เรื่อง (จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย
กระดูกิ้นั้นัส่องปะาเจิดจ้าในทันทีที่สัมผัสกับอากาศ ราวกับดวงดาวที่เปล่งแสงท่ามกลางความมืดมิด
ช่างบริสุทธิ์ราวกับไม่เคยแปดเปื้อนด้วยมลทินใดๆ แต่กลับเปล่งออร่าแห่งอำนาจที่กดทับจนสวรรค์และปฐพีต้องสั่นสะท้าน
ขณะที่โลหิตสีทองหลั่งไหลจากร่างของนาง ค่อยๆซึมเข้าสู่กระดูกิ้นั้น กลายเป็นเส้นสีทองที่วิ่งวนไปมา สร้างลวดลายที่ทำให้กระดูกเซียนดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่มีใครสามารถล่วงเกินได้
เมื่อกระดูกเซียนแห่งจักรพรรดิถูกดึงออกมา บาดแผลที่ควรจะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับร่างกายของนางกลับฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว ผิวเนื้อที่ฉีกขาดผสานเข้าหากันราวกับไม่เคยเกิดบาดแผลขึ้นมาก่อน
นี่คือพลังแห่งกายศักดิ์สิทธิ์ ความสมบูรณ์แบบของกายศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง
เย่หยินซุนอิงไม่สนใจพลางปาดโลหิตบริเวณมุมปากของตนด้วยท่าทีสง่างาม ก่อนจะยกแขนข้างที่ถือกระดูกเซียนสีขาวนวลขึ้นมาข้างหน้า
“รับไป..”
เสียงของนางเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเทียนจุนอย่างไม่วางตา
“เพียงแค่เจ้าตอบสนองต่อกระดูกเซียนิ้นี้ ัจะผสานเข้าไปในกระดูกสันหลังและกลายมาเป็นรากฐานของร่างกาย!”
“ทว่าัจะเจ็บปวดทรมาณ เพราะเจ้าเดิมทีก็ไม่ใช่เจ้าของดั่งเดิม แต่ถ้าผ่านัไปได้ ัจะตอบสนองต่อเจ้าของคนใหม่!”
คำพูดของนางหนักแน่นราวกับคำสั่งแห่งสวรรค์ เทียนจุนยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและตกตะลึง
หัวใจเต้นระรัวอย่างรุนแรง ราวกับจะระเบิดออกมาจากอก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นและเกรงกลัวในเวลาเดียวกัน
“นี่คือ.. กระดูกเซียนแห่งจักรพรรดิเทียนหยวนจริงๆอย่างนั้นหรือ?”
ฝ่ามือของเขายื่นออกไปอย่างสั่นเทา สัญชาตญาณภายในกำลังบอกให้รับัเอาไว้
ขณะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสกระดูกเซียน คัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพานที่อยู่ในร่างของเขาก็ตอบสนองอย่างฉับพลัน
แสงสีทองเจิดจ้าแผ่ขยายออกมาจากร่างกายของเทียนจุน อักขระโบราณสีทองเริ่มปรากฏขึ้นตามแขน ขา และลำตัว ลอยหมุนวนไปรอบกายของเขาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังโหยหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
【ตรวจพบกระดูกเซียนแห่งจักรพรรดิเทียนหยวน!】
เสียงของระบบดังก้องขึ้นภายในใจ
【คัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพานกำลังตอบสนองในระดับสูงสุด กำลังเข้าสู่กระบวนการประเมินผล..】
เทียนจุนรู้ดีว่าคัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพานนั้นมีจิตวิญญาณและความนึกคิดเป็นของตนเอง วิชานี้จะไม่ยอมรับสิ่งแปลกปลอมใดๆ ซึ่งจะทำให้รากฐานที่แข็งแกร่งของผู้ครอบครองเสียหาย
แม้แต่วิชามหาอำนาจที่เคยถูกเสนอให้จากชายชราตระกูลหลิน เมื่อฝึกฝนัก็ถูกพลังแห่งพุทธะนี้เข้าทำลายในทันที ทว่าครั้งนี้ักลับสั่นสะท้านราวกับกำลังโหยหากระดูกเซียนิ้นี้
“กระดูกเซียนิ้นี้.. ”
“ัอยู่ในระดับเดียวกับคัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพานเชียวหรือ?!”
เทียนจุนคิดในใจด้วยความตกใจ ร่างกายของเขายังคงสั่นไม่หยุด
ขณะเดียวกัน กระดูกเซียนในมือของเย่หยินซุนอิงก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวนวลเจิดจ้า โลหิตสีทองที่อาบย้อมัอยู่ค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่เนื้อกระดูก
ลวดลายลึกลับที่สลักอยู่บนผิวของกระดูกเรืองแสงออกมา ราวกับว่ากระดูกเซียนิ้นี้กำลังตอบรับและยอมรับตัวตนของเทียนจุน
“นี่คือหนึ่งในพลังที่สามารถสั่นคลอนได้ทั้งสวรรค์และพิภพ วิถีสวรรค์เบิกฟ้าของจักรพรรดิเทียนหยวน”
“ผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียน หนึ่งในผู้ที่บุกเบิกเส้นทางแห่งราชันย์ ท่านผู้นั้นกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับกระดูกเซียนิ้นี้ ใช้พลังของัปิดผืนฟ้าทำลายจักรวาลได้ด้วยฝ่ามือเดียว หลังจากท่านตาย พลังแห่งสวรรค์ก็หวนกลับคืนสู่กฎเกณฑ์วิถีฟ้า รอคอยการกำเนิดขึ้นมาใหม่อีกไม่รู้จบ!”
“ในตำนานเรื่องเล่าโบราณของยุคเซียน กระดูกเซียนิ้นี้ได้ถูกตั้งชื่อตามผู้ครอบครองพลังคนแรก! จักรพรรดิเซียนเทียนหยวนตี้!”
“สกุลเดียวกับเจ้าเลยเชียวนะ”
เย่หยินซุนอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม พร้อมจ้องมองเทียนจุนด้วยสายตาลึกซึ้ง
“ที่สำคัญ เจ้าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้รับั! เพราะเจ้ายังไม่มีวิถีฟ้าเป็นรากฐานรากฐาน”
“สิ่งนี้จะช่วยให้เส้นทางแห่งพุทธะของเจ้าก้าวเดินไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด!”
เมื่อสิ้นสุดคำพูดของนาง เทียนจุนก็ยื่นมือออกไปคว้ากระดูกเซียนด้วยความแน่วแน่
ปัง!
ทันทีที่ฝ่ามือได้สัมผัสกับกระดูกเซียน
สีทองสว่างไสวก็ปะทุขึ้นจากร่างของเทียนจุนอย่างรุนแรง แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งถ้ำ พลังอำนาจมหาศาลถาโถมเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างไร้ปรานี
ครืน.. ครืน..
ทันใดนั้นเหนือฟากฟ้าเบื้องบนก็เกิดเสียงฟ้าร้องคำรามที่ดังกึกก้อง หมู่เมฆสีดำปกคลุมท้องฟ้าเหนือถ้ำและเทือกเขาในทันที แรงกดดันจากสวรรค์ถาโถมลงมา ราวกับทดสอบความคู่ควรของผู้ที่กล้าครอบครองกระดูกเซียนแห่งจักรพรรดิ
【กระบวนการผสานกระดูกเซียนแห่งจักรพรรดิเทียนหยวนเริ่มต้นขึ้น กำลังปรับแต่งเส้นลมปราณและกระดูกสันหลังทั้งหมด...】
ทันใดนั้นชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างกำลังถูกฉีกกระชากเป็นิ้ๆ กระดูกสันหลังของเขาร้อนระอุราวกับถูกหลอมละลายด้วยเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ เสียงแตกร้าวของกระดูกดังขึ้นภายในร่างกายทีละิ้ๆ ขณะที่กระดูกเซียนค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลังและหลอมรวมเข้าด้วยกัน
“อ๊ากกกกกกก!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วถ้ำ ร่างของเทียนจุนโค้งงอด้วยความทรมาน
ขณะเดียวกันคัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพานก็เรืองแสงเจิดจ้ารอบกายของเขา อักขระสีทองหมุนวนอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังเร่งเร้ากระบวนการหลอมรวมนี้
ความทรมานที่ถาโถมเข้าสู่ร่างกายของเทียนจุนในขณะนี้ไม่ต่างจากการถูกสวรรค์และปฐพีลงทัณฑ์ กระดูกทั่วทั้งร่างที่เคยถูกหลอมสร้างขึ้นจากร่างอรหันต์อรุณรุ่งพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
เสียงแตกร้าวของกระดูกที่ดังก้องภายในร่างราวกับฟ้าร้องในห้วงสมอง เนื้อตัวที่เคยแข็งแกร่งถูกบดขยี้จนเหี่ยวย่นเหมือนของเหลว
กล้ามเนื้อฉีกขาดจนโลหิตสีแดงสดไหลนองเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้น ร่างกายของเขาบิดเกร็งอย่างรุนแรงในทุกจังหวะที่ความเจ็บปวดแผ่ซ่าน
เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของเขาดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ัไม่ใช่เสียงที่มนุษย์ปกติจะสามารถทนฟังได้ เพราะแฝงไว้ด้วยความทรมานที่เกินกว่าคำว่าความเจ็บปวดทั่วไปจะอธิบายได้
เสียงนี้เป็นดั่งเสียงแห่งการก้าวข้ามสัจธรรมของชีวิตและความตาย เป็นเสียงของผู้ที่กำลังยืนหยัดท้าทายต่อกฎเกณฑ์ของสวรรค์และปฐพี
เหนือท้องฟ้าของเทือกเขาอัสนี
หมู่เมฆที่ปกคลุมเริ่มหมุนวนรุนแรง เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นเป็นระลอก
เสียงเหล่านั้นราวกับเป็นเสียงคำรามของสวรรค์ที่ไม่ยินยอมต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น สายฟ้าสีทองฟาดผ่าลงมาทุกทิศทาง ประหนึ่งจะบดขยี้ผู้ที่กล้าท้าทายเส้นทางแห่งวิถีฟ้า
ภูเขาที่สูงเสียดฟ้าถูกสายฟ้าทำลายจนแหลกสลาย เศษหินขนาดใหญ่กระเด็นตกลงมาราวกับ-่าฝน
เย่หยินซุนอิงยืนมองด้วยสีหน้าเฉยชา นัยน์ตาสีแดงของนางไม่แสดงความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย จ้องมองร่างกายที่สั่นเทิ้มและบิดเกร็งของเทียนจุนด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้
“ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว.. ”
“การหลอมกระดูกเซียนแห่งจักรพรรดิเทียนหยวนให้เข้ากับร่างกายใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย!”
“กระดูกเซียนิ้นี้ไม่ใช่พลังที่เกิดขึ้นพร้อมกับผู้ที่ัจะเลือก สิ่งเดียวที่เจ้าจะทำได้คืออดทนและฝ่าฟันความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าการตายทั้งเป็น หากเจ้าไม่สามารถทนได้ เจ้าก็จะถูกัทำลายและสลายหายไปในห้วงอากาศ”
ตัวของนางหยุดพูดชั่วครู่
ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างบางเบา
“แต่ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
“เทียนจุน เจ้าคือบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยก้าวข้ามความตายและกำเนิดขึ้นใหม่”
“หากเป็นเพียงความเจ็บปวดเช่นนี้ ข้าคิดว่าเจ้าคงทนัได้ไม่ยาก ใช่หรือไม่?”
เสียงหัวเราะของนางดังขึ้น ทว่าในแววตากลับมีปะาแห่งความคาดหวังซ่อนอยู่
เทียนจุนที่นอนบิดเกร็งอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและโลหิต ร่างกายเหี่ยวย่นราวกับศพที่ถูกทิ้งไว้นานปี
ตัวของเขากำลังเผชิญกับความทรมานที่ยากจะบรรยายได้ กระดูกสันหลังของเขาร้อนระอุราวกับถูกเผาด้วยเปลวเพลิงจากสวรรค์
กระดูกแต่ละิ้แตกร้าวและสลายหายไปทีละส่วน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกระดูกเซียนสีขาวนวลที่ค่อยๆหลอมรวมเข้ากับร่างกาย
“อึก.. ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!”
ถึงเวลานี้จะอยู่ในสภาพที่แทบไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์ เสียงหัวเราะแผ่วเบาก็หลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไหลย้อยโลหิต ยังสามารถแสยะยิ้มออกมาได้
“ความเจ็บปวดเพียงแค่นี้.. ”
“เป็นเพียงสัจธรรมรูปแบบหนึ่งเท่านั้น!”
เสียงของเขาแหบพร่าแต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ข้า.. เคยผ่านพ้นความตายมาแล้ว.. เคยล้มสลายและกำเนิดใหม่ กะอีของแค่นี้..
สายตาของเทียนจุนกลับไม่เคยสั่นคลอน ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำให้จิตใจของเขาหวาดกลัวได้อีกต่อไป
“หึ? ถ้าเจ้าพูดได้ขนาดนี้..”
“ข้าคงไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าแล้วสินะ?”
เย่หยินซุนอิงยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามองท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆดำและเสียงฟ้าร้องคำรามอย่างดุดัน
“เจ้าจะก้าวข้ามวิถีฟ้าได้หรือไม่ ัคงขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเจ้าเอง!”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??