เรื่อง ภูเขาเทพเซียน
หยางเทียนเิาถนนไปเรื่อยๆ ตลอดสองข้างทางนั้นมีเหล่าจอมยุทธมาตั้งแผงขายของกันอยู่มากมาย
ระหว่างทางเขาก็สำรวจสินค้าเหล่านั้นไปด้วย มันทีทั้งสมุนไพร อาวุธ ชิ้นส่วนสัตว์อสูร และแร่เหล็กต่างๆ ของเหล่านี้มีทั้งที่เขารู้จักและไม่รู้จัก
"เอ๊ะ!!!!จริงสิข้ามีเนตรส่องสวรรค์อยู่ไม่ใช่รึ!? ข้าควรจะใช้มันให้เป็นประโยชน์! บางที่ข้าอาจจะโชคดีเจอสมบัติล้ำค่าก็ได้ฮิฮิ!!"ชายหนุ่มกล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องใใจ
จากนั้นเขาก็หมุนเวียนลมปราณไปที่ดวงตาและเปิดใช้งานเนตรส่องสวรรค์ทันที จากนั้นเขาก็มองสำรวจสินค้าเหล่านั้นต่อ
……........
##หญ้าสีชาด
--ระดับ : สอง ขั้น ต่ำ
--สรรพคุณ : ใช้้ามเลือด เป็นส่วนผสมรองใการหลอมโอสถไม่เกินระดับสองหลายชนิด
- สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
………..,..
## ดอกฟ้าคราม
-- ระดับ : สอง ขั้น สูง
-- สรรพคุณ : เป็นส่วนผสมหลัก และส่วนผสมรองใการหลอมโอสถที่ต่ำกว่าระดับสามหลายชนิด
-- สามารถเติบโตได้เฉพาะใกล้กับแหล่งน้ำเท่านั้น
…………
## แก่นอสูร หมูป่าขนทอง
-- ระดับ : สอง
-- สรรพคุณ : เป็นวัตถุดินใการหลอมอาวุธระดับหนึ่งขั้นต่ำ บางชนิด
-- พบได้ทั่วไปตามป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์อสูร
………….
## แก่นอสูร หมาป่าวายุ
-- ระดับ : สาม
-- สรรพคุณ : เป็นส่วนผสมใการหลอมอาวุธบางชนิด และสามารถดูดซับลมปราณใแก่นอสูรได้ขณะฝึกวิชาที่เกี่ยวกับความเร็ว สามารถทำให้ฝึกวิชาได้เร็วขึ้น
-- พบได้ตามป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์อสูร มักอยู่กันเป็นฝูง
………………
"แก่นอสูรชิ้นนี้ไม่เลวเลย แต่เสียดายระดับต่ำไปหน่อย"หยางเทียนกล่าวขึ้นใใจ
"เฮ้อ...ของเหล่านี้ไม่มีสิ่งใดหน้าสนใจเลย!? ระดับของพวกมันต่ำเกินไป เห็นทีข้าคงไม่มีโชคเหมือนกลับพระเอกในิยายแล้วหล่ะ!?"หยางเทียนยังคงบ่นกลับตนเองใใจต่อไปพร้อมกับเดินสำรวจไปเรื่อยๆ
เขาใช้เนตรส่องสวรรค์ สำรวจผู้ผู้ยุทธที่ขายของ และผู้ฝึกยุทธที่เดินผ่านไปผ่านมา ร่วมไปถึงไม่ลืมสำรวจสินค้าที่เขาเดินผ่านด้วย
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนเกือบจะสุดแผงขายสินค้าแล้ว และสายตาของเขาก็ไปสะดุดเขากลับแผงขายของแผงหนึ่งที่มีผ้าเก่าๆ สีซีดๆ ถูกปูอยู่บนพื้น ในั้นมีแผ่นป้ายที่ทำจากไม้สีดำ ขนาดเล็กกว่าฝามือวางอยู่ รวมกลับตำราเก่าๆ อีกสองเล่ม
โดยเจ้าของแผงเป็นบุรุษคนหนึ่งที่นั่งหลับตานิ่งไม่ไหวติง หน้าตาคมเข้มดูดุดัน แต่ก็หล่อเหล่า รูปรางสูงโปร่ง ร่างกายกำยำมีกล้ามเป็นมัดมัด แม้ว่าดูจากภายนอกแล้วเหมือนกับบุรุษที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงทั่วไป แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น
………….
## เซียนกระบี่เดียวดาย (ฟางหยู)
– อายุ : 45 ปี
-- ระดับพลัง : เซียน ขั้นเจ็ด (ใช้พลังได้เพียงแค่ระดับจักรพรรดิเท่านั้น เนื่องจากเส้นลมปราณฉีกขาด ตันเถียนแตกร้าว ต้องรักษาก่อนถึงจะสามารถกลับมาอยู่ระดับเซียนขั้นเจ็ดตามเดิม)
-- กายา : มนุษย์
-- พรสวรรค์ : ระดับชั้นยอด
-- ขุมกำลัง : ผู้ฝึกตนอิสระ
……………
"หืม!? ...เซียนที่บาดเจ็บ ฮุๆๆๆ ข้านี้ช่างโชคดีจริงๆ หากข้ารักษาเขาให้หาย และรับเขาเข้าร่วมภูเขาเทพเซียน ใตำแหน่งผู้อาวุโส! ภูเขาเทพเซียนของข้าก็จะมีเซียนครบสองคน และกลายเป็นขุมกำลังขั้นหนึ่งใทันที!! ฮิฮิฮิๆ..."หยางเทียนพูดกลับตนเองพร้อมกลับหัวเราะขึ้นใใจด้วยความชั่วร้าย
…………
## วิชา ฝามือฝนดาวตก
-- ระดับ : จักรพรรดิ ขั้น กลาง
-- สามารถสร้างฝามือปราณนับไม่ถ้วนโจมตีศัตรูประดุจ-่าฝน
………….
## วิชา กระบี่วายุรำพัน
-- ระดับ : มหาจักรพรรดิ ขั้น สูง
-- เป็นวิชากระบี่ที่สามรถโจมตีได้ว่องไวประดุจสายลม หนักหน่วงดั่งพายุคลั่ง
………….
# วิธีสร้างหุ่นเชิด (ถูกนึกไว้ด้วยค่ายกล)
"หืม...แผ่นป้ายนี้ไม่ธรรมดา?! ขนาดใช้เนตรส่องสวรรค์ส่องดู กลับสามารถมองแค่เพียงชื่อเท่านั้น ค่ายกลที่ถูกสร้างไว้เพื่อซ้อนวิธีสร้างหุ่นเชิดนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เก็บแผ่นป้ายนี้ไว้ก่อน! ไว้มีเวลาค่อยหาวิธีแก้ค่ายกลนี้แล้วกัน!?"
หยางเทียนกล่าวขึ้นใใจ จากนั้นเขาก็นั่งยองๆ ลงที่หน้าแผงขายของของฟางหยู จากนั้นเขาก็หยิบป้ายไม้แผ่นนั้นขึ้นมาดู พร้อมกับใช้พลังปราณสร้างอาณาเขตตัดบริเวณนนี้จากโลกภายนอก
"ท่านเป็นใคร?! ต้องการอะไรจากข้า!?"ฟางหยูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง พร้อมกลับความหวาดระแวง แม้ว่าคนตรงหน้านี้จะมีใบหน้างดงามราวกับเทพเซียนลงมาจากฟากฟ้าก็เถอะ
แต่กลิ่นอายที่แผ่มาจากร่างที่งดงามนั้น มันกลับสร้างความกดดันให้กลับเขาเป็นอย่างมาก! ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนที่เขามีร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมอยู่ใระดับสูงสุด
เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้!? คนผู้นี้ต้องมีระดับพลังเกินกว่าเซียนขั้นเจ็ดอย่างแน่นอน หากเขาหลงใหลใรูปลักษณ์ที่งดงามนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะตกตายอย่างง่ายดายหรอกหรือ!?
"หึหึ...ช่างสมกับเป็น...เซียนขั้นเจ็ดใอดีตเสียจริง!!!"หยางเทียนแสร้งกล่าวมาอย่างแปลกใจพร้อมกลับรอยยิ้มที่หวานหยดย้อย โดยไม่ลืมเน้นคำว่า ‘เซียนใอดีต’ หนักๆ เพื่อนกระตุ้นคนตรงหน้า!!
"กร๊อด!!! ท่านต้องการสิ่งใดก็พูดมา!! จะฆ่าก็ฆ่า!!!"ฟางหยูกัดฟันอย่างเครียดแค้นพร้อมกลับกล่าวมาเสียงดัง!
เขาใช้สายตาอาฆาตจ้องมองหยางเทียนอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะว่าตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย เพราะโดนพลังปราณของอีกฝ่ายกดเอาไว้
"เฮ้อ!!!...เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่ไม่หลงใหลใรูปร่างหน้าตาของข้า แถมยังมองข้าเป็นคนชั่วร้ายเช่นนี้อีก!? ..."หยางเทียนถอนหายใจมา และกล่าวมาด้วยสีหน้าใสซื่อ พร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสลูบไล้กรอบหน้าของฟางหยูไปมาอย่างสนุกสนาน
พอฟางหยูโดนมือเรียวยางนั้นสัมผัสกลับใบหน้าของตนเอง ดวงตาของเขาก็จองมองใบหน้าใสซื้อนั้นไม่วางตา หัวใจของเขาเต้นระรัวสั่นระริก ลมหายใจสะดุด...ขาดห้วงเกือบที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับมัน ตอนนี้เขารู้สึกคิดผิดอย่างมหันต์ที่จ้องมองไปที่ใบหน้านั้น
"อันตรายมาก!!..เกือบไปแล้ว ฮู้!!!"เขากล่าวกับตัวเองใใจพร้อมกับพ้นลมหายใจมา
"เหอะ!! ท่านแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แต่กลับมารังแกคนไม่มีทางสู้เช่นข้า! ท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ!!? หากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายไปท่านไม่กลัวผู้คนทั่วยุทธจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าร้ายท่านรึ!!?"
ฟางหยูกล่าวขึ้นมาเพื่อหวังว่าหยางเทียนจะปล่อยเขาไป เขาพยายามค้นความทรงจำของตนเองว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เขาเคยไปล่วงเกินอีกฝ่ายหรือไม่! ทำไม่อีกฝ่ายถึงต้องมารังแกเขา!? แต่เขาก็ไม่เคยพบคนผู้นี้!!?
"ข้าไม่สนว่าผู้อื่นจะมองหรือวิจารณ์ข้าเช่นไร เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของโลก ก็ย่อมต้องถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพร โอสถ อาวุธ เคล็ดวิชา สัตว์อสูร หรือแม้แต่สิ่งที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ก็ล้วนแล้วต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์"
"ต่างกันแค่เรื่องที่ผู้คนนำมาวิพากษ์วิจารณ์นั้นจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ล้วนแล้วแต่เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี เหตุใดข้าต้องใส่ใจกลับมันด้วยเล่า?"
หยางเทียนกล่าวตอบกลับไป
"นี่!!!..."พอฟางหยูได้ฟังเขาถึงกับพูดไม่ ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างเขาจึงรีบหลับตาลงและทำความเขาใจมันใทันที
"หือ!? ..บรรลุเจตจำนงหรือ? นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่คำพูดของข้าจะทำให้เขาบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้!!"หยางเทียนกล่าวใใจ
ต้องรู้ก่อนว่าการที่คนคนหนึ่งจะบรรลุเจตจำนงได้นั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก มันไม่เกี่ยวกลับระดับของการฝึกฝน แต่มันเกี่ยวกลับความเข้าใจใวิถีที่คนผู้นั้นวิ่งตาม.. ใโลกนี้มีเจตจำนงอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจตจำนงกระบี่ เจตจำนงหอก เจตจำนงหมัด ฯลฯ ยังมีเจตจำนงอื่นอีกมากมาย
เจตจำนงกระบี่ที่ฟางหยูกำลังบรรลุอยู่ตอนนี้ หยางเทียนก็บรรลุได้แล้วเช่นกัน ตอนที่เขาฝึกฝนอยู่ใมิติเอกเทศน์ แต่ที่เขาสามารถบรรลุได้อย่างรวดเร็วเพราะเขามีเนตรส่องสวรรค์เป็นตัวช่วย
ซึ่งมันทำให้เขามองเห็นสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน เขาจึงสามารถเข้าใจและสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้ใที่สุด แต่ฟางหยูกลับต่างไป
การที่เขาจะบรรลุได้นั้นเขาต้องใช้เวลายาวนานใการทำความเข้าใจใวิถีที่ตนเลือกเดิน เขามีความเข้าใจมันจนใกล้จะบรรลุแล้ว พอได้ฟังสิ่งที่เขากล่าวมันเลยทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่างจากคำกล่าวของเขาได้ มันเลยทำให้เขาบรรลุเจตจำนงได้อย่างง่ายดาย!!
***หมายเหตุ พรสวรรค์นั้นถูกแบ่งเป็น้าระดับไ้แ่
1.พรสวรรค์ระดับต่ำ
2.พรสวรรค์ระดับกลาง
3.พรสวรรค์ระดับสูง
4.พรสวรรรค์ระดับสูงสุด
5.พรสวรรค์ระดับสุดยอด
ยิ่งคนคนนั้นมีพรสวรรค์สูงมากเพียงใดก็จะทำให้คนคนนั้นสามารถเข้าใจตำราวรยุทธได้ดีกว่าคนทั่วไป สามารถฝึกฝนวรยุทธและดูดซับลมปราณได้เร็วกว่าคนที่มีพรสวรรค์ที่อยู่ใระดับที่ต่ำ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??