เรื่อง มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล
บทที่ 457: ทางเลือกของผู้พิทักษ์
ภายในถ้ำที่พังทลาย ความเงียบสงัดได้เข้าครอบงำอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ความเงียบที่สงบนิ่ง หากแต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เย่เฟิงค่อยๆ วางร่างที่ไร้สติของเฟิ่งซีอิงลงบนพื้นศิลาที่เย็นเยียบอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่กายาศาสตราของเขาจะสาารถทำได้
อาภรณ์สีแดงเพลิงของนางบัดนี้กลับขับเน้นความซีดขาวบนใหน้าให้ดูน่าใจหายยิ่งขึ้น ที่มุมปากของนางยังมีคราบโลหิตสีดำคล้ำติดอยู่...ร่องรอยของการต่อสู้ในห้วงวิญญาณที่ดุเดือดเกินกว่าจินตนาการ ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับจะขาดหายไปได้ทุกเมื่อ
เย่เฟิงคุกเข่าลงข้างกายนางแล้วหลับตาลง ส่งจิตสัมผัสที่ละเอียดอ่อนที่สุดเข้าไปตรวจสอบสภาพของนางอย่างระมัดระวัง แล้วภาพที่เขาได้เห็นในห้วงวิญญาณก็ทำให้หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรง...แก่นวิญญาณของนาง...ดวงเพลิงนิพพานสีทองแดงที่เคยสุกสว่างและเปี่ยมด้วยพลังแห่งการกำเนิดใหม่ บัดนี้กลับหม่นหมองและปรากฏ "รอยร้าว" สีดำสนิทจำนวนนับไม่ถ้วนกระจายอยู่ทั่วพื้นผิวราวกับใยแมงมุม รอยร้าวเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงบาดแผล แต่มันคือพิษร้าย...เจตจำนงอันชั่วร้ายของผู้กลืนกินดวงดาวยังคงตกค้างอยู่ กัดกร่อนแก่นวิญญาณของนางอย่างช้าๆ ราวกับกรดที่ค่อยๆ ละลายทองคำ
ด้วยความร้อนรน เขารีบส่งพลังแห่งสมดุลอันบริสุทธิ์ของตนเองเข้าไปทันที พลังงานสีเทาเงินยวงที่สงบนิ่งไหลเข้าสู่ร่างของนาง พยายามจะเยียวยาและฟื้นฟูบาดแผลเหล่านั้น แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความจริงอันน่าสิ้นหวัง...มันไร้ผลโสิ้นเชิง พลังของเขานั้น "เป็นกลาง" เกินไป มันสาารถสร้างสมดุลระหว่างพลังที่ขัดแย้งกันได้ก็จริง แต่กลับไม่สาารถ "ขับไล่" หรือ "ชำระล้าง" พลังงานที่มุ่งร้ายและมีเจตจำนงอันบริสุทธิ์เช่นนี้ได้ มันเปรียบได้กับการใช้น้ำสะอาดเพื่อดับไฟที่เกิดจากน้ำมัน...มีแต่จะทำให้ไฟยิ่งลุกลาม ในชั่วขณะนั้นเองที่เย่เฟิงตระหนัก...เขามีพลังที่จะสั่นคลอนจักรวาล แต่กลับไร้หนทางที่จะรักษาคนที่สำคัญที่สุดที่อยู่เบื้องหน้าเขาได้
ไม่...นั่นไม่ถูกต้องทั้งหมด...มีหนทางอยู่...หนทางเดียวเท่านั้น การจะชำระล้างพิษร้ายแห่งการดับสูญได้นั้น...จำเป็นต้องใช้พลังชีวิตอันบริสุทธิ์และเข้มข้นมหาศาล...พลังชนิดเดียวกับที่เขาเคยสัมผัส...พลังของมหาพฤกษาโ
**ครืนนนนน!**
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ไตร่ตรองถึงหนทางนั้นอย่างถี่ถ้วน แผ่นดินทั้งผืนก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง! เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงาจากเพดานถ้ำราวกับ-่าฝน เสียงครวญครางของดาวเคราะห์ที่เคยเงียบไปชั่วขณะ บัดนี้ได้กลับาดังกระหึ่มอีกครั้ง...และดูเหมือนจะเจ็บปวดรวดเร้าวยิ่งกว่าเดิม
เย่เฟิงส่งจิตสัมผัสออกไปสำรวจอีกครั้งแล้วหัวใจของเขาก็พลันเย็นเยียบ สภาวะสมดุลชั่วคราวที่เกิดจากการชำระล้างของหทัยแห่งดาวเคราะห์ได้สิ้นสุดลงแล้ว เครือข่ายเข็มผนึกวิญญาณที่เหลือรอดอยู่ได้เริ่มกลับาทำงานอีกครั้ง และเนื่องจากจำนวนของมันลดลงครึ่งหนึ่ง...พวกมันที่เหลืออยู่จึงต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อชดเชย! กระบวนการ "เก็บเกี่ยว" ได้เริ่มต้นขึ้นใหม่ด้วยอัตราเร่งที่น่าสะพรึงกลัว!
เวลา...สิ่งที่เขาเคยคิดว่าซื้อาได้...กำลังจะหมดลงเร็วกว่าที่คาดไว้าก
บัดนี้...เขากำลังยืนอยู่บนทางแยกที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต ทางเลือกหนึ่งคือการทุ่มเทพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่...รวมถึงพลังที่ยืมาจากมหาพฤกษาโ...เพื่อพยายามต่อสู้กับเครือข่ายเข็มต่อไป เขาอาจจะสาารถชะลอการล่มสลายของดาวเคราะห์ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง...แต่นั่นก็หายความว่าเขาจะต้องละทิ้งเฟิ่งซีอิงไว้เบื้องหลัง...ปล่อยให้นางตายอย่างช้าๆ ด้วยพิษร้ายทางจิตวิญญาณ
อีกทางเลือกหนึ่งคือการละทิ้งทุกสิ่ง...ละทิ้งหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์...ละทิ้งะาของสิ่งมีชีวิตนับล้านบนดาวดวงนี้...แล้วพาร่างที่ใกล้จะดับสูญของเฟิ่งซีอิงกลับไปหามหาพฤกษาโ...ความหวังเดียวที่จะรักษานางไว้ได้
เขาย้อนนึกถึงวันที่นางสละแก่นโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเขาในสุสานโครงกระดูกมังกร...นางไม่ได้ลังเลแม้แต่ชั่วขณะจิต...แล้ววันนี้...เขาจะสาารถทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับนางได้อย่างไร? แต่ในขณะเดียวกัน...ภาพของสิ่งมีชีวิตที่กำลังหวาดกลัว...ภาพของโที่กำลังจะพินาศ...มันก็คือภาระที่เขาในฐานะผู้สืบทอดเจตจำนงของราชันย์มังกรจะต้องแบกรับ เขากำลังถูกฉีกเป็นสองส่วน...ระหว่างคำมั่นสัญญาที่มีต่อคนรัก...และหน้าที่ที่มีต่อจักรวาล
เย่เฟิงก้มลงมองใหน้าที่ซีดขาวของเฟิ่งซีอิง...เขามองเห็นความสงบนิ่งบนใหน้าของนาง...ราวกับว่าแม้ในยามที่ไร้สติ นางก็ยังคงเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเขาอย่างสมบูรณ์
และในที่สุด...เขาก็ตัดสินใจได้
'เต๋าของข้าคือสมดุล' เขาคิดในใจ 'และนาง...คือสมดุลของข้า หากข้าสูญเสียนางไป...ทุกสิ่งก็ไร้ความหาย การเป็นผู้พิทักษ์ที่สูญเสียแก่นกลางของตนเองไป...ก็ไม่ต่างอะไรกับรูปสลักที่ว่างเปล่า'
ความเด็ดเดี่ยวอันเยือกเย็นได้ปรากฏขึ้นในแววตาของเขา เขาได้เลือกแล้ว...แต่เขาก็จะยังไม่ยอมแพ้โสิ้นเชิง
เขาค่อยๆ วางร่างของเฟิ่งซีอิงลงอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปใจกลางถ้ำ เขาวางฝ่ามือทั้งสองลงบนพื้นศิลา...แล้วปลดปล่อยพลังแห่งสมดุลเกือบทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างออกาในคราวเดียว!
มันไม่ใช่การโจมตี...แต่คือการสร้างสรรค์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เขาเคยทำา! พลังงานสีเทาเงินยวงได้ไหลซึมลึกลงไปในพื้นพิภพ...ถักทอเข้ากับเส้นชีพจรวิญญาณที่ยังคงแข็งแรงอยู่...ก่อเกิดเป็น "ค่ายกลสะกดพลังชั่วคราว" ขนาดมหึาขึ้นรอบผนึกโบราณที่อยู่เบื้องล่าง มันคือการใช้พลังของเขาเพื่อ "แช่แข็ง" เวลา...ทำให้กระบวนการเสื่อมสลายช้าลงอย่างมหาศาล!
แสงสว่างเรืองรองบนกายาศาสตราของเขาพลันหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด...การกระทำนี้ได้สูบสิ้นพลังของเขาไปเกือบทั้งหมด...แต่เขาก็รู้ดีว่ามันจะซื้อเวลาให้เขาได้...อาจจะแค่ไม่กี่วัน...แต่มันก็คือเวลาทั้งหมดที่เขาต้องการ
เย่เฟิงเดินกลับายังร่างของเฟิ่งซีอิง...แล้วช้อนอุ้มนางขึ้นาในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม เขามองไปรอบๆ ถ้ำที่พังทลาย...มองไปยังท้องฟ้าสีม่วงคล้ำที่ป่วยไข้...เป็นการบอกลาต่อโที่เขากำลังจะละทิ้งไว้เบื้องหลังชั่วคราว
ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันเย็นเยียบ...เขาได้พุ่งทะยานออกจากปากถ้ำ...กลายเป็นดาวตกสีดำที่ฉีกกระชากม่านฟ้า...มุ่งหน้ากลับสู่อวกาศอันมืดมิดอีกครั้ง...เพื่อเริ่มต้นภารกิจใหม่ที่เดิมพันด้วยชีวิตของคนที่สำคัญที่สุด...โมีะาของโทั้งใไล่หลังา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??