เรื่อง (จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย
บรรยากาศในตอนนั้นเงียบสงัดจนแม้แต่เสียงลมหายใจก็แทบจะดับหายไป
ทุกสายตาที่จับจ้องอยู่ต่างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อได้เห็นร่างของผู้ครอบครองพลังปีศาจโลหิตกลืนกิน์ถูกกระบี่ของหวางซวีหลุนผ่าแยกจนแตกกระจาย โลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นกลางนภาเมื่อครู่ราวกับฝนสายโลหิตได้โปรยปรายลงมา
กระทั่งกายเนื้อและจิตวิญญาณเซียนที่น่าจะเป็นแก่นแท้แห่งชีวิตก็แทบจะพังทลายลงไปจนหมดสิ้น
ภาพนั้นเหมือนเป็นการสิ้นสุดของเรื่องราว หวางซวีหลุนที่กำลังยืนหอบเล็กน้อยแต่ยังเปี่ยมด้วยความหยิ่งทะนง มองผลงานของตนเองก็แสยะยิ้มออกมา ความภาคภูมิใจและความกระหายในการครอบครองสมบัติปรากฏชัดบนใบหน้า
แววตาของนางเหลือบไปเห็นกระบี่โลหิตสีแดงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้วงอากาศ
รัศมีแห่งความอาฆาตและเสียงครวญครางของวิญญาณที่สิงสถิตในกระบี่เล่มนั้นยังคงก้องสะท้อนอยู่ แต่สำหรับนางแล้ว มันคือของล้ำค่าเซียนระดับห้าที่ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไป นางค่อยๆยกฝ่ามือหมายจะคว้ากระบี่นั้นมาเป็นของตนเอง
ทว่าทันใดนั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดคิดก็พลันเกิดขึ้น อยู่ดีๆกลับมีกรงเล็บโลหิตขนาดยักษ์โผล่พุ่งออกมาจากรอยแยกแห่งมิติด้านหน้าอย่างฉับพลัน รัศมีโลหิตกรีดผ่านฟ้าและฟาดผ่าลงมาดุจสายฟ้าแดงที่ฉีกท้องนภา
มันพุ่งเข้าใส่ร่างของหวางซวีหลุนอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะทันตั้งตัว
“อะไร?!”
หญิงสาวรีบยกกระบี่เซียนทักษิณขึ้นมาป้องกันอย่างฉับพลัน
“ปัง!”
ห้วงมิติเอกเทศสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย ร่างของหวางซวีหลุนถูกแรงปะทะมหาศาลซัดจนถลาถอยออกไปไกลสุดขอบของห้วงมิติ ใบหน้าของนางซีดเผือดลงเล็กน้อยเพราะแรงกดดันอันเกินประมาณ
แววตาเต็มไปด้วยความตกใจเช่นเดียวกับผู้คนด้านนอกที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่
ทุกคนเบิกตากว้างจนแทบจะถลน จ้องมองไปยังสภาพเบื้องหน้าที่กำลังบิดเบี้ยว เส้นมิติแตกกระจายออกเป็นริ้วคลื่นประหลาด
ไม่ใช่ว่าตัวของเย่หยินซุนอิงดับสูญไปแล้วหรอกหรือ! ทำไมยังมีการโจมตีของนางเกิดขึ้นอีก!
ความสงสัย ความสับสน และความหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในใจของทุกคนที่อยู่ในที่นั้น
และในชั่ววินาทีที่ความเงียบปกคลุม ความลับทั้งหมดก็ถูกคลี่คลาย ภาพอันน่าสยดสยองปรากฏขึ้นตรงหน้า
ร่างกายที่แตกสลายไปก่อนหน้านี้ได้ประกอบขึ้นมาใหม่ต่อหน้าสายตาทุกผู้คน
เนื้อหนังที่ขาดวิ่นเชื่อมต่อเข้าหากัน โลหิตที่หลั่งไหลออกมากลับไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างดุจกระแสธารที่หวนคืน
ทุกอวัยวะที่แหลกสลายกลับคืนรูปอย่างน่าเหลือเชื่อ แม้แต่เส้นใยของจิตวิญญาณเซียนที่ควรดับสูญไปแล้วก็ค่อยๆร้อยรัดเชื่อมต่อคืนมา ภาพนั้นประหนึ่งกาลเวลาได้ถูกบิดเบี้ยวย้อนกลับเพื่อชุบชีวิตหญิงสาวขึ้นมาใหม่
“นั่นมัน..”
ทุกคนที่เห็นต่างอ้าปากค้างด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด หัวใจสั่นสะท้านราวกับถูกกำมือของปีศาจบีบขยี้
โดยเฉพาะหวางซวีหลุนที่เบิกตากว้างจนไม่อยากเชื่อในสายตาของตนเอง เสียงของนางตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่! ข้าสัมผัสได้ชัดว่าจิตวิญญาณเซียนของแกแตกสลายจนหมดสิ้นแล้ว แต่เหตุใดเจ้ากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีก”
“แกใช้ลูกเล่นอันใดกันแน่! บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!”
คำพูดนั้นแฝงไว้ด้วยทั้งความโกรธ ความตกใจ และความหวาดหวั่นที่ปะปนกัน
ตัวของเย่หยินซุนอิงที่บัดนี้ยืนฟื้นคืนอยู่กลางลานประลองเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ภายใต้หน้ากากสีโลหิต นางเอียงคอเล็กน้อยราวกับกำลังหัวเราะเยาะและคลี่ยิ้มบ้าคลั่งออกมา เสียงหัวเราะแผ่วต่ำดังลอดออกมา ก่อนที่นางจะเปล่งคำตอบด้วยน้ำเสียงที่โรคจิตและหยิ่งทะนง
“ไม่ตายยังไงละ ข้าไม่มีวันตาย เพราะข้าเป็นอมตะนิรันดร์!”
ขณะที่เอ่ยคำเหล่านั้น หญิงสาวก็กางแขนออกกว้าง ประหนึ่งกำลังโอบรับโลหิตและความตายทั้งปวง แสงโลหิตพวยพุ่งออกจากร่างและหมุนวนรอบตัวนางอย่างบ้าคลั่ง รัศมีแห่งความอหังการและความมั่นใจที่เกินกว่ามนุษย์ผู้ใดจะเข้าใจได้ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่
“ไม่มีทาง!”
ซึ่งตัวของหวางซวีหลุนก็ไม่อาจเชื่อได้เลยว่าทุกสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือความจริง
ต่อให้จะเป็นกึ่งจักรพรรดิเซียนก็ตามที การฟื้นคืนชีพย่อมต้องมีข้อจำกัด
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา พลังอำนาจ หรือแม้แต่โครงสร้างของจิตวิญญาณ
เพราะต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียนที่แท้จริง หากถูกการโจมตีที่รุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือได้รับการโจมตีที่เหนือกว่าจนถึงขั้นทำลายล้างอย่างเด็ดขาด ร่างและวิญญาณก็ย่อมไม่อาจกลับฟื้นคืนสภาพได้อีก ทุกผู้คนในใต้หล้าและเหนือ์ต่างล้วนยึดถือกฎนี้เป็นความจริงสูงสุด
และไม่มีใครเคยตั้งคำถาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ากลับทำลายความเชื่อเหล่านั้นจนแหลกสลาย
พอคิดเช่นนั้น หัวใจของหวางซวีหลุนก็พลันร้อนรุ่มด้วยความคุกรุ่น
นางกัดฟันแน่นจนกรามสั่น กระชับกระบี่เทพทักษิณในมือจนแน่นราวกับจะหลอมรวมจิตวิญญาณของตนลงไปในคมกระบี่นั้นทันที
วิถีแห่งกระบี่ที่ผสานเข้ากับพลังฟ้าดินไหลหลั่งออกมาจากทั่วทั้งร่างและถูกเร่งเร้าให้ร้าวลึกขึ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ก่อนจะหลอมรวมเข้าสู่ปลายกระบี่จนมันส่องประกายวาววับ ประหนึ่งแสงพิพากษาแห่ง์ที่พร้อมจะสะบั้นทุกสรรพสิ่งให้สิ้นซาก
“เก้าทักษิณผสานคมกระบี่ กระบวนท่าที่หก กระบี่ทักษิณชำระหายนะ!”
เพียงชั่วเสี้ยวอึดใจ หกคมกระบี่โปร่งแสงก่อตัวขึ้นจากฟ้าสู่ดิน
พุ่งเชื่อมโยงกันเป็นค่ายกลโลหิตแห่งการพิพากษา ก่อนจะลุกไหม้กลายเป็นเพลิงพิพากษาที่ก้องสะท้อนสะท้านไปทั้งห้วงมิติ
เพลิงกระบี่นั้นมุ่งหน้าถาโถมเข้าใส่ร่างของเย่หยินซุนอิงด้วยพลังทำลายล้างอันไร้คู่เปรียบ แม้แต่ปฐพีและ์ยังสั่นสะท้านต่อแรงสะท้อน คลื่นพลังโหมกระหน่ำราวกับจะชำระล้างสิ่งที่ไม่คู่ควรให้หายไปจากโลกนี้ในพริบตาเดียว
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกงล้อ์ถูกกระชากออกจากแกน ห้วงมิติแทบจะฉีกขาดร่วงหล่นสู่ความว่างเปล่า
พร้อมกับร่างของเย่หยินซุนอิงที่ถูกกลืนหายไปพร้อมเพลิงพิพากษาและพลังสะบั้นของกระบี่หกสาย สลายหายไปทั้งร่างและจิตวิญญาณในเสี้ยววินาที ภาพนั้นทำให้เหล่าเซียนและผู้คนที่เฝ้ามองอยู่ด้านนอกแทบจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่ยังไม่ทันที่ความโล่งใจนั้นจะคงอยู่ได้ยาวนาน
ทันใดนั้นเองจากรอยแยกของมิติที่ถูกฉีกขาด กลับมีคลื่นพลังอำนาจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“ครืนนนนนนนนนนนน!”
เสียงคำรามแห่งความมืดดังก้องขึ้นพร้อมกับแสงโลหิตที่สาดกระจายทั่วท้องนภา อำนาจแห่งวิถีฟ้าดินที่บิดเบี้ยวถูกก่อร่างขึ้นมาใหม่ พุ่งทะลวงออกมาจากความว่างเปล่าด้วยพลังที่ดุดันจนแทบจะบดบังทุกสิ่ง
“ำปั้นรก์สะท้าน!”
ำปั้โลหิตอันมหึมาถูกควบแน่นจากพลังปีศาจ ปกคลุมด้วยเสียงคร่ำครวญของวิญญาณนับไม่ถ้วน มันทุบออกไปข้างหน้าพร้อมแรงกระแทกสะท้านทั้ง์และปฐพี อำนาจแห่งการทำลายล้างครั้งนี้ไม่เพียงเสมอเหมือนการโจมตีก่อนหน้า หากแต่รุนแรงกว่าหลายเท่าตัว
แรงกระแทกนั้นทำให้เกิดร่างปีศาจโลหิต์ขนาดยักษ์สูงตระหง่านขึ้นกลางห้วงอากาศ
มันยืนเด่นเหมือนราชันย์ผู้เกิดมาเพื่อทำลายทุกกฎเกณฑ์แห่งฟ้าและดิน
หวางซวีหลุนเมื่อเห็นพลังที่พุ่งเข้ามาราวกับจะบดขยี้จักรวาลทั้งมวล ใบหน้าของนางก็พลันซีดลง นางมิอาจลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที รีบเบี่ยงวิถีแห่งกระบี่ออกไปตอบโต้ทันควัน คลื่นเสี้ยวกระบี่ขนาดยักษ์พุ่งฟาดออกไปอย่างดุดันเพื่อรับการโจมตีนั้น
“ปัง!”
คลื่นกระแทกดังสะท้อนลั่น์ ปะทะกันระหว่างเพลิงพิพากษาของกระบี่หกสายกับำปั้โลหิตปีศาจ แรงปะทะรุนแรงเกินกว่าที่ห้วงมิติเอกเทศจะรับไหว คลื่นสะท้อนมหาศาลระเบิดออกจนแสงสว่างและความมืดปะปนกันเป็น-่าฝนพลังงานที่กวาดล้างทุกสิ่ง
หวางซวีหลุนกรีดร้องในลำคอ ร่างของนางเซถลาถอยออกไปอย่างไม่อาจควบคุม
“อึก?!”
ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะกระอักโลหิตพุ่งออกมาฉับพลัน เลือดแห่งเซียนสีแดงสดย้อมไปทั่วริมฝีปากและชุดของนาง แววตาเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจไม่ต่างจากเสียงอุทานของผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ภายนอก
“กะ.. เกิดอะไรขึ้น?! ทั้งที่เมื่อครู่ข้าทำลายร่างกายและจิตวิญญาณไปแล้วแท้ๆ!”
“แต่ทำไมการโจมตีของนางถึงได้รุนแรงป่านนั้น!!”
กระทั่งท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน ภาพที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ร่างของเย่หยินซุนอิงที่ควรแตกสลายไปกลับถูกร้อยรัดขึ้นใหม่ โลหิตที่สาดกระจายถอยหวนกลับร่าง เส้นใยแห่งชีวิตไหลย้อนกลับเสมือนสายน้ำกาลเวลาไหลถอย นางยืนอยู่ตรงนั้นอีกครั้งในสภาพสมบูรณ์แบบไร้รอยบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“เห็นไหมละ.. ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีวันตาย ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมรับความจริงในข้อนี้นะ?”
ท่าทางของนางแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันและการเหยียดหยา ทุกถ้อยคำของนางเป็นเสี้ยนหนามที่แทงลึกลงในหัวใจของหวางซวีหลุนและทุกผู้คนที่ได้ยิน ทำให้เหล่าเซียนและผู้ชมทั้งหลายต้องอ้าปากค้างด้วยความตะลึงและสั่นไหว
..
แล้วทำไมถูกไล่ล่าจนเกือบตายละ.. 55+
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??