เรื่อง ภูเขาเทพเซียน
"จริงสิ! สูตรโอสถระดับเก้าาาา!สมุนไพรระดับเก้าชั้นต่ำ โสมโลหิต!บุปผาสวรรค์! ดอกไอวิญญาณ!"
"ทั้งสามล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรระดับเก้า!แถมยังมีสมุนไพรระดับแปดอีกกว่าสิบชนิดด้วย! และยังมีสมุนไพรระดับเจ็ดอีกเกือบร้อยชนิด! แถมยังมีถึงสามชุด! งื้อออ~...ทั้งสูตรโอสถและสมุนไพรล้ำค่า!"
ฟางชิงหลันเมื่อนางได้สติกลับคืนมา นางก็หันมาสนใจสูตรโอสถและสมุนไพรในมือ ทันใดนั้นจากที่ดีๆอยู่! นางก็กลายเป็นสตรีคลั่งในทันที!
นางรีบเปิดอ่านสูตรโอสถและเปิดดูสมุนไพรในกล่องทีละกล่องๆอย่างถนุถนอมจ้องมองพวกมันด้วยสายตากระหายและหลงใหล นางค่อยนำมือไปสัมผัสและลูบไล้พวกมันเบาๆราวกลับโรคจิต!
สูดดมกลิ่นของพวกมันเข้าไปในจมูกจนเกิดเสียงดังฟืดฟาดขึ้นมา! แล้วนำมันเข้ามาสวมกอดไว้ในอกอย่างหวงแหน ตอนนี้นางกลายเป็นสตรีที่คลั่งไคล้หลงใหลในสมุนไพรไปแล้ว!
"นี่นับเป็นสิ่งที่พิสูจน์แน่ชัดแล้วว่า นักหลอมโอสถยิ่งมีระดับสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีนิสัยแปลกประหลาดมากขึ้นเท่านั้น!..."
ตงฟางหยูจ้องมองไปที่ฟางชิงหลัน ผู้ที่พึ่งทะลวงระดับขึ้นเป็นเทพโอสถอย่างหมาดๆ ที่ตอนนี้แสดงท่าทางราวกับคนบ้าออกมาอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ของเทพโอสถเลยแม้แต่น้อย
เขาจ้องมองไปที่นางด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า อ้าปากค้างพะงาบพะงาบ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อย่างเลื่อนลอย
จากนั้นเขาก็รีบปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น และรีบตรงดิ่งเข้าไปในห้องของตนเองทันที! ปล่อยนางให้คลั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว!
....................
เวลาผ่านไปห้าอีกวันแล้ว ทุกคนล้วนกลับมาเป็นปรกติดังเดิม และตอนนี้พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วเช่นกัน เรือเหาะของพวกเขาลอยอยู่เหนือเมฆ มันถูกโอบล้อมไปด้วยม่านหมอกอำพรางที่เกิดจากพลังวิญญาณของหยางตงเทียน
ตอนนี้มันลอยอยู่สูง เหนืออาณาเขตที่ตั้งของตระกูลเหยาขึ้นไป หยางตงเทียนลอยออกไปจากเรือ ชายหนุ่มก้าวเดินไปในอากาศทีละก้าว ทีละก้าว ตงฟางหยูและฟางชิงหลันก็เดินตามเขาออกมาเช่นกัน
ก้าวเดินตรงไปอีกไม่กี่ก้าว หยางตงเทียนก็ลงมือทันที! ชายหนุ่มผนึกอากาศโดยรอบ ในรัศมีสามร้อยลี้ที่เป็นอาณาเขตของตระกูลเหยาทั้งหมด เพื่อป้องกันการหลบหนีทันที
"ท่านประมุขนี่ท่านไม่ได้ติดค้างตระกูลเหยาหรอกหรือขอรับ!? ไฉนถึงได้? ...."เมื่อเห็นการกระทำของท่านประมุขของตน ที่ผนึกอากาศโดยรอบอาณาเขตของตระกูลเหยาเอาไว้ ตงฟางหยูก็กล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะว่าสิ่งที่ท่านประมุขกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันคือการปิดล้อมสังหารชัดๆ
"ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้ใดบอกเจ้ากันว่าข้าติดค้างตระกูลเหยา?"หยางตงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก
"นะ น่ะ! นี่!?"พอหยางตงเทียนกล่าวจบ ตงฟางหยูก็ถึงกลับพูดไม่ออก เพราะทุกอย่างล้วนเป็นเขาที่คิดไปเองฝ่ายเดียว
"เช่นนั้นให้ข้าลงมือเลยไหมขอรับ!?"พอรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ตงฟางหยูก็กลับมาสงบดังเดิม จากนั้นชายหนุ่มก็กล่าวอาสาเป็นผู้ลงมือในทันที
"ไม่ต้อง! ข้าจะลงมือด้วยตนเอง! หากข้าไม่ลงมือด้วยตนเอง มันจะถือเป็นการตอบแทนคนที่ข้าติดค้างได้อย่างไร!?"หยางตงเทียนกล่าวออกมาเสียงเรียบ
เหมือนกลับคนไร้ความรู้สึก แต่ภายในใจของเขานั้นกลับไม่ได้สงบเยือกเย็นเหมือนกับที่แสดงออกมาภายนอก เพราะว่านี้คือการฆ่าคนครั้งแรกของเขา
แถมยังไม่ใช่แค่คนเดียว!แต่เป็นการฆ่าล้างทั้งตระกูล! ตามที่เขาใช้เนตรส่องสวรรค์จ้องมองทะลุค่ายกลเข้าไป ภายในนั้นมีผู้คนอยู่ไม่ต่ำกว่าพันคน มีตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ รวมไปจนถึงวัยชรา
"ฟู่!!"ชายหนุ่มพ้นลมหายใจออกมา ขับไร้ความคิดฟุ้งซ่านของตนออกไป
จากนั้นก็เรียกกระบี่วัฏจักรและเจดีย์กักวิญญาณออกมา เมื่อศาสตราวุธทั้งสองปรากฏออกมา ห้วงอากาศโดยรอบก็พลันสั่นสะท้าน
ด้วยอาณุภาพของศาสตราวุธระดับเก้า ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสรองที่ตามเขามา ก็รีบกระโดดออกห่างจากหยางตงเทียนไปหลายลี้ในทันที
เจดีย์ขนาดเล็กเก้าชั้นค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นมา ลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ มันเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำลายดวงวิญญาณของผู้ที่ตกตายลงให้แหลกสลายไปในทันทีที่ดวงวิญญาณหลุดออกจากกายเนื้อ!
ส่วนที่มือขวาของหยางตงเทียนก็กอบกุมกระบี่เล่มหนึ่งเอาไว้ กระบี่เล่มนี้มีด้ามจับสีทองประกาย ถูกแกะสลักเป็นลวดลายมังกรหงส์ ส่วนตัวคมกระบี่ยาวประมาณหนึ่งซุน มันมีสีเงินประกายแวววาว บางเฉียบราวกลับปีกจักจั่น
หยางตงเทียนค่อยๆ ยกกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะของตนเอง ทำให้เหนือศีรษะของเขาปรากฏกระบี่สีทองที่สร้างขึ้นจากลมปราณอันคมกริบ! ลอยอยู่เต็มฟากฟ้า พวกมันแต่ละเล่มล้วนแผ่เจตจำนงกระบี่คมกริบออกมาอย่างหนักหน่วง
"เจตจำนงกระบี่!! นะ! น่ะ! นี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร?!"ตงฟางหยูร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกตลึง
เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาเห็นคือท่านประมุขกำลังชี้กระบี่ขึ้นฟ้า ทำให้มีกระบี่ลมปราณมากมายปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด!แถมกระบี่เหล่านั้นยังแผ่เจตจำนงที่คมกริบออกมาอีกด้วย!
ท่านประมุขเป็นเทพโอสถไม่ใช่หรือ? ไฉนตอนนี้ถึงกลายเป็นเซียนกระบี่ไปซ่ะแล้วล่ะ!?
เจตจำนงกระบี่ที่ท่านประมุขแสดงออกมานั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่าเขาจะบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้แล้วเช่นกัน แต่มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งและแหลมคมเท่ากับของท่านประมุข!
เรื่องประหลาดเช่นนี้มันอยู่เหนือจิตสำนึกของเขาไปแล้วอยู่ๆ เทพโอสถจะกลายเป็นเซียนกระบี่ได้อย่างไร?
" กายหยินหยาง!!! "ฟางชิงหลันกล่าวออกมาด้วยความตกใจ
"กายหยินหยางหรือ!? มันคืออะไรกัน!?"พอตงฟางหยูได้ยินฟางชิงหลันกล่าวออกมาเช่นนั้น ชายหนุ่มก็กล่าวถามออกไปด้วยความงุนงง เพราะว่าเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ข้าเคยอ่านเจอในตำราโบราณที่วังเทพโอสถ ว่ากันว่าเมื่อตอนที่กฏฟ้าดินยังคงสมบูรณ์นั้น มีกายาพิเศษมากมายปรากฏขึ้นมาในยุทธภพ บางกายาก็แข็งแกร่ง บางกายาก็ไร้ค่า 'กายหยินหยาง' ถือว่าเป็นหนึ่งในสิบกายาที่แข็งแกร่งที่สุด!”
"กายหยินหยางนี้ ถือเป็นกายาที่หายากและทรงพลังอย่างแท้จริง เพราะว่าผู้ที่ครอบครองกายานี้นั้น จะสามารถฝึกฝนได้ทั้งวรยุทธ์และหลอมโอสถ ซึ่งคนปรกติทำเช่นนั้นไม่ได้!"
"หากผู้ที่ครอบครองกายหยินหยางไม่ตกตายไปเสียก่อน การที่จะฝึกไปจนถึงจุดสูงสุดของแต่ละเส้นทางนั้น ก็ขึ้นอยู่กลับเวลาเพียงเท่านั้น! ผู้ที่ครอบครองกายนี้คือผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง! "
ฟางชิงหลันกล่าวอธิบายออกมา พร้อมกับมองไปที่หยางตรงเทียนด้วยสายตาเทิดทูน นางคิดถูกแล้วจริงๆ ที่เข้าร่วมภูเขาเทพเซียน นางเชื่อว่าด้วยการนำของหยางตงเทียน ภายภาคหน้าภูเขาเทพเซียนย่อมต้องขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพได้อย่างแน่นอน!
"เช่นนั้นท่านประมุขก็มีกายหยินหยางเช่นนั้นรึ?!"ตงฟางหยูจองมองหยางตงเทียนด้วยสายตาเปล่งประกาย
ภายในหัวใจเต้นระส่ำ เพราะว่าตนเคยเห็นใบหน้าของหยางตงเทียนมาก่อน เมื่อคิดไปถึงตอนแรกที่พบเจอกัน มือที่ขาวผุดผ่องนั้นยืนเข้าสัมผัสกับใบหน้าของเขาอย่างหยอกล้อมันก็ถึงกับทำให้เขารู้สึกเขินอายขึ้นมา....
หากว่าเขาได้คนที่ทั้งงดงามและแข็งแกร่งอย่างท่านประมุขมาเป็นคู่บำเพ็ญ มันจะดีแค่ไหนกันน่ะ!? บุรุษทั่วหล้าคงจะพากันอิจฉาเขาจนเลือดตาแทบกระเด็นแน่ๆ ยิ่งคิดดวงตาของเขาที่ใช่มองหยางตงเทียนก็ยิ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความเทิดทูนและหลงใหล
"เป็นเช่นนั้น!"ฟางชิงหลันกล่าวตอบกลับมา แต่ตงฟางหยูก็ไม่ได้ฟังนางแม้แต่น้อย เพราะว่าเขากำลังฟันหวานอยู่…
.........
“ไป!!”หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาพร้อมกลับชี้กระบี่ลงไปที่ตระกูลเหยา
กระบี่ที่ลอยอยู่บนอากาศก็พุ่งเขาโจมตีตระกูลเหยาประดุจ-่าฝน เพียงแค่มันสัมผัสเข้ากลับค่ายกลป้องกันที่ครอบคลุมอาณาเขตของตระกูลเหยาเอาไว้อยู่ ค่ายกลนั้นก็พังทะลายลงในทันที!
กระบี่ทั้งหมดพุ่งเขาไปสั่งหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมดด้านล่าง ทำให้เกิดเสียงร้องดังระงมไปทั่ว มีศพนอนตายเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกที่ เลือดสีแดงฉานอาบย้อมไปทั่วพสุธา
"ศัตรูโจมตี!"ผู้อาวุโสในตระกูลคนหนึ่งร้องเตือนคนอื่นๆ
“ป้องกันเร็วเข้า!”
"ช่วยข้าด้วยยย!"
"อ๊ากกก!"
"อย่าฆ่าข้า!!..อย่า...."
สมาชิกในตระกูลเหยาส่งเสียงร้องอ้อนวอนดังระงมไปทั่ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานกระบี่ของหยางตงเทียนได้แม้แต่คนเดียว…...
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??