เรื่อง ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit
หลังจากูารประลองในสายล่างจนจบช่วงเย็น พวกเราจึงได้รู้ว่าคู่ต่อสู้ของโหวหวังก็คือมี่หวังคนดีคนเดิม
คนที่เจ้าเพื่อนหน้าขนเคยเอากระบองยัดปากมันแล้วสั่งให้กระทุ้งท้องนั่นแหละ
พวกเราทั้งกลุ่ม.. คนตระกูลซุนและผมก็พากันกลับมาที่เรือนรับรอง
แต่วันนี้ดูจะแปลกหน่อย เพราะทันทีที่มาถึง ผมก็เห็นคนตระกูลฮูมายืนรอพร้อมบอกว่าต้องการพูดคุยกับคนตระกูลซุน
ซึ่งผมก็แอบเห็นว่าดันมีสาวหน้าตาจิ้มลิ้มติดตามมาด้วย
แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยขอตัวกลับห้องดีกว่า
ปล่อยให้พวกเขาเล่นบทเจ้าบ้านต้อนรับแขกกันไป
พอกลับถึงห้อง หลินซินก็ได้เดินตรงดิ่งเข้ามาหาผมพร้อมยื่นอะไรบางอย่างให้
ของสิ่งนั้นมันเป็นกระดาษเนื้อแข็ง ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือผมหน่อยเดียว จับแล้วรู้เลยว่าแข็งจริงจัง ชนิดที่ผมนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าถ้าเอากระแสธาราฟาดโดยไม่เสริมพลังปราณ มันจะขาดไหมเนี่ย
ด้านหน้ากระดาษเขียนด้วยอักษรสีทองงดงาม แปะตราตระกูลฮูเอาไว้อย่างภาคภูมิ ส่วนข้อความด้านหลังมีอักษรตัวใหญ่ ๆ เขียนว่า 'แด่ผู้ทรงเกียรติ'
ผมก็เคยได้ยินเรื่องบัตรแบบนี้อยู่บ้าง มันเหมือนบัตรผ่านประตูสู่ชั้นบนสุดของสำนักการค้าตระกูลฮู
ว่ากันว่าบัตรใบนี้ได้ยากนักยากหนา
แต่ตอนนี้กลับอยู่ในมือของผม
แม้จะสงสัยในที่มาที่ไปของบัตรที่อยู่ในมือ
แต่ก็นะ..
การที่บัตรใบนี้มาอยู่ในมือก็ดูน่าสนใจดี แถมในอนาคตก็อาจใช้การอะไรได้บ้าง ผมเลยคิดที่จะเก็บเอาไว้
แต่ความน่าสนใจที่ผมมีก็ต้องลดลงแทบจะทันที หลังจากที่ผมเลื่อนสายตาอ่านบรรทัดต่อมา
ทำเอาหน้าผมแทบซีด
'หลิว เจี้ยน นายท่าใหญ่แห่งท่าเรือเมืองนพบุรี'
เขียนชัดเป๊ะพร้อมลงชื่อเสร็จสรรพ ไม่เผื่อทางหนีไว้ให้ผมแม้แต่น้อย
เอ่อ..คือ.. ผมอาจจะลืมเล่าให้พวกนายฟัง..
คือตระกูลหลิวน่ะ.. ตระกูลของผม..
คือตระกูลเจ้าของท่าเรือของเมืองนพบุรี
เอาง่าย ๆ
ผมเป็นเด็กบ้านรวยน่ะนะ ถึงแม้ว่าเงินที่ว่าจะเป็นของท่านย่าก็เถอะ
แต่การที่ตระกูลฮูลงตราประทับชื่อแบบนี้มา มันจึงทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ผมไม่ทราบว่าตอนนี้ตระกูลฮูสืบเรื่องของผมลึกไปขนาดไหนแล้ว
ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าข้อความท่อนนั้นเป็นเรื่องที่พวกมันสืบได้มา หรือเป็นการลองเชิงของผมกันแน่
จากบัตรที่คิดว่า 'จะเก็บเอาไว้' มันกลายเป็น 'ต้องเก็บเอาไว้' แทน
“นายน้อย.. จะทำเช่นไรต่อไปดีเจ้าคะ?”
หลินซินถามออกมาทันทีที่ผมหยิบดูบัตรเชิญใบนั้น
สีหน้าเธอดูร้อนใจชัดเจน
ซึ่งเข้าใจได้..
เพราะดูเหมือนเธอจะเห็นมันก่อนหน้าผมอีก แล้วก็มานั่งรอ เก็บความอึดอัดอยู่ตรงนี้จนกว่าผมจะกลับมา
ผมถอนหายใจช้า ๆ หนึ่งเฮือก ก่อนตอบ
“ข้าไม่คิดว่าพวกมันรู้แล้วหรอกว่าข้าคือลูกของอาป๊าและอาม้า”
น้ำเสียงของผมตอนนั้นนิ่งมาก จนอาจจะฟังดูเย็นชาไปด้วยซ้ำ
แต่ในหัวกำลังไล่เรียงข้อมูลทั้งหมดที่มีอย่างเป็นระบบ
“เพราะอย่างไรในอดีต คนพรรคมารฯ ก็ได้ประกาศว่าได้สังหารอาป๊าและอาม้าของข้าลงไปแล้วพร้อมด้วยยี่ฟู่ของข้า
อีกทั้งไม่มีข่าวคราวใดในยุทธภพอีกเลย หรือต่อให้พวกมันคิดเช่นนั้น
พวกมันก็ไม่มั่นใจจริง ๆ หรอกว่าข้าคือคนตระกูลหลิวจากเมืองนพบุรีจริง ๆ หรือไม่..
แล้วด้วยความไม่รู้..
พวกคนตระกูลฮูเลยลองเสี่ยงดู”
“แล้วพวกเขาส่งบัตรใบนั้นมาด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ? ไหนจะข้อความที่ระบุเจาะจงเช่นนี้อีก”
“ไม่เพื่อมาลองเชิงข้า..
ก็น่าจะเพื่อผูกสัมพันธ์กับข้าน่ะ
แต่ก็อาจเป็นทั้งสองอย่าง”
ผมพูดออกไป
“คนพวกนั้นน่าจะคิดว่าข้าคือลูกของหกกระบี่คนอื่นที่ยังเหลืออยู่..
หรืออย่างน้อย ๆ ก็ลูกศิษย์ของพวกเขา
เผลอ ๆ อาจคิดว่าข้าคือลูกลับ ๆ ของท่านเจ้าสำนักสาขาหลักด้วยซ้ำ เพราะข้าสนิทสนมกับคนตระกูลซุนเป็นพิเศษ
แต่ก็อย่างว่า..
ตระกูลฮูคงแค่คิดลองเชิงข้า.. และคงจะกอดเรื่องที่มันสืบได้ไว้แน่น ๆ ก่อนจะแน่ใจว่าข้าคือใคร”
ผมจำได้ดีว่าโหวหวังมันเคยเล่าเรื่องตระกูลฮูให้ฟัง..
มันเคยบอกว่าถ้าจะหาตระกูลที่อ่อนสุดในห้าตระกูลเสาหลัก ก็ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล ตระกูลฮูนั่นแหละตัวเต็ง
ดูอย่างงานประลองศึกปัญจมิตรปีนี้ก็ได้
พวกมันเป็นถึงเจ้าภาพแท้ ๆ แต่ดันไม่มีแม้แต่ตัวแทนคนสกุลฮูลงแข่งสักคน..
พวกนายว่าแปลกไหมล่ะ?
ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะตระกูลฮูประสบปัญหาหนักเรื่องการให้กำเนิดยอดฝีมือมาตลอด
เหมือนโดนคำสาปยังไงยังงั้น..
กว่าจะปั้นคนเก่งออกมาได้สักคนมันช่างยากเย็นเกินบรรยาย
แต่ถึงจะอ่อนด้านฝีมือ..
พวกเขากลับชดเชยด้วยการเล่นเกมการเมืองเก่งเอาเรื่อง
ทำการค้าก็เก่ง ผูกมิตรก็เป็น แถมยังพูดจาเข้าหูแบบสุด ๆ
จึงทำให้ไม่ยาก ที่พวกมันจะผูกสัมพันธ์และมีลูกหลานที่แต่งเข้าตระกูลโน้นตระกูลนี้ไปทั่ว
ยกตัวอย่างง่าย ๆ
หม่าเหวินพ่อของหม่าเฟย..
เขานั่นแหละมีภริยาเอกเป็นคนตระกูลฮู ชื่อฮูฟูยู่
อาจฟังดูแปลก.. แต่การแต่งเข้าไปในตระกูลหม่าของเธอก็ช่วยดันชื่อของตระกูลฮูให้ยืนหยัดอยู่ในห้าหลักต่อไปได้
แถมลูกของเธอก็ยังเป็นคู่ต่อสู้ของผมในอีกสองวันข้างหน้าด้วย
หม่าชุนเฟิง..
“แต่มันยังไม่แน่นอน..
หลินซินจำได้ว่าพวกเขามีเด่นเรื่องข่าวสารมิใช่หรือเจ้าคะ..
ไม่แน่พวกเขาอาจรู้เบื้องลึกอะไรบางอย่างบ้างแล้วก็ได้นะเจ้าค่ะ”
“ก็นะ”
ผมไหล่เบา ๆ ไปทีหนึ่งเหมือนจะไล่ความเครียด
แต่มันก็แค่ท่าทางมากกว่า..
เพราะสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือรอดู..
“ต่อให้พวกนั้นรู้.. พวกนั้นก็คงไม่พูดมากอะไรหรอก..”
“ด้วยเหตุใดหรือเจ้าคะ?”
ผมเห็นหลินซินขมวดคิ้วนิด ๆ
ผมยิ้มมุมปากนิด ๆ ก่อนจะตอบเธอไป
“ก็อย่างที่บอก.. พวกนั้นคงอยากเป็นมิตรกับข้ามากกว่าเป็นศัตรูล่ะนะ
อย่างน้อย ๆ ก็จนกว่าจะแน่ใจว่าข้าคือใครกันแน่..”
.
.
เช้าวันต่อมา ก่อนการประลองคู่แรกประมาณหนึ่งชั่วโมง
พอผมได้เจอกับโหวหวัง ผมก็เลยถามมันเรื่องที่คนตระกูลฮูมาหามันเป็นการส่วนตัว
เพราะยังไง..
ตระกูลฮูก็ส่งบัตรผู้ทรงเกียรติมาให้ผม ผมจึงอยากจะรู้ถึงเหตุผลที่คนตระกูลนั้นมาหาเพื่อนของผม
แล้วพอผมรู้ ผมก็ถึงกับอ้าปากค้าง
“คนตระกูลฮูส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้าให้ลูกสาวของเขา?”
ผมเอ่ยขึ้นเสียงสูงเล็กน้อยเมื่อได้ยินในเรื่องที่มันเล่า ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“ให้ข้าเดานะ... เจ้าคงตอบตกลงไปแล้วใช่ไหม?”
เอาล่ะ ผมจะมาสอนสมการง่าย ๆ ในการคิดคำนวณเรื่องนี้ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน
หากมีคำว่า ซุนโหวหวัง แล้วมีคำว่า ผู้หญิงรวมอยู่ในสมการ ยิ่งในสมการนั้นมีคำว่าหมั้นหมายพร้อมด้วยหน้าตาของผู้หญิงที่ดูดีระดับหนึ่ง
คำตอบที่ได้ล้วนมีเพียงหนึ่งเดียว
แต่งครับ!
จำเอาไว้สอบได้เลยนะพวกนาย
“ไม่.. ฉันตอบปฏิเสธ”
พ๊วด! ผมนี่ถึงกับพ่นข้าวต้มกับไข่เค็มในปากออกมาจนหมด
บ้าน่า! สมการมีผิดด้วยเหรอเนี่ย!
“ขะ...ขออภัยขอรับท่านทั้งสอง...”
ผมถึงกับรีบหันไปขอโทษบุพการีทั้งสองของซุนโหวหวังในทันทีที่ทำเสียมารยาท ก่อนจะหันกลับไปหาไอ้เจ้าหน้าขนข้างตัว
“ปฏิเสธ? จริงเหรอ? ไม่...ไม่...ไม่! นายล้อฉันเล่นแล้ว
แบบนี้ไม่ใช่นิสัยนายสักนิด!
คนอย่างซุนโหวหวังปฏิเสธผู้หญิง..
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!”
ตอนผมพูด ผมก็ต้องก้มหน้าเก็บเม็ดข้าวที่ผมทำหกอยู่บนโต๊ะไปด้วย
แต่สายตาของผมก็ยังมองไปที่โหวหวังเพื่อรอคำตอบ
“แม่ฮูหงเปาเพิ่งสิบปีเท่านั้น.. เอ็งจะให้ฉันแต่งเธอมาทำอะไร?
เป็นพ่อให้เธอดอกฤๅ?”
โหวหวังย่นคิ้วจนแทบจะติดกันเป็นปม ดูท่าแล้วเจ้าหมอนี่จะตกใจจริง ไม่ได้แกล้งทำ
“ถึงฉันจะมักมาก แต่เด็กเท่านี้ฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน...”
ผมเหล่ตามองสหายคนนี้แล้วอดยิ้มในใจไม่ได้
ถ้าฮูหงเปาอายุมากกว่านี้อีกสักห้าปี..
ผมกล้าพนันเลยว่าเจ้าหน้าขนต้องเปลี่ยนใจแน่นอน
เผลอ ๆ อีกห้าปีข้างหน้า ถ้าคนตระกูลฮูยังไม่หมดความสนใจในตัวโหวหวัง บางทีฮูหงเปาอาจได้มาเยือนบ้านตระกูลซุนอีกครั้งก็ได้
หรือให้เร็วที่สุด..
ทางฝั่งนั้นก็อาจหาคนใหม่มาแทน
หลังจากกินข้าวกันจนอิ่ม ผมกับคนตระกูลซุนก็ต้องรีบเดินขบวนไปสนามประลองในทันที
เพราะวันนี้ในการประลองรอบแรก ซุนโหวหวังมันต้องขึ้นสังเวียนเจอกับมี่หวังอีกครั้ง
ใช่ครับ..
มี่หวังคนเดิมที่โหวหวังเคยใช้วิธีสุดจะน่ารังเกียจทำให้ตกรอบไปเมื่อสองวันก่อน
นี่มันรีแมตช์ที่น่าดูเหมือนกัน
เพราะท่าทางมี่หวังน่าจะโกรธแต่ไม่ถึงกับแค้นที่โหวหวังมันทำให้ขายหน้าไปตอนก่อนหน้านี้
ซึ่งพวกเราก็มาถึงสนามประลองจนเรียกได้ว่าเฉียดชิวเป็นที่สุด
เพราะมาถึง.. ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง.. ฮูจินก็ยืนรออยู่บนสนามประลองแล้ว
หลังจากฮูจินประกาศเรียกชื่อทั้งสองคนขึ้นสนาม..
สายตาของมี่หวังที่มองซุนโหวหวังมันเปลี่ยนไปจากเดิมราวฟ้ากับเหว
ซึ่งผมก็เข้าใจ.. ถ้าเป็นผม.. เจอคนเคยทำให้ขายหน้าโดยไม่ได้แพ้แบบลูกผู้ชาย ก็คงจะเจ็บใจไม่ต่างกัน
ส่วนซุนโหวหวังน่ะเหรอ.. เอาตรง ๆ หมอนั่นไม่ได้รู้สึกผิดอะไรนักหรอก ความรู้สึกผิดในวันนั้นมันมีอยู่แค่กับตระกูลตัวเอง ส่วนเรื่องกับมี่หวัง สองวันผ่านไป อารมณ์นั้นมันก็จืดจางเหมือนข้าวต้มตอนเช้าที่ถูกลืมไว้ในชามนั่นแหละ
แต่รอบนี้มาแปลก..
หมายถึงฮูจินน่ะนะ
“หากพร้อมแล้ว.. เริ่มประลองได้!”
เหมือนกับว่าคนเป็นกรรมการจะมองขาด ว่ารอบนี้น่าจะดุเดือดเพราะเป็นการรีแมตช์
จึงได้ประกาศเริ่มการประลองไปเลยทั้งอย่างนั้น
แล้วพอเสียงประกาศจางลง..
ทั้งสนามก็ตกอยู่ในความตึงเครียดแบบที่ใคร ๆ ก็สัมผัสได้
มี่หวังเริ่มก่อนเหมือนเดิม..!
หมอนั่นวิ่งฉิวไปรอบสนาม ไม่ใช่แค่เพื่อโชว์ความเร็วแต่เพื่อหาจังหวะซัดอาวุธลับที่ติดตัวไว้ทีละชิ้น ด้วยท่าทางแบบเดิมเป๊ะ ๆ ไม่มีเปลี่ยน
ส่วนโหวหวังของพวกเรา แน่นอน.. มันก็ไม่เสียเวลาลังเลอะไรเหมือนกัน
มันรีบเร่งท่าร่างประจำตระกูลแล้ววิ่งลุยตรงเข้าหามี่หวังเต็มสปีด
กระบองในมือก็แกว่งรับอาวุธลับที่พุ่งเข้าใส่แทบจะไม่หยุดมือ
“ฤทธิ์กระบองบ้านสกุลซุน กระบวนที่ 3 กำแหงสุดกู่!”
ดูเหมือนประสบการณ์จากการเจอกันครั้งก่อนจะทำให้โหวหวังรู้ว่าควรทำเช่นไร
มันจึงได้ใช้วิชาที่เพิ่มความเร็วยิ่งขึ้นผสมกับท่าร่างประจำตระกูล เพราะด้วยรู้ว่าท่าร่างของมี่หวังนั้นเด่นกว่าในเรื่องความเร็ว แถมอีกฝ่ายยังเป็นมืออาวุธซัดด้วย
เมื่ออาวุธระยะกลางปะทะกับอาวุธระยะไกล แน่นอนว่าระยะห่างของคนทั้งสองล้วนมีผล
โหวหวังมันเลยต้องย่นระยะเข้าประชิดตัวให้ได้เร็วที่สุด
โหวหวังโน้มตัวไปข้างหน้าขณะยังวิ่งต่อเนื่อง มือขวาลากกระบองครูดไถไปกับพื้น มือซ้ายเกือบแทบจะช่วยยันเหมือนเป็นเท้าอีกข้าง
ท่าทางแบบนั้นใครเห็นก็บอกได้เลยว่า วานรของแท้!
แล้วดูสิ..
มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าขน แต่คราวนี้มันไม่ใช้กระบองที่ตีส่ง ๆ เหมือนเดิม
โหวหวังตั้งใจฟาดกระบองใส่มีดสั้นนั่นแบบไม้เบสบอล
สงสัยหวังตีโฮมรัน
ผลคือมีดสั้นพุ่งกลับไปหาเจ้าของเร็วกว่าตอนปาออกเสียอีก
แล้วด้วยมีดคมที่ลอยสวนกลับมา มี่หวังเลยต้องเบี่ยงตัวหลบไปทางขวา
แต่ไม่ใช่แค่หลบอย่างเดียว เจ้าหมอนั่นยังปาอาวุธอีกเล่มใส่โหวหวังในจังหวะที่หลบไปด้วย
คงอยากจะรักษาระยะห่างแม้ว่าจะถูกไล่ต้อนอยู่ก็ตามที
แต่ก็เหมือนเดิม..
โหวหวังตีอาวุธที่มี่หวังขว้างมาโต้กลับไปหาตัวเจ้าของตลอด ไม่ได้หวังให้โดนหรือสร้างบาดแผลอะไรหรอก
หมอนี่แค่ใช้ลูกเล่นนี้เพื่อ 'ต้อน' ให้มี่หวังวิ่งไปตรงมุมที่มันต้องการก็เท่านั้น
ซึ่งพอถึงจุดหนึ่ง..
โหวหวังก็สามารถต้อนมี่หวังให้เหลือเพียงห้าเมตร
ซึ่งเป็นระยะที่พอเหมาะพอเจาะสำหรับกระบองปราบมังกรที่สามารถยืดหดได้ดั่งใจนึก
แต่มี่หวังก็ไม่ใช่คนโง่
มันย่อมรู้ดีว่ากระบองของโหวหวังมีจุดเด่นยังไง เพราะโดดกระบองนั้นยัดเข้าพุงมากับตัวเองแล้ว
แล้ววิธีที่หมดนั่นเลือกก็เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดเหมือนกัน
เพราะหมอนั่นเลือกที่จะวิ่งพุ่งตรงเข้าหาโหวหวังแทนการรักษานะยะห่างแบบช่วงแรก
แค่นั้นไม่พอ มือซ้ายขวาก็ได้จับมีดสั้นไขว้ออกไปทางด้านหน้า พร้อมกับพลังปราณที่เอ่อท้นขึ้นมา
“คมกริบสลาตัน!”
แค่ได้ยินชื่อท่า ผมก็รู้ว่าเรื่องใหญ่กำลังจะมา!
ในชั่วพริบตา อาวุธสั้นทุกชิ้นรอบตัวมี่หวังถูกสั่งให้ลอยกลับมารวมกัน พร้อมหมุนวนรอบตัวเจ้าของเหมือนปราการแหลมคมติดปีก
ทุกเล่มทั้งคมและหมุนเร็ว..
แค่เห็นก็นึกภาพว่าถ้าเข้าใกล้ไปโดนเข้าคงไม่ต่างอะไรกับถูกใบพัดเครื่องบินเฉือนเนื้อ
จากการต่อสู้ระยะไกลเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ระยะประชิดในทันทีที่มี่หวังใช้ท่านั้นออกมา
มีดสองเล่มที่คนถือต่างพุ่งทะลวงจ้วงแทงใส่เพื่อนหน้าขนของผม บีบให้โหวหวังไม่อาจออกกระบองได้ถนัด
ซ้ำร้าย..!
-่ามีดสั้นและอาวุธซัดที่ลอยอยู่ก็ผลัดกันพุ่งเข้าหาโหวหวังราวกับมีมือที่มองไม่เห็นสอดแทรกแทงเข้าใส่
โหวหวังรับทุกคมมีดที่วิ่งเข้าหาแบบคล่องแคล่วอยู่คู่หนึ่ง
ผมเห็นหน้าตาของเพื่อนก็รู้ว่ามันนั้นแม้จะมีงานชุก แต่ใบหน้าของมันกลับไม่ได้บอกเลยว่ารู้สึกลำบาก
ดูสบายเกินไปด้วยซ้ำ
จนเมื่อได้จังหวะ!
กระบองโหวหวังก็ได้วาดกวาดเข้าใส่มี่หวังที่หนึ่ง พร้อมหอบเปลวนิพพานที่ลุกขึ้นอาบฉาบไปทั่วตัวกระบองปราบมังกรราวกับเป็นของแถม
บีบให้มี่หวังที่บุกทะลวงเข้าหาจำต้องกระโดดหลบฉากออกไปไกลกว่าเดิมเล็กน้อย
แน่นอน..
เปลวนิพพานนั้นเป็นอะไรที่ไม่อาจยุ่งได้หากไม่มั่นใจว่าสามารถสู้ได้
พอได้จังหวะที่มี่หวังถอยไปตั้งหลัก!
โหวหวังมันก็ไม่รอช้า บังคับกระบองให้ยืดออก ดีดตัวเองกระโดดเข้าหามี่หวังไปราวกับเงาตามติด
พออยู่กลางอากาศ กระบองก็หดกลับย่อขนาดลง!
แต่รอบนี้กระบองมันหดเหลือสั้นแค่หนึ่งเมตร ทั้งท่าจับกระบองของโหวหวังก็เปลี่ยนไป
จากที่เคยจับตรงกลางตลอดมาตลอด ตอนนี้มันกลับจับไปที่ส่วนปลายเหมือนถือกระบี่
ตอนผมมองผมยังเห็นภาพย้อนตัวของผมกับโหวหวังซ้อนทับกัน
แล้วผมก็รู้ได้ในทันทีว่าโหวหวังมันจะทำอะไร
พลังปราณสีชาดพร้อมด้วยเปลวนิพพานถูกเร่งขึ้นมาทั่วตัวกระบอง
ปากของโหวหวังก็ได้ตะโกนก้องออกไปเสียงดังลั่น
“วิชากระบี่โบยสวรรค์ ขั้นที่ 3 อสูรสูญ!!”
กระบองในร่างจำแลงของกระบี่ถูกกดฟาดลงไป หอบเอาทั้งพลังปราณและปราณธาตุวาบผ่านเป็นเส้นสาย
มี่หวังเห็นทุกการเคลื่อนไหวของโหวหวัง มันจึงได้รีบรวบอาวุธซัดของมันที่บิดอยู่รอบตัวให้มากระจุกรวมกัน
หวังใช้อาวุธทั้งสิบเล่มต้านหนึ่งกระบอง
ตุ๊บ..!! เคล้ง..!!
ซึ่งการป้องกันนั้นก็สามารถต้านยันวิชากระบี่โบยสวรรค์ที่โหวหวังใช้ออกมาได้
ทว่าการทำแบบนั้น..
ต้องแลกกับการ์ดป้องกันของตนเองที่แตกกระเจิง พร้อมอาวุธทุกเล่มที่ถูกเปลวนิพพานแผดเผา
ดวงตาของมี่หวังถึงกับหดเล็กลง..
เพราะสิ่งที่โหวหวังกำลังจะทำต่อไปนั้น..
“ฤทธิ์กระบี่บ้านสกุลซุน กระบวนที่ 1 กวาดผืนธรณี!”
ตุ๊บ..ฉัววะ!!
เสียงกระบองสั้นของโหวหวังฟาดเข้ากลางลำตัวมี่หวังเต็มแรง
เกิดเสียงหนักแน่นผสมระหว่างการทุบและการเฉือนก้องไปทั้งสนาม
พร้อมกัน!
ร่างของมี่หวังปลิวไปตามทางที่กระบองเลือก เกิดเป็นสายโลหิตสีแดงกระเซ็นไปตามทางที่คนปลิดปลิว
สายตาผมมองตามรอยแผลที่ท้องของมี่หวัง..
เอาจริง ๆ มันดูไม่เหมือนโดนกระบองฟาดเลย!
เป็นแผลเหวอะเหมือนมีดหรือดาบฟันใส่มากกว่า ไม่ใช่รอยฟกช้ำหรือบวมแบบที่ควรจะได้จากกระบองธรรมดา
“ผู้ชนะในรอบแปดคนสุดท้ายสายล่างคำรบสองได้แก่..
ซุนโหวหวังแห่งบ้านตระกูลพญาวานร!!
มันได้ผ่านเข้าสู้รอบสี่คนสุดท้ายคำรบแรกต่อไป..!”
ฮูจินประกาศผลออกไปเสียงดังก้องสนาม ก่อนจะรีบส่งสัญญาณให้หน่วยแพทย์เข้ามาปฐมพยาบาลมี่หวังทันที
ผมนั่งดูสีหน้าคนดูบนอัฒจันทร์..
ทุกสายตามองไปที่เวทีแบบเหม่อลอยไปที่ร่างของมี่หวังที่อยู่ตรงขอบเวที
พวกเขาคงคิดวนอยู่แต่คำถามเดียว
ทำไมกระบองธรรมดาถึงสร้างแผลเหมือนถูกฟันด้วยของมีคม ทั้งที่มันไม่มีคมสักนิด
ท่านซุนต้าหลี่หันมาถามผมตรง ๆ
ใบหน้าของเขาเหมือนคนที่มองขาดแต่ก็ยังต้องการคำยืนยัน
“ฤๅว่าลูกหวัง..
เป็นปราณกระบี่ของสำนักสี่ขุนเขา?”
ผมหัวเราะแห้ง ๆ ตอบแกไปตามตรง
“ใช่แล้วขอรับท่านผู้เฒ่าวานร..
ผมเป็นคนสอนมันเอง”
แน่นอนอยู่แล้ว..
เพราะผมกับโหวหวังเราฝึกด้วยกันมานาน จะว่าผมรู้ทุกจุดแข็งจุดอ่อนของเจ้าหมอนี่ก็ไม่ผิด
แล้วด้วยความที่บ้านตระกูลซุนมีดีทั้งวิชากระบี่และวิชากระบอง ผมเลยคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเอาจุดเด่นของกระบองที่ยืดหดได้มาผสมกับเคล็ดปราณกระบี่ของสำนัก ไหนจะเคล็ดกระบี่ประจำตระกูลซุนอีก
จะเปิดทางเลือกให้โหวหวังได้อีกเยอะ
ผมก็เลยสอน 'ปราณกระบี่' ของสำนักสี่ขุนเขาให้เจ้าหน้าขนไปเลยแบบฟรี ๆ
เพราะวิชานี้มันเปลี่ยนให้ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นอาวุธที่คมกริบได้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็นกระบี่ก็ยังฟันแหลก
ซึ่งก็เข้าทางซุนโหวหวังที่มันถือกระบองที่ไร้คม
แต่ด้วยตระกูลซุนนั้นเด่นดังเรื่องกระบอง วิชากระบี่ประจำตระกูลนั้นถือเป็นของพื้น ๆ
ผมเลยแถมวิชากระบี่โบยสวรรค์ให้อีกชุด
เพราะด้วยความที่กระบองปราบมังกรของมันนั้นมีจุดเด่นเรื่องขนาดของตัวกระบองที่ไม่แน่นอน
หากว่าเพื่อนของผมคนนี้เป็นทั้งวิชากระบี่และวิชากระบอง แถมระยะการสังหารยังยืดหดได้ตามความยาวของกระบอง
ในอนาคตหากมันเจนจัดทั้งสองแขนง
มันต้องเป็นจอมยุทธ์ที่มีลูกเล่นพลิกแพลงหลากหลาย
คู่ต่อสู้ย่อมเดาทางไม่ถูกเหมือนกับมี่หวังในครั้งนี้
แล้วถ้าถามว่าผมเอาเบสความคิดนี้มาจากไหน..
ก็เป็นตัวของท่านเจ้าสำนักสาขาหลักนั่นแหละ
ผมรู้มาจากโหวหวังว่า ท่านซุนป๋ายเหยียนท่านอาของมันนั้นเก่งกาจวิชากระบี่
ผมเลยคิดว่าโหวหวังน่าจะทำได้ไม่ต่างกัน
แล้วมันก็ออกมาอย่างที่เห็น..
ผลออกมาดีใช้ได้ในการต่อสู้จริงจัง..
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??