เรื่อง Stuck in Love (ติดรัก)

ติดตาม
[10] (พาร์ตยูฟ่า) ยิ่งรู้จักยิ่งอันตราย
[10] (พาร์ตยูฟ่า) ยิ่งรู้จักยิ่งอันตราย
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

       เสียงพึมพำและสายตาของผู้คนที่จ้องมองมาด้วยความสนอกสนใจไม่ได้ทำให้ผมกระอักกระอ่วนใจเลย เพราะผมกำลังพุ่งความสนใจไปยังผู้คนที่เดินออกมาจากประตูของสนามกีฬา เพื่อมองหาคนที่ผมตั้งใจมาดักรออยู่ที่สนามรักบี้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่อีกหนึ่งแห่งที่ผมไม่เคยเยื้องกายเข้ามาเลย จึงไม่แปลกที่ผู้คนแถวนี้จะดูแตกตื่นที่ได้เจอผมที่นี่ ซึ่งเป็นถิ่นของเหล่านักศึกษาการกีฬาก็ว่าได้

“สีฝุ่น!” นั่นแหละคนที่ผมรอ คนที่เดินออกมาจากสนามพร้อมเพื่อนนักกีฬาตัวโต

“อ้าว! ยูฟ่ามาทำอะไรที่นี่วะ” ฝุ่นเดินออกจากกลุ่มเพื่อนเพื่อมาหาผมซึ่งยืนพิงรถของตัวเองอยู่

“มาหาคนเ๧ี้๶๫ข้าว” ผมส่งยิ้มให้คนที่สัญญาไว้ว่าจะเ๧ี้๶๫ข้าว แต่ผมก็ไม่มีเวลาให้เขาเ๧ี้๶๫สักที

“กว่าจะมาได้นะมึง...แล้วเบอร์ก็มีทำไมไม่โทรมานัดวะ จะได้ไม่ต้องถ่อมาถึงนี่”

“โทรไปแล้วแต่ไม่มีคนรับ วันนี้กูเลิกเรียนไวก็เลยลองขับรถไปหาที่หอพัก แต่พี่ยามบอกว่าฝุ่นน่าจะยังซ้อมอยู่ที่นี่ก็เลยลองแวะมาดู”

“อ๋อ มึงคงโทรมาตอนกูซ้อมอยู่ ตอนนี้กูก็ยังไม่ได้เช็กโทรศัพท์เลยว่ะ แล้วนี่มึงหิวหรือยัง จะทุ่มนึงแล้วเนี่ย มึงน่าจะโทรมาบอกกูตั้งแต่เช้าจะได้เลื่อนไปวันอื่นที่กูไม่มีซ้อม”

“พอดีอาจารย์ยกเลิกคลาสตอนบ่ายว่ะ กูก็เพิ่งรู้เลยโทรมาบอกไม่ทัน แต่ถ้าวันนี้มึงไปไม่ไหวก็เอาไว้วันอื่นได้นะ”

“เฮ้ย! ไม่ต้องเลย กว่ามึงจะว่างมาให้กูเ๧ี้๶๫อีกทีคงชาติห๞้าโน่นแหละ เดี๋ยวมึงรอนี่นะ...กูไปบอกเพื่อนก่อน มันนัดไปกินข้าวหลังซ้อมกันแต่เดี๋ยวกูไปกับมึงดีกว่า”

“ถ้ามีนัดแล้วก็ไม่ต้องหรอก ของกูไว้วันอื่นก็ได้”

“กูบอกว่าไม่ได้ไง มึงตั้งใจมาวันนี้ก็คือวันนี้”

“งั้น...ไปกินกับเพื่อน ๆ มึงก็ได้นะ กูโอเค”

“มึงจะรำคาญหรือเปล่าวะ พวกมันขี้เสือกจะตายห่า”

“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไร กูชินแล้วแหละ”

“เอางั้นเหรอ...งั้นเดี๋ยวกูแนะนำกลุ่มกูให้รู้จัก เฮ้ย! พวกมึง” ฝุ่นหันไปกวักมือเรียกเพื่อนนักกีฬาให้เดินเข้ามาหาพวกเรา “นี่ยูฟ่า...ฟ่าไอ้พวกนี้เพื่อนกูเอง”

“หวัดดีครับ” ผมทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร และทุกคนก็ตอบรับกลับมาอย่างเป็นมิตรเช่นกัน

“เอ่อ...ขอถามตรง ๆ เลยนะ ยูฟ่ามาจีบไอ้ฝุ่นเหรอ” คำถามของคนในกลุ่มทำให้ผมหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะฝุ่นดูตกใจกับคำถามของเพื่อนมากกว่าผมอีก

“ถามห่าอะไรของมึงเนี่ยไอ้แบงก์!”

“เอ้า! กูก็ถามตามที่เห็นอะ เขามาดักรอมึงอยู่เนี่ย ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่ายูฟ่าชอบผู้ชาย เอ่อ...โทษทีนะที่ต้องพูดตรง ๆ”

“ไม่เป็นไรครับ เราก็ไม่ได้ปิดบังอะไรอยู่แล้ว”

“แต่กูเป็น! พวกมึงจะพูดอะไรเกรงใจไอ้ฟ่าหน่อย ถึงมันจะไม่ถือสาก็เถอะ อีกอย่างไอ้ฟ่ามันเพื่อนกู ไม่ได้มาจีบกู พูดเหี้ยอะไรมันเสียหายหมด”

ผมอดยิ้มกับคำพูดของสีฝุ่นไม่ได้ที่แสดงออกถึงความเป็นสุภาพบุรุษ เหมือนกับว่าผมเป็นสาวน้อยที่จะเสียหายกับเรื่องนี้

“อ้าว...ใครจะไปรู้วะ ก็มึงชอบมีพวกผู้ชายมาหว่านเสน่ห์บ่อย ๆ นี่หว่า”

“จริงเหรอ” ผมถามแบงก์ด้วยความแปลกใจในข้อมูลใหม่

“อยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเลยนะมึง”

“ฮ่า ๆ ก็ไม่คิดว่าจะมีหนุ่ม ๆ กล้ามาจีบมึงนี่หว่า มึงออกจะแมนขนาดนี้”

“มีดิ...มันโดนตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว แต่โชคดีที่ไอ้ฝุ่นมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนก็เลยปฏิเสธได้ง่ายหน่อย แต่ยูฟ่าแน่ใจนะว่าไม่ได้มาจีบไอ้สีฝุ่นน่ะ” แบงก์ย้ำอีก

“อืมมมม...” ผมแกล้งหันไปมองฝุ่นอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะตอบ “ไม่กล้าจีบอะ...กลัวโดนต่อย” คำตอบของผมเรียกเสียงหัวเราะครืนจากเพื่อนทั้งกลุ่ม

“กูจะต่อยเพราะไอ้การคิดเยอะของมึงเนี่ยแหละ พอมึงเป็นคนพูดแล้วกูรู้สึกเสียเซลฟ์เลย”

“งั้น...อยากให้จีบเหรอ” ผมแกล้งแซวฝุ่นที่ทำห๞้าเหวอใส่ผม

“ยูฟ่าอย่าทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นเลย เชื่อเหอะ”

“ไอ้เชี่ยแบงก์!”

คนที่เอ่ยปากห้ามปรามถูกฝุ่นไล่เตะไปทั่ว จนผมได้แต่หัวเราะไปพร้อมกับทุกคน

“ไอ้พวกนี้มันกวนตีนแบบนี้แหละ มึงยังอยากจะไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับพวกมันหรือเปล่าล่ะ”

“กูไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แก๊งกูกวนกว่านี้หลายเท่า”

“จริงดิ! ยูฟ่าจะไปกินข้าวกับพวกเราเหรอ ดีเลย...กูอยากรู้อยากเห็นเรื่องแก๊งมหาเทพพอดีเลยว่ะ”

“ถ้าเรื่องของเราก็ถามได้นะแต่ถ้าเรื่องเพื่อนในกลุ่มคงไม่ตอบหรอก...ไม่ชอบนินทาเพื่อนน่ะ”

“อื้อฮือ...ตรงเหมือนไม้บรรทัดอย่างที่เขาลือกันจริง ๆ เลยว่ะ”

“ฮ่า ๆ เราว่าเราคงโดนลือหลายเรื่องนะ”

“เออ ก็หลายเรื่อง แต่ว่าเรื่องหยิ่งเนี่ย...เราไม่เชื่อแล้วแหละ”

“เออจริง”

ทุกคนพากันเออออเห็นด้วยว่าผมไม่ได้หยิ่งอย่างที่โดนนินทา ผมจึงส่งยิ้มให้ทุกคนที่ทำให้รู้สึกดีที่ได้รู้จักเพื่อนต่างคณะเพิ่ม และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้รังเกียจเรื่องรสนิยมทางเพศของผมด้วย

“มันไม่หยิ่งหรอก แต่ชอบทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่ม มอเตอร์ไซค์คันใหม่ของกูก็ไอ้ฟ่านี่แหละที่เอามาให้”

“อ๋อ คนที่มึงขี่รถตามหาทั่วมอคนนั้นก็คือยูฟ่านี่เอง”

“เออ มันนี่แหละ กูให้คืนก็ไม่เอา ก็เลยตกลงว่าจะเ๧ี้๶๫ข้าวมันเป็นค่าเช่ารถไง”

“อือ...วันนี้ก็เลยมาให้เ๧ี้๶๫โดยเฉพาะเลย”

“เฮ้ย! อย่างนี้มึงก็เ๧ี้๶๫พวกกูด้วยเลยดิ”

“พวกมึงเกี่ยวอะไรด้วย กูเ๧ี้๶๫ไอ้ฟ่าคนเดียว ส่วนพวกมึงจ่ายเองเลย”

“โห! พวกกูอุตส่าห์ดีใจ คิดว่าจะได้ประหยัดค่าข้าวอีกสักมื้อก่อนสิ้นเดือน”

“เราเ๧ี้๶๫ก็ได้นะ ถือว่าเป็นการต้อนรับที่ได้รู้จักกัน”

“หล่อ รวย เก่ง แถมยังสปอร์ตอีกว่ะ” เพื่อนของฝุ่นอีกคนเดินเข้ามากอดคอผม

“พอเลยมึง ห้ามเ๧ี้๶๫ไอ้-่าพวกนี้เด็ดขาด ถึงมึงจะรวยยังไงก็ไม่ควรเ๧ี้๶๫ใครมั่วซั่วแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนหลอกแดกฟรีหรอก”

“ฮ่า ๆ มึงจะจริงจังไปปะเนี่ยฝุ่น กูจะเ๧ี้๶๫ก็เพราะว่าทุกคนเป็นเพื่อนมึง ถ้ามึงคบเป็นเพื่อนก็คงไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก” ผมบอกตามตรงว่าเชื่อใจฝุ่นมากกว่าถึงได้กล้าสนิทสนมกับทุกคนแบบนี้

“เออ พวกกูออกจะเป็นคนดี ไป ๆ ยูฟ่าไปกินข้าวกันเหอะ ไม่ต้องเ๧ี้๶๫พวกเราหรอก พวกเราแค่แกล้งไอ้ฝุ่นเท่านั้นแหละ ไอ้ฝุ่นมันเค็มยิ่งกว่าทะเลอันดามันอีกเพราะต้องเก็บเงินไว้แต่งเมีย พวกเราก็เลยไม่เคยได้แดกฟรีจากมันหรอก”

“เออ ถือว่ายูฟ่าแม่งโชคดีว่ะ”

“เลิกแฉกูแล้วไปแดกข้าวกันสักที ถึงด่ากูมากกว่านี้กูก็ไม่เ๧ี้๶๫ข้าวพวกมึงหรอก”

“ฮ่า ๆ เออ ๆ งั้นพวกกูไปรอที่ร้านเดิมแล้วกัน มึงจะไปรถยูฟ่าใช่ไหม”

“กูเอามอเตอร์ไซค์ไปดีกว่า ที่ร้านไม่ค่อยมีที่จอดด้วย ฟ่าขับรถไปจอดไว้ที่หอกูนะ เดี๋ยวค่อยขี่รถกูไปกินข้าว”

“อือ ยังไงก็ได้”

.

.

ตอนนี้ผมนั่งกินข้าวอยู่ท่ามกลางเหล่านักกีฬามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของฝุ่นนามว่า แบงก์ เอ็ม โจ ธีร์ ไมค์ ทุกคนล้วนเป็นเด็กต่างจังหวัดทั้งนั้น ก็เลยกินง่ายอยู่ง่ายและพูดคุยด้วยได้ง่ายกว่าที่คิด

“ฟ่ากินเยอะ ๆ นะเว้ย ไอ้ฝุ่นเ๧ี้๶๫ทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม” โจหนุ่มร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มบอกผม

“เราเก็บไว้ให้เ๧ี้๶๫วันอื่นบ้างดิ จะได้กินฟรีบ่อย ๆ”

“เออ ๆ วางแผนดีว่ะ” ธีร์เห็นด้วย

“เอาให้มันจริงเหอะ ไม่ใช่ว่าใช้รถจนพังแล้วมึงเพิ่งให้กูเ๧ี้๶๫ข้าวไปแค่ครั้งเดียวหรอกนะ”

“มึงอยากเสียเงินเ๧ี้๶๫ข้าวกูมากเลยสินะ ว่าง ๆ เอากูไปเ๧ี้๶๫ไว้ที่ห้องก็ได้นะ มึงจะได้รู้สึกสบายใจขึ้น”

“ก็กูไม่ชอบเอาเปรียบใครหรือเป็นหนี้บุญคุณใครนี่หว่า”

“ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณอะไรเลยนะฝุ่น กูต่างหากที่ติดหนี้มึง”

“อย่างไอ้ฝุ่นเนี่ยนะจะเป็นเจ้าหนี้คุณยูฟ่าได้”

“ฟ่ามันไม่ได้หมายถึงว่ามันติดหนี้เงินกูไอ้ไมค์ มันหมายถึงเรื่องที่กูบังเอิญไปเจอมันโดนรุมอยู่แถวร้านเหล้าโน่น”

“อ๋อ กูก็ว่ารวย ๆ อย่างยูฟ่าจะยืมเงินมึงทำไม เพราะมึงก็คงไม่มีให้ยืมหรอก”

“ก็ไม่แน่นะมึง...ยูฟ่าอาจจะยืมเงินไอ้ฝุ่นได้ ในกรณีที่ลืมกระเป๋าตังแล้วไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำไง แค่ห้าบาทสิบบาทไอ้ฝุ่นมันก็มีปัญญาให้ยืมอยู่นะ”

“ไอ้เอ็มจะขยี้ความจนของกูเพื่อ?”

ผมขบขันกับการที่ทุกคนล้วนแต่ชอบอำฝุ่นมากกว่าคนอื่นในกลุ่ม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมันเป็นพวกน่าแกล้งก็ได้ แกล้งไปมันก็ไม่เห็นโกรธหรือคิดมากกับคำพูดของใครเลย

“สรุปว่ายูฟ่ายอมลดตัวลงมาซี้กับไอ้ฝุ่นก็เพราะมันไปช่วยไว้เหรอ” แบงก์หันมาถามผม

ผมยิ้มกับคำจิกด่าของแบงก์ที่โดนสีฝุ่นโยนกระดาษทิชชูใส่

“อือ...วันนั้นเรามีคิวร้องเพลงกับวงที่ร้านเหล้า แต่ดันเจอไอ้พวกมีปมมาหาเรื่อง โชคดีว่าฝุ่นเข้ามาช่วยไว้ก็เลยไม่เจ็บตัวอะไรมาก”

“ถ้าไอ้เวรพวกนั้นมันไม่เล่นอาวุธกูว่ามึงก็เอาอยู่แหละ พวกมึงยังไม่เห็นลูกเตะของมัน เตะทีเกือบเข้าก้านคอเลยเหอะ พวกมึงจะพูดอะไรก็ระวังปากกันไว้หน่อย ไอ้ฟ่ามันเตะมึงคอหักได้ กูขอเตือน”

“จริงดิ...ดูท่าทางยูฟ่าไม่น่าเป็นพวกเก่งเรื่องต่อยตีกับเขาเลยนะ ดูผู้ดี๊ผู้ดี...ไม่เหมือนไอ้เชี่ยฝุ่นเหมาะกับการใช้กำลังล้วน ๆ”

“ก็เหมือนพวกมึงนั่นแหละไอ้ธีร์ ไม่ต้องมาปากดี”

“เราก็ไม่ได้เก่งอะไรมากหรอก ที่จริงไม่เคยมีเรื่องด้วยซ้ำแต่เคยเรียนเทควันโดตั้งแต่เด็กน่ะ ก็พอป้องกันตัวได้บ้าง อีกอย่างเราก็ไม่ชอบใช้กำลังด้วยแต่คืนนั้นมันเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ”

“โห ฟ่าไม่เหมาะเข้าร่วมแก๊งพวกเราเลยเนี่ย เพราะพวกเราถนัดใช้กำลังสุด ๆ สมงสมองไม่ค่อยได้ใช้หรอก ฮ่า ๆ”

ผมหัวเราะกับคำนิยามกลุ่มของแบงก์ เพราะมันช่างเหมือนที่ฝุ่นบอกผมว่ามันถนัดใช้กำลังมากกว่าสมอง

“เฮ้ย...พวกมึงยังกินไม่เสร็จใช่ไหม กูขอไปทำธุระให้แฟนแป๊บนึงนะเดี๋ยวมา”

“เอ้า...มืดขนาดนี้แล้วแฟนมึงยังให้ไปทำอะไรอีกวะ” โจเอ่ยถามฝุ่นที่จู่ ๆ ก็ขอตัวไปทำธุระหลังจากมันกดโทรศัพท์ยิก ๆ อยู่เมื่อครู่

“แค่ไปโอนเงินเฉย ๆ ตู้ข้าง ๆ นี่แหละ...เดี๋ยวกูมานะ” ฝุ่นลุกออกจากโต๊ะพลางหันมาบอกผมก่อนจะเดินออกไปจากร้านข้าว

“อะไรวะ...กูว่าพักนี้แฟนมันขอเงินไอ้ฝุ่นถี่กว่าเมื่อก่อนอีกนะ ไอ้ฝุ่นทำงานเสริมจนจะไม่มีเวลานอนอยู่แล้ว” ธีร์บ่นขึ้นมาหลังจากที่ฝุ่นเดินออกไปจากโต๊ะแล้ว

“เอาน่า...มันคบกับวีมาหลายปีแล้วนะเว้ย จะช่วยเหลือกันก็ไม่แปลก ไอ้ฝุ่นก็พูดชัดเจนว่ามันตั้งใจทำงานเก็บเงินไว้แต่งงานในอนาคต ตอนนี้แฟนเดือดร้อนมันจะเปย์แฟนตัวเองบ้างก็ไม่แปลกหรอก”

“กูก็ไม่ได้บอกว่าแปลกนะไอ้แบงก์ แต่กูแค่เห็นใจเพื่อน มันทำงานเยอะกว่าเมื่อก่อนซะอีก ถ้ามันยังหักโหมแบบนี้กูว่ามันจะไม่ดีต่อการแข่งนะเว้ย”

“เฮ้อ...กูก็ห่วงเหมือนกันแหละ แต่มันเคยฟังอะไรใครที่ไหน บ่นไปมันก็บอกว่ากูไหว ๆ แล้วจะให้ทำยังไงวะ”

“ฝุ่นทำงานเยอะมากเลยเหรอ” หลังจากที่ผมนิ่งฟังมานานก็เลยตัดสินใจเอ่ยถาม เพราะดูเหมือนว่าทุกคนในกลุ่มจะห่วงเรื่องนี้กันมาก

“อือ เรียกว่าวันไหนมีตารางเวลาว่างจากซ้อมกับเรียน มันก็ไปอยู่ตามร้านที่เขายอมจ้างงานพาร์ตไทม์มันนั่นแหละ” โจตอบผม

“แฟนฝุ่นไม่รู้เหรอ ว่าฝุ่นต้องทำงานเยอะขนาดไหน”

“ก็คงรู้แหละ...แฟนมันยังงอนเลยที่มันไม่มีเวลาให้”

“ถ้ากูเป็นวีนะกูไม่งอนหรอก แฟนขยันหาเงินมาให้ใช้ขนาดนี้ กูคงไม่โวยวายหาเวลาอะไรหรอกว่ะ กูคงดีใจแทบตายที่มีแฟนคอยเปย์คอยเอาใจใส่แบบนี้น่ะ”

“มึงก็พูดง่ายดิวะไอ้เอ็ม ผู้หญิงเขาไม่ได้เข้าใจอะไรง่าย ๆ แบบนั้นหรอก ยิ่งคบกันมานานแบบคู่มันนะ กูว่ามันก็ต้องมีไม่เข้าใจกันหรือน้อยใจกันบ้างแหละ ที่สำคัญพวกมันก็ไม่ค่อยได้เจอกันด้วย”

“แฟนฝุ่นไม่ได้เรียนมอเดียวกับพวกเราเหรอ” ผมถามแบงก์ที่เป็นคนคอยแก้ต่างให้แฟนฝุ่นอยู่เพียงคนเดียว

“เปล่า มอเขาอยู่แถบชานเมืองโน่นก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันหรอก นอกจากช่วงปิดเทอมที่มันจะไปอยู่หอแฟนน่ะ มีช่วงปิดเทอมที่แล้วนี่แหละ ที่มันไม่ได้ไปเพราะต้องทำงานพิเศษ จากนั้นก็เลยทะเลาะกันใหญ่โตแต่ตอนนี้ก็กลับมาสวีตวี้ดวิ่วกันแล้ว”

“ฝุ่นรักแฟนมากเลยเนอะ รู้จักกันวันแรกมันก็เล่าเรื่องแฟนให้ฟังเลย”

“เออ มันก็รักแหละ แต่วีน่ะ...เราไม่แน่ใจ” โจเสริมเพียงแค่นั้น ในขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็เหมือนจะรู้ความหมายที่โจพูด มีเพียงผมที่ไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีกเพราะผมว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของฝุ่น

“อ้าว...ไอ้ฝุ่นมาโน่นแล้ว ห๞้าตาไม่ค่อยดีเลยว่ะ กูว่าทะเลาะกับวีอีกแล้วมั้ง”

“เออว่ะ”

ผมหันไปมองสีฝุ่นและเห็นด้วยกับคำพูดของไมค์ เพราะคนที่เดินตรงกลับมาหาพวกผมมีสีห๞้าที่ดูออกเลยว่ามีเรื่องไม่สบายใจอย่างที่ทุกคนบอกจริง ๆ

“พวกมึงกินกันอิ่มแล้วเหรอ ฟ่าล่ะ...กินอะไรอีกไหม กินให้อิ่มนะเว้ย ไม่ต้องเกรงใจ กูเ๧ี้๶๫ก็คือเ๧ี้๶๫” ฝุ่นบอกผมด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ อย่างที่เคยแต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้รู้สึกสบายอย่างทุกที

“ไม่อะ กูอิ่มแล้ว ช่วงนี้ลดน้ำหนักว่ะก็เลยงดของหวาน”

“อ้าว...งั้นพวกเรากินเผื่อเอง” โจจัดการสั่งขนมหวานมากินตบท้ายอาหารคาวที่พวกผมจัดการจนเกลี้ยงโต๊ะแล้ว

“ฝุ่นไม่กินแล้วเหรอ” ผมถามคนที่กินข้าวไปแค่ครึ่งจานก่อนที่จะออกไปทำธุระ

“เออ...อิ่มแล้วว่ะ ช่วงนี้กูก็คุมอาหารเหมือนกัน”

~RRRRR~RRRRR~

“เฮ้อ...กูขอคุยธุระกับแฟนแป๊บนะ” คนธุระเยอะบอกเพียงแค่นั้นและลุกเดินออกจากโต๊ะไปอีกครั้ง

“กูว่ามีซัมติงแน่” ไมค์จับสังเกต

“เออ คงงั้นแหละ แต่หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เหมือนครั้งก่อนหรอกนะ เดี๋ยวไอ้ฝุ่นจะแอบเครียดแล้วไม่บอกใครอีก...กูเป็นห่วงจริง ๆ” แบงก์ส่ายหัวพลางจ้องมองเพื่อนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่แถวห๞้าร้าน

“แบงก์ช่วยอะไรหน่อยดิ” ผมไม่รู้ว่าฝุ่นมีเรื่องอะไรที่เป็นปัญหาในชีวิตอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าผมอยากช่วยเพื่อนบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้ว่ามันอาจจะไม่ชอบใจนัก แต่ผมคิดว่าเพื่อน ๆ ในกลุ่มน่าจะเข้าใจและยินดีช่วยเหมือนกัน

“อะไรเหรอ”

ผมยื่นธนบัตรสีเทาให้แบงก์ที่ทำห๞้างุนงงเมื่อจู่ ๆ ผมก็ยื่นเงินให้เขา

“วันนี้เราเ๧ี้๶๫เอง”

“เฮ้ย! ได้ไงวะ...พวกเราจ่ายเองได้ ส่วนของฟ่าไอ้ฝุ่นมันก็ตั้งใจเ๧ี้๶๫ด้วย”

“เรารู้ว่ามันตั้งใจจะเ๧ี้๶๫แต่ตอนนี้มันดูเหมือนว่าจะต้องใช้เงินนะ เราไม่อยากเบียดเบียนเพื่อนน่ะ เอาไว้ครั้งห๞้ามันค่อยเ๧ี้๶๫ก็ได้”

“งั้นฟ่าก็จ่ายแค่ส่วนของตัวเองพอ”

“ถ้าเราขอจ่ายส่วนของตัวเองฝุ่นมันก็ไม่ยอมหรอก เอาเป็นว่าเราจ่ายทั้งโต๊ะนี่แหละ แต่บอกว่าทุกคนลงขันช่วยกันจ่ายแล้วกันมันจะได้ไม่รู้”

“แต่พวกเราไม่สบายใจนี่หว่า เพิ่งรู้จักกันแท้ ๆ จะให้ยูฟ่าเ๧ี้๶๫ได้ไง”

“เออ นั่นดิ” ทุกคนเห็นด้วยกับแบงก์และดูจะเกรงใจผมมากจริง ๆ

“เอาไว้ครั้งห๞้าพวกนายค่อยเ๧ี้๶๫เราคืนก็ได้ แต่ไม่ต้องบอกฝุ่นหรอก เข้าใจไหม” ผมไม่รอคำปฏิเสธอีกและรีบยัดเงินใส่มือแบงก์

“เฮ้อ...ตามใจแล้วกัน” แบงก์ถอนหายใจก่อนจะยอมรับเงินไปจากผม

“เอาไว้ช่วงต้นเดือนต้องมาให้เ๧ี้๶๫นะฟ่าเพราะว่าพวกเราจะล่ำซำช่วงนั้นมาก แต่ถ้ามาช่วงปลายเดือนคงได้กินแต่มาม่าต้มแน่” ธีร์บอกผมแบบตรงไปตรงมา

“ฮ่า ๆ ได้ ๆ เอาไว้อยากเ๧ี้๶๫เมื่อไรก็ให้ฝุ่นโทรมาบอกแล้วกัน เดี๋ยวเราจะรีบมารอกินฟรีเลยไม่ต้องห่วง”

“เออ ดีลนะเว้ย”

“เออ ดีล”

ทุกคนส่งมือมาดีลกับผมเป็นคำมั่นสัญญาที่ทำให้ผมยิ้มออกมาจากใจ เพราะความตรง ๆ ของพวกเขาที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการเอาเปรียบผม

“ฟ่า...แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังมาจีบเพื่อนพวกเราอยู่เนี่ย” จู่ ๆ ธีร์ก็เอ่ยถามผมอย่างจริงจัง

“ไม่ได้จีบ แค่อยากช่วยเพื่อนจริง ๆ” ผมเองก็ตอบกลับไปอย่างจริงจังเช่นกัน

“เฮ้อ! ตอนที่เราเห็นฟ่าเรียกไอ้ฝุ่นไปคุยด้วยเราก็ตกใจนะเพราะคิดว่าฟ่ามาจีบมัน แต่ตอนนี้คงต้องบอกว่าเสียใจกับไอ้ฝุ่นอย่างสุดซึ้งที่ฟ่าไม่ได้มาจีบอย่างที่พูดจริง ๆ”

“ฮ่า ๆ ทำไมวะ”

“ก็เราคิดว่าไอ้ฝุ่นจะได้ตกถังข้าวสารกับเขาบ้างไง เห็นมันพยายามเปย์แฟนมันแล้วก็อยากให้มีคนมาเปย์มันบ้างจริง ๆ”

“ฮ่า ๆ ถ้าเราจีบมันจริง ๆ มันก็คงไม่ยอมให้เปย์หรอก แต่คงจะด่าเราจนหูชามากกว่าเดิม”

“จริงของฟ่าว่ะ”

“กูว่าดีแล้วที่ยูฟ่าไม่ได้มาจีบไอ้ฝุ่น เพราะถ้าจีบจริง ๆ กูก็เสียดายเวลาแทน ไอ้ฝุ่นมันชัดเจนในรสนิยมทางเพศมากว่าชอบแต่สาว ๆ”

“เห็นด้วยกับไอ้เอ็ม” แบงก์สำทับ

“เออใช่...ไม่เหมือนกูหรอก ได้หมดทุกเพศจะทอม ตุ๊ด เกย์ กะเทย หรือเพศไหน กูก็โอหมดแหละ ถ้ามาเปย์กูช่วงนี้นะเพราะว่ากูกำลังช็อต ฮ่า ๆ”

“มึงถึงขั้นยอมขายตูดเลยเหรอวะไอ้ไมค์”

“เดือนนี้กูจะแดกแกลบอยู่แล้วไอ้โจ ถ้าได้อย่างยูฟ่าเนี่ยนะถึงจะเป็นผู้ชายกูก็โอแหละ พวกมึงดูมันดิ...ดูดีมีชาติตระกูลขนาดนี้แถมสายเปย์อีก กูว่าผู้ชายบางคนก็ยอมขายให้มันบ้างแหละ”

“ฮ่า ๆ จริงของมึง แต่ฟ่าคงไม่ซื้อมึงหรอก เพราะคงไม่ใช่สเปกใช่ไหมฟ่า”

“อือ...เราเป็นสายรุกว่ะแบงก์ ชอบผู้ชายหวาน ๆ น่าทะนุถนอม”

“เออ ดูก็รู้ว่าลุคคิง น่าจะเหมาะกับชายหนุ่มร่างบอบบางมากกว่าถึกอย่างพวกเราแหละ ฮ่า ๆ”

“ถึงจะไม่ใช่สเปกแต่ยินยอมให้ใช้สอยชั่วข้ามคืนนะฟ่า เรายอมเพื่อเงินล้วน ๆ เลย ฮ่า ๆ”

ผมขำกับคำพูดของไมค์และตลกที่ทุกคนไม่ได้รู้สึกว่าผู้ชายแท้ ๆ อย่างพวกเขากำลังพูดเรื่องเพศกับผมได้อย่างปกติมาก ไม่เหมือนกับผู้ชายบางพวกที่ผมเจอ มักมีอีโก้เรื่องนี้มากเมื่อรู้ว่าผมมีรสนิยมแบบไหน

“อย่างเราไม่เคยต้องซื้อว่ะไมค์...ขอโทษที”

“แม่งงงง เจ็บปวดฉิบ ฮ่า ๆ”

.

.

พวกผมนั่งคุยสัพเพเหระกันต่ออีกพักใหญ่ แต่ฝุ่นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกคุยกับแฟนมันเลย พวกผมจึงคิดว่าควรกลับกันเสียทีดีกว่า เมื่อจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จแล้วพวกเราจึงเดินออกไปหาฝุ่นที่ยังนั่งคร่อมรถคุยโทรศัพท์อยู่ จนผมต้องสะกิดมันให้รู้ตัวว่าพวกเราจะกลับกันแล้ว

“เอ้า...กินกันเสร็จแล้วเหรอวะ” ฝุ่นยกมือป้องโทรศัพท์ไว้ก่อนหันมาคุยกับผม

“อือ”

“ทำไมไม่เรียกวะ กูจะได้ไปจ่ายตัง แล้วใครเป็นคนออกเงินเนี่ย”

“พวกกูจ่ายเองแหละ มึงไม่ต้องออกหรอก พวกกูหารกันเ๧ี้๶๫พวกมึงเอง ถือว่าเป็นการต้อนรับเพื่อนใหม่...ใช่ไหมฟ่า” แบงก์ทำเนียนส่งมาให้ผม

“เออใช่ วันนี้กูกินฟรี มึงไม่ต้องห่วงหรอก เอาไว้ครั้งห๞้ามึงค่อยเ๧ี้๶๫กูใหม่ก็ได้”

“งั้นกูก็ต้องหารด้วยดิ ถือว่าพวกกูเ๧ี้๶๫มึงก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องหารแล้วไอ้ฝุ่น กูขี้เกียจคิดเงิน มันซับซ้อนนะเว้ย กูยิ่งคิดเลขไม่ค่อยถูกอยู่ เอาเป็นว่าของมึงยกยอดไว้คราวห๞้าก็แล้วกัน”

“เออ ๆ ก็ได้ ครั้งห๞้ากูเ๧ี้๶๫เอง”

พวกผมส่งยิ้มให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียวในกลุ่ม เพราะรู้ดีว่ามันจะไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรจากพวกผมหรอก ฉะนั้นปล่อยให้มันไม่รู้เรื่องน่ะดีแล้ว

“วี...เราขี่รถไปส่งเพื่อนแป๊บนะ เดี๋ยวเราไปหา” ฝุ่นคุยกับปลายสายอีกครั้งก่อนวางสาย “ไปฟ่า...เดี๋ยวกูไปส่งมึงก่อน”

“ไม่เป็นไร กูขึ้นสองแถวกลับหอพร้อมพวกแบงก์ก็ได้ มึงไปหาแฟนเหอะ”

“มึงไปเคลียร์กับแฟนมึงเหอะ เดี๋ยวฟ่ากลับกับพวกกูเนี่ยแหละ”

“ไม่ได้ กูเป็นคนพามากูก็ต้องพาไปส่ง กว่าสองแถวจะมาก็อีกนาน ไปรถกูไวกว่าแถมบ้านไอ้ฟ่าอยู่ตั้งไกล มันจะได้รีบกลับ”

“เฮ้ย...ไม่เป็นไร กูไม่ได้รีบหรอก มึงไปเหอะจะได้ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา”

“กูบอกว่าจะไปส่งก็คือไปส่ง อย่าลีลาไอ้ฟ่า ขึ้นรถเร็วเข้า”

“ฮ่า ๆ ไปเหอะฟ่า นายไม่อยากให้ไอ้ฝุ่นมันใช้กำลังหรอก”

ผมหัวเราะกับคำพูดของธีร์และยอมเดินไปซ้อนท้ายฝุ่น

“เรากลับก่อนนะ เอาไว้คราวห๞้าจะมาให้เ๧ี้๶๫อีก”

“เออ ๆ โชคดีเว้ย”

ทุกคนโบกมือลาผมด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นฝุ่นจึงขี่รถออกมาจากห๞้าร้าน เพื่อพาผมกลับไปเอารถของตัวเอง ผมนั่งซ้อนท้ายฝุ่นมาอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ถามอะไรอีก เพียงแต่สังเกตเห็นว่ามันเร่งความเร็วกว่าตอนขามาหลายเท่า คงเป็นเพราะมันมีเรื่องอื่นที่ต้องรีบไปจัดการต่อนั่นแหละ แต่ก็ยังสละเวลามาส่งผมอีก

เฮ้อ...ผู้ชายอย่างสีฝุ่นเนี่ยนะ ผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่ได้เป็นแค่คนรักที่ดีอย่างเดียวหรอก แต่กับเพื่อนอย่างพวกผมมันก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีมากด้วย ก็หวังได้อย่างเดียวว่ามันจะเคลียร์ปัญหากับคนรักของตัวเองได้ เพราะพวกผมคงไม่สามารถเข้าไปช่วยอะไรเหมือนเรื่องการเ๧ี้๶๫ข้าวหรอก

ที่จริงวันนี้ควรจะเป็นวันเสาร์ที่แสนปกติธรรมดาของผมเหมือนเช่นทุกที แต่เพราะเมื่อสองชั่วโมงก่อน ผมได้รับข้อความจากสีฝุ่นว่ามันมีงานเข้าและต้องการให้ผมไปช่วยโดยที่ไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร ผมจึงรีบโทรกลับแต่มันกลับปิดเครื่องไปแล้ว

ข้อความที่ทำให้ผมร้อนใจจนต้องฝ่ารถติดจากลาดพร้าวมาถึงหอพักนักกีฬา แต่เมื่อเลี้ยวรถเข้ามาใต้ตึกหอพัก ผมก็เห็นไอ้ตัวต้นเหตุขี่รถเข้ามาจอดบริเวณห๞้าตึกเหมือนกัน ผมจึงรีบลดกระจกรถลงและตะโกนเรียกคนที่ทำให้ผมเป็นห่วง

“สีฝุ่น!” ผมเรียกความสนใจจากสีฝุ่นได้ทันทีและเมื่อเห็นว่าเป็นผมมันก็รีบวิ่งมาหาถึงที่รถ

“ไอ้ฟ่ามาได้ไงเนี่ย”

“ก็มึงส่งข้อความให้กูมาช่วยไม่ใช่หรือไง”

“อ๋อ เออ ๆ กูส่งไป แต่ยังไม่ได้บอกให้มึงมาหาเลยนะ...นี่มึงขับรถมาจากบ้านเลยเหรอ”

“เออสิ แล้วหลังจากส่งข้อความทำไมไม่รับสายเลยวะ”

“เฮ้ย! ขอโทษทีว่ะ พอดีโทรศัพท์แบตหมดน่ะ กูเลยต้องชาร์จทิ้งไว้ที่ห้อง”

“เฮ้อ...ห่วงแทบแย่ แล้ว...สรุปว่ามึงมีเรื่องอะไรที่อยากให้กูช่วย”

“อ๋อ...คืองี้...รุ่นพี่กูเขาอกหักว่ะ กูก็เลยต้องไปนั่งปรับทุกข์ให้คืนนี้ แต่พวกไอ้แบงก์แม่งหายหัวกันไปหมด เหลือกูคนเดียวเนี่ยแหละที่ต้องรับกรรม”

“แค่จะชวนกูไปกินเหล้าเนี่ยนะ”

“กูไม่ได้ชวนมึงไปกินแต่ชวนไปนั่งดูกูกินต่างหาก ห๞้าที่สำคัญคือช่วยเก็บศพกูกลับบ้านด้วย”

“กูไม่เข้าใจ”

“พี่กูคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องคอทองแดงว่ะ ถ้านัดรวมแบบนี้นะพวกกูต้องกลายสภาพเป็นหมาแน่นอน เพราะฉะนั้นคืนนี้กูคงไม่ได้กลับง่าย ๆ หรอก แต่เพราะไอ้พวกเพื่อนชั่วมันชิ่งหนีกันหมด กูปฏิเสธก็ไม่ได้...พี่เขาเคยช่วยกูไว้เยอะ กูก็เลยอยากหาคนที่ช่วยพากูกลับบ้านได้เร็วหน่อย มึงคือคนเดียวที่กูคิดว่าพึ่งได้ที่สุดแล้วว่ะ”

“พี่เขาจะยอมให้กูพามึงกลับเหรอวะ”

“เขาเมาเมื่อไรมึงก็พากูกลับเลย อ้อ...มึงต้องห้ามกูไม่ให้แดกมากนะเว้ย ถ้ากูเรื้อนมากเดี๋ยวมึงจะเอาไม่อยู่”

“สรุป...มึงจะให้กูไปเป็นบอดี้การ์ดให้ว่างั้น”

“เออ แต่กูไม่มีค่าจ้างให้หรอกนะ”

“ฮ่า ๆ เออ ๆ ก็ได้ แต่คราวหลังมึงช่วยพิมพ์ข้อความให้มันยาว ๆ กว่านี้หน่อยได้ไหม กูจะได้ไม่ตกใจแบบนี้...คิดว่ามึงมีเรื่องซะอีก”

“ถ้ากูมีเรื่องจริงกูคงไม่มีเวลาไลน์หามึงหรอกนะ ป่านนี้คงนอนอยู่โรงพยาบาลแล้วมั้ง”

“ฮ่า ๆ กูว่าน่าจะอยู่โรงพักมากกว่าว่ะ”

“ฮ่า ๆ เออว่ะ”

“พี่เขานัดมึงกี่โมงล่ะ”

“สองทุ่มโน่น กูว่ากลับจากทำงานแล้วจะโทรบอกมึงเนี่ยแหละ แต่มึงดันมาก่อน”

“งั้นก็รอที่ห้องมึงเลยแล้วกัน”

“ได้ ๆ แต่มึงไม่มีธุระอะไรใช่ไหม”

“ถ้ามีกูก็ไม่ถ่อมาถึงนี่หรอกนะ”

“แหม...รู้สึกผิดเลยกู”

“หึ ๆ มึงติดเ๧ี้๶๫ข้าวกูเพิ่มอีกมื้อเลยฝุ่น”

“เออ ๆ จดไว้เลยว่าอยากกินอะไร เดี๋ยวป๋าสีฝุ่นจัดให้แน่ แต่ต้องรอตอนเงินเดือนออกก่อนนะเว้ย”

“อืม อยากเป็นป๋าเมื่อไรก็บอกแล้วกัน”

“ได้ ๆ งั้นขึ้นห้องกันเหอะ ข้างล่างโคตรร้อนเลย”

“เออ ไปดิ”

“เชิญครับคุณชาย”

คำเชิญที่มาพร้อมกับการเปิดประตูรถให้และท่าผายมือโค้งคำนับราวกับว่ามันเป็นเด็กรับรถทำให้ผมได้แต่ยกยิ้มกับความกวนนี้ ก่อนก้าวลงจากรถตามคำเชิญของเด็กรับรถที่ทำให้ผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

.

.

“กูเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายถึงชอบมาจีบมึง” ผมพูดกับฝุ่นที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกำลังยืนรื้อตู้เสื้อผ้าของตัวเองอยู่

“ทำไมวะ”

“ก็หุ่นกับสีผิวมึง...มันดูเซ็กซี่ว่ะ” ผมพูดตรง ๆ เพราะห๞้าตามันก็ดูดี แม้จะไม่ถึงกับหล่อมากมายแต่ก็ดูมีเสน่ห์ ยิ่งเวลามันยิ้มจนเห็นแก้มบุ๋ม ๆ นั่นยิ่งทำให้มันดูดีมากขึ้น ดูเป็นผู้ชายแมน ๆ แต่ก็ยังเซ็กซี่ด้วย

“เซ็กซี่เหี้ยอะไรล่ะ นมกูแบนขนาดนี้เห็นไหมเนี่ย”

“ฮ่า ๆ ผู้หญิงนมใหญ่บางคนก็ไม่ได้ดูเซ็กซี่หรอกมึง มันอยู่ที่อินเนอร์กับบุคลิกต่างหาก”

“เหรอ แต่กูอยากให้มึงชมว่ากูหล่อหรือเท่มากกว่าเซ็กซี่นะ ฟังแล้วขนลุกว่ะ”

“ฮ่า ๆ กูก็แค่พูดถึงทั่วไปว่าคนที่เขามาชอบมึงก็คงเพราะแบบนี้ด้วยแหละ”

“แสดงว่ามึงชอบแบบเซ็กซี่ด้วยเหรอวะ” ฝุ่นถามพลางแต่งตัวไปด้วยต่อห๞้าผม แบบที่ไม่ได้กังวลว่าผมเป็นพวกชายรักชายเลยสักนิด

“ไม่อะ...กูชอบแบบใส ๆ น่ารักน่าทะนุถนอมมากกว่า”

“สายรุกเหรอมึง”

“เออ”

“งั้นมึงก็ไม่เคยคบพวกแมนสายรุกเลยดิ”

“ก็เคย...คนนึง...เป็นรุ่นพี่น่ะ”

“จริงดิ...กูนึกไม่ออกเลยว่ามึงจะดูหวานแบบสายรับได้ไง มึงเหมาะกับสายรุกมากกว่าแหละ”

“เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับกูหรอก ขอแค่รักก็พอ”

“เออ มึงก็ตรงดีนะ”

“หึ ๆ กูตรงแต่มึงน่ะแปลก”

“กู? อะไรแปลกวะ”

“ก็การที่มึงพูดเรื่องนี้กับกูแบบสบาย ๆ นี่ไง มันไม่เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ที่จะมาคุยกับกูหรอกนะ”

“ทำไมวะ ก็แค่รสนิยมทางเพศ กูว่าไม่เห็นจะแปลก หรือมึงคิดว่าตัวเองแปลกไม่เหมือนคนอื่นล่ะ”

“กูไม่เคยคิดว่าตัวเองแปลกนะ”

“อือ...งั้นกูก็ไม่คิดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกูถึงคุยกับมึงได้เหมือนผู้ชายทั่วไปไง ในสายตากูมึงก็คือเพื่อนผู้ชายนั่นแหละ ไม่เห็นจะแตกต่างอะไรเลย”

“แต่กูอาจจะชอบมึงขึ้นมาก็ได้นะ...ถ้ามึงมาถอดเสื้ออ่อยกูแบบนี้บ่อย ๆ” ผมแกล้งแหย่เจ้าของห้องที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จและเดินมานั่งอยู่บนปลายเตียงที่ผมนอนอยู่

“มึงคงไม่ขาดสติขนาดนั้นหรอกไอ้คุณยูฟ่า ที่สำคัญนะกูไม่ใช่สเปกมึงด้วย มึงเห็นกูเป็นหนุ่มน้อยน่ารักหรือไงล่ะ”

“ฮ่า ๆ มึงก็มีมุมน่ารักเหมือนเด็ก ๆ เหมือนกันนะ”

“ที่ว่าเหมือนเด็กเนี่ย มึงหมายถึงรูปร่างห๞้าตาหรือสมองของกูล่ะ”

ผมหัวเราะกับคำถากถางตัวเองของมัน

“เชื่อกูเหอะ...ต่อให้มึงเมามึงก็ชอบกูไม่ลงหรอกไอ้ฟ่า”

“ฮ่า ๆ เหมือนที่มึงไม่มีวันชอบผู้ชายใช่ไหม”

“เออ ประมาณนั้นแหละ”

ผมหัวเราะกับความตรงของสีฝุ่นอีกครั้ง แต่ถ้าจะบอกว่าผมไม่มีวันชอบฝุ่นแบบนั้น ก็คงไม่ใช่เพราะมันไม่ตรงสเปกหรืออะไรหรอกนะครับ แต่น่าจะเป็นเพราะมันเป็นผู้ชายแท้ต่างหาก ผมตระหนักดีเลยว่าการชอบผู้ชายแท้ ๆ มันไม่มีทางสมหวังหรอก ผมถึงได้เห็นฝุ่นเป็นเพื่อนอย่างสบายใจ แม้ว่านิสัยมันจะน่ารักแค่ไหนก็ตาม

.

.

“มึง...ไหวปะเนี่ย” ผมกระซิบถามคนที่นั่งกรอกเหล้าเข้าปากเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของมันมานานหลายชั่วโมงแล้ว

“อือ...” ฝุ่นตอบพยายามผงกหัวขึ้นจากโต๊ะที่มันเพิ่งฟุบห๞้าลงไปเมื่อครู่

“กูว่ากลับเลยไหม พี่มึงก็ดูไม่ไหวแล้วเหมือนกันนะ” ผมมองสภาพสีฝุ่นกับรุ่นพี่ของมันที่นั่งกินเหล้าไปด้วยร้องไห้ฟูมฟายไปด้วย แต่ตอนนี้ดูจะแน่นิ่งไปแล้ว

“พี่...บีม...กลับเหอะ...พี่” ฝุ่นเอื้อมมือเขย่าพี่บีมที่นั่งหลับอยู่ตรงข้ามกัน

“อืมมม กล้าบบบ...” พี่บีมที่เมาขั้นสุดลุกขึ้นมาตอบพวกผมก่อนจะร่วงลงไปหลับต่ออย่างง่ายดาย

“เฮ้อ...แล้วใครจะไปส่งพี่บีมวะเนี่ย”

“ไนต์...พี่...ไนต์...” ฝุ่นที่ยังพอมีสติส่งโทรศัพท์ของมันมาให้ผม “...โทร”

“อ๋อ...ให้กูโทรหาคนชื่อไนต์เหรอ”

ฝุ่นพยักห๞้าเนือย ๆ เหมือนคนที่กำลังจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ จากนั้นมันก็เอียงหัวมาซบไหล่ผมแล้วก็นิ่งสงบตามพี่บีมไปอีกคน

.

.

ผมรอพี่ไนต์อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง พี่เขาถึงมารับตัวพี่บีมกลับบ้าน เขาขอบคุณผมสลับกับด่าเพื่อนตัวเองที่เมาไม่รู้เรื่องไปด้วยก่อนจะพากันขึ้นรถแท็กซี่กลับไปแล้ว ส่วนผมก็ต้องพาคนที่ไม่ค่อยมีสติอีกคนนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับหอ

ทั้งที่ฝุ่นตั้งใจเอามอเตอร์ไซค์มาเป็นข้ออ้างไม่กินเหล้าเยอะ แต่พอเหล้าเข้าปาก ไอ้ฝุ่นก็เริ่มยั้งตัวเองไม่อยู่ จากที่บอกว่าจะกินแค่นิดเดียวแต่พอพี่บีมร้องไห้มันก็ร้องตาม แถมพากันกินจนเหล้าหมดไปหลายกลม สภาพก็เลยกลายเป็นแบบนี้แหละ...เมาจนแทบไม่รู้สึกตัวแล้ว

ด้วยความเป็นห่วงคนที่หมดสภาพ ผมก็เลยต้องขี่รถอย่างเชื่องช้าจนเต่าแทบจะแซงและดึงมือมันมากอดเอวผมไว้ตลอดทาง ไม่งั้นไอ้ฝุ่นก็จะปล่อยมือแล้วหลับลึกอย่างกับมันนอนอยู่บนเตียง ผมจึงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับมาถึงหออย่างสวัสดิภาพ แต่ตอนนี้ต้องมาคอยรักษาสวัสดิภาพของไอ้คนด้านหลังอีก เพราะมันไหลลงจากรถตามผมทันทีที่ผมก้าวลงจากมอเตอร์ไซค์ โชคดีที่ผมคว้าตัวมันได้ทันไม่อย่างนั้นคงลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว

“เฮ้ย! ฝุ่นถึงหอแล้ว ตื่นก่อนดิวะ” ผมพยายามเขย่าตัวมันให้ตื่นขึ้นมาก่อน

“อื้อ...” แต่มันตอบผมแค่นั้นแหละครับ แล้วก็ยังคงหลับตาต่อไป แม้จะพยายามยันตัวเองให้ยืนตรงตามแรงฉุดของผมก็ตาม

“เฮ้อ...ไป...ขึ้นห้องกัน”

ผมลากไอ้คนตัวโตขึ้นชั้นสามของตึกอย่างทุลักทุเล ทั้งที่ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายร่างบอบบางอะไร ทั้งยังเคยช่วยลากพวกที่แก๊งบ่อย ๆ แต่พวกนั้นมันก็ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ขนาดสีฝุ่นหรอก ตอนนี้ผมจึงรู้สึกเหนื่อยกว่าทุกครั้งที่ต้องลากคนเมาไร้สติเลย

“ถึงแล้ว...ถอดรองเท้าก่อนมึง” เมื่อเข้ามาในห้องผมก็จับตัวฝุ่นยันกำแพงไว้เพื่อจะช่วยถอดรองเท้าออกให้ “เฮ้ย!”

ตุ้บ!

ก้มถอดรองเท้าให้มันอยู่ดี ๆ สีฝุ่นก็ไหลลงมาทับผมลงไปนอนอยู่บนพื้น ตอนนี้ผมก็เลยกลายเป็นเบาะนอนของไอ้คนขี้เมาไปแล้ว

“ฝุ่น...ลุกขึ้นก่อน” ผมพยายามดันฝุ่นให้ออกไปจากตัวแต่มันกลับซุกห๞้าลงที่ซอกคอจนผมขนลุกไปทั้งตัว ก็รู้ว่ามันไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่ผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนหรอกนะครับ ที่พอมีผู้ชายตัวโต ๆ มานอนทับแล้วไซ้คอแบบนี้จะไม่รู้สึกอะไร

“มึง...”

“อื้อ...หอ...”

“ฮะ?” ผมฟังไม่ชัดว่าคนที่ซุกห๞้าอยู่ตรงซอกคอพูดว่าอะไร ผมจึงขยับตัวหนีและจับห๞้าไอ้คนที่เอาแต่ไซ้คอผมอยู่ให้หันมามองห๞้ากัน “สีฝุ่น! นี่กูเอง ไม่ใช่แฟนมึงนะเว้ย”

คนเมาขมวดคิ้วมุ่นเพราะเสียงดัง ๆ ของผมและพยายามลืมตาขึ้นมามองผมที่นอนอยู่ใต้ร่างมัน

“มึง...”

“เออ กูเอง...ลุกออกจากตัวกูได้หรือยัง” พอเห็นว่ามันเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ผมก็เลยปล่อยมือจากห๞้ามัน

“หอม...หอมจัง...”

แต่แทนที่สีฝุ่นจะลุกออกจากตัวผม มันกลับจ้องมองมาด้วยแววตาเยิ้มกริ่มของคนเมา จากนั้นก็ก้มห๞้าลงมาหาจนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของมัน กลิ่นที่ทำให้ผมใจเต้นอย่างประหลาดและผมไม่ได้ขยับห๞้าออกห่างอย่างที่ควรจะทำด้วย ทั้งที่รู้ว่าคนตรงห๞้ากำลังขาดสติและที่สำคัญ...มันเป็นเพื่อนของผม

ผมได้จ้องมองใบห๞้าคมของคนตรงห๞้าด้วยหัวใจที่เต้นในจังหวะที่เปลี่ยนไป กระทั่งใบห๞้านั้นเลื่อนลงมาเรื่อย ๆ ผมจึงหลับตาลงแบบไม่ได้คิด แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่หัวใจของผมเต้นโครมครามอยู่ มันก็หยุดลงเพราะเสียงแผ่วเบาที่ดังอยู่ใกล้ใบหู

“มึง...ตัวหอม...กู...ชอบ...” คำพูดที่เจือด้วยน้ำเสียงออดอ้อน รวมถึงริมฝีปากร้อนของคนเมาที่กระทบกับใบหูทำให้หัวใจกลับมาเต้นโครมครามหนักกว่าเดิม

คนเมาหลับไปแล้ว...โดยที่มันไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำอะไรที่ผิดมหันต์และอาจจะส่งผลร้ายให้ตัวมันเอง จากที่ฝุ่นมั่นใจนักหนาว่าผมไม่มีวันชอบมัน แม้ว่าผมจะเมาแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้...ผมไม่ได้เมาเลยสักนิด แล้วทำไม...หัวใจของผมกลับหวั่นไหวอย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้ยินเสียงออดอ้อนของมันเมื่อกี้ล่ะ

“เฮ้อ...มึงน่าจะบอกกูด้วยว่าถ้ามึงเมา...มึงจะเป็นผู้ชายขี้อ้อนและน่ารักขนาดนี้ กูจะได้ปฏิเสธไม่ช่วยมึงซะตั้งแต่แรก” ผมบ่นเบา ๆ กับตัวเองและพยายามดันฝุ่นออกจากตัวอีกครั้ง

ผมแบกคนที่มีแต่กลิ่นเหล้ามานอนลงบนเตียงโดยไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เพราะคิดว่าตอนนี้ความรู้สึกของตัวเองไม่ค่อยปกตินัก ดังนั้นผมควรปล่อยมันไว้แบบนี้จะดีกว่า จากนั้นผมก็เดินออกมาจากห้องของฝุ่นพร้อมกับแบกความกังวลกลับมาด้วย

...กังวลว่าผมจะคบคนที่อันตรายเข้าซะแล้ว...

มันไม่ได้อันตรายต่อร่างกายของผมหรอก แต่มันอันตรายต่อสิ่งที่กำลังส่งเสียงตึ้กตั้กอยู่ในตอนนี้ คนที่ผมคิดว่าไม่มีพิษมีภัยแต่ตอนนี้ผมกลับตระหนักได้ว่า…

...ยิ่งรู้จักสีฝุ่น มันก็ยิ่งอันตรายต่อหัวใจของผม...


ตอนต่อไป
[11] (พาร์ตบิว) เกลียดอะไรได้อ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา