เรื่อง ภูเขาเทพเซียน

ติดตาม
บทที่ 27 : กายหยินหยาง
บทที่ 27 : กายหยินหยาง
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

"จริงสิ! สูตรโอสถระดับเก้าาาา!สมุนไพรระดับเก้าชั้นต่ำ โสมโลหิต!บุปผาสวรรค์! ดอกไอวิญญาณ!"


"ทั้งสามล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรระดับเก้า!แถมยังมีสมุนไพรระดับแปดอีกกว่าสิบชนิดด้วย! และยังมีสมุนไพรระดับเจ็ดอีกเกือบร้อยชนิด! แถมยังมีถึงสามชุด! งื้อออ~...ทั้งสูตรโอสถและสมุนไพรล้ำค่า!"


ฟางชิงหลันเมื่อนางได้สติกลับคืนมา นางก็หันมาสนใจสูตรโอสถและสมุนไพรในมือ ทันใดนั้นจากที่ดีๆอยู่! นางก็กลายเป็นสตรีคลั่งในทันที!


นางรีบเปิดอ่านสูตรโอสถและเปิดดูสมุนไพรในกล่องทีละกล่องๆอย่างถนุถนอมจ้องมองพวกมันด้วยสายตากระหายและหลงใหล นางค่อยนำมือไปสัมผัสและลูบไล้พวกมันเบาๆราวกลับโรคจิต!


สูดดมกลิ่นของพวกมันเข้าไปในจมูกจนเกิดเสียงดังฟืดฟาดขึ้นมา! แล้วนำมันเข้ามาสวมกอดไว้ในอกอย่างหวงแหน ตอนนี้นางกลายเป็นสตรีที่คลั่งไคล้หลงใหลในสมุนไพรไปแล้ว!


"นี่นับเป็นสิ่งที่พิสูจน์แน่ชัดแล้วว่า นักหลอมโอสถยิ่งมีระดับสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีนิสัยแปลกประหลาดมากขึ้นเท่านั้น!..."


ตงฟางหยูจ้องมองไปที่ฟางชิงหลัน ผู้ที่พึ่งทะลวงระดับขึ้นเป็นเทพโอสถอย่างหมาดๆ ที่ตอนนี้แสดงท่าทางราวกับคนบ้าออกมาอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ของเทพโอสถเลยแม้แต่น้อย


เขาจ้องมองไปที่นางด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า อ้าปากค้างพะงาบพะงาบ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อย่างเลื่อนลอย


จากนั้นเขาก็รีบปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น และรีบตรงดิ่งเข้าไปในห้องของตนเองทันที! ปล่อยนางให้คลั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว!


....................


เวลาผ่านไปห้าอีกวันแล้ว ทุกคนล้วนกลับมาเป็นปรกติดังเดิม และตอนนี้พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วเช่นกัน เรือเหาะของพวกเขาลอยอยู่เหนือเมฆ มันถูกโอบล้อมไปด้วยม่านหมอกอำพรางที่เกิดจากพลังวิญญาณของหยางตงเทียน


ตอนนี้มันลอยอยู่สูง เหนืออาณาเขตที่ตั้งของตระกูลเหยาขึ้นไป หยางตงเทียนลอยออกไปจากเรือ ชายหนุ่มก้าวเดินไปในอากาศทีละก้าว ทีละก้าว ตงฟางหยูและฟางชิงหลันก็เดินตามเขาออกมาเช่นกัน


ก้าวเดินตรงไปอีกไม่กี่ก้าว หยางตงเทียนก็ลงมือทันที! ชายหนุ่มผนึกอากาศโดยรอบ ในรัศมีสามร้อยลี้ที่เป็นอาณาเขตของตระกูลเหยาทั้งหมด เพื่อป้องกันการหลบหนีทันที


"ท่านประมุขนี่ท่านไม่ได้ติดค้างตระกูลเหยาหรอกหรือขอรับ!? ไฉนถึงได้? ...."เมื่อเห็นการกระทำของท่านประมุขของตน ที่ผนึกอากาศโดยรอบอาณาเขตของตระกูลเหยาเอาไว้ ตงฟางหยูก็กล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะว่าสิ่งที่ท่านประมุขกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันคือการปิดล้อมสังหารชัดๆ


"ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้ใดบอกเจ้ากันว่าข้าติดค้างตระกูลเหยา?"หยางตงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก


"นะ น่ะ! นี่!?"พอหยางตงเทียนกล่าวจบ ตงฟางหยูก็ถึงกลับพูดไม่ออก เพราะทุกอย่างล้วนเป็นเขาที่คิดไปเองฝ่ายเดียว


"เช่นนั้นให้ข้าลงมือเลยไหมขอรับ!?"พอรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ตงฟางหยูก็กลับมาสงบดังเดิม จากนั้นชายหนุ่มก็กล่าวอาสาเป็นผู้ลงมือในทันที


"ไม่ต้อง! ข้าจะลงมือด้วยตนเอง! หากข้าไม่ลงมือด้วยตนเอง มันจะถือเป็นการตอบแทนคนที่ข้าติดค้างได้อย่างไร!?"หยางตงเทียนกล่าวออกมาเสียงเรียบ


เหมือนกลับคนไร้ความรู้สึก แต่ภายในใจของเขานั้นกลับไม่ได้สงบเยือกเย็นเหมือนกับที่แสดงออกมาภายนอก เพราะว่านี้คือการฆ่าคนครั้งแรกของเขา


แถมยังไม่ใช่แค่คนเดียว!แต่เป็นการฆ่าล้างทั้งตระกูล! ตามที่เขาใช้เนตรส่องสวรรค์จ้องมองทะลุค่ายกลเข้าไป ภายในนั้นมีผู้คนอยู่ไม่ต่ำกว่าพันคน มีตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ รวมไปจนถึงวัยชรา


"ฟู่!!"ชายหนุ่มพ้นลมหายใจออกมา ขับไร้ความคิดฟุ้งซ่านของตนออกไป


จากนั้นก็เรียกกระบี่วัฏจักรและเจดีย์กักวิญญาณออกมา เมื่อศาสตราวุธทั้งสองปรากฏออกมา ห้วงอากาศโดยรอบก็พลันสั่นสะท้าน


ด้วยอาณุภาพของศาสตราวุธระดับเก้า ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสรองที่ตามเขามา ก็รีบกระโดดออกห่างจากหยางตงเทียนไปหลายลี้ในทันที


เจดีย์ขนาดเล็กเก้าชั้นค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นมา ลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ มันเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำลายดวงวิญญาณของผู้ที่ตกตายลงให้แหลกสลายไปในทันทีที่ดวงวิญญาณหลุดออกจากกายเนื้อ!


ส่วนที่มือขวาของหยางตงเทียนก็กอบกุมกระบี่เล่มหนึ่งเอาไว้ กระบี่เล่มนี้มีด้ามจับสีทองประกาย ถูกแกะสลักเป็นลวดลายมังกรหงส์ ส่วนตัวคมกระบี่ยาวประมาณหนึ่งซุน มันมีสีเงินประกายแวววาว บางเฉียบราวกลับปีกจักจั่น


หยางตงเทียนค่อยๆ ยกกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะของตนเอง ทำให้เหนือศีรษะของเขาปรากฏกระบี่สีทองที่สร้างขึ้นจากลมปราณอันคมกริบ! ลอยอยู่เต็มฟากฟ้า พวกมันแต่ละเล่มล้วนแผ่เจตจำนงกระบี่คมกริบออกมาอย่างหนักหน่วง


"เจตจำนงกระบี่!! นะ! น่ะ! นี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร?!"ตงฟางหยูร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกตลึง


เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาเห็นคือท่านประมุขกำลังชี้กระบี่ขึ้นฟ้า ทำให้มีกระบี่ลมปราณมากมายปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด!แถมกระบี่เหล่านั้นยังแผ่เจตจำนงที่คมกริบออกมาอีกด้วย!


ท่านประมุขเป็นเทพโอสถไม่ใช่หรือ? ไฉนตอนนี้ถึงกลายเป็นเซียนกระบี่ไปซ่ะแล้วล่ะ!?


เจตจำนงกระบี่ที่ท่านประมุขแสดงออกมานั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่าเขาจะบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้แล้วเช่นกัน แต่มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งและแหลมคมเท่ากับของท่านประมุข!


เรื่องประหลาดเช่นนี้มันอยู่เหนือจิตสำนึกของเขาไปแล้วอยู่ๆ เทพโอสถจะกลายเป็นเซียนกระบี่ได้อย่างไร?


" กายหยินหยาง!!! "ฟางชิงหลันกล่าวออกมาด้วยความตกใจ


"กายหยินหยางหรือ!? มันคืออะไรกัน!?"พอตงฟางหยูได้ยินฟางชิงหลันกล่าวออกมาเช่นนั้น ชายหนุ่มก็กล่าวถามออกไปด้วยความงุนงง เพราะว่าเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน


“ข้าเคยอ่านเจอในตำราโบราณที่วังเทพโอสถ ว่ากันว่าเมื่อตอนที่กฏฟ้าดินยังคงสมบูรณ์นั้น มีกายาพิเศษมากมายปรากฏขึ้นมาในยุทธภพ บางกายาก็แข็งแกร่ง บางกายาก็ไร้ค่า 'กายหยินหยาง' ถือว่าเป็นหนึ่งในสิบกายาที่แข็งแกร่งที่สุด!”


"กายหยินหยางนี้ ถือเป็นกายาที่หายากและทรงพลังอย่างแท้จริง เพราะว่าผู้ที่ครอบครองกายานี้นั้น จะสามารถฝึกฝนได้ทั้งวรยุทธ์และหลอมโอสถ ซึ่งคนปรกติทำเช่นนั้นไม่ได้!"


"หากผู้ที่ครอบครองกายหยินหยางไม่ตกตายไปเสียก่อน การที่จะฝึกไปจนถึงจุดสูงสุดของแต่ละเส้นทางนั้น ก็ขึ้นอยู่กลับเวลาเพียงเท่านั้น! ผู้ที่ครอบครองกายนี้คือผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง! "


ฟางชิงหลันกล่าวอธิบายออกมา พร้อมกับมองไปที่หยางตรงเทียนด้วยสายตาเทิดทูน นางคิดถูกแล้วจริงๆ ที่เข้าร่วมภูเขาเทพเซียน นางเชื่อว่าด้วยการนำของหยางตงเทียน ภายภาคหน้าภูเขาเทพเซียนย่อมต้องขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพได้อย่างแน่นอน!


"เช่นนั้นท่านประมุขก็มีกายหยินหยางเช่นนั้นรึ?!"ตงฟางหยูจองมองหยางตงเทียนด้วยสายตาเปล่งประกาย


ภายในหัวใจเต้นระส่ำ เพราะว่าตนเคยเห็นใบหน้าของหยางตงเทียนมาก่อน เมื่อคิดไปถึงตอนแรกที่พบเจอกัน มือที่ขาวผุดผ่องนั้นยืนเข้าสัมผัสกับใบหน้าของเขาอย่างหยอกล้อมันก็ถึงกับทำให้เขารู้สึกเขินอายขึ้นมา....


หากว่าเขาได้คนที่ทั้งงดงามและแข็งแกร่งอย่างท่านประมุขมาเป็นคู่บำเพ็ญ มันจะดีแค่ไหนกันน่ะ!? บุรุษทั่วหล้าคงจะพากันอิจฉาเขาจนเลือดตาแทบกระเด็นแน่ๆ ยิ่งคิดดวงตาของเขาที่ใช่มองหยางตงเทียนก็ยิ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความเทิดทูนและหลงใหล


"เป็นเช่นนั้น!"ฟางชิงหลันกล่าวตอบกลับมา แต่ตงฟางหยูก็ไม่ได้ฟังนางแม้แต่น้อย เพราะว่าเขากำลังฟันหวานอยู่…


.........


“ไป!!”หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาพร้อมกลับชี้กระบี่ลงไปที่ตระกูลเหยา


กระบี่ที่ลอยอยู่บนอากาศก็พุ่งเขาโจมตีตระกูลเหยาประดุจ-่าฝน เพียงแค่มันสัมผัสเข้ากลับค่ายกลป้องกันที่ครอบคลุมอาณาเขตของตระกูลเหยาเอาไว้อยู่ ค่ายกลนั้นก็พังทะลายลงในทันที!


กระบี่ทั้งหมดพุ่งเขาไปสั่งหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมดด้านล่าง ทำให้เกิดเสียงร้องดังระงมไปทั่ว มีศพนอนตายเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกที่ เลือดสีแดงฉานอาบย้อมไปทั่วพสุธา


"ศัตรูโจมตี!"ผู้อาวุโสในตระกูลคนหนึ่งร้องเตือนคนอื่นๆ


“ป้องกันเร็วเข้า!”


"ช่วยข้าด้วยยย!"


"อ๊ากกก!"


"อย่าฆ่าข้า!!..อย่า...."


สมาชิกในตระกูลเหยาส่งเสียงร้องอ้อนวอนดังระงมไปทั่ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานกระบี่ของหยางตงเทียนได้แม้แต่คนเดียว…...







ตอนต่อไป
บทที่ 28 : กวาดล้างขุมกำลังชั้นสอง

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา