My wife is a detective
ติดตาม
นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
มาโนช คำแพร : เจ้าของเรื่อง
106

อ่าน

0

ตอน

0

คอมเมนต์

MY WIFE IS A DETECTIVE 

ภรรยาผม เป็นยอดนักสืบ 

ตอน ฆาตกรรมในงานแต่ง 

การแต่งงาน? บางคนบอกว่ามันเป็นตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของลูกผู้ชายทุกคน บางคนก็บอกว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงชีวิตที่มีแต่ความมืดมนอนธการ  บางคนก็บอกว่ามันเป็นโซ่พันธนาการที่มัดเราไว้อย่างแน่นหนาที่สุดจนยากที่จะดิ้นไปไหนได้แต่สำหรับผมแล้วมันกลับตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง จะมีสักกี่คนที่มองว่าการแต่งงานเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิตของเราหากจะนับดูแล้วก็คงเป็นผู้หญิงทุกคนกับผู้ชายอีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้นซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นผมเอง ก็จะไม่ให้เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดได้อย่างไรละในเมื่อเจ้าสาวของผมในวันนี้เธอสวยซะยิ่งกว่านางฟ้าซะอีก เธออยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ แต่งหน้าพอประมาณซึ่งก็ดีแล้วเพราะถ้าเธอแต่งหน้าจัดกว่านี้ละก็ผมก็คงจะมองไม่เห็นความสวยที่เป็นธรรมชาติของเธอกันพอดี ผมยาวสีดำของเธอถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยไว้บนศีรษะ ชุดเจ้าสาวสีขาวของเธอประดับไว้ด้วยลูกไม้เต็มไปหมด กระโปรงที่บานออกรอบทิศทางยาวจรดพื้นจนต้องให้เพื่อนเจ้าสาวเป็นคนคอยจับปลายไว้เวลาเธอเดินแต่นั่นก็ไม่สามารถปิดบังรูปร่างที่สูงโปร่งอย่างนางแบบของเธอได้ จะว่าไปแล้วผมว่าเธอสวยกว่านางแบบในนิตยสารชุดแต่งงานทั้งหลายเสียอีก 

ผมกับเธอพบกันเมื่อสามปีก่อนในตอนนั้นบริษัทที่เธอทำงานอยู่เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น...อ้อ!เดี๋ยวก่อนนะนี่ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหม...อะไรนะ?รวมถึงเจ้าสาวของผมด้วยงั้นเหรอ...เอาละ ถ้ายังงั้นผมขอแนะนำตัวเองหน่อยก็แล้วกัน ผมมีชื่อว่า ร.ต.ท.ปิยะพงษ์ นามวงศ์ อายุ 28 ปี มีชื่อเล่นว่า เซิญ ซึ่งเป็นชื่อที่ออกจะแปลก ๆ อยู่เนื่องจากไม่เป็นที่คุ้นหูของใครหลาย ๆ คนนัก พ่อของผมเคยบอกผมตั้งแต่ตอนผมเด็ก ๆ ว่าชื่อของผมเป็นชื่อของแม่น้ำเล็ก ๆ สายหนึ่งที่ไหลพาดผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์บ้านเกิดของผม พ่อเคยบอกว่าถึงแม้แม่น้ำเซิญจะเป็นเพียงแม่น้ำสายเล็ก ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสำคัญของมันในฐานะที่เป็นสายน้ำลดลงไปแม้แต่น้อย เพราะยังไงซะสายน้ำก็ยังคงเป็นสายน้ำอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ 

ผมเป็นนายตำรวจหนุ่ม(ที่น่าจะไฟแรง)สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หน่วยงานของผมมีหน้าที่หลัก ๆ ในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนตำรวจท้องที่ในการป้องกันและปราบปรามตลอดจนการสืบสวนในคดีต่าง ๆ  ผมเข้าประจำในหน่วยนี้ตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายร้อยมาใหม่ ๆ จวบจนกระทั่งบัดนี้ก็เกือบเป็นเวลาสามปีแล้วตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมามีคดีต่าง ๆ มากมายผ่านเข้ามาอีกทั้งยังเป็นคดีที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเป็นอย่างยิ่ง ในแต่ละคดีผมและทีมงานต้องใช้เวลาไปอย่างมากมายในการสืบสวนหาพยานหลักฐานและนำตัวคนผิดมาลงโทษ บางคดีถึงกับต้องใช้เวลาข้ามปีเลยทีเดียวกว่าที่จะปิดแฟ้มลงได้ แต่เหตุการณ์ที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้นับว่าเป็นความน่าพิศวงอย่างหนึ่งในแวดวงการสืบสวนของเรา มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าสาวของผมเอง 

ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่านไม่มากก็น้อยคงจะรู้จักนักสืบชื่อดังต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น โคนันยอดนักสืบ คินดะอิจิอดนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ หรือต่าง ๆ อีกมากที่ปรากฏตัวตามหน้าหนังสือหรือหน้าจอโทรทัศน์ต่าง ๆ นักสืบเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีไหวพริบที่โดดเด่น ฉลาดเป็นกรด อีกทั้งยังเป็นตัวดูดเรื่องเลวร้ายชั้นยอดเสียด้วย คือเมื่อพวกเขาปรากฏตัวที่ไหนที่นั่นย่อมจะมีเหตุหาฆาตกรรมขึ้นเสมอ ๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องในนิยายเท่านั้น ในชีวิตจริงคงไม่มีคนอย่างนั้นอยู่แน่ ๆ อย่างน้อยผมก็เชื่ออย่างนั้นมาตลอดจนกระทั่งมาถึงวันนี้...วันแต่งงานของผมเอง... 

เอาละ ผมยืดเยื้อมานานแล้วเห็นทีจะได้เวลาแนะนำตัวเจ้าสาว(และภรรยาในอนาคต)ของผมเสียที เธอเป็นคนสวยมาก รูปร่างสูงโปร่ง มีใบหน้ารูปไข่รับกับขนคิ้วที่โก่งราวกับคันธนู ริมฝีปากรูปกระจับของเธอมีสีชมพูระเรื่ออยู่ตลอดเวลา เธอมีอายุ 27 ปีอ่อนกว่าผมหนึ่งปีทำให้ผมชอบเรียกเธอว่า น้องฟ้าอยู่เสมอ ๆ ทั้งที่เธอชอบบอกว่าอายุห่างกันแค่ปีเดียวไม่เห็นต้องเรียกว่าน้องฟ้าก็ได้แค่เรียกฟ้าเฉยๆ ก็พอแล้วแต่ผมก็ไม่ชอบเรียกเธอว่าฟ้าเฉย ๆ อยู่ดี เรียกว่าน้องฟ้ามันน่าเอ็นดูกว่ากันเยอะเลย เธอมีชื่อจริงว่า สิริมา อริยไพบูลย์ ซึ่งอีกไม่นานก็คงต้องเปลี่ยนเป็น นามวงศ์แล้ว ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าผมกับเธอพบกันเมื่อสามปีก่อนในวันที่บริษัทที่เธอทำงานอยู่เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นแต่นั่นคงเป็นเรื่องที่เราต้องเอาไว้มาคุยกันในภายหลัง ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอนั้นผมถึงกับตกอยู่ในภวังค์ โลกทั้งโลกของผมหยุดนิ่งไปหมด ถึงแม้ว่าผมจะเคยเห็นผู้หญิงสวยมานักต่อนักแล้วแต่ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่ความสวยของผู้หญิงเหล่านั้นจะทำให้ผมตกตะลึงได้มากไปกว่าการจ้องหน้าอันสวยซึ้งตามธรรมชาติของเธอคนนี้ ด้วยความที่เราต้องร่วมมือกันในการสืบสวนคดีครั้งนั้นทำให้เราสนิทสนมกันมากขึ้นหลังจากคดีปิดลงไปผมก็ยังคงติดต่อกับนักบัญชีสาวคนนี้อยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งมันกลายมาความสัมพันธ์อันสุดแสนวิเศษอย่างที่เป็นอยู่นี้ 

ก็อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าเธอชื่อเล่นว่า ฟ้า และผมก็มักเรียกเธอว่า น้องฟ้า เพราะฉะนั้นหากผมเอ่ยถึงคำว่าน้องฟ้าก็ขอให้หมายถึงว่าที่ภรรยาของผมเอง ในวันนี้น้องฟ้าอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ เป็นชุดแต่งงานแบบสากล เราทั้งคู่ตกลงกันว่าจะจัดงานกันสองวัน วันแรกเป็นการใส่ชุดไทยและทำพิธีแต่งงานแบบไทย ๆ ซึ่งนั่นก็ผ่านมาแล้วหนึ่งวันซึ่งจัดขึ้นที่บ้านของเจ้าสาวในเขตบางกะปิ ความจริงวันนี้สมควรเรียกว่าเป็นงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของเรามากกว่า เราเลือกจัดกันที่โรงแรมแถว ๆ ถนนศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ติดกับห้างดังแห่งหนึ่งเหตุผลก็เพราะแถวนั้นรถไม่ติดและไปมาสะดวกเนื่องจากเสร็จจากงานเลี้ยงแล้วผมกับเธอก็จะถูกส่งตัวเข้าห้องหอในคอนโดใกล้ ๆ กันนั่นเอง 

งานเลี้ยงของเราถูกจัดขึ้นที่ชั้น 6 ของโรงแรมเป็นห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่จุแขกเหรื่อได้ประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยคน ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงเป็นลิฟต์ตัวใหญ่ที่นำพาแขกส่วนใหญ่เข้ามาในงาน ส่วนมากแล้วแขกของเราก็จะเป็นเพื่อนร่วมงานและญาติสนิทมิตรสหายที่รู้จักกันนับรวม ๆ แล้วก็ประมาณ 150 คนได้เนื่องจากทั้งผมและเธอก็ค่อนข้างจะมีพรรคพวกมากโขอยู่ แขกแต่ละคนของเราก็จะนั่งประจำโต๊ะจีนที่จัดเตรียมไว้ให้โดยมีโต๊ะที่โดดเด่นตั้งอยู่หน้าเวทีเป็นโต๊ะของทางแขกผู้ใหญ่ของผมกับเธออันประกอบไปด้วย พ่อกับแม่ของเธอ สารวัตรเอกชัย ผู้บังคับบัญชาในหน่วยของผม ร.ต.อ.ขันติ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของผมในหน่วยอีกทั้งยังเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับผมในสมัยเรียนที่โรงเรียนนายร้อยด้วยผมเรียกเขาว่า พี่ติ ส่วนพ่อกับแม่ของผมนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะซึ่งประจันหน้ากับพ่อกับแม่ของเจ้าสาวพอดี พ่อของผมเป็นกำนันอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์เพิ่งเคยเข้ากรุงเทพฯเพียงครั้งสองครั้งแต่แกเป็นคนติดจะวางมาดอยู่นิด ๆ คือไม่ชอบให้ใครมาดูถูกว่าแกเป็นกำนันบ้านนอกแกจึงนั่งกอดอกจ้องหน้าพ่อของน้องฟ้าอย่างไม่วางตา พ่อของน้องฟ้าเป็นนายทหารยศพันเอกที่ปลดเกษียณแล้วทำให้แกออกจะมีมาดเข้มครึมเอาการอยู่ การจึงกลายเป็นว่าเมื่อเสือสองตัวมาเจอกันจึงออกอาการเขม่นกันเล็กน้อยแต่คงยังไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ความจริงแล้วก็เป็นเพียงการวางมาดใส่กันเท่านั้น แต่แม่ของเราดูเหมือนจะเข้ากันดีทั้งสองคนยิ้มแย้มแจ่มใสหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน ส่วนน้องสาวของผมที่มาจากต่างจังหวัดเหมือนกันนั่งอยู่ข้าง ๆ แม่ของผม เธอเรียนอยู่ชั้นม.6 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้านตรงข้ามกับเธอมีหนุ่มหล่อคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยปีสามไว้ผมทรงนักร้องบอยแบนด์เกาหลีที่กำลังฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง น้องชายของเธอนั่นเอง ผมแอบเห็นสายตาของเขาที่จ้องมองน้องสาวผมไม่วางตาแต่ก็ต้องคอยหลบสายตาของพ่อผมที่จ้องมองตาขวางอยู่ด้วย 

ส่วนผมกับเธอในตอนนี้กำลังเกาะกุมมือกันอยู่บนเวทีโดยมีพิธีกรรับเชิญชื่อ สุริยะ หรือไอ้ต้าร์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทผมเองคอยถามคำถามต่าง ๆ อย่างเอาเป็นเอาตายราวกับคุณสรยุทธ์มาเองเลยทีเดียว เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของเราต่างก็กล่าวคำอวยพรกันไปหมดแล้วอีกทั้งญาติผู้ใหญ่ต่าง ๆ ก็เช่นกัน งานในช่วงนี้จึงเหมือนกับเป็นการสนุกสนานเฮฮากับมุกสด ๆ ของไอ้ต้าร์เสียมากกว่า มันยกมือลูบพุงพลุ้ย ๆ ของมันก่อนจะตะโกนไปยังแขกเหรื่อในงานว่า 

พ่อแม่พี่น้องครับ วันนี้ท่านว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราหล่อสวยกันไหมครับ 

เสียงเฮดังขึ้นมาจากแขกในงานพร้อมกับเสียงชนแก้วดังเคร้งคร้างก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาว่า หล่อ ๆ สวย ๆ กันทั้งนั้นเลย 

ขอบคุณครับพ่อแม่พี่น้อง แต่ผมว่าเจ้าบ่าวยังหล่อน้อยกว่าผมนิดหนึ่งนะคร้าบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้ต้าร์หัวเราะกับมุกตลกฝืดของตัวเอง พ่อแม่พี่น้องครับผมว่างานนี้มันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่งนะครับ มันพูดต่อพลางทำท่าครุ่นคิด สักพักหนึ่งมันก็กระโดดลงไปจากเวทีพลางถือไมค์ไปยังโต๊ะของเพื่อนร่วมงานของผม 

พวกคุณตำรวจคิดว่างานนี้มันขาดอะไรไปหรือเปล่าครับ มันแกล้งถามขึ้น จ่าสมบูรณ์ซึ่งกำลังกรึ่ม ๆ ได้ที่แล้วก็คว้าไมค์ไปจากมือของมันพลางตะโกนใส่ไมค์ว่า งานแต่งมันก็ต้องมีการห้อมแก้มโชว์สิครับคุณพิธีกร แขกเหรื่อในงานหลังจากที่ได้ยินคำพูดของลูกน้องผมก็ปรบมือกับยกใหญ่ 

เป็นความคิดที่ดีมากครับ คราวนี้เราลองไปถามโต๊ะสาวสวยโต๊ะนี้กันดูดีกว่าว่าพวกเธอคิดว่างานนี้มันขาดอะไรไปหรือเปล่า ไอ้ต้าร์ว่าพลางพาพุงพลุ้ย ๆ ของตัวเองเดินไปที่โต๊ะของเพื่อน ๆ น้องฟ้าที่อยู่ถัดมาอีกโต๊ะหนึ่ง อรวรรณหนึ่งในสาวสวยเพื่อนของเธอลุกขึ้นยืนพลางพูดใส่ไมค์ว่า ใช่ค่ะคุณพิธีกรฉันเองก็อยากเห็นเจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาวเหมือนกัน แขกเหรื่อในงานไชโยโห่ร้องขึ้นอีกครั้งพลางร้องตะโกนเชียร์ให้พวกเราหอมแก้มกันไม่หยุดจนในที่สุดผมเองก็ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหวจึงคว้าไมค์ที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดว่า 

ช่วยกรุณาเงียบ ๆ กันหน่อยครับ...เสียงของแขกในงานเงียบกริบลงทันที เพราะผมเองก็ต้องการใช้สมาธิในการห้อมแก้มเจ้าสาวของผมเป็นอย่างมาก สิ้นเสียงของผม แขกในงานก็ส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมาอีกครั้ง ข้าง ๆ ผมน้องฟ้าเจ้าสาวของผมออกอาการขวยเขินจนแก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก จริงอยู่ที่ว่านี่ไม่ใช่การห้อมแก้มหรือจุมพิตกันครั้งแรกของเราแต่การห้อมแก้มต่อหน้าคนหมู่มากอย่างนี้ย่อมต้องมีอาการขวยเขินกันบ้าง เธอคว้าไมค์ไปจากมือผมแล้วพูดออกมาคำเดียวสั้น ๆ ว่า บ้า เสียงแขกเหรื่อหัวเราะกันเกรียวกราวแสดงถึงความชอบใจกันยกใหญ่ 

ผมก้าวออกมาข้างหน้าพลางยกมือเป็นสัญญาณว่าให้เงียบเสียงไว้เพราะตอนนี้ผมพร้อมที่จะหอมแก้มโชว์ทุก ๆ คนแล้ว ห้องทั้งห้องเงียบกริบ แขกทุกคนในงานจ้องมองมาที่เวทีตาเป็นมัน ทุกคนต่างก็ลุ้นระทึกกับวินาทีสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น น้องฟ้าของผมหลับตาพริ้มพลางเอียงแก้มอันแดงระเรื่อมาให้ผม หัวใจของผมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ผมค่อย ๆ ยื่นจมูกไปใกล้ ๆ หน้าของเธอจนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมาปะทะจมูกของผม ในขณะที่จมูกของผมกำลังจะชนกับแก้มเธออยู่นั่นเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากหน้าห้องจัดเลี้ยงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย 

กรี๊ด!!!!!!!! ช่วยด้วยค่ะ มีคนถูกแทง เนื่องจากห้องทั้งห้องเงียบกริบอยู่แล้วทำให้ทุกคนได้ยินเสียงกรีดร้องนั้นอย่างชัดเจน อารมณ์ของผมหยุดชะงักค้างอยู่ตรงนั้นพลางหันไปมองทางต้นเสียงอย่างตื่นตระหนก ใครมาเล่นอะไรบ้า ๆ แถวนี้กันแน่นะ ผมคิดพลางเหลียวมองไปทางต้นเสียงอย่างหัวเสีย 

พนักงานชายของโรงแรมคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดรีบเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้แขกในงานถึงกับกรีดร้องขึ้นพร้อมกัน ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในชุดของพนักงานโรงแรมล้มลงตรงหน้าลิฟต์โดยที่ตัวอีกครึ่งหนึ่งยังอยู่ในลิฟต์ บนตัวของเธอมีพนักงานหญิงของโรงแรมอีกคนหนึ่งนอนทับอยู่ บนตัวของพนักงานหญิงคนนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดูคล้ายกับว่าพนักงานหญิงคนนั้นจะนอนหมดสติอยู่หรือไม่ก็คงเสียชีวิตไปแล้วเนื่องจากวงเลือดที่กระจายออกมานั้นส่งกลิ่นคาวคะคลุ้งไปทั่ว 

สารวัตรเอกชัยกับพี่ติรุ่นพี่ของผมรีบลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้พลางสั่งลูกน้องที่อยู่ที่โต๊ะอีกตัวหนึ่งออกไปดูเหตุการณ์ทันที ส่วนน้องฟ้าดูเหมือนว่าจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย เธอตัวสั่น ใบหน้าที่จากเคยเป็นสีแดงระเรื่อกลายเป็นซีดขาว ยกมือขึ้นกุมอกตัวเอง ผมดึงเธอเข้าไปกอดเพื่อปลอบใจพลางลูบที่แผ่นหลังเธอเบา ๆ  

ไม่ต้องตกใจนะครับคนดีของพี่ ผมพูด เธอซุกหน้าเข้ากับอ้อมอกของผม ตัวของเธอสั่นเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม พี่อยู่นี่แล้วครับไม่ต้องตกใจ ผมพูดอีก เธอพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ แววตาตื่นตกใจค่อย ๆ หายไป ผมยิ้มให้กับเธอก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า รออยู่ที่นี่นะครับพี่จะออกไปดูเหตุการณ์หน่อย 

ผมทำท่าจะผละจากเธอไปแต่เธอกลับคว้าข้อมือของผมไว้แน่นผมจึงหันไปมองอย่างสงสัยเห็นเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ คำหนึ่ง ขอฟ้าไปด้วยคนค่ะเธอพูด 

จะดีหรือครับผมพยามห้ามเธอ ผมไม่อยากให้เธอมาเจออะไรแบบนี้เลย ยิ่งเป็นในงานแต่งของเราด้วยแล้วก็ยิ่งไปกันใหญ่ 

ไม่เป็นไรค่ะฟ้าทนได้ พี่เซิญย่าลืมสิค่ะว่าฟ้าเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วนะ เธอหมายถึงเหตุฆาตกรรมที่บริษัทของเธอเมื่อสามปีก่อน 

แต่นี่มันงานแต่งของเรานะครับ 

ให้ฟ้าไปด้วยเถอะนะคะ อย่างน้อยก็ให้ฟ้าได้อยู่ข้างกายพี่ให้หายตกใจก่อนก็ได้ค่ะ เธอพูดพร้อมกับทำหน้าตาหน้าสงสารเต็มที่ เจอลูกอ้อนเข้าอย่างนี้ผมจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก 

แขกเหรื่อส่วนใหญ่ของเราถูกกันไว้ไม่ให้เข้าไปมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตอนนี้บริเวณลิฟต์หน้าห้องจัดเลี้ยงจึงมีเพียงตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสวบสวนกลางสามสี่นายและผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น เมื่อผมกับน้องฟ้าเดินเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุ พี่ติกับสารวัตรเอกชัยกำลังพินิจพิเคราะห์คนสองคนที่นอนทับกันอยู่อย่างเคร่งเครียด สาวน้อยที่นอนอยู่ด้านล้างหายใจถี่ ๆ หนัก ๆ ด้วยความตกใจพลางส่งเสียงร้องให้คนช่วยด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง 

ทำใจดี ๆ ไว้นะครับคุณผู้หญิง ผมจะช่วยยกคนที่นอนทับคุณอยู่ออกมาไม่ต้องตกใจไปครับ พี่ติพยายามพูดปลอบใจสาวคนนั้นพลางสั่งให้ลูกน้องยกคนที่นอนทับเธออยู่ออกมา 

จ่าสมบูรณ์พร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งช่วยกันจับร่างที่ไม่ไหวติงของผู้หญิงคนนั้นให้หงายขึ้น ทันทีที่จับร่างนั้นให้หงายได้สำเร็จทุกคนก็ร้องอุทานขึ้นพร้อมกัน ร่างของหญิงคนนั้นชุ่มไปด้วยเลือด ที่หน้าอกด้านซ้ายมีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักลงไปจนมิดด้าม ดวงตาของเธอเหลือกค้างไร้ประกาย ทรวงอกไม่ไหวติงแม้แต่น้อยนั่นแสดงว่าเธอเสียชีวิตแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย 

ส่วนผู้หญิงที่อยู่ด้านล่างหลังจากที่ร่างกายเป็นอิสระแล้วก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความตกใจเธอกระเถิบตัวไปนั่งพิงอยู่ที่ประตูลิฟต์ที่เปิดค้างไว้พลางร้องไห้ไม่หยุด ตามเนื้อตามตัวของเธอเปรอะไปด้วยเลือดของเพื่อนร่วมงาน 

เกิดอะไรขึ้นครับคุณ พี่ติคุกเข่าลงข้างเธอพลางเอ่ยปากถาม 

ฮือ ฮือ... แต่เธอกลับเอาแต่ร้องไห้พร้อมกับส่ายหัวไปมา 

คุณครับ...ตั้งสติให้ดี ๆ แล้วกรุณาบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้นเถอะครับ พี่ติถามย้ำอีกครั้งแต่เธอก็เอาแต่ร้องไห้และส่ายหัวไปมาอยู่อย่างนั้น 

เธอคงกำลังตกใจน่ะ เอาไว้ถามทีหลังเถอะ สารวัตรเอกชัยยื่นมือไปแตะไหล่พี่ติพลางพยุงหญิงสาวคนนั้นให้ลุกขึ้นก่อนจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่หญิงในหน่วยของเราที่มาร่วมงานให้พาตัวเธอไปสงบสติอารมณ์ ระหว่างที่หญิงสาวคนนั้นถูกเจ้าหน้าที่หญิงพาตัวไปเธอก็ยังร้องไห้ไม่หยุด เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือและใบหน้าที่เปรอะไปด้วยเลือดแล้วเดินตามเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นไปยังห้องอีกห้องหนึ่งของโรงแรม ผมและน้องฟ้ามองตามเงาหลังคู่นั้นไปจนลับสายตา  

เสียใจด้วนนะหมวดที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในงานสำคัญของคุณ สารวัตรเอกชัยเอื้อมมือมาตบบ่าผมเบา ๆ  

ไม่เป็นไรหรอกครับสารวัตร ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอยู่แล้ว ผมตอบ สารวัตรเอกชัยก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ไหน ๆ มันก็เกิดขึ้นในงานของผมแล้วผมก็ขอรับคดีนี้ไว้เองนะครับสารวัตร ผมพูดต่อ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วนี่น่ะ สืบสวนเหตุฆาตกรรมในงานแต่งของตัวแบบนี้ก็คงจะเป็นความทรงจำที่แปลกไปอีกแบบหนึ่งถึงแม้ผมจะไม่ค่อยชอบนักก็เถอะ 

เอาอย่างนั้นก็ได้ สารวัตรพยักหน้ารับ