เรื่อง ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit
ผมยืนนิ่งราวกับถูกสาป..
ตัวมันแข็งทื่อไปเองโดยไม่รู้ตัว..
ลมหายใจสะดุดกลางลำคอ..
สายตาผมจ้องเขม็งไปที่ปานแดงรูปมังกรฟ้าบนข้อมือของคิมบีโฮ
ไม่ใช่แค่มอง.. แต่เหมือนโดนดูดกลืนเข้าไปทั้งตัว
ปานนั่น..
คือสิ่งที่ผมไม่อยากเห็นที่สุดในสถานการณ์แบบนี้
ในตอนที่สมองประมวลผลได้ไม่เต็มที่ เสียงบางอย่างก็ดังก้องขึ้นมาในหัว
มันคือบทกลอนเก่าแก่ บทกลอนจากบันทึกของสำนักสี่ขุนเขา เสียงนั้นมันชัดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เหมือนมีคนมากระซิบอยู่ข้างหู ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ใกล้เลยสักคน
คนสี่..สุดรันทด ถูกคนคด..ฆ่าล้างผลาญ
กำดาบ..กล่าวสาบาน พวกใจมาร..ต้องเห็นดี
เนตรคราม..ผู้คั่งแค้น ท่องดินแดน..ชำระหนี้
ไม่นาน..พวกอัปรีย์ ดาบเล่มนี้..ปิดชีวา
ความคิดแล่นวนไปมาจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก
นี่มันใช่แล้วใช่ไหม? ไอ้หมอนี่คือหนึ่งในคนตามคำทำนายจริง ๆ ?
พอเงื่อนงำเริ่มปรากฏทีละน้อย มันก็เหมือนโลกทั้งใบของผมสั่นสะเทือน
ใต้ฝ่าเท้ามันสั่นคลอนราวกับจะทรุด
ผมเริ่มเข้าใจว่าหมอนี่ไม่ใช่แค่คู่ต่อสู้ธรรมดา แต่เป็นคนที่แบกความแค้นไว้จนถึงรากแก่น
ความเชื่อมโยงที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวนี่แหละ..
มันทำให้ผมต้องย้อนมองใหม่หมดเลย
ทุกอย่างที่ผมเคยรู้เกี่ยวกับยุทธภพใบนี้..
หรือแม้แต่ตัวผมเอง
ระหว่างที่ผมยังจมอยู่กับความคิดยุ่งเหยิง..
คิมบีโฮก็ไม่ได้ปล่อยให้ผมคิดนาน
หมอนั่นมองผมด้วยแววตาเย็นเฉียบ แต่ลึกลงไปในนั้นกลับเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่หนักอึ้ง
มันดูเจ็บปวดแบบบอกไม่ถูก
“เจ้าคงกำลังสงสัยในตัวข้า..
ไม่ผิดหรอก!
ข้าคือร่างสถิตมังกรคราม..
ข้าคือ ทง บีโฮ บุตรชายอดีตเจ้าเมืองชมดารา บุรุษคนสุดท้ายแห่งตระกูลทง
และจุดมุ่งหมายที่ข้ามาลงแข่งขันในศึกปัญจมิตรครั้ง
ก็เพื่อวัดรอยเท้ากับเจ้าพวกรุ่นเยาว์ของห้าตระกูลนั่น!
กลุ่มคนที่ฆ่าล้างตระกูลทงของข้า!”
เสียงของหมอนั่นก้องสะท้อนทั่วปราการน้ำแข็ง..
ไม่ใช่แค่เสียงตะโกน แต่มันเหมือนกับว่าความเจ็บปวดทุกหยดในใจของเขาถูกเทออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ผมไม่ใช่คนช่างเห็นใจใครง่าย ๆ หรอกนะ..
แต่ครั้งนี้..
ผมได้ยินมันชัดเจนจริง ๆ
ผมถึงกับร้องในใจว่า.. 'อ้อ.. แบบนี้เองสินะ..'
คิมบีโฮ..
ไม่ใช่สิ..
ทงบีโฮมันถึงได้มีจิตสังหารแรงกล้าขนาดนั้น
ก็ไม่แปลกหรอก..
คนที่เห็นครอบครัวตัวเองถูกฆ่าล้างตระกูล มันจะไม่เหลืออะไรนอกจากไฟแค้นในอก
แต่ผมก็ยังอดคิดไม่ได้..
เนตรครามผู้คั่งแค้นงั้นเหรอ..
บางทีมันก็..
มันก็คั่งเกินไปหน่อย..
“หากเจ้าคิดจะขวางทางข้า..
และหากเจ้าคิดจะปกป้องพวกมัน..
พวกตระกูลอัปรีย์ทั้งห้าตระกูล!
ข้าจะเอาจริง.. จะไม่ยั้งมืออีกต่อไป”
เสียงของทงบีโฮเข้มข้นขึ้นจนเหมือนจะกรีดลมหนาวให้แหลมคมกว่าเดิม
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตปรากฏชัดแบบไม่ต้องตีความ
ส่วนปราณวารีรอบตัวก็เข้มข้นจนผมรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่กำลังจะกลืนทั้งสนามราวกับพายุหิมะที่พร้อมซัดกระหน่ำ
“ข้าจะใช้ทุกวิชาที่ข้ามี! และดาบด้านที่หันใส่เจ้าจะไม่ใช่สันดาบอีกต่อไป!
มันจะเป็น 'คมดาบ' ที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางทางข้า!
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นใครก็ตาม
จงอย่าได้คิดว่าข้าจะปรานี!”
คำพูดพวกนั้นมันไม่ใช่แค่คำขู่..
แต่มันคือคำประกาศสงครามแบบไม่ปิดบังอะไรทั้งนั้น
และเป้าหมาย..
ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผมเอง..
โคตรจะตลกร้ายเลย..
ผมไม่หลบตาทงบีโฮแม้แต่นิด..
กลับกัน.. ผมมองกลับไปอย่างมั่นคง
ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความแค้น ส่วนของผมสะท้อนความเข้าใจในความเจ็บปวดนั้น..
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเห็นด้วยไปหมด
เพราะสิ่งที่ผมตั้งใจ..
คือการเปิดตาเขาให้เห็นความจริงที่มันซับซ้อนกว่าการฆ่าล้างบางเพื่อระบายแค้น
“เรื่องความแค้นของเจ้า.. ข้าเข้าใจ..
เข้าใจดีด้วยซ้ำ! ว่าการสูญเสียครอบครัวมันเจ็บปวดขนาดไหน
เพราะข้าเองก็เคยถูกคนชั่วทำลายชีวิต จนกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ของข้าต้องจากไปแบบไม่มีวันกลับ
ข้าไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ข้าเผชิญมา..
มันจะเทียบเท่ากับสิ่งที่เจ้าสูญเสียไปได้หรือไม่..
แต่สุดท้าย..
ความแค้นก็คือความแค้น..
ต่อให้คนที่ลงมือนั้นไม่ใช่คนจากตระกูลห้าเสาหลัก
ข้าก็ยังเข้าใจหัวอกของเจ้าอยู่ดี..
ทงบีโฮ..”
ผมหยุดพูดชั่วครู่.. มองใบหน้าของทงบีโฮที่ยังเต็มไปด้วยความเดือดดาล
สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวด..
แต่มันคือไฟที่ลามจนเผาเขาทั้งตัวไปแล้ว
“แต่การที่เจ้ากำลังพุ่งเป้าความแค้นไปที่คนรุ่นหลังของพวกมันทั้งห้าตระกูล ที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในอดีตเลยสักนิด
ข้ามองว่าเจ้าทำไม่ถูกต้อง!
ข้าว่าเจ้ากำลังั..
เจ้าแค่ต้องการหาใครสักคนให้ได้ระบายความโกรธที่มันอัดแน่นอยู่เต็มอก”
ผมมองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา น้ำเสียงไม่ได้แข็ง แต่ก็ไม่อ่อน
“แล้วเจ้าคิดจริง ๆ เหรอ..
ว่าสิ่งที่เจ้าทำอยู่มันจะพาความยุติธรรมกลับมาหาตระกูลของเจ้าได้?”
ผมพยายามพูดให้เขาคิดดี ๆ อีกที ไม่ใช่แค่เพราะอยากสั่งสอนอะไร
แต่เพราะผมรู้ว่าถ้าเขายังเดินบนทางแค้นโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
สุดท้ายแล้วเขาอาจไม่เหลืออะไรเลย นอกจากซากของตัวเองกับศพอีกกอง
ผมอยากให้เขาหยุดและมองให้ลึกกว่านี้
หยุดมองว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันจะนำไปสู่อะไรบ้าง
มันจะรักษาอะไรได้จริงไหม หรือแค่ซ้ำเติมแผลเก่าให้ลึกลงจนกลายเป็นหลุมที่ไม่มีวันปีนขึ้นมาได้
ผมเห็นดวงตาของทงบีโฮแข็งกร้าวขึ้นทันทีหลังจบประโยคนั้นของผม..
มันเหมือนกับสิ่งที่ผมพูดไป..
มันแตะเข้าเต็ม ๆ กับแก่นศรัทธาที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต
“ต่อให้ข้ายังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนลงมือ
แต่ข้ารู้.. รู้แน่ว่าพวกตระกูลห้าเสาหลักต้องมีเอี่ยว!
พวกมันเป็นเจ้าของอำนาจ พวกมันคือผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากซากศพของตระกูลข้า!
ข้าเห็นกับตา..
ร่องรอยที่หลงเหลือ! ความเงียบของพวกมันหลังเหตุการณ์ของตระกูลข้า!
ความจริงที่ไม่มีใครอยากพูดถึง!”
เขายังพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนเดิม
แต่ครั้งนี้..
ผมสัมผัสได้ถึงแรงต้านที่หนักกว่าเดิม
มันคือความเชื่อมั่นที่ฝังแน่นจากความเจ็บปวดและความแค้น ไม่ใช่ความมั่นใจธรรมดา แต่มันคือ 'แรงยึดเหนี่ยว' ที่เขาใช้ประคองตัวเองให้รอดมาได้จนถึงวันนี้
เป็นศรัทธาที่ไม่อาจสั่นคลอนได้..
“คนที่ฆ่าบิดาของข้า..
มันพูดออกมาด้วยปากของมัน! ว่า 'นี่คือคำสั่งจากห้าเสาหลัก'
ประโยคนั้น.. มันยังดังก้องอยู่ในหูข้าทุกคืน! เหมือนคำสาป! เหมือนมีใครเอามันมาเผาใจข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
มันฝังลึกอยู่ในหัวจนข้าหลับไม่ได้โดยไม่ฝันถึงเลือด
มันกลายเป็นคำสาบานที่ข้าไม่มีวันลืม!
ข้าไม่มีทาง.. ไม่มีวันยกโทษและไม่มีวันหยุด
วันไหนที่ข้าชำระแค้นไม่ได้ ข้าจะไม่ยอมตาย!
ข้าจะลากมันลงนรกไปพร้อมกับข้า ถ้ามันต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ไม่ลังเลแม้แต่ลมหายใจเดียว!!”
“โว..โว่.. ใจเย็นไอ้หนุ่ม.. ข้าเข้าใจเจ้า..
เข้าใจดีถึงความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ในใจเจ้า
แต่ถึงจะเข้าใจ
มันก็ยังมีบางอย่างที่ข้าไม่อาจเข้าใจได้เลย
เจ้าจะเอาอะไรมาวัด.. ว่าการเอาชนะรุ่นหลังของตระกูลห้าเสาหลักมันคือการล้างแค้นจริง ๆ ?
เจ้าคิดเหรอว่าแค่ล้มตงเสวี่ยซาน หรือใครอีกสักคนจากพวกมันจะทำให้วิญญาณของตระกูลเจ้าสงบลงได้?
ต่อให้เจ้าชนะ..
มันไม่ได้แปลว่าเจ้าทวงคืนความยุติธรรมได้
เพราะสุดท้ายแล้ว..
ตระกูลห้าเสาหลักก็ยังเป็นตระกูลห้าเสาหลัก
พวกมันฝังรากในอาณาจักร.. ลึกเกินกว่าจะโค่นได้ด้วยคมดาบเพียงเล่มเดียว
สิ่งที่เจ้ากำลังทำ..
มันแค่สุมไฟแค้นให้ลุกลาม สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น และผลักเจ้าให้จมลึกลงในความเจ็บปวดที่ไม่มีทางจบ
เจ้าต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
เจ้าต้องการมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นหรือแค่รอวันถูกความแค้นกลืนกินไปจนไม่เหลืออะไรเลย? ”
ผมไม่ได้แค่พูดเพื่อค้านหรือชี้หน้าด่าใคร
แต่พูดเพื่อให้เขาเห็น จริง ๆ เห็นว่าทางที่เขาเลือก มันไม่ได้นำพาเขาไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงเลยสักนิด
มันแค่ทำให้เขาหมุนวนอยู่ในวังวนของไฟแค้น.. ไฟที่นอกจากจะเผาคนอื่นแล้ว..
ยังย้อนมาเผาตัวเองให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
ผมอยากให้เขามองให้ลึก ว่าทุกฝีเท้าที่เขาเหยียบลงไปในตอนนี้ มันกำลังพาเขาเดินออกห่างจากสิ่งที่เขาควรได้ ไม่ใช่ใกล้เข้าไป
ไม่ใช่ความยุติธรรม ไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่แม้แต่ความสงบใจหลังจากแก้แค้น
แค่ความว่างเปล่าที่รอจะกลืนเขาทั้งตัว..
ถ้าเขายังไม่หยุดคิด
“การแก้แค้นที่แท้จริง ไม่ใช่การทำลายคนรุ่นหลังที่ไม่รู้เรื่อง
แต่คือการเปิดโปงความจริง และโค่นล้มผู้บงการที่แท้จริง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิดนั้น
เจ้าไม่คิดเช่นนั้นรึ?
เจ้าไม่ต้องการที่จะรู้ความจริงทั้งหมดอย่างนั้นรึ?
หรือเจ้าไม่แม้แต่อยากจะเข้าใจเหตุผลนั้นเลยรึ?”
“พูดกับเจ้าไปก็ไร้ความ..
ในเมื่อเจ้าเป็นสหายของพวกห้าเสาหลัก!!”
หมอนั่นฟังผมจบก็แทบจะปิดบทสนทนาไปเองทันที
ไม่ใช่เพราะหมดคำพูด..
แต่เหมือนมันตัดสินในใจไปแล้ว..
ว่าผมไม่มีวันเข้าใจความแค้นของมันได้
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมหลบทางให้ข้าแต่โดยดี..
ในเมื่อเจ้าไม่เข้าใจความแค้นของข้า..!
เช่นนั้น!
ข้าก็คงต้องล้มเจ้าลงให้ได้..
หลิวเจี้ยน!”
น้ำเสียงของทงบีโฮเปลี่ยนไปทันที..
มันเย็นเยียบและเด็ดขาดอย่างไม่เหลือร่องรอยความลังเลแม้แต่น้อย
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นคู่นั้น..
มันไม่ใช่แค่มองมาที่ผม..
แต่มันกำลังฟาดฟันตั้งแต่ยังไม่ลงมือ
ร่างของหมอนั่นเริ่มสั่นด้วยพลังปราณที่เดือดพล่านจนรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน
ดาบทาจิในมือเปล่งแสงสีครามเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
ไอเย็นที่แผ่ออกมารอบกายรุนแรงจนเหมือนอากาศรอบตัวจะจับเป็นน้ำแข็งได้ทุกวินาที
นั่นแหละ..
ผมรู้เลย..
ว่าหมอนี่เอาจริงแบบไม่มีถอยแล้ว
ผมกับทงบีโฮพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง!
คราวนี้ไม่มีการถนอมฝีมือ ไม่มีการหยั่งเชิง ทุกการเคลื่อนไหวคือเดิมพันชีวิต
หมอนั่นเอาจริงแบบสุดขีด ดาบทาจิในมือนั่นพุ่งเข้ามาเหมือนสายฟ้าที่หวังจะผ่ากลางร่างผมให้ขาดครึ่ง
คมดาบสีครามเย็นเยียบวูบวาบไปมาแทบมองไม่ทัน
ทุกครั้งที่มันปะทะกับกระบี่ของผม เสียงโลหะกระแทกกันก็ดังกระหึ่มเหมือนฟ้าผ่าซ้อนกันไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในกรงน้ำแข็งแคบ ๆ นี่!
“ประกายครามแห่งเกล็ดมังกร หนึ่งเหมันต์ตัดสิ้นแสงตะวัน”
ดาบที่อัดแน่นด้วยโทสะแห่งความแค้น ต่างฟันต่อเนื่องด้วยวิชาเดิมไม่มีหยุด
พายุหิมะกับเกล็ดน้ำแข็งจากคมดาบของทงบีโฮพุ่งเข้าใส่ผมราวกับฝน-่าที่ไม่มีวันหมด
การโจมตีของหมอนั่นเร็วมาก! เร็วจนแทบมองตามไม่ทันทุกจังหวะเหมือนการร่ายรำ ประดับไปด้วยห้วงทำนองแห่งความตาย
ถ้าพลาดแค่ครั้งเดียว..
ผมคงไม่เหลือแม้แต่เวลาให้เสียใจ
ผมเองก็เอาจริงไม่แพ้กัน!
กระบี่กระแสธาราในมือพลิ้วไหวเหมือนมังกรทองกำลังว่ายสวนกระแสน้ำ
ไม่ใช่แค่ความเร็ว!
แต่คือแรงกดดันที่ทุกจังหวะของผมต้องแลกมากับลมหายใจ
ปราณธาตุไฟกับน้ำในร่างถูกเค้นออกมาจนแทบหมดคลัง
ทุกการวาดดาบของหมอนั่นร้องเตือนว่าหมดเวลาประหยัดพลังปราณ!
“วิชากระบี่โบยสวรรค์ ขั้นที่ 6 กระบี่ปิดสวรรค์”
ผมกระหน่ำแทงกระบี่เข้าใส่จุดตายของทงบีโฮแบบไม่ลังเล
ทุกจังหวะที่ปล่อยออกไปคือความพยายามจะเจาะทะลุกำแพงน้ำแข็งนั่นให้ได้
ไม่ใช่แค่เพื่อสร้างแผล..!
แต่เพื่อให้หมอนั่นรู้ว่าผมเองก็ไม่คิดถอยเหมือนกัน
แรงแทงของผมรุนแรงและแม่นยำพอ ๆ กับความตั้งใจที่สุมอยู่ในอก
ถ้าจะจบกันที่ตรงนี้!
ก็ให้มันจบแบบไม่มีใครต้องเสียดาย!!
ดาบของทงบีโฮฟาดลงมาด้วยปราณครามที่เข้มข้นจนเหมือนจะฉีกอากาศให้ขาด
ผมยกกระบี่กระแสธาราขึ้นรับโดยผสานทั้งปราณธาตุน้ำและไฟเข้าด้วยกันพร้อมเสริมแรงเสริมฐานยืนให้มั่นด้วยปราณปฐพี
แรงปะทะที่เกิดขึ้น..
มันเหมือนภูเขาถล่มตรงหน้า!
คลื่นพลังระเบิดออกกลางสนาม เสียงมันดังก้องเหมือนฟ้าผ่าซ้อนกันหลายระลอก
ผนังน้ำแข็งรอบตัวแตกร้าวเป็นเส้นยาว เศษน้ำแข็งขนาดเท่าฝ่ามือตกลงมาเหมือนฝน-่าใหญ่
ผมไม่แน่ใจว่าปราการน้ำแข็งนี่จะอยู่ได้อีกกี่วินาที
ไม่แน่ถ้ายังมีแรงระเบิดอีกลูกตามมา
ปราการน้ำแข็งทั้งอันก็จะโค่นลงเหมือนตึงระฟ้าที่ฐานถูกทำลาย
แต่เมื่อพลังทั้งหมดมลายหายไป สิ่งที่เหลืออยู่คือผมกับทงบีโฮ
เรายังยืนอยู่..
แม้จะหอบหนักเหมือนคนวิ่งข้ามทวีป
เสื้อผ้าแต่ละชิ้นแทบจะกลายเป็นเศษผ้า ทั้งรอยแผลจากดาบน้ำแข็งของหมอนั่นที่เฉือนข้างซี่โครงผม และรอยไหม้บางจุดบนตัวเขาจากปราณไฟของผม
เราทั้งคู่ต่างได้ลิ้มรสความเจ็บไม่ต่างกัน
ไม่มีใครล้ม ไม่มีใครได้เปรียบอย่างแท้จริง
แต่ในจังหวะที่ลมหายใจยังร้อนผ่าว..
ทั้งผมและทงบีโฮกลับพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้งโดยไม่พูดสักคำ
ดาบกับกระบี่ปะทะกันกลางพายุเศษน้ำแข็ง!
เสียงโลหะฟาดกันดังก้องไปทั่วทั้งสนามราวกับเสียงอสนีบาตที่ไม่มีวันหยุด
แววตาของหมอนั่นยังเต็มไปด้วยไฟแค้น!
ส่วนของผมเต็มไปด้วยการยืนยันว่า จะไม่มีใครก้าวข้ามไปง่าย ๆ
คมดาบเฉือนลงมาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่กระบี่ของผมก็แทงสวนขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ศึกครั้งนี้..
ยังไม่มีใครยอมใคร!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??