เรื่อง อคิณกร (Omegaverse)

ติดตาม
ตอนที่ 3
ตอนที่ 3
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 3


อคิณขับรถออกมาด้วยความเร็วแสงราวกับหนีเหตุการณ์อันตราย เมื่อมองกระจกมองหลังดูความห่างเริ่มลับตาจากคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้น เท้าที่เหยียบคันเร่งก็ผ่อนแรงลงพร้อมกับพรูลมหายใจเฮือกยาวออกมา รถยนต์กลับมาแล่นด้วยความเร็วคงที่อีกครั้ง เขาเอื้อมมือไปกดเปิดเพลงฟังจนความขุ่นมัวในใจเริ่มหายไปบ้าง คิ้วเข้มคลายปมผ่อนคลายขึ้น

นาทีนี้เพลงอะไรก็ได้ขอแค่ได้ยินเสียงดนตรีเข้าหู ดนตรีสามารถบำบัดและขัดเกลาจิตใจของเขาได้จริง ๆ 

ปกติชายหนุ่มไม่ใช่พวกขาซิ่งหรือชอบใช้ความเร็วเทือกนั้นอยู่แล้ว นอกเสียจากเวลามีเคสด่วนขาดหมอเท่านั้นเขาถึงจะบึ่งไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับสองแม่ลูกคู่นี้ทำให้เขาเหยียบคันเร่งแบบไม่คิดชีวิตเลยทีเดียว รู้แค่ว่านาทีนั้นต้องหนีไปให้ไวที่สุดก่อนที่ตัวเขาเองจะทนไม่ไหวปล่อยคลื่นฟีโรโมนไม่พอใจออกมามากจนกลายเป็นพวกเสียมารยาท

ทีหลังถ้าบิดาเขาอยากมาเยี่ยมเพื่อนรักมากก็มาเยี่ยมกันเองเลยดีกว่า เขาจะไม่มีวันไปที่คฤหาสน์หลังนั้นอีกแล้ว ทางเข้าออกไกลแสนไกลไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน ร่วมสิบกิโลกว่าจะถึงรั้วด้านหน้าของตระกูลธิวาดำรงค์

ข้างทางปกคลุมไปด้วยป่าสนขนาดใหญ่อายุอานามน่าจะหลายสิบปีชวนให้บรรยากาศอึมครึมลึกลับ ที่ตั้งมากมายหลายพันไร่แต่เจ้าของกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรปล่อยป่าสนคงเดิมเอาไว้มาหลายชั่วอายุคน เขามาที่นี่ตั้งแต่จำความได้ มันแทบไม่เปลี่ยนไปเลยนอกจากความแน่นขนัดของป่า

“ไหนอาไกรภพบอกว่ามีแปลงดอกเดซี่ขนาดใหญ่ด้วย…” ตั้งแต่ขับมายังไม่เห็นเลย

อคิณไม่ได้อยากดูดอกเดซี่แต่ไม่รู้อะไรดลใจเหมือนกันให้มองหาตามประโยคคำบอกเล่าที่ติดอยู่ในหัว ชายหนุ่มปรับกระจกรถลงทอดสายตาสำรวจทั้งซ้ายขวาเมื่อชะลอความเร็วลง หวนนึกถึงคำพูดของผู้เป็นอาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน...

“อคิณไม่ชอบลูกสาวอาใช่ไหม” คนบนเตียงเอ่ยถามแบบตรงไปตรงมาทำเอาคนที่นั่งฟังอยู่ตกใจเล็กน้อย พาให้ทำหน้าไม่ถูก คนป่วยไอกระปอดกระแปดออกมา

“คือผม...ยังไม่พร้อมสร้างครอบครัวตอนนี้ครับ ผมต้องขอโทษอาไกรจากใจจริง” ชายหนุ่มพูดตามตรงเช่นกันเขาไม่อยากโกหกคนป่วย จะตอนนี้หรือตอนไหนสำหรับเปมิกาเขาไม่พร้อมทั้งนั้น อีกทั้งเพราะยังรักหน้าที่การงานที่ทำอยู่ และอีกอย่างยังไม่เจอคนที่ใช่ด้วย

“อาเข้าใจความรู้สึกของอคิณนะ อาเองก็เคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกับเรามาแล้วเหมือนกัน โคลก โคล้ก!”

“คุณอาดื่มน้ำก่อนนะครับ”

“ขอบใจนะขอบใจ...” ชายหนุ่มช่วยจับหลอดป้อนน้ำคนป่วย 

เขาทราบว่าคุณอาพลัดตกบันไดเมื่อสิบปีที่แล้วทำให้เสียความสามารถด้านการเดินไปอย่างถาวร ทุกอย่างเลยไม่เหมือนเดิมแบบแต่ก่อน ท่านต้องนั่งรถวีลแชร์และมีพยาบาลพิเศษคอยเฝ้าอำนวยความสะดวก สมัยที่เขาเจออาไกรภพตอนเด็กเรามักจะพบกันที่สนามตีกอล์ฟของพ่อเขาบ่อยครั้ง ตอนนั้นท่านเพิ่งอายุสี่สิบกลาง ๆ เท่านั้นเอง 

จากคนที่เคยแข็งแรงช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่แต่ต้องมาเป็นแบบนี้…คงจะลำบากมาก

“คุณอาคงจะโกรธเกลียดผมแต่ผมก็เข้าใจครับ ผมไม่สามารถ…”

“ไม่หรอก เรื่องนั้นอย่าคิดมากเลยอคิณ”

“คุณอาครับ…”

“นี่รู้อะไรไหม อาเฝ้ามองอคิณมาตั้งแต่เล็กจนโต อารู้ว่าเราน่ะเป็นคนดีและซื่อสัตย์ต่อตัวเองเสมอ อาไม่เคยเห็นใครที่เก่งและสมบูรณ์แบบเทียบเท่าอคิณมาก่อนเลย ยิ่งมองก็ยิ่งน่าชื่นชม อายังแอบอิจฉาเราเลยด้วยซ้ำ…คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของอคิณในอนาคตคงจะโชคดีมาก แค่กแค่ก โคล้ก!”

“คุณอาอย่าเพิ่งพูดดีกว่าครับผมว่า…” 

มือใหญ่คล้ำแดดยกขึ้นห้ามปรามคนหนุ่มไม่ให้พูด

“…เราชอบดูดอกไม้ไหมล่ะ” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มแก่ประสบการณ์จ้องมองคนหนุ่มอย่างจริงจัง อคิณมองตอบกลับคำถามนั้นด้วยความไม่เข้าใจ จู่ ๆ ทำไมคุณอาถึงพูดเรื่องดอกไม้อะไรนี่ขึ้นมา

นัยน์ตาของอัลฟ่าพลังแข็งแกร่งสายเลือดบริสุทธิ์นั้นเป็นที่กล่าวขานถึงความน่าหลงใหล งดงามจนละสายตาไปไหนไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ถ้าคุณเผลอไปสบมองเกินสามวินาทีเข้า อคิณไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกันชายหนุ่มถึงจ้องมองไปที่ดวงตาของผู้เป็นอาเนิ่นนาน ราวกับต้องมนตร์รอฟังประโยคถัดไปอย่างจดจ่อ 

ว่ากันว่าอัลฟ่าตระกูลเก่าแก่บางตระกูลมีพลังลึกลับบางอย่างที่สามารถแผ่ออกมาควบคุมผู้คนได้คล้ายพลังสะกดจิต สารบางอย่างที่แฝงในกลิ่นฟีโรโมนปลดปล่อยออกมาอย่างแนบเนียน พลังแบบนั้นไม่มีคนพูดถึงมานานแล้ว แน่นอนว่าอคิณไม่เชื่อเรื่องเล่าขานแฟนตาซีสักเท่าไหร่

ไกรภพมีกลิ่นประจำตัวเป็นกลิ่นเปลือกไม้เก่าซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญอย่างประหลาดที่มันคล้ายกับกลิ่นฟีโรโมนของอคิณที่เป็นกลิ่นเปลือกไม้เก่าหลังฝนตก อัลฟ่ากลิ่นซ้ำกันได้เป็นเรื่องปกติถึงแม้จะคล้ายกันแต่ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน คนรู้จักจะสามารถแยกออกได้ในทันที

“ผมเฉย ๆ นะครับไม่ถึงกับไม่ชอบ ว่าแต่อาถามทำไมเหรอครับ?”

“กลิ่นแบบเราน่ะเขาชอบ…”

“ผมไม่เข้า…”  ไม่เข้าใจ 

เขาที่ว่าคือใคร…

อคิณยังพูดไม่ทันจบอีกฝ่ายก็พูดแทรกขึ้นมาอีก

“เธอต้องดูแลเขาได้ดีแน่ ๆ”

“.......”

หมอหนุ่มงงไปหมดไม่เข้าใจสิ่งที่คุณอากำลังสื่อ

คนบนเตียงพูดอะไรบางอย่างเบามากทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ เหมือนอีกฝ่ายกลัวว่าใครจะเข้ามาได้ยินอย่างนั้นแหละ อคิณขมวดคิ้วมุ่นละสายตาออกมาไม่ได้จนเลิกฝืน เพิ่งรู้ว่าดวงตาสีน้ำเงินแก่ของคุณอาสวยขนาดนี้ ราวกับเพชรเม็ดงามเลอค่าน่ามองน่าหลงใหล

เขาคงไม่พิลึกคิดอกุศลกับคนแก่ที่ยังคงหล่อเหล่าเอาการหรอกใช่ไหม…

บ้าน่าไอ้อคิณ!

“ลองไปเดินเล่นแถวป่าสนของอาดูสิ ฝั่งที่มีภูเขาสามลูกที่ราบเนินเขานั่นมีทุ่งดอกเดซี่สวยสุดลูกหูลูกตา วิวสวยมากเลยนะอคิณ สวยจริง ๆ แค่ก โคล้กก!” 

ชายแก่ไอออกมาอย่างหนัก

“มีจริงเหรอครับ...” ทุ่งดอกไม้ในป่ารกแบบนั้น

“อาจะโกหกไปทำไม...,มันสวยมากเลย อคิณต้องชอบแน่ ที่นั่นมีแต่ดอกไม้สีขาวสะอาดตากับกลิ่นแอปเปิลหอมผ่อนคลายสมอง ถ้าเราอยากลองไปสูดอากาศเวลาเครียด ๆ แถวนั้นมีบ้านพักตากอากาศด้วยนะ”

“ทุ่งดอกเดซี่และกลิ่นแอปเปิลเหรอครับ…” 

จะมีได้อย่างไรหรืออาไกรภพมีสวนแอปเปิล?

เขาไม่ยักรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“ป่าสนล้มที่นั่นมีต้นไม้เยอะข้างหน้าอาจจะดูรกแต่ข้างในงดงามน่าอัศจรรย์มาก” แววตาของคนบนเตียงดูผ่อนคลายเจือมีความสุขยามที่พูดถึงมัน

“ป่าสนล้ม...” อคิณทวนความทรงจำ

จำได้แล้ว จุดที่คุณอาพูดถึงมันเลยทางเข้ามานิดหน่อย เป็นจุดเดียวที่ต้นสนปลูกไม่เป็นระเบียบล้มทับกันจนเหมือนป่ารก

ว่าแต่จะให้เขาไปเดินเล่นในที่แบบนั้นมันจะไม่อันตรายแน่เหรอ

“ดอกเดซี่สีขาว กลิ่นแอปเปิล ต้นสนล้ม อย่าบอกใครระวังตัวด้วย อย่าให้ใครเห็นนะอคิณข้อนี้สำคัญมาก”

ไม่เข้าใจ ชายหนุ่มมึนงงไปหมดแล้ว อาไกรภพบอกให้เขาไปดูทุ่งดอกเดซี่ในป่าสนแต่ทำไมถึงกำชับว่าต้องห้ามบอกใครด้วย ทุ่งดอกไม้ในหุบเขาที่มีกลิ่นแอปเปิลเป็นคำพูดที่เป็นปริศนาอย่างที่สุด ทำไมต้องระวังห้ามให้ใครเห็นทำอย่างกับว่าพูดบางสิ่งบางอย่างออกมาไม่หมดอย่างนั้นแหละ ชายชรากำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่

หรือว่าทุ่งดอกเดซี่จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของธิวาดำรงค์

“อาจะอยู่เพื่อรอคำตอบจากเรานะ”

พูดจาแปลก ๆ อีกแล้ว

“อาอยากรู้ว่าอคิณจะถูกใจรึเปล่า อยากมอบบางอย่างให้เขา คนที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหมลูกชายของพ่อ…คิดถึงเหลือเกิน” อคิณแทบจับใจความไม่ได้ว่าประโยคสุดท้ายอีกฝ่ายพูดว่าอะไร มันแผ่วเบาราวกับไม่ได้ต้องการให้ใครได้ยิน

เอี้ยด!

“ที่นี่สินะที่อาไกรบอก ป่าสนล้ม”

อคิณหันไปมองอีกฝั่งของป่าที่เต็มไปด้วยต้นสนล้มทับกันระเนระนาด บางต้นพาดเอียงไปอิงอีกต้นบางต้นหักทับกันแต่ยังคงเติบโตได้ หมอหนุ่มชั่งใจคิดชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจในเวลาไม่นาน ยังไงวันนี้เขาก็ลาหยุดเต็มวันอยู่แล้ว น่าไปเดินดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร อาไกรภพอยากให้มาดูขนาดนี้คงจะเป็นที่ที่สวยงามมากอย่างที่ว่า ท่านคงอยากให้เขาเห็นกับตาตัวเอง 

เขานับถือชายชราเหมือนอาแท้ ๆ คนหนึ่งนอกจากเคยเจอกันบ่อยสมัยเด็กแล้ว สมัยเรียนอยู่เมืองนอกอาไกรภพยังชอบโทรมาคุยเล่นถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอยู่ตลอดไม่ต่างอะไรจากคนในครอบครัว อาเองก็รักเขาเหมือนหลานในไส้คนหนึ่ง เช่นเดียวกับเขาที่นับถือท่านเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ในตระกูลเดียวกัน 

คนที่อคิณให้ความเคารพและเชื่อฟังไม่ต่างจากพ่อคนที่สอง

รถหรูคันงามเลี้ยวเข้าไปในป่าสนรกทึบตรงช่องว่างขนาดพอดีราวกับมีใครมาสร้างไว้สำหรับหลบซ่อน แต่อคิณคิดว่าเป็นการหักโค่นจากธรรมชาติเสียมากกว่า ใบสนและต้นไม้เลื้อยทำหน้าที่ปกคลุมห้อยระย้าพรางตายากแก่การมองเห็นพอดิบพอดีราวกับมีคนมาสร้างไว้

จะว่าไปที่นี่ก็ดูลึกลับน่าค้นหาอยู่ไม่น้อย ใบสนเขียวเข้มหนาแน่นบดบังแสงตะวันเบื้องบนจนเกิดร่มเงา ไม่ร้อนแบบที่เขาคิดไว้แต่กลับเย็นสดชื่นเหมือนเดินอยู่ในเขตป่าชื้น มีลมพัดผ่านมาอ่อน ๆ ผ่านร่องทางเดินจากข้างในให้กลิ่นที่แสนจะธรรมชาติ

อคิณก้าวลงจากรถทว่ากำลังจะปิดประตูก็นึกถึงกล่องเครื่องมือแพทย์ที่พกติดรถไว้เป็นประจำขึ้นมา ในนั้นมีตัวยาสำคัญมากมายสำหรับการช่วยเหลือถ้าเกิดว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้น แต่เพราะคิดว่าจะเดินเล่นแค่ไม่นานแถว ๆ นี้จึงตัดสินใจไม่หยิบกล่องสีดำด้านหลังมาด้วย เขาเลือกที่จะปิดประตูแล้วมุ่งหน้าเข้าป่าอย่างระมัดระวัง ทุ่งดอกไม้ที่อาไกรภพบอกคงอยู่ลึกเข้าไปไม่เท่าไหร่

ณ เรือนดอกไม้กลางป่า

~ฟุดฟิด ฟุดฟิด!

“แม่นม...แม่นมได้กลิ่นหอมอะไรนั่นไหมจ๊ะ?”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลทองยาวขยับตัวยุกยิกบนเตียงนุ่มราวกับไม่สบายตัว เอ่ยถามออกมาทั้งยังหลับตาพริ้ม อยู่ดี ๆ หนุ่มน้อยที่หลับไปแล้วร่วมชั่วโมงก็เอ่ยถามเรื่องกลิ่นขึ้นมา ดูท่าจะละเมอฝันกลางวันอีกแล้ว

“กลิ่นเหรอคะคุณหนู ทำไมป้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย” เธอทำท่าสูดดมไปรอบบริเวณ

“กลิ่นหอม…” 

หอมมากจนอยากรู้ว่ามาจากที่ไหน

“อ๋อ สงสัยลมด้านนอกคงจะพัดกลิ่นในป่าเข้ามาน่ะค่ะ ด้านนอกลมแรงมาก หรือไม่อาจจะเป็นกลิ่นดอกไม้ในสวนก็ได้ค่ะ” ป้าน้อยตอบ หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย

“หอมจัง...” กลิ่นคุ้นมากเลย

~~วี้ด วิ้ว

ปัง! 

ปึงปัง! 

“เหมือนพายุจะเข้านะคะคุณหนู” ป้าน้อยเดินไปปิดหน้าต่างกระจกที่กำลังตีผนังบ้านประท้วงเสียงดัง ความมืดมาเยือนในเวลาอันสั้น ไม่นานทั่วทั้งผืนป่าก็มืดลงราวกับตะวันลับฟ้าทั้งที่ความจริงเพิ่งจะเที่ยงวันเท่านั้น

พึ่บ!

“ว้าย! ไฟดับ”

“มีอะไรเหรอจ๊ะ…” คนป่วยยันตัวลุกขึ้นทั้งที่ยังงัวเงีย หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนนอนไม่หลับสงสัยเป็นเพราะตกใจเสียงหญิงชราอุทาน ลืมตามาพบกับความมืดสลัวก็เข้าใจผิดรีบเพ่งหาคนที่เดินห่างออกไปในความมืดตาหยี 

นี่เย็นแล้วเหรอเนี่ยทำไมเร็วจัง

เปรี้ยง!

“ฮือ! แม่นมจ๋า!”

“คุณหนูของป้าไม่ต้องกลัวนะคะ ป้าอยู่นี่แล้ว” หญิงแก่เดินเข้าไปสวมกอดเด็กกลัวเสียงฟ้าเอาไว้แน่น ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากคนตัวเล็กระอุจนสัมผัสได้ เมื่อครู่เธอเพิ่งเช็ดตัวให้หลานไปเองทำไมตอนนี้มันถึงได้ร้อนขนาดนี้

“แม่นมจ๊ะเทียน… จุดเทียนดีกว่าจ้ะ” คนตัวสั่นงันงกละล่ำละลักบอก

“คุณหนูรอตรงนี้นะคะป้าจะไปหยิบเทียนในครัวก่อนค่ะ” หล่อนแกะมือเล็กที่กำแน่นให้คลายออกจากชายเสื้อเดินออกจากห้องหายไปในความมืด

“เร็ว ๆ นะจ๊ะ!” 

กรหน้าซีดเผือด ตามกรอบหน้ามีเหงื่อผุดซึมทั้งร้อนทั้งหายใจไม่ออกครั่นเนื้อครั่นตัวผิดปกติ กระสับกระส่ายจนต้องกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น อาการประหลาดทำเจ้าตัวแปลกใจไม่น้อย ยิ่งเอามือสัมผัสที่หน้าอกรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นทุกทีก็ยิ่งไม่เข้าใจ 

อาการคล้ายกับว่าเป็นวันนั้นของเดือน แต่ยังไม่ถึงเวลาเลยนี่นา วันที่เขาจะฮีทน่ะมันอีกตั้งเกือบอาทิตย์

“กลิ่นนี้มาจากไหนกันนะ...” โอเมก้าน้อยทำจมูกฟุดฟิดหาต้นตอ รู้สึกโหยหาและอยากสูดดมมันใกล้กว่านี้โดยที่ไม่เข้าใจตัวเอง

ป้าน้อยเดินหายไปในความมืดตรงไปยังห้องครัว ด้วยเพราะรอบบ้านมีแต่ต้นไม้ปกคลุมยิ่งทำให้แสงลอดผ่านได้น้อย ฝนมามืดครึ้มปกปิดแสงสว่างไปจนหมดไม่ต่างจากยามราตรี เธอค้นหาเทียนทุกซอกทุกมุมแต่กลับไม่พบมันสักเล่ม มีเพียงกล่องเปล่าที่เหลือเอาไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น 

บ้าจริงอย่าบอกนะว่าลืมน่ะ!

“แก่แล้วไม่มีอะไรดีจริง ๆ”

เธอรีบเดินไปหยิบเทียนครึ่งเล่มที่เหลือจากจุดเตาทำกับข้าวมาใช้ก่อน อย่างน้อยก็พอให้แสงสว่างเป็นเพื่อนคุณหนูได้ระยะหนึ่ง ส่วนคนใช้อย่างเธอต้องรีบเดินไปเอาเทียนที่บ้านใหญ่ก่อนที่เทียนเล่มนี้จะไหม้หมด ไม่มีแสงไฟตอนกลางคืนซ้ำวันที่ฝนตกด้วย 

คุณหนูคงสติแตกแน่ ๆ 

ต้องรีบไปแล้วด้วยเพราะฝนกำลังเริ่มลงเม็ด-่าใหญ่แล้ว

“คุณหนูคะ เดี๋ยวป้ามานะคะ”

ตอนต่อไป
ตอนที่ 4
ติดตาม

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา