เรื่อง มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล
บที่ 737: ประตูสู่เรือนจำดารา
เสียงคำรามสุดท้ายของอสูรโลกาดังก้องกังวานไล่หลังมา ราวกับเสียงร่ำร้องของอเวจีี่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง แรงสั่นสะเทือนอันบ้าคลั่งทำให้ผนังอุโมงค์ศิลาโบราณปริแตกออกเป็นรอยร้าวราวใยแมงมุมนับไม่ถ้วน เศษหินขนาดน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาราวกับ-่าฝนแห่งความตาย บีบให้เหล่าผู้รอดชีวิตี่บาดเจ็บสาหัสต้องเค้นพลังเฮือกสุดท้ายออกมาเพื่อทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
"วิ่ง! อย่าหยุด!" เสียงบัญชาของเย่เฟิงดังก้องไปทั่วอุโมงค์ี่มืดมิด มันไม่ได้เปี่ยมด้วยพลังปราณ...แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดยิ่งกว่าศาสตราวุธใดๆ ทำหน้าี่เป็นแส้ี่มองไม่เห็น คอยเฆี่ยนตีจิตใจี่กำลังจะแตกสลายของทุกคนให้ยังคงมุ่งไปข้างหน้า ความมืดมิดเบื้องหน้าคือความไม่แน่นอนี่น่าหวาดกลัว แต่ความมืดมิดเบื้องหลังคือความตายี่แน่นอน! อากาศี่เย็นเยียบและชื้นแฉะเต็มไปด้วยกลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นอายโบราณี่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกย่างก้าวี่พวกเขาวิ่งผ่านไปนั้น ราวกับกำลังวิ่งย้อนกลับไปในกระแสธารแห่งกาลเวลาี่ถูกหลงลืม
จิตใจของเย่เฟิงตึงเครียดถึงขีดสุด เขาวิ่งนำอยู่ข้างหน้าเคียงข้างเฟิ่งซีอิงและเซี่ยหนิงฉาง แม้ร่างกายจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่จิตวิญญาณของเขากลับเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับคมดาบี่เพิ่งถูกลับใหม่ 'ภาพสลักนั่น...มันหมายความว่าอย่างไร?' ภาพของมังกรและวิหคเพลิงี่เขาเห็นแวบหนึ่งยังคงติดตา มันคือความบังเอิญ...หรือว่าเส้นทางี่เขาเลือกโดยสัญชาตญาณนี้ แท้จริงแล้วคือเส้นทางี่โชคชะตาได้ขีดเขียนไว้ให้เขาตั้งแต่แรก? ความรู้สึกคุ้นเคยี่อธิบายไม่ได้นี้ทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง มันไม่ใช่ความคุ้นเคยี่อบอุ่น แต่เป็นความคุ้นเคยี่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
พวกเขาไม่รู้ว่าวิ่งมานานเท่าใด ในี่สุด เส้นทางี่ลาดชันและคับแคบก็เริ่มเปิดกว้างออก แสงสว่างอันริบหรี่ปรากฏขึ้นี่ปลายทางเบื้องหน้า มันไม่ใช่แสงแห่งอรุณรุ่ง แต่เป็นแสงสีม่วงอมดำอันแปลกประหลาดี่สั่นไหวราวกับภาพมายา "ทางออก!" ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความหวัง แต่เย่เฟิงกลับขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณของเขากรีดร้องว่านั่นไม่ใช่ทางรอด แต่คือปากเหวี่ลึกยิ่งกว่าเดิม แต่ในตอนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว อุโมงค์เบื้องหลังกำลังถล่มลงมาอย่างสมบูรณ์ เสียงครืนครั่นดังไล่หลังมาติดๆ ราวกับอสูรกายแห่งปฐพีกำลังอ้าปากเพื่อจะกลืนกินพวกเขา! ทุกคนเร่งฝีเท้าสุดท้าย...ทะยานร่างออกจากปากอุโมงค์ี่กำลังจะพังพินาศ!
ความเงียบงัน...
คือสิ่งแรกี่ต้อนรับพวกเขาเมื่อก้าวข้ามธรณีประตูนั้นมาได้ มันคือความเงียบี่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก เสียงคำรามของอสูรโลกา...เสียงการถล่มของอุโมงค์...ทุกสิ่งพลันหายไปราวกับถูกตัดขาดจากอีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิง ทุกคนี่พุ่งทะยานออกมาต้องหยุดชะงักงันกลางอากาศ ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างจนสุดขีด สะท้อนภาพี่อยู่เหนือจินตนาการและความเข้าใจใดๆ ี่เคยมีมา
เบื้องหน้าของพวกเขามิใช่โลกภายนอก...มิใช่นครพยัคฆ์ทมิฬี่ล่มสลาย...แต่มันคือ "ห้วงมิติ" ี่กว้างใหญ่ไพศาลจนสุดสายตา ท้องฟ้ามิได้เป็นสีฟ้า แต่เป็นสีม่วงอมดำี่ปั่นป่วนราวกับคลื่นในมหาสมุทรี่บ้าคลั่ง ไม่มีดวงดาวส่องประกาย...แต่กลับมี "เศษซากของดวงดาว" ี่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับล้านๆ ชิ้น ลอยคว้างอยู่อย่างเงียบงันและไร้ทิศทางราวกับสุสานแห่งจักรวาล โครงสร้างโลหะขนาดมหึมาี่บิดเบี้ยวและหักพังราวกับซากกระดูกของอสูรบรรพกาลลอยอยู่อย่างเกลื่อนกลาด และี่ไกลออกไป...ณ ใจกลางของห้วงมิติอันวิปริตนี้...คือโครงสร้างี่ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิอมตะยังต้องหยุดหายใจ...มันคือ "กรงขัง" ขนาดใหญ่โตมโหฬารี่สร้างจากโลหะสีดำทมิฬี่ไม่สะท้อนแสงใดๆ มันตั้งตระหง่านอยู่ ณ ี่แห่งนั้นราวกับจอมมารผู้เป็นนิรันดร์ แผ่กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังและความเกลียดชังี่สั่งสมมานับอสงไขยออกมาอย่างเงียบงัน
'นี่มัน...อะไรกัน...' จิตใจของทุกคนว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ ความหวังี่จะได้เห็นแสงตะวันอีกครั้งถูกบดขยี้จนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี พวกเขาไม่ได้หนีรอดออกมา...แต่กลับตกลงมาจากกระทะทองแดง...สู่ขุมนรกี่ลึกยิ่งกว่าเดิม! อากาศ ณ ี่แห่งนี้เบาบางและเย็นเยียบจนเสียดกระดูก มันเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของโลหะเก่าและกลิ่นอายี่ว่างเปล่าของสุญญตา ทุกประสาทสัมผัสกรีดร้องบอกถึงความผิดปกติของกฎเกณฑ์ แรงโน้มถ่วงี่นี่ไม่คงี่ ร่างของพวกเขาี่ควรจะร่วงหล่นกลับลอยคว้างอย่างช้าๆ ราวกับอยู่ในน้ำ เวลาดูเหมือนจะยืดออกและหดสั้นลงในคราวเดียวกัน ทำให้รู้สึกวิงเวียนและคลื่นไส้
เย่เฟิงไม่ได้ตกตะลึงเหมือนคนอื่นๆ...แต่เขากำลัง "จดจำ" ภาพเบื้องหน้านี้...ภาพี่เขาไม่ควรจะเคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้...มันคือความรู้สึกคุ้นเคยี่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงี่สุด กลิ่นอายแห่งความโกลาหลี่บริสุทธิ์...ความสิ้นหวังี่ถูกจองจำ...และความโศกเศร้าอันเป็นนิรันดร์...ทั้งหมดนี้มันสั่นพ้องกับส่วนี่ลึกี่สุดในสายเลือดราชันย์มังกรของเขาอย่างรุนแรง! มันปลุกความทรงจำี่ถูกผนึกไว้...ไม่ใช่ความทรงจำในรูปแบบของภาพ...แต่เป็น "ความรู้สึก" ี่ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความรู้สึกของการเป็น "ผู้คุม" ของสถานี่แห่งนี้!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
เสียงระเบิดครั้งสุดท้ายี่ดังสนั่นหวั่นไหวจากเบื้องหลัง ดึงทุกคนให้หลุดออกจากภวังค์ พวกเขาหันขวับกลับไปมอง! ปากอุโมงค์ี่พวกเขาเพิ่งจากมาได้ถล่มลงมาอย่างสมบูรณ์แล้ว! ผนังมิติ ณ จุดนั้นบิดเบี้ยวและสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ปิดผนึกเส้นทางกลับสู่โลกภายนอกไปตลอดกาล! เสียงคำรามของอสูรโลกาถูกตัดขาดหายไปโดยสิ้นเชิง...แต่ความโล่งใจกลับไม่ปรากฏขึ้นแม้แต่น้อย มีเพียงความสิ้นหวังระลอกใหม่ี่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมเข้าแทนี่...พวกเขา...ติดอยู่ี่นี่แล้ว!
"เรา...เราติดอยู่ี่นี่แล้ว..." เสียงพึมพำี่สั่นเทาหลุดออกมาจากปากขององครักษ์เกราะทองนายหนึ่ง ความจริงอันโหดร้ายได้ทุบทำลายจิตใจนักรบของเขาจนแหลกสลาย ความตื่นตระหนกเริ่มแพร่กระจายไปราวกับโรคระบาด ทุกคนเริ่มมองหาทางหนีอย่างสับสนวุ่นวาย แต่รอบกายมีเพียงความว่างเปล่าี่น่าสะพรึงกลัวและเศษซากของดวงดาวี่ลอยอยู่อย่างเงียบงัน
แต่เย่เฟิงกลับไม่ได้สนใจความโกลาหลนั้นเลย เขายังคงยืนนิ่ง...ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องไปยังกรงขังขนาดมหึมาี่อยู่ไกลออกไปด้วยแววตาี่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด 'เงาอดีตี่กัดกินวิญญาณ' ของเขาได้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่ภาพความล้มเหลวในอดีตอีกต่อไป...แต่มันคือความทรงจำแห่งบาป...บาปของการเป็นราชันย์ผู้ต้องจองจำสหายและศัตรูของตนไว้ในคุกี่สร้างขึ้นจากความสิ้นหวังแห่งนี้! เขาไม่ได้นำพาทุกคนมาสู่ทางรอด...แต่เขานำพาทุกคนกลับมาสู่ "ความผิดพลาด" ี่ยิ่งใหญ่ี่สุดในอดีตชาติของเขา!
เฟิ่งซีอิงคือคนแรกี่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเขา นางทะยานร่างเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว มือี่เรียวงามและเย็นเยียบของนางวางลงบนแขนของเขา สัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาี่เขากำลังพยายามกดข่มไว้อย่างสุดความสามารถ "เย่เฟิง?" นางเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงี่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง "ท่านเป็นอะไรไป? ี่นี่คือี่ไหนกันแน่?"
คำถามของนางเปรียบดังเข็มเล่มสุดท้ายี่ทิ่มแทงเข้าไปในฟองสบู่แห่งความทรงจำี่กำลังปั่นป่วนอยู่ในหัวของเขา เย่เฟิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันมามองนาง...ดวงตาของเขาี่เคยสงบนิ่งและเด็ดเดี่ยว บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น...ความสับสน...และความโศกเศร้าอย่างี่ไม่เคยปรากฏมาก่อน...
"นี่มัน...เป็นไปไม่ได้..." เย่เฟิงพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงี่แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เฟิ่งซีอิงรีบเข้าไปประคองและถามด้วยความเป็นห่วง "ท่านเป็นอะไรไป? ี่นี่คือี่ไหนกันแน่?" เย่เฟิงหันมามองนางด้วยแววตาี่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างี่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนจะเอ่ยชื่อี่ถูกลืมเลือนไปจากประวัติศาสตร์...ชื่อี่ทำให้แม้แต่จิตวิญญาณของนางต้องสั่นสะท้าน... "มรรคาเร้นมังกร...นี่คือ...เรือนจำดารา"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??