ! กลับไปผมจะขอท้าประลองกับุนิทานอีกครั้ง ครั้งนี้ผมไม่แพ้แน่!” โฮโยิ้มตอบด้วยสายตามุ่งมั่น เขายังจำความพ่ายแพ้ครั้งก่อนได้ดี เขาในตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก พลังของอีกฝ่ายก็พอจะจับทางได้แล้ว หากเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้เขาต้องมีโอกาสแน่
ไลล่ากลอกตา ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา ชายหนุ่มตรงหน้านี้คลั่งการต่อสู้อย่างแท้จริง
ความมั่นใจของโฮโตอนนี้ทะยานขึ้นสูงที่สุดในชีวิตของเขา เขามั่นใจว่าไม่ว่าสิ่งใดเขาก็สามารถกระทำได้ พลังระดับนักสลักเอกนั้น-่างไกลจากระดับผู้เรียนรู้มากยิ่งกว่าที่เขาคาด
ยามที่ผู้ขีดเขียนชะตาเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้ คำแห่งพลังคำนั้นจะหลอมรวมเข้ากับห้วงจิต แสดงอักษรโบราณของมันออกมาสู่โลกความเป็นจริง แล้วจึงสลักไว้บนร่างกายของผู้ขีดเขียนชะตา
คำแห่งพลังคำนั้นจะได้รับการหนุนเสริมและพัฒนาความสามารถในแทบทุกด้าน หากสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการหล่อเลี้ยงจากคำแห่งพลัง เมื่อมีคำใดคำหนึ่งหลอมรวมเข้ากับห้วงจิตได้สำเร็จ คำแห่งพลังทั้งหมดจะส่งพลังจิตวิญญาณของมันออกมาหล่อเลี้ยงร่างกายของนักสลักผู้นั้น ทำให้กายภาพและพลังจิตวิญญาณของเขามั่นคงแข็งแกร่งพร้อมสำหรับการขีดเขียนชะตาในอนาคต
การหล่อเลี้ยงนั้นไม่ใช่การพัฒนาในเชิงุภาพดังเช่นยามที่เรียนรู้คำแห่งพลังจนถ่องแท้ หากเป็นการพัฒนาเชิงปริมาณ ดังนั้นยิ่งมีคำแห่งพลังมากเพียงใดก่อนที่จะเรียนรู้คำแห่งพลังคำแรกสำเร็จ ร่างกายของผู้ขีดเขียนชะตาผู้นั้นก็ยิ่งได้รับการหล่อเลี้ยงมากเท่านั้น
นี่คือเหตุผลที่นักสลักเอกที่เกิดจากผู้เรียนรู้มากคำจะแข็งแกร่งกว่านักสลักเอกจากผู้เรียนรู้น้อยคำ และในมหาทวีปนี้ นักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 4คำคือผู้ที่เข้าใกล้จุดสูงสุด ตัวตนเช่นพวกเขาคือสิ่งที่ขุมกำลังใหญ่เฝ้าตามหาเพื่อฟูมฟัก เป็นเส้นแบ่งความแข็งแกร่งระหว่างยอดอัจฉริยะกับผู้มีพรสวรรค์
ท้ายที่สุดแล้วโฮโก็ก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ได้สำเร็จ เขาสามารถเชิดอกพูดได้อย่างภาคภูมิว่าเขาคือตัวแทนแห่งกลุ่มการค้าอิสึกะอันเกรียงไกร
“ถ้าอยากจะสู้นัก ปีกแห่งผืนฟ้าก็น่าจะยังอยู่ไม่ไกลนะครับ” เพชฌฆาตพึมพำเสียงเบา สีหน้าตายด้านและน้ำเสียงของเขายังคงไร้ซึ่งความร่าเริง
เลโอสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อได้ยินเพชฌฆาตกล่าวเช่นนั้น เธอหันไปมองดุ ๆ ใส่เพชฌฆาต แต่เมื่อเห็นท่าทางนิ่งเฉยไร้ซึ่งเจตนาประชดใด ๆ แล้วเธอก็อดถอนหายใจไม่ได้ อีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไร เพียงพูดสิ่งที่คิดออกมาโดยทันทีเท่านั้น
คำพูดของเพชฌฆาตทำให้จิตใจใฝ่สู้ของโฮโหดลีบลงในชั่วพริบตา แม้แต่ความมั่นใจที่ก่อตัวจนแทบล้นก็มลายหายไป รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้างไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพของมวลหมู่เมฆที่รวมตัวในเคียววาดเมฆายังคงติดตรึงในหัวของโฮโ แสงสีส้มอัสดงที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอยามแสดงความเหนือชั้นสาดทอเข้าเต็มนัยน์ตา
เพียงนึกถึงเขาจึงได้รู้สึกตัว เขายังห่างไกลกับเธอมากเพียงใด
เธอเองก็เป็นเพียงนักสลักเอกเช่นเดียวกันกับเขา หากระดับพลังกลับต่างกันในระดับที่ไม่อาจเทียบเปรียบ หน้าของโฮโขึ้นสีแดงน้อย ๆ เมื่อนึกขึ้นได้ความภาคภูมิใจของตนเมื่อครู่น่าหัวร่อเพียงใด
เขาเพียงสังหารสัตว์อสูรระดับอริยะได้จากความร่วมมือของยอดฝีมือหลายต่อหลายคนเท่านั้น นั่นไม่ใช่ผลงานที่เขาควรภาคภูมิใจหรือนำมาโอ้อวดเลย
“ไม่ใช่วันนี้ก็สู้วันหน้าค่ะ ตราบใดที่ยังไม่ตายุก็ยังพยายามได้เสมอนะคะ” ไลล่าปรายตามองเพชฌฆาตน้อย ๆ อากาศรอบด้านจับตัวหนาขึ้นเล็กน้อย บดบังเพชฌฆาตให้ถอยห่างออกไป ตบท้ายด้วยการสะบัดมือโบกไล่เพชฌฆาตให้ไปทำตัวหม่นหมองที่อื่น
การเลื่อนระดับขึ้นเป็นนักสลักเอกคือช่วงเวลาหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้ขีดเขียนชะตา เธอย่อมไม่ยอมปล่อยให้มันกลายเป็นความทรงจำอันน่าหดหู่ของโฮโ
เพชฌฆาตเลิกคิ้ว เมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของไลล่าเขาจึงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “นักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 4คำ สุดยอดไปเลยนะครับ ขนาดผมเองยังพึ่งค้นพบคำที่ 4 ได้หลังจากขึ้นเป็นนักสลักเอกแล้วเลย”
โฮโไม่ได้ฟังคำพูดของเพชฌฆาตแม้แต่น้อย มีเพียงไลล่าที่หันมาจ้องดุใส่เขาเขม็งเท่านั้น เพชฌฆาตถอนหายใจยาวก่อนจะยักไหล่ เขาหันไปยุ่งวุ่นวายกับศิลาส่งผ่านสีทองต่อ รอการติดต่อจากองค์หญิงไพลินอย่างเงียบเชียบ
“จริงค่ะุโฮโ แถมุก็เพิ่งจะเลื่อนระดับเอง ยังไม่ได้ฝึกฝนการใช้พลังเลย” เลโอรีบพยักหน้ารับรัวเร็วพร้อมทั้งชูนิ้วโป้งชื่นชมไลล่า
สองคำปลอบโยนของนักบวชทำให้ดวงตาของโฮโใสกระจ่าง เขาตบสองแก้มของตนเองอย่างแผ่วเบา เรียกสติและความมั่นใจให้กลับคืนมา
“ถึงวันนี้จะยังชนะไม่ได้ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่หรอกครับ ผมจะฝึกฝนให้หนักเพื่อเกียรติภูมิของกลุ่มการค้าอิสึกะครับ” โฮโกำสองมือแน่น เมื่อสติกลับคืนมาเป้าหมายที่เขาต้องการไปให้ถึงก็ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
สองนักบวชหญิงปรบมือแปะ ๆ ให้กำลังใจนักสลักเอกหน้าใหม่ เหตุการณ์มงคลเช่นนี้สมควรเต็มไปด้วยความทรงจำดี ๆ จึงจะถูกต้อง โฮโในตอนนี้คู่ควรจะได้รับมัน ปัจจุบันนี้เขาสมควรแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเพชฌฆาตแล้ว ไม่ใช่ผู้เรียนรู้ที่อ่อนแอที่สุดอีกต่อไป
“โอ้ โฮโเป็นนักสลักเอกแล้วเหรอ!” เสียงหวานใสขององค์หญิงไพลินดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เมื่อทั้งสามหันไปจึงได้เห็นว่าเพชฌฆาตเดินกลับมาพร้อมกับศิลาส่งผ่านสีทองในมือ
ภาพฉายขององค์หญิงแสงให้เห็นรอยยิ้มกว้างและดวงตาเป็นประกายขององค์หญิงไพลิน ขณะนี้เธออยู่ในชุดทำสวนพร้อมกับฉากหลังเป็นวิหารขนาดเล็กที่กำลังได้รับการบูรณะ
“เก่งสุด ๆ เลย! ทิ้งห่างเราไปอีกคนแล้วสิเนี่ย แต่แบบนี้อนาคตของกลุ่มการค้าอิสึกะก็คงจะสดใสแล้วนะคะ” องค์หญิงไพลินกล่าวอย่างยิ้มแย้ม เมื่อได้เห็นหน้าสตรีในดวงใจพร้อมกับคำชมเช่นนี้ ความมั่นใจในอกที่เคยหายไปก็ได้รับการเติมเต็มอีกครั้ง
“ขอบุมากครับองค์หญิง ผมจะตั้งใจฝึกฝนในฐานะของทายาทแห่งกลุ่มการค้าอิสึกะ แล้วก็…ในฐานะของผู้สนับสนุนองค์หญิงด้วยครับ” โฮโกล่าวอย่างมั่นใจ
คำพูดแสนมั่นใจของโฮโเรียกรอยยิ้มเอ็นดูเลโอได้อย่างง่ายดาย เธอรู้สึกเหมือนกำลังมองลูกชายที่เรียนจบทั้ง ๆ ที่โฮโก็อายุน้อยกว่าเธอเพียงสิบกว่าปีเท่านั้น
“ขอบุมากเลยนะคะ เราจะรอนะ” องค์หญิงไพลินยิ้มหวานตอบกลับ เธอยังคงมีเพียงความยินดีอันแสนจริงใจและอ่อนโยน
“ภารกิจเองก็สำเร็จแล้วครับองค์หญิง นอกจากที่บังเอิญได้ไปเจอกับปีกแห่งผืนฟ้าแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ อีกไม่กี่วันก็สมควรจะกลับถึงนครรัตนะแล้ว” โฮโที่เห็นว่ากำลังจะหมดเรื่องคุยพยายามเค้นหัวนึกวิธีต่อบทสนทนา
“เรามั่นใจอยู่แล้วค่ะว่าพวกุต้องทำภารกิจนี้สำเร็จแน่นอน ขอบุทุกคนมากนะคะ เราสัญญาว่าเราจะตอบแทนทุกคนสิบเท่าเลย!” องค์หญิงไพลินหัวเราะน้อย ๆ เมื่อโฮโพยายามชี้ไม้ชี้มือไปทางซากของราชินีฉลามสูบชีวิต
“ไม่เป็นไรเลยครับองค์หญิง เป็นเกียรติของผมครับที่ได้ช่วยเหลือองค์หญิงผู้เป็นที่รัก” โฮโตบอกของตนอย่างมั่นใจ ไลล่าและเลโอลอบส่งสายตาถามเพชฌฆาตน้อย ๆ หากแต่เพชฌฆาตกลับไม่แยแส จะให้เข้าไปแทรกในวันสำคัญเช่นนี้ก็คงจะไม่เหมาะสองนักบวชจึงได้แต่ยืนยิ้มเป็นฉากหลัง
“ยังไงเราก็ต้องตอบแทนแน่ค่ะ จริงด้วย ุโฮโชอบการประลองใช่มั้ยคะ ถ้าปีกแห่งผืนฟ้าอยู่แถวนั้นุลองขอเธอท้าประลองกระชับมิตรดูดีมั้ยคะ เราจะช่วยุให้ ปีกแห่งผืนฟ้าน่าจะสนใจประลองกับอัจฉริยะของกลุ่มการค้าอิสึกะเหมือนกันนะคะ” องค์หญิงไพลินทุบมือเปาะ เธอรีบวางต้นกล้าในมือลงก่อนจะหันมาพูดด้วยความตื่นเต้น
เธอจำได้ว่าในตอนนั้นโฮโอยากประลองกับนิทานเพราะได้ยินมาว่านิทานนั้นเป็นอัจฉริยะ ดังนั้นอีกฝ่ายก็ต้องอยากประลองกับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของมหาทวีปด้วยแน่ โฮโได้ลองท้าประลองแถมเธอยังมีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับปีกแห่งผืนฟ้าเพิ่ม มีแต่ได้กับได้
หน้าของโฮโนิ่งค้างไปเมื่อได้ยินองค์หญิงไพลินกล่าวเช่นนั้น เขาหันคอแทบหักหันไปมองเพชฌฆาตราวกับจะถามว่านัดกันมารึเปล่า แต่สีหน้าตายสนิทของเพชฌฆาตก็บอกคำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่าตนไม่เกี่ยว
“เอ่อ..ผมยังไม่คู่ควรจะประลองกับปีกแห่งผืนฟ้าครับองค์หญิง แต่สักวันหนึ่งผมจะต้องเอาชนะเธอได้แน่ครับ” โฮโตอบตะกุกตะกักไปพริบตาหนึ่ง หากก็ดึงสติของตนกลับมาได้อีกครั้ง
ที่มุมหางตาของไลล่าเห็นมือที่สั่นเทาของเลโอหยิกหลังมือตนเอง ใบหน้ายิ้มอ่อนโยนของเธอสั่นเทิ้มเป็นช่วง ๆ มุมปากที่เกือบกระตุกยิ้มถูกบีบบังคับให้กลับลงไป
“ุโฮโต้องทำสำเร็จแน่ค่ะ พอุโฮโกลับมาเราจะให้นิทานช่วยุฝึกนะคะ” องค์หญิงไพลินทุบมือเปาะอีกรอบ โฮโได้ทั้งประลองกับนิทานแถมยังสนิทกันมากขึ้น มีแต่ได้กับได้
โฮโนิ่งเงียบฝืนยิ้มอีกครั้งหลังได้ยินชื่อของนิทานโผล่ออกมาจากปากขององค์หญิงไพลิน
นิทานแม้จะเป็นเพื่อนที่เขาสนิทด้วยแต่ก็เป็นหนามตำใจโฮโเสมอมา ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งกว่า แต่เพราะว่าองค์หญิงไพลินนั้นปฏิบัติกับนิทานอย่างที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าเธอจะทำ
ตำแหน่งเพื่อนสนิทของนิทานนั้นเขาคงได้แต่พูดตามตรงว่าอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง เขาอิจฉาที่นิทานสามารถพูดจาตามสบายกับองค์หญิงในดวงใจของเขาได้อย่างง่ายดาย
โฮโสะบัดหน้าเรียกสติตนเอง นิทานเป็นเพื่อนที่ดีของเขาเช่นกัน เขาจะไม่ยอมให้ความอิจฉาไร้สาระเช่นนี้ทำลายความสัมพันธ์นั้น
“ขอบุครับ! ถึงผมจะยังไม่คู่ควรกับปีกแห่งผืนฟ้าแต่ผมจะพยายามเอาชนะุนิทานให้ได้ครับ!” โฮโกล่าวอย่างมุ่งมั่น เขาจำได้ว่าในครั้งก่อนเขาแพ้นิทานไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ถึงนิทานในตอนนั้นจะไม่ได้เอาจริงแต่เขาเองก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน แม้นิทานจะน่าหวาดหวั่นแค่ไหนแต่เขามั่นใจว่าเขาต้องพอมีทางสู้ได้บ้าง ขอเพียงเตรียมตัวรับมือให้ดีก็ยังมีหวัง
คำพูดของโฮโกลับทำให้องค์หญิงไพลินหรี่ตาลงน้อย ๆ เธอเช็ดคราบดินออกจากแก้มของตนพลางขบคิด ท้ายที่สุดแล้วก็เลือกจะตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม
“เมื่อไหร่ทีุ่โฮโสามารถเอาชนะนิทานได้ ุก็เอาชนะปีกแห่งผืนฟ้าได้ค่ะ ทั้งสองคนนั้นไม่มีใครสูงต่ำกว่าใครทั้งนั้น”
“เรามั่นใจว่าสักวันหนึ่งุโฮโต้องทำสำเร็จแน่นอนค่ะ แต่คงจะยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้แน่ถ้าุยังประมาทนิทานแบบนี้”
“เราเอาใจช่วยนะคะ เพชฌฆาต เราขอคุยกับุไลล่ากับุเลโอหน่อยค่ะ” องค์หญิงไพลินตอบด้วยรอยยิ้มหวานพร้อมกับดวงตาที่หรี่ลง ก่อนจะปิดจบด้วยคำให้กำลังใจ
แม้จะเป็นวันสำคัญของโฮโแค่ไหน แต่สำหรับองค์หญิงไพลินแล้วเธอจะไม่ยอมปล่อยผ่านคนที่มองข้ามเพื่อนรักของเธอ คำพูดของโฮโคล้ายกับกำลังบอกว่านิทานนั้นด้อยกว่าปีกแห่งผืนฟ้า และความคิดเช่นนั้นมันกระตุกต่อมหงุดหงิดของเธอเข้าอย่างจัง
เธอเคยทำผิดพลาดเช่นนั้นมาแล้ว เธอเคยไม่เชื่อใจเพื่อนรักของเธอ และเธอจะไม่ทำมันอีก และจะไม่ยอมให้ใครทำทั้งนั้น
เพชฌฆาตที่ได้รับคำสั่งก็หันศิลาส่งผ่านไปทางสองนักบวช ไม่สนใจไยดีสีหน้าซีดสนิทของยอดอัจฉริยะหน้าใหม่แม้แต่น้อย เขาถึงกับเดินผ่านโฮโไปเพราะอีกฝ่ายตัวแข็งจนบังศิลา
เลโอหลุดหัวเราะออกมาอย่างทนไม่อยู่ในขณะที่ไลล่าถอนหายใจบาง เธอลูบหลังโฮโน้อย ๆ เป็นการปลอบใจ เสียงอ่อนโยนกระซิบให้กำลังใจ “เก่งมากแล้วค่ะุโฮโ” ซึ่งอีกฝ่ายเพียงพยักหน้ารับอย่างขื่นขม
เธอได้เพียงแต่คิดในใจ
สู้ ๆ นะคะุโฮโ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??